[B.A.P] 'till the end : แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น [END]

ตอนที่ 32 : Only you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    13 มี.ค. 62



สวัสดี...คุณคิมฮิมชาน...ได้เจอกันเสียทีนะ



ฮิมชานขมวดคิ้วแน่น เมื่อได้ยินเสียงไม่คุ้นเคยทักทายผ่านหน้ากากกระจกติดฟิล์มสีดำสนิทของคนร้าย แต่ก่อนที่ฮิมชานจะได้อ้าปากเอ่ยโต้ตอบอะไรออกมา จู่ๆ ความมึนงงก็เข้าถาโถมจนร่างกายโอนเอนทรงตัวไม่อยู่



ตุ้บ!



สุดท้าย ความรู้สึกทุกอย่างของฮิมชานก็ดับวูบจมลงสู่ความมืดมิดโดยไม่ทันได้รู้ตัว



สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองเรือนร่างสูงโปร่งของไดมอนด์บลัดทรุดล้มลงบนพื้นห้อง เพราะฤทธิ์ของกลิ่นควันยาสลบ ดัลชูเดินวนไปรอบๆ ร่างของไดมอนด์บลัดที่นอนไร้สติอยู่บนพื้นอย่างใช้ความคิด



เพราะความเฉลียวฉลาดของโอดัลชู เขาสั่งให้ลูกน้องทุกคนใส่ชุดคลุมกายที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษเช่นเดียวกับเขา หน้ากากกระจกใช้ป้องกันการสะกดจิตของเผ่าพันธุ์บลัด และป้องกันกลิ่นหอมหวานชวนให้มึนงงหลงใหล รวมทั้งเพื่อป้องกันกลิ่นยาสลบที่พวกเขาฉีดพ่นเป็นฝุ่นควันเข้ามาภายในคฤหาสน์แห่งนี้



ดัลชูศึกษาเรียนรู้ตำราต่างๆ ของทั้งสามเผ่าพันธุ์มาเกือบตลอดชีวิต จึงไม่แปลกหากเขาจะรู้ถึงจุดอ่อนของทั้งไฮวิซซ์ บลัดและวูล์ฟ รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้า เมื่อดัลชูนึกถึงวิธีการที่เขาคิดขึ้นมาป้องกันและตอบโต้ทั้งสามเผ่าพันธุ์ได้อย่างเจ็บแสบ

 





บลัดที่ร่างกายแทบไม่ระคายจากอาวุธใดๆ จะถูกทำลายได้ด้วยไฟที่แผดเผา…..ก่อนจะแผดเผาบลัดให้มอดไหม้ ...ต้องหลีกเลี่ยงการสบตาหรือสูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่ชวนให้มัวเมาหลงใหล

 



วูล์ฟที่ร่างกายแข็งแกร่งดั่งหินผา จะถูกกำจัดได้ด้วยบาดแผลฉกรรจ์ ….หากจะทำลายวูล์ฟให้หมดสิ้น ...ต้องกำจัดในขณะที่วูล์ฟอยู่ในร่างของสามัญชน หรือต้องใช้อาวุธรุนแรงจนสามารถสร้างบาดแผลให้ถึงแก่ชีวิต

 



ส่วนวิซซ์ก็ตายได้ง่ายดาย ราวกับพลิกฝ่ามือ เพราะร่างกายที่อ่อนแอราวสามัญชน ….เพียงทำให้วิซซ์ร่ายเวทย์ไม่ได้ แล้วใช้มีดปักลงบนอกก็สิ้นลมหายใจ ง่ายๆ เช่นเดียวกับที่เขา ฆ่า น้องชายบุญธรรม.....มุน จงออบ

 

 

 

 



หึ! นี่น่ะเหรอ ไดมอนด์บลัด



เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่สามารถลืมตาตื่นขึ้นมาทำอันตรายตนเองได้ ดัลชูก็ถอดหมวกกระจกทรงกลมที่ครอบศีรษะออก พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยไปมาบนต้นขาของบลัดหนุ่มที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นห้อง เขาเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างดูแคลน



นึกว่าจะเก่งสักแค่ไหน ... ดีแต่คิดว่าอยู่เหนือสามัญชนเลยไม่ทันระวังตัว...สุดท้ายก็ตายเพราะความยโสของตัวเอง



ดัลชูก้มลงนั่งยองพร้อมใช้มือหยาบลูบไล้ไปบนใบหน้างดงามของฮิมชานที่ยังนอนอยู่กับพื้น สายตาเจ้าเล่ห์ส่งประกายแพรวพราว ลิ้นสีซีดตวัดเลียริมฝีปากแห้งอันแห้งผากของตนเอง



น่าเสียดายจริงๆ สวยๆ แบบนี้……”



ถึงจะเสียดายไดมอนด์บลัดที่แสนงดงามเบื้องหน้าแค่ไหน ดัลชูก็จำต้องตัดใจออกคำสั่งกับลูกน้องทางวิทยุสื่อสารที่อยู่ในมือ  



เผาที่นี่ให้ราบ อย่าให้เหลือรอดออกไปได้



ต่อให้ไดมอนด์บลัดมีค่าต่องานวิจัยของเขามากแค่ไหน แต่ดัลชูก็ฉลาดพอที่จะไม่เอาชีวิตของตนเองเข้าไปเสี่ยง เขาไม่เคยคิดจะเก็บภัยอันตรายที่ควบคุมไม่ได้ไว้ใกล้ตัว



ถึงเธอจะตายอยู่ที่นี่แต่เลือดของเธอคงมีประโยชน์กับฉันอีกมาก



มือหยาบไล้ไปมาบนข้อมือขาวเนียนที่แลเห็นเส้นเลือดสีจางภายใต้ผิวบางใสของบลัดหนุ่ม รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง ก่อนคนใจร้ายจะกดปลายเข็มขนาดใหญ่ลงไปทะลุผิวบอบบางตรงข้อพับแขน



ไม่ต้องห่วงฉันสัญญาว่าจะดูแลลูกของเธอเป็นอย่างดี….แล้วฉันก็จะสนุกกับลูกของเธออย่างเต็มที่

 




...........................

 




เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!



คุณพ่อ!”



เสียงร้องตะโกนของยองแจมาพร้อมกับเสียงปืนดังสนั่นติดต่อกันหลายนัดจากทั่วทุกทิศทาง และยังมีแรงระเบิดอีกหลายครั้งจนทำให้อากาศโดยรอบมีแต่ฝุ่นคลุ้งกระจายลอยอวลไปทั่ว



เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้พวกเขาทั้งหมดไม่ทันได้คาดคิด เพราะต่างก็กำลังดีใจที่คิดว่า เดินตัดถนนเส้นนี้ไปอีกไม่ไกลก็จะถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เป็นจุดหมายปลายทาง พวกเขาจึงลดความระมัดระวังตัวลง



ตอนที่พวกเขาทั้งหมดเดินทางอยู่ในป่า แดฮยอนอาสาเป็นคนนำทางเดินคู่กับซอนฮวาอยู่ข้างหน้า เพราะคุ้นเคยในพื้นที่มากกว่าพวกเขาที่เหลือ ส่วนยองแจก็เดินเคียงคู่กับซอกจิน โดยมีแฮจูและซองวอนในร่างหมาป่าเดินรั้งท้าย



ซอกจิน!



ช่วงจังหวะที่ได้ยินเสียงปืนนัดแรก สัญชาตญาณของหมาป่าทำให้ซอกจินพุ่งกายใช้ร่างของตนเองเป็นเกราะกำบังอันตรายให้กับยองแจ เขาใช้พลังชีวิตทั้งหมดที่เหลืออยู่ในการแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่า เข้าปกป้องยองแจแทนแดฮยอนที่อยู่ห่างออกไป



และเพราะเสียงกรีดร้องของยองแจที่ตามมาด้วยเสียงตะโกนร้องเรียกของแฮจู ก็เรียกความสนใจทั้งหมดของแดฮยอน ทำให้เขาไม่ได้ทันระวังตัว



เปรี้ยง!



ตูม!



เพียงเสี้ยวนาทีเท่านั้นที่เงียบสงบ เสียงกระสุนปืนและระเบิดก็ดังถล่มขึ้นอีกครา






ยองแจยังซุกใบหน้าอยู่ในอ้อมกอดของซอกจิน และตอนนี้ยังมีแฮจูที่พุ่งกายเข้ามาช่วยปกป้องเอาตัวเข้ากำบังไว้อีกคน ทั้งแฮจูและซอกจินต่างก็หวังจะให้ยองแจปลอดภัย เช่นเดียวกับบุตรชายของตนที่ทั้งคู่คิดว่าสามารถดูแลตนเองได้



ทันทีที่ทุกอย่างกลับมาสงบนิ่ง ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยฝุ่นละอองลอยฟุ้งจากแรงระบิดและกระสุนปืน



มนุษย์หมาป่าอย่างซอกจินก็ทรุดลงคุกเข่ากับพื้น ยองแจที่หลุดออกมาจากอ้อมกอดก็แข้งขาอ่อนล้มลงไม่ไกลกัน แฮจูพยายามประคองร่างของสามีที่กำลังโงนเงนไปมาคล้ายทรงตัวไม่อยู่ ให้นั่งลงพิงรากไม้ใหญ่ใกล้ตัว



ลมหายใจของซอกจินแผ่วเบาลงเต็มที มือหนาที่เต็มไปด้วยขนหยาบกดแน่นบนแผ่นอกของตนเองคล้ายกำลังหายใจได้ยากลำบาก ดวงตาทั้งสองข้างของเขาปรือขึ้นมองหน้าภรรยาคล้ายต้องการเอ่ยคำล่ำลา อย่าว่าแต่เรี่ยวแรงในการเปล่งเสียงออกมาจากลำคอเลย แม้แต่เรียวแรงในการหายใจเขายังแทบไม่มีเหลือ



น้ำตาของแฮจูรื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ การกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าเพื่อเข้าปกป้องยองแจคงเป็นพลังงานชีวิตสุดท้ายที่ซอกจินมีอยู่ อีกไม่นานลมหายใจของเขาก็คงจบสิ้นลง



เธอเองก็เช่นกัน

 






แฮจูในร่างของสามัญชนนั้นแม้จะไม่มีบาดแผลรุนแรงเท่าใดนัก แต่เธอก็สูญเสียพลังงานชีวิตไปให้ซอกจินอยู่ไม่น้อย ร่างกายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเนิ่นนานก็ใกล้สิ้นอายุขัยไร้เรี่ยวแรง จนต้องทิ้งกายลงนั่งเคียงข้างสามี ศีรษะเอนพิงลงบนไหล่กว้าง



พ่อกับแม่ฝากดูแลแดฮยอนด้วยนะจ๊ะ



ยองแจที่ยังนั่งงุนงงอยู่กับพื้นดินเห็นริมฝีปากของแฮจูขยับกล่าวราวกับจะบอกอะไรบางอย่าง ดวงตาสีเทาดั่งพายุก็ฉาบคลอไปด้วยน้ำตาก่อนจะหยาดหยดลงมายังสองแก้ม



น่าเสียดายที่ยองแจไม่ได้ยินว่าเธอกำลังพูดอะไร เพราะสองหูยังอื้ออึงไปด้วยเสียงระเบิดที่ดังขึ้นใกล้ๆ ภาพทุกอย่างรอบกายดูเชื่องช้าราวกับสติยังไม่คืนกลับมาจากความตกใจ ฝุ่นละอองจากแรงระเบิดยังปลิวฟุ้งราวกับกำลังอยู่ในม่านหมอก



ยองแจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าซอกจินและแฮจูมีบาดแผลตามร่างกายอยู่ไม่น้อย เพราะสายตาของบลัดร่างเล็กมัวแต่กวาดมองไปทั่วเพื่อแลหาคนรัก



ทำไมถึงสัมผัสความรู้สึกจากแดฮยอนไม่ได้



เกิดอะไรขึ้น…..



น้ำตาหยาดใสฉ่ำคลอขึ้นเต็มสองดวงตา ความรู้สึกวูบโหวงในอกราวกับใจจะขาดนั้นคืออะไร



ยองแจยังมิอาจรู้ว่า



พันธะสัญญาที่ผูกรัดโชคชะตาของความรักกำลังแสดงอานุภาพแห่งมนตราให้ประจักษ์



เมื่อคนหนึ่งสิ้นลมหายใจ



อีกคนก็จะหมดลมหายใจจบชีวิตไปเคียงข้างกันในเวลาอีกไม่นาน

 







ไม่นะฮึก…”



จู่ๆ เรี่ยวแรงในร่างกายก็ถดถอย ยองแจค่อยๆ คุกเข่าคลานไปตามพื้นดินเพื่อตามหาร่างของคนรัก โดยไม่สนใจว่าผิวกายขาวจะถลอกไปด้วยหินที่ครูดผิวจนเลือดออกซึม หัวใจดวงเล็กกำลังเจ็บปวดเหมือนถูกฉีกทึ้ง ลมหายใจก็เริ่มติดขัดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีดรัดลำคอ



แด…..อึ่ก…”



อ่าอยู่นี่เอง



“….ปล่อยนะ



มือหยาบจิกแน่นเข้าที่ลำคอขาว คนร้ายร่างกายใหญ่โต หน้าตาโหดเหี้ยมแสยะยิ้มกว้างเมื่อจับร่างของยองแจยกขึ้นชูไปมาราวกับตุ๊กตาผ้าที่ไร้เรี่ยวแรง



คุณโอบอกว่า ถ้าจับแกได้ให้ฉีดยานี้ซะแกจะได้เป็นเด็กดีฮ่าๆๆๆ



ความเจ็บราวกับมดกัดเกิดขึ้นที่ต้นแขนของยองแจ เมื่อถูกคนร้ายใช้เข็มฉีดยาปักลงไปผ่านเนื้อผ้า ฤทธิ์ยาวิ่งซ่านไปทั่วทั้งร่างกายในทันที



สวยๆ ขาวๆ แบบนี้ น่าเอาเป็นบ้านังหนูมาเรามาเล่นสนุกกันสักรอบสองรอบก่อนกลับดีกว่านะ



เมื่อถูกยกร่างกายให้ลอยขึ้นสูง ดวงตาเรียวสวยก็กวาดมองไปทั่วบริเวณ ยองแจเห็นร่างผอมบางของซอนฮวานอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นดินไม่อาจรู้ได้ว่า...เป็น หรือ ตาย



ซองวอนในร่างของหมาป่าถูกโซ่ล็อคคอตรึงเอาไว้กับต้นไม้ใหญ่ เขากำลังถูกคนร้ายสามคนใช้อาวุธที่เหมือนไม้กระบองโลหะรุมฟาดกระหน่ำเข้าตามลำตัวและศีรษะ พวกเลวนั่นกำลังหัวเราะเย้ยหยันหมาป่าที่ล้มลงเลือดอาบกายอย่างสะใจ



ส่วนแฮจูและซอกจินที่กำลังนั่งอิงเคียงกัน ยองแจพึ่งเห็นว่าตามร่างกายของทั้งคู่มีบาดแผลฉกรรจ์จนเลือดไหลซึมเปรอะไปทั่วร่าง



แต่ภาพที่ทำให้หัวใจของยองแจแทบหยุดเต้น



ที่ตรงนั้น



แดฮยอน



หมาป่าตัวใหญ่ขนสีดำสนิทที่ยองแจแสนจะคุ้นเคย….นอนนิ่งไม่ไหวติง






ดวงตาเรียวสวยของยองแจกำลังพร่าเลือนไปด้วยน้ำตาที่เอ่อจนกลบดวงตา เหมือนสัญชาตญาณในร่างกายที่เกิดจากการผูกพันด้วยพันธะสัญญากำลังจะส่งสัญญาณบอกยองแจว่า ....แดฮยอนจากไปแล้ว



ร่างกายเล็กกำลังอ่อนปวกเปียกไร้สิ้นเรี่ยวแรงดิ้นรน ลมหายใจเริ่มตีบตันติดขัด หัวใจดวงเล็กใกล้จะแตกสลาย แม้เสียงที่จะเปล่งออกมาจากลำคอยังไม่อาจเอื้อนเอ่ย



ความเจ็บปวดทั้งหมดของหัวใจกำลังถูกกลั่นออกมาเป็นหยาดน้ำตาไหลริน น้ำตาที่กลั่นออกมาเป็นสีแดงราวกับเลือด ไม่ต่างจากสีของดวงตา



คนร้ายแสนกักขฬะได้แต่หัวเราะร่าด้วยความถูกใจกับความคิดอันโสมมของตนเอง มันร้องเรียกเพื่อนที่กำลังรวมกลุ่มรุมทำร้ายหมาป่าตัวใหญ่ที่พึ่งล้มลงแน่นิ่ง กับเพื่อนที่แอบซ่อนตัวตามหลังต้นไม้เพื่อลอบกดชนวนระเบิด



มันคิดหวังจะชักชวนเพื่อนทำ...เรื่องสนุก...กับบลัดร่างเล็กที่แสนงดงามราวกับตุ๊กตาปั้นราคาแพง ความคิดต่ำตมของมันเกิดจากการกระทำเรื่องเลวทรามแบบนี้เป็นประจำกับเผ่าพันธุ์บลัดที่เจ้านายของมันจับตัวมาทดลอง



ในเมื่อคนเป็นเจ้านายไม่เคยห้ามปราม คนเป็นลูกน้องก็ได้แต่ย่ามใจ



เฮ้ยระหว่างรอเจ้านายมาพวกเรามาสนุกกับเด็กนี่กันดีกว่าว่ะ ...สงสัยโดนยาเข้าไปจนตัวอ่อนปวกเปียกแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ










แต่ทว่า



คนร้ายที่คิดว่าจะควบคุมบลัดร่างเล็กไว้ได้ด้วยฤทธิ์ยาที่เคยใช้ทดสอบกับบลัดทั่วไป แต่มันไม่รู้ว่า ยานั้นไม่สามารถลดทอนอำนาจแห่งบลัดวัยเจริญพันธุ์ได้



อำนาจที่รุนแรงยิ่งกว่าอำนาจแห่งไดมอนด์บลัด









.............................70%..................




 

แค่ก...แค่ก



ฮิมชานได้สติขึ้นมาเพราะเปลวไฟที่เริ่มลามเลียร่างกายจนแสบร้อน กลิ่นควันไฟลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณก็ชวนให้สำลักไอออกมา ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นคลานต่ำไปกับพื้นด้วยความมึนงงเพื่อค้นหาทางออก ดวงตาทั้งสองข้างแสบพร่าเจือไปด้วยหยาดน้ำตา สมองของเขายังคงงุนงงสับสนไปด้วยฤทธิ์ของยาสลบ



ไอ้พวกเลว...แค่ก



ฮิมชานพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวก่อนที่เขาจะหมดสติลงไป และเมื่อนึกถึงเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมาได้ เขาก็ได้แต่สบถด่าออกมา



ดวงตากลมพยายามปรือลืมมองหาหนทางหนี แต่เพราะเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้รายล้อมไปทั่วปิดทุกหนทางออก จนเขาไม่รู้ว่าควรจะหลบหนีไปทางไหน ร่างกายก็ร้อนระอุราวกับกำลังจะลุกไหม้ไม่ต่างจากเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องที่กำลังถูกความร้อนลามเลียจนเริ่มเปลี่ยนสภาพ

 





หึ...



ยามที่ข้าอยากจะตายใจแทบขาด พระเจ้าก็พยายามยื้อยุดฉุดรั้งข้าเอาไว้



แล้วดูตอนนี้สิ....



ข้าหวังจะมีชีวิตเพื่อใช้เวลาคอยเฝ้ามองบุตรชายเติบใหญ่ และใช้ลมหายใจที่เหลืออยู่กับคนรัก



พระเจ้ากลับต้องการพรากลมหายใจไปจากข้า



ท่าน...



ทำไมใจร้าย....

 






ฮิมชานทรุดฮวบลงบนพื้นห้องอีกครั้ง ลมหายใจแสบร้อนไปทั่วทั้งโพรงจมูกและลำคอ ปอดทั้งสองข้างเริ่มทำงานหนักเมื่อสูดลมหายใจที่มีแต่ควันไฟและไอร้อนเข้าไป



เขาคงหนีไม่พ้น และคงต้องจบชีวิตลงในกองเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำ



เมื่อคิดได้เช่นนี้ ร่างโปร่งบางก็เอนกายลงนอนกับพื้นห้องที่เริ่มร้อนระอุ ใบหน้างดงามแนบลงบนเรียวแขนที่ยกขึ้นมาพาดอิงไว้ ดวงตากลมสีดำค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง



ในเมื่อเป็นความประสงค์ของพระเจ้า... ก็ป่วยการจะดิ้นรน



ไดมอนด์บลัด คิม ฮิมชาน หวังจะจบชีวิตลงอย่างง่ายดาย

 







คำขอสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจ



ขอให้บุตรชายของข้าอยู่รอดปลอดภัย



ขอให้คนรักของข้าอยู่อย่างมีความสุข



พระเจ้า....ได้โปรด…..

 

 

 











ตึ่ง! ปึ่ก!

 


เสียงกระแทกพื้นดังสนั่นแทรกเสียงปะทุของเปลวไฟ ทำให้ฮิมชานต้องฝืนลืมตาขึ้นมอง ดวงตาบวมแดงไปด้วยเขม่าควันเพ่งมองฝ่าเปลวไฟที่กำลังแผดเผา



ฮิมชานมั่นใจว่าตนเองยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ และถ้าสายตาของเขาไม่ได้พร่าเลือนไปด้วยควันไฟหนาทึบ




สิ่งที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของเขา ห่างไปเพียงแค่ไม่ถึงห้าเมตร



ที่ตรงนั้น….



หมาป่าร่างใหญ่โตที่สุดเท่าที่ฮิมชานเคยพบเจอมาในชีวิต



ดวงตาของมันเป็นสีแดงสดราวกับมีลูกไฟดวงใหญ่อยู่ในดวงตาดุดัน และเพียงแค่มันจ้องมองมา ฮิมชานก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกสะกดไว้จนไม่อาจขยับกายเคลื่อนไหวได้ดังใจนึก



ขนปกคลุมกายของมันก็เช่นกัน เป็นสีแดงดุจเปลวเพลิงลุกไหม้ สะบัดล้อไปมาตามแรงลมพัดโหมกระพือ คล้ายร่างทั้งร่างของมันกำลังถูกเปลวไฟแผดเผา ทุกครั้งที่มันก้าวเดิน พื้นปูนที่ระอุก็ทิ้งรอยเท้าขนาดใหญ่จมไหม้ไว้เป็นหลุมลึก



หัวใจของฮิมชานเต้นแรง สายตาของเขาถูกตรึงเอาไว้กับท่วงท่าอันสง่างามของเจ้าหมาป่าร่างใหญ่ มันก้าวเดินวนไปมารอบกายของฮิมชานอย่างเชื่องช้า พร้อมใช้สายตาสำรวจฮิมชานที่ดูเหมือนจะเป็นแค่เพียงสิ่งมีชีวิตกระจ้อยร่อยเมื่อเทียบกับขนาดร่างกายของมัน



สิ่งที่อัศจรรย์ใจสำหรับฮิมชานก็คือ ทุกย่างก้าวที่เจ้าหมาป่าเดินผ่าน เปลวไฟรอบกายที่กำลังลุกไหม้โหมกระหน่ำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะดับลง กลับพุ่งตรงเข้าหามันราวกับถูกแม่เหล็กดึงดูด ก่อนที่เปลวไฟเหล่านั้นจะกลืนกลายไปเป็นขนอ่อนนุ่มปกคลุมร่างกายของมันให้สว่างโชติช่วงขึ้นดั่งลูกไฟขนาดใหญ่ และยิ่งร่างกายของมันดูดกลืนเปลวไฟเข้าไปมากเท่าไหร่ ร่างกายของมันก็แลดูจะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมากเท่านั้น

 


ราวกับว่าเปลวไฟอันร้อนแรง ไม่สามารถทำอันตรายใดๆ มันได้เลย



เทพเจ้าแห่งไฟ....

 









เพียงไม่นาน ภายในห้องบริเวณรอบกายของฮิมชานก็หลงเหลือเพียงแค่ซากสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์ที่ไหม้ดำเป็นตอตะโกและมีเพียงควันคุกรุ่นล่องลอยเป็นไอแผ่วเบา เปลวเพลิงที่เคยลุกไหม้อยู่รอบตัวล้วนดับมอดลงไปจนสิ้น



ตั้งแต่ดำรงชีวิตมานานเกือบสองพันปี ฮิมชานไม่เคยพบเจอเหตุการณ์ที่น่าตื่นตะลึงเช่นนี้มาก่อน



ฮิมชานยังคงนั่งคุกเข่านิ่งอยู่บนพื้น เมื่อเห็นมันขยับกายเข้ามาใกล้ บลัดหนุ่มก็แทบลืมการหายใจไปจนหมดสิ้น ดวงตาของเขาไม่อาจละไปจากดวงตาสีแดงลุกโชนของหมาป่าตัวใหญ่ที่เดินมาหยุดยืนประจันหน้า



ร่างกายของมันใหญ่โต จนฮิมชานต้องแหงนเงยขึ้นมอง และเพียงเจ้าหมาป่าคุกเข่าหมอบลงตรงหน้า ลมหายใจร้อนของมันก็ถูกพ่นออกมาจนไอร้อนพัดผ่านไปบนใบหน้าของฮิมชาน



ดวงตาที่ลุกโชติช่วงดั่งลูกไฟสีแดงก็ยังคงจดจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขา



ราวกับมีแรงดึงดูด...



ในทุกวินาทีที่จ้องมอง.... หัวใจของบลัดหนุ่มก็เต้นแรงขึ้นๆ



คุ้นเคยเหลือเกิน.... ราวกับหัวใจของเขากำลังอิ่มเอม



โดยไม่รู้ตัว ฮิมชานค่อยๆ ยกมือเรียวสวยไปข้างหน้า เขายื่นมือที่กำลังสั่นระริกออกไปหวังจะสัมผัสร่างกายที่ร้อนแรงดั่งไฟของเจ้าหมาป่าร่างยักษ์ บลัดหนุ่มไม่ทันคิดว่าการกระทำเช่นนั้น เขาอาจจะถูกไฟที่ร้อนแรงราวกับไฟบรรลัยกัลป์แผดเผา



เขาเพียงแค่



อยากสัมผัสกับความร้อนแรงนั้น ….ตามหัวใจที่กำลังเรียกร้อง

 


ทันทีที่วางมือเรียวลงบนเปลวไฟที่ลุกโชน ดวงตากลมสีดำสนิทก็เบิกกว้าง



มือของเขา….



มือที่กำลังลากไล้ไปตามเส้นขนสีแดงดั่งเปลวไฟ….



เปลวไฟที่คิดว่าคงร้อนแรงจนสามารถแผดเผาร่างกายของบลัดเช่นเขาให้มอดไหม้จนแหลกสลาย



แต่ทว่า....สัมผัสนั้นกลับอบอุ่นเสียจนยากจะละมือออกห่าง



ดวงตาสีแดงดั่งลูกไฟที่กำลังโชติช่วงของเจ้าหมาป่าก็ส่งประกายวูบไหวด้วยความประหลาดใจไม่ต่างกัน เมื่อถูกบลัดหนุ่มยื่นมือมาสัมผัสบนร่างกายที่คล้ายถูกเปลวไฟแผดเผาอยู่ตลอดเวลา



สัมผัสแผ่วเบาลึกล้ำ จนหมาป่าร่างยักษ์ก็ไม่อยากให้บลัดหนุ่มละมือออก...



ไม่เคยมีใครสัมผัสร่างกายของเขาได้ในยามนี้โดยไม่ถูกแผดเผาจนเป็นเถ้า...



นอกจากเพียงคนเดียว



คนที่เขารักอย่างหมดหัวใจ....



คิม ฮิมชาน….

 

 

 









………………………………………

 




บ้าที่สุด!


หญิงสาวสบถในใจทันทีเมื่อก้าวขาลงจากรถยนต์ อึนบีที่มาพร้อมกับลูกน้องอีกสองคนได้แต่ยืนนิ่งค้างไม่ห่างไกลไปจากรถยนต์ที่โดยสารมา เพราะจู่ๆ ร่างกายของพวกเขาก็หนักอึ้งราวกับถูกแรงที่มองไม่เห็นกดถ่วงเอาไว้จนไม่สามารถขยับกายเคลื่อนไหวได้ ต่างก็เหลือบตามองกันไปมาอย่างประหลาดใจ



แต่สิ่งที่ยิ่งเพิ่มความน่าหวาดหวั่นให้กับพวกเขาก็คือ บรรยากาศรอบกายที่แลดูแปลกๆ ทุกอย่างดูสงบนิ่ง แต่ทว่ากลับน่ากลัวราวกับพวกเขาทั้งสามคนหลงเข้ามาอยู่ในภาพยนต์ที่ถูกกดให้หยุดเล่นอย่างกะทันหัน ที่แม้กระทั่งยอดหญ้าและกิ่งใบไม้ก็ยังไร้สิ้นการเคลื่อนไหว



อึนบีกลอกกลิ้งดวงตาไปมาและใช้ความคิดอย่างรวดเร็วว่าเหมือนเธอจะเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ฉับพลันเมื่อคิดออก หัวใจของอึนบีก็กระตุกวูบราวกับหล่นร่วงจากที่สูง



ครั้งหนึ่ง ในตอนที่คุณหนูของเธอ คุณหนูยองแจคุมสติไม่ได้แล้วกัดกินเด็กหนุ่มสามัญชนนามชเวจุนฮง ถ้าเธอและคุณหมอจงออบไม่ผ่านไปเห็นพอดี เด็กหนุ่มนั้นก็คงสิ้นใจไปแล้ว



ในครั้งนั้น รอบบริเวณก็เงียบสงัดอย่างผิดปกติ ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว แม้กระทั่งสายลมยังนิ่งสนิท มีเพียงกลิ่นหอมหวานเย้ายวนลอยอวลไปทั่วจนชวนให้มัวเมาหลงเดินเข้าไปหา



แต่เหตุการณ์ที่น่าหวาดกลัวได้เกิดขึ้นหลังจากตอนนั้น เหตุการณ์ที่อึนบีไม่เคยเอ่ยปากบอกกล่าวกับใคร แม้กระทั่งกับเจ้านายอย่างเช่นคิม ฮิมชาน



เหตุการณ์หลังจากที่แดฮยอนพายองแจกลับเข้าไปในคฤหาสน์และคุณหมอจงออบพาเด็กหนุ่มจุนฮงไปแล้ว เพียงไม่นานต้นไม้ทั้งหมดทั่วบริเวณก็พากันยืนต้นแห้งตายอย่างฉับพลัน รวมทั้งต้นหญ้าที่ปกคลุมอยู่บนพื้นดิน กินอาณาเขตเป็นวงกว้างหลายสิบตารางเมตร



ไม่เว้นแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตอย่างพวกนก กระต่าย ผีเสื้อ แมลง ยังกลายเป็นเศษซากแห้งตายเกลื่อนไปทั่วพื้นดิน ราวกับพวกมันถูกดูดกลืนพลังงานชีวิตไปจนหมดสิ้น



อึนบีมั่นใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมาจากพลังรุนแรงของบลัดวัยเจริญพันธุ์อย่างยองแจ เพราะหลังจากนั้นอึนบีก็พยายามศึกษาหาข้อมูลจากหนังสือตำราต่างๆ จนเธอได้พบข้อความที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากหนังสือเวทย์มนต์โบราณ



ในหนังสือเล่มนั้นมีบางตอนกล่าวถึงความน่ากลัวของเผ่าพันธุ์บลัดชั้นสูงเอาไว้ว่า บลัดสายเลือดบริสุทธิ์ที่พึ่งก้าวล่วงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์จะมีอำนาจในการดูดกลืนพลังจากสิ่งมีชีวิตรอบกายได้โดยแทบไม่ต้องแตะต้องโดนร่างกาย และยิ่งควบคุมพลังของตนเองไม่ได้มากเท่าไหร่ พลังนั้นก็จะยิ่งกล้าแกร่งมากยิ่งขึ้น



คิม ฮิมชาน เจ้านายของเธอจึงพูดอยู่เสมอว่า บลัดวัยเจริญพันธุ์นั้นอันตรายที่สุด เพราะไม่สามารถควบคุมอำนาจของตนเองได้



บลัดสาวถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงลำคอที่แห้งผาก เมื่อเธอกำลังคิดว่า เหตุการณ์เช่นนั้นกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

 

 

 

 

 








ทันทีที่บรรยากาศกดดันโดยรอบเริ่มคลายลง อึนบีก็รีบก้าวขาเข้าไปในป่าอย่างเร่งรีบ เธอสั่งให้ลูกน้องยืนรออยู่ที่รถยนต์ไม่ต้องตามมา เพราะอึนบีไม่มั่นใจว่า ลูกน้องของตนเองจะอดทนต่อกลิ่นกายอันเย้ายวนของบลัดวัยเจริญพันธุ์อย่างยองแจได้มากน้อยแค่ไหน



และเพียงเดินลัดแนวป่ามาไม่ไกล ดวงตาของอึนบีก็ต้องเบิกกว้างเมื่อแลเห็นภาพเบื้องหน้า ซากศพของสามัญชนและฮาล์ฟกว่าสิบรายนอนตายอยู่กับพื้นไม่ห่างจากร่างกายเกือบเปลือยของยองแจที่นั่งอยู่บนพื้นดิน



คุณหนู!”



บลัดร่างเล็กนั่งพับขาไปทางด้านหลัง โยกกายไปมาอย่างเชื่องช้า ใบหน้างดงามดึงดูดใจให้หลงใหล ริมฝีปากอิ่มสีแดงฉ่ำพึมพำคำพูดไม่ได้ศัพท์ ดวงตาสีแดงสดที่ควรจะฉายแววเย้ายวนกลับแลดูเลื่อนลอยไร้สติ



อึนบีค่อยๆ ก้าวขาเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง เธอยกเท้าข้ามผ่านซากศพที่ผิวหนังแห้งติดโครงกระดูกราวกับถูกดูดกลืนเลือดและพลังงานในร่างกายไปจนหมดสิ้น



เมื่ออึนบีเดินเข้าไปใกล้ยองแจที่ยังไม่ได้สติ ก็มีร่างของชายคนหนึ่งที่ดูผิดแปลกไป ร่างนั้นไม่ได้มีผิวกายแห้งติดโครงกระดูกเหมือนกับร่างอื่น และดูท่าจะสิ้นใจเป็นรายแรกเพราะอยู่ใกล้กับยองแจมากที่สุด ดวงตาของศพเบิกกว้างอย่างหวาดกลัว ริมฝีปากไหม้ดำราวกับถูกพิษร้ายเฉียบพลัน ร่างกายก็หักงอบิดเบี้ยวในท่าทางน่าอันประหลาด



อึนบีเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะชายคนนี้ถูกพิษร้ายแรงก่อนสิ้นใจ จึงทำให้ไม่ถูกยองแจดูดกลืนพลังงานในร่างกายเหมือนกับรายอื่นๆ



คุณหนูคะ ..คุณหนู...



เมื่อเดินเข้าไปจนใกล้ยองแจ อึนบีก็พยายามเปล่งเสียงร้องเรียกยองแจเพื่อให้รู้สติ แต่ยองแจก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว อึนบีจึงถอดเสื้อโค้ทของตนเข้าคลุมกายของเจ้านายตัวเล็ก



ตายให้หมด...ตายให้หมด...



ริมฝีปากอิ่มยังคงพึมพำคำไม่ได้ศัพท์ อึนบีจึงจับดูตามร่างกายของยองแจว่ามีบาดแผลหรือร่องรอยใดๆ ที่เป็นอันตรายหรือไม่ เมื่อไม่พบ เธอก็ถอนลมหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะใช้มือเรียวลูบไล้ใบหน้าของยองแจให้คืนสติ



ทูนหัวของอึนบี....ได้ยินไหมคะ...แล้วคุณแดฮยอนล่ะคะ….คุณแดฮยอนอยู่ที่ไหน



อึนบีไม่คิดว่าแดฮยอนจะปล่อยให้ยองแจเป็นอันตรายใดๆ แต่เมื่อไม่เห็นใบหน้าของเด็กวูล์ฟนั่นอยู่ใกล้คุณหนูของตัวเอง อึนบีก็เกิดความรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นภายในจิตใจ



เพียงได้ยินชื่อของคนรักแล่นเข้ามาในโสตประสาท ดวงตาสีแดงสดที่เลื่อนลอยก็ค่อยๆ คืนกลับเป็นสีน้ำตาลอ่อน เปลือกตากระพริบถี่คล้ายกำลังคืนสติ ยองแจยกมือขึ้นทาบบนหน้าอกเหนือหัวใจที่กำลังเต้นแผ่วลง  ความเจ็บปวดยังไม่คลายลง แต่กลับทวีความรุนแรงมากขึ้น



พี่...อึนบี ...แด...ตาย...ฮึก...



เมื่อเห็นพี่เลี้ยงสาวอย่างชัดเจน ยองแจก็โผเข้าสวมกอดและร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาทันที นิ้วเรียวชี้ไปยังบริเวณที่มีต้นหญ้าสูงขึ้นคลุมจนอึนบีไม่สามารถสังเกตเห็นร่างของแดฮยอนที่นอนจมอยู่ในกอหญ้าสูงได้



อึนบีประคองยองแจให้ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลเพราะดูเหมือนยองแจกำลังจะไร้สิ้นเรี่ยวแรง แต่เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ร่างของแดฮยอน ยองแจก็สะบัดกายให้หลุดจากการประคองของอึนบี ก่อนพุ่งกายทรุดลงนั่งข้างร่างไร้ลมหายใจของคนรัก



ฮืออออ…..แด….ทำไมฮึก….”



มือเล็กลูบไล้เปะปะไปตามใบหน้าและลำตัวของเจ้าหมาป่าตัวใหญ่ บนร่างกายของแดฮยอนมีบาดแผลฉีกขาดรุนแรงที่เกิดจากแรงระเบิด เลือดสีแดงเข้มกระจายไปทั่วลำตัว และเอ่อนองไปทั่วพื้นหญ้าที่เจ้าหมาป่าร่างยักษ์นอนอยู่



บริเวณไม่ไกลจากร่างของแดฮยอน ซอนฮวาก็พึ่งฟื้นคืนสติ ตามร่างกายของเธอมีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดเต็มไปทั่วใบหน้าและลำตัวแต่ก็ไม่รุนแรงมากนัก เมื่อแลเห็นยองแจกำลังโอบกอดรอบร่างแดฮยอน ซอนฮวาก็คลานเข้ามาหายองแจทันที



คุณหนูคุณแดคุณแดฮยอนกระโดดเข้าบังระเบิดให้ฉันค่ะฉันฉันขอโทษ…”



ซอนฮวาก้มศีรษะจรดพื้นดินไม่ยอมเงยหน้า เธอน้ำตาร่วงทันทีเมื่อได้รู้ว่าที่ตนเองยังคงมีชีวิตอยู่เพราะแดฮยอนเสียสละชีวิตเข้าปกป้อง แรงระเบิดที่เกิดขึ้นประชิดตัวจนทำให้แม้แต่หมาป่าเผ่าพันธุ์วูล์ฟยังมิอาจรอดชีวิต หากเธอโดนระเบิดนั้นตรงๆ ร่างกายคงไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ซอนฮวาร้องไห้อย่างเสียใจอย่างหนัก



คุณหนูยองแจฉันเสียใจฉันถ้าฉัน….”



แต่ตอนนี้ยองแจไม่ต้องการรับรู้เรื่องราวใดๆ อีกแล้ว



ยองแจไม่อยากรับรู้ว่าแดฮยอนจากไปแล้ว จากไปพร้อมกับความรักและหัวใจที่แตกสลายไม่มีชิ้นดี เรียวแขนเล็กถูกยกขึ้นโอบรัดรอบลำคอหนา ใบหน้าสวยเปื้อนน้ำตาซุกซบลงบนเหนือหน้าผากของแดฮยอน ร่างกายเล็กโยกไหวด้วยแรงสะอื้น



อึนบีทรุดกายลงนั่งอย่างหมดอาลัยตายอยาก หัวใจของเธอก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน น้ำตาของเธอร่วงหล่น เมื่อรู้ดีแก่ใจว่า อีกไม่นานยองแจที่เธอเลี้ยงมาเช่นบุตรก็จะต้องจากไปเช่นเดียวกับแดฮยอน เพียงเพราะคำว่ารักและ...พันธะสัญญา



ถ้ามีเวทมนตร์ใดแลกได้ฉันจะยอมแลกชีวิตกับคุณแดฮยอนค่ะ….ชีวิตของฉันมิอาจเทียบได้ ฮึก…”



คำคร่ำครวญกล่าวโทษตัวเองของซอนฮวาแวบเข้ามาสะดุดใจของยองแจ



เวทมนตร์หรือ



ใบหน้าหวานเงยขึ้นมา ดวงตาเรียวสวยเกิดประกายแห่งความหวัง มือเล็กกระชากจี้เรดไดมอนด์ที่สวมติดตัวอยู่บนลำคอขาวออก



คุณพ่อ….ของขวัญจากคุณพ่อ…”



มือเล็กสั่นเทาพยายามแกะขั้วตัวล็อคจี้ห้อยคอให้หลุดออก ก่อนจะประคองศีรษะของหมาป่าตัวใหญ่ในอ้อมกอดให้แหงนเงยอ้าปาก



แดฮยอนกลับมาหาแจ…”



เพียงกล่าวจบ ยองแจก็เทหยาดใสสีแดงแวววับลงในปากของแดฮยอน ทั้งอึนบีและซอนฮวาก็นั่งจดจ้องด้วยความคาดหวัง ถึงทั้งคู่จะไม่เข้าใจในการกระทำของยองแจ แต่ต่างก็ภาวนาให้สิ่งที่ยองแจทำจะช่วยฟื้นคืนชีวิตให้แก่แดฮยอน



ดวงตาเรียวสวยฉาบไปด้วยหยาดน้ำตาจดจ้องมองเปลือกตาของหมาป่าตัวใหญ่ ยองแจคาดหวังว่าแดฮยอนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง มือเล็กลูบไล้ไปทั่วใบหน้าที่ปกคลุมไปด้วยขนหยาบสีดำ หัวใจดวงน้อยก็ได้แต่สวดภาวนา



แม้จะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวแห่งความหวังก็ตาม



ไม่ว่าจะเป็น….



เลือดของไดมอนด์บลัดผู้ที่เป็นใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์บลัด



คำอวยพรในวันครบรอบวัยเจริญพันธุ์ที่มีฤทธิ์ดั่งอาคมอันแก่กล้า



ความรักอันแสนบริสุทธิ์ และความผูกพันที่เป็นดั่งพันธะสัญญา



เพียงแค่คนนี้คนเดียว... ที่ยองแจจะมอบให้



ทุกอย่าง…. ยองแจขอมอบให้แดฮยอน



ได้โปรด….

 





ได้โปรดพี่แดฮยอนกลับมาหาแจ….”









..............................................




อัพครบแล้วววววว แถมเพิ่มให้ด้วย อ่านยาวๆ ไปเลยค่ะ

อธิบายนิดนึง

1. รู้แล้วยังคะ ว่าหมาป่าไฟก็คือคุณวูล์ฟยงกุกของเรานั่นเอง แฮ่ๆๆ เป็นการกลายร่างขั้นสุดของ G.O.D ค่ะ เพราะนอกจากเป็นหมาป่าแล้ว ยังมีเวทย์มนตร์ด้วย เหมือนกับตอนก่อนจงออบตาย แล้วยงกุกบอกว่าตนเองไม่มีเวทย์มนต์ทางด้านการรักษา แล้วจงออบพูดว่าสายเลือดวิซซ์ในกายของยงกุกเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

2. ตอนแรกจะตัดชึ่บตอนแดฮยอนตาย ก็กลัวว่าจะเศร้ากันจนรีดเดอร์หนีหมด เลยเปิดให้รู้ว่า ยองแจใช้คำอวยพรและของขวัญที่ได้รับจากคุณพ่อบลัดมาช่วยชีวิตแดฮยอนค่ะ 

3. คนร้ายที่ตายอยู่ใกล้ๆ ยองแจ ตายเพราะเวทย์มนต์จุมพิตแห่งความตายที่จงออบร่ายไว้เพื่อปกปักรักษายองแจ ที่ยองแจได้รับเป็นของขวัญวันเกิดจากจงออบ


เรื่องอาจจะเยิ่นเย้อไปนิดนึงนะคะ เพราะใส่รายละเอียดไปเยอะเลย เพื่อคลายปมที่ไรท์ผูกเป็นเงื่อนไว้ซะเยอะเชียว นี่ไรท์ยังไม่ได้กล่าวถึงคู่ของคุณพ่อคุณแม่ของแดฮยอน และคุณวูล์ฟซองวอนที่นอนพะงาบๆ อยู่ไม่ไกลด้วยนะ ขอยกไปตอนหน้าค่าาา



ช่วงนี้อาจจะหนักหน่วงหน่อย หายใจเข้าออกลึกๆ ค่ะ 

เพราะไรท์สัญญาว่าแฮปปี้เอนดิ้งอย่างแน่นอน 555

(ซึ่งตอนนี้ขยายตอนจบไปอีกแล้ว แบบว่าเนื้อหาแน่นเอี๊ยดมาก)

#แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น

@JustMariWriter



 ใครยังไม่ได้จองสามารถสั่งจองหนังสือเล่มนี้ได้ถึง 15 มี.ค.นี้นะคะ

ส่วนคนที่อยากได้แต่ยังเก็บตังค์ไม่ทันก็กระซิบบอกไรท์มาทาง DM ได้ค่ะ

เพราะเข้าใจว่าช่วงนี้เราต้องช่วยสนับสนุนกิจการผู้ชายเราก่อน 555


แบบฟอร์มจองฟิค >>>>> คลิก
แบบฟอร์มแจ้งโอนเงิน >> คลิก




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

208 ความคิดเห็น

  1. #191 nammint042 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 21:20
    ตอนนี้ช่างบีบหัวใจรุนแรงเหลือเกิน 😭
    #191
    2
    • #191-1 nammint042(จากตอนที่ 32)
      14 มีนาคม 2562 / 09:31
      ฮิมชานนี่รอดแล้ว เหลือแดฮยอนอย่าตายนะ
      #191-1
    • #191-2 JustMariWriter(จากตอนที่ 32)
      14 มีนาคม 2562 / 21:49
      แดฮยอนต้องไม่ตาย น้องแจต้องช่วยพี่แดได้สิ
      #191-2
  2. #190 Kurobuta (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 20:31

    ฮืออออ ทำไมน่าสงสารนักล่ะ น่าสงสารทุกคนเลย ยงกุกอ่าาาามัวแต่ทำไรอยู่อ่าาาา มาช่วยทุกคนเร็วๆเข้า ทางนี้ใจจิขาดก่อนละ

    #190
    1
    • #190-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 32)
      14 มีนาคม 2562 / 21:50
      ฮึบไว้ค่ะ ฮึบไว้ Y____Y
      #190-1