[B.A.P] 'till the end : แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น [END]

ตอนที่ 4 : Under the radar

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 442
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    11 ธ.ค. 61






“ทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ หา!



เสียงตวาดดังลั่นจนเกิดความกดดันไปทั่วบรรยากาศภายในคฤหาสน์ อึนบีและลูกน้องอีกสองคนต่างยืนก้มหน้าตัวสั่นอยู่เบื้องหน้าคนเป็นนาย



“ถ้ายองแจเป็นอะไรขึ้นมา คิดหรือว่าจะรับมือกันไหว” ดวงตาสีแดงวาวโรจน์จดจ้องลูกน้องคนสนิท มือเรียวขาวบีบเค้นอยู่ที่ลำคอเรียวของอึนบี หากเจ้านายพอใจจะฆ่า ไม่ว่าอย่างไร เธอก็คงไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือ ดังนั้น อึนบีจึงทำได้เพียงแค่นิ่งเฉยเพราะป่วยการที่จะดิ้นรน



ฮิมชานกำลังโมโห...โมโหคนไว้ใจที่ปล่อยให้ยองแจออกไปอยู่ข้างนอกเพียงคนเดียว และเพียงแค่คิดว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับยองแจ เขาเองก็แทบจะทนรับไว้ไม่ไหว



โชคดีที่มุนจงออบรับปากว่าจะจัดการเรื่องของเด็กสามัญชนนั่นให้ จริงๆ ฮิมชานก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าเด็กนั่นจะเป็นหรือจะตาย



เขาสนใจเพียงแค่ ยูยองแจ เพียงคนเดียว



ฮิมชานไม่อยากให้บุตรชายของเขาต้องนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นทุกคืน เพราะความเป็นห่วงเจ้าเด็กคนนั้น ฮิมชานจึงได้แต่หวังว่า เด็กคนนั้นจะรอด



เขาไม่ต้องการให้เกิดความรู้สึกผิดกัดกร่อนอยู่ในหัวใจดวงน้อย เขาคิดว่ายองแจยังไม่พร้อมที่จะล่าเหยื่อด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็อีกสักสองสามปีนั่นแหล่ะที่เขาคิดจะสอนให้ยองแจกินจริงๆ



ฮิมชานไม่ลืมที่จะสั่งกำชับกับจงออบอย่างเด็ดขาดว่า ต้องลบล้างความทรงจำของชเวจุนฮง เพื่อแลกกับชีวิตที่ถูกอนุญาตให้นำคืนกลับมาจากความตาย



มือเรียวขาวค่อยๆ คลายออกจากลำคอของลูกน้องคนสนิท แต่ดวงตาสีแดงฉานก็ยังจดจ้องอย่างคาดโทษ อึนบีค้อมกายลงต่ำเพื่อแสดงความขอโทษ ในขณะที่ลูกน้องอีกสองคนด้านหลังก็รีบค้อมกายตาม



“ได้ข่าวคิงส์วูล์ฟบ้างหรือยัง”



“ไม่เลยค่ะ นายท่าน”



ฮิมชานรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง ช่วงประมาณครึ่งปีที่ผ่านมา เขาพยายามติดตามหาวูล์ฟที่จะสามารถส่งข่าวถึงผู้นำของเผ่าพันธุ์วูล์ฟจนแทบพลิกแผ่นดิน แต่จนแล้วจนรอด เขาก็ยังไม่พบเจอใครสักคน



การที่เขาต้องลำบากตามหาตัวคิงส์วูล์ฟและไฮวิซซ์ ก็เพียงเพราะตามธรรมเนียมผู้นำของทั้งสามเผ่าพันธุ์ จะต้องทำพิธีอวยพรเพื่อแสดงความยินดีให้กับทายาทของพันธมิตร ในโอกาสครบรอบอายุที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์



สำหรับเผ่าพันธุ์บลัด คือ อายุครบสิบห้าปี



สำหรับเผ่าพันธุ์วูล์ฟ คือ อายุครบสี่ปี



ส่วนเผ่าพันธุ์วิซซ์... เผ่าพันธุ์ของผู้วิเศษ จะขึ้นอยู่กับไฮวิซซ์เป็นผู้กำหนด



แต่ธรรมเนียมก็ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าต้องแสดงความยินดีเฉพาะในวันเกิด ดังนั้น ถ้ายังไม่ล่วงเข้าสู่ปีใหม่ ก็ยังถือว่าไม่ผิดธรรมเนียมแต่อย่างใด



จริงๆ ธรรมเนียมเช่นนี้มีไว้เพียงแค่ ต้องการให้ทายาทของทั้งสามเผ่าพันธุ์ได้รับรู้เรื่องการสานต่อสัญญาพันธมิตรในภายภาคหน้า เพราะเหล่าผู้นำทั้งสามเผ่าพันธุ์ต่างก็ไม่มีใครที่จะหมายมาดให้เกิดสงครามดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา



ฮิมชานได้แต่ทอดถอนลมหายใจ ฝั่งไฮวิซซ์นั้น เขาไม่เคยกังวล เพราะค่อนข้างสนิทสนมและติดต่อกันอยู่บ่อยๆ แต่ฝั่งของคิงส์วูล์ฟนี่สิ เรียกได้ว่าสูญหายกลมกลืนไปกับสามัญชนจนเขาไม่มีโอกาสได้พบเจอมานานเป็นสิบๆ ปี แถมพวกนั้นยังไม่ชอบอยู่ในสถานที่ที่หนาวเย็น จึงทำให้บลัดที่ชื่นชอบความเหน็บหนาวติดตามหาตัววูล์ฟได้ยากยิ่งขึ้น



แต่ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงไร เขาก็ต้องตามหาตัวคิงส์วูล์ฟมาทำพิธีอวยพรวันเกิดให้ยองแจบุตรชายของเขาให้ได้

 

 






.....................................

 

 




ดวงตาคมสีเทาเข้มจดจ้องมองใบหน้างดงามของยองแจที่ยังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงหลังใหญ่ ถึงแม้ตะวันจะยังไม่ลาลับพ้นขอบฟ้า แต่ผ้าม่านหนาหนักก็ปิดสนิทจนห้องนี้มืดทึบ



ตลอดเกือบอาทิตย์ที่ผ่านมา คนตัวเล็กเอาแต่จมจ่อมอยู่ในความเศร้าไม่ร่าเริงเหมือนดั่งเคย ไหนจะเวลานอนก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น จนแดฮยอนต้องปีนขึ้นไปเบียดกายร้อนนอนใกล้ๆ เป็นเพื่อน



หัวใจของเขาเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นน้ำตาหยดออกมาจากดวงตาคู่สวยของยองแจ



ในขณะที่ยองแจตกอยู่ในห้วงแห่งความเศร้า แดฮยอนก็พลอยเกิดอาการเจ็บป่วยตามไปด้วย ช่วงนี้เขารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแบบแปลกๆ บางครั้งเรี่ยวแรงก็ถดถอย บางวันที่นอนตื่นขึ้นมาก็รู้สึกถึงอาการผิดปกติของร่างกาย เจ็บปวดร่างกายราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หูตาก็ฝ้าฟางเหมือนคนแก่



วันนี้ก็เช่นกัน...



ถึงจะเจ็บปวดตามร่างกายมากแค่ไหน แต่แดฮยอนที่ชอบตื่นนอนก่อนยองแจและคอยเฝ้าดูยามที่เจ้านายตัวเล็กลืมตา ก็ยังทำตามปกติเช่นเดิม เขาชอบที่จะเข้าไปดอมดมกลิ่นกายหอมหวานของยองแจ



แดฮยอนไม่หยุดเพียงแค่คิด ร่างหนาค่อยๆ เลื่อนตัวเข้าไปใกล้แล้วสอดกายเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ หลังบอบบางเย็นเฉียบของยองแจถูกทาบทับไปด้วยแผ่นอกร้อนผ่าว แดฮยอนโอบกระชับร่างเล็กให้แนบชิดไปกับกายกำยำของตน ปลายจมูกสูดดมคลอเคลียต้นคอขาว ลมหายใจร้อนที่รินรดกำลังก่อกวนการนอนของคนตัวเล็ก แต่ความอบอุ่นที่ได้รับกลับทำให้รู้สึกไม่อยากลืมตาตื่น



“อื้อ แดฮยอน อย่าซน”



“...............”



มือหนาลูบไล้เอวบางก่อนเลื่อนมาลูบวนไปทั่วหน้าท้องขาวอย่างเพลิดเพลิน ผิวกายเนียนเรียบลื่นของยองแจให้ความรู้สึกดีทุกครั้งที่สัมผัส



“แดฮยอนนา...ยะ...อย่า....”



ความแข็งชันที่เบียดเสียดอยู่ตรงสะโพกกลม ทำให้ยองแจรู้สึกแปลกๆ คิ้วเรียวสวยเริ่มขมวดมุ่นทั้งที่ยังไม่ลืมตา และเมื่อความเปียกชื้นจากปลายลิ้นถูกลากลงตรงลาดไหล่พร้อมกับความร้อนผ่าวที่ลากไล้สัมผัสวนไปทั่วท้องน้อย



เสียงหอบหายใจถี่ชิดดังขึ้นข้างหู









“อ๊ะ! ...ใครน่ะ!”






โครม!







ยองแจสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนนอนซ้อนอยู่ด้านหลังเขา อารามความตกใจจึงผุดกายขึ้นมาคว้าเพียงผ้าห่มขึ้นปกคลุมกายอันเปลือยเปล่า พร้อมหลับหูหลับตาใช้เท้าออกแรงถีบไปยังคนนั้นอย่างแรง



“แดฮยอน! แดฮยอน!



ยองแจออกปากเรียกเจ้าหมาร่างยักษ์ของตนเองปากคอสั่น ตอนแรกเขาเข้าใจว่าคนที่นอนเบียดอยู่ด้านหลังเป็นไอ้หมาหื่นที่ชอบปีนขึ้นมานอนกับเขาเป็นประจำจึงไม่ได้เอะใจ แต่ตอนนี้ใครก็ไม่รู้ล่วงล้ำเข้ามาถึงในห้องนอนของเขา แถมยังมานอนกอดนอนลูบไล้ร่างกายของเขาอยู่เป็นนานสองนาน



แค่คิดยองแจก็ขนลุกไปหมดทั่วทั้งร่าง



แล้วนี่แดฮยอนหายไปไหนแล้ว



ไอ้หมาบ้า.... ทิ้งเขาให้อยู่คนเดียวได้ยังไง



เสียงกุกกักดังอยู่ปลายเตียง ดวงตาเรียวสวยก็เบิกค้างพาลจะมีน้ำตาหยาดหยดหัวใจก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว



“ดะ..แดฮยอน...ฮือออ”



พอยองแจเห็นหน้าเจ้าหมาป่าสีดำสนิทโผล่หัวขึ้นมาพาดเกยคางอยู่ตรงปลายเตียงก็ถึงกับร้องไห้ออกมา พร้อมเขวี้ยงหมอนในมือใส่สัตว์เลี้ยงตัวแสบที่ทำให้เขากลัวแทบตาย



แดฮยอนลุกขึ้นสะบัดหัวไปมาด้วยความงุนงง เมื่อครู่เขาไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงถูกคนตัวเล็กถีบเข้าที่กลางลำตัวจนตกเตียงไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เจ้าหมาป่าร่างยักษ์กระโดดขึ้นเตียงนอน แล้วเดินไปเอาศีรษะอันใหญ่โตไปวางพาดไว้ตรงหัวไหล่ของยองแจเป็นเชิงง้องอน



แดฮยอนก็ยังคงไม่เข้าใจจริงๆ ว่า ทั้งที่เขาถูกยองแจถีบ แต่ทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายง้อด้วยล่ะ



ฝ่ายยองแจก็ออกอาการงุนงงไม่หาย คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น เขายังคงจมอยู่ในความคิดเรื่องที่เห็นแดฮยอนกลายเป็นเด็กหนุ่มมานอนซ้อนอยู่ด้านหลังของเขา

 



ยองแจมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ตาฝาด

 










...........................

 

 







บังยงกุกนั่งมองคนเดินเข้าออกบาร์เหล้าแห่งนี้มานานร่วมเกือบสามชั่วโมง เขาใช้เวลานั่งอยู่ตรงบาร์เหล้าคอยเฝ้าสังเกตเหตุการณ์รอบตัวอย่างใจเย็น ยงกุกพึ่งย้ายกลับมาอยู่ในเมืองที่หนาวเย็นนี้ได้ไม่ถึงเดือน หลังจากที่เขาไม่ได้กลับมาเยือนที่นี่นานนับหลายสิบปี



ชายหนุ่มนึกย้อนอดีตไปในยุคสมัยก่อน มนุษย์อย่างสามัญชนหรือลูกครึ่งอย่างฮาล์ฟล้วนแต่ยำเกรงเผ่าพันธุ์แห่งสายเลือดบริสุทธิ์ นั่นคงเป็นเพราะมนุษย์ธรรมดาย่อมหวาดกลัวในสิ่งที่ตนเองไม่อาจรับมือได้ โดยเฉพาะสิ่งที่สามัญชนเรียกว่าเหนือธรรมชาติของพวกสายเลือดบริสุทธิ์ได้



แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ใครจะไปคาดคิดว่าลูกครึ่งอย่างพวกฮาล์ฟสมัยนี้จะบ้าคลั่งเทคโนโลยี จนสามารถประดิษฐ์อาวุธที่นำมาใช้ล้างผลาญเผ่าพันธุ์อื่นๆ ได้



ยงกุกอยู่มานานพอที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ และเขาเองก็เคยเป็นบุคคลที่เหยียบอยู่ในทั้งสองโลก ดังนั้นเขาจึงเข้าใจความคิดภายในจิตใจอันดำมืดของทุกฝ่าย



ผู้ที่เคยตกอยู่ในฐานะเบื้องล่างมาตลอดอย่างมนุษย์ ก็ถูกผลักดันให้ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเพราะความกลัวตาย



ผู้ที่เคยสูงส่งอย่างพวกสายเลือดบริสุทธิ์ ก็ถูกกระชากลงมาให้จำต้องใช้ชีวิตไปกับมนุษย์ที่ตนเองเคยเหยียบย่ำดูแคลน เพราะต้องปรับตัวเรียนรู้ที่จะรักษาเผ่าพันธุ์ของตนเองให้อยู่รอด



ส่วนฮาล์ฟผู้ซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ตรงกลางทั้งๆ ที่ตนเองก็มีเลือดในกายครึ่งหนึ่งเป็นของสามเผ่าพันธุ์ แต่เพราะไม่อาจอยู่ได้ทั้งฝั่งมนุษย์สามัญชนและฝั่งสายเลือดบริสุทธิ์ พวกฮาล์ฟจึงปรับตัวกลายเป็นผู้ไล่ล่าล้างเผ่าพันธุ์สายเลือดบริสุทธิ์ จากความหวาดหวั่นว่าสักวันตนเองจะถูกทำลาย กลายเป็นความโกรธแค้นที่ฝังรากลึก จนก่อให้เกิดสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สายเลือดบริสุทธิ์



สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สายเลือดบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณแปดร้อยปีมาแล้ว การบาดเจ็บล้มตายถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของทุกฝ่ายหลังจากนั้นเพื่อความอยู่รอด สายเลือดบริสุทธิ์ทั้งสามเผ่าพันธุ์อย่าง วูล์ฟ บลัด วิซซ์ ก็จับมือเป็นพันธมิตรกันตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา



ในขณะที่ฮาล์ฟก็ได้รับรู้ถึงความน่ากลัวอย่างแท้จริงของทั้งสามเผ่าพันธุ์ จนไม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อกรอีก



แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อแปดร้อยปีที่แล้ว



ในยุคสมัยที่ยังใช้เกวียนเทียมม้า ไม่ใช่ใช้รถเกราะในสมัยนี้



ในยุคสมัยที่ใช้ดาบและมีด ไม่ใช่ใช้ปืน ใช้ระเบิด หรืออาวุธชีวภาพ



แน่นอนว่าพวกฮาล์ฟยังคงคิดจะกำจัดสายเลือดบริสุทธิ์อยู่เช่นเดิม  และในเมื่อสงครามไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร ดังนั้นพวกฮาล์ฟจึงเรียนรู้ที่จะแสวงหาผลประโยชน์และเงินทองจากการทำลายสายเลือดบริสุทธิ์



พวกมันเลือกที่จับตัวสายเลือดบริสุทธิ์ไปขาย ไปทำลาย ไปเป็นสัตว์เลี้ยง เพื่อแลกกับชื่อเสียง เงินทองและอำนาจ



ถึงแม้สายเลือดบริสุทธิ์ทั้งสามเผ่าพันธุ์จะมีอำนาจ มีพละกำลัง มีความน่ากลัว ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน

 

 

 









ในสังคมของสามัญชน ยงกุกก็เป็นเช่นมนุษย์ปกติทั่วไป มีเพื่อนฝูง มีการงานหน้าที่



ชายหนุ่มชื่นชอบการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายกลมกลืนไปกับสามัญชนมากกว่าการแยกอยู่อย่างสันโดษในป่าเขาที่ห่างไกลความเจริญ เฉกเช่นวูล์ฟบางตนที่ไม่อาจทนอยู่ร่วมกับสามัญชนได้ ถึงแม้ว่าพอถึงระยะเวลาหนึ่ง ยงกุกจะต้องล้างตัวตนแล้วย้ายถิ่นพำนักไป เพราะไม่ต้องการให้ใครสงสัยว่า ทำไมรูปร่างหน้าตาของเขาจึงไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย ไม่ว่าระยะเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตามแต่เขาก็ยังชอบที่จะใช้ชีวิตเช่นนี้



ส่วนหน้าที่ในสังคมของวูล์ฟ เขาเป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์เผ่าพันธุ์ จริงๆ ก็เปรียบเหมือนกับแม่ทัพที่กุมกำลังทหารของสามัญชนนั่นล่ะ เพียงแต่เขามีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องคุมภัยให้กับวูล์ฟสายเลือดบริสุทธิ์



วูล์ฟจะรู้จักกันในวงแคบๆ หากจะติดต่อกันและกัน พวกเขาจะใช้วิธีการฝากเรื่องราวเป็นจดหมาย เป็นข้อความ หรือเป็นอีเมลล์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนรู้จักตัวตนที่แท้จริงของพวกเขามากจนเกินไป



ยงกุกวนเวียนเข้าออกบาร์เหล้าหลายๆ แห่งในเมืองนี้ทุกค่ำคืนเพราะเขาหวังว่าจะได้เจอคนที่เขาต้องการตามหา ชายหนุ่มยกแก้ววอดก้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนอึกสุดท้าย ความร้อนผ่าวแล่นไหลลงสู่ลำคอจนเกิดความวูบวาบหายไปยังช่องท้อง เขานั่งอยู่อีกเพียงชั่วครู่ก่อนตัดใจหยิบธนบัตรหลายใบวางแนบไว้ใต้แก้วที่ว่างเปล่า พร้อมลุกขึ้นจากเก้าอี้ทรงสูงหน้าบาร์เหล้าเพื่อเดินตรงไปยังประตูทางออก



ดูท่าว่า...คืนนี้ก็ยังไม่ใช่ค่ำคืนแห่งโชคลาภของเขา



เพียงยงกุกก้าวขาออกมายืนด้านนอกบาร์เหล้า ลมหนาวที่เย็นยะเยือกก็พัดผ่านร่างกายจนร่างกำยำต้องดึงเสื้อคลุมสีน้ำตาลเข้มให้โอบกระชับร่างกายมากขึ้น



ยงกุกไม่ชอบอากาศที่หนาวเย็นเหมือนกับวูล์ฟทั่วไป แต่เขาก็โชคดีที่เป็นคนปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี จึงไม่ได้รู้สึกแย่เหมือนกับวูล์ฟตนอื่นๆ ที่เคยถูกส่งตัวมาเมืองนี้ เพราะจนแล้วจนรอดวูล์ฟแต่ละตนก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในเมืองที่มีฤดูหนาวยาวนานเช่นเมืองนี้ได้ ต่างก็ขอถอนตัวจนสุดท้ายภาระหน้าที่นั้นก็ถูกส่งต่อมายังเขา



ตอนนี้ยงกุกใช้ชีวิตอยู่ในคราบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัดหน่วยสืบสวนสอบสวน ดังนั้นเขาจึงสามารถใช้อำนาจหน้าที่ในการตามหาบุตรชายที่สูญหายของเพื่อนสนิทได้อย่างเต็มที่



และนี่คือเหตุผลที่เขาถูกเรียกตัวมายังเมืองนี้ ....



จุดเริ่มต้นที่..แฮจู...เพื่อนของเขาบอกว่าเธอได้ทิ้งลูกชายไว้ที่นี่

 

 

 




 

 

 





ยงกุกก้าวขาเดินผ่านตรอกทางเดินอันคับแคบ คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ดังนั้นตามตรอกซอกซอยก็ล้วนแล้วแต่มืดมิด ตามสถิติของอาชญากรรมกรมสืบสวนสอบสวน คดีร้ายมักจะเกิดขึ้นในคืนเดือนมืดมากกว่าค่ำคืนปกติถึงสามเท่า



ฉับพลันยงกุกก็รู้สึกถึงความผิดปกติของบรรยากาศโดยรอบ เขาได้กลิ่นหอมหวานราวกับดอกไม้ป่าลอยอวลยั่วยวน จนประสาทสัมผัสของวูล์ฟภายในตัวของเขาตื่นขึ้นมา



ทุกย่างก้าวที่เขาเดินเข้าหา กลิ่นหอมนั้นก็ยิ่งรุนแรงเสียจนกระตุ้นเร้าให้ส่วนกลางลำตัวของเขาดันนูนกางเกงผ้าเนื้อดีขึ้นมา หัวใจของเขากำลังเต้นถี่รัวราวกับถูกหยอกเย้าเพื่อปลุกเร้าความกำหนัดด้วยสิ่งที่มองไม่เห็น



ยิ่งได้ใกล้ ก็ยิ่งร้อนรุ่ม



ยิ่งได้ใกล้ ก็ยิ่งเสน่หา

 













บัดซบเอ๊ย!



ยงกุกสบถในใจ เขาไม่เคยเสียการควบคุมตัวเองขนาดนี้ แต่นี่... แม้แต่จะบังคับตัวเองให้หันหลังกลับ ...เขายังทำไม่ได้



ทันทีที่สายตาคมปลาบของยงกุกมองเห็นเงาตะคุ่มตรงริมกำแพงทางเดิน ชายหนุ่มก็หยุดชะงัก แม้สายตาของวูล์ฟจะดีแค่ไหน แต่ในมุมที่เขาหยุดยืนก็ไม่อาจเห็นใบหน้าของคนทั้งสองที่กำลังบดเบียดเรือนร่างเข้าหากันและกันอย่างเร่าร้อน



เสียงหวีดร้องแหลมสูงของหญิงสาวยามสุขสมและเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ยงกุกได้ยิน ยังไม่สามารถทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงได้เท่ากับเสียงครางต่ำอย่างพึงใจของใครอีกคน



ยงกุกยืนหอบหายใจ เลือดในกายของเขากำลังเดือดพล่านไปด้วยความต้องการ สัญชาตญาณดิบเถื่อนของวูล์ฟที่อยู่ภายในร่างกายของเขากำลังเรียกร้องหาทางออก เขาเหมือนกำลังถูกบังคับให้กลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าจากบรรยากาศหอมหวานยั่วยวนนี้







แม้จะยังไม่ได้เห็นหน้าใครคนนั้น 



แต่ยงกุกก็อยากจะกระทำชำเรากับร่างกายของคนๆ นั้น



อยากจะทำรุนแรงให้สาสมกับที่ใจคิด



อยากจะฉีกทึ้งร่างของคนๆ นั้นออกในยามที่สุขสม



อยากจะสอดใส่เสียดกระแทก ให้ร่างนั้นแตกสลายคาท่อนเนื้อกลางกายที่กำลังขยายใหญ่

 

 

















ยงกุกกัดฟันกรามกรอด ก่อนจะก้าวขาเดินตรงไปยังเบื้องหน้าอย่างช้าๆ



เขาก้าวเข้าไปทีละก้าว…..



ทีละก้าว……

 









จู่ๆ บรรยากาศรอบกายก็ดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ กลิ่นหอมหวานยั่วยวนที่เมื่อสักครู่ยังลอยอวลก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายของยงกุกที่ถูกปลุกเร้าบีบคั้นก็กลับมาเป็นปกติเช่นกัน ชายหนุ่มลอบถอนหายใจ



แต่ทว่า...สิ่งที่ไม่ปกติก็คือประสาทสัมผัสของวูล์ฟอย่างยงกุกกลับไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของหญิงสาว

 






ตุ๊บ!








“หึ”



เสียงน้ำหนักของร่างกายที่หล่นลงกระทบบนพื้น และเสียงหัวเราะในลำคอของอีกฝ่าย เรียกสติสัมปะชัญญะยงกุกให้กลับคืนมาได้ เมื่อเขารู้แน่ชัดแล้วว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นเบื้องหน้า สัญชาตญาณของเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนที่ทำมานานหลายปี ทำให้ยงกุกพุ่งตัวเข้าไปหาเป้าหมายทันที



พลาด ...



ยงกุกทำพลาด ...



แม้อีกฝ่ายจะยังคงยืนอยู่ในเงามืดจนมองไม่เห็นใบหน้า แต่ยงกุกกลับพลาดสบสายตาตนเองเข้ากับดวงตากลมโตสีแดงฉานของอีกฝ่าย เขาถึงกับชะงักงันนิ่งค้าง ลมหายใจของเขาเองก็เริ่มติดขัดขึ้นมาอีกครา



กลิ่นหอมหวานอวลไปรอบกายของเขาอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่รุนแรงจนทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้เท่ากับครั้งแรกที่ได้กลิ่น แต่ตอนนี้ร่างกายกำยำของเขากำลังถูกมือนุ่มนิ่มที่เย็นเฉียบของคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง สอดไล้เข้ามาใต้เสื้อมือบางลากไล้ไปทั่วหน้าท้องแกร่ง ก่อนเคลื่อนลงต่ำไปใต้เข็มขัด



มือเย็นแสร้งสัมผัสหยอกเย้ากลางกายของยงกุกที่กำลังขยายตัวใหญ่จนคับแน่นกางเกง แรงปรารถนาทำให้เจ้าของร่างกำยำถึงกลับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หน้าท้องแข็งเกร็งไปด้วยความปั่นป่วน



“หึ เป็นโชคดีของคุณ เพราะวันนี้ผมต้องการเหยื่อเพียงคนเดียว”



เพียงยงกุกกระพริบตา เสียงกระซิบแผ่วพร่าข้างหูและแรงสัมผัสเย็นเยียบบนกายของยงกุกก็จางหายไป พร้อมกับพลังสะกดจิตของ ...บลัด ...ตนนั้น



โชคดีอย่างนั้นหรือ ... ค่ำคืนนี้ คงไม่ใช่คืนแห่งโชคลาภที่แท้จริงสำหรับเขา



ยงกุกนึกบ่นอยู่ในใจอย่างอารมณ์เสีย



ในเมื่อ...



กลิ่นกายหอมหวานยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก



ความต้องการดำมืดในจิตใจก็ยังคุกรุ่น







ใช่...



เขายังคงต้องการเสพสมและฉีกทึ้งเรือนร่างของบลัดตนนั้น...



ให้สมกับความต้องการอันชั่วร้ายที่ถูกกระตุ้นเร้า จนมันแหกกรงหลุดออกมาจากเบื้องลึกที่ดำมืดในจิตใจ

 

 

 





………………….

 

 

 



ฮิมชานกลับมาถึงคฤหาสน์ในตอนเที่ยงคืนเขารู้สึกหงุดหงิดใจอยู่ไม่น้อยที่ถูกขัดจังหวะระหว่างการล่าเหยื่อ ทำให้เขาไม่ทันได้กำจัดร่างของหญิงสามัญชนนั่น จนต้องปล่อยให้เป็นศพนอนตายอยู่ในตรอกแคบ



จริงๆ หลังจากที่เขาล่าเหยื่อแต่ละรายแล้ว เขามักจะจัดการกำจัดซากศพทำลายหลักฐานทิ้ง ดังนั้นจึงไม่เคยมีหลักฐานอะไรที่เชื่อมโยงมายังตัวเขา



แต่ครั้งนี้ หลังจากที่ฮิมชานได้สัมผัสร่างกายอันแข็งแกร่งที่น่าหลงใหลนั่นแล้ว ฮิมชานยังสัมผัสเจออาวุธปืนและกุญแจมือภายใต้เสื้อคลุมสีน้ำตาลเข้มตัวหนาของชายคนนั้น ทำให้ฮิมชานมั่นใจว่าชายคนนั้นเป็นตำรวจ



ฮิมชานไม่อยากให้ชีวิตยุ่งยากจากการตกอยู่ในเมืองที่มีข่าวลือเรื่องฆาตกรต่อเนื่อง เพราะจะทำให้การล่าเหยื่อทำได้ยากมากขึ้น และข่าวแบบนี้มักจะดึงดูดพวกฮาล์ฟนักล่าให้เข้ามาใกล้



คงต้องกลับไปเจอผู้ชายคนนั้นอีกสักครั้ง ...แล้วจัดการปิดปากไปซะ

 












ฮิมชานก้าวเรียวขายาวเข้าไปในลานหินที่อยู่กลางสวนดอกกุหลาบ ชายหนุ่มเห็นยองแจนั่งอยู่กับพื้นเอนกายพิงเจ้าหมาป่าสีดำสนิทพลางยกนิ้วชี้ชวนเจ้าหมาป่าดูดวงดาวบนผืนฟ้าสีดำสนิท คืนนี้อากาศกำลังเย็นสบายไม่ได้หนาวเหน็บมากนัก



ยองแจ



คุณพ่อ!



ยองแจรีบลุกขึ้นมาโผเข้าสู่อ้อมกอดของฮิมชาน และเช่นเดิมที่ไอ้เจ้าหมาตัวแสบคำรามฮึดฮัดไม่พอใจอยู่ในลำคอ แต่ก็เดินเข้ามาหมอบนอนอยู่กับพื้นไม่ห่างจากยองแจมากนัก



วันนี้ยองแจแต่งกายด้วยเสื้อสเวตเตอร์สีชมพูสดใสและกางเกงยีนส์สีซีดขายาวแลดูน่ารักสมวัย ใบหน้าอ่อนเยาว์ยังคงงดงามภายใต้แสงจันทร์ส่องกระจ่าง



แจรอคุณพ่อตั้งนาน ...นึกว่าคุณพ่อจะลืมนัดของเราไปซะแล้ว



ใครจะกล้าลืมล่ะครับพ่อไม่อยากโดนลูกโกรธหรอกนะ



ก็ถ้าคุณพ่อมาช้ากว่านี้อีกนิดเดียว แจก็จะโกรธแล้วล่ะ



คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ยใส่คนเป็นพ่อ พลางกอดอกแกล้งงอน ฮิมชานอดไม่ได้ที่จะลูบเรือนผมสีดำสนิทของยองแจเบาๆ แล้วจูงมือให้ตามมานั่งลงบนเก้าอี้ เบื้องหน้าเป็นโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่วางอาหารไว้มากมายหลากหลายชนิดที่คนรับใช้ตระเตรียมไว้ให้ ฮิมชานทิ้งกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม



“พรุ่งนี้ยองแจของพ่อก็จะอายุครบสิบห้าแล้วนะครับ



แก้มกลมของยองแจขึ้นสีแดงเรื่อ เพราะรู้ความหมายที่บิดากล่าวได้เป็นอย่างดี



บลัดในช่วงวัยสิบห้าถึงยี่สิบปีนั้น ถือว่าเป็นวัยที่รูปงามที่สุดและอันตรายมากที่สุดเพราะอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ จึงมีอารมณ์ที่รุนแรง ถูกปลุกเร้าได้ง่าย และควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ค่อยได้



หลังจากเกิดเหตุการณ์ระหว่างยองแจกับจุนฮง ยองแจจึงรู้ดีว่าสิ่งที่บิดาพูดนั้นเป็นจริงทุกอย่าง



“กินข้าวกันเถอะ



ยองแจพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเลือกตักไก่อบราดซอสเกรวี่ข้างหน้ามาใส่จานตัวเอง เด็กน้อยไม่วายที่จะหันไปหยิบขาหมูทอดชิ้นใหญ่ในจานยื่นลงไปใต้โต๊ะ เพื่อส่งให้แดฮยอนที่เดินมาหมอบรออยู่ตรงปลายเท้า



ตอนแรกพ่อจะให้เพื่อนมาทำพิธีอวยพรให้ลูกวันพรุ่งนี้ แต่เขาติดธุระเสียก่อน ลูกคงต้องรอหน่อยนะ



คุณหมอคนที่ช่วยจุนฮงน่ะเหรอครับ



ใช่เขาคงต้องอยู่รักษาเด็กนั่นไปอีกสักพักถึงจะปลีกตัวมาหาลูกได้



งั้นจุนฮงก็คงจะไม่ตาย..แล้วใช่ไหมคุณพ่อ



พ่อก็หวังว่าอย่างนั้นเหมือนกัน



แจจะอธิษฐานขอพรวันเกิด...แจอยากให้จุนฮงหายไวๆ



ดวงตาสีน้ำตาลใสกระจ่างมีแววเศร้าสร้อย ฮิมชานเผลอจ้องมองดวงตาสวยคู่นั้นจนหัวใจของเขาปั่นป่วน เขาลอบถอนหายใจก่อนจะเสความสนใจมายังอาหารที่ตั้งอยู่เต็มโต๊ะเบื้องหน้า



หัวใจที่ไม่เคยคิดว่าจะมีความรักให้ใครมาก่อนนานนับพันๆ ปี แต่ตอนนี้ ...



คิมฮิมชานกำลังตกหลุมรัก....ยูยองแจ....บุตรชายของตนเอง

 

 







 ................







อัยย่ะ! มาพร้อมกับอีโรติกนิดๆ 

มีความนัวร์หน่อยๆ หุหุ

เนื้อเรื่องอาจจะอืดอาดยืดยาดไปบ้าง

เพราะว่าเน้นบทบรรยายเป็นส่วนใหญ่

หวังว่าคงไม่น่าเบื่อเกินไปนะคะ



หวีดได้ ให้กำลังใจไรท์และคุณหมาป่าได้ที่

#แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น

ติดตามได้ที่

@JustMariWriter

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

208 ความคิดเห็น

  1. #85 greenmeat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 19:55
    อมกกกก ทั้งพ่อทั้งลูกยั่วยวนละเกินนนนนน แดฮยอนจะกลายร่างเป็นคนแล้ว รอไม่ไหวแล้ววววฮืออ ส่วนฮิมชาน ไม่คิดว่าจะตกหลุมรักลูกตัวเองจริง ๆ แง ลูกแท้ ๆ ใช่ไหม ;-;

    ยงกุกโดนล่อลวงแล้ววว สัมผัสได้ถึงความร้อนแรง ฮิมชานจะกลับมาหาสินะหึหึ
    #85
    1
    • #85-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 4)
      9 ตุลาคม 2561 / 15:53
      ไม่รู้ว่าตกลงคุณพ่อบลัดคนสวยหลงเสน่ห์วูล์ฟยงกุกแล้วใช่ไหม แค่โดนเขาแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าเองนะ 555
      ส่วนยองแจก็นะ ยั่วตาใสมากๆ เลยค่ะ
      #85-1
  2. #31 ZUUBABY95 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 16:00
    ในที่สุดแดฮยอนก็กลายเป็นคนแล้ววว ถึงจะยังไม่รู้ตัวก็เถอะ แต่อีกไม่นานแล้วแน่ๆ แอร๊ยยย แล้วต่อเนื่องด้วยบังชานเลยย ทำไมผู้ใหญ่สองคนนี้เค้าเด็ดดวงกันขนาดนี้ แค่เจอกันครั้งแรกก็วี๊ดว๊ายแล้ววว โง้ยยยยยยย อยากอ่านต่อแล้ววววววว
    #31
    1
    • #31-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 4)
      27 สิงหาคม 2561 / 11:38
      ผู้ใหญ่อย่างบังชานเค้าจริงจังค่ะ ส่วนคู่เด็กๆ ก็นัวเนียๆ ไม่ได้แอ้มสักที
      #31-1
  3. #27 kyomin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 19:57
    สัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนของบังชานค่ะ แอร้ยยยย
    #27
    1
    • #27-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 4)
      27 สิงหาคม 2561 / 11:32
      รีดเดอร์ญาณทิพย์ 555
      #27-1
  4. #26 Chanzhino (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 01:04
    ตอนยงกุกอยากกะทำชำเราฮิมชาน คือกรี้ดมาก ในที่สุดพี่แด้ก็กลายเป็นคนแล้วฮือออออ ถ้าแด้ได้กลิ่นแจตอนเต็มไว ต้องจัดหนักตัดเต็ทแน่ๆ แต่ตอนจบ ทำไมคุณพ่อหวั่นไหวกับแจ หรือว่าจะไม่ใช่พ่อแท้ๆ อยากอ่านต่อแล้วววว
    #26
    1
    • #26-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 4)
      27 สิงหาคม 2561 / 11:34
      พี่แด้ยังไม่รู้ตัวเลยก็ถูกถีบตกเตียงแล้วอ่า 555
      #26-1
  5. #25 YouAndMe1994 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 21:49
    แค่อ่านบทยงกุกเจอฮิมชาน แค่ได้กลิ่นก็เร้าร้อนจนอยากจะเข้าไปขย้ำบลัดในความคิดด้วยคน โอ้ยยยย ไม่ทนค่ะ นี้จะไม่ทน แต่ยังสงสัย ยังไง ยองแจทำไมถึงทำให้บลัดหวั่นไหว เอ๊ะๆ
    #25
    4
    • #25-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 4)
      21 สิงหาคม 2561 / 21:55
      บลัดก็ทำให้บลัดหวั่นไหวได้เหมือนกันค่ะ เพราะเหมือนกับวัยรุ่นควบคุมอำนาจตัวเองไม่ได้ แต่ว่ากับคุณพ่อน่ะ ....ไม่นะ...หุหุ
      #25-1
    • #25-3 JustMariWriter(จากตอนที่ 4)
      21 สิงหาคม 2561 / 22:00
      นั่นแหล่ะคะ องครักษ์พิทักษ์เธอจริงๆ
      #25-3
  6. #24 Kurobuta (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 21:46

    อ่านตอนช่วงบรรยายแรกก็เพลินๆดี แต่พอถึงตอนคุณยงกุกได้กลิ่นตัวหอมๆจากคุณบลัดอย่างฮิมชานแล้วๆมันตุ๊งตุงต่งตุงตะลุงตุงตุ่งเนี่ยยยยยยยย มันอัลไรรรรรรรอิคุณหมาป่าแค่ได้กลิ่นก็ขึ้นขนาดนั้นเลยเหรอ หมายถึงอารมณ์นะโอ๊ยแก๊ ขนาดยังไม่เห็นหน้า ไหนจะอยากเสพสมบ้างหละไหนจะอยากกระแทกเสียดสีบ้างหละอยากทำแรงๆบ้างหละ อินัง บลัดนั่นก็ใช่ย่อยซะเมื่อไหร่ อะระคือสัมผัสร่างกายกำยำอันน่าหลงไหลเหอะ แรดซะไม่มี อิคู่นี้ถ้าเจอกันจริงจังคงนัวร์เฟอร์ เจอรุ่นใหญ่เข้าไปอิหมาหื่นแบบแดฮยอนนี่เด็กๆไปเลยแต่ก็ไม่ทำดานะจ๊ะ แค่กอดยองแจก็ขึ้นเหมือนกันหมายถึงอารมณ์5555 จะได้เป็นคนแล้วสินะรอค่ะรออยากรู้นักคู่ไหนจะนัวร์กว่ากันปล.เหมือนจะหมกมุ่นยุฉากเดียว555 ตกลงจงออบคงรักษาจุนฮงได้เนอะถึงต้องเสียความทรงจำๆปก็ช่างเถอะเนาะเอาเป็นว่าให้กลับมามีลมหายใจพอเพราะยองแจจะได้ๆม่ต้องรู้สึกผิดเนอะ ตกใจตรงที่บอกว่าฮิมชานหลงรักยองแจรักแบบไหนน้าาาาาา แดฮยอนมองออกด้วยเหรอถึงมีอาการแบบนั้น รักไรท์ที่สุดสู้ๆนะ มันดีมากจริงๆค่ะ

    #24
    1
    • #24-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 4)
      21 สิงหาคม 2561 / 22:04
      คู่คนลูกหึงโหด คู่คนพ่อหื่นโหดค่ะ ยังไม่ทันเจอกันก็หื่นขึ้นคอแล้ว หึหึ
      จุนฮงต้องรอดค่ะ แต่ช่วงนี้ไรท์ไม่ค่อยมีตังค์จ่ายค่าตัวน้อง เลยเน้นไปที่คู่หลักก่อน 555
      #24-1
  7. #23 nammint042 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 21:40
    บังชานเจอกับปุ๊บก็18+ปั๊บเลย 555 ไรท์เขียนบรรยายได้เห็นภาพดีน่าติดตามทุกตอนเลยค่ะ
    #23
    1
    • #23-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 4)
      21 สิงหาคม 2561 / 22:09
      มีแค่ฉากอีโรติกนิดหน่อย อย่าคิดมากกกก 5555 ขอบคุณที่ติดตามนะคะ จุ๊ฟฟฟฟ
      #23-1
  8. #22 Nonsenseman (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 21:12

    ตะ...ตกหลุมรักนี่หมายความว่า... โอเค เราจะไม่คิดอะไรไปก่อน รออ่านตอนต่อไปดีกว่าค่ะ


    ว่าแต่ว่า แดฮยอนไม่พอใจที่ยองแจเข้าใกล้ฮิมชานเพราะแบบนี้สินะคะ


    ราชาแห่งหมาป่าเสียท่าราชาแห่งแวมไพร์แล้วสิ ยกนี้ฮิมชานชนะ ต้องรอดูกันต่อไปว่ายกหน้าใครจะเสียท่าใคร 55555


    จุนฮงอ่า หายดีไว ๆ นะ ลืมยองแจคงเจ็บปวดมากเลย แต่มีจงออบอยู่ แอบรอคู่นี้อยู่นะคะ ><

    #22
    1
    • #22-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 4)
      21 สิงหาคม 2561 / 21:56
      รอติดตามตอนต่อไปแบบยาวๆ เลยค่ะ ห้ามทิ้งกันไปไหนก่อน
      #22-1
  9. #21 bamboo5194 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 21:11
    ยังไม่ได้เห็นบลัดคนงาม ยงกุกก็เก็บอาการไม่อยู่แล้ว โอ้ยย
    #21
    1
    • #21-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 4)
      21 สิงหาคม 2561 / 21:56
      เสน่ห์ของไดมอนบลัดรุนแรงเกิ๊นนนน
      #21-1