[B.A.P] 'till the end : แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น [END]

ตอนที่ 36 : 'till the end

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    11 เม.ย. 62



เด็กหนุ่มร่างสูงยืนมองนิ่งไปยังระเบียงชั้นสามของอาคารสีขาวล้วนสูงเพียงห้าชั้นที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง ไม่ไกลจากที่ตั้งของอดีตคฤหาสน์หลังงามของไดมอนด์บลัดที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงแค่สิ่งปลูกสร้างรกร้างไร้คนเหลียวแล



ชายสูงวัยนั่งเหม่ออยู่บนรถเข็นตรงระเบียงห้อง ดวงตาสีฟ้าที่เคยเปล่งประกายตอนนี้กลับเลื่อนลอยไร้จุดหมาย ร่างกายที่เคยอ้วนท้วนก็ผ่ายผอมจนคนที่เคยพบเจอรู้สึกใจหาย สองมือประคองสมุดบันทึกสกปรกยับเยินเอาไว้ในอ้อมกอดราวกับของมีค่า



ไม่มีใครรู้ว่า... ตอนนี้ ชเวมินซิก กำลังคิดอะไรอยู่












เด็กหนุ่มร่างสูงยืนดูอยู่จนเห็นพยาบาลร่างท้วมมาเข็นรถเข็นของชเวมินซิกหายกลับเข้าไปในห้องพักของโรงพยาบาล



"กลับกันเถอะจุนฮง"



ฮิมชานเอ่ยเรียกเด็กหนุ่มให้หลุดจากภวังค์ พวกเขาทั้งคู่พากันเดินลัดเลาะออกจากแนวป่าใกล้ถนน แล้วก้าวขึ้นรถยนต์สีดำคันใหญ่ที่จอดสตาร์ทเครื่องรออยู่



เด็กหนุ่มที่กำลังเติบโตภายใต้การดูแลของฮิมชานนั่งเงียบเหม่อมองออกไปยังหน้าต่างข้างประตูด้านหลัง



ฮิมชานถอนหายใจเบาๆ ไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าไหร่ จุนฮงก็ยังคงเงียบขรึม ไร้ความสดใสเฉกเช่นเด็กหนุ่มในวัยเดียวกัน ทั้งๆ ที่ยองแจบุตรชายของเขาเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนจุนฮงเป็นเด็กที่ร่าเริงมากกว่านี้



วันเวลาผ่านมานานกว่าปี หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์ทั้งสาม เพื่อเป็นบทเรียนสอนใจให้ชั่วลูกชั่วหลานว่า อย่าได้ประมาทสามัญชนและฮาล์ฟที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างได้เพียงเพราะคำว่าอำนาจและความโลภ



แต่เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น ....



เหตุการณ์ที่สร้างความบอบช้ำให้กับทั้งสามเผ่าพันธุ์



เหตุการณ์ที่พรากคนรักและคนสำคัญออกไปจากชีวิตของเรา



ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความเจ็บปวดก็ยังฝังลึกเป็นบาดแผลอยู่ในหัวใจของทุกคน




……………………..

 



ดวงตาเรียวสวยกวาดมองไปบนลานหญ้ากว้างสุดสายตา สีเขียวขจีของพื้นหญ้าถูกตัดด้วยโต๊ะสีขาวประดับดอกกุหลาบสีแดงสดโดดเด่น โต๊ะสีขาวตัวเล็กหลายตัวถูกจัดวางกระจายไปทั่วบริเวณลานกว้าง เพื่อไว้สำหรับวางเครื่องดื่มหลากหลายสีสันเพื่อรับรองแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน



บริเวณหน้างานมีแท่นเวทียกสูงเหนือพื้นเพียงเล็กน้อย บนเวทีมีเก้าอี้ตัวใหญ่ถูกคลุมปิดไว้ด้วยผ้าสีขาวจนมิดชิด ตรงมุมทั้งสี่ด้านเวทีมีขาตั้งคบไฟที่ทำด้วยหินสลักรูปหมาป่าขนาดใหญ่วางอยู่



สถานที่จัดงานยามไร้ร้างผู้คนก็แลดูจะกว้างขวางเพียงพอรองรับคนจำนวนมาก แต่ใครเล่าจะอยากพลาดงานสำคัญเช่นนี้ ดังนั้นแม้จะยังไม่ถึงกำหนดเวลา ทั่วทั้งลานกว้างในฟาร์มใหญ่แห่งนี้ก็คราคร่ำไปด้วยคนคุ้นเคยมากมายยืนจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน



ทั้งวูล์ฟ บลัด และวิซซ์ ต่างยืนคุยกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หาได้มีความแปลกแยกหรือมีอคติใดๆ ต่อกัน



งานในวันนี้ถึงจะเป็นงานพิธีการของเผ่าพันธุ์วูล์ฟ แต่เหล่าเพื่อนพ้องและคนรู้จักจากทั้งสามเผ่าพันธุ์ ก็พร้อมใจกันมาร่วมงานเพื่อแสดงความยินดีให้กับว่าที่คิงส์วูล์ฟคนใหม่



จอง แดฮยอน



เป็นคำสั่งของหัวหน้าผู้พิทักษ์ที่ประกาศว่ารัชทายาทในวัยสี่ปีบริบูรณ์ หรือเทียบเท่าวัยยี่สิบปีของสามัญชน มีความเหมาะสมที่จะสืบทอดตำแหน่งแทนมารดาที่เสียชีวิต



ในเมื่อคนที่อยู่เหนือเผ่าพันธุ์ทั้งสามเป็นผู้เอ่ยปากว่าเหมาะสม ใครกันเล่าจะกล้าเอ่ยทักท้วง ส่วนกลางจึงรีบดำเนินการเพื่อจัดพิธีสถาปนาตามธรรมเนียมให้แก่รัชทายาทของเผ่าพันธุ์วูล์ฟทันที



บลัดร่างเล็กยืนกำมือแน่นด้วยความตื่นเต้นยินดี เพราะคิดว่าอีกไม่นานก็จะถึงเวลาตามกำหนดการ แต่เมื่อชะเง้อคอมองหาคนรักที่ถือว่าเป็นคนสำคัญของงานไม่เจอ ใบหน้าสวยก็เริ่มงอง้ำ ปากอิ่มเริ่มคว่ำลงด้วยความขัดใจ



ส่วนแดฮยอนที่แม้จะยืนสั่งงานอยู่ตรงซุ้มทางเข้าหน้างาน แต่เขาก็ยังคอยมองดูคนรักไม่ยอมให้พลัดคลาดจากสายตา วันนี้ยองแจแต่งกายด้วยชุดสูทสีขาวคลุมทับด้วยเสื้อโค้ทยาวคลุมจนถึงเข่าสีเดียวกัน ...คล้ายนางฟ้าตัวน้อยที่สวรรค์ส่งลงมาเป็นของขวัญให้แก่เขา



ดวงตาเรียวสวยถูกกรีดไล้ด้วยอายไลเนอร์สีดำขับดวงตาให้แลดูเย้ายวน  ริมฝีปากอิ่มสีแดงฉ่ำก็ถูกแต่งเติมด้วยลิปกลอสแวววาวจนดึงดูดชวนให้ลิ้มลอง ส่วนเส้นผมสีดำสนิทที่จัดทรงตกเรี่ยเหนือหน้าผาก ก็ขับให้ใบหน้าของบลัดวัยสิบหกปีอย่างรัชทายาทยูยองแจงดงามโดดเด่นเกินกว่าใคร



งดงามจนมิอาจละสายตา



เมื่อแดฮยอนมองเห็นว่าใครต่อใครในงาน ต่างก็แอบทอดสายตามองตามยองแจของเขา หรือแม้กระทั่งพยายามเดินเฉียดกรายเข้าใกล้เพื่อทักทาย เขาก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นไม่น้อย ความหึงหวงก็พาลจะแล่นริ้วไปทั่วร่าง ปากจึงเร่งสั่งงานให้จบไปไวๆ ก่อนขายาวจะรีบก้าวไปแสดงความเป็นเจ้าของบลัดร่างเล็กนั้น เพื่อให้คนในงานได้ประจักษ์แก่สายตา



ยูยองแจ..เป็นของ..จองแดฮยอน..เพียงผู้เดียว

 








อ๊ะ!”



มองหาแดอยู่หรือครับ



ยองแจสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกรวบเอวสวมกอดจากทางด้านหลัง ความอบอุ่นคุ้นเคยถูกถ่ายทอดออกมายามร่างกายได้สัมผัสชิดใกล้ อ้อมกอดอบอุ่นที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ร่างกายของยองแจก็จดจำได้เสมอ



แดฮยอนกดจูบลงบนกระหม่อมของคนในอ้อมกอด พลางกระชับลำแขนแกร่งโอบล้อมรอบตัวของคนรัก กลิ่นหอมหวานราวกับผลไม้สดชุ่มฉ่ำที่ชวนให้เขาต้องกดจมูกลงสูดดมซ้ำแล้วซ้ำเล่า



กลิ่นหอมยวนใจที่เขาขาดไม่ได้ราวกับสิ่งเสพติด



แดอย่า…”



ครับ



เมื่อถูกคนรักส่งเสียงดุ แดฮยอนก็รีบปล่อยมือพลางทำท่าราวกับหวาดกลัวคนที่ตัวเล็กกว่าเสียเต็มประดา ท่าทางของแดฮยอนเรียกเสียงหัวเราะสดใสจากยองแจออกมาได้ไม่ยาก จนแขกในงานที่เดินผ่านไปมาต้องยกยิ้มเอ็นดูให้กับความน่ารักของทั้งคู่



แดฮยอนรวบเอวของยองแจเข้ามากอดไว้อย่างหลวมๆ อีกครั้ง ดวงตาเรียวสวยแหงนเงยสบดวงตาสีเทาเข้มที่เต็มไปด้วยความรักและความหลงใหลไม่ต่างกัน



แดหายไปไหนมา แจมองหาแดตั้งนาน



ยองแจบ่นพึมพำ พลางเขย่งปลายเท้าขึ้นประทับริมฝีปากอิ่มที่ปลายคางคนรักอย่างออดอ้อน โดยไม่รู้ตัวว่าคนถูกอ้อนแทบอยากจะอุ้มตัวเองกลับบ้านใจแทบขาด



แดฮยอนได้แต่ยิ้มร้ายให้กับความคิดไปไกลในใจเพียงผู้เดียว



แดไปช่วยดูความเรียบร้อยตรงหน้างานมาครับ พอดีคุณยงกุกฝากไว้



อ้าว! แล้วคุณลุงล่ะ



อืม ..คุณยงกุกไม่ได้บอกว่าจะไปไหน แต่เมื่อกี้คุณฮิมชานโทรมาบอกว่า อาจมาถึงช้าหน่อย เพราะจะแวะทำธุระแถวนี้กับจุนฮงก่อน



คุณแดฮยอนคะ



ทั้งแดฮยอนและยองแจเหลียวไปมองตามเสียงเรียก อึนบีที่ดูท่าทางรีบเร่งเดินจ้ำเข้ามากวักมือเรียกแดฮยอน พร้อมชี้นิ้วไปยังแท่นพิธีบริเวณหน้างาน



คุณต้องไปเตรียมตัวที่แท่นพิธีตรงนั้นได้แล้วค่ะ



แล้วคุณยงกุกล่ะครับ



คุณยงกุกออกไปรับซอนฮวาที่สนามบิน สักพักก็คงมาถึงแล้วล่ะค่ะ คุณต้องไปเตรียมตัวได้แล้ว เดี๋ยวจะไม่ทัน



สีหน้าของอึนบีดีขึ้นมากหากเทียบกับเมื่อหลายเดือนก่อนที่ผ่านมา แดฮยอนต้องขอบคุณยงกุกที่คอยช่วยเขาเกลี่ยกล่อมอึนบีไม่ให้ละทิ้งหน้าที่ความรับผิดชอบ อย่างน้อยการยกให้อึนบีเป็นแม่งานในการเตรียมงานครั้งนี้ ก็พอที่จะช่วยให้อึนบีคลายความเศร้าใจไปได้บ้าง



สายตาคมมองตามหลังพี่เลี้ยงสาว เขาเห็นร่างสูงกำยำของใครอีกคนที่คอยเดินตามเป็นเงาอยู่ไม่ห่าง แม้ว่าบลัดสาวจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารำคาญเหลือคณา แต่อีกฝ่ายก็ดูจะมิได้ใส่ใจ ใบหน้าดุดันได้แต่ยิ้มรับ ดวงตาของวูล์ฟหนุ่มนั้นก็หวานเชื่อมไปด้วยความรักที่แสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง



แดฮยอนได้แต่ลอบถอนหายใจ เขาเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อึนบีจะสามารถเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ได้อีกครั้ง แต่เขาก็คาดหวังว่าสักวันหนึ่ง ซองวอนจะสามารถสั่นคลอนหัวใจของอึนบีได้ เช่นเดียวกับที่พ่อของเขาเคยทำสำเร็จด้วยการพิชิตหัวใจแม่ของเขา



ตอนนี้พระอาทิตย์เริ่มคล้อยลงต่ำ อีกไม่นานก็คงจะลาลับเส้นขอบฟ้า พิธีสถาปนาถูกกำหนดเวลาให้ดำเนินการในช่วงพระอาทิตย์อยู่เรี่ยเส้นขอบฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นเวลาอันศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสามเผ่าพันธุ์



ถ้าอย่างนั้นแดไปก่อนนะครับแล้วเดี๋ยวแจไปยืนรอแดอยู่ตรงหน้าเวทีนะ เวลาไม่เห็นแจแล้วแดไม่สบายใจ



อือรู้แล้วน่า บอกแจรอบที่ร้อยแล้วนะ



เพียงแค่ยองแจตอบรับ แดฮยอนก็ยิ้มกว้างพร้อมฉวยโอกาสกดปลายจมูกลงบนแก้มอิ่มอีกครั้ง ก่อนจะผละใบหน้าออกเพื่อมองผลงานของตนเองที่ปรากฏเป็นสีเรื่อบนแก้มของคนรักอย่างเอ็นดู



งื้อแด... พอได้แล้ว



ยองแจยกมือลูบแก้มของตัวเอง ก่อนจะตีแปะลงบนลำแขนแกร่ง แต่เจ้าหมาดื้อด้านก็หาได้ระคายผิว แถมยังแกล้งทำหน้าตากรุ้มกริ่ม ชวนให้ยองแจต้องตวัดสายตาค้อนใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่เริ่มแล่นลามไปทั่วทั้งใบหน้า



ไม่เห็นเป็นไรเลย ใครๆ ก็รู้ว่าแดกับแจเป็นอะไรกัน



ถึงแม้หลายคนรอบข้างจะรู้ว่าทั้งคู่ผูกพันธะสัญญา แต่แดฮยอนก็ยังอยากจะย้ำเตือนให้ทุกคนรู้อยู่เสมอว่ายองแจเป็นของเขา และข้อสำคัญ ...เขาเองก็เป็นหมาที่ขี้หวงเจ้าของเอามากๆ เสียด้วย



ไปได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนพี่อึนบีดุเอาหรอก



ยิ่งเห็นสายตาพราวระยับออกมาจากแดฮยอน ยองแจก็ยิ่งเขินอายมากขึ้น จนต้องเอ่ยเอาชื่อพี่เลี้ยงสาวขึ้นมาอ้าง แดฮยอนถึงยอมปล่อยวงแขนให้เขาหลุดออกจากอ้อมกอด ก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ตามหลังอึนบีไปติดๆ






…………………….




บลัดร่างสูงยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังของกลุ่มผู้พิทักษ์ พวกเขาทั้งหมดยืนเป็นแถวอย่างมีระเบียบราวสามสิบคน แบ่งเป็นกลุ่มจำนวนเท่ากันแยกยืนทางซ้ายและขวาตรงทางเข้างาน ทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของยุนอึนบี



ฮิมชานยิ้มเล็กน้อยเมื่อหันไปเห็นจุนฮงยืนรวมอยู่ในกลุ่มผู้พิทักษ์ บลัดสายเลือดใหม่เติบโตขึ้นมากในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ปีกว่า เงียบขรึมและสง่างามเหมาะสมที่จะเติบโตภายใต้เผ่าพันธุ์บลัด



คงเป็นเพราะ บัง ยงกุก



ยงกุกใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้างเสมอ รวมทั้งชเวจุนฮง ยงกุกส่งจุนฮงให้เข้าไปอยู่ในโรงเรียนฝึกสอนของผู้พิทักษ์ ก็คงคล้ายกับโรงเรียนเตรียมทหารของพวกสามัญชน พร้อมมอบหมายให้อึนบีเป็นพี่เลี้ยงและฝึกฝนจนสามารถสอบเข้าบรรจุเป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว



วันนี้จุนฮงจะได้รับมอบหมายงานชิ้นแรก โดยที่เจ้าตัวยังมิอาจล่วงรู้

 








ในพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนต่างรอคอยให้หัวหน้าผู้พิทักษ์เป็นผู้ดำเนินการทำพิธี และเพียงรถตู้สีดำคันใหญ่จอดเทียบหน้าทางเข้าของงาน ชายหนุ่มร่างกำยำหน้าตาดุดันที่ทุกคนรอคอยก็ก้าวลงจากรถเพื่อเข้าสู่ลานงานพิธีทันที



ฮิมชานยิ้มกว้าง เมื่อแลเห็นยงกุกเดินเข้ามาในลานกว้าง พร้อมกับคนสำคัญที่เจ้าตัวถึงกับต้องไปรับมาเองจากสนามบิน



จุนฮงที่ยืนอยู่ด้านหลังคนอื่นไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างมากนัก บลัดหนุ่มยืนเอามือไพล่หลัง ใบหน้ามองตรงไปด้านหน้า วันนี้เป็นเพียงอีกวันที่เขาต้องทำงานตามหน้าที่ พี่อึนบีที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานของเขาออกคำสั่ง ให้ทุกคนมาคุ้มครองความปลอดภัยให้กับแขกที่มาร่วมงานพิธีสถาปนาคิงส์วูล์ฟคนใหม่



การที่จุนฮงได้กลับมาในเมืองที่คุ้นเคยแห่งนี้ หลังจากย้ายไปอยู่ที่เมืองอื่นเสียนาน ก็ทำให้ภาพความทรงจำต่างๆ ผุดคืนกลับมาจนยากที่จะทำใจ และแม้สิ่งที่ค้างคาในใจอย่างข้อสงสัยเรื่องความเป็นอยู่ของชายคนนั้น จะได้รับการคลี่คลาย แต่เขาเองก็ใช่ว่าจะรู้สึกดีอะไรขึ้นมากมาย



คงเป็นเพราะว่า เขาไม่ได้รู้สึกอะไรอีกแล้วกับผู้ชายที่เขาเคยเรียกว่าพ่อชเวมินซิก



ในขณะที่จุนฮงกำลังอยู่ในภวังค์ของความทรงจำในอดีต แม้จะรับรู้ในโสตประสาทว่าหัวหน้าผู้พิทักษ์ได้มาถึงงานแล้ว แต่เขาก็มิได้มีท่าทีที่จะแสดงออกถึงความสนใจ



จนกระทั่ง...



รุ่นพี่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเขานับสิบคนขยับกายออก แหวกทางให้คนมาใหม่เดินเข้ามายืนประจันหน้า



มือเล็กที่เกาะเกี่ยวอยู่กับมือหนาของยงกุกถูกปล่อยลง



สองขาก้าวขยับเดินไปหยุดยืนตรงหน้าคนที่สูงกว่าจนต้องแหงนหน้ามอง



ดวงตาเรียวเล็กหรี่ลง เมื่อจดจ้องใบหน้าคมของบลัดหนุ่มที่ยืนนิ่งราวกับถูกสะกด ริมฝีปากบางแย้มยิ้มก่อนจะขยับกล่าวถ้อยคำที่ทำให้ดวงตาสีฟ้ากระจ่างของอีกฝ่ายมีหยดน้ำตาร่วงหล่น



"เจอแล้ว...ขอโทษนะที่ให้รอ"



หัวใจของจุนฮงเต้นแรงอย่างไม่เป็นจังหวะ เขาไม่สามารถกล่าวสิ่งใดออกมาเป็นคำพูดได้ และเมื่อได้สติ บลัดหนุ่มก็ย่อกายรวบร่างเล็กเข้ามากอดไว้แนบอก



สิ้นสุดเสียทีกับการรอคอยที่แสนจะเจ็บปวด 



ยงกุกมองดูจุนฮงที่กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น ใบหน้าซีดขาวกำลังถูกเด็กน้อยวัยหกขวบประคองเพื่อเกลี่ยซับน้ำตาที่กำลังหยาดหยด ก่อนที่บลัดหนุ่มร่างสูงจะจับมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นมาประทับริมฝีปากลงบนกลางฝ่ามือ ราวกับต้องการวิงวอนขอร้องต่ออีกฝ่ายว่าอย่าได้จากไปไหนอีก



ยงกุกยิ้มมุมปากให้กับภาพที่น่าประทับใจตรงหน้า ในความเป็นจริง ทั้งสองคนจะต้องก้าวไปข้างหน้าตามบทบาทชีวิตของตนเอง จนกว่าพรหมลิขิตจะชักพาให้ได้พบเจอ แต่ยงกุกกลับทำตัวเป็นผู้กำหนดโชคชะตาเสียเอง เขานำทั้งสองคน ให้ได้หวนกลับมาเจอกันอีกครั้งในวันนี้ เพียงเพราะยังมั่นใจในสิ่งที่เขามองเห็น



ความรักยังฉายชัดอยู่ในดวงตาของทั้งคู่



ฉันขอแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการนี่คือ ฮัน จงฮวา บุตรชายของดงกึมและซอนฮวา….ผู้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าคืออดีตไฮวิซซ์ที่คืนกลับมาอีกครั้ง



ยงกุกนึกไปถึงเมื่อสองเดือนที่แล้ว ซอนฮวาทำเรื่องน่าประหลาดใจ เมื่อพาบุตรชายไปเยี่ยมเยียนเขาไกลถึงแดนใต้ ที่เขาพาฮิมชาน ยองแจ และแดฮยอน ย้ายถิ่นฐานไปพักอยู่ที่นั่น



วิซซ์คนแม่ทำท่าทีอ้ำอึ้งเมื่อเจอหน้าคนเป็นนายอย่างยงกุก และเมื่อยงกุกเอ่ยถาม เธอก็ได้แต่ค้อมกายและผายมือให้ยงกุกหันไปสนใจบุตรชายของเธอที่กำลังยืนเอามือไพล่หลังข้างกายแทน



ใบหน้าอิ่มกลมของเด็กน้อยมิได้แสดงท่าทางหวั่นเกรงต่อชายร่างใหญ่หน้าตาดุดันเช่นยงกุกแม้แต่น้อย แถมริมฝีปากยังขยับแย้มยิ้มราวกับกำลังเย้ยหยันอย่างมั่นใจ ดวงตาเรียวเล็กที่กำลังจ้องมองแน่วแน่ก็ชวนให้ยงกุกนึกถึงใครบางคนที่คุ้นเคย ก่อนที่ดวงตานั้นจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวเรืองรองราวกับมรกต



และเพียงแค่คำทักทายแรกจากจงฮวา ยงกุกก็แทบจะคุกเข่าให้กับเด็กน้อยตรงหน้าทันที



สวัสดี...ท่านแม่ทัพบัง

 








………………….

 





วันนี้มีเรื่องน่ายินดีหลายเรื่องที่ผมอยากจะบอกกล่าว



เสียงทุ่มต่ำกังวานก้องทั่วลานหญ้า ยิ่งท้องฟ้าใกล้ลาลับแตะขอบฟ้าเท่าใด ก็ทำให้พิธีการที่เกิดขึ้นตรงหน้ามีความศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น ยงกุกกวาดสายตามองแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างช้าๆ ทุกคนล้วนคุ้นเคยและสนิทสนม



ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ตอบรับคำเชิญและให้เกียรติเดินทางมาร่วมงานด้วยตนเองอย่างที่รู้กันว่า พิธีการสำคัญในวันนี้ก็คือ พิธีสถาปนาคิงส์วูล์ฟคนใหม่ แต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว ผมยังมีความยินดีจะแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับใครคนหนึ่งก่อนที่จะเริ่มงาน



เสียงฮือฮาออกมาจากกลุ่มแขกผู้มาร่วมงานทันที เมื่อเห็นเด็กน้อยวัยหกขวบถูกบลัดหนุ่มร่างสูงจูงมือขึ้นไปยืนบนเวที



ฮัน จงฮวา….เป็นผู้ที่ได้รับหัวใจของอดีตไฮวิซซ์ รวมทั้งได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นผู้ที่มีศาสตร์ของไฮวิซซ์ที่ถูกถ่ายทอดมาทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริง



ยงกุกนึกถึงคำสั่งเสียของจงออบ ที่ให้เขาแบ่งหัวใจของไฮวิซซ์ออกเป็นสองส่วน



จงออบบอกว่า ส่วนหนึ่งมอบให้เด็กหนุ่มชเวจุนฮง เพื่อใช้เป็นกำลังให้ยืนหยัดต่อไปได้เมื่อเขาสิ้นใจ อีกส่วนยกให้เด็กน้อยจงฮวา จงออบหวังจะมอบตำแหน่งรัชทายาท และศาสตร์แห่งความรู้ให้แก่เด็กน้อย เพื่อตอบแทนลมหายใจของดงกึมที่เสียสละเพื่อปกป้องเขา



ใครเล่าจะรู้ว่า อำนาจแห่งความรัก จะทำให้จิตวิญญาณเจ้าของหัวใจ หวนคืนกลับมาในร่างของเด็กน้อย เพื่อติดตามหัวใจของตัวเองอีกครึ่งให้กลับมาหลอมรวมกันอีกครั้ง



เพื่อให้จิตวิญญาณของไฮวิซซ์ดำรงสืบต่อไป ดังนั้น...ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ฮัน จงฮวา จะถือครองตำแหน่งรัชทายาทเผ่าพันธุ์วิซซ์



เสียงฮือฮาเกิดขึ้นในกลุ่มคนที่เข้าร่วมงาน เพราะต่างก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะพบตัวรัชทายาทได้รวดเร็วเช่นนี้ หลังจากที่สูญเสียไฮวิซซ์คนเก่าไป



“และจนกว่าจะมีพิธีการสถาปนาไฮวิซซ์ ...รัชทายาทจะมี ...ชเวจุนฮง เป็นผู้พิทักษ์เคียงข้างกาย



หลังการประกาศ ยงกุกก็แบมือทั้งสองข้างยกขึ้นด้านหน้า มนตราปกป้องของผู้พิทักษ์ค่อยๆ ปรากฏเป็นลูกไฟสีเขียวเรืองรองอยู่บนฝ่ามือทั้งสองข้าง ทุกคนในงานต่างก็พากันเงียบสนิท เพื่อให้เกียรติกับพิธีสาบานตนของผู้พิทักษ์รัชทายาทที่กำลังจะเกิดขึ้น



จุนฮงคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าของจงฮวา เสียงแหบต่ำร่ายมนตราดังสะท้อนก้องไปมาไม่หยุด ยงกุกค่อยๆ ก้าวขาเดินไปรอบกาย ของทั้งคู่ ก่อนที่เขาจะหยุดยืนอยู่ระหว่างทั้งสองคนพร้อมวางมือลงไปบนบ่าของจงฮวาและจุนฮง ลูกไฟสีเขียวเรืองรองก็ค่อยๆ กลายเป็นสายใยบางๆ ไหลซึมเข้าไปในร่างกายของทั้งคู่แล้วซึมหายไปในที่สุด



ต่อไปนี้ ชีวิตและลมหายใจของเจ้า จะมีไว้เพื่อปกป้องรัชทายาทเผ่าพันธุ์วิซซ์  ...ฮัน จงฮวา ...เจ้าจะยอมรับคำสัตย์สาบานนี้หรือไม่ ชเว จุนฮง



ผมยินดีตอบรับคำสาบานต่อหน้าของเผ่าพันธุ์ทั้งสามผมจะยอมสละสิ้นทั้งชีวิตและลมหายใจ เพื่อปกป้องชีวิตและจิตวิญญาณของท่านผู้นี้ฮัน จงฮวา



ตลอดการกล่าวคำสาบาน ดวงตาสีฟ้ากระจ่างก็จดจ้องมองลึกลงในดวงตาสีเทาอ่อนของเด็กน้อยตรงหน้าดวงตาที่สะท้อนให้จุนฮงได้เห็นว่า ภายใต้ร่างกายของเด็กชายวัยหกขวบคนนี้ แท้จริงแล้วคือจิตวิญญาณของคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจ



มุน จงออบ

 








หลังจากจุนฮงจูงมือของรัชทายาทไฮวิซซ์คนใหม่ลงไปจากเวที ยงกุกก็หันมาสนใจกับพิธีการสำคัญสำหรับวันนี้



ผ้าคลุมสีขาวผืนใหญ่ถูกดึงออก เผยให้เห็นเก้าอี้เหล็กตัวใหญ่ที่มีไว้สำหรับพิธีการสืบทอดตำแหน่งสูงสุดของทั้งสามเผ่าพันธุ์ สีดำของเหล็กกล้าถูกตัดด้วยสีแห่งอัญมณีจัดจ้านจำนวนมาก



มรกตเรืองรอง แทนเผ่าพันธุ์วิซซ์



ทับทิมเจิดจ้า แทนเผ่าพันธุ์บลัด



บุษราคัมฉายโชน แทนเผ่าพันธุ์วูล์ฟ



เก้าอี้นี้เป็นดั่งสัญลักษณ์ของการสืบทอดอำนาจ ...เก้าอี้นี้เป็นดั่งสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความโชติช่วง ...เก้าอี้นี้เป็นดั่งสัญลักษณ์ความเป็นหนึ่งเดียวของเผ่าพันธุ์ทั้งสาม



เสียงแหบต่ำดุดันของยงกุกเต็มไปด้วยอำนาจ ตรึงความสนใจของทุกคนให้สงบนิ่ง



พวกเราผ่านช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และช่วงเวลาที่ตกต่ำมาด้วยกันเสมอ ดังนั้น เมื่อถึงเวลาอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ ผมก็คิดว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้ร่วมแสดงความยินดีเช่นกัน



ยงกุกผายมือไปที่แดฮยอนให้ก้าวขึ้นมายืนคู่กับเขา แม้ยงกุกจะมีบุคลิกที่น่าเกรงขามเฉกเช่นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ แต่รัชทายาทแห่งเผ่าพันธุ์วูล์ฟก็มิได้สง่างามน้อยไปกว่า



ยองแจที่ยืนอยู่เคียงข้างฮิมชานผู้เป็นบิดาตรงด้านหน้าเวทีก็อดจะชื่นชมคนรักของตนเองอยู่ภายในใจไม่ได้ รอยยิ้มหวานถูกส่งไปให้เมื่อเห็นแดฮยอนส่งสายตามองมา



อย่างที่ทุกคนรู้กันว่า เมื่อปีที่แล้วเราได้สูญเสียคิงส์วูล์ฟที่เก่งกล้าของพวกเราไป เพื่อนผู้ห้าวหาญสำหรับหลายคนในที่นี้ มารดาผู้เสียสละของบุตรชาย และเพื่อนสนิทที่จะอยู่ในหัวใจของผมตลอดกาล….จอง แฮจู



มงกุฎเหล็กสีดำสนิทประดับด้วยบุษราคัมเม็ดใหญ่ทอแสงสีทองฉายโชนถูกนำมาวางไว้บนถาดสีเงิน ยงกุกยกถาดนั้นชูขึ้นด้านหน้า



ดังนั้นคิงส์วูล์ฟคนต่อไป ย่อมไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าบุตรชายของแฮจูจองแดฮยอน ... ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอให้เขาเป็นดั่งผู้นำของเผ่าพันธุ์วูล์ฟ ...ให้เขาได้นำพาเผ่าพันธุ์ก้าวข้ามความยากลำบากและสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเรา



สิ้นเสียงประกาศทรงอำนาจ เสียงปรบมือโห่ร้องอย่างยินดีก็ดังก้องขึ้นจากคนทั่วทั้งงาน บ่งบอกให้รู้ถึงช่วงเวลาแห่งความสุขได้กลับมาเยือนพวกเขาอีกครั้ง และช่วงเวลาแห่งความเศร้าก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว



และแล้วก็ถึงขั้นตอนสุดท้ายของการทำพิธี คบไฟทั้งสี่ด้านของเวทีก็ถูกจุดขึ้นก่อนที่แสงสุดท้ายของพระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า แต่ก่อนที่ยงกุกจะทำหน้าที่สวมมงกฎสัญลักษณ์แห่งการสืบทอดตำแหน่งให้แก่แดฮยอนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กตัวใหญ่กลางเวที สายตาคมของแดฮยอนก็กวาดมองหาหญิงสาวเผ่าพันธุ์บลัด เขาตัดสินใจกระซิบบอกยงกุกถึงสิ่งที่ตนเองต้องการ



อึนบีขึ้นมานี่หน่อย



เมื่อถูกผู้เป็นนายเรียกหา บลัดสาวก็ส่งสายตาทำหน้าสงสัย แต่ก็ได้รับเพียงรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนของยงกุกส่งกลับมาให้  และระหว่างก้าวเดินตรงไปยังเวทีด้านหน้า แดฮยอนก็ทำในสิ่งที่เธอไม่คาดถึง เขาลุกจากเก้าอี้เหล็กเดินมายื่นมือเพื่อรับเธอก้าวขาขึ้นสู่เวที พร้อมกับเอ่ยประโยคบอกกล่าวที่ทำให้เธอถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่



ผมอยากให้คนที่ผมรักเหมือนแม่เป็นคนสวมมงกฎให้ผมครับ

 






……………………………………

 




เสียงหัวเราะดังขึ้นประปรายตามกลุ่มแขกในงานที่ยังเหลืออยู่ เพราะบางส่วนก็เดินทางกลับไปบ้างแล้ว หลังจากงานพิธีจบลง บางส่วนก็แยกย้ายกลับเข้าห้องพักรับรองที่ทางเจ้าของฟาร์มอย่างซองวอนเป็นผู้จัดหาดูแล



เสียงเพลงทำนองแจ๊สคลอเคล้าไปกับสายลมที่พัดผ่าน คืนนี้อากาศไม่ร้อนเกินไปสำหรับบลัดและวิซซ์ แต่ก็ไม่หนาวเกินไปสำหรับวูล์ฟ



ตอนนี้ยองแจถอดเสื้อโค้ทที่สวมคลุมออก เหลือเพียงชุดสูทสีขาว ใบหน้าขาวชื้นเหงื่อเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส บลัดร่างเล็กกำลังถูกคนรักจับแขนเหวี่ยงไปมาให้เต้นรำเคียงกันอย่างสนุกสนาน แดฮยอนที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล็คสีดำสนิทก็หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างเต็มที่ โดยรอบมีหนุ่มสาววัยเดียวกันอีกราวห้าหกคนส่งเสียงเชียร์อยู่รอบวง



เสียงหัวเราะร่าของยองแจผสมกับเสียงแหบทุ้มของแดฮยอน ทำให้คนเป็นบิดาอย่างฮิมชานที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ได้แต่ยิ้มอย่างพอใจ หัวใจของเขากำลังเอ่อล้นไปด้วยความสุข



ในระยะเวลาที่ผ่านมา แดฮยอนได้พิสูจน์ให้ฮิมชานเห็นแล้วว่า มีความรักมั่นคงและทุ่มเทให้กับบุตรชายของเขามากแค่ไหน จนเขาไว้ใจว่า...ยองแจจะมีความสุขไปตลอดชีวิตกับเจ้าเด็กหมาป่าตัวโตนี้

 


"ที่รัก"



เสียงทุ้มต่ำกระซิบเบาข้างหู ก่อนริมฝีปากร้อนจะกดจูบตามลงบนขมับขาว ฮิมชานหันไปยิ้มรับประโยคทักทายของยงกุกที่เดินมาหยุดยืนข้างกาย มือเย็นเฉียบถูกกอบกุมไว้ด้วยมือหนาอันอบอุ่น



ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ ระหว่างทั้งสอง มีเพียงบรรยากาศแห่งความสุขลอยอวลให้หัวใจของทั้งคู่รู้สึกอิ่มเอม



รัก....โดยมิต้องเอ่ยปาก

 


ดวงตาเรียวสวยของยองแจตวัดไปเห็นบิดาและคนรักของบิดากำลังยืนมองอยู่ไม่ไกล จึงยกมือโบกให้ไปมา และเมื่อเห็นบิดาโบกมือตอบกลับมา ยองแจกก็ยิ้มกว้างแล้วหันกลับมาสนใจแดฮยอนที่ยังสนุกสนานอยู่ตรงหน้า



วันเวลาผ่านไปนานมากพอที่จะทำให้พวกเขาทั้งคู่ได้รู้จักสังคมของทั้งสามเผ่าพันธุ์ พวกเขามีเพื่อน มีคนรู้จัก มีสิ่งต่างๆ ที่ต้องเรียนรู้อีกมากมาย 



ชีวิตของพวกเขา...พึ่งจะเริ่มต้น



ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกในอนาคต แต่พวกเขาก็ได้เรียนรู้จากสิ่งที่ผ่านไปในอดีต และพวกเขาก็มั่นใจว่า หากจับมือกันเอาไว้ ก็จะสามารถผ่านพ้นคืนวันอันเลวร้ายไปได้

 






โชคชะตาที่ผ่านมา.. มิอาจหวนคืนกลับไปแก้ไข



สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่...จดจำมันไว้ ...



จนกระทั่งวันสุดท้ายแห่งชีวิต

 

 







----------------The end---------------







แถมมมมมม



เด็กน้อยทำใบหน้าเดาอารมณ์ไม่ถูกกำลังนั่งกอดอก ไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไร้พนักพิง จุนฮงเดินเข้ามาในห้องพักรับรองหลังจากเดินออกไปยกกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาให้



จุนฮงยังไม่รู้ว่าควรเรียกอีกฝ่ายว่าอะไรดี หลังจากที่เอ่ยปากถาม ก็ได้รับเพียงคำตอบสั้นๆ มาว่า อยากจะเรียกอะไรก็เรียก



น่าแปลกที่แม้เด็กน้อยวัยหกขวบตรงหน้า จะไม่ได้มีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับคนรักของเขาในอดีต แต่ทว่าดวงตาเรียวเล็กสีเทาอ่อนนั้นกลับให้ความรู้สึกเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน



“ยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะ”



“เอ่อ ... แล้วพี่จงออบจะให้ผมทำอะไรล่ะ”



ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตัก



เพียงได้ยินบลัดหนุ่มร่างสูงเรียกสรรพนามที่คุ้นชิน หัวใจของเด็กน้อยจงฮวาก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้



“ถอดรองเท้าให้หน่อย”



----อยากขอกอดหน่อย---



ความปากไม่ตรงกับใจตามนิสัยเดิมก็ยังไม่เคยเปลี่ยน เด็กน้อยหลุดพูดประโยคเสียดสีออกมาทั้งๆ ที่ภายในใจคิดอย่างอื่น แถมแก้อายด้วยการกระดิกปลายเท้า พร้อมหันใบหน้าเมินหนีไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาคนที่ย่อกายอยู่ข้างหน้า เพราะกลัวว่าตนเองจะเก็บอาการเก้อเขินไว้ไม่อยู่



แต่จู่ๆ ร่างกายเล็กก็ถูกรวบกอดจนแน่นแทบจะจมหายไปในอกแกร่ง หัวใจของเด็กน้อยก็ยิ่งเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งด้วยความรู้สึกยินดี ราวกับเขาได้กลับเข้าสู่อ้อมกอดที่โหยหามานานแสนนาน



“พี่จงออบยังปากแข็งเหมือนเดิมเลยนะครับ ...ถ้าพี่อยากให้ผมกอด...ก็แค่บอก”



ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างด้วยความตกใจ คนตัวเล็กพยายามดิ้นขลุกขลักเพื่อให้พ้นจากอ้อมกอดที่กำลังพันธนาการเขาไว้



“น่ะ..นาย..รู้ได้ยังไง”



“เพราะหัวใจของพี่...ทำให้ผมได้อำนาจวิเศษของวิซซ์...มันทำให้ผมรู้ว่า...คนที่ผมรักกำลังคิดอะไรอยู่”



----แค่คิดในใจเนี่ยนะ---บ้าน่า---แล้วถ้าเรื่องนั้น---



“ไม่ต้องห่วงครับ... ผมสัญญาว่าจะรอให้พี่อายุครบสิบหกก่อน ...ดังนั้น ...พี่นับวันรอได้เลย ...เพราะครั้งนี้พี่หนีผมไม่พ้นแน่”








.............................................




ตอนนี้เป็นตอนจบแล้วนะคะ ไม่ได้มีฉากหวือหวาอะไรมาก แต่แค่เป็นบทสรุปแบบแฮปปี้ของทั้งสามคู่ค่ะ



ปล.

1. คำอวยพรในวันครบรอบวัยเจริญพันธุ์ของยองแจ จากคิงส์วูล์ฟจะไปโผล่ในสเปเชียลค่ะ ก่อนที่น้องจะอายุสิบหก น้องได้คำอวยพรไปแล้วนะคะ

2. สเปเชียล nc อีก 2 ตอนในเล่มที่รับรองว่าแซ่บบบบบบ >> ตอนฮันนีมูนของคุณพ่อกับคุณลุง และ ตอนหมาเฝ้าบ้านต้องเลี้ยงน้อง

3. ไรท์จะส่งให้กับโรงพิมพ์ไม่เกินวันที่ 22 เม.ย. ค่ะ ซึ่งหนังสือน่าจะได้รับและจัดส่งให้ถึงมือรีดเดอร์อย่างช้าไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. นะคะ 

4. ใครที่สนใจจะสั่งเพิ่มสามารถสั่งได้ก่อนวันที่ 21 เม.ย.นะคะ  เรื่องนี้ไม่มีรอบรีปริ้นแล้วน้าาา


เม้นได้ หวีดได้ ติชมได้ค่ะ

#แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น

@JustMariWriter



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

208 ความคิดเห็น

  1. #205 nammint042 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 13:47
    เย้!!!รอตอนนี้มานาน ตอนที่ทุกคู่แฮปปี้เอนดิ้ง เนื้อเรื่องสนุกมากมีปมให้ติดตามตลอด ขอบคุณไรท์มากเลยค่ะที่มีผลงานสนุกๆมาให้ติดตามเสมอ
    #205
    1
    • #205-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 36)
      28 เมษายน 2562 / 22:25
      ไว้รอติดตามเรื่องใหม่อีกน้า ^^
      #205-1
  2. #204 Mí rieow (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 00:44
    เเฮ้ปปี้มากๆ อบอุ่นทุกคู่เลย
    #204
    1
    • #204-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 36)
      11 เมษายน 2562 / 14:45
      คนเขียนก็แฮปปี้เหมือนกันค่าาา ที่รีดเดอร์ฝ่าฟันอยู่เป็นเพื่อนกันมาจนถึงตอนจบ เลิฟฟฟฟ
      #204-1