คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [Pristin Fiction] Warm Snow (Yehana x Xiyeon) [Pristin Fiction] Warm Snow (Yehana x Xiyeon) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ชียอน x เยวอน
t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ม.ค. 61 / 23:33


T
B

 

 

 

 

 

ถ้าเปรียบให้รอยยิ้มของเธอเป็นขนมหวาน ฉันหวังแค่ให้ตัวเองเป็นเจ้ามดตัวน้อยๆที่เข้าไปลิ้มลองเพียงเศษเสี้ยวความหวานนั้น

 

 

   ท่ามกลางความวุ่นวายของการเตรียมงานเทศกาลต้อนรับซานตาคลอสประจำปี ร่างสูงขยับตัวเพื่อกระชับเสื้อโค้ชให้แนบตัวยิ่งขึ้น ร่างกายแข็งทื่อราวกับโดนเกล็ดหิมะปกคลุมร่างไว้

 

เธอยืนอยู่หน้าสถาบันสอนพิเศษแห่งหนึ่งที่ยังคงเปิดการเรียนการสอน แม้ว่านักเรียนที่เข้ารับความรู้จะเบาบางลงไปมาก เนื่องจากต้องกลับบ้านไปใช้เวลาร่วมกับครอบครัว

 

“ชียอนจริงๆด้วย” ดูเหมือนว่าเธอยืนอยู่นานจนรุ่นพี่ที่ดูแลความเรียบร้อยของสถาบันลงทุนกางร่มเดินออกมาทักเธอถึงข้างนอก “หิมะตกอยู่นะ เข้ามาข้างในเถอะ”

 

“ไม่เป็นไรหรอกพี่” พัค ชียอนปฏิเสธด้วยความนอบน้อมและเกรงใจ ทุกครั้งที่เธอมายืนรอ ใครบางคน อยู่ที่หน้าสถาบันสอนพิเศษแห่งนี้ คิม มินกยอง มักจะให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ

 

“หิมะมันตกอยู่แบบนี้ พี่จะปล่อยแกไว้ได้ยังไงล่ะ” มินกยองพูดพร้อมกระตุกแขนเด็กมัธยมให้เดินตามเข้าไปภายในอาคารด้วยกัน

 

คนถูกลากได้แต่เดินตามแรงดึงต้อยๆ เธอไม่ค่อยกล้าเดินเข้ามาแบบนี้เสียเท่าไหร่ เป็นนักเรียนของที่นี่เหรอก็เปล่า เป็นผู้ปกครองเหรอก็ไม่ใช่ มีคนรู้จักอยู่ก็ไม่ได้มี เว้นก็แต่รุ่นพี่ผมแดงตรงหน้า แล้วก็..

 

“อีกประมาณยี่สิบนาทีก็เลิกเรียนกันแล้วล่ะ” มินกยองเอ่ยเสียงเรียบ อาจจะเพราะเห็นว่าตั้งแต่ที่เดินเข้ามาถึงภายในสถาบัน เธอก็เอาแต่มองซ้ายแลขวาอยู่ตลอดเวลา

 

คนถูกทักถึงกับก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย สถาบันสอนพิเศษแห่งนี้เป็นที่ประจำของเธอหลังเลิกเรียน ที่แปลกก็คือการที่แม้แต่คอร์สเดียวก็ก็ไม่ได้ลง แต่เธอดันมาบ่อยยิ่งกว่าคนที่เป็นนักเรียนเสียอีก

 

“อะไร ทักแค่นี้ก็เขินแล้วเหรอ อ่อนว่ะ” ชียอนเงยหน้าขึ้นมามองค้อนใส่รุ่นพี่ที่ส่งเสียงล้อเลียนเธอ

 

“อะไรล่ะ ก็คนมันเขินนี่ จะให้ทำไง” คนตัวขาวเอ่ยกลับ “มองอะไร หน้าฉันแดงอีกแล้วใช่ไหม” เพราะมีผิวที่ขาวมากกว่าคนทั่วไป เวลาที่เขินหรืออาย หน้าของชียอนจะแดงจนเห็นได้อย่างชัดเจน เช่นตอนนี้

 

“เออดิ แดงโคตรๆอ่ะ แกเขินน้องฉันขนาดนี้เลยเหรอ” รุ่นพี่คนสวยพยักหน้า หยิบกระจกพับขนาดพกพายื่นให้รุ่นน้องส่องดูใบหน้าของตัวเองที่แดงยิ่งกว่ามะเขือเทศสดๆ “ชอบขนาดนั้นเลย?”

 

“ใครบ้างจะไม่ชอบน้องพี่” คนหน้าแดงตอบกลับอย่างเลี่ยงๆ มือขาวพยายามเกลี่ยใบหน้าของตัวเองเพื่อให้เลือดที่รวมอยู่ตรงแก้มใสกระจายตัวออก

 

“ฉันไม่ได้ถามถึงคนอื่นป้ะ” มินกยองใช้สันมือเคาะลงที่กลางกระหม่อมของรุ่นน้อง “ฉันถามว่า แกอ่ะ ชอบน้องฉันมากขนาดนี้เลยเหรอ”

 

“....”

 

 

การที่เธอเดินมาหยุดอยู่หน้าสถาบันอยู่ทุกๆวันหลังเลิกเรียน เหตุผลนั่นก็เพราะน้องสาวของรุ่นพี่ที่ตั้งคำถามนั้นแหละ นับตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาสองเดือนแล้ว ที่เธอมายืนรอเพื่อที่จะได้เห็นหน้าของรุ่นพี่ตัวเล็กคนนั้น

 

ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มที่มองแล้วโลกสดใสขึ้นมาอีกเป็นล้านเท่า แก้มดูนุ่มราวกับสายไหม ดวงตาที่เมื่อยิ้มแล้วโค้งจนแทบมองไม่เห็น ถามว่าชอบมากแค่ไหนให้พูดทั้งวันคงยังไม่จบ

 

“เฮ้ย! หน้าแดงกว่าเดิมอีก! ไหวไหมเนี่ย?” มินกยองรีบลุกขึ้นมาจับใบหน้าเห่อร้อนของรุ่นน้องคนสนิทที่ตอนนี้หน้าแดงจนเหมือนเอาสีมาป้ายบนหน้ามากกว่า

 

“ไหวๆ” ยกมือขึ้นเป็นเชิงว่าไม่เป็นอะไร “พอพี่ถามขึ้นมา ในหัวฉันก็นึกถึงแต่พี่เขา มันก็เลย นั่นแหละ” ชียอนอธิบายโดยที่ไม่หุบยิ้มเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 

“โอเค เข้าใจแล้ว” มินกยองเอ่ยยิ้มๆ “จริงๆก็รู้คำตอบตั้งแต่ที่เห็นแกมายืนรอน้องฉันเลิกเรียนทุกวันแล้วล่ะนะ ตอนแรกนึกว่าโรคจิต เกือบวิ่งไปต่อยแล้ว” ยีหัวคนหน้าแดงด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย

 

“การที่พี่เดินตรงมากระชากคอเสื้อฉันนั่นก็ไม่ได้ต่างกันเลยนะ” ชียอนตอกกลับไปอย่างเจ็บใจ มีอย่างที่ไหน พุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อเธอแล้วบอกให้เลิกยุ่งกับน้องตัวเอง

 

“ก็ตอนนั้นแกเดินตามน้องฉันเหมือนโรคจิตจริงๆนี่หว่า” คนพี่ยังคงเถียงกลับ “แต่ตอนนั้นแกก็ตอบกลับมาแบบชัดถ้อยชัดคำเลยนะว่า ฉันชอบน้องของพี่ค่ะ! ได้โปรดให้ฉันได้เฝ้ามองน้องพี่ต่อไปด้วยนะคะ!’

 

“เงียบไปเลย” พัคชียอนอยากจะกระโจนไปข่วนหน้าทะเล้นตีบทแตกของมินกยองเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่ติดว่ายังมีเหล่าผู้ปกครองที่มานั่งรอบุตรหลานอยู่ เธอกับมินกยองอาจจะได้เปิดศึกกันตรงนี้

 

“เหมือนโรคจิตกว่าเดิมอีก ขอบคุณซะสิที่ฉันมองเห็นความจริงจังผ่านแววตาของแกได้ทันก่อนที่จะง้างหมัด” มินกยองหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องหน้าแดงหันมาทำหน้าปลาตายใส่ตัวเอง “เฮ้อ นี่ ถามจริง”

 

“ฮึ?” ชียอนเบิกตาขึ้นเป็นเชิงถามว่ามีอะไร สีหน้าที่ดูจริงจังผิดกับเมื่อสักครู่ของรุ่นพี่ทำให้เธอเกิดอาการเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย

 

“ชอบมานานแล้วนะ ไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเหรอ” รุ่นน้องนิ่งค้างไปอีกครั้ง เธอไม่เคยคิดที่จะทำอะไรนอกจากการได้คอยดูแลรุ่นพี่ตัวเล็กของเธออยู่ห่างๆ แม้มันจะเป็นแค่การเดินไปเป็นเพื่อนที่เจ้าตัวไม่รู้ จากสถาบันแห่งนี้จนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยเท่านั้น

 

“ฉันไม่กล้า” ชียอนถอนหายใจยาว “ฉันเองก็นับถือคนที่เข้ามาบอกชอบฉันนะ ไม่รู้ว่าพวกเขากล้าบอกความในใจออกมาได้ยังไง ฉันอยากทำได้แบบนั้นบ้าง”

 

มินกยองมองรุ่นน้องอย่างเห็นใจ ตั้งแต่ที่เธอยอมให้ชียอนเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบตัวน้องรักของเธอ ไม่เคยมีแม้แต่ครั้งเดียวที่ชียอนจะทำตัวล้ำเส้นคำว่า เฝ้ามอง และ ดูแลอยู่ห่างๆ ไม่เคยเลยจริงๆ

 

แน่นอนว่าจากการประเมินของคนเป็นพี่อย่างเธอ พัค ชียอน ผ่านฉลุย ไม่มีข้อกังขาใดๆ ถ้าเจ้าตัวมีความกล้าที่จะเข้าหาแม้สักน้อยนิด เธอจะช่วยว่าที่น้องเขยอย่างเต็มกำลังแน่นอน

 

 

“พี่มินกยอง” สองรุ่นพี่รุ่นน้องสะดุ้งเล็กน้อย ผู้หญิงตัวเล็กน่ารักส่งรอยยิ้มตาปิดให้คนเป็นพี่ ทำเอาใบหน้าของคนที่นั่งเศร้าอยู่เมื่อครู่กลับมาเห่อร้อนอีกครั้งจนต้องเอามือปิดหน้าไว้

 

“หื้ม เยวอน ทำไมวันนี้เลิกก่อนเวลาตั้งห้านาทีล่ะ”

 

“วันนี้อาจารย์สอนเสร็จเร็วค่ะ” คิม เยวอน ตอบกลับผู้เป็นพี่ด้วยท่าทางยิ้มแย้ม ก่อนจะหันมาจ้องมองก้อนมนุษย์ที่ใช้ทั้งมือทั้งแขนปกปิดใบหน้าของตนไว้

 

มินกยองอมยิ้ม ก่อนจะรีบเอ่ยแนะนำรุ่นน้องคนสนิทให้น้องสาวรู้จัก “เอ้อ พอดีเลยเจ้าซน นี่ชียอน รุ่นน้องที่พี่รู้จัก” พูดพลางพยายามแกะมือรุ่นน้องออกจากใบหน้า

 

แน่นอนว่าชียอนมิอาจสู้แรงของคนที่เรียนศิลปะการต่อสู้มาอย่างมินกยองได้ ทำให้คนตายิ้มได้เห็นใบหน้าแดงๆนั่นอย่างชัดเจน

 

“ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะคะ ไม่สบายหรือเปล่า” คนตายิ้มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ยื่นมือข้างถนัดไปแตะเข้าที่หน้าผากของคนตรงหน้า “ร้อนมากเลยนะคะ เอายาไหม?”

 

นี่ฉันอยู่บนสวรรค์สินะ ทำไมมือนุ่มแบบนี้

 

“ไม่.. เป็นไรค่ะ.. ฉันสบายดี..” เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังจะลุกขึ้นไปหายามาให้จริงๆ คนหน้าแดงที่เกิดอาการช็อกค้างไปชั่วขณะถึงกับต้องพยายามกลั่นกรองคำพูดออกมาเป็นประโยครั้งห้ามไว้

 

“แต่ตัวร้อนมากเลยนะคะ” เยวอนยังคงไม่ยอมแพ้ มินกยองแอบกระตุกยิ้มร้ายเบาๆ ชียอนเกิดอาการเหงื่อตก ทุกครั้งที่เธอเห็นรอยยิ้มแบบนี้ของมินกยอง มักจะมีเรื่องมาให้เธอปวดหัวอยู่ตลอด

 

“พี่ก็ว่ามันป่วยนะเยวอน มันอยู่หอคนเดียวด้วย แต่วันนี้พี่ต้องกลับดึกหน่อยเลยไปส่งที่บ้านไปไม่ได้” ชียอนหันขวับไปถลึงตาใส่รุ่นพี่ “เราเดินไปส่งชียอนที่หอได้รึเปล่า”

 

“เอ้ย ไม่เป็นไร ฉันสบายดี” ชียอนรีบยกมือห้ามปราม ต้องรีบเถียงค้านก่อนที่รุ่นพี่ตัวเล็กที่จริงๆก็ตัวเท่าเธอตรงหน้าจะทำตามที่รุ่นพี่บ้าบอกเข้าจริงๆ

 

“ดูมันดิ มันไม่ค่อยดูแลตัวเองอ่ะ ไอ้พี่ก็จะปล่อยมันไว้อยู่หอคนเดียวก็กระไรอยู่ ห่วงเหมือนเป็นน้องอีกคน” การเน้นหนักที่ประโยคหลังทำให้ใบหน้าของคนที่พยายามเถียงสุดชีวิตแดงขึ้นมาอีกครั้ง “เนี่ย หน้าแดงขนาดนี้ คงไข้หนักแล้วอ่ะพี่ว่า”

 

พัค ชียอน ขอมอบรางวัลเล่นใหญ่เบอร์แรงให้ คิม มินกยอง เดี๋ยวนี้เลย..

 

“ได้ค่ะ เดี๋ยวเค้าไปส่งเอง แต่ขอไปเก็บของก่อนนะคะ” ประโยคแรกเยวอนพูดกับมินกยอง แต่ประโยคหลังเธอหันมาพูดกับคนหน้าแดงพร้อมส่งยิ้มตาปิดต่อท้าย

 

 

ชักจะรู้สึกเหมือนไข้จะขึ้นขึ้นมาจริงๆแล้วสิ..

 

 

 

 

“เดินกันระวังๆด้วยล่ะ อย่าให้หิมะตกมาโดนหัวได้ เดี๋ยว ไข้-จะ-หนัก-กว่า-เดิม” ตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยมีวันไหนที่ชียอนจะเกลียดรุ่นพี่ของตัวเองเท่าวันนี้มาก่อนเลยจริงๆ

 

“พี่มินกยองก็อย่าอยู่ทำงานดึกมากนะคะ รีบกลับนะ” เยวอนเอ่ยกำชับพี่สาว

 

“ไม่แน่ใจนะ เรารออ่านเมลล์พี่ด้วยล่ะ”

 

คนตัวเล็กพยักหน้าพร้อมโบกมือลา ก่อนจะหันมาพยุงตัวคนหน้าแดงให้เดินฝ่าหิมะที่เบาลงกว่าตอนที่ชียอนมายืนอยู่ อีกมือถือร่มสีชมพูดูเข้ากับเจ้าตัวเอามากๆ

 

“รุ่นพี่ส่งร่มมาเถอะ เดี๋ยวฉันจะถือให้” ชียอนยื่นมือรอรับ แต่รุ่นพี่หน้ายิ้มกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“เราไม่สบายอยู่ เดี๋ยวพี่ถือให้เอง” วันนี้ของในมือของรุ่นพี่ดูจะพะรุงพะรังมากกว่าวันไหนๆ อาจจะเพราะต้องคอยกางร่ม คอยพยุงตัวเธอให้เดิน จนต้องใช้มือเพียงข้างเดียวถือกระเป๋าที่แบกหนังสือมาสามสี่เล่มนั่น

 

“ฉันสบายดี จริงๆนะ รุ่นพี่ควรเดินกลับบ้านก่อนที่หิมะจะกลับมาตกหนักอีกครั้ง” ถ้าถามว่าชียอนอยากใช้เวลาอยู่กับรุ่นพี่ตัวจิ๋วในความรู้สึกให้นานกว่านี้รึเปล่า แน่นอนว่าใช่ แต่ถ้าเกิดว่าเยวอนเกิดเป็นคนที่ไม่สบายขึ้นมา มันคงไม่ดีเท่าไหร่

 

“เราตัวร้อนมากเลยนะ ให้พี่เดินไปส่งดีกว่า” เยวอนยื่นมือข้างที่ใช้ถือกระเป๋ามาแตะที่หน้าผากของคนตัวสูงเท่ากันอีกครั้ง “พี่เป็นห่วงนะคะ”

 

“เพราะแบบนี้ไง คนอื่นเขาถึงหลงรุ่นพี่กันนักหนา” คนหน้าแดงเผลอพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป

 

“หื้ม? เมื่อกี้พูดอะไรรึเปล่า เสียงรถมันกลบพอดี” และเป็นโชคดีของชียอนที่บังเอิญมีรถบรรทุกวิ่งผ่านพวกเธอไปพอดี

 

“เปล่า อ่า งั้นเอาแบบนี้” สองแขนถือวิสาสะแย่งกระเป๋าในมือของรุ่นพี่ตัวไม่เล็กมาถือเองโดยที่เยวอนไม่ทันตั้งตัว “รุ่นพี่กางร่มให้ฉัน แล้วฉันจะถือกระเป๋าให้รุ่นพี่ ตกลงนะ?”

 

“ได้ยังไงล่ะ เราไม่สบายอยู่ เดี๋ยวพี่ถือเอง” นี่ใช่คิมเยวอน รุ่นพี่ม.6 ว่าที่นักศึกษาแพทย์คนนั้นจริงๆเหรอ ทำไมคนตรงหน้าเธอถึงได้ดื้อขนาดนี้

 

“ถ้าไม่ตกลง ฉันก็ไม่ให้รุ่นพี่ไปส่งหรอก”

 

พูดบ้าอะไรของแกเนี่ยชียอน..

 

“ก็ได้” ชียอนเผลออมยิ้มให้ใบหน้าเง้างอเหมือนเด็กประถมถูกแย่งขนมของรุ่นพี่สาวตรงหน้า “เด็กดื้อ”

 

“ฉันได้ยินนะ อีกอย่าง คนที่ดื้อนั่นรุ่นพี่มากกว่ามั้ง” น่าแปลกที่การได้คุยกับรุ่นพี่ที่เธอชอบไม่ได้เกร็งอย่างที่คิด มีหลายครั้งที่ชียอนเห็นเยวอนส่งรอยยิ้มสดใส แต่ไม่เคยคิดว่าเธอจะได้เป็นคนได้รับเองต่อหน้าแบบนี้มาก่อน

 

“พี่ไม่ได้ดื้อนะ อีกอย่างพี่ก็มีชื่อนะคะ” หน้าของรุ่นพี่คนสวยงอยิ่งกว่าเดิม ตกลงว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้องกันแน่นะ จากที่คอยมองมาตลอด เธอเพิ่งจะเคยเห็นรุ่นพี่ตรงหน้างอแงเหมือนเด็กเป็นครั้งแรกเลย “พี่ชื่อเยวอนนะคะ”

 

“ฉันรู้น่า” ใบหน้าเต็มไปด้วยคำถามทำให้ชียอนต้องรีบอธิบายกลบเกลื่อน “พี่ดังจะตาย ใครบ้างในโรงเรียนจะไม่รู้จักพี่”

 

“อ๋อ แล้ว..”

 

“ฉันชื่อ พัค ชียอน อยู่ม.5 โรงเรียนเดียวกันกับพี่นั่นแหละ” อย่างตัวชียอนก็นับว่าเป็นหนึ่งในคนดังของโรงเรียนเหมือนกัน แต่กับเด็กเรียนอย่างรุ่นพี่ตรงหน้าจะไม่รู้จักเธอก็คงไม่แปลกเท่าไหร่ “มีอะไรติดหน้าฉันเหรอ?” ถามขึ้นมาเพราะคนตรงหน้าเอาแต่มองเธอจนเธอเริ่มจะเกร็งอีกครั้ง

 

“เรานี่ หน้าตาดีเนอะ ผมดำขลับ ผิวก็ขาว พออยู่กลางหิมะแล้วดูดีมากเลยกว่าเดิมอีก” พอมาโดนคนที่ชอบชมเอาต่อหน้าแบบนี้ ใครบ้างจะไม่เขิน

 

“พูดอะไรของพี่เนี่ย รีบเดินได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

 

“หน้าแดงกว่าเดิมอีกอ่ะ แวะซื้อเจลลดไข้หน่อยไหม” เยวอนชี้ไปที่ร้านสะดวกซื้อตรงข้ามถนน แต่เป็นชียอนเองที่ดึงมือรุ่นพี่ตัวป่วนมาจับไว้แล้วเดินตรงไปทางเข้าหอของตัวเอง “อ้ะ..”

 

“เงียบน่า ไปกันได้แล้ว”

 

 

 

 

“นี่ห้องฉัน อาจจะรกไปหน่อยนะเพราะฉันอยู่คนเดียว” ทันทีที่คนตัวสูงน้อยไขกุญแจให้ได้เห็นสภาพภายในห้องที่เจ้าตัวเกริ่นไว้ว่ารก แต่เยวอนกลับไม่เห็นว่ามันจะรกตรงไหน กลับกันออกจะดูเรียบร้อยเอามากๆด้วยซ้ำ

 

“รกตรงไหนคะเนี่ย”

 

“สักตรงแหละน่า ถอดเสื้อโค้ทมาสิ เดี๋ยวฉันเอาไปแขวนให้” ชียอนพูดโดยไม่ทันได้หันมามองหน้าขาวใสของรุ่นพี่ แต่เมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ได้ถอดเสื้อโค้ทตัวใหญ่ออกมาจึงต้องหันกลับมา “อะไรเหรอ?”

 

“มืออ่ะ” คนตายิ้มพูดพร้อมก้มหน้างุดมองมือที่ประสานอยู่กับมืออีกคน ชียอนรีบปล่อยมือออกทันที

 

“ขอโทษที” ใบหน้าที่เพิ่งกลับมาเป็นปกติได้ไม่นานต้องเห่อร้อนขึ้นมาอีกครั้ง

 

“อื้อ ไม่เป็นไร”

 

“ถอดเสื้อโค้ทมา แล้วนั่งรอบนเตียงก็ได้ เดี๋ยวเอานมอุ่นๆมาให้” รับเสื้อโค้ทจากมือรุ่นพี่คนสวยแล้วรีบรุดก้าวยาวๆออกไปแก้เก้อ

 

 

 

 

 

“เอ้านี่ ค่อยๆดื่มนะ มันค่อนข้างร้อน”

 

“อ๊ะ!

 

“นี่! บอกแล้วไงว่าค่อยๆดื่ม” พอเธอเอ่ยคำเตือนจบ รุ่นพี่ก็รับนมไปแล้วยกขึ้นดื่มเดี๋ยวนั้นเลย “รุ่นพี่เป็นเด็กอนุบาลเหรอไง” แม้ปากจะบ่นอยู่อย่างนั้น แต่มือขาวยังไม่ละลงจากการทำความสะอาดบริเวณปกเสื้อของคนตรงหน้าอยู่ดี

 

“ขยันว่าจริงๆเลย ตกลงนี่ใครเป็นรุ่นพี่กันแน่เนี่ย” อีกครั้งที่ชียอนได้เห็นมุมเด็กงอแงหน้าบึ้งของคิมเยวอน “เด็กขี้บ่น”

 

“จิตใจจะตั้งชื่อให้ฉันอีกกี่ชื่อล่ะนั่น”

 

“เนี่ย บ่นอีกละ” ว่าไม่พอ ยังจะมาชี้หน้าเธออีก “บ่นมากๆจะแก่เร็วนะคะ”

 

“เงียบน่า แล้วนี่พี่จะกลับยังไง” ชียอนถามพลางหันไปมองนอกหน้าต่าง เป็นไปตามที่เธอคิดไว้ตั้งแต่แรก ตอนนี้หิมะตกหนักขึ้นมามากแล้ว “กลับยากแล้วล่ะ”

 

“เดี๋ยวรออีกหน่อยคงเบาลงแล้ว ไม่รบกวนนานหรอก”

 

“ฉันไม่ได้บอกว่ารบกวน ฉันกลัวพี่จะทะเล่อทะล่าเดินไปผจญหิมะแล้วเกิดไม่สบายขึ้นมา จะสอบแล้ว ดูแลสุขภาพบ้างเถอะน่า” เสียงบ่นงึมงัมของรุ่นน้องตัวขาวเรียกรอยยิ้มจากเยวอนได้ไม่น้อย

 

“บ่นอีกละ เด็กแก่เอ้ย”

 

“ปกติพี่ตั้งชื่อให้คนอื่นเขาไปทั่วแบบนี้เหรอ” คนตัวขาวอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามคนตรงหน้า

 

“พี่ทำกับเราคนแรกนี่แหละ คนเดียวด้วย” การที่ยิ้มๆอยู่แล้วอยู่ดีๆก็เปลี่ยนไปตีหน้าจริงจังนี่เป็นกรรมพันธุ์ของครอบครัวคิมเหรอไงนะ

 

“ห้ะ?” เยวอนถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องตรงหน้ายังคงทำหน้าตาเหรอหราไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอยู่

 

“งงอะไรเล่า เด็กโง่”

 

“ชื่อใหม่อีกแล้ว.. แต่เดี๋ยวสิ รุ่นพี่พูดให้ฉันงงนี่”

 

“เฮ้อ คิดว่าการที่มีคนมาคอยเดินตามทุกวันนี่พี่จะไม่รู้ตัวเลยเหรอ” ประโยคสั้นๆนิ่งๆทำให้ชียอนเกิดอาการตัวชาไปในทันที “เงียบทำไมล่ะ?”

 

“ฉันขอโทษ” คนตัวขาวก้มหน้าสำนึกผิด ในเมื่อเยวอนรู้แล้วว่าเธอคอยตามตัวเองอยู่ทุกวันแบบนี้ ถ้าคนตรงหน้าจะรังเกียจเธอก็ไม่แปลกใจเลย

 

“ขอโทษทำไมคะ?”

 

“ก็ฉันเอาแต่เดินตามรุ่นพี่ทุกวัน แต่ฉันไม่ได้เป็นโรคจิตนะ ฉันแค่เป็นห่วง ทางกลับบ้านของรุ่นพี่มันเปลี่ยว” คนตัวสูงรีบอธิบาย

 

“ไม่คิดว่าการที่เราเดินตามพี่จะทำให้พี่กลัวบ้างเหรอ” เสียงนิ่งๆของรุ่นพี่ทำให้ชียอนตัวสั่นเกร็ง “พี่กลัวมากเลยนะ นึกว่าจะมีใครเข้ามาทำร้าย”

 

“ฉันไม่มีวันทำร้ายรุ่นพี่หรอก ขอโทษที่ทำให้กลัว ต่อไปนี้ฉันจะไม่ตามรุ่นพี่แล้ว” ชียอนคุกเข่าลงต่อหน้าเยวอน เธอรู้สึกผิดมานานแล้ว แค่จะปล่อยให้คนตรงหน้าเดินกลับคนเดียวทุกวันมันก็อดห่วงไม่ได้จนต้องตามไป แต่กลับเป็นตัวเธอเองที่กลายเป็นตัวอันตรายของเยวอน

 

“อืม เลิกตามมาได้แล้ว” ชียอนก้มหน้าจนแทบติดกับพื้น “เลิกเดินตาม แล้วมาเดินข้างๆพี่ดีกว่านะคะ”

 

คนตัวขาวเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยความที่ก้มนาน ทำให้เธอเกิดอาการหน้ามืดแล้วเสียสมดุลเล็กน้อยจนเซล้มลง

 

“เป็นอะไรรึเปล่าคะ” คนตายิ้มพูดกลั้วหัวเราะ “เห็นปกติชอบทำหน้านิ่งๆ ไม่คิดว่าจะมีมุมเด๋อแบบนี้กับเขาด้วยนะ”

 

“เดี๋ยวสิ” ชียอนทีล้มลงไปวัดพื้นเมื่อสักครู่ยกมือขึ้นห้ามปราม “รุ่นพี่ไม่ได้โกรธฉันอยู่หรอกเหรอ”

 

“โกรธสิ โกรธมากด้วย” ชียอนหน้าเสียไปอีกครั้ง “แต่หายไปตั้งแต่ที่ได้ยินเราตะโกนเสียงดังตอนพี่มินกยองจับคอเสื้อเราแล้ว”

 

ชียอนไม่จำเป็นต้องนึกย้อนไปที่เหตุการณ์ไหนเลย ครั้งเดียวที่เธอตะโกนเสียงดังตอนมินกยองจับคอเสื้อเธอ คือตอนที่เธอบอกชอบคนตรงหน้า

 

“ชอบแล้วทำไมไม่มาบอกล่ะคะ เอาแต่เดินตามอยู่ได้”

 

ตอนนี้เธออายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอีกแล้ว แม้จะใช้แขนสองข้างปกปิดความแดงของใบหน้าก็คงไม่พ้นสายตาเยวอนอยู่ดี

 

“หน้าแดงอีกแล้ว ไม่สบายอีกเหรอคะ คิก~” เยวอนยื่นมือเข้าดึงแก้มของรุ่นน้องหน้าเหวอตรงหน้าให้ยืดออก

 

“นี่ รุ่นพี่รู้มานานแล้วเหรอ..”

 

“พี่ไม่ได้โง่นะคะ แค่รอเด็กกากแถวนี้เข้ามาหาก่อนแค่นั้นเอง”

 

“หมายความว่าไง?” เยวอนต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง นี่ตกลงว่าใครจีบใครกันแน่นะ

 

“หมายความว่า พี่เยวอนคนนี้ก็ชอบน้องชียอนไงคะ ชัดรึยังเอ่ย?” เยวอนถึงกับต้องหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อได้เห็นว่าชียอนหลุดหน้าเหวอออกมา “ชอบชียอนนะคะ ชอบความไม่เนียนที่เดินตามมาทุกวัน ชอบซื้อขนมมาให้แล้วฝากพี่มินกยองไว้ ชอบที่แอบโทรไปหวีดพี่กับพี่มินกยองบ่อยๆ”

 

“รุ่นพี่รู้ได้ยังไงอ่ะ..”

 

“นี่ เรื่องเดินตามพี่รู้อยู่แล้ว เรื่องขนมมีเพื่อนมาบอกว่ามีเด็กหน้าขาวๆชอบเอามาฝากไว้ เรื่องโทรศัพท์..” เยวอนยื่นหน้าไปกระซิบข้างๆใบหูแดงของรุ่นน้อง “ผนังห้องมันบางนะคะ พี่มินกยองยิ่งชอบคุยโทรศัพท์แบบเปิดลำโพงด้วยสิ”

 

ไอ้พี่มินกยอง..จำไว้เลยนะ

 

“ว่าไงคะ” เยวอนผละใบหน้าใสออกมาจากใบหูแดง เปลี่ยนมาเป็นจ้องหน้าชียอนแทน

 

“อ อะไร”

 

“นี่ พี่ทั้งทักก่อน เข้าหาก่อน บอกชอบก่อน จิตใจจะให้พี่ทำทุกอย่างเลยเหรอคะ?” ชียอนหน้าแดงยิ่งกว่าเก่า คุยกันแล้ว บอกชอบแล้ว ตอนนี้ที่เหลือก็..

 

“รุ่นพี่.. ฉันชอบรุ่นพี่นะคะ ชอบมาตั้งแต่ฉันย้ายโรงเรียนเข้ามาใหม่แล้ว ฉันอยากจะดูแลรุ่นพี่ใกล้ๆ ฉันอยากเป็นความสบายใจของรุ่นพี่ รุ่นพี่จะคบกับฉันในฐานะคนรักได้รึเปล่าคะ?”

 

“ไม่ค่ะ”

 

“อ่าว..” เยวอนหัวเราะขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าชียอนทำหน้าเหมือนลูกหมาที่เจ้าของไม่มาเล่นด้วย

 

“อยากคบกับรุ่นพี่ก็ไปขอรุ่นพี่สิคะ ขอพี่ไม่ได้นะ” ชียอนแทบพุ่งไปเคาะหัว ความแสบของคนตัวเท่ากันตรงหน้า ทำเอาเธอใจหายไปตั้งกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ ถึงจริงๆใจจะหายไปแล้วก็เถอะ..

 

หายไปอยู่กับเยวอนนั่นล่ะนะ

 

“พี่เยวอน คบกับฉันนะ คบกับเด็กกากๆคนนี้ด้วยเถอะนะ” เยวอนอมยิ้มให้ท่าทีจริงจังของคนอายุน้อยกว่า

 

“ตอนนี้ไม่ใช่เด็กกากแล้วค่ะ” พูดพลางดึงใบหน้าของคนเด็กกว่าเข้ามาใกล้ๆ พร้อมแอบขโมยหอมแก้มรุ่นน้องอย่างรวดเร็ว

 

“อ่ะ” ใบหน้าของชียอนแดงยิ่งกว่าเดิม ครั้งนี้แดงจนเหมือนกับว่าแก้มใสๆนั่นจะระเบิดออกมาได้ เป็นเยวอนที่ส่งยิ้มตาปิดกลับมาให้

 

 

 

 

“เป็นแฟนเด็กของพี่ดีกว่าเนอะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“มินกยอง! ทำไมน้องยังไม่กลับมาล่ะลูก”

 

“น้องบอกจะนอนบ้านเพื่อนอ่ะแม่ พรุ่งนี้เดี๋ยวกยองไปรับน้องเอง” คนผมแดงก้มหน้ามองข้อความจากน้องสาวตัวแสบ ไม่รู้ว่าอะไรยังไง แต่จากที่เธอคิด มันต้องเป็นเรื่องดีๆแน่นอน

 

“พรุ่งนี้ต้องคุยกันยาวแล้ว ไอ้น้องเขย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็น OneShot สั้นๆที่บังเอิญแว้บเข้ามาในหัวค่ะ เนื่องด้วยไรท์ได้โดดลงเรือลำนี้เป็นที่เรียบร้อย มีเพื่อนร่วมเรือบ้างรึเปล่าคะ..

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ dhjmin จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 U.U
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 08:51
    มีค่ะไรท์ ชียอน น่ารัก
    #1
    1
    • 4 ธันวาคม 2560 / 18:56
      ชิปไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ก็หวังว่าจะมีเพื่อนร่วมเดินทาง555555555
      #1-1