[B.A.P] 'till the end : แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น [END]

ตอนที่ 8 : I'll beside you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    7 ต.ค. 61





“หากหัวใจของเจ้ากล้าแกร่งพอที่จะตอบรับความเจ็บปวด  เจ้าจะมีลมหายใจต่อไป แต่ถ้าไม่ ... ความเจ็บปวดนี้จะไม่ทำให้เจ้าทุกข์ทรมานอีกต่อไป”








ชายหนุ่มนอนตะแคงกายยกมือยันศีรษะอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ สายตาคมโลมไล้ไปทั่วใบหน้าขาวเนียนละเอียดของคนที่กำลังหลับใหลอยู่ข้างกาย



เมื่อคืนที่ผ่านมา ในความมืดมิดเขาไม่อาจเห็นใบหน้าของบลัดผู้งดงามตนนี้ได้อย่างชัดเจน จนเมื่อยามอรุณรุ่งที่เผยใบหน้าของอีกฝ่ายให้เขาเห็นเต็มตา 



ยงกุกไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า คนที่เขาตามไล่ไขว่คว้ามาเกือบทั้งชีวิต กำลังนอนอยู่ใกล้ๆ เขาตรงนี้



แค่เอื้อมมือไปก็สัมผัสได้



ราวกับความฝันที่กลายเป็นจริง



แค่เพียงคิด หัวใจก็เต้นอย่างรุนแรงไปด้วยความรู้สึกอันท่วมท้น



ยงกุกลากไล้ข้อนิ้วชี้ลงบนแก้มขาว ที่เขาคิดว่าน่าสัมผัสกว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้



ใบหน้าที่เขาฝันถึงทุกยามค่ำคืน ....จนมิอาจลืมเลือน








"อืม"



คนที่กำลังหลับส่งเสียงหงุดหงิดในลำคอพลางพลิกกายหันใบหน้าหนีไปยังอีกฝั่ง เมื่อถูกใครอีกคนก่อกวนการนอนหลับพักผ่อนของเขา

     


ยงกุกได้โอกาสขยับแทรกกายเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา ใช้ร่างกายเปลือยเปล่าบดเบียดแนบชิด



"อย่าคิดว่าผมจะไม่ทำอะไรคุณ เพียงเพราะคุณเป็นวูล์ฟหรอกนะ"



คนถูกคุกคามกล่าวเสียงแหบในลำคอด้วยน้ำเสียงไม่พอใจที่กำลังถูกก่อกวนในเวลานอน เขารู้สึกว่าเกินไปแล้ว เจ้ามนุษย์หมาป่าตัวโตนี่ไม่คิดจะให้เขาหยุดพักผ่อนบ้างหรือไงนะ เขาพึ่งจะได้หลับตาลงเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมาเอง



"แต่ถ้าคุณลองให้ผม ทำ บ้าง ผมอาจจะคิดดูใหม่นะ"



ฮิมชานแกล้งพูดดักคออีกฝ่าย เมื่อรับรู้ถึงปลายนิ้วร้อนที่กำลังลากไล้ไปตามแนวกระดูกสันหลังของเขาลากยาวมาจรดลงที่บ้้นเอว



"หึ"



ทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมสีดำสนิทเปิดขึ้นทันที พลางส่งข้อศอกกระทุ้งคนที่กำลังเบียดร่างกายที่ร้อนผ่าวแนบกับแผ่นหลังเย็นเฉียบของเขา สะโพกกลมเริ่มรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่ดุนดันบดเบียด



"ถ้าคุณยังทำตัวเป็นหมาหื่นแบบนี้ ผมอาจจะกินเลือดคุณจนตายด้วยความหงุดหงิดก็ได้นะ"



"ถ้าอย่างนั้นก่อนตาย ผมขอกินคุณให้อิ่มก่อนได้ไหม....ที่รัก"



ฮิมชานยอมรับว่า เสียงทุ้มต่ำของอีกคนที่กระซิบข้างหูนั้นมีเสน่ห์จนทำเอาหัวใจของเขาเต้นแรงอยู่ไม่น้อย



"ผมคงต้องกลับแล้วล่ะ"



ฮิมชานตัดสินใจผุดลุกขึ้นจากเตียง ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องเป็นเหยื่อรองรับอารมณ์ของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน ผ้าห่มผืนใหญ่ก็เลื่อนไหลลงมากองที่ช่วงเอวเผยผิวกายที่ขาวเนียนไร้ร่องรอยใดๆ ที่อีกคนฝากฝังไว้อย่างรุนแรง



ฮิมชานกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องนี้ เขาไม่คิดว่าวูล์ฟในร่างตำรวจคนนี้ จะมีเงินมากมายถึงขนาดเป็นเจ้าของเพ้นท์เฮ้าส์หรูหราใจกลางเมืองย่านนี้ได้ และเมื่อคืนเขาก็บ้ามากที่ยอมให้อีกฝ่ายใช้งานร่างกายของเขาอย่างหนักหน่วง จนสุดท้ายก็มาจบกันที่เพ้นท์เฮ้าส์ของอีกฝ่าย



"ผมจะไปหาอะไรให้คุณกินก่อน...อืม...ผมหวังว่าห้องครัวของผมจะยังใช้งานได้อยู่นะ



ยงกุกผุดกายลุกขึ้นนั่งเคียงข้างคนตัวขาว มือหนาขยี้ลงบนเรือนผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มของตนเอง พลางใช้สายตาคมกวาดมองไปทั่วห้องที่เละเทะระเนระนาด เฟอร์นิเจอร์แทบทุกชิ้นภายในห้องนอนแตกหักชำรุด กำแพงบางจุดแตกร้าวจนปูนหลุดออกเป็นชิ้น



ไม่เว้นแม้กระทั่งขาเตียงนอนที่เขาสองคนกำลังนั่งอยู่ก็หักออกทั้งสี่ข้าง เพียงเพราะว่ามันไม่สามารถรองรับความร้อนแรงของเขาทั้งคู่ได้



ฮิมชานพิจารณารูปร่างของชายหนุ่มที่กำลังก้มลงหยิบกางเกงนอนขายาวมาสวมใส่ ร่างกายช่วงบนเปลือยเปล่าอวดรอยสักสีเข้มหลายแห่ง ถึงแม้รูปร่างจะไม่ได้แตกต่างจากเขาสักเท่าไหร่นัก แต่กลับดูกำยำน่าหลงใหล ยิ่งในตอนที่ชายหนุ่มกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า ....



บทรักก็ร้อนแรง จนอิ่มเอม









“ผมขอยืมเสื้อผ้าของคุณหน่อยนะ”



“อืม หยิบเอาตามสบายเลย”



ฮิมชานถอนหายใจเมื่อได้ยินคำอนุญาตจากอีกฝ่ายที่ตะโกนบอกมาจากอีกห้องหนึ่ง ปกติเขาเป็นคนที่ไม่คิดจะใช้เสื้อผ้าร่วมกับคนอื่น แถมเป็นคนที่พึ่งรู้จักกันไม่ทันข้ามวันด้วยแล้ว เขายิ่งรู้สึกแปลกๆ



หลังจากอาบน้ำเรียบร้อย ฮิมชานก็เดินเข้าไปห้องแต่งตัวที่ค่อนข้างใหญ่ ภายในห้องมีเสื้อผ้าจำนวนมากถูกจัดเก็บไว้อย่างดี เสื้อผ้านั้นมีหลากหลายระดับ ทั้งแบบราคาถูกที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านริมทาง จนถึงเสื้อผ้าหรูหราราคาแพงที่สั่งตัดเป็นพิเศษจากห้องเสื้อชั้นนำในต่างประเทศ



“ตาหมาหื่นนี่ก็รสนิยมดีเหมือนกันนี่นา”



สุดท้ายฮิมชานก็ตัดสินใจเลือกหยิบเพียงเสื้อยืดคอกลมสีดำธรรมดากับกางเกงยีนส์ขายาวสีซีด และกางเกงบ๊อกเซอร์ขาสั้นสีเทาเท่านั้น หลังจากแต่งตัวเรียบร้อย ฮิมชานก็เดินออกไปตามหาเจ้าของเพ้นท์เฮ้าส์แห่งนี้ทันที



ยงกุกกำลังยกอาหารวางลงบนเคาน์เตอร์ครัวที่มีเก้าอี้บาร์ทรงสูงวางอยู่ ทันทีที่เขาเห็นฮิมชานเดินเข้ามาในห้องครัว เขาก็ถึงกับหยุดยืนนิ่ง



ยงกุกไม่คิดว่า อีกฝ่ายจะดูอ่อนวัยขนาดนี้ เพียงแค่แต่งกายด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา ก็กลายกลับเป็นว่าเหมือนเขากำลังล่อลวงเด็กนักศึกษาอย่างไรอย่างนั้น



น่ารัก...



น่ารักเป็นบ้า







“คุณจะจ้องอะไรผมนักหนา”



ฮิมชานเดินเข้ามาทิ้งกายนั่งลงบนเก้าอี้ตัวสูง มองอาหารเช้าอย่างง่ายๆ อย่างไข่ดาว แฮม และขนมปังปิ้ง แค่นี้ก็เรียกความหิวโหยจากร่างกายของเขาที่ใช้พลังงานไปไม่น้อยได้อย่างดี



“คุณอายุเท่าไหร่”



“หืม .. คุณลืมไปหรือเปล่า ว่าผมเป็นบลัด”



ยงกุกเดินมานั่งลงบนเก้าอี้อีกฝั่งของเคาน์เตอร์บาร์ เคาน์เตอร์นี้มีความกว้างไม่มากนัก แต่ก็กว้างพอที่จะสามารถวางอาหารจานเดียวของทั้งสองฝั่งได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัด



ยงกุกชอบนั่งกินอาหารในห้องครัวมากกว่า เขาไม่ชอบกินข้าวบนโต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่อีกห้องหนึ่ง เพราะคิดว่าโต๊ะมันกว้างเกินไป จนรู้สึก...เหงา



“เอ่อ ... ผมหมายถึงว่า คุณอยู่มานานแค่ไหน”



“ผมอยู่มานานจนคุณนึกไม่ถึงทีเดียวเลยล่ะ”



ยงกุกทันมองเห็นความโศกเศร้าฉายแววในดวงตากลมสวยของอีกฝ่ายเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตากลมนั้นจะเสหันไปมองทางอื่น ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ยงกุกอดไม่ได้ที่จะเอื้อมไปไล้หลังมือลงบนแก้มขาวที่เย็นเฉียบ จนอีกคนต้องหันกลับมามองด้วยความประหลาดใจ



 “เหนื่อยไหม”



“…………...”



เหงาหรือเปล่า”



“.................”



คำถามธรรมดาๆ ของชายหนุ่มแปลกหน้า กำลังทำให้ความรู้สึกที่อัดอั้นภายในหัวใจของฮิมชานล้นเอ่อออกมา ทั้งๆ ที่สมองของเขากำลังขาวโพลนว่างเปล่า เขาไม่รู้ตัวว่าอีกฝ่ายเดินอ้อมมาดึงเขาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดตั้งแต่เมื่อไหร่



ฮิมชานจำได้เพียงแค่เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบดั่งคำสัญญาที่ข้างหูของเขา



“ได้โปรดวางทุกอย่างไว้ให้เป็นหน้าที่ผม ให้ผมเป็นทุกอย่างของคุณ ผมจะแบกรับความยากลำบากและความเหน็ดเหนื่อยแทนคุณเอง ... ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเพื่อชดเชยความเหงาที่คุณมีในช่วงชีวิตที่ผ่านมา”







...................................





วันนี้แดฮยอนรู้สึกไม่สบายตัวอย่างบอกไม่ถูก หมาป่าตัวใหญ่เดินงุ่นง่านไปมาอยู่รอบห้อง รอผู้เป็นเจ้านายอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวเข้านอนในยามสาย



ในตอนที่แดฮยอนมาอยู่กับยองแจช่วงแรกๆ แดฮยอนเคยเข้าใจผิดคิดว่าเผ่าพันธุ์บลัดใช้ชีวิตในช่วงกลางคืนและนอนหลับพักผ่อนในช่วงกลางวัน แตกต่างจากเผ่าพันธุ์อื่นๆ



แต่ทว่า กลับมีเพียงยองแจคนเดียวเท่านั้นที่ใช้ชีวิตเช่นนี้ เพราะแดฮยอนยังเห็นว่าบลัดตนอื่นๆ ยังใช้ชีวิตช่วงเวลากลางวันตามปกติเฉกเช่นเผ่าพันธุ์อื่นๆ



แดฮยอนยังคงเก็บความสงสัยไว้ในใจจวบจนทุกวันนี้



ดวงตาสีเทาเข้มของหมาป่ามองทอดยาวไปยังสวนกุหลาบหน้าบ้าน เขาแลเห็นอึนบียืนสั่งงานคนสวนอยู่ท่ามกลางแสงแดดสว่างจ้าเหมือนเดิมเช่นทุกวัน เดือนนี้เข้าสู่ฤดูร้อนของเมืองนี้แล้ว อากาศแม้จะไม่ร้อนจัดแต่ก็ไม่เหน็บหนาวเย็นเยือกเหมือนเช่นเคย



แดฮยอน ขึ้นมานอนได้แล้ว



แดฮยอนหันไปมองตามเสียงเรียกของยองแจ เรือนร่างบอบบางที่เริ่มมีส่วนโค้งเว้าราวกับเด็กสาวแรกรุ่นสวมอยู่ในชุดนอนแบบกระโปรงเนื้อผ้าบางเบา บางครั้งแดฮยอนก็ไม่เข้าใจว่าคนตัวเล็กจะต้องใส่ชุดนอนทำไม ในเมื่อยามนอนได้ไม่นานชุดนอนเนื้อบางเบานี้ก็ต้องถูกเจ้าของถอดออกไปด้วยความรำคาญอยู่ทุกครา



ยองแจนั่งอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ ดวงตาทั้งสองข้างฉ่ำปรอยง่วงงุน แขนทั้งสองข้างอ้ากว้างหวังจะให้เจ้าหมาป่าตัวใหญ่กระโดดขึ้นมาบนเตียง เพื่อส่งเขาเข้านอนในอ้อมกอดเช่นเคย เขาชอบขดตัวซุกไออุ่นจากเจ้าหมาป่าตัวใหญ่ในยามหลับใหล เพราะทำให้เขารู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจเมื่อได้อยู่กับแดฮยอน





เปรี๊ยะ





กรรรร………”





ชั่วขณะที่แดฮยอนกำลังจะกระโจนขึ้นไปบนเตียงของยองแจ อยู่ๆ ร่างกายของเขาก็เจ็บปวดดังถูกไฟช๊อตอย่างแรงไปทั่วทั้งร่าง กล้ามเนื้อทุกส่วนสัดไร้เรี่ยวแรงราวกับกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างกำยำทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที



แดฮยอนได้ยินเสียงร้องเรียกจากยองแจซ้ำไปซ้ำมาในตอนที่เขากำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดในร่างกาย ใบหน้างดงามของยองแจกำลังเต็มไปด้วยคราบน้ำตาเพราะความตกใจ เสียงร้องไห้พร่ำถามด้วยความเป็นห่วงหลายประโยคที่แดฮยอนจับใจความไม่ค่อยได้



แม้จะเห็นน้ำตาของยองแจที่ร่วงหล่นด้วยความเป็นห่วงมากแค่ไหน แม้เขาอยากจะเอื้อมมือไปโอบกอดปลอบใจยองแจมากเพียงใด เขานั้นก็ไม่อาจจะทำได้ เพราะแค่จะควบคุมร่างกายของตนเองในตอนนี้เขายังทำไม่ได้



แดฮยอนกำลังถูกความเจ็บปวดเข้าจู่โจมทั่วร่างจนแทบจะขาดใจ ราวกับว่าร่างกายนี้เหมือนไม่ใช่ร่างกายของเขา ความเจ็บปวดทำให้เขาถึงกับต้องดิ้นทุรนทุรายไปกับพื้นพรมผืนหนา



ยองแจตัวสั่นเทาไปด้วยความตื่นตกใจ คนตัวเล็กทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นแดฮยอนลงไปนอนบิดกายด้วยความเจ็บปวดบนพื้น ยองแจไม่รู้ว่าความเจ็บปวดนี้มากมายแค่ไหน ถึงกับทำให้เจ้าหมาป่าตัวใหญ่ที่เคยเข้มแข็งต้องล้มลงทรุดไปกับพื้น



สองมือเล็กลูบไล้ไปตามร่างกายของหมาป่าตัวใหญ่ เพื่อค้นหาบาดแผลหรือร่องรอยต้นเหตุแห่งความเจ็บปวด แต่ยองแจกลับพบว่าร่างกายของแดฮยอนที่เคยอุ่นร้อนดั่งไฟกลับเย็นเฉียบจนยองแจรู้สึกตกใจ



ตั้งแต่แดฮยอนมาอยู่กับยองแจ แดฮยอนไม่เคยมีอาการเจ็บป่วยให้ยองแจเห็นเลยสักครั้ง



แต่ในตอนนี้ ….



แดฮยอนรอก่อนนะ แจแจจะรีบไปตามพี่อึนบีมาช่วย



เมื่อรู้ว่าตนเองช่วยแดฮยอนไม่ได้ ยองแจจึงนึกถึงคุณหมอคนที่เคยช่วยจุนฮงไว้ คนที่พี่อึนบีบอกว่าเป็นหมอที่เก่งที่สุด ไม่รอช้า ยองแจรีบวิ่งออกไปจากห้องนอนทันที ใจหวังคิดจะให้พี่เลี้ยงสาวช่วยตามคุณหมอวิเศษคนนั้นมาช่วยแดฮยอน



ยองแจไม่อยากเห็นแดฮยอนเจ็บปวด ...



ยองแจกลัวว่าจะต้องเสียแดฮยอนไป



เพราะความเป็นห่วงแต่เจ้าหมาป่า ทำให้ยองแจลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งร่างกายที่ไม่ปกติของตนเอง



ทันทีที่ยองแจก้าวลงจากบันไดโถงกลางคฤหาสน์ ประตูทางเข้าหน้าบ้านทอดยาวไปถึงสวนกุหลาบกว้างสุดสายตา คนตัวเล็กมองเห็นอึนบียืนหันหลังอยู่ท่ามกลางสวนกุหลาบ สองขาเปลือยเปล่ารีบวิ่งก้าวออกไปอย่างไม่ทันคิดพร้อมตะโกนร้องเรียกพี่เลี้ยงคนสนิท



พี่อึนบี แดฮยอน…..อ๊ะ



คุณหนู…”



ไม่ทันที่อึนบีจะเอ่ยคำร้องห้ามออกไป เธอเห็นเจ้านายตัวเล็กวิ่งถลาออกมาจากชายคาของคฤหาสน์ ใบหน้างดงามที่ตื่นตกใจแปรเปลี่ยนเป็นเหยเก ก่อนจะตามด้วยเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด



ยองแจกรีดร้องออกมาทันที เมื่อรับรู้ถึงความแสบร้อนที่กำลังแล่นพล่านไปบนผิวกายดั่งถูกไฟแผดเผา ผิวหน้าซีกขวาปวดแสบร้อนจนต้องเอามือปิดป้องไว้ ดวงตาทั้งสองข้างก็ปิดสนิทตามสัญชาตญาณ คนร่างเล็กพยายามจะหาหนทางถอยหลังกลับเข้าภายในตัวบ้านเพื่อหลบเลี่ยงแสงอาทิตย์ที่สาดแสงจ้า



แต่เพราะดวงตาที่ยังปิดอยู่ประกอบกับความเจ็บปวดแสบร้อนตามผิวกาย ทำให้ยองแจไม่รู้จะหันหน้าก้าวขาเดินไปทางทิศไหน ยิ่งยืนอยู่นานเท่าไหร่ ร่างกายก็ยิ่งถูกเผาผลาญมากเท่านั้น ก่อนจะสิ้นสติล้มลง ร่างกายก็สัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนอันคุ้นเคยที่เข้ามาปกป้องเป็นร่มเงาบดบังแสงแดดให้



คุณหนู!”



อึนบีรีบวิ่งไปหายองแจที่กำลังจะเป็นลมล้มพับลงกับพื้นตรงลานหินหน้าคฤหาสน์ แต่ก็ช้ากว่าเจ้าหมาป่าสีดำตัวใหญ่ที่กระโจนมารอรับร่างบอบบางเอาไว้ ก่อนจะพาร่างนั้นถีบตัวกระโดดขึ้นไปบนระเบียงห้องนอนที่ชั้นสามของคฤหาสน์



แดฮยอนพายองแจมาวางไว้บนเตียงนอน สายตาคมสำรวจไปตามผิวกายที่เคยขาวเรียบเนียนของยองแจ ตอนนี้ที่เรียวแขนทั้งสองข้างและลำคอเกิดแผลพุพองจนน่ากลัวไปทั่ว ผิวหน้าตรงแก้มบางส่วนแดงพองจนเหมือนผิวหนังจะหลุดลอกออกมา



เรียวแขนขาวไขว่คว้ากอดคอของแดฮยอนไว้แน่น ร่างกายเล็กที่สั่นเทิ้มจมไปกับอ้อมกอดของหมาป่าตัวใหญ่ เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเจ็บปวดของยองแจเสียดแทงเข้าไปยังขั้วหัวใจของแดฮยอนให้เจ็บปวดไม่แพ้กัน



ฮือออ... เจ็บแดฮยอน….ยองแจเจ็บ…..ฮึก….แสบไปทั้งตัวเลย….ฮือออ



อึนบีเปิดประตูห้องแล้ววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคว้าร่างของยองแจให้ออกจากอกของแดฮยอน สีหน้าตื่นตะหนกและท่าทีร้อนรนของอึนบีสร้างความฉงนให้กับแดฺฮยอนไม่น้อย



คุณหนูทำไมคุณหนูถึงวิ่งออกไป ทั้งๆ ที่คุณหนูก็รู้ว่า ตัวเองแพ้แสงแดด



สิ้นคำพูดของอึนบี แดฮยอนก็รู้สึกชาวาบไปทั่วร่าง ความสงสัยที่เคยมีก็คลายสิ้น เหลือไว้แต่ความเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าตนเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ยองแจต้องบาดเจ็บ



หมาป่ากัดฟันกรอด …..



ถ้าไม่เป็นเพราะเขา ยองแจคงไม่รีบออกไปตามให้อึนบีมาช่วย จนต้องได้รับบาดเจ็บเช่นนี้



อึนบีสำรวจเรือนร่างของเจ้านายตัวเล็กที่ได้รับบาดเจ็บ อึนบีรู้ว่ายองแจแพ้แสงแดดมาตั้งแต่เกิด เพียงแค่โดนแสงแดดกระทบลงบนผิวกาย ผิวขาวเนียนละเอียดก็จะเกิดแผลพุพองเป็นตุ่มหนองลุกลามปวดแสบร้อนไปเป็นวงกว้าง



เผ่าพันธุ์บลัดนั้นมีลักษณะพิเศษคือบาดแผลที่เกิดขึ้นกับร่างกายจะหายไปอย่างรวดเร็ว จนยากที่ใครจะทำอันตรายกับร่างกายของบลัดให้ถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกหากจะบอกว่าเผ่าพันธุ์บลัดนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอายุยืนยาวที่สุด



แต่ร่างกายของเจ้านายคนเล็กนี้กลับผิดแผกไม่เหมือนกับบลัดตนอื่นทั่วไป ถึงแม้บาดแผลอื่นจะสามารถจางหายไปได้อย่างรวดเร็วตามปกติ แต่ผิวกายที่เป็นบาดแผลจากการโดนแสงแดดเผาผลาญนั้น กลับไม่สามารถสมานตนเองให้หายดีได้เช่นแผลอื่นๆ



ข้อสำคัญ เผ่าพันธุ์บลัดไม่เคยพ่ายแพ้ต่อแสงของพระอาทิตย์ มีเพียงยองแจเท่านั้นที่เกิดมาพร้อมกับความอ่อนแอนี้



ตั้งแต่ฮิมชานรู้ว่าบุตรชายอันเป็นที่รักมีสภาพร่างกายอ่อนแอไม่ปกติ เขาก็ดั้นด้นตามหาไฮวิซซ์เพื่อหวังจะให้มาทำการรักษาบุตรชายให้หายจากโรคร้าย แต่ปรากฏว่ารักษาอยู่นานจนพ่อมดที่มารักษาจนใจ เพราะล้วนแต่ยังไม่เคยเจอบลัดที่เป็นโรคประหลาดเช่นนี้มาก่อน



ความหวังสุดท้ายที่ไฮวิซซ์ได้ให้ไว้กับคิมฮิมชานก็คือ เมื่อยองแจเติบใหญ่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ร่างกายน่าจะแข็งแรงจนมีภูมิคุ้มกันและค่อยๆ หายขาดจากโรคนี้ไปเองก็เป็นได้



แต่อึนบีก็ได้รู้แล้วว่า ความหวังที่เคยมีนั้นสูญสลายไปแล้วจากเหตุการณ์ในครั้งนี้



ยองแจอายุครบสิบห้าปีแล้ว แต่ร่างกายก็ยังคงอ่อนแอเฉกเช่นเดิม อึนบีรู้สึกเป็นห่วงเจ้านายคนเล็กของเธออยู่ไม่น้อย เพราะเธอก็เฝ้าทะนุถนอมเลี้ยงดูยองแจมาไม่ต่างจากบุตรของตนเอง



อึนบีมองดูใบหน้าหวานของยองแจที่ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา สองตาบวมแดงจนปิดสนิท ร่างกายก็โยกไหวเพราะแรงกลั้นสะอื้นจนน่าสงสาร เธอส่งมือเรียวสวยยกขึ้นลูบไล้เส้นผมสีดำเงางามอย่างแผ่วเบา ตอนนี้หากแบ่งเบาความเจ็บปวดที่มีของเจ้านายตัวเล็กของเธอมาได้ เธอก็ยินดีน้อมรับด้วยความเต็มใจ



แดฮยอน คอยอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูก่อน เดี๋ยวฉันจะไปโทรตามคุณหมอกับคุณฮิมชาน



แดฮยอนไม่ได้สนใจคำสั่งของอึนบีมากนัก เพราะอย่างไรเขาก็ต้องอยู่เคียงข้างคนตัวเล็กที่เขาแสนห่วงอยู่แล้ว เขาจะไม่ให้ยองแจอยู่ห่างไกลสายตาของเขาอีกแล้ว สายตาคมมองทอดไปยังร่างบอบบางที่นอนจมไปยังผืนเตียงใหญ่



อยากจะเอ่ยคำขอโทษเป็นล้านครั้ง



ยองแจไม่ควรที่จะต้องมาบาดเจ็บเพราะเขาเช่นนี้ และแดฮยอนเองก็รู้แล้วว่าความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายของเขาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอะไร











ร่างกายของเขากำลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และได้คืนร่างเป็นเช่นสามัญชนแล้ว

 








………………………

 

 





สายตาของยงกุกกำลังจับจ้องคนที่กำลังยืนคุยมือถืออยู่ตรงระเบียงห้อง ท่าทางดูจะอารมณ์เสียอยู่ไม่น้อย เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่รู้คือน่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงทีเดียว ไม่เช่นนั้นแล้วบรรยากาศรอบกายของเขาคงจะไม่ให้ความรู้สึกกดดันเช่นนี้



ยงกุกเฝ้ามองคนร่างขาวอย่างไม่วางตา เขาจับจ้องมองทุกอริยาบถการเคลื่อนไหว ราวกับต้องการสลักทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับคนๆ นี้ไว้ในหัวใจและความทรงจำ






ความทรงจำที่แสนจะมีค่า



ความทรงจำที่นำพาให้ทั้งคู่ได้มาพบกัน

 








เกิดอะไรขึ้น



ยงกุกเอ่ยถามทันทีที่อีกฝ่ายเปิดประตูระเบียงเดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก



ลูกชายของผมกำลังป่วยหนัก



หาลูกชาย.. คุณคุณมี…”



หึ ผมอยู่มานานขนาดนี้ คุณคงไม่คิดว่าผมยังโสดอยู่หรอกนะ



เพียงเพราะยงกุกรับเอาอีกคนเข้ามาเต็มหัวใจ เขาก็เลยลืมความจริงในข้อนี้ไปเสียจนหมดสิ้น อยู่ๆ หัวใจก็เจ็บหนึบขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากของอีกฝ่ายว่ามีลูกชายแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็คงมีใครในหัวใจแล้วสินะ



ผม…”



เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าเจื่อนไป ฮิมชานก็อดไม่ได้ที่จะนึกหยันอยู่ในใจ…. เจ้าหมาโง่เอ้ย พูดแค่นี้ก็หูลู่หางตกซะแล้ว



 “ผมคงต้องกลับแล้วล่ะ



ให้ผมไปส่งไหมคุณ



คิมฮิมชาน



หือ



ผมชื่อ คิมฮิมชาน



ผมยงกุก บังยงกุก



น่าขันยิ่งนัก ..ทั้งที่อยู่ด้วยกันมาเกือบทั้งคืน แต่เขาทั้งสองคนพึ่งจะมาแนะนำตัวกันในตอนที่กำลังจะจากลา



ยินดีที่ได้รู้จักคุณบัง..ยงกุก จริงๆ ผมยังมีธุระกับคุณอยู่นะ แต่ว่าผมคงต้องไปแล้ว



ฮิมชานหมายความอย่างที่พูดจริงๆ เพราะเขายังต้องการพบกับคิงส์วูล์ฟเรื่องของยองแจ รวมทั้งเรื่องของแดฮยอนด้วย แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามากพอที่จะอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้ยงกุกฟัง



และอีกอย่าง เขายังไม่มั่นใจว่าจะสามารถไว้วางใจผู้ชายแปลกหน้าที่พึ่งพบเจอคนนี้หรือไม่



เขายังไม่ต้องการให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นไดมอนด์บลัด เพราะนั่นอาจจะเป็นอันตรายต่อเขา รวมทั้งยองแจบุตรชายของเขาด้วย



ผมจะได้เจอคุณอีกใช่ไหม



ในขณะที่ฮิมชานกำลังนิ่งเงียบเพราะความเป็นห่วงบุตรชาย ยงกุกที่เดินตามมาส่งฮิมชานตรงหน้าลิฟท์ก็เอ่ยถามคำถามทำลายความเงียบขึ้น



ฮิมชานหันมาสบสายตาคมที่กำลังจ้องมองมา อยู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนถูกสะกดจากแววตาสีน้ำตาลเข้มนั้น ในแววตาของยงกุกมีบางอย่างที่ดึงดูดฮิมชานไว้จนเขาไม่อาจละสายตา



สายตาคมคู่นั้นจ้องมองราวกับเห็นทะลุถึงตัวตนของเขาทุกอย่าง



สายตาคมคู่นั้นทำเหมือนเขาทั้งคู่รู้จักกันมาเนิ่นนาน และกาลเวลาก็นำพาให้กลับมาได้พบกันอีกครั้ง



สายตาคมคู่นั้นฉายแววอ้อนวอนราวกับไม่ต้องการให้เขาหายลับจากสายตาไปไหน



และสายตาคมคู่นั้น ก็กำลังทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน







เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก ฮิมชานตัดสินใจก้าวขาเข้าไปในลิฟท์ก่อนหันกายกลับมาเผชิญหน้ากับยงกุกอีกครั้ง เขาไม่ได้ตอบคำถามที่ยงกุกเอ่ยถาม



แต่



ฮิมชานใช้มือข้างหนึ่งดึงคอเสื้อยืดของยงกุกให้โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ เขาส่งริมฝีปากเย็นเฉียบของตนบดจูบแนบแน่นไปกับริมฝีปากร้อนของยงกุก ในขณะที่มืออีกข้างก็ดันขอบประตูลิฟท์ให้เปิดค้างไว้



ทั้งๆ ที่ฮิมชานคิดว่าจะเป็นแค่จูบธรรมดาก่อนจากลาเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าสัมผัสอุ่นร้อนจากมือของยงกุกที่ยกมาประคองสองข้างแก้มของเขาไว้ ก็อ่อนโยนเสียจนทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างผิดจังหวะ จนเขาเผลอตอบรับปลายลิ้นร้อนที่ยงกุกส่งเข้ามาเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อในโพรงปาก เรียกความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในหัวใจไม่ใช่น้อย



เสียงลิฟท์ที่ร้องเตือนเบาๆ หลังจากที่ถูกเปิดค้างนานผิดปกติ เรียกสติของคนทั้งคู่ให้กลับคืนมา ยงกุกละออกจากริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่ง ความโหยหาอาวรณ์เอ่อล้นท่วมท้นเต็มหัวใจ แต่เขาก็จำเป็นที่จะต้องปล่อยมือออกจากแก้มของฮิมชาน



ยงกุกพยายามทำใจยอมรับว่า ทุกคนต่างมีหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง รวมทั้งเขาและฮิมชาน



ยงกุกค่อยๆ ถอยหลังออกจากประตูลิฟท์ ฮิมชานก็เช่นกัน เขาปล่อยมือจากประตูลิฟท์ ปล่อยให้มันค่อยๆ เคลื่อนตัวปิดเข้าหา แต่ก่อนที่ประตูลิฟท์ทั้งสองข้างจะปิดสนิท ยงกุกก็เห็นริมฝีปากบางของอีกฝ่ายยกยิ้ม ก่อนที่เขาจะได้ยินถ้อยคำเอื้อนเอ่ยจากริมฝีปากบางสวยนั้น ถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของเขาพองโต 





ผมจะไม่หายไปไหนนานๆ อีก ผมสัญญา





แม้ประตูลิฟท์จะปิดสนิทไปแล้ว แต่ยงกุกก็ยังไม่อาจคลายรอยยิ้มที่เกิดขึ้นบนใบหน้าลงไปได้ 





"ต่อให้คุณหายไป ..ผมก็จะตามหาคุณจนเจอ...ฮิมชาน...เพราะคุณคือของผม"







.......................




ไม่ไหวล้าวววว ต้องการการเยียวยาหัวใจมาก

อยากกอดพี่ฮิมชาน อยากกอดบอพทุกคน

อยากกอดปลอบแน่นๆ 

อยากบอกว่ารักสักพันครั้ง

มาช่วยกันเป็นกำลังใจให้ผู้ชายของเรากันนะค



เม้นให้กำลังใจไรท์ได้ที่แท๊กนี้ค่ะ

#แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น

@JustMariWriter

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

208 ความคิดเห็น

  1. #172 greenmeat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 17:37

    แงงงงงงพี่ จะเปงลมมมม อ่านคู่คุณพ่อแล้วใจเต้นมาก อยากได้บังยงกุกเป็นของตัวเอง TT

    หนูแจลูก โธ่ จะไปขอความช่วยเหลือแต่ตัวเองโดนแดดเผาเสียเองฮืออ เจ็บมากรึเปล่า แดฮยอนต้องดูแลน้องดี ๆ นะ TTTTTT

    #172
    1
    • #172-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 8)
      25 มกราคม 2562 / 11:47
      ใจเต้นตึกตักไปกับคุณวูล์ฟยงกุกล่ะสิ อิอิ
      #172-1
  2. #60 kyomin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 18:21
    บังชาน ตายไปเลยจ้ะะะ เขินมากกก // ยองแจหนูต้องหายนะลู๊กกกก
    #60
    1
    • #60-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 8)
      20 กันยายน 2561 / 20:58
      บังชานวีดวิ้วววมากค่ะ น้องแจก็ต้องรอยาดีถึงจะหาย หุหุ
      #60-1
  3. #59 Chanzhino (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 16:39
    บังชานคือหวานสุด มดขึ้น ถึงชานจะมีลูกแล้ว แต่ก็มีกับบังได้นะ หาน้องให้ยองแจ555555 ยองหายไวๆนะลูก ว่าที่สามีหนูเขาจะกลายร่างแล้ว หุหุุ
    #59
    1
    • #59-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 8)
      18 กันยายน 2561 / 22:55
      หุหุ เราก็ซุ่มดูอยู่ตรงนี้ รอลุ้นให้เขาได้กันเนอะ 555
      #59-1
  4. #58 Nonsenseman (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 18:31

    ตอนนี้ดีมากเลยค่ะ รู้สึกอบอุ่นใจตอนที่พวกเขาคุยกัน ยิ่งตอนยงกุกถามว่าเหนื่อยไหม เหงาหรือเปล่า นี่เราจะร้อง ฮือ คำถามง่าย ๆ มันมีความหมายมากจริง ๆค่ะ ว่าแต่ น้องยองแจของพี่ T T ขอให้จงออบรักษาได้ทีเถอะค่ะ /แอบดีใจ บทหน้าน้องจงออบจะมีบทแล้วใช่ไหมคะ /ทำตาวาว

    #58
    1
    • #58-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 8)
      18 กันยายน 2561 / 11:13
      น้องออบกำลังจะมา ... มาทำให้ตื่นตาตื่นใจ 555
      #58-1
  5. #57 Kurobuta (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 20:20

    อยากกอดน้องชานอยากบอกว่าไม่เป็นไร ตอนนี้ช่วยเยียวยาหัวใจไปได้บ้างคู่บังชานนี่ต้องเคยเจอกันมาก่อนแน่ๆถึงได้ผูกพันธ์กันได้ขนาดนี้แค่ป๊ะกันคืนเดียวอะไรจะอบอุ่นติดใจกันขนาดนั้นเคยป๊ะกันมาก่อนชัวร์ แอบสงสารตอนที่ชานบอกมีลูกแล้วอาการหมาหงอยอย่างเห็นได้ชัด ส่วนแดฮยอนนี่ถ้าชานกลับไปแล้วรู้ว่าที่แจต้องเจ็บเพราะจะช่วยแดฮยอน จะโดนอะไรมั้ยแจน่ะหัวแก้วหัวแหวนเชียวนะ คู่พ่อมดกะมนุษย์จะมาแล้วใช่มั้ยเดาว่าคงน่ารักไม่แพ้กัน. รักไรท์ที่สุดแต่รักชานมากกว่า55555

    #57
    1
    • #57-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 8)
      18 กันยายน 2561 / 11:13
      ช่วยกันกอดน้องชานแน่นๆ เลยค่ะ //
      ยงกุกตกหลุมรักฮิมชานตั้งแต่แรกเห็นค่ะ ส่วนคู่คนลูกก็ หุหุ
      #57-1
  6. #55 Chanzhino (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 00:25
    ยงกุกให้ฟีล รักแรกพบมาก ตอนท้ายเหมือนจะขอฮิมชานแต่งงานอ่ะ555555555 ฮิมชานจะหยุดเพลย์บอยกับสาวๆไหมอ่า
    #55
    1
    • #55-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 8)
      14 กันยายน 2561 / 15:21
      ยังไม่รู้เหมือนกันว่ายงกุกจะกำราบฮิมชานได้หรือเปล่า 555
      #55-1
  7. #53 kyomin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 21:36
    ประโยคสุดท้าย คือแทนใจไปหมดแล้วจริงๆ ...
    #53
    1
    • #53-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 8)
      14 กันยายน 2561 / 15:22
      อยากให้พี่ชานรู้ว่าอย่างน้อยก็มีเราอยู่ตรงนี้ งือออ
      #53-1
  8. #52 nammint042 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 11:39
    ประโยคสุดท้ายนี่อ่านไปน้ำตาคลอเลย เป็นสิ่งที่เราอยากบอกฮิมชานมากที่สุดในตอนนี้ หวังว่าสุดท้ายทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี
    #52
    5
    • #52-3 JustMariWriter(จากตอนที่ 8)
      15 กันยายน 2561 / 10:22
      แน่นอนค่ะ กอดๆ
      #52-3
    • #52-4 nammint042(จากตอนที่ 8)
      16 กันยายน 2561 / 16:13
      นาทีนี้ต้องกอดกันแน่นๆเลยค่ะ T_T
      #52-4
  9. #51 YouAndMe1994 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 02:46
    งื้อออออ ประโยคสุดท้ายเหมือนพูดมาจากใจหนูเลย 😭😭😭 คิดถึงบอพ คลายความเครียดไประดับนึง แต่แอบวกมาที่เนื้อเรื่อง รุนแรงขนาดนั้นกันเชียวหรือ แม่เจ้า 😱😱😱 สุดท้ายนี้ กอดๆนะเบบี้ กอดๆนะบอพ กอดๆนะพี่ชาน
    #51
    1
    • #51-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 8)
      14 กันยายน 2561 / 14:06
      กอดกันไว้แน่นๆ นะคะ เราเชื่อว่าพี่ชานจะรับรู้ได้
      ส่วนเนื้อเรื่องเดี๋ยวจะรีบมาต่อให้นะคะ เลิฟฟฟฟ
      #51-1
  10. #50 Angdark (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 00:47
    เฮือกกกกก ไม่อยากจะคิดว่าถ้ายงกุกพูดกับฮิมชานในขีวิตจริงตอนนี้จะเป็นยังไง ย๊าาาาาาาาาา น่าแกงหมดแล้วววววววว
    #50
    1
    • #50-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 8)
      14 กันยายน 2561 / 14:05
      อยากให้ยงกุกพูดแทนเบบี้เลยล่ะ งือออ
      #50-1
  11. #49 a244 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 00:44

    ยาาาาาาาาาาา ยาใจมากๆๆ

    มาดึกๆ อารมณ์กำลังดิ่งเลย ฮืออ

    กอดแน่นๆนะ


    คิดตามเลย ลุนแลงจนห้องเละ อู้วววววววววววว

    #49
    1
    • #49-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 8)
      14 กันยายน 2561 / 14:05
      รอก่อนนะคะ เดี๋ยวจะรีบมาลงต่อให้ค่ะ
      //เราต้องให้กำลังใจกันและกันไว้ค่ะ กอดๆ //
      #49-1