[B.A.P] 'till the end : แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น [END]

ตอนที่ 33 : The wait is over

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    25 มี.ค. 62



“คุณยงกุก!



พระเจ้ายังคงสร้างเรื่องราวที่น่าประหลาดใจให้กับฮิมชานไม่จบไม่สิ้น



ดวงตาสีดำสนิทฉายแววประหลาดใจ เมื่อเห็นหมาป่าร่างใหญ่ที่มีขนปกคลุมผิวกายเป็นไฟลุกโชติช่วงค่อยๆ แปรเปลี่ยนคืนร่างเป็นชายหนุ่มคนคุ้นเคย



ร่างกายกำยำไร้อาภรณ์ปกคลุม เต็มไปด้วยกล้ามเนื้องดงาม ประดับด้วยรอยสักพาดไปทั่วร่างกายชวนให้น่าหลงใหลมากกว่าน่าหวาดกลัว ผิวกายสีแทนมีไอร้อนคุกรุ่นล่องลอยบางเบาก่อนจะค่อยๆ จางหายไปในอากาศ



บรรยากาศรอบกายเงียบสนิท ฮิมชานได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตนเองและเสียงของเปลวไฟบนเฟอร์นิเจอร์ที่เหลือเพียงแค่ซากกำลังมอดดับ ชายหนุ่มที่พึ่งคืนร่างเป็นสามัญชนทำเพียงแค่ส่งรอยยิ้มและก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้



“คุณ...ทำไม..ถึง”



คำพูดตะกุกตะกักไม่เป็นประโยคบ่งบอกถึงความงุนงงระคนประหลาดใจออกมาจากปากของฮิมชาน และไม่ทันจะตั้งสติได้ ยงกุกก็เดินเข้าประชิดกายเกี่ยวรั้งรอบเอวของไดมอนด์บลัดให้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอด



คุณร่างของคุณ



แทนคำตอบ ยงกุกกลับจัดการแนบริมฝีปากร้อนจัดของตนลงทาบทับริมฝีปากของฮิมชานอย่างโหยหา ลิ้นร้อนแทรกลึกเกี่ยวกระหวัดลิ้มรสหวานฉ่ำราวความหวานของเกสรดอกไม้ป่า ความหอมหวานนี้ไม่แพ้กลิ่นกายของฮิมชานที่ชวนให้เขาลุ่มหลงจนแทบโงหัวไม่ขึ้น



แม้จะตักตวงลิ้มรสความหวานจากฮิมชานมากแค่ไหน แต่ยงกุกก็ไม่เคยรู้สึกพอเลยสักครั้ง เขาจำต้องละริมฝีปากออกเมื่ออีกฝ่ายผลักอกเขาเบาๆ ราวกับต้องการประท้วงเพราะใกล้ขาดลมหายใจ ถึงอย่างนั้น ยงกุกก็ใช่ว่าจะยอมปล่อยมือออกจากรอบเอวของฮิมชานง่ายๆ



ริมฝีปากฉ่ำช้ำบวม แก้มใสขึ้นสีเรื่อ ดวงตากลมสีดำสนิทหวานเชื่อมยั่วยวน ชวนให้ยงกุกอดไม่ได้ที่จะจรดปลายจมูกไล่คลอเคลียสูดดมความหอมหวานบนผิวแก้มของคนในอ้อมกอดอย่างไม่ยอมห่าง



ฮิมชานหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนส่งสายตาตวัดค้อนคนที่ยังไม่ยอมปล่อยเขาออกจากอ้อมกอด แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าตนเองก็ชอบที่จะอยู่ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนี้เช่นกัน ส่วนร่างกายของยงกุกที่กำลังร้อนระอุจากการกลายร่างเมื่อได้รับไอเย็นจากร่างกายของฮิมชานก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น



ทำไมคุณถึง…”



“อำนาจวิเศษจากทั้งสามเผ่าพันธุ์ มาพร้อมกับภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่...อย่างที่คุณรู้นั่นล่ะที่รัก ...นี่คือร่างของสิ่งที่ทุกคนเรียกว่า G.O.D”



ยงกุกกดจูบลงบนขมับของฮิมชานเพื่อปลอบโยน หลังจากกวาดสายตามองดูตามร่างกายของฮิมชานแล้วไม่ปรากฏร่องรอยบาดแผลจากไฟไหม้ให้กังวลใจ ยงกุกรู้ว่าฮิมชานคงตื่นตระหนกไม่ใช่น้อยเมื่อเห็นร่างที่แท้จริงของเขา



“ผมกลัวคุณแทบแย่”



“ผมสิต้องกลัว”



ใบหน้างดงามของฮิมชานฉายแววฉงน ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือเผ่าพันธุ์ทั้งสามเช่นบังยงกุกยังต้องเกรงกลัวอะไรอีกเล่า



“ผมกลัว...กลัวว่า...สักวันหนึ่งผมจะทำให้คุณเป็นอันตราย



ยงกุกจดจ้องมองลึกในดวงตาสีดำสนิทอย่างหลงใหล เขาหลีกเลี่ยงที่จะกลายร่างเมื่ออยู่ใกล้กับฮิมชาน เพียงเพราะรู้ว่าเผ่าพันธุ์บลัดจะสิ้นสูญลงในเปลวเพลิง แต่เพราะอันตรายที่เกิดขึ้นกับฮิมชานในครั้งนี้ เขาจำเป็นต้องกลายร่างเพื่อเข้าช่วยเหลือ



ครั้งที่แล้วก็เช่นกัน ตอนที่เขาช่วยเหลือฮิมชานที่ติดอยู่ในกองเพลิงข้างในบาร์แถวชานเมือง เป็นเหมือนพรหมลิขิตที่เขาบังเอิญเดินทางผ่านไปทางนั้นพอดี เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าชายที่สภาพร่างกายสกปรกและเกรอะกรังไปด้วยคราบเลือดคนนั้นเป็นคิมฮิมชาน คนที่เขาตามหามาทั้งชีวิต



ผมกลัวว่าถ้าวันไหนผมควบคุมตัวเองไม่ได้ผมจะทำให้คุณกลายเป็นเถ้าถ่าน”



ยงกุกอดจะหวาดกลัวอย่างที่เอ่ยบอกกับฮิมชานไม่ได้ หากวันใดที่เขาพลั้งเผลอ ความร้อนดั่งไฟบรรลัยกัลป์จากร่างของเขาอาจจะฆ่าฮิมชานให้ตายลงได้อย่างง่ายดาย



“คุณหมายถึง...”



“ผมกลัวว่าเปลวไฟจากร่างกายของผม...จะทำร้ายคุณ”

 


นี่คือ อำนาจของ G.O.D ที่จะสามารถทำลายล้างโค่นล้มเผ่าพันธุ์ทั้งสามได้ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ทั้งสามเผ่าพันธุ์เลือกจะสวามิภักดิ์กับเขา เพื่อหลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียวตามคำทำนายที่มีมาแต่โบราณ



เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ฮิมชานก็เข้าใจความหมายของยงกุกได้ทันที สองมือเรียวยกขึ้นลูบข้างใบหน้าคมสัน ฮิมชานส่งรอยยิ้มบางให้กับยงกุกเพื่อบ่งบอกว่าตนเองยังปลอดภัยดี



“ผมไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย... คุณไม่ได้เป็นอันตรายกับผมอย่างที่คุณคิด”



“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ...อาจเป็นเพราะ...”



“หืม?



“เพราะผมรักคุณ...ฮิมชาน...คุณเลยไม่เป็นอันตรายเวลาอยู่ใกล้ผม”



สายตาดุดันทอดมองมาอย่างอ่อนโยนจนทำให้หัวใจของคนที่ถูกมองสั่นไหว ฮิมชานรับรู้ได้ถึงความรู้สึกทั้งหมดของยงกุก



“หรืออาจเป็นเพราะ...ผมก็...รักคุณเหมือนกัน”



ยงกุกไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินคำว่ารักจากปากของฮิมชาน เขาถึงกับยืนนิ่งค้างเพื่อทบทวนสิ่งที่ตนเองได้ยินอีกครั้ง



“คุณได้ยินไม่ผิดหรอกน่าคุณยงกุก...ในตอนที่ผมคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย...ผมคิดเพียงแค่ว่า อยากมีโอกาสอีกสักครั้งที่ได้บอกคุณ



ฮิมชานถึงกับหัวเราะออกมา เมื่อเห็นว่ายงกุกยืนอึ้งในตอนที่ได้ยินคำว่ารักออกจากปากของตน  เขาประคองใบหน้าของวูล์ฟหนุ่มให้สบสายตาของตนเอง ก่อนจะเอ่ยย้ำในสิ่งที่ตั้งใจจะบอกกล่าวอีกครั้ง พร้อมหัวใจที่กำลังเต้นรัว



ผมรักคุณ….คุณยงกุก”



ใบหน้าที่แลดูดุดันอยู่เสมอในสายตาคนอื่นของยงกุก ตอนนี้กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี ริมฝีปากหนาฉีกยิ้มกว้างด้วยความสุข หัวใจของยงกุกกำลังพองโตเมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกของฮิมชาน

 




ความรักที่เฝ้ารอมาเนิ่นนานนับพันปี



คำว่ารักที่เฝ้ารอให้อีกคนเอ่ยปากอย่างเต็มใจ



คนรักที่จะอยู่เคียงข้างกันไปตราบชีวิตจะหาไม่



เพียงแค่คนนี้คิม ฮิมชาน

 






ผมก็รักคุณเหลือเกิน ฮิมชานคุณคือคนเดียวที่ผมรักมาตลอด และจะเป็นเพียงคุณคนเดียวที่ผมรักตลอดไป



ยงกุกดึงร่างของฮิมชานเข้ามาสวมกอดอย่างแนบแน่น จนทั้งคู่รับรู้ได้ว่า หัวใจของพวกเขากำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน



ฮิมชานซบใบหน้าลงบนบ่าของยงกุก เขาก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่า เขาจะสามารถรักใครสักคนได้จนสามารถเอ่ยปากออกมาได้อย่างไม่ลังเลใจ ผิดกับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาเนิ่นนานจนไม่เคยคิดจะรักใครอย่างจริงจัง

 




แต่วันนี้



วันนี้เขาพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ เพื่อรักใครสักคน



วันนี้ตราบจนชีวิตจะหาไม่ เขาจะใช้เวลาอยู่เพื่อคนที่รัก



เพียงแค่คนนี้บัง ยงกุก






……………………….

 

 



“ได้โปรด...พี่แดฮยอน...กลับมาหาแจ”



แดฮยอนมองไม่เห็นว่าตนเองกำลังยืนอยู่ ณ ที่แห่งหนใด เขาไม่รู้ว่าตนเองกำลังเดินไปข้างหน้า หรือกำลังเดินถอยหลัง ราวกับความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดนี้กำลังดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวของเขา



สิ่งนี้หรือที่ทุกคนเรียกว่าความตาย



หากว่าเขากำลังยืนอยู่ในหุบเหวของความตายนั้นแล้ว เสียงแผ่วเบาที่ได้ยินนั่นเล่า มาจากแห่งหนใด



หากว่าตายไปแล้ว หัวใจคงไม่เจ็บปวดเช่นนี้ เสียงร่ำไห้แผ่วเบาที่ได้ยินกำลังทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชากให้ขาดออกเป็นชิ้นๆ






เฮือก!



….แจ!



ส่งเสียงร้องเรียกชื่อคนรัก พร้อมลมหายใจที่สูดเข้าอย่างแรงเสียดแทงเข้าเต็มปอดสองข้างจนสำลัก ความปวดร้าวที่กำลังแล่นริ้วไปทั่วร่างกายบ่งบอกให้เขารู้สึกถึงการยังมีชีวิตอยู่ หัวสมองของแดฮยอนเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง



แสงสว่างส่องแยงเข้าสองดวงตาพร่าพรายจนวูล์ฟหนุ่มต้องหลับตาลงอีกครั้ง มือหนากดแน่นบนหน้าอกพร้อมนอนคู้กายผ่อนลมหายใจให้เป็นปกติ



“แดฮยอน!....ฮือได้ยินแจไหมแด



เสียงร้องไห้สะอื้นปะปนกับเสียงร้องเรียกชื่อของเขาจากหลายคนดังขึ้นรอบกาย แม้ยังไม่สามารถลืมตาขึ้นสู้แสง แต่แดฮยอนก็ได้ยินเสียงร้องเรียกจากคนรักพร้อมเสียงสะอื้นชัดเจนที่สุด สัมผัสแห่งมือเย็นเฉียบลากไล้ไปทั่วใบหน้าและแผ่นอก



“ยอง...แจ...คนดี”



“แด...ฮึก...”



แดฮยอนยื่นมือสะเปะสะปะออกไปหวังไขว่คว้าหาร่างบอบบางนั้นมาปลอบประโลม ยองแจโผเข้าหาทันทีเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกหาด้วยเสียงอันแหบโหย ใบหน้าหวานซุกลงแนบอกแกร่ง น้ำตาหยาดใสแห่งความดีใจเปียกชื้นผิวกายจนแดฮยอนสัมผัสได้



“ขอโทษ..ครับ..ที่ทำให้เป็นห่วง”



เหมือนพึ่งกลับมาจากความตาย ...แล้วมาเจอนางฟ้าตัวน้อยตรงหน้า



แดฮยอนผุดลุกขึ้นนั่งพลางดึงยองแจให้ขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตัก เขาโอบกอดยองแจไว้แน่นราวกับว่าหากเขาปล่อยมือไปแล้ว คนรักของเขาจะหายไปราวกับภาพแห่งความฝัน



แม้ร่างกายจะประท้วงออกมาด้วยอาการเจ็บร้าวไปทั่วร่าง แต่กลิ่นกายหอมหวานของยองแจทำให้สติของเขากลับมาชัดเจนยิ่งขึ้น หัวใจที่เจ็บปวดก็เริ่มผ่อนคลายลงจนเป็นปกติ



ยองแจก็เช่นกัน เรียวแขนเล็กโอบกอดรอบคอแดฮยอนไม่ยอมปล่อย มือเล็กสั่นเทาจิกแน่นลงบนแผ่นหลังเปลือย ดวงตาเรียวสวยยังเจือด้วยหยาดน้ำตาใส ใบหน้าหวานเอียงซบร้องไห้สะอื้นลงบนไหล่ของแดฮยอน



“แจฮึกนึกว่าแดจะทิ้งไปแล้ว”



“ขอโทษครับคนดี... อย่าร้องไห้อีกเลยนะครับ”



แดฮยอนกดริมฝีปากจูบซับขมับของยองแจ ก่อนลากไล้ริมฝีปากจูบซับไปที่ดวงตาทั้งสองข้างเพื่อปลอบใจ เขาไม่รู้ว่าตนเองฟื้นคืนชีวิตมาจากความตายได้อย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจก็คือ เพราะความรักของยองแจ



ความรักของยองแจ



ความรักที่แม้จะไม่ได้เอ่ยปาก แต่ก็สัมผัสได้ถึงหัวใจ



สำหรับเขา ยองแจคือปาฏิหาริย์

 






อึนบีและซอนฮวาถอนหายใจอย่างโล่งอก ต่างคนต่างปาดน้ำตาที่เลอะเป็นคราบบนใบหน้า



หลังจากยองแจเทหยาดเลือดของไดมอนด์บลัดลงในปากของแดฮยอน เพียงไม่นานรอยแผลฉีกขาดขนาดใหญ่บนร่างหมาป่าก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสภาพอย่างช้าๆ อย่างน่าอัศจรรย์ หลังจากนั้นร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยขนหยาบสีดำสนิทก็กลับคืนเป็นร่างของเด็กหนุ่มภายใต้อ้อมกอดของยองแจที่เฝ้าประคองไว้



เมื่อเห็นแดฮยอนเริ่มรู้สึกตัว อึนบีก็ร้องเรียกให้ลูกน้องที่ติดตามมานำเสื้อผ้าที่เธอเตรียมติดท้ายรถไว้เสมอ มาให้แดฮยอนและยองแจสวมใส่เพื่อป้องกันอากาศที่เริ่มหนาวเย็นลงแทนเสื้อผ้าที่ฉีกขาดเลอะเทอะ



“ดิฉันขอพาอึนบีไปตามหาคุณซอกจินกันคุณแฮจูก่อนนะคะ”



เมื่อซอนฮวาเห็นคู่รักตรงหน้ากำลังปลอบประโลมกันและกัน เธอก็ไม่อยากขัดจังหวะ จังหวะจะพาอึนบีและเหล่าลูกน้องหลีกออกมาเพื่อตามหาคนที่เหลือ



ภายในป่าที่ต้นไม้และใบหญ้าขึ้นรกทึบ หลังจากเหตุการณ์ร้ายสงบลง ทุกอย่างก็เงียบสงัด จนซอนฮวาก็เริ่มไม่แน่ใจว่าอีกสามชีวิตผลัดหลงกันไปทางไหน หรือเป็นตายร้ายดีอย่างไร



ทันทีที่นึกถึงบิดามารดาของคนรักขึ้นมาได้ ดวงตาเรียวสวยก็สั่นไหวด้วยความเสียใจขึ้นมาอีกครา เป็นเพราะมัวแต่ห่วงแดฮยอนมากเกินไป จนเผลอลืมนึกถึงคนอื่นๆ รอบกาย



“เอ่อ..คุณพ่อกับคุณแม่ของแด อยู่ตรงโน้น ..ทั้งคู่...แจเห็น...”



“พ่อกับแม่?



คุณพ่อกับคุณแม่บาดเจ็บ….ท่าทางไม่ค่อยดี



แดฮยอนที่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกเสียใจของยองแจก็รีบผุดลุกขึ้นยืนทันที แม้จะยังโงนเงนไปมาเพราะเรี่ยวแรงยังไม่ฟื้นคืนเต็มร้อย แต่สองขาของเขาก็รีบก้าวไปยังทิศทางที่ยองแจชี้บอก



“แล้วคุณซองวอนล่ะ?



แต่เมื่อนึกถึงวูล์ฟร่างสูงอีกคนที่คอยดูแลครอบครัวของเขามาตลอดระยะเวลาการเดินทาง แดฮยอนก็ชะงักเท้าแล้วหันกลับไปถามหากับยองแจอีกครั้ง



“แจเห็นคุณซองวอนถูกล่ามโซ่อยู่กับต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น น่าจะต้องอ้อมไปอีกฝั่ง”



ยองแจชี้ไปยังต้นไม้ต้นใหญ่ที่พอจะจำได้ก่อนสติจะสูญหายในช่วงควบคุมตัวเองไม่ได้ ความทรงจำในตอนหมาป่าตัวใหญ่ถูกรุมทำร้ายก็ผุดขึ้นมาอีกครา จนยองแจเองก็เริ่มไม่มั่นใจว่า ตอนนี้ซองวอนที่อยู่ในร่างของหมาป่าตัวใหญ่จะยังคงมีลมหายใจอยู่



คุณซองวอนถูกรุมทำร้าย



ริมฝีปากอิ่มพึมพำออกมาด้วยความหวาดกลัว ดวงตาเรียวสวยที่สบสายตาของคนรักก็ฉายแววสั่นระริกจนแดฮยอนต้องกระชับมือเล็กแน่นเพื่อปลอบใจ



“พี่อึนบีช่วยพาคนไปช่วยคุณซองวอนก่อน ... คุณซอนฮวามากับผม”



อึนบีรับคำก่อนหันไปพยักหน้าเรียกลูกน้องให้วิ่งตามไปในทิศทางตรงข้ามกับที่แดฮยอน ยองแจ และซอนฮวาจะไปตามหาซอกจินกับแฮจู

 

 






อึนบีพาลูกน้องเข้าช่วยหมาป่าขนสีน้ำตาลเข้มตัวใหญ่ พวกเขาช่วยกันสะเดาะกุญแจโซ่เส้นหนาที่ล่ามลำคอเจ้าหมาป่าเอาไว้ให้หลุดออก ร่างกายใหญ่โตบอบช้ำเพราะถูกรุมตีด้วยอาวุธ แต่โชคยังดีที่ไม่มีรอยแผลฉีกขาดขนาดใหญ่



อึนบีลูบไปตามลำตัวและใบหน้าของเจ้าหมาป่าเพื่อตรวจสอบว่ามีบาดแผลตรงไหนอีกหรือไม่ พร้อมส่งเสียงเรียกชื่อให้อีกฝ่ายได้รู้ตัว  



คุณซองวอนได้ยินไหมคะ



เพียงชั่วครู่ อึนบีก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเจ้าหมาป่าเผ่าพันธุ์วูล์ฟยังมีปฏิกริยาตอบรับ ถึงจะถูกคนร้ายรุมตีจนแทบปางตาย แต่ร่างของหมาป่าเผ่าพันธุ์วูล์ฟก็อึดกว่าที่เธอคิดไว้มาก



ซองวอนปรือเปลือกตาขึ้นมองหน้าเจ้าของเสียงเรียกอย่างยากลำบาก เหนือโหนกคิ้วของเขาทั้งสองข้างมีรอยแผลบวมแทบปริ และเพียงขยับร่างกายเล็กน้อยก็เจ็บปวดจนต้องร้องครางออกมา สงสัยกระดูกคงหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้วเป็นแน่แท้



แต่ถึงจะเจ็บแค่ไหน แต่จมูกของซองวอนก็ยังคงใช้การได้ดีอยู่ เพียงแค่ได้กายกลิ่นยามหญิงสาวก้มลงมาใกล้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นคนของ เผ่าพันธุ์บลัด



เร็วๆ ช่วยกันยกคุณซองวอนไปที่รถ ระวังหน่อยสิค่อยๆ ขยับ ท่าทางเขาจะเจ็บมาก เดี๋ยวฉันจะไปช่วยคุณหนูยองแจกับคุณแดฮยอนตรงนั้น



หมาป่าตัวใหญ่พยายามยกศีรษะขึ้นมอง เขาเห็นหญิงสาวใบหน้ากลม ผิวพรรณคมเข้ม ท่าทางดุดันเกรี้ยวกราด คอยชี้นิ้วสั่งลูกน้องที่ตามมาไม่ขาดปาก



น่าแปลก เพราะส่วนใหญ่ผิวกายของบลัดมักจะขาวซีด แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับดึงดูดให้เขารู้สึกแปลกๆ



อยู่ๆ หัวใจของเจ้าหมาป่าก็เต้นด้วยจังหวะผิดปกติจนเจ้าตัวยังนึกสบถด่าตัวเองอยู่ในใจ



ไอ้ซองวอนเอ๊ยเจ็บแล้วไม่รู้จักเจียม…”

 





…………………………..

 




“พ่อ! แม่!



แดฮยอนพุ่งกายตรงไปยังร่างของบิดามารดาทันที เขาเห็นทั้งคู่นั่งอิงพิงกันตรงรากของต้นไม้ใหญ่ ร่างกายของซอกจินและแฮจูที่คืนกลับมาอยู่ในร่างสามัญชนต่างก็เต็มไปด้วยบาดแผลและรอยเลือดเกรอะกรังมากมาย



“พ่อ! แม่! ….คุณซอนฮวาช่วยพวกเขาด้วย”



แดฮยอนตะโกนลั่นร้องเรียกให้วิซซ์สาวเข้าช่วยเหลือ แต่เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น เขานั่งลงข้างกายมารดาอย่างหมดแรง มือทั้งสองเอื้อมเข้ากอบกุมมือของมารดาอย่างสั่นเทา



ซอกจินบิดาของเขาสิ้นลมหายใจไปแล้ว



แดฮยอนก้มลงแนบหน้าผากลงบนมือของมารดา น้ำตาของลูกผู้ชายหยดร่วงลงจากสองดวงตา แม้จะพึ่งได้พบเจอกัน แต่ความผูกพันทางสายเลือดก็ทำให้เขาเสียใจไม่น้อย



แม่ผมขอโทษพ่อ…”



ไม่ต้องเสียใจ…”



คุณซอนฮวาได้โปรดช่วยพวกเขาด้วย….”



แดฮยอนเงยหน้าขึ้นมองซอนฮวาอย่างคาดหวัง ดวงตาสีเทาเข้มไม่ต่างจากมารดาเต็มไปด้วยน้ำตา เขากำลังขอร้อง เขาหวังว่าผู้วิเศษจากเผ่าพันธุ์วิซซ์จะช่วยได้



คุณแดฮยอนคะดิฉัน….”



ซอนฮวาทำหน้าลำบากใจ เธอคุกเข่าก้มศีรษะแนบจรดพื้นดิน เธอไม่อาจทนมองเห็นใบหน้าอันผิดหวังของแดฮยอนได้



คุณเป็นวิซซ์ไม่ใช่เหรอได้โปรดช่วยพ่อกับแม่ของผมด้วย



ซอนฮวาไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถาม เธอเป็นวิซซ์ก็จริง แต่เธอไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์การรักษา และทั้งคู่ก็ผูกพันธะสัญญาไว้ด้วยความรัก



หากซอกจินสิ้นใจไปแล้ว ก็คงไม่มีมนตราใดในโลกนี้จะสามารถแก้ไขความศักดิ์สิทธิ์ของพันธะสัญญาที่เชื่อมต่อระหว่างความรักของทั้งคู่เอาไว้ได้ และอีกไม่นาน แฮจูก็ต้องสิ้นใจตายตามคนรักไป



อย่าลำบากซอนฮวาเลยพ่อกับแม่ผูกพันกันด้วยพันธะสัญญาลูกเองก็คงรู้ดีว่ามันหมายความว่ายังไง



แม่ไม่แม่ต้องไม่เป็นไร ส่วนพ่อผมผมยองแจเลือดของคุณฮิมชานช่วยได้ใช่ไหมเหมือนที่แจช่วยแดไว้หรือเปล่า



เมื่อหวังกับมนตราจากเผ่าพันธุ์วิซซ์ไม่ได้ แดฮยอนก็หันไปมองหน้ายองแจอย่างคาดคั้น ตอนนี้แม้ความเป็นไปได้เพียงเล็กน้อยก็ถือเป็นเศษเสี้ยวแห่งความหวังให้แก่เขา ในเมื่อยองแจยังช่วยเขาให้หลุดพ้นจากความตายมาได้ พ่อของเขาก็คงเช่นกัน



ยองแจที่กำลังนั่งร้องไห้สะอื้นอยู่ข้างๆ เมื่อถูกเอ่ยถาม ก็เงยหน้าขึ้นมามองสบตาแดฮยอนด้วยแววแห่งความเสียใจ ใบหน้าสวยส่ายไปมาอย่างช้าๆ เพราะหยาดเลือดของไดมอนด์บลัดที่ยองแจติดตัวไว้ถูกใช้ไปจนหมดแล้ว



แจ….”



ยองแจเองก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย มือเล็กที่วางอยู่บนตักบีบแน่นเข้าหากัน เมื่อคิดว่าตนเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ซอกจินและแฮจูได้รับอันตรายถึงชีวิต หากไม่เป็นเพราะเอาตัวเข้ากำบังปกป้องเขา ทั้งคู่ก็คงไม่บาดเจ็บขนาดนี้



แดฮยอน….พ่อกับแม่ผูกพันกันด้วยพันธะสัญญาและร่างกายของเราก็เกินจะรับไหว



แฮจูยกมือขึ้นลูบข้างแก้มของบุตรชายให้หันกลับมามอง ก่อนจะส่งรอยยิ้มบางให้ยองแจอย่างปลอบใจ



ยองแจก็เหมือนกันลูกอย่าได้โทษตัวเอง



คุณแม่ฮืออออ….”



ยองแจอดไม่ไหวร้องไห้โฮออกมาจนซอนฮวาต้องดึงกายเข้าไปกอดปลอบ แดฮยอนก็ได้แต่ก้มหน้า ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจร่วงหล่นลงบนพื้น ฟันกรามขบแน่นเพื่อกลั้นแรงสะอื้น



จริงๆ พ่อกับแม่เองก็ใกล้สิ้นอายุขัยเต็มที ถือว่าโชคยังดี….ที่ได้มีโอกาสพบกับลูกก่อนตาย



เป็นเพราะเขา ...



ความเยาว์วัยและโง่เขลาของเขา ทำให้คนที่เขารักต้องประสบเหตุร้าย



แดฮยอนนึกโทษตนเองอยู่ในใจ หากเขาเก่งกาจมากกว่านี้ หากเขามีสัญชาตญาณในการปกป้องมากกว่านี้ คนที่เขารักทุกคนย่อมต้องไม่เป็นอันตราย



บิดาและมารดาของเขา คงปลอดภัย



แดฮยอนลูกยังอายุไม่ถึงสี่ปีเลยด้วยซ้ำลูกจะมาแบกความรับผิดชอบทั้งหมดไว้กับตัวไม่ได้….พ่อกับแม่อยู่มามากกว่าพันปีเราไม่มีอะไรที่จะต้องเสียดายอีกแล้วแค่ได้เห็นลูกแข็งแรงจนสามารถกลายร่างได้เป็นเด็กหนุ่มรูปงามแบบนี้ แม่ก็ดีใจมากแล้ว



เหมือนจะล่วงรู้ความคิดของบุตรชาย แฮจูรู้ว่าแดฮยอนต้องพร่ำกล่าวโทษตนเอง เธอจึงค่อยๆ ปลอบประโลมให้ลูกชายได้มองเห็นถึงความเป็นจริง



ต่อให้มีอายุยืนยาวมากแค่ไหน หรือแข็งแกร่งมากเพียงใด



สุดท้ายก็ไม่อาจหลีกพ้นจากสิ่งที่เรียกว่า ความตาย



พ่อของลูก ....ฝากบอกว่าลูกคือลมหายใจของเขาลูกคือตัวแทนความรักของเขาที่มีต่อแม่เพราะฉะนั้น จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และเติบโตขึ้นอย่างภาคภูมิใจ.....พ่อกับแม่รักลูกมากนะแดฮยอน



ดวงตาคมกล้าที่บ่งบอกถึงประสบการณ์ในชีวิตอันโชกโชน เหลือบมองร่างไร้ลมหายใจของสามี มืออีกข้างของเธอก็ยังคงกุมมือของซอกจินเอาไว้ หัวใจที่กำลังบีบรัดแน่นบ่งบอกว่าเวลาของเธอเองคงเหลืออยู่อีกไม่มาก



อำนาจแห่งพันธะสัญญา




 

 

 



คุณหนูยองแจคุณแดฮยอน…”



เสียงพี่เลี้ยงสาวคนสนิทของยองแจดังแว่วมาทางด้านหลัง ทุกคนจึงหันกลับไปมอง



ฉันพบคุณซองวอนแล้วค่ะ ร่างกายของเขาบอบช้ำแต่ไม่มีบาดแผลอะไรที่น่าเป็นห่วง



หลังจากให้ลูกน้องพาซองวอนไปที่รถแล้ว อึนบีก็รีบเดินตามมาสมทบกับคนที่เหลือเพื่อตามหาคิงส์วูล์ฟทันที แต่เมื่อสองขาเรียวก้าวเข้ามาใกล้ และได้เห็นใบหน้าของหนึ่งในสองร่างที่นั่งเอนกายอยู่ตรงหน้า อึนบีก็ชะงักนิ่ง ดวงตาเรียวพลันเบิกกว้างอย่างตกใจ ใบหน้ากลมแลดูไร้สีเลือดจนซีดขาว



หัวใจของบลัดสาวเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาข้างนอก ริมฝีปากซีดสั่นระริกพึมพำแผ่วเบา เสียงที่เล็ดรอดออกมาสั่นเครือ และคงมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน



พระเจ้า….เฮซ!”








............................



มาอัพครบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้ได้แรงหนุนจากโมเม้นที่เบบี้ถามถึงฮิมชานกับยงกุก และฉลองหนุ่มๆ บีเอพีของเรามีผลงานออกมาตูมๆ ให้หายคิดถึง



พาร์ทนี้ทั้งหวาน ทั้งหน่วง

ว่าแต่รู้แล้วใช่มั้ยว่าเฮซคือใคร พ่อแดฮยอน?

แต่เอ๊ะ คุณซองวอนคะ เอ๊ะๆๆๆ





ใครยังไม่ได้โอนค่าฟิคเรื่องนี้ เปิดโอนถึงแค่สิ้นเดือนนี้นะคะ ใครไม่สะดวก หรือต้องการสั่งเพิ่ม DM มาคุยกันได้ค่ะ



เม้นได้ หวีดได้ ตามแท๊กนี้เลยค่าาาา



#แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น



@JustMariWriter

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

208 ความคิดเห็น

  1. #200 nammint042 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 21:37
    เอ๊าาาา เฮซคือพ่อแดฮยอนจริงๆด้วย สงสารอึนบีอุตส่าห์รอเค้ามาตั้งนาน แต่ไม่เป็นไรนะซองวอนรอเธออยู่ เริ่มต้นใหม่กันเถอะ
    #200
    1
    • #200-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 33)
      3 เมษายน 2562 / 09:32
      อิ____อิ
      #200-1
  2. #196 nammint042 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 12:38
    บังชานสวีทหวานมาก หวานได้อีก
    ปล.คิดถึงฮิมชาน กลับมาเร็วๆนะ
    #196
    2
    • #196-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 33)
      25 มีนาคม 2562 / 21:20
      คิดถึงฮิมชานมากเหมือนกันค่ะ พอได้รู้จากยงกุกว่าสบายดี ก็ดีใจมากๆ ฮือออ น้ำตาแตกเลย
      #196-1
    • #196-2 nammint042(จากตอนที่ 33)
      25 มีนาคม 2562 / 21:31
      นี่ก็ร้องไห้เหมือนกันค่ะ ดีใจมาก อยากเจอเร็วๆจัง
      #196-2
  3. #195 Kurobuta (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 05:03

    ท่านG.O.Dร่างกายไร้อาภรณ์แต่ก็กอดกันยุนั่น อยากถามว่าคุณพ่อบลัดรู้สึกอย่างไร!!!!! อิจฉาอ่ะ

    #195
    1
    • #195-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 33)
      25 มีนาคม 2562 / 21:20
      แง่มๆๆๆ อยากกอดท่าน G.O.D บ้าง จะได้บรรยายถูกว่าคุณพ่อบลัดรู้สึกยังไง หุหุ
      #195-1
  4. #194 bamboo5194 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 00:17
    โง้ยยย เค้าบอกรักกันแล้วเขินจังงง
    #194
    1
    • #194-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 33)
      25 มีนาคม 2562 / 21:19
      คุณพ่อบลัดตกหลุมรักคุณยงกุกล้าวววว
      #194-1
  5. #193 a244 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 22:32
    หวานจัง ชื่นใจจังเลย
    #193
    1
    • #193-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 33)
      25 มีนาคม 2562 / 21:19
      หวานจนไรท์รู้สึกว่า เบาหวานกำลังจะขึ้นตา 555
      #193-1
  6. #192 YouAndMe1994 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 22:24
    ขอบคุณสำหรับบทหวานอ่อนโยนคู่บังชาน แงงงง เพราะบทความเมื่อวานที่ทำให้บังชานยังคงอยู่ ใจชื้นจริงๆเจ้าค่ะ
    #192
    1
    • #192-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 33)
      25 มีนาคม 2562 / 21:18
      คู่คุณลูกยังหวานไม่เท่าเลยล่ะค่ะ 555
      #192-1