[B.A.P] 'till the end : แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น [END]

ตอนที่ 35 : Love is pain

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    2 เม.ย. 62

 

 

ในตอนที่ยงกุกเดินทางกลับมาพร้อมกับเด็กหนุ่มชเวจุนฮงและกลุ่มลูกน้องเหล่าผู้พิทักษ์ พวกเขาก็ปะทะเข้ากับกลุ่มคนร้ายที่กำลังจะออกไปจากคฤหาสน์ของฮิมชาน เบื้องหลังของพวกมันเป็นควันไฟสีดำที่ค่อยๆ ลอยขึ้นม้วนตัวแล้วจางหายไปในอากาศเหนือคฤหาสน์หลังงาม ที่เมื่อวานยงกุกพึ่งจะสั่งให้คนงานมาช่วยปรับปรุงจากเหตุคนร้ายบุกเข้ามาก่อกวนในยามวิกาลครั้งก่อน



ยงกุกจึงสั่งให้ลูกน้องจัดการรวบตัวคนร้ายไว้ให้หมด ส่วนตัวเองหวังจะรีบตามหาไดมอนด์บลัดเจ้าของคฤหาสน์เพื่อแจ้งข่าวร้ายเรื่องการจากไปของไฮวิซซ์หนุ่ม



นึกว่างานจะง่าย แต่กลายเป็นว่าหนึ่งในคนร้ายมีพลังคล้ายเผ่าพันธุ์วิซซ์ ทำให้ลูกน้องของเขาที่ไม่ทันระวังตัวเจ็บหนักไปหลายคน และนั่นทำให้ยงกุกประหลาดใจไม่ใช่น้อย เขาไม่คิดว่าสายเลือดของเผ่าพันธุ์ทั้งสามจะละเมิดกฎแห่งเผ่าพันธุ์แล้วลงมือทำร้ายพวกเดียวกัน



แต่ทันทีที่เห็นเปลวไฟเริ่มลุกลามรุนแรงขึ้น ประกอบกับเสียงกรีดร้องของคนรับใช้ในคฤหาสน์ที่เหลืออยู่เรียกร้องหาฮิมชานผู้เป็นเจ้านาย ยงกุกก็รู้ได้ทันทีว่าคนรักของเขากำลังอยู่ในอันตราย



โชคดีที่เปลวเพลิงไม่ได้ลุกลามไปจนทั่วทั้งคฤหาสน์ ดูท่าทางคนร้ายเจตนาจะจุดไฟเผาทำลายเพียงแค่ห้องนอนของฮิมชาน พวกมันก็แค่ต้องการกำจัดไดมอนด์บลัดไปให้พ้นทางเพื่อผลประโยชน์



ผลประโยชน์บางอย่างที่ยงกุกมั่นใจว่า...เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้พวกมันได้ตามที่หวังไว้



ไอ้พวกบัดซบ! อยู่ดีไม่ว่าดีริอาจมาแตะต้องคนรักของเขา



ความขุ่นเคืองทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่าน ความเป็นห่วงคนรักทำให้เขาควบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่จนกลายร่างเป็นหมาป่า และเมื่อร่างกายของเขาเริ่มลุกไหม้เป็นเปลวไฟจากความเดือดดาล เขาก็ระบายโทสะด้วยกระโจนเข้าใส่ศัตรูพร้อมเผาไหม้พวกมันจนไม่เหลือแม้กระทั่งเศษซาก



คงเหลือไว้แต่ไอ้คนตัวต้นเหตุ ...วิซซ์กลายพันธุ์



โอดัลชู








อากาศภายนอกเริ่มหนาวเย็นราวกับหิมะใกล้จะตกในไม่ช้า พระอาทิตย์ก็เริ่มฉายแสงอ่อนเมื่อใกล้ลาลับปลายขอบฟ้า ยงกุกประคองร่างของฮิมชานเดินลงมาจากคฤหาสน์ เขากระชับเสื้อโค้ทสีน้ำตาลตัวหนาที่สวมคลุมร่างโปร่งบางของฮิมชานให้แน่นขึ้นเพื่อป้องกันอากาศที่หนาวเย็น



ในขณะที่ตัวเองเลือกสวมใส่เพียงกางเกงยีนส์ตัวหลวมโคร่งและเสื้อแจ๊คเก็ตห่มคลุม โดยไม่จำเป็นต้องรูดซิปปิดบังรอยสักสีเข้มที่แผ่กระจายทั่วทั้งแผ่นอก ร่างกายของยงกุกยังคงร้อนระอุ เลือดในกายยังคงเดือดพล่านจากการกลายร่าง



เพียงแค่ลงมายังบริเวณหน้าคฤหาสน์ ฮิมชานก็แลเห็นร่างผอมสูงของใครบางคนถูกจับมัดให้คุกเข่าเอาไว้ บนศีรษะของคนคนนั้นถูกครอบด้วยผ้าผืนหนา รอบกายมีเหล่าผู้พิทักษ์ลูกน้องของยงกุกยืนรายล้อมเกือบสิบคน ต่างก็ระแวดระวังอยู่ในท่าทางที่เตรียมพร้อมจะต่อสู้ได้เสมอ



ไม่ห่างไกล เด็กหนุ่มร่างสูงที่เพียงแค่เห็นหน้าก็ทำให้ฮิมชานนึกถึงใครอีกคน ความรู้สึกวูบโหวงราวกับสูญเสียเพื่อนสนิทคนสำคัญก็ปะทุขึ้นในอก



ถึงจะเคยพร่ำบอกว่า ไร้หัวใจ ไม่มีความรู้สึก แต่ไดมอนด์บลัดที่มีชีวิตมาเนิ่นนานเกือบสองพันปี ก็ยังคงมีความรู้สึกไม่ต่างจากสามัญชนที่มีเลือดเนื้อทั่วไป



ฮิมชานมองเห็นดวงตาสีฟ้าของจุนฮงที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก ขอบตาของเด็กหนุ่มก็แดงช้ำราวกับว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างยาวนาน เขาจึงอดไม่ได้ที่จะทาบฝ่ามือลงบนศีรษะของเด็กหนุ่มอย่างปลอบโยน



ฉันเสียใจด้วยนะจุนฮง...แต่เชื่อฉันเถอะสักวัน...เขาจะต้องกลับมา

 









มุนจงออบจะต้องกลับมา



เพราะความรักของเขายังรออยู่ตรงนี้



ความรักที่มีชื่อว่าชเวจุนฮง

 







……………………………..

 

 





เฮซ!



เมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยในวันวานทาบทับกับใบหน้าของคนที่กำลังอยู่ตรงหน้า อึนบีก็เข่าอ่อนทรุดลงนั่งกับพื้น น้ำตาหยาดใสร่วงหล่นจากสองดวงตา หลากหลายความรู้สึกกำลังจู่โจมบลัดสาวราวกับพายุซัดกระหน่ำ



ดีใจ... เสียใจ... เจ็บปวด



ตอนนี้อึนบีก็ได้รู้แล้วว่า ทำไมเธอจึงรู้สึกคุ้นเคยกับแดฮยอนอย่างน่าประหลาดใจ นั่นเป็นเพราะแดฮยอนเป็นบุตรชายของคนที่เธอรักอย่างสุดหัวใจ



อึนบียังจำได้ถึงภาพอดีตในวันวาน ...ทุกลมหายใจเข้าออก



แต่ว่าในตอนนี้ความจริงตรงหน้า กำลังทำให้อึนบีรู้สึกเจ็บปวดคล้ายหัวใจกำลังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ความรักที่ยึดมั่นมายาวนานพังทลายลงอย่างหมดสิ้น



เพราะความจริง….ที่อีกฝ่ายไม่เคยเอ่ยปากบอก



เด็กน้อยยุนอึนบี



เสียงแหบแห้งกล่าวทักทายด้วยคำสรรพนามที่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เคยใช้เรียก ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นก็เช่นกัน ยังดูคุ้นเคยเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน รอยยิ้มจางถูกส่งมาให้อย่างอ่อนโยน แต่กลับฉีกกระชากหัวใจของหญิงสาวเผ่าพันธุ์บลัดจนไม่เหลือชิ้นดี



ฮึ่กทำไม....พี่ถึง....



ท่ามกลางความสับสนงุนงงของทุกคน อึนบีเริ่มต้นร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาราวกับทั้งชีวิตเธอไม่เคยร้องไห้มาก่อน มือที่สั่นเทาขยุ้มชายเสื้อของตนเองเอาไว้แน่น



ไม่กล้า



ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปสวมกอด



ทั้งๆ ที่....รอคอยมาตลอดชั่วชีวิต



ท่านพี่รู้หรือไม่....ว่าฉันรอคอยท่านมาชั่วชีวิต



แฮจูสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่กำลังเกิดขึ้นกลางอก เธอเอื้อมมือไปดึงอึนบีให้ขยับมาใกล้ ใบหน้างดงามของหญิงสาวตรงหน้ายังคงมีเค้าโครงเดิมอยู่ไม่น้อย แฮจูยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าของอึนบีอย่างแผ่วเบา ผิวกายที่เย็นเฉียบและกลิ่นกายที่หอมจาง บ่งบอกให้รู้ว่าเด็กน้อยสามัญชนในอดีตได้แปรเปลี่ยนเป็นบลัดกลายพันธุ์ไปเสียแล้ว



พี่ขอโทษ....ขอโทษที่บอกให้เจ้ารอ...พี่ขอโทษ...เพราะความคึกคะนองของพี่...ที่ไม่เคยบอกความจริง



ขอโทษที่ไม่เคยบอกว่า...ตนเองเป็นผู้หญิง



ขอโทษที่ไม่เคยบอกว่าตนเองเป็นเผ่าพันธุ์วูล์ฟ



ขอโทษที่ไม่อาจทำตามสัญญาครั้งสุดท้าย



แฮจูอยากจะหัวเราะให้กับโชคชะตาที่เล่นตลกกับเธอเสียเหลือเกิน เธอเคยคิดเพียงแค่ว่าสักวันเด็กน้อยตรงหน้าจะรู้เองเมื่อถึงวัยอันควร



เพราะความเสมอภาคทัดเทียมชายหญิงของเผ่าพันธุ์วูล์ฟ แฮจูจึงมีหน้าที่ความรับผิดชอบต่อเผ่าพันธุ์วูล์ฟไม่ต่างจากบุรุษเพศ รวมทั้งการเติบโตขึ้นมาอย่างไร้มารดา ก็หล่อหลอมให้หัวใจและกิริยาของแฮจูแข็งกร้าวราวกับหินผาก็ไม่ปาน



จนกระทั่งเธอได้พบกับเด็กน้อยยุนอึนบี



เด็กสามัญชนที่ละลายหัวใจแข็งกระด้างของเธอด้วยความไร้เดียงสา อึนบีทำให้เธอได้สัมผัสถึงความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน รอยยิ้มอันสดใสก็เป็นเช่นแสงอาทิตย์สาดส่องให้แฮจูรู้สึกว่าโลกใบนี้คุ้มค่าที่จะปกป้อง



อึนบีเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่แฮจูเลือกจะจากลา เธออยากปกป้องโลกที่มีสามัญชนตัวเล็กๆ คนนั้นด้วยสองมือของเธอเอง 



แฮจูอยากจะรักษารอยยิ้มของเด็กน้อยสามัญชนเอาไว้ ถึงแม้จะเก็บเกี่ยวเอาไว้ได้เพียงแค่ในความทรงจำของเธอก็ตาม









บางครั้ง...สิ่งที่หวังไว้....ก็ไม่อาจได้ตามใจหวัง

 








หลังสงครามที่ทำลายล้างและสร้างบาดแผลความเจ็บปวดให้กับทุกฝ่ายจบสิ้นลง แฮจูเคยลอบออกไปตามหาเด็กน้อยที่ได้ให้คำสัญญาต่อกันเอาไว้ แต่เมื่อผ่านไปหลายต่อหลายครั้ง แฮจูก็ไม่เคยพบกับข่าวสารใดๆ ที่บ่งบอกว่าเด็กสามัญชนคนนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ กำลังใจที่เคยมีก็เริ่มถดถอยตามวันเวลาที่หมุนเปลี่ยนเวียนผ่าน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี...เป็นหลายต่อหลายปี



ความทรงจำและคำสัญญา...สุดท้ายก็ค่อยๆ กลายเป็นบาดแผลที่กรีดลึกอยู่ในหัวใจของแฮจูเพราะความรู้สึกผิด



ในวันหนึ่งเธอก็จำต้องยอมรับความจริงกับตัวเองว่าสามัญชนอายุไม่ยืนยาวเท่ากับสายเลือดแห่งเผ่าพันธุ์



วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกเจ็บปวดภายในใจก็เริ่มตกตะกอน จนกระทั่งหัวใจของแฮจูกลับมาเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็ง 



และสุดท้ายภาระหน้าที่...ก็ยิ่งใหญ่กว่าความรู้สึก



แฮจูถูกคาดหวังให้เลือกคู่ครองตามหน้าที่ ....แต่ก็แค่นั้น ...ถึงแม้ข้างกายมีคนที่เหมาะสม แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนที่หัวใจคิดว่าใช่ 



กว่าเจ็ดร้อยปีที่ชีวิตของเธอมีแต่ความรับผิดชอบในทุกลมหายใจเข้าออก อยู่ๆ หัวใจที่ด้านชาของเธอก็กลับมาเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง 



หัวใจที่เคยคิดว่าไม่เหลืออยู่ ความรักที่เคยคิดว่าหมดสิ้น กลับเริ่มต้นขึ้นใหม่ให้กับผู้ชายที่คอยยืนหยัดเคียงข้างกายเธอมาอย่างยาวนาน



ผู้ชายที่ชื่อว่าจองซอกจิน

 










พี่ขอโทษขอโทษจริงๆ…”



ฮึก....ไม่ว่ายังไงฉันก็ยังรักท่าน...รักจนไม่เคยมีใจเหลือไว้ให้ใครสำหรับท่านฮึกเป็นฉันได้หรือไม่



เด็กโง่...เพราะพี่ไม่คิดว่า...สามัญชนอย่างเธอจะอยู่มานานพอ...พี่เลยมอบหัวใจให้เขาคนนั้นไปแล้ว



ดวงตาสีเทาดั่งพายุเหลือบมองร่างไร้ลมหายใจของสามีที่อยู่เคียงข้างด้วยแววตาแห่งความรัก ร่างของซอกจินกำลังแห้งลงจนกลายเป็นเหมือนเปลือกไม้ผุพัง ร่างกายของเธอก็เช่นกัน อีกไม่นานก็คงจะแห้งเปื่อยผุพังตามไปในไม่ช้า ชีวิตที่ผ่านมานานนับพันปีคงถึงเวลาสิ้นสุดลงเสียที



“ท่านพี่....



พี่ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง



“...........”



พี่ขอโทษที่เห็นแก่ตัว...แต่ว่า...หากพี่ไม่อยู่แล้วได้โปรดช่วยดูแลลูกของพี่ได้หรือไม่



ฮึก...คนใจร้าย...



นะ...อึนบี...เด็กดีของพี่….ช่วยรักแดฮยอนให้เหมือนกับลูกของเธอเพราะว่าแดฮยอนก็จะรักเธอเฉกเช่นมารดาเช่นกัน



แววตาอันอ่อนโยนและรอยยิ้มบางถูกส่งกลับมาให้บุตรชายที่นั่งคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ แดฮยอนได้แต่นิ่งเงียบฟังมารดา เขาปล่อยน้ำตาให้ไหลโดยไม่คิดจะปาดออก มือทั้งสองข้างยังคงกำแน่นเพื่อฝืนกลั้นสะอื้นจนร่างกำยำนั้นสั่นเทา



อย่าร้องไห้เพื่อพี่อีกเลยยิ่งเธอร้องไห้มากเท่าไหร่พี่ก็ยิ่งรู้สึกผิดมากเท่านั้น



ฮืออออ.....ฉันสัญญาว่าฉัน...ฉันจะรักแดฮยอนให้เหมือนลูกของฉันแต่พี่...อย่าทิ้งฉันไว้แบบนี้อีก....



ขอโทษ..ที่พี่...ไม่อาจ..รักเธอได้เท่าที่ใจ..อยากจะรัก



ไม่ไม่ๆๆ….ฮืออ... ให้ฉันเป็นแค่น้องสาวก็ได้ฉันฉันไม่รักท่านพี่แล้วก็ได้ฮืออแต่ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไปอีก…”



เสียงกรีดร้องของอึนบีเสียดแทงเข้าไปในทุกความรู้สึก ยิ่งเมื่อตอนที่มือของแฮจูที่ประคองแก้มของอึนบีร่วงหล่นลงข้างกาย พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายอึนบีก็ยิ่งร้องไห้ออกมาราวกับกำลังเสียสติ



แดฮยอนปาดคราบน้ำตาบนใบหน้าของตัวเอง มารดาของเขาจากไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ความทรงจำในอดีตและร่างกายที่อีกไม่นานก็จะแห้งเปื่อยผุพังไป



แดฮยอนเคยได้ยินเหล่าคนรับใช้ในคฤหาสน์ของฮิมชานกล่าวกันว่า อึนบีได้มอบหัวใจให้ใครคนหนึ่งมาเนิ่นนาน และความรักนั้นก็มั่นคงจนไม่เคยมีใครสั่นคลอนลงได้



จนถึงวันนี้...วันที่ทุกคนได้รู้ความจริง



ความรักยิ่งใหญ่...ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง



ความรักที่ต่างก็รู้ว่า จุดจบปลายทางมิได้สวยสดงดงามแต่เธอก็ยังเลือกที่จะรัก



ไม่ว่าจะเพราะความเข้าใจผิดของอึนบีหรือเจตนาจะปิดบังของแฮจู แต่สิ่งหนึ่งที่แดฮยอนอดจะกล่าวโทษไม่ได้ก็คือ โชคชะตาโชคชะตาที่ทำให้ทุกอย่างผิดพลาดไปเสียจนทำให้ทั้งคู่ไม่อาจเดินบนเส้นทางเดียวกันได้



อึนบีได้แต่โอบกอดรอบร่างกายอันไร้วิญญาณของแฮจูเอาไว้ เธอร้องไห้จนแทบจะขาดใจ ตอนนี้หัวใจที่มีก็ร้าวรานจนแทบไม่เหลือชิ้นดี



แดฮยอนเองก็รู้ว่าคงยากที่จะให้อึนบีทำใจได้ แต่เขาก็หวังว่าในสักวันหนึ่ง อึนบีจะมองเห็นความรักที่มอบให้มารดาของเขาเป็นเพียงความทรงจำที่สวยงาม



ยองแจเดินเข้ามาสวมกอดพี่เลี้ยงที่กำลังร่ำไห้สะอึกสะอื้นของตนไว้จนแน่น ไร้สิ้นคำปลอบโยน มีเพียงอ้อมกอดเท่านั้นที่ยองแจอยากจะใช้แทนคำปลอบประโลมทั้งหมดที่มีในหัวใจ



ความรักมักมาพร้อมความเจ็บปวด....เพราะความรักมักมากับความคาดหวัง

 

 







ขอโทษค่ะคุณแดฮยอน ..ฉันจำเป็นต้องนำหัวใจของคุณแฮจูออกมามอบให้คุณค่ะ



หัวใจ?”



แดฮยอนถามย้ำกับซอนฮวา เพราะถึงแม้เขาจะเรียนรู้เรื่องการสืบทอดอำนาจของผู้นำทั้งสามเผ่าพันธุ์มาบ้าง ซึ่งเผ่าพันธุ์วูล์ฟพิธีการนี้อาจจะไม่จำเป็นหากผู้ที่สิ้นลมหายใจไม่ใช่ผู้นำ ไม่เหมือนเผ่าพันธุ์วิซซ์ที่มักกระทำเฉกเช่นพินัยกรรมเพื่อส่งมอบศาสตร์แห่งความรู้ให้แก่วิซซ์รุ่นต่อไป



ดังนั้น สำหรับแม่ของเขา เขาเลยไม่คิดว่า….



ค่ะ



แม่ของผม?”



คุณจองแฮจู คือ คิงส์วูล์ฟ ...ผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์วูล์ฟค่ะ



อะ..ไรนะ..ผม...ไม่เคยรู้มาก่อน..ผมนึกว่าเป็นพ่อ...



ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างด้วยความตกใจ นี่มันนอกเหนือจากความคาดหมายของแดฮยอนไปมาก เขาเคยรู้เรื่องความเท่าเทียมของเผ่าพันธุ์วูล์ฟ แต่เขาก็..ไม่คิดว่าแม่ของเขาจะเป็นคิงส์วูล์ฟ



“คุณแฮจูเป็นบุตรเพียงคนเดียวของอดีตคิงส์วูล์ฟจองมินกยูค่ะ ตั้งแต่สิ้นบิดาไป เธอก็มีคุณยงกุกคอยดูแลข้างกายมาตลอด จนขึ้นรับตำแหน่งเป็นคิงส์วูล์ฟในตอนอายุห้าปี ...ถ้าเทียบกับสามัญชน...ก็คงจะอายุประมาณยี่สิบห้าปี ...และเป็นเพราะอดีตคิงส์วูล์ฟช่วยชีวิตคุณยงกุกเอาไว้...คุณยงกุกเลยสัญญาเอาไว้ว่าจะคอยดูแลปกป้องคุณแฮจูและเผ่าพันธุ์วูล์ฟ



ซอนฮวามั่นใจในสิ่งที่ตนเองคิด นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมยงกุกเลือกที่จะใช้ชีวิตเป็นคนของเผ่าพันธุ์วูล์ฟ ทั้งๆ ที่สามารถเลือกเป็นใหญ่เหนือเผ่าพันธุ์ทั้งสามก็ได้ ...ตอบแทนหัวใจของอดีตคิงส์วูล์ฟ ด้วยความจงรักภักดีต่อเผ่าพันธุ์เช่นเดียวกัน



ซอนฮวาและสามีที่เสียชีวิตไปแล้วเคยทำงานกับยงกุกมานานหลายร้อยปี อีกทั้งยังเป็นลูกน้องคนสนิทติดตามรับใช้มาตลอด จึงนับว่าเป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนที่ได้รู้ประวัติแท้จริงของยงกุก และรู้ว่ายงกุกเป็นหัวหน้าผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจสูงสุดเหนือสามเผ่าพันธุ์



“แล้ว...คุณพ่อของผมล่ะครับ”



คุณซอกจินเป็นวูล์ฟสายเลือดบริสุทธิ์ที่มาจากต่างเมือง เป็นหลานของอดีตคิงส์วูล์ฟก่อนหน้าคุณจองมินกยูฉันได้ยินมาว่าคุณซอกจินตกหลุมรักคุณแฮจูทันทีที่ได้พบครั้งแรกแต่คุณซอกจินต้องใช้ความพยายามอยู่หลายร้อยปี คุณแฮจูถึงยอมแต่งงานด้วยและในตอนที่เธอตั้งครรภ์คุณแดฮยอน...อยู่ๆ ทั้งคู่ก็เกิดพันธะสัญญาขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ทั้งๆ ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งนานฉันเลยคิดว่า….”



เสียงของซอนฮวาแผ่วเบาลงในช่วงท้ายประโยค ทุกคนในที่นี่ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเพราะเหตุใด แฮจูถึงพึ่งยอมเปิดใจให้ซอกจินเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่แต่งงานกันมานานหลายร้อยปี



การที่แดฮยอนได้รู้ว่า บิดาต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหนกว่าจะพิชิตใจมารดา นั่นก็ยิ่งตอกย้ำให้เขามั่นใจว่า ภายในหัวใจของมารดาเคยมียุนอึนบีอยู่ไม่น้อย



“คุณยงกุกเคยเล่าให้อึนบีฟังว่า ท่านถูกช่วยชีวิตไว้จากอดีตคิงส์วูล์ฟ ซึ่งก็คือบิดาของคิงส์วูล์ฟคนปัจจุบัน ...อึนบีก็รู้เพียงว่าเป็นสตรีแต่ก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่า….”



อึนบีกลั้นสะอื้น เธอก้มใบหน้าลงซับหยาดน้ำตาที่ยังคงหยาดหยด ยิ่งนึกถึงอดีตที่ผ่านมา ภาพในความทรงจำก็ยิ่งทำให้โศกเศร้าเสียใจ มือเรียวอันเย็นเฉียบไล้ลงบนข้างแก้มของแฮจู ความอบอุ่นของเลือดในกายยังไม่จางหายแววตาที่ทอดมองร่างไร้ลมหายใจก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก



อึนบีคงโง่เขลาเบาปัญญาถึงได้รักท่านพี่มากขนาดนี้



แดฮยอนเข้าใจความรู้สึกของอึนบีเป็นอย่างดี แค่คิดว่าหากวันใดเขาพลัดพรากจากยองแจความรู้สึกเจ็บปวดภายในใจก็ถาโถมจนแทบรับไม่ได้



ไม่หรอกครับพี่อึนบีเพราะผมเชื่อว่าความรักของพี่เป็นสิ่งล้ำค่าในหัวใจแม่เสมอมา

 






............................

 





ดึงผ้าคลุมหัวของมันออก



เสียงคำสั่งเกรี้ยวกราดออกจากปากของฮิมชาน และทันทีที่เห็นหน้าของโอดัลชู ฮิมชานก็มั่นใจว่าชายคนที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวบุตรชายของตนไปอย่างแน่นอน



ลูกชายของฉันอยู่ที่ไหน



ถึงจะเคยกลัวจนตัวสั่นลนลาน ในตอนที่เห็นยงกุกกลายร่างเป็นปิศาจร้ายที่มีเปลวไฟลุกท่วม แต่ดัลชูก็ฉลาดพอที่จะข่มอาการหวาดกลัวเก็บไว้ภายใน สมองเจ้าเล่ห์คิดหาแต่หนทางรอด ในเมื่ออีกฝ่ายยังไม่เจอบุตรชายที่หายตัวไป เขาก็จะสวมรอยหาทางรอดจากเรื่องราวดังกล่าว อย่างน้อยก็ขอให้เขาหลุดรอดเกลียวเชือกที่พันรอบกายอย่างแน่นหนานี้ออกไปให้ได้ก่อน



ปล่อยมัดฉันก่อนแล้วฉันจะบอก



ฮิมชานพยักหน้าสั่งให้ลูกน้องของยงกุกคลายเชือกที่มัดโอดัลชูออก เขายังคงทนเก็บความกรุ่นโกรธไว้ในใจ เพราะอยากรู้ว่าคนมากเล่ห์อย่างคนคนนี้จะพลิกลิ้นไปได้ถึงขนาดไหน



ยงกุกที่ยืนอยู่เคียงข้างก็พยายามระงับโทสะไว้ไม่ต่างกัน จริงๆ เขาอยากจะจัดการผู้ชายคนนี้ให้สิ้นมากกว่าจะเก็บตัวเอาไว้ เพียงแต่ว่า..เขาอยากจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้ต้องการอะไร ถึงได้ตามล่าตามล้างเผ่าพันธุ์สายเลือดบริสุทธิ์



ส่วนจุนฮงก็ยังยืนกำมือแน่นอยู่ไม่ไกล หากไม่ได้รับคำสั่งห้ามลงมือทำร้ายผู้ชายคนนี้ เขาคงจะกระโดดเข้าฉีกกระชากร่างกายของมันให้หลุดออกเป็นชิ้นๆ ด้วยสองมือ เพราะเขามั่นใจว่า ชายคนนี้เป็นคนที่ฆ่าจงออบคนรักของเขา



ทันทีที่ปมเชือกหลุดออก ดัลชูก็ทำท่ายียวนลุกขึ้นยืนสะบัดมือทั้งสองข้างไปมา พลางบิดกายซ้ายขวาคล้ายกำลังออกกำลังกาย แต่ทว่าสายตากลับหลุกหลิกกลิ้งกลอกมองหาหนทางหนี



นายต้องการอะไร?”



ต้องการอะไรต้องการอะไรน่ะเหรอ….ฉันก็อยากให้พวกแก...ที่ชอบพร่ำบอกว่าตัวเองเป็นสายเลือดบริสุทธิ์หายไปจากโลกนี้นะสิ



ทำไม?”



เพราะพวกแกทำให้โลกนี้มันบิดเบี้ยวไปหมด….ถ้าไม่มีพวกแกทุกคนที่เกิดมาก็จะเท่าเทียมกันพอโลกนี้มีพวกแกอยู่คนธรรมดาสามัญชนก็ถูกพวกแกตราหน้าว่าเป็นชนชั้นต่ำถูกกดขี่ข่มเหง ...แถมพอมาสมสู่กับสามัญชนจนมีลูกก็ทำเป็นยอมรับไม่ได้ถุย!



ตอนนี้ดัลชูคนเจ้าเล่ห์เริ่มพูดพล่ามเหยียดยาว ทั้งถากถาง ทั้งสบถด่า เขาเดินย่ำวนไปมาในพื้นที่แคบๆ เหมือนเช่นหนูติดจั่น



พ่อของฉันเป็นถึงไฮวิซซ์ แต่เขากลับดูแคลนฉันราวกับเป็นสัตว์ประหลาดชั้นต่ำ ที่มีแต่จะสร้างความอับอายให้กับเขาไม่เหมือนเด็กคนนั้น เขาทั้งรัก ทั้งดูแล ราวกับลูกตัวเองแท้ๆทั้งๆ ที่...ฉันต่างหากที่เกิดจากสายเลือดของเขา



ฮิมชานขมวดคิ้วแน่น เมื่อจับต้นชนปลายเรื่องเล่าที่หลุดออกมาจากปากของชายคนร้าย เขาก็รู้ได้ทันทีว่า ชายคนนี้คือบุตรชายของตาเฒ่าไฮวิซซ์คนเก่า และแน่นอนว่า...เด็กคนนั้นที่ดัลชูพูดถึง ก็คือ มุนจงออบ



นายเป็นลูกชายของโอยอนแฮสินะ



ฮ่าๆๆๆเห็นไหมล่ะ แม้แต่กับพวกพ้องเขายังรังเกียจเกินกว่าจะเอ่ยปากออกมา ว่ามีลูกชายสามัญชนที่ชื่อโอดัลชู



แล้วตกลงนายต้องการอะไรกันแน่



ฉันอยากให้พวกแกตายให้หมดยังไงเล่า! …โลกนี้มันจะได้ไม่มีเด็กที่เกิดมาอยู่ในสภาพแบบเดียวกับฉัน!”



ดัลชูหันมาตะคอกใส่ฮิมชาน ดวงตาสีเขียวมรกตปูดโปนอย่างเคียดแค้นชิงชัง



การกระทำของดัลชูสร้างความหงุดหงิดใจให้กับยงกุกจนยากที่จะระงับอารมณ์ เขาเตรียมอ้าปากสั่งให้ลูกน้องเข้าจัดการดัลชู แต่ก็โดนฮิมชานจับข้อมือห้ามเอาไว้ และเมื่อเหลือบสายตาไปมองเขาก็เห็นเพียงรอยยิ้มบางบนใบหน้าของคนรัก



รอยยิ้มงดงามที่แฝงบรรยากาศของความกดดันอันน่าขนลุกเอาไว้



"อ๊ากกก...."



ในจังหวะที่ยงกุกหันไปมองฮิมชาน ดัลชูก็ได้โอกาสดวงตาสีเขียวมรกตฉายแววชั่วร้าย ริมฝีปากดำคล้ำพึมพำคาถาบางอย่าง ก่อนที่ลูกน้องของยงกุกราวสี่ห้าคนที่กำลังยืนรายล้อมจะล้มลงดิ้นพล่านไปกับพื้นจนหมดสติ



รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเจ้าเล่ห์ สองมือที่ผอมแห้งราวกับกระดูกของดัลชู ปรากฏดวงไฟสีเขียวที่ลุกโชน เขาจดจ้องมายังฮิมชานด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ชั่วพริบตา ลูกไฟดวงใหญ่ก็ถูกสะบัดออกให้พุ่งตรงมายังฮิมชาน



แต่ก่อนที่ลูกไฟสีเขียวจะพุ่งมาถึงใบหน้างดงามของฮิมชาน มันก็หยุดลอยนิ่งอยู่บนฝ่ามือของยงกุกที่ยืนอยู่เคียงข้างเขา 



ตอนนี้ดวงตาของยงกุกเป็นสีเขียวเจิดจ้าไม่ต่างจากดวงตาของดัลชู เพียงเขาสะบัดปลายนิ้ว ดวงไฟในฝ่ามือลูกนั้นก็พุ่งตรงกลับไปหาเจ้าของอย่างดัลชูทันที 



บึ้ม!



แต่เพราะแรงเหวี่ยงอันรุนแรงของยงกุก ส่งผลให้ลูกไฟหักเหไปตกลงที่พื้นไม่ไกลจากปลายเท้าของดัลชู ลูกไฟตกกระทบพื้นดินจนระเบิดเป็นหลุมลึกลุกไหม้



ยงกุกกัดฟันแน่น



ไอ้สารเลวนี่มันบังอาจคิดทำร้ายคนรักของเขา









ฉัน ขอ ถาม ครั้งสุดท้ายลูกชายของฉันอยู่ไหน!



ฮิมชานเริ่มอดทนไม่ไหวอีกต่อไป เสียงแหบต่ำเย็นเยียบบีบเค้นออกจากลำคอ บลัดหนุ่มก้าวเท้าขยับเดินไปข้างหน้า เขาอยากรู้เพียงแค่ว่าตอนนี้บุตรชายของตนอยู่ที่ไหน



ลูกของแกน่ะเหรอมันคงนอนตายเป็นผีเฝ้าป่าไปแล้วล่ะ



ดัลชูตะคอกกลับอย่างไม่ยำเกรง แถมยังยิ้มเยาะคนเป็นบิดาอย่างฮิมชานให้เจ็บปวดหัวใจ



อะ..ไรนะ…”



ฉันส่งคนไปดักฆ่าลูกของแกที่ชายป่าด้านโน้น ตั้งแต่เมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ป่านนี้พวกมันคงตายห่าไปหมดแล้ว ฮ่าๆๆ



ไอ้สารเลวเอ๊ย!”



ยงกุกอดทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาพุ่งตัวเข้าไปกลายเป็นมนุษย์หมาป่าร่างใหญ่ มือหยาบเพียงข้างเดียวก็สามารถบีบรัดรอบลำคอของดัลชูได้อย่างง่ายดาย



อึก..แกจะฆ่าฉันให้ตายก็ได้ ...แต่...ต่อให้ฉันตาย....ฉันก็จะกลับมาเกิดใหม่....แล้วฉันขอสาบานไว้ตรงนี้เลยว่า….ไม่ว่าจะกลับมาเกิดใหม่กี่ครั้ง....ฉันก็จะตามล่าล้างฆ่าเผ่าพันธุ์พวกแกให้ตายให้หมด



กรรรร…”



สิ่งที่ดัลชูพูดเรียกสติของยงกุกให้กลับมา เขาคำรามกึกก้องพร้อมเหวี่ยงร่างของดัลชูลงไถลไปกับพื้นด้วยความโมโห ก่อนจะเดินวนไปรอบๆ ด้วยความหงุดหงิด



บัดซบ!



จะฆ่ามันก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นวิซซ์กลายพันธุ์ ไม่รู้ว่าจะถือกำเนิดมาอีกครั้งเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าจะกลับมาเป็นภัยให้เผ่าพันธุ์ทั้งสามอีกครั้งเมื่อไหร่



ถ้าอย่างนั้น…”



เมื่อเห็นความมั่นใจจากดัลชูในยามที่เอ่ยปากถากถาง ฮิมชานก็เชื่อว่าเรื่องที่ดัลชูพูดเป็นความจริง เขากำมือทั้งสองข้างแน่น หัวใจของคนเป็นบิดากำลังเต้นแรงไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น น้ำตาหยาดใสร่วงหล่นจากดวงตาสีแดงฉาน บรรยากาศรอบข้างเริ่มเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยแรงกดดัน



ในเมื่อแกบอกว่าลูกของฉันตายไปแล้ว



สองขาเรียวก้าวตรงไปยังดัลชูอย่างช้าๆ แต่ทว่ามั่นคงจนคนรอบข้างรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน ดวงตาสีแดงของฮิมชานเจิดจ้ายิ่งกว่าครั้งใดในชีวิต เขาจดจ้องมองดวงตาสีเขียวมรกตอย่างดุดัน



อึกแก….”



จู่ๆ บรรยากาศที่หนาวเย็นก็เริ่มมีไอหมอกผุดพรายขึ้นจากพื้นดิน ลอยวนจนเริ่มปกคลุมพื้นที่โดยรอบ เสียงต่างๆ ที่เมื่อครู่ยังได้ยินพลันเงียบสนิท หมอกทึบสีเทาคล้ายจะตัดขาดฮิมชานและดัลชูออกจากคนรอบข้าง 



ความโง่เขลาของดัลชูที่คิดเพียงแค่ว่า การมีอำนาจจะนำพาสิ่งต่างๆ เข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะทรัพย์สิน เงินทอง และข้าทาสบริวาร ดังนั้น ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของดัลชูจึงไม่เคยหวาดกลัวต่อสิ่งใดมากไปกว่า ... การสิ้นไร้อำนาจ 



แต่ตอนนี้ ดัลชูกำลังจะได้รู้ว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต...เป็นเช่นไร



บลัดหนุ่มหยุดยืนนิ่ง แม้จะยืนอยู่ไม่ห่างไกล แต่หมอกสีเทาหนาทึบก็ทำให้ดัลชูมองเห็นร่างโปร่งได้เพียงแค่เลือนราง เขาเห็นเพียงดวงตาสีแดงเจิดจ้าแวววาวผุดลอยอยู่กลางหมอกสีทึบ



ดัลชูเหลียวซ้ายแลขวาไปมาเพื่อมองหาหนทางหนี และเมื่อมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากบลัดที่ยืนนิ่งอยู่ เขาก็เริ่มกระวนกระวายใจ อากาศที่เย็นลงอย่างฉับพลันก็พาลทำให้หนาวถึงข้างในกระดูก 



ในเมื่อแกบอกว่าไม่ว่าจะตายแล้วเกิดใหม่กี่ครั้งแกก็จะตามจองล้างจองผลาญสายเลือดบริสุทธิ์



ดัลชูหันซ้ายไปขวาไปมา เพราะเสียงที่ได้ยินแผ่วเบาราวกับเจ้าของเสียงแหบต่ำมากระซิบที่ข้างหู ทั้งๆ ที่ยืนห่างออกไปพอสมควร ก็ชวนให้ดัลชูขนลุกขนชันไปด้วยความหวาดกลัว 



แต่แล้ว ร่างผอมสูงของดัลชูก็ถูกแรงกดดันถาโถมจนถึงกับยืนทรงตัวไว้ไม่อยู่ เขาจำต้องคุกเข่าทั้งสองข้างลงกับพื้น และไม่ว่าจะพยายามฝืนกายให้ยืนขึ้นสักเท่าไหร่ก็ไม่อาจทำได้ มือทั้งสองข้างก็เหมือนถูกอำนาจที่มองไม่เห็นสั่งให้ควานหาสิ่งของที่อยู่ในตัว



ขวดแก้วที่บรรจุหยาดเลือดสีแดงเข้ม



เลือดที่ถูกบังคับนำมา...ในตอนที่ฮิมชานกำลังใกล้หมดสติ



มือหยาบกร้านถูกบังคับให้ยกขวดแก้วที่บรรจุหยาดเลือดสีแดงข้นที่กำอยู่ขึ้นดื่ม หยาดของเหลวไหลลื่นผ่านลงลำคอ ความหอมหวานกรุ่นกลิ่นกำจายไปทั่วลำคอและโพรงปาก 



ในเมื่อแกอยากจะเป็นอมตะ….ฉันก็จะให้ในสิ่งที่แกต้องการ



อยู่ๆ ชายร่างสูงจอมเจ้าเล่ห์ก็ศีรษะตกห้อย สองมือค้ำยันกับพื้นดินคล้ายคนหมดแรง ริมฝีปากดำคล้ำสั่นระริก แม้เสียงในลำคอก็ไม่อาจเปล่งออกมา ลมหายใจของเขาที่ยังมีกลิ่นหอมหวานคละคลุ้งเริ่มติดขัด ร่างกายก็รู้สึกเย็นเยียบคล้ายเลือดในกายกำลังจะกลายเป็นน้ำแข็ง



ความหวาดกลัวเริ่มประจักษ์จนดัลชูคล้ายจะครองสติเอาไว้ไม่ได้ หากไม่เป็นเพราะอำนาจสะกดจิตของไดมอนด์บลัด วิซซ์กลายพันธุ์อาจจะหมดสติล้มลงกองไปกับพื้นแล้วก็เป็นได้



“ข้า..คิมฮิมชาน..ในนามแห่งไดมอนด์บลัด



ฮิมชานเดินเข้ามาประชิดดัลชูที่ยังคุกเข่าอยู่กับพื้น เขาวางมือเรียวที่เย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งลงบนบ่าอันสั่นเทาของดัลชู



ในเมื่อให้มันตายไม่ได้....เขาก็จะสั่งให้มันอยู่...อย่างตายทั้งเป็น



“....ขอตอบรับ..โอดัลชู..เป็นสายเลือดแห่งเผ่าพันธุ์บลัด...นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เจ้ามิอาจทรยศหักหลังข้าผู้เป็นเจ้าของเลือดในกายเจ้าได้... หากวันใดที่เจ้าคิดคดทรยศ ...วันนั้นเลือดของข้าจะแผดเผาร่างกายของเจ้าให้กลายเป็นเถ้าธุลี”



ม่ายยยยย………อ๊ากกกก…….”



เพียงคิดร้ายต่อเจ้าของเลือดศักดิ์สิทธิ์ ดัลชูก็ลงเป็นนอนดิ้นพล่านไม่ต่างจากปลาถูกทุบหัว เลือดในกายร้อนจนเผาผลาญร่างกายที่เย็นจนธาตุไฟในกายของดัลชูแตกซ่าน ความเจ็บปวดตีรวนขึ้นทั่วร่างยิ่งกว่าตายทั้งเป็น



“เจ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อไป...แม้เนื้อหนังในร่างกายจะหลุดลอกออกมาเป็นเศษซาก... แม้ร่างกายของเจ้าจะคงเหลือแต่โครงกระดูก ...เจ้าก็จะยังมีลมหายใจ…และคงอยู่ด้วยความทุกข์ทรมาน...ไปจนกว่าโลกนี้จะสิ้นสูญ



เสียงประกาศก้องของฮิมชานดังสวนกับเสียงกรีดร้องของดัลชู 



ร่างกายผอมสูงไถเกลือกไปทั่วพื้นดินจนผิวกายถลอก ผิวหนังถูกหินบนพื้นดินขีดครูดจนเลือดซึมอาบ มือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นตะปบข่วนไปทั่วใบหน้าและจิกทึ้งดวงตาทั้งสองข้างของตนเอง เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างน่ากลัวดังไปทั่วลานหน้าคฤหาสน์



หึ....ต่อให้โลกนี้ไม่มีเผ่าพันธุ์ทั้งสามสามัญชนที่เต็มไปด้วยความโลภและกักขฬะอย่างพวกแกก็พยายามจะหาเรื่องกดขี่ข่มเหงรังแกคนอื่นอยู่ดี…พวกแกก็จะใช้ความร่ำรวย...ใช้พละกำลังเป็นอำนาจเพื่อกำหนดชนชั้น...มีแต่คนโง่อย่างแกเท่านั้นล่ะ...ที่กล้าเอ่ยปากกล่าวโทษสายเลือดบริสุทธิ์



เสียงกรีดร้องไม่ได้ศัพท์ของคนเลวที่กล้าต่อกรกับไดมอนด์บลัดล่องลอยแผ่วเบาไปตามลม จนภายหลังกลายเป็นเรื่องเล่ากล่าวขาน ให้คนในหมู่บ้านพูดกันปากต่อปากถึงคฤหาสน์สวยงามตรงเชิงเขา ที่มีปิศาจร้ายกรีดร้องหลอกหลอนนักเดินทางที่ผ่านมา

 

 

เมื่อเห็นดัลชูทรุดลงนอนเงียบกับพื้นดิน สติของฮิมชานก็กลับคืน หมอกทึบสีเทาก็ค่อยๆ จางลง



ฮิมชาน!



ยงกุกฉวยรอบเอวบางของฮิมชานไว้ได้ทันก่อนที่ฮิมชานจะทรุดลงกับพื้น สายตาดุดันเหลือบมองร่างของดัลชูที่นอนอยู่กับพื้นคล้ายเศษซากสิ่งมีชีวิตสักอย่าง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่อาบไปด้วยเลือดและมีชิ้นเนื้อห้อยรุ่งริ่งอย่างน่ากลัว



ยงกุกเองก็พึ่งเคยได้ประสบกับอำนาจอันรุนแรงของไดมอนด์บลัดอย่างฮิมชานในครั้งนี้เป็นครั้งแรก เมื่อสักครู่ที่เกิดหมอกเทาหนาทึบ พวกเขาที่อยู่โดยรอบก็เหมือนถูกบังคับให้ยืนนิ่งราวกับถูกสะกด และการสะกดคนจำนวนมากในบริเวณกว้างอย่างหน้าคฤหาสน์หลังนี้ จำต้องมีพลังอำนาจที่สูงมาก



แต่ตอนนี้ ใบหน้างดงามของคนที่ดูดุดันเมื่อครู่กำลังเหยเก น้ำตาหยาดใสกำลังหยดร่วงจากดวงตากลมสีดำสนิท ริมฝีปากบางเม้มแน่นคล้ายกำลังกลั้นสะอื้นอย่างน่าสงสาร



“คุณยงกุก...ยองแจ...ฮึก...ลูกชายของผม...ฮึกๆ..”



ฮิมชานโผเข้ากอดยงกุกแน่น ร่างโปร่งบางสะอื้นไห้จนตัวโยน หัวใจของคนเป็นบิดาคล้ายกำลังจะแตกสลาย



พระเจ้า....



ทำไมท่านถึงพรากเอาบุตรชายที่ไร้เดียงสาของข้าไป



ทำไมท่านถึงไม่เลือกเอาลมหายใจของข้าไปแทน



“ทำไม...ทำไม...ทำไมต้องเป็นยองแจ”



“ที่รัก...ใจเย็นๆ ก่อน...รอฟังข่าวจากอึนบีก่อน”



ยงกุกประคองสองแก้มเย็นของฮิมชานเอาไว้ พลางก้มลงจูบซับน้ำตาอย่างปลอบโยน หัวใจของเขาเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นน้ำตาของฮิมชาน เขาเองก็ไม่คิดปรารถนาจะให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ 



ยงกุกยังคิดถึงความหวังอันริบหรี่ ในเมื่อยังไม่มีข่าวร้าย....ก็อาจจะมีข่าวดี

 

 









“คุณพ่อ!



เสียงแว่วหวานที่คุ้นเคยทำให้ทั้งคู่รีบหันกลับไปมอง เมื่อเห็นเจ้าของเสียงตะโกนเรียก ฮิมชานก็ผละกายออกจากคนรัก เขาอ้าแขนออกโอบกอดบุตรชายที่วิ่งโผเข้ามาสวมกอด พร้อมยิ้มกว้างออกมาทั้งน้ำตา



ขอบคุณพระเจ้า....



ขอบคุณที่ท่าน....ไม่ใจร้ายจนเกินไป






...............................................



สรุปว่าเฮซคือ แฮจู แม่ของแดฮยอนค่าาาา ....โดนไรท์หลอกกันเป็นแถว อย่างเฟวี้ยงรองเท้ามาาาาาา อันนี้เป็นเส้นเรื่องที่วางไว้ตั้งแต่แรกแล้วค่ะ ว่าจะให้คิงส์วูล์ฟเป็นผู้หญิง และท่าทางเท่ๆ ซึ่งซอกจินก็จะย้ำว่าแดฮยอนเหมือนแม่ และอึนบีก็คุ้นกับแดฮยอนมาก (ไม่รู้ว่ารีดเดอร์ได้สังเกตกันหรือเปล่า)



ดราม่าหมดแล้วค่าาาาา ...ขอบคุณรีดเดอร์ผู้แข็งแกร่งทุกท่านที่ฝ่าฟันมาด้วยกันนะคะ ตอนหน้าตอนสุดท้ายแล้วค่ะ จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งแน่นอน



ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่สั่งจอง #แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น ไรท์รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ ตอนนี้ทะลุจำนวน 500 หน้าไปแล้วค่ะ น่าจะถึงเกือบ 600 หน้าเลย 555





หวีดได้ คอมเม้นได้ค่ะ

#แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น

@JustMariWriter




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

208 ความคิดเห็น

  1. #208 bamboo5194 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 00:51
    ร้องไห้ตอนที่อึนบีเจอกับแฮจูเลยอะ ฮื่ออออ หักมุมสุดๆ
    #208
    0
  2. #202 Kurobuta (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 23:48

    เฮซซซซซซซ แมนเกิ๊นแมนจนอึนบีหลง55555 คนอ่านยังหลง "ไม่อาจรักเท่าที่ใจอยากจะรัก" ฮืออออออเศร้ามาก แต่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งปวงโหดกว่ายงกุกก็ฮิมชานนี่แหละ สาปไม่แคร์สื่อ ต่อให้เหลือแต่กระดูกก็ต้องหายใจอยู่ โหดมวากแต่ก็ยังมิวายอ้อนผัว หมั่นไส้5555.

    #202
    1
    • #202-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 35)
      3 เมษายน 2562 / 09:33
      ภรรเมียย่อมอยู่เหนือสามี 555
      #202-1
  3. #201 nammint042 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 22:30
    อ้าว คลีพลิกเฉยเลย เฮซคือแม่แดฮยอนซะงั้น ขอเก็บเศษหน้าแล้วจากไปอย่างเงียบๆค่ะ 555
    #201
    1
    • #201-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 35)
      3 เมษายน 2562 / 09:33
      มาอยู่เป็นเพื่อนกันก๊อนนนน!!!
      #201-1