คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic SNSD] Solar Shidae & Soshi System (ผม x SNSD)

โดย Jus†away

“ผมคือเศษผงแห่งจักรวาลอันกว้างใหญ่ ลอยคว้างไร้ทิศทางในห้วงอนันต์ เป็นเพียงธุลีอันไร้ค่าที่การมีอยู่ไม่ต่างอะไรจากความไม่มี ล่องลอยอย่างโดดเดี่ยวสู่ความดำมืดไร้ที่สิ้นสุด...”

ยอดวิวรวม

427

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


427

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : 0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 ธ.ค. 60 17:44 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Merry Christmas จ้าทุกคนนนนน

วันพิเศษแบบนี้มันก็ต้องมีอะไรพิเศษๆ แบบ 1-shot short story สุดอบอุ่นหัวใจ (?) มาให้อ่านสิเนาะ


ที่มาของเรื่องก็บรรเจิดมาจากข่าวนี้เลย >> คลิก (ลิ้งค์ภาษาไทย > คลิก)

หวังว่าทุกคนอ่านแล้วจะมีความสุขเหมือนตอนเราแต่งเน้อออ



สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า...

" I want you much closer than this. "







" We are so much better...

when we are not together."

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 25 ธ.ค. 60 / 17:44

บันทึกเป็น Favorite



 

SOLAR  SHIDAE

&

SOSHI  SYSTEM 


After 11 Years In Exile, Pluto Could Become A Planet Again!?

 

 

 

 

 


 

คุณเคยได้ยินเรื่องราวต่อไปนี้มั้ย?


ไม่สิ...คุณต้องเคยได้ฟังมาเป็นแน่


งั้นผมขอถามใหม่


คุณยังจำเรื่องราวต่อไปนี้ได้มั้ย?

 



มันไม่ใช่นิทานปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมา ไม่ใช่ตำนานประหลาดมหัศจรรย์ ไม่ใช่เทพนิยายสุดเพ้อฝัน  หากแต่เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเอกภพของเรา  ข้อเท็จจริงที่ว่า ในซอกหลืบเล็กๆ ของจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลเกินจินตนาการแห่งนี้  ยังมีดาวฤกษ์ผู้อบอุ่นนามพระอาทิตย์ และเหล่าลูกๆ ดาวนพเคราะห์แสนน่ารักของเขาอยู่


พระอาทิตย์ไม่เหมือนดาวฤกษ์ดวงอื่นๆ ตรงที่มีประกายแสงไม่ใช่สีเหลืองหรือสีแดง หากแต่เป็นสีชมพู แม้จะแปลกประหลาดไปสักนิด แต่ก็ต้องขอยอมรับว่า ช่างเป็นสีชมพูที่งดงามเหลือเกินในความคิดของผมผมรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้มอง รู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ


เพราะว่านี่...คือ บ้านของผม



ใช่แล้ว ผมอาศัยอยู่ในมุมเล็กๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็นของระบบสุริยะอันแสนสุขแห่งนี้ แม้ว่าผมจะเพียงเป็นชิ้นส่วนที่แตกสลายและถูกทอดทิ้งตามกาลเวลาอันถูกลืมเลือนไปแล้วก็ตาม




ลำพังพระอาทิตย์ดวงเดียวคงไม่สามารถมาเติมเต็มช่องว่างมหาศาลที่กัดกินจิตใจของผมได้  ต้องขอบคุณที่ท่านเมตตาพาเหล่าขบวนลูกๆ ที่น่ารักมาทักทายและเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ เพียงเพื่อถมพื้นที่อันว่างเปล่าเหล่านั้น ผมยอมรับพวกเธอเข้ามาอยู่ในใจในเวลาอันแสนสั้น



เริ่มจากคุณดาวพุธสุดไฮเปอร์ ที่ชอบเล่นสนุกและวิ่งซนไปรอบๆ จนคุณพระอาทิตย์เวียนหัว แม้จะแก่นเซี้ยวเหมือนเด็กผู้ชาย ชอบทำอะไรเฟลๆ ตลกๆ ให้ทุกคนหัวเราะ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นที่พึ่งพาและไว้วางใจได้ทุกครั้งที่มีปัญหา เพราะความที่อยู่ใกล้พระอาทิตย์ที่สุดกระมังที่ทำให้พื้นผิวของคุณดาวพุธคล้ำกว่าใครเพื่อน แต่ถึงกระนั้น ความงดงามของเธอกลับเปล่งประกายยิ่งกว่าไข่มุกดำเม็ดงามสุดล้ำค่าแห่งท้องสมุทร


ถัดมาคือคุณดาวศุกร์พี่ใหญ่ใจดีที่คอยดูแลน้องๆ ทั้งแปดอยู่ห่างๆ คอยตักเตือนทุกครั้งเมื่อเห็นใครทำความผิด เพราะความเป็นพี่คนโตนี่เองที่ทำให้คุณดาวศุกร์มักจะคาดหวังกับตัวเองไว้สูงลิ่วและจริงจังกับทุกสิ่งทุกอย่างจนบางครั้งก็ออกจะมากเกินไป แต่ถึงกระนั้น พอบทจะรั่วก็รั่วอย่างกู่ไม่กลับจนทำเหล่าน้องๆ ส่ายหน้าไปตามๆ กัน  แม้จะเป็นคนที่ชอบเก็บปัญหาไว้ในใจไม่บอกใคร แต่ก็ไม่ใช่คนเสแสร้ง เป็นคนหนึ่งที่ปากตรงกับใจอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว


ข้างๆ กันคือคุณดาวโลกตัวเล็กน่ารักที่แม้จะมีขนาดใกล้เคียงกับคุณดาวศุกร์จนโดนทักว่าเป็นฝาแฝดกันบ่อยๆ แต่กลับมีบุคลิกที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว เธอเป็นดาวประเภทร่าเริงสดใสและคอยมอบรอยยิ้มให้แก่คนที่อยู่รอบข้างอยู่เสมอ แต่อย่ายอมให้ความน่ารักเหล่านั้นหลอกตาคุณได้ เพราะนิสัยที่แท้จริงของเธอน่ะอย่างกับตาแก่โรคจิตที่ชอบลวนลามสาวๆ นี่คงเป็นจุดร่วมเดียวที่ผมพอจะนึกออกของฝาแฝดจอมลามกนี่ ฉะนั้น เวลาคุณเจอกับสองคนนี้ก็ระวังช่วงล่างเบื้องหลังไว้ให้ดี ผมเตือนคุณแล้ว..


และที่ขาดไปไม่ได้เลยคือคุณดาวอังคารที่แม้จะมีสีแดงแต่กลับชื่นชอบสีชมพูเป็นชีวิตจิตใจ ของทุกอย่างที่เป็นสีชมพูล้วนถูกผูกขาดให้เป็นของเธอเพียงผู้เดียว จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าสาเหตุที่ทำให้คนสติดีๆ อย่างเธอยอมอยู่ร่วมกับคนบ้าอย่างพวกเราเป็นเพราะสีชมพูอันน่าหลงใหลของคุณพระอาทิตย์รึเปล่า.. เสน่ห์ของเธอคือรอยยิ้มพิฆาตที่มัดใจใครต่อใครมานับไม่ถ้วน ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่าผมเองก็ตกเป็นหนึ่งในนั้นอย่างสมัครใจยินดี


แล้วก็มาถึงดาวที่อยู่กึ่งกลางของระบบในที่สุด เธอมีนามให้เรียกเพราะๆ ว่า คุณดาวพฤหัส (ไม่มีบดีเพราะเธอไม่ใช่คนไม่ดี) ด้วยขนาดที่ใหญ่โตกว่าชาวบ้านทำให้เธอถูกมองเห็นได้ชัดกว่าใคร แต่กระนั้น ตัวเธอที่สูงใหญ่กลับทำตัวไม่เป็นจุดเด่นและผสมกลมกลืนไปกับพวกเราเป็นอย่างดี เธอเป็นเหมือนอิมัลสิฟายเออร์ที่ผสมคอลลอยด์อย่างพวกเราให้เป็นอิมัลชันเนื้อเดียวกัน มุขตลกที่ไม่เป็นสองรองใครของเธอผู้เป็นถึงหนึ่งในสมาชิกของแก๊งสามช่าช่วยผ่อนคลายบรรยากาศแปลกๆ ให้ดีขึ้นได้เสมอ


ดาวลำดับที่หกคือคุณดาวเสาร์ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือขจรไกลเพราะวงแหวนอันสวยงามของเธอ แต่เธอที่ไม่สนใจและยึดติดกับความงามนั้นกลับแสดงภาพลักษณ์ตลกเฮฮา บ้าและไร้สติไม่แคร์สื่อ จนถูกจับยัดเข้าไปในแก๊งสามช่า มันช่างขัดกับใบหน้าอันงดงามราวกับเทพธิดานั้นเหลือเกิน แต่ถึงกระนั้น ในเสี้ยวหนึ่งของความคิด ผมกลับมองเห็นถึงความขี้อายและความไม่มั่นใจในตัวเองของเธอผ่านทางรอยยิ้มกว้างที่เธอฉาบไว้เสมือนเป็นฉากบังหน้า แต่ความคิดเหล่านั้นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะสดใสที่ดังแว่วมาจากเธอทุกครั้งยามที่พวกเราเล่นสนุกอยู่ด้วยกัน


และก็มาถึงสมาชิกคนสุดท้ายของแก๊งสามช่าซึ่งก็คือคุณยูเรนัส หรือสมญานาม ดาวมฤตยู ที่ได้มาจากอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ ไม่สามารถคาดเดาได้ของเธอ แม้ใครๆ จะบอกว่าเสน่ห์ของคุณยูเรนัสคือลีลาการหมุนอันงดงามและมุขตลกเรียกเสียงหัวเราะ แต่ที่ผมยอมรับชื่นชมนั้นกลับเป็นปฏิภาณไหวพริบและความคิดอันแสนล้ำลึกที่ผมตามไม่เคยทันของเธอ 


ที่น่าประหลาดใจ(แต่ก็พอยอมรับได้)คือ คนอารมณ์ร้อนอย่างคุณยูเรนัสมีเพื่อนสนิทเป็นคนใจเย็นสมชื่อดาวสมุทรอย่างคุณเนปจูน เธอยึดมั่นในกฎเกณฑ์จนบางครั้งผมก็รู้สึกอึดอัดอย่างช่วยไม่ได้กับความเจ้าระเบียบนั้น แม้จะเป็นน้องเล็ก แต่ความคิดและการกระทำของเธอกลับดูเป็นผู้(เป็นคน)ใหญ่กว่าใครหลายๆ คน


และมาถึงดาวสุดท้ายคือคุณพลูโต คุณดาวยมคืออีกชื่อหนึ่งของเธอที่ผมไม่ยักชอบมันเท่าไร สาเหตุหลักๆ ก็คือแม้ภายนอกเธอจะดูเฉยเมยจนถึงขั้นเย็นชาไร้ความรู้สึก แต่ถ้าคุณได้มารู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอเช่นเดียวกับผม คุณจะต้องมองเธอใหม่ เพราะว่าแท้จริงแล้ว ความเย็นชาเหล่านั้นเป็นเพียงแค่กำแพงบางๆ ที่เธอสร้างไว้เพื่อแอบซ่อนความอ่อนไหวภายในใจ คนที่แคร์คนอื่นยิ่งกว่าใครแต่กลับแสดงห่วงใยนั้นไม่เป็น รูปลักษณ์นั้นทำให้เธอช่างโดดเดี่ยวและน่าสงสารเหลือเกิน...

 





จากที่อธิบายไปคร่าวๆ ในเบื้องต้น จะเห็นได้ว่านิสัยของพวกเรานั้นต่างกันสุดขั้วอย่างที่ไม่น่าจะเป็นเพื่อนกันได้  แต่คงเป็นเพราะความแตกต่างนั้นกระมังที่คอยเติมเต็มช่องว่างให้แก่กันและกัน  ผมพบว่าพวกเราเข้ากันได้เป็นอย่างดีแม้เพียงเวลาสั้นๆ ราวกับว่า เราเกิดมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดหายของกันและกัน


แน่นอนว่าการอยู่ร่วมกันย่อมนำความขัดแย้งกระทบกระทั่งกันมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  พวกเราเองก็ยังเป็นแค่เด็กน้อยที่ทะเลาะกันในบางครั้งที่มีเรื่องไม่ได้ดั่งใจ ทุ่มเถียงกันในบางคราเพราะความเห็นที่แตกต่าง  แต่ในทุกครั้งก็จะมีคุณพระอาทิตย์ผู้แสนใจเย็นคอยรับฟังปัญหาของพวกเราอย่างตั้งใจ  และยอมเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเจรจาจนพวกเรากลับมาคืนดีกันอีกครั้ง


ไม่ว่าจะทะเลาะกันหนักแค่ไหน พวกเราก็ยังกลับมาหัวเราะด้วยกันได้อีกเสมอ... เล่นสนุกด้วยกัน ทะเลาะกัน คืนดีกัน และกลับมาหัวเราะด้วยกันอีกครั้ง คือวัฏจักรที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ของพวกเรา จนในห้วงหนึ่งของขณะจิต ผมเผลอหลงคิดไปว่า มันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป...





รอยยิ้มและคราบน้ำตาเหล่านั้นเป็นดังสายใยเล็กๆ ที่สอดผสานถักทอกันจนกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา แต่สัมผัสและรับรู้ได้ด้วยใจ เป็นสิ่งต้องอาศัยเวลา ความอดทน ความเข้าใจและการให้อภัยกัน ทำให้สิ่งนั้นไม่สามารถถูกสรรสร้างขึ้นมาได้เพียงแค่ในชั่วข้ามคืนหรือถูกทำลายลงง่ายๆ ได้ในชั่วพริบตา สิ่งมหัศจรรย์พันลึกที่ผมเรียกมันว่า มิตรภาพและความผูกผัน


เมื่อเวลาผันผ่าน เหล่าดาวเคราะห์ที่เติบใหญ่ขึ้นทุกวันก็เสริมสร้างแรงดึงดูดจนมากพอที่จะมีดาวบริวารเป็นของตัวเอง ดาวบริวารเหล่านั้นต่างชื่นชมในความงดงาม และหลงใหลในความมีเสน่ห์ของพวกเธอ พวกเขาต่างติดตามและเฝ้ามองพวกเธอที่กำลังเบ่งบานและเปล่งประกายงดงามยิ่งกว่าแสงใดๆ อยู่ใกล้ๆ พร้อมทั้งยังเป็นดังกระจกสะท้อนแผ่อาณาเขตของรังสีขจรไกล จนไปกระทบตาของเหล่าดาวหางช่างจับผิดที่บังเอิญโคจรผ่านมาให้หันมามองความงดงามของประกายแสงเหล่านั้นด้วยความสงสัย รวมทั้งยังเรียกความสนใจจากเหล่าอุกกาบาตผู้ไม่หวังดี จนเกิดความอิจฉาก่อนจะตกตะกอนกลายเป็นความริษยา จ้องจะทำลายความงามบริสุทธิ์นั้นให้มอดไหม้



เหล่าดาวเคราะห์ผู้น่าสงสารถูกโจมตีอย่างหนักจากความเกลียดชังอันรุนแรงเหล่านั้น มันช่างเป็นช่วงเวลาอันยากลำบากแสนสาหัสเหลือเกินสำหรับพวกเธอที่ยังอ่อนเดียงสา ดวงจันทร์ที่เฝ้าดูอยู่อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความสงสารจับใจ ก่อนจะค่อยประคองให้ดาวเคราะห์ลุกขึ้นพร้อมทั้งปลอบประโลมพวกเธอที่ยังตัวสั่นเทาจากฝันร้าย


“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เธอยังมีฉันอยู่ข้างๆ เสมอนะ”


ในท้ายที่สุด เหตุการณ์ร้ายๆ ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี เพราะความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและกำลังใจจากเหล่าดวงจันทร์บริวารผู้ซื่อสัตย์และภักดีที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ ต่อแต่นี้ไป เหล่าดาวนพเคราะห์จะไม่ใช่เด็กน้อยคนเดิมที่ยอมให้ใครมารังแกได้อีกแล้ว พวกเธอจะเข้มแข็งขึ้น จะไม่ร้องไห้ให้กับมันอีกต่อไป จะใช้ความผิดพลาดเป็นบทเรียนก้าวข้ามไปสู่วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ความแข็งแกร่งเหล่านั้นเป็นดังชั้นบรรยากาศที่คอยปกป้องไม่ให้เหล่าอุกกาบาตกลับมาทำร้ายพวกเธอได้อีกเป็นครั้งที่สอง ต่อไปนี้จะไม่มีใครสามารถฉุดรั้งพวกเธอได้อีกแล้ว...


แต่เป็นผมเองที่คิดผิด...





การถูกถอดออกจากการเป็นดาวเคราะห์ของคุณพลูโตได้สร้างรอยแตกร้าวลงในใจอันบอบช้ำของผมไว้...


ท่ามกลางความสับสนและเสียใจ ผมกล่าวโทษพลูโตที่ทอดทิ้งเราไปราวกับไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน ผมสาปแช่งทุกคนที่ทำให้พวกเราไม่เหมือนเดิม ผมเกลียดดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงไปไม่ถึงเธอที่กำลังหนาวเหน็บแต่กลับมอดไหม้ตัวผมที่อยู่ใกล้ ผมกรีดร้องและร้องไห้ดังคนเสียสติ





นี่สินะจุดจบของพวกเรา...









 

“ไม่ใช่หรอก นี่ยังไม่ใช่จุดจบ”


ดาวศุกร์เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางดวงตาอันพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตาของผม 


“เธอไม่ได้จากเราไปไหน ยังคงอยู่ในระบบสุริยะเช่นเคย พวกเรายังเป็นเหมือนเดิม”


แต่ดาวนพเคราะห์ที่ไม่มีเก้าดวงจะเรียกว่าเหมือนเดิมได้ยังไง?’ ผมถามกลับ คุณเนปจูนได้แต่ส่ายหน้าให้กับความคิดอันอ่อนต่อโลกของผม ก่อนจะอธิบายต่อด้วยเสียงอันอ่อนโยน


“แม้จะไม่ได้เรียกว่าดาวเคราะห์แล้ว แต่ก็มีอีกหลายอย่างในระบบสุริยะนี้ไม่ใช่หรือที่มิได้เป็นดาวเคราะห์แต่ก็ยังโคจรรอบดวงอาทิตย์”


“พลูโตไม่ได้จากไปไหน เธอแค่มีเป้าหมายที่เปลี่ยนไป เธอจึงเลือกเดินเส้นทางที่ต่างกัน แม้จะเป็นจากที่ที่ไกลแสนไกล แต่เธอก็ยังโคจรรอบพวกเราอยู่”


ดาวอังคารสำทับขึ้นด้วยเสียงอันดังก้อง ราวกับเธอเองก็กำลังบังคับตัวเองให้เชื่อในคำพูดนั้นอยู่ ดาวโลกเองที่ยังคงเศร้าไม่แพ้กันเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ


“ถ้าเธอเหนื่อยหรือท้อ เธอจะโคจรกลับมาที่ ‘'บ้าน  ของเราเอง”





แม้จะยังมีคำถามในใจอีกมากมาย แต่ผมก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก... แม้ตอนนี้จะยังโศกเศร้า แม้ตอนนี้จะยังไม่เข้าใจ แต่ผมเชื่อว่า ผมจะสามารถกลับมามอบยิ้มจากใจให้กับเส้นทางใหม่ที่คุณพลูโตเลือกได้ในอนาคตข้างหน้า



เวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง...

 








 

เมื่อผมเติบใหญ่ขึ้น ผมได้เรียนรู้ว่า ดาวทุกดวงล้วนมีเส้นทางของตัวเอง ดาวที่อยู่ใกล้กันเกินไปมีแต่จะทำลายซึ่งกันและกัน ดาวที่เอาแต่โคจรซ้ำรอยเดิมก็จะไม่พัฒนาเพราะไม่ได้พบเจอสิ่งแปลกใหม่ และดาวที่อยู่นิ่งก็มีแต่ดาวที่ตายแล้ว... 




บางที..การเลือกที่จะอยู่กับคนที่รักก็ไม่ได้ทำให้เราเติบโตขึ้น





ต่อจากนี้... ไม่ว่าดาวเคราะห์ดวงใดจะเลือกเส้นทางที่ต่างออกไปจากเดิม ผมก็จะเคารพทุกการตัดสินใจของพวกเธอโดยไร้ข้อกังขา

 

ผมจะเฝ้ารอฟังการผจญภัยในอีกขอบจักรวาลของคุณดาวอังคาร จะกล่าวคำแสดงความยินดีกับเส้นทางใหม่ของดาวพฤหัส และตั้งหน้ารอชื่นชมความสำเร็จของคุณเนปจูน จากที่ตรงนี้ จาก บ้านของเราเสมอ...





พวกเธอมิได้จากไปไหน เพราะอย่างน้อยพวกเธอก็จะอยู่ในใจของผมเสมอ หรือหากแม้วันใดที่ผมล่องลอยออกไปในที่ที่ไกลแสนไกล ผมเชื่อว่าแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์มีพลังมากพอที่จะดึงดูดพวกเราที่กำลังไล่ตามความฝันและกระจัดกระจายออกไปไกลให้กลับมาเจอกันได้อีกครั้ง


 

แม้จะเป็นในนิยามที่ต่างออกไป แต่มันก็เป็นไปได้มิใช่หรือที่พลูโตจะกลับมาเป็นดาวเคราะห์ได้อีกครั้ง? ผมเชื่อว่า...วันที่รอคอยนั้นจะต้องมาถึง  ในสักวันหนึ่ง...ในสักจักรวาลหนึ่ง...



- Till we meet again –






THE  END


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Jus†away จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 มกราคม 2561 / 11:02
    การวางเนื้อเรื่อง ตัวละครรวมทั้งการใช้คำ 
    มันเป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ เป็นฟิคที่ซึ้งกินใจเหลือเกิน 
    อ่านไปนึกภาพตาม ยิ่งอ่านยิ่งเห็นภาพ
    ขอบคุณนะไรต์
    #1
    0