[B.A.P] 'till the end : แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น [END]

ตอนที่ 27 : Don't judge

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    24 ม.ค. 62




คุณคะ คุณจะพักผ่อนก่อนไหม ท่าทางคุณดูแย่นะคะ



แฮจูลูบบนหลังมือของคนข้างกายเบาๆ เป็นเพราะการเดินทางไม่หยุดติดต่อกันมานานเกินกว่าสิบสี่ชั่วโมง ทำให้ร่างกายของเธอเริ่มเหนื่อยล้า แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าก็คือ ...ซอกจิน



สามีของเธอร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก สาเหตุมาจากการถูกทำร้ายด้วยอาวุธของพวกฮาล์ฟ กระสุนปืนที่ทำจากโลหะพิเศษเป็นดั่งพิษร้ายค่อยๆ กลืนกินชีวิตของเขาไปทีละน้อย มันละลายกลายเป็นของเหลวคล้ายน้ำมันดิบเข้าไปเกาะเคลือบตามอวัยวะภายในของเขาทันทีที่ถูกส่งเข้าร่างกาย



ผ่านมาเกือบสี่ปีแล้ว ...ที่แม้แต่ไฮวิซซ์ยังรักษาไม่ได้



ทุกวันนี้ ชีวิตของซอกจินอยู่ได้ด้วยพลังงานชีวิตอีกครึ่งของเธอ



ไม่เป็นไร...ผมตื่นเต้นที่จะได้เจอลูกชายของเราจนนอนไม่หลับแล้วล่ะแล้วคุณล่ะครับ เหนื่อยหรือเปล่า



แววตาห่วงใยและเต็มไปด้วยความรักถูกส่งออกมา ความรู้สึกของทั้งคู่นั้นไม่ต่างกัน เพราะถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหน แต่เพียงแค่คิดว่าจะได้พบหน้าบุตรชายที่หายตัวไปเมื่อสามปีกว่า แฮจูก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที



ฉันก็เหมือนกันค่ะ...ฉันตื่นเต้นจะแย่แล้ว... อยากเจอลูกไวๆ ไม่รู้ว่าป่านนี้เจ้าตัวแสบจะตัวโตขนาดไหนแล้ว



ซอกจินยิ้มบางก่อนดึงร่างของภรรยาให้อิงซบลงบนบ่าของเขา สายตาคมทอดมองยาวไปยังเส้นทางของถนนเบื้องหน้า ร่างกายของเขาใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที เขาหวังเพียงแค่จะได้เห็นใบหน้าของบุตรชายก่อนสูญสลายไปเพียงเท่านั้น



แฮจูก็ใช่ว่าจะไม่รู้ถึงความคิดและความรู้สึกของสามี ศีรษะเอนพิงลงบนบ่าที่มั่นคง ใบหูแนบใกล้แผ่นอกที่แม้จะผ่ายผอมไปมากแต่ก็ยังแข็งแกร่งมากพอที่จะโอบอุ้มเธอด้วยความรัก



หัวใจของซอกจินกำลังเต้นช้าลง...ทุกวัน...ทุกวัน



น้ำตาหยาดใสร่วงหล่นจากดวงตาสีเทาเข้มดั่งพายุ  แต่ไร้สิ้นเสียงสะอื้นหลุดออกมา



ถึงใบหน้าของภรรยาจะซบอยู่บนบ่า แต่ซอกจินก็ยังสัมผัสถึงความรู้สึกเศร้าใจของภรรยาได้ เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการจะปลอบโยน



ความรักที่ไร้ซึ่งคำพูด แต่เขาทั้งคู่ก็สัมผัสได้ 



แฮจูและซอกจินออกเดินทางจากเมืองที่อยู่อาศัยในตอนใต้ทันทีหลังจากได้ยินข่าวจากยงกุกว่าพบเจอบุตรชายของพวกเขาที่หายตัวไป ความตื่นเต้นดีใจไม่อาจทำให้คนเป็นพ่อและแม่อยู่นิ่งเฉยได้



เมื่อทั้งคู่ตัดสินใจได้ แฮจูก็รีบจัดการติดต่อซองวอนให้มารอรับที่สนามบินทันที แม้จะเป็นอันตรายแต่เพื่อความคล่องตัว พวกเขายอมเสี่ยงที่จะเดินทางกันเพียงลำพัง เพราะในยามปกติ หากเป็นการเดินทางออกนอกสถานที่ถิ่นอาศัย ทั้งซอกจินและแฮจูจำต้องได้รับการคุ้มครองอย่างรัดกุม



น่าขันยิ่งนัก...เมื่อคิดว่า คนวัยใกล้ฝั่งอย่างพวกเขาทั้งคู่ต้องมีผู้พิทักษ์คอยคุ้มครองเวลาเดินทางไปไหนมาไหนเป็นขบวนราวกับเด็กทารก เพราะความเป็นห่วงที่แสนน่ารำคาญจากเพื่อนรักอย่างยงกุกนั่นเอง



แม้ในฐานะเพื่อนจะสามารถขัดได้ แต่ในฐานะคิงส์วูล์ฟกลับไม่อาจขัดคำสั่งของคนๆ นั้นได้



บังยงกุก



G.O.D.



บุคคลที่เผ่าพันธุ์แข็งแกร่งอย่างวูล์ฟยังต้องยอมศิโรราบ

 






แต่ก็เหมือนยงกุกจะรู้ทัน จึงจัดแจงออกคำสั่งให้ซอนฮวาเดินทางมาดักรอพวกเขาตั้งแต่ประตูทางเข้าสนามบินที่โน่น และออกเดินทางมาพร้อมกับคู่สามีภรรยา โดยมีซองวอนนำรถมารอรับอยู่ที่สนามบินปลายทาง



แฮจูรู้จัก ฮันซอนฮวา มานานหลายปี เพราะหญิงสาวเผ่าพันธุ์วิซซ์ที่หน้าตาสวยหวานคนนี้เป็นลูกน้องคู่กายของยงกุกมาเนิ่นนาน



แฮจูและซอกจินต่างเคยเปรยๆ เอ่ยสนับสนุนให้ยงกุกสนใจซอนฮวามากกว่าในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง เพราะถึงแม้จะเป็นหญิงม่ายลูกติด แต่ก็เก่งกาจไม่เบา หน้าตาก็สะสวยพอที่จะเชิดหน้าชูตาให้กับยงกุก เพื่อนสนิทที่เธอและสามีนับถือไม่ต่างจากพี่ชาย



แต่ทุกครั้งที่เอ่ยขึ้นมา ยงกุกก็ได้แต่ยิ้มๆ ไม่เคยตอบโต้อะไร จนสุดท้ายเธอก็ได้แต่จนใจ คอยเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ และหวังว่ายงกุกจะมีใครสักคนที่อยู่เคียงข้างกายเสียที



ตลอดระยะเวลาในการเดินทาง ซอนฮวาทำหน้าที่คอยระแวดระวังภัยให้ เธอทำการร่ายเวทย์มนต์บังตารถตู้คันใหญ่ที่พวกเขาใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด



จนกระทั่งล่วงเข้าเวลาใกล้เที่ยงคืน ระหว่างเดินทางพวกเขาก็ประสบเข้ากับพายุฟ้าฝนคะนอง จนซองวอนไม่สามารถขับรถฝ่าลมฝนต่อไปได้ แถมจู่ๆ อากาศก็ลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว ทำให้แฮจูกลัวว่าอาการป่วยของซอกจินจะกำเริบขึ้นมาอีก



เมื่อซองวอนมองเห็นแสงไฟริบหรี่อยู่ไกลๆ ในป่าทึบข้างทางที่เขาขับรถผ่าน เขาก็ผ่อนคันเร่งแล้วบังคับรถให้จอดลงตรงไหล่ทาง ก่อนจะอาสาลงจากรถฝ่าสายฝนและแรงลมกรรโชกเพื่อไปสำรวจ



ซองวอนหายไปไม่นานก็รีบวิ่งเหยาะๆ กลับมาตามพวกเขาที่เหลือในรถ ซองวอนเจอกระท่อมของชาวบ้านที่น่าจะพอขอพักอาศัยหลบพายุรุนแรงนี้ได้ แฮจูจึงไม่ปฏิเสธที่จะหาสถานที่ให้สามีได้พักผ่อนให้ร่างกายอบอุ่น



เพราะพวกเขา...เผ่าพันธุ์วูล์ฟอาจจะตายได้ในอากาศที่หนาวเย็น

 

 

 









ดวงตาคมสีเทาเข้มดั่งพายุจดจ้องมองเด็กหนุ่มหน้าตาคมคายอย่างสนใจ ใบหน้าคมเข้มดุดันของเด็กหนุ่มกลับดูอ่อนโยนขึ้นทันใดเมื่อได้ยินเสียงเอ่ยเรียกของใครอีกคนที่นอนอยู่บนเตียง



บลัด!



เป็นไปได้อย่างไรที่วูล์ฟอาศัยอยู่กับบลัด



แถมยังดึงรั้งบลัดร่างเล็กนั่นเข้าสู่อ้อมกอดราวกับของล้ำค่าก็ไม่ปาน



แฮจูส่ายศีรษะเบาๆ อย่างไม่ค่อยพอใจ เธอไม่เคยเชื่อมั่นในเผ่าพันธุ์บลัดที่ใครๆ ก็รู้ว่าร้อยเล่ห์ และหาความจริงใจไม่ค่อยได้ เธอมั่นใจว่าวูล์ฟหนุ่มตนนี้คงถูกมนต์เสน่หาของบลัดล่อลวงให้ลุ่มหลงไปเสียแล้ว แต่เธอก็ไม่อยากเสียมารยาทกับเจ้าของกระท่อมที่พวกเขามาขออาศัยพักพิง ดวงตาคมจึงเสมองไปทางอื่น



แต่ทว่า...



ถ้าหูของเธอไม่ได้ฝาด...



ถ้าตาของเธอไม่ได้บอด...



ทำไม ซอนฮวา ถึงได้เข้าไปค้อมกายทำความเคารพเด็กคนนั้น...



ทำไม ซอนฮวา ถึงเรียกเด็กคนนั้นว่า..... 

 

 

“แดฮยอน?

 

 








“แดฮยอน...อย่างนั้นเหรอ..ซอนฮวา”



“ขออภัยด้วยค่ะคุณแฮจู คุณซอกจิน ... คุณแดฮยอนคะ นี่คือคุณพ่อและคุณแม่ของคุณค่ะ...ดิฉันต้องขออภัยที่ต้องแนะนำพวกคุณให้รู้จักกันในสถานการณ์ที่บังเอิญเช่นนี้”



ซอนฮวาก้มศีรษะให้กับทั้งสามคนที่ยังอยู่ในความตื่นตะลึง



มือของแฮจูเย็นเฉียบ ไม่ต่างอะไรจากมือของซอกจินที่ยังกุมกันแน่น แข้งขาก็พาลสั่นไหวจนยืนทรงตัวแทบไม่อยู่ หัวใจเต้นแรงไปด้วยความรู้สึกมากมายที่กำลังถาโถม



ทั้งดีใจสุดขีด ที่ได้เจอหน้าบุตรชายที่จากหายกันมานาน



ทั้งงุนงงเพราะไม่ทันได้คิดว่าบุตรชายจะเจริญวัยจนกลายร่างเป็นสามัญชนได้แล้ว



แต่สิ่งที่ค้างคาใจมากที่สุดก็คือ ความหงุดหงิดใจ เมื่อคิดว่าบุตรชายวัยไม่ถึงสี่ปีที่เป็นถึงรัชทายาทเผ่าพันธุ์วูลฟ์กำลังถูกมนต์เสน่ห์ของบลัดล่อลวงเข้าเต็มๆ คิดได้เพียงเท่านี้คนเป็นแม่ก็พาลจะเป็นลมล้มทั้งยืนเสียให้ได้



“ทำไม...แดฮยอน...ถึงกลายร่างเป็นสามัญชนได้..เขาอายุยังไม่ถึงสี่ปี..ไม่ใช่เหรอ”



แม้กระทั่งซอกจินยังกังขา ทั้งเขาและแฮจูไม่เคยคิดจะถามใครมาก่อน จึงยังเข้าใจว่าแดฮยอนยังอยู่ในร่างหมาป่า พวกเขาไม่ทันได้เตรียมใจมาพบกับบุตรชายที่อยู่ในร่างโตเต็มวัยเช่นนี้



“ผมจะ...เชื่อพวกคุณได้ยังไง”



แดฮยอนกวาดสายตาสีทองดุดันเป็นเชิงข่มขู่คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า พลางกอดคนรักไว้แนบอกอย่างปกป้อง ตอนนี้เขาไม่สามารถไว้ใจใครได้ทั้งนั้น



“ดิฉัน...คงไม่สามารถ...”



“แด”



“ครับ”



ยังไม่ทันที่ซอนฮวาจะอธิบายอะไรออกมาได้ ยองแจก็เงยใบหน้าขึ้นมาส่งเสียงเรียกคนรักพร้อมกับใช้สองมือประคองใบหน้าคมให้ก้มลงมาใกล้ พลางส่งเสียงกระซิบเพียงพอแค่ให้แดฮยอนได้ยิน



“พวกเขาน่ะ... คือ คุณพ่อกับคุณแม่ของแดจริงๆ ล่ะ”



คิ้วเข้มของแดฮยอนขมวดมุ่นเมื่อสงสัยว่าคนในอ้อมกอดรู้ได้อย่างไร



ยองแจหันไปมองชายหญิงที่ยังอยู่ในอาการตกตะลึงอีกครั้งเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ก่อนจะหันกลับมาสบสายตาของแดฮยอน



“ก็ดวงตาของผู้หญิงคนนั้น เหมือนดวงตาของแดที่แจชอบมองมากๆ เลย... แล้วก็...รอยยิ้มของผู้ชายคนนั้นน่ะ ก็เหมือนรอยยิ้มเวลาแดยิ้มให้แจ”



“……………..”



“ที่ข้อมือของเขาทั้งสองคนมีป้ายหนังคล้ายกับป้ายชื่อที่คล้องคอแดมา ตอนที่แจเจอแดครั้งแรก ...ไม่เชื่อขอเขามาเทียบดูก็ได้ แจห้อยมันไว้กับจี้ที่สร้อยคอของแจเอง...นี่ไง”



ยองแจผละกายออกจากอ้อมกอดของแดฮยอน เคลื่อนกายนั่งคุกเข่าลงบนเตียงข้างกายแดฮยอน พลางจับสร้อยคอที่ห้อยจี้เรดไดมอนด์ที่ได้รับจากบิดาเป็นของขวัญวันเกิดหมุนให้แดฮยอนเห็นใกล้ๆ ว่า ด้านหลังจี้สีแดงสดราวกับสีเลือดยังมีแผ่นหนังสีน้ำตาลเข้มขนาดเล็กสลักชื่อจองแดฮยอนแอบซ่อนไว้



พ่อแม่อย่างนั้น..เหรอ



เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกมาจากปากของแดฮยอน ยองแจพยักหน้าช้าๆ อย่างมั่นใจ พร้อมส่งรอยยิ้มหวานให้กำลังใจคนรักที่เหมือนกำลังอยู่ในภวังค์ความตกใจ



ส่วนแฮจู ซอกจิน ซองวอน ต่างก็อยู่ในอาการตื่นตะลึงราวกับถูกมนต์สะกด เพราะเมื่อบลัดร่างเล็กเผยให้เห็นใบหน้าอย่างชัดเจนในตอนที่ผินหน้ามามอง



ใบหน้าหวานนั้นงดงามผุดผาดจนไม่อาจละสายตา และในยามที่ดวงตาเรียวรีสีน้ำตาลอ่อนตวัดมอง ก็น่าลุ่มหลงจนแทบลืมหายใจ







งดงามจนไร้คำบรรยาย



งามราวกับพระเจ้าบรรจงสรรสร้าง










จู่ๆ บรรยากาศภายในห้องก็อึดอัดขึ้นมาทันใด เพราะกลิ่นหอมหวานราวกับผลไม้หวานฉ่ำกำลังล่องลอยหอมฟุ้ง กลิ่นกายของยองแจที่แม้แต่เจ้าของยังไม่อาจควบคุมกำลังโจมตีให้ร่างกายของวูล์ฟปั่นป่วน ไม่เว้นแม้กระทั่งวิซซ์อย่างซอนฮวา



“คุณแฮจู! ทำแบบนั้นไม่ได้นะคะ”



ซอนฮวาที่ได้สติก่อนใครตะโกนลั่น เมื่อเห็นแฮจูกระโจนเข้าไปกระชากบลัดร่างเล็กออกมาเหวี่ยงไปกระแทกกำแพง แล้วตามเข้าไปใช้มือเรียวบีบรอบลำคอขาว



ไม่ต้องแปลงกายเป็นมนุษย์หมาป่า เพราะแค่พละกำลังมหาศาลของแฮจูก็สามารถทำลายอีกคนได้อย่างง่ายดาย



“เลิกสะกดจิตพวกเราได้แล้ว!



เสียงกดต่ำตะคอกใส่ยองแจที่ทั้งตกใจทั้งหวาดกลัวจนพาลพาให้น้ำตารื้นขึ้นมาอีกรอบ ร่างกายเล็กสั่นไหว เพราะไม่คิดว่าแม่ของคนรักจะดูน่ากลัวเช่นนี้



“กรรร.....”



แต่ไม่ทันที่ซอนฮวาจะพูดต่อ แดฮยอนก็พุ่งกายกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าเข้าไปกระชากข้อมือของมารดาที่ยังกดรอบลำคอของยองแจให้หลุดออก



ดวงตาสีทองฉายโชนจ้องมองตาของมารดา มนุษย์หมาป่าตัวใหญ่ออกอาการไม่พอใจอย่างไร้การปิดบัง เสียงคำรามกู่ก้องสะท้อนดังสนั่น ริมฝีปากแสยะเผยคมเขี้ยวขนาดใหญ่เต็มปากที่อ้ากว้างอย่างขู่ขวัญ



“กรรร.....”



แดฮยอน!”



แฮจูถึงกับผงะหงายถอยหลัง



บ้าน่า! แดฮยอนสามารถกลายร่างได้เฉกเช่นวัยเจริญพันธุ์ ร่างกายที่แข็งแรงเกินวัย จนแม้แต่แม่อย่างเธอยังไม่คาดคิด



แถมสายตาที่เกรี้ยวกราดอย่างน่ากลัวนั่นอีก



แฮจู…”



เสียงแหบต่ำของซอกจินเอ่ยเรียกสติ เขารวบร่างของภรรยาที่ยังยืนนิ่งค้างด้วยความตกใจเข้ามาสวมกอดไว้แนบอก เขารู้ว่าแฮจูเป็นคนเลือดร้อนและไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง จึงลงมือทำร้ายบลัดร่างเล็กนั่นโดยที่เขาเองก็ไม่ทันได้เอ่ยห้าม



คุณใจร้อนเกินไป ถึงเราจะเป็นพ่อกับแม่ของแดฮยอนแต่พวกเขาอยู่ด้วยกันมานานนานกว่าจะมาเจอเรา



ฉันฉัน….” 



คนเป็นมารดาหัวใจแทบสลายเมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดในดวงตาคมกล้าสีทองของบุตรชายในร่างของมนุษย์หมาป่ายามทอดมองร่างเล็กในอ้อมกอด



แดฮยอนอุ้มคนร่างเล็กเข้าแนบอก เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมจู่ๆ มารดาของตนถึงเข้าจู่โจมทำร้ายยองแจเช่นนี้ มือหยาบประคองแก้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาใส หัวใจของแดฮยอนกำลังเต็มไปด้วยความเจ็บปวด จนเกินกว่าจะโกรธเกรี้ยวใส่มารดา



ส่วนยองแจที่ยังอยู่ในอาการตกใจก็โถมกายเข้ากอดรอบลำคอหนาของมนุษย์หมาป่าร่างใหญ่ทันที ใบหน้าหวานอิงซบบ่ากว้าง ใบหน้าแนบไปบนขนหยาบสีดำสนิท



หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไปด้วยความหวาดกลัว เพราะเข้าใจว่ามารดาของคนรักรังเกียจตนเองที่กำเนิดจากเผ่าพันธุ์บลัด น้ำตาใสก็เริ่มไหลรินอีกครั้ง ร่างกายเล็กโยกโยนด้วยแรงสะอื้นจากความเสียใจ



ลำแขนแกร่งกระชับรัดร่างเล็กแน่น แดฮยอนอยากจะซึมซับความเจ็บปวดทั้งหมดที่มีของยองแจให้คงเหลือแต่เพียงความสดใสเจิดจ้า เขาจะยอมเจ็บปวดทุกอย่างเอง แค่เพียงขอให้ได้รอยยิ้มของยองแจกลับคืนมา



ในจังหวะนั้น….



ภายใต้ความมืดสลัว ผู้มาเยือนทั้งสี่ก็ได้เห็นเส้นใยสีทองปรากฏขึ้น เส้นใยเป็นประกายถักทอวิ่งวนพันรอบร่างของมนุษย์หมาป่ากับบลัดร่างเล็กที่ซบอิงอยู่ในอ้อมกอด แสงสีทองละมุนตาหมุนวนเป็นเกลียวตวัดเกี่ยวรัดร่างทั้งสองไว้ ก่อนจะจางหายไปเป็นละอองฟุ้งในอากาศ ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศแห่งความรักที่ลอยอวลกระจายภายในกระท่อมหลังเล็กนี้



“พันธะ..สัญ..ญา...”



“พระเจ้า..ฉัน..ฉันเกือบทำร้ายเด็กทั้งสองคน”



ซอกจินพูดพึมพำ ไม่ต่างจากแฮจูที่แทบจะเป็นลมล้มทั้งยืนอีกรอบ



“คุณหนูยองแจเป็นคนรักของคุณแดฮยอน...คุณยงกุกเคยบอกดิฉันไว้ว่า คุณหนูทั้งคู่ผูกพันกันด้วยพันธะสัญญาค่ะ”



เมื่อได้เห็นพันธะสัญญาของเด็กทั้งสองคนด้วยตาของตนเอง แถมได้ยินซอนฮวาเอ่ยบอกตอกย้ำ แฮจูก็รู้สึกใจเสียขึ้นมา ซอกจินเองก็เช่นกัน เขาไม่คิดว่า บุตรชายจะมีคนรักด้วยวัยเพียงเท่านี้



“แม่ขอโทษลูก ..แม่ขอโทษ.. แม่ไม่รู้...”



แฮจูถึงกับพูดอะไรไม่ออก เมื่อเห็นดวงตาคมของแดฮยอนตวัดมองมาด้วยความกรุ่นโกรธ



แค่เพียงคิดว่า ถ้าเมื่อครู่แดฮยอนเข้าไปขวางมารดาไว้ไม่ทัน ซอนฮวาเองก็ถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ..เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าทั้งแผ่นดินจะนองเลือดมากมายแค่ไหน หากบุตรชายที่เป็นดั่งหัวใจของไดมอนด์บลัดถูกทำลายลง 



ในขณะที่ซองวอนก็พ่นลมหายใจออกทางจมูกเมื่อเห็นทุกอย่างจบลงด้วยดี ก่อนจะทิ้งกายนอนลงกับพื้นตรงมุมห้องทั้งที่ร่างกายยังเป็นหมาป่า เขาต้องใช้แปลงกายเป็นหมาป่าเพื่อต้านทานกลิ่นกายหอมยั่วยวนที่เป็นดั่งมนต์เสน่ห์ของบลัด เพราะเป็นวูล์ฟที่ไม่ค่อยได้เจอกับเผ่าพันธุ์บลัดสักเท่าไหร่ ดังนั้นแรงต้านทานมนต์เสน่หาจากบลัดจึงค่อนข้างต่ำ



ซองวอนปิดเปลือกตาลง แต่เขาก็อดนึกถึงคิม ฮิมชาน บลัดหน้าสวยคนรักของยงกุกไม่ได้



รายนั้นก็….งดงามจนชวนลืมหายใจเช่นเดียวกัน

 

 






หลังจากเหตุการณ์ภายในห้องสงบลง แฮจูและซอกจินยังคงนั่งมองแดฮยอนและยองแจอย่างเงียบๆ เขาทั้งคู่นั่งอยู่บนเก้าอี้กลางห้อง ซอนฮวาก็กลับไปยืนนิ่งเฝ้ายามอยู่ข้างประตูเช่นเดิม หลังจากตกลงจะให้ซองวอนลุกขึ้นมาเปลี่ยนกะในกลางดึก



ส่วนแดฮยอนเลือกที่จะนิ่งเงียบและปลอบประโลมยองแจให้คลายความเศร้า จนคนร่างเล็กหลับใหลไปในอ้อมกอดอุ่นของเขา ก่อนจัดการให้ยองแจนอนหลับภายใต้ผ้าห่มที่พอจะหาได้



แดฮยอนบิดกายคลายความเมื่อยล้าและกลายร่างกลับเป็นสามัญชน ร่างกำยำที่สวมใส่เพียงกางเกงยีนส์ตัวหลวมโคร่งลุกขึ้นมาหาบิดาและมารดาของตน เขาแค่ต้องการบอกให้ทั้งคู่รู้ว่ายองแจสำคัญกับเขามากแค่ไหน



แม่ขอโทษลูก แม่ขอโทษจริงๆ



แฮจูรีบละล่ำละลักบอกกับบุตรชาย



ยองแจคือคนรักของผมและผมพร้อมจะเป็นศัตรูกับทุกคนที่ทำร้ายยองแจไม่เว้นแม้แต่คนที่เป็นพ่อหรือแม่ของผมก็ตาม”



เสียงเข้มดุดันพร้อมใบหน้าจริงจัง ทำให้แฮจูและซอกจินรู้ว่าบุตรชายของตนเองรักบลัดร่างเล็กนั้นมากแค่ไหน



แดฮยอนอย่าโกรธแม่เขาเลยนะลูก



ผมพร้อมจะให้อภัยคุณเสมอ ถ้าคุณรักยองแจเหมือนกับที่คุณรักลูกของตัวเอง



เพียงพูดจบแดฮยอนก็หันหลังเดินกลับไปยังเตียงนอนเช่นเดิม ถึงแม้แดฮยอนจะมั่นใจตามสัญชาตญาณลึกๆ ของตนเอง ว่าทั้งสองคนนั้นเป็นบิดาและมารดาของตนเองอย่างแน่นอน แต่เขาก็ต้องการให้ทั้งคู่ยอมรับยองแจเช่นเดียวกับที่ฮิมชานยอมรับเขา



เพราะว่ายองแจสำคัญที่สุดสำหรับเขาจริงๆ

 

 






…………………

 




“จัดการอพยพคนของเราซะ พวกนั้นกำลังจะเผาโรงงาน”



ดัลชูโทรสั่งลูกน้องทันทีเมื่อเห็นการบุกรุกจากกลุ่มคนในยามวิกาลผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ของกล้องวงจรปิดที่ถูกติดตั้งไว้อย่างมิดชิด



อะไรที่ใช้ไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยให้พวกมันเผาทิ้งไปซะ



หึ...คิดว่าฉลาดอย่างนั้นเหรอ



ดัลชูวางแผนการทุกอย่างเอาไว้ภายในใจอยู่แล้ว เขาต้องการหลอกล่อให้ไดมอนด์บลัดและคิงส์วูล์ฟแสดงตัวออกมา เขารู้ว่าหากเกิดภัยขึ้นกับสายเลือดของเผ่าพันธุ์ ผู้มีอำนาจในกลุ่มนั้นย่อมต้องไม่อยู่เฉย



โรงงานที่สร้างก็เป็นเพียงแค่ฉากบังหน้า ถึงจะถูกเผาทำลายทิ้งไป พวกเขาก็สามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ด้วยเงินทองที่มีมากมาย



สายตาเจ้าเล่ห์เฝ้าจับจ้องมองใบหน้างดงามของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในหน้าจอมอนิเตอร์ ดัลชูมั่นใจว่านั่นคือ สิ่งที่เขาตามหามาเนิ่นนาน



ไดมอนด์บลัด



แต่ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มดุดันที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นเล่าจะใช่ ..คิงส์วูล์ฟ หรือไม่



ดัลชูเคยรู้มาว่า บลัดและวูล์ฟไม่อาจอยู่ร่วมกันเพราะอุปนิสัยแตกต่าง แต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจ หลังจากเห็นสายตาของเด็กวูล์ฟกับเด็กบลัดนั่นในห้องใต้ดิน สายตาแห่งความรัก



ให้คนตามไปห่างๆ อย่าให้รู้ตัว



ดัลชูพยักพเยิดใบหน้าไปยังหน้าจอมอนิเตอร์ที่ถูกหยุดอยู่ ภาพใบหน้างดงามที่ได้เห็นเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถจดจำได้ถึงวันสิ้นลมหายใจ

 






เอาอาวุธติดมือไปด้วย ถ้าจำเป็นก็ฆ่า..ให้หมด เพราะฉันต้องการแค่หัวใจ

 









……………….

 



จะตอบคำถามฉันได้หรือยัง



ดัลชูเอ่ยปากทันทีเมื่อเปิดประตูห้องทำงานเข้าไปพบกับจงออบที่ยังคงนั่งทำใบหน้าเรียบเฉย สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองไปรอบห้อง เขาก็แลเห็นข้าวของที่เคยวางอยู่บนโต๊ะทำงานตกลงกับพื้นเกลื่อนกระจาย แต่ก็ไม่ได้มีทีท่าจะใส่ใจ



เมื่อคิดได้ว่า สามารถทำให้น้องชายบุญธรรมรู้สึกโมโหจนถึงขนาดทำลายข้าวของภายในห้องได้ ดัลชูก็ยกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ



ว่าไงล่ะ



ผมอยากรู้ว่าคุณต้องการรู้ไปทำไม ถ้าคุณบอกผมตามตรง ผมก็จะตอบคำถามคุณตรงๆ เหมือนกัน



หึ



ดัลชูทิ้งกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามจงออบ เขาจ้องดวงตาเรียวรีของน้องชายต่างสายเลือดอย่างไม่วางตา



ก็เพราะตาแก่..พ่อของฉันไงล่ะเขาชอบบ่นพร่ำเพ้อแต่ว่า ..น่าเสียดายที่ฉันไม่ใช่วิซซ์สายเลือดบริสุทธิ์แบบเขาทั้งๆ ที่เขาทำให้ฉันเกิดมา แต่ก็ดูแคลนฉันอย่างกับฉันทำให้ชีวิตที่แสนจะสมบูรณ์แบบของเขาแปดเปื้อนฉันอยากจะทำให้เขาได้รู้ว่าฉันที่เป็นแค่สามัญชนก็สามารถยิ่งใหญ่ได้มากว่าเขาที่เป็นไฮวิซซ์เสียอีก



ดัลชูทำเสียงเล็กเสียงน้อยประชดประชันถึงพ่อของตนเองที่ตายจากไป จงออบไม่คิดว่าความน้อยเนื้อต่ำใจของเด็กหนุ่มคนหนึ่งจะกลายเป็นความเลวร้ายที่ฝังรากลึกลงในจิตใจที่เติบใหญ่ไปพร้อมกับอายุที่มากขึ้น มันหล่อหลอมให้ดัลชูกลายเป็นคนที่พร้อมจะทำลายคนอื่นได้อย่างไร้เหตุผลเพียงเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง



แสวงหาการยอมรับที่ไม่เคยได้รับมาก่อนจากพ่อของตนเอง



แต่พ่อของคุณ..ตาย..ไปแล้ว



เขาเป็นวิซซ์ ฉันรู้ว่าสักวันเขาจะต้องเวียนว่ายมาเกิดใหม่อีกครั้ง ….เมื่อถึงวันนั้น ฉันจะยังคงอยู่เขาจะต้องยอมรับในตัวฉัน



จงออบถอนหายใจ เขารู้สึกเวทนาดัลชูอยู่ไม่น้อย จงออบเวียนว่ายตายเกิดมาหลายชีวิต เขารู้ว่าการยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น ทำให้เกิดทุกข์



ดัลชูก็เช่นกัน พี่บุญธรรมของเขายึดติดกับความต้องการเป็นที่รักของบิดาจนอยากเอาชนะเพื่อให้ได้เป็นที่หนึ่ง



น่าสงสาร



ถ้าเช่นนั้น ผมก็ขอบอกคุณตามตรงว่า สิ่งที่คุณคิดว่าคุณรู้ คุณเข้าใจผิดทั้งหมด



ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองสีหน้าตื่นตะลึงของดัลชู ก่อนที่เขาจะเปิดปากบอกในสิ่งที่คิดว่าจะทำให้ดัลชูตาสว่างสักที



ต่อให้คุณได้ทั้งสามสิ่งที่คุณปรารถนา มันก็ไม่สามารถทำให้คุณเป็นที่หนึ่งเหนือใครได้หรอกนะ เพราะคุณใช้กำลังในการฉกชิง



มะหมายความว่ายังไง



หัวใจของคิงส์วูล์ฟ ต้องได้จากการเต็มใจเสียสละ หัวใจของไฮวิซซ์ต้องได้จากการเคารพนับถือ และเลือดของไดมอนด์บลัดจะต้องเต็มไปด้วยความปรารถนาให้คงอยู่….ไม่ใช่หัวใจของไดมอนด์บลัด แต่เป็นเลือดต่างหาก



บ้าน่า…”



ดัลชูมีสีหน้าที่แสดงออกว่าไม่อาจทำใจให้เชื่อในสิ่งที่จงออบกล่าวออกมา เขาส่ายหน้าไปมาราวกับคนกำลังเสียสติ เมื่อพ่อมดหนุ่มเห็นเช่นนั้น เขาก็ยิ่งพูดย้ำโดยหวังจะให้ดัลชูกลับใจและยอมรับว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง มันไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้



คุณไม่เข้ากฎเกณฑ์เหล่านี้เลยแม้แต่น้อย



“…………..”



คุณไม่อาจบีบบังคับคนอื่นให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ



“…………..”



มันจบแล้วล่ะ ดัลชู



หึจบอย่างนั้นเหรอฮ่าๆๆๆ นายคิดว่ามันจะจบลงง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ



ถึงเวลานี้ ดัลชูก็ได้แต่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ทั้งๆ ที่มีสีหน้าเหยเกราวกับจะร้องไห้ จนจงออบรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก



แต่นายไม่มีทางที่จะได้ในสิ่งที่นายตามหาหรอกนะ สิ่งที่นายสงสัยในหนังสือโบราณนั่น



ก็ใช่... ในเมื่อฉันไม่สามารถได้สิ่งที่ต้องการจากการบีบบังคับพวกแก ฉันก็แค่ทำลายมันทิ้งเท่านั้นเอง

 







สวบ!



อึ่ก!”



มีดเล่มบางถูกดึงมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทของดัลชู ก่อนที่คนใจร้ายจะใช้มีดนั้นปักเข้าไปตรงช่วงอกของพ่อมดหนุ่ม เลือดสีสดค่อยๆ ซึมออกมาแผ่กระจายเป็นวงบนเสื้อยืดสีอ่อนของจงออบ ร่างเล็กซวนเซไปมา ก่อนจะทิ้งกายล้มลงคุกเข่ากับพื้น



ดวงตาสีเขียวมรกตเจิดจ้าท้าทาย จงออบจ้องมองดวงตาคู่นั้นก่อนความรู้สึกจะดับวูบลงไป หูทั้งสองข้างของเขายังคงได้ยินเสียงหัวเราะของดัลชูสะท้อนก้องไปมา






ถ้าฉันเป็นที่หนึ่งเหนือพวกแกไม่ได้ ฉันก็แค่กำจัดพวกแกทิ้งไปให้หมดซะก็หมดเรื่อง  ฮ่าๆๆๆ








..........................................




มาอัพแล้วค่ะ ฉลองวันเกิดให้น้องยะแจช้าไปนิดดดด


หลังจากหนีไปไปปั่นเอ็มวีให้คุณยงกุกมา

ดูเอ็มวี  HIKIKOMORI ครั้งแรกไรท์ก็น้ำตาแตกเลยทีเดียว 

 อย่าลืมติดแท๊ก #BANGYONGGUK_HIKIKOMORI ด้วยนะคะ



อ่า...น้องจงออบของเราต้องไม่เป็นอะไรค่ะ

บอกแล้วว่าหลังจากดราม่า ท้องฟ้าจะสดใสเช่นเดิมค่ะ

เลิฟฟฟฟฟฟ


เม้นให้กำลังใจได้ ทวงฟิคได้ที่

#แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น 

ช่วงนี้ก็จะอืดๆ หน่อยค่ะ อดทนหน่อยนะคะ

@JustMariWriter

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

208 ความคิดเห็น

  1. #176 Kurobuta (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 20:16

    ออบถูกแทงงงงงงงงงง. ทำกะออบแบบนี้ได้ไง. แงงงงง แล้วใครจะมาช่วยออบ อดทนไว้ก่อนนะลูกกกก อย่าเป็นอะไรไปนะ อยากกระซิบไรท์ว่า. ชอบเรื่องนั้นอ่ะ ที่ไรท์ สปอยไว้อ่ะ ชอบมากๆเลย สั้นๆไม่เอาขอยาวๆได้ป่าว

    #176
    1
    • #176-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 27)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:10
      เรื่องที่สปอย ไว้จะเขียนให้ได้อ่านเต็มนะคะ
      #176-1
  2. #174 nammint042 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 08:04
    จงออบอย่าเป็นอะไรไปน้า รอจุนฮงมาช่วยก่อน
    #174
    1
    • #174-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 27)
      25 มกราคม 2562 / 11:49
      เกียดตัวร้ายเรื่องนี้ 555
      #174-1
  3. #171 nammint042 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 12:50
    ใจเย็นๆนะคะคุณแม่ อย่าทำอะไรน้องแจ นี่ลูกสะใภ้ไง!!!
    #171
    1
    • #171-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 27)
      24 มกราคม 2562 / 23:43
      คุณแม่มัวแต่คิดว่าบลัดทำเสน่ห์ ที่ไหนได้ ลูกชายคุณแม่ไปงาบน้องเรียบโร้ยยยยแล้ววว
      #171-1
  4. #170 Silipha (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 10:15
    คุณพ่อแวมไพร์รู้ได้ตายกันหมดแน่
    #170
    1
    • #170-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 27)
      24 มกราคม 2562 / 23:42
      ใช่ค่ะ ลูกรักขนาดนี้ ไอ้ลูกหมายังกลัวเลย อิอิ
      #170-1
  5. #169 Kurobuta (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 05:32

    แงงงงงง. อย่าทำอะไรน้องแจ. นี่ถ้าอิคุณพ่อบลัดรู้ได้ฆ่ากันตายใหญ่โตแน่. หัวแก้วหัวแหวนเลยนะ แต่คงไม่ถึงมือคุณพ่อบลัดหรอก แดฮยอนคงอาละวาดก่อน. เฮ้ออออ. ก็หนูสวยอ่ะลูกใครฟก็คิดว่าหนูสะกดจิตเค้า. รอได้ค่ะ. นี่ก็หวีดคุณยงกุกเหมือนกัน55555 คุณเค้าไปสุดจริงๆค่ะ

    #169
    1
    • #169-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 27)
      24 มกราคม 2562 / 23:41
      ใครจะกล้า พี่แดฮยอนอยู่ด้วย แม่ก็แม่เถอะ พี่กล้าหือเพราะเมียแน่นอน
      #169-1