[B.A.P] 'till the end : แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น [END]

ตอนที่ 21 : Breath and Death

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    27 พ.ย. 61

 



บังยงกุกขมวดคิ้วแน่นเมื่อแลเห็นควันไฟพวยพุ่งมาจากทิศที่ตั้งของหมู่บ้าน แม่ทัพหนุ่มจึงรีบควบม้าสีดำตัวใหญ่ให้ทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขาเริ่มรู้สึกกังวลใจไม่น้อย เมื่อนึกถึงคนเฒ่าคนแก่ไม่กี่คนที่ยังอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้าน รวมทั้งตาเฒ่ามู่จงและเด็กน้อยยุนอึนบี



“อึนบี!  ท่านผู้เฒ่า!



ยงกุกตะโกนเรียกทันทีที่พังประตูบ้านไม้ซอมซ่อเข้าไปในบ้านได้ หลังจากกระโดดลงจากหลังม้าตัวใหญ่ เขาตะโกนร้องหาคนที่อยู่ในบ้าน หวังจะได้รับการขานรับจากใครสักคน



ควันไฟสีดำหนาทึบที่พัดมาจากบ้านหลังที่อยู่ไม่ไกล อบอวลส่งกลิ่นไหม้ระคายจมูกจนแทบจะสำลัก ยงกุกคาดว่าสาเหตุจากเพลิงไหม้นี้ คงเป็นเพราะกองกำลังฝ่ายตรงข้ามส่งคนมาลอบวางเพลิงเพื่อดึงความสนใจ ก่อนจะบุกโจมตีค่ายทหารของเขา



“ท่าน..แม่..ทัพ”



เสียงอ่อนระโหยบางเบาดังมาจากด้านหลังบ้าน ยงกุกรีบพุ่งกายตรงไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงนั่นทันที



“อึนบีเกิดอะไรขึ้น! ท่านผู้เฒ่าล่ะ”



เด็กน้อยยุนอึนบีถูกประคองตัวให้ลุกขึ้นนั่ง หลังจากยงกุกพบเด็กน้อยนอนหมดสติคว่ำหน้าอยู่ในห้องครัว ใบหน้ากลมซีดขาวแทบไร้สีเลือด



“อึนบี! เด็กโง่ ฟื้นสิ ตาของเจ้าอยู่ที่ไหน”



ยงกุกตบแก้มของอึนบีเบาๆ เพื่อเรียกสติ ไม่นานเด็กน้อยก็ได้สติ สำลักลมหายใจออกมา



“แค่กๆ ตา..อยู่..แค่ก ..ในห้อง..นอน”



ยงกุกรวบเอวยกร่างผอมแห้งขึ้นพาดบ่า ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาผู้เฒ่ามู่จงในห้องนอนตามที่เด็กน้อยบอก ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนเข้าไป ชายหนุ่มก็เห็นร่างของคนแก่ที่เขาตามหากำลังนอนไม่ได้สติอยู่บนเสื่อขาดวิ่น ร่างกายของคนวัยชราดูผอมแห้งจนเหมือนมีเพียงผิวหนังอันเหี่ยวย่นปกคลุมกระดูก



ความอดอยาก ... ผลแห่งภัยสงครามที่น่ากลัวกว่าความตาย



ยงกุกวางอึนบีลงบนพื้นห้อง ก่อนจะเข้าไปแตะต้นแขนของผู้เฒ่ามู่จงเบาๆ



“ท่านผู้เฒ่า...ผู้เฒ่ามู่จง”



“ตา..ไม่ค่อยสบายมาหลายวันแล้ว”



อึนบีที่เริ่มฟื้นคืนสติ ค่อยๆ คลานเข้ามาใกล้ยงกุก



“นายท่าน..ฮึก..ช่วยตา..ของอึนบี...ด้วย”



ยงกุกตัดสินใจช้อนร่างไร้สติของผู้เฒ่ามู่จงแล้วลุกขึ้น ดวงตาคมกล้าเป็นประกายดุดัน หันมามองใบหน้ากลมที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตา



“ถ้าอยากจะมีชีวิตรอดก็จงลุกขึ้นมา แล้วก็จำไว้ว่า..อย่าร้องไห้อีก”



เมื่อพูดจบ เขาก็ก้าวขายาวเดินนำเด็กน้อยอึนบีที่รีบลุกวิ่งตามด้วยแรงฮึด ยงกุกเดินนำไปยังม้าที่เขาทิ้งไว้หน้าประตูบ้าน เขาจับร่างของผู้เฒ่ามู่จงพาดลงบนหลังม้า ก่อนจะจับร่างเล็กของอึนบีให้ขึ้นไปนั่งคร่อมบนหลังม้า



ชายหนุ่มดึงเชือกที่รั้งคอม้าสีดำคู่ใจให้ก้มลง เขาลูบหัวของมันอย่างแผ่วเบาราวกับต้องการกล่าวคำอำลาผ่านการสัมผัส ก่อนที่เขาจะส่งเชือกคุมบังเหียนให้อึนบีจับไว้



“ม้าตัวนี้มันฉลาดมาก มันจะพาเจ้ากับท่านผู้เฒ่าตรงไปที่หุบเขาด้านโน้น เจ้าจงหาถ้ำหลบซ่อนตัวไปจนกว่าจะพ้นฤดูหนาว จับเชือกของม้าตัวนี้เอาไว้ให้แน่น อย่าให้หลุดมือ หากมันวิ่งเร็วไป เจ้าก็กระตุกเชือกเบาๆ เช่นนี้เข้าใจหรือไม่”



“แล้ว..นายท่านล่ะ”



“ข้า...จะตามไปหาเจ้าทีหลัง ...หากยังมีชีวิตอยู่”



“นายท่าน”



ใบหน้ากลมบิดเบี้ยวเหยเกใกล้จะร้องไห้เต็มที เมื่อรับรู้ถึงลางร้ายที่กำลังก่อเค้าใกล้เข้ามา จนยงกุกต้องตีสีหน้าดุใส่ เขาต้องการให้เด็กน้อยคนนี้รอดชีวิตและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็ง



“เลิกร้องไห้เป็นเด็กๆ เสียที หน้าที่ของเจ้าคือต้องดูแลท่านผู้เฒ่าที่กำลังไม่สบาย ...ถุงเสบียงที่ข้าเตรียมมาแจกจ่ายคงพอประทังให้เจ้ารอดตายได้อีกเป็นเดือน”



“แล้วก็...จงมีชีวิตรอด...แทนข้า”



เมื่อพูดจบยงกุกก็ตบสะโพกของม้าตัวใหญ่ให้วิ่งเหยาะๆ ออกไปทันที โดยพยายามไม่สนใจดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของเด็กน้อย



“ลาก่อน”



เสียงทุ้มต่ำพึมพำอำลาเบาๆ ทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังย่ำเท้าเข้าไปในหมู่บ้านด้วยใจหวังจะช่วยเหลือคนที่ยังพอรอดชีวิตจากกองเพลิง

 

 

 

 

 













ร่างกายอันบอบช้ำเต็มไปด้วยบาดแผลแสนสาหัส แม่ทัพหนุ่มนอนหงายจมอยู่ท่ามกลางซากศพของเหล่าทหารมากมาย  ดวงตาที่เคยดุดันตอนนี้กลับฉายแววเลื่อนลอย ริมฝีปากเค็มคาวไปด้วยรสเลือดที่ถูกร่างกายขับจนกระอักออกมาเลอะล้นริมฝีปาก ห้วงหายใจกำลังจะจบสิ้น



นี่คือการตายอย่างสมเกียรติชายชาติทหารหรือไม่



บิดามารดาของเขายังอยู่ดีมีสุขหรือไม่



ครอบครัวของเขาจะได้รับศักดินาที่เขาสละชีพเพื่อแผ่นดิน



หรือครอบครัวของเขาจะถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรเพราะเขาพ่ายแพ้ในสนามรบ



น่าขายหน้ายิ่งนักที่แม่ทัพใหญ่อย่างเขาต้องมาตายอย่างศพไร้ญาติกลางสนามรบเพียงเพราะถูกหักหลังจาก..กองทหารรับจ้างที่ทางเมืองหลวงส่งมา



สายตาพร่าเลือนของยงกุกกลับมองเห็นใบหน้ากลมที่เต็มไปด้วยคราบสกปรกมอมแมมคุ้นตา หยาดน้ำตาเลอะเปื้อนเต็มใบหน้าจนหยดลงบนใบหน้าที่เปื้อนเลือดของเขา เด็กน้อยพร่ำพูดอะไรออกมาไม่หยุด สองมือเล็กจับลงบนข้อมือของเขาอย่างไม่หวาดกลัวต่อคมดาบที่ฝ่ามือหยาบกระด้างของเขายังคงกำเอาไว้จนแน่น



“นายท่าน...ฮือ...ตาเฒ่าจากข้าไปแล้ว...ท่านอย่าพึ่งจากข้าไปอีกคน....ข้าไม่เหลือใครอีกแล้ว”



เมื่อคิดว่าตนกำลังจะสิ้นใจ ความเป็นห่วงเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้ก็แปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าใจ เขาเศร้าใจที่ไม่สามารถดูแลเด็กคนนี้ให้เติบใหญ่ได้อีกแล้ว



“ย่ะ...ร้อง...เด็ก...โง่...”



“ก่อนตาย...ตาให้ข้า...เอาสิ่งนี้มาให้ท่าน...ฮึก....ตาบอกว่า....ขอมอบให้ท่าน...ฮึก...ด้วย...ความเต็มใจ...ด้วยความเคารพนับถือ...”



ยงกุกรู้สึกถึงแรงบีบบนแก้มจนปากต้องอ้าออก เหมือนกับเด็กน้อยพยายามจะยัดอะไรลงคอของเขา ก่อนเขาจะรู้สึกถึงรสคาวก่อนรสชาติหวานซ่านจะผุดขึ้นมาเต็มโพรงปาก น่าแปลกใจที่เขาไม่สำลักมันออกมา



อึนบียังคงพร่ำพูดประโยคเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด ราวกับถูกเสกมนต์คาถาให้กระทำและพูดซ้ำๆ ก่อนที่จะหยุดนิ่งไป เด็กน้อยทิ้งกายลงนั่งกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยเลือดและเศษเนื้อจากซากศพ ดวงตาเรียวเล็กเลื่อนลอยทั้งที่ยังเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลหยดออกมา



เพียงไม่นานความหวานที่ติดอยู่ในโพรงปากก็แล่นริ้วแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง จนร่างกายของเขาสั่นเทิ้มอย่างบังคับไม่ได้ ช่วงอกเหมือนกำลังถูกบีบรัดจนแน่น ลมหายใจในปอดก็กำลังจะหมดสิ้นลง

 







กึก..กึก.......กึก..กึก......กึก..กึก



ยงกุกได้ยินเสียงฝีเท้าของม้ากระทบพื้นดินจนสั่นสะเทือน มันวิ่งเหยาะอย่างช้าๆ เข้ามาจนใกล้



ว่ากันว่า ..ก่อนจะสิ้นลมหายใจ ภาพความทรงจำมากมายในชีวิตจะค่อยๆ หวนคืนกลับมา



สำหรับบังยงกุกแล้ว ... ความทรงจำที่ยังติดค้างอยู่ในใจของเขาก็คือ ...



ใบหน้าของใครคนหนึ่งที่งดงามตราตรึงอยู่ในหัวใจของเขา จนไม่อาจลืมเลือน ... 



หรือว่า....ใบหน้าอันงดงามนี้.....จะตามหลอกหลอนเขาไปจนถึงนรกโลกันตร์



ใบหน้างดงามก้มลงทอดมองเขาจากบนหลังม้าสีขาวตัวใหญ่ ดวงตากลมโตสีดำสนิทดึงดูดให้สายตาของยงกุกไม่อาจละไปได้ รวมทั้งริมฝีปากบางสีแดงจัดที่กำลังขยับเอื้อนเอ่ย ก็เหมือนกำลังล่อลวงให้เขาตกลงไปในบ่วงเสน่หาจนยากจะถอดถอน



“สามัญชนคนนี้...ช่าง...น่าสนใจยิ่งนัก”



“ได้โปรด...ช่วย...เด็ก...คน...นี้...ให้มี...ชีวิต...”



สำหรับยงกุก ... ความตายคงไม่สำคัญอีกต่อไป เมื่อได้รู้ว่าคนที่อยู่ในฝันของเขาทุกค่ำคืน กำลังมีตัวตนอยู่ตรงหน้า



และหากคนผู้นี้สามารถช่วยชีวิตเด็กน้อยอึนบีได้... เขาก็คงนอนตายตาหลับคงหมดสิ้นความเป็นห่วงในโลกนี้



ดวงตาคมของชายหนุ่มฉายแววอ่อนโยน เมื่อเหลือบไปมองเด็กร่างผอมที่นั่งดวงตาเหม่อลอยอยู่กับพื้นดินใกล้ร่างของเขา...ที่อีกไม่นานก็จะกลายเป็นซากศพ



ยงกุกเห็นร่างสูงบอบบางในชุดสีขาวก้าวลงจากหลังม้าราวกับติดปีก ท่วงท่างดงามเยื้องย่างเข้ามาใกล้ ชั่วขณะนั้นยงกุกคิดว่าตนเองกำลังฟั่นเฟือน เขาแลเห็นดวงตากลมสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานจดจ้องมองใบหน้าของเขาอย่างสนใจ ริมฝีปากแดงฉ่ำยกยิ้มชวนให้หัวใจที่กำลังอ่อนแรงให้กระตุกเต้นขึ้นมา



มือซีดขาวหยิบกริชเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในสาปเสื้อตรงช่วงอกออกมา ก่อนจะกรีดคมมีดลงบนฝ่ามือ จนเลือดสีแดงสดไหลอาบเป็นทาง



ยงกุกไม่เข้าใจถึงการกระทำของอีกฝ่าย ในใจนึกอยากจะลุกขึ้นมาจับมือเรียวขาวนั้นมัดผ้าให้แน่นเพื่อห้ามเลือด แต่เขาก็กระทำได้เพียงแค่คิด เพราะในตอนนี้เพียงแค่รักษาลมหายใจของตนเองเอาไว้... เขายังทำไม่ได้

 


แล้วยงกุกก็รู้สึกถึงความเย็นและข้นหนืด เลือดสีแดงที่ไหลออกมาจากฝ่ามือขาวหยดกระทบไปทั่วริมฝีปากและใบหน้าของเขา บางส่วนไหลลงเข้าปากจนเขาเผลอกลืนลงลำคอ และไม่รู้ว่าเป็นเพราะความหวานที่ยังติดอยู่ในโพรงปากหรือไม่ จึงทำให้เลือดที่เขาเผลอกลืนเข้าไปมีรสหวานล้ำ แถมยังมีความหอมกรุ่นกำจายอวลไปทั่วลำคอและโพรงจมูก



ยงกุกมั่นใจว่า ...แม้ถึงตาย... ก็มิอาจจะลืมเลือน



ความหอมดั่ง..ดอกไม้ป่านานาพรรณ



ดวงตากลมสีแดงฉานยังคงจ้องมองยงกุกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยงกุกได้แต่ส่งรอยยิ้มบางไปให้ ก่อนฝากฝังคำพูดสุดท้ายให้กับคนคนนั้นอีกครั้ง



“ได้โปรด..ช่วย..เด็กคน..นี้...แทนข้า...”



คำพูดทิ้งท้ายจากเสียงทุ้มนุ่มนวลที่ยงกุกจดจำได้ขึ้นใจ ก่อนที่เขาจะเห็นคนๆ นั้นคว้าร่างผอมแกร็นของอึนบีขึ้นม้าแล้วควบออกไปโดยไม่เหลียวกลับมามอง








"เลือดของข้า ...ข้าให้ด้วยความเต็มใจ.. ข้าปรารถนาให้เจ้ายังคงมีชีวิตอยู่...และหากหัวใจของเจ้ากล้าแกร่งพอที่จะตอบรับความเจ็บปวด... เจ้าจะมีลมหายใจต่อไป... แต่ถ้าไม่... ความเจ็บปวดนี้... จะไม่ทำให้เจ้าทุกข์ทรมานอีกต่อไป”








.................60%............




 

ทันทีที่เดินเข้ามาในบ้านพักหลังเล็กที่ตั้งอยู่ค่อนข้างห่างจากบ้านหลังใหญ่ของซองวอน ฮิมชานก็พุ่งกายเข้าไปกดมือเรียวลงบนลำคอหนาของยงกุก โดยไม่ได้สนใจว่าตนเองจะเสียเปรียบหากอีกคนกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าขึ้นมา



"คุณต้องบอกผมมาให้หมด คุณเป็นใครกันแน่ คุณรู้จักผมได้ยังไง แล้วทำไมถึงรู้ว่าผมขี่ม้าเป็น"



"ถามผมมาหลายคำถามแบบนี้ ผมจะตอบคุณทันได้ยังไงล่ะครับ ทูนหัว"



"ไม่ต้องมาเล่นลิ้น"



ดวงตาสีแดงฉานฉายแววดุดันด้วยความหงุดหงิดใจ และเขายิ่งรู้สึกขัดเคืองใจเมื่อเห็นสีหน้าระรื่นจากอีกคนที่ราวกับต้องการปั่นหัวเขาให้เป็นบ้า



"คุณเคยช่วยชีวิตของผมไว้ คุณคงจำไม่ได้"



"เมื่อไหร่?... ผมจำไม่เห็นได้ว่าเคยช่วยชีวิตวูล์ฟตนไหน เพราะเผ่าพันธุ์ของคุณแข็งแรงเกินกว่าที่จะต้องการความช่วยเหลือจากบลัดอย่างผม"



ยงกุกอมยิ้ม เขาค่อยๆ จับมือของฮิมชานออกจากลำคอของตนเอง ก่อนจะทำเนียนรวบเอวของบลัดหนุ่มให้ขยับเข้ามาใกล้ ฮิมชานที่มัวแต่อยู่ในภวังค์ครุ่นคิด จึงไม่ได้สนใจการลวนลามของอีกฝ่าย



"ตอนที่ผมเป็นมนุษย์"



"มนุษย์...บ้าน่า.. แต่ว่า...คุณเป็น...วูล์ฟ"



ดวงตากลมโตจ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของยงกุกที่มักจะเปล่งประกายแห่งความอบอุ่นเสมอ ในทุกครั้งที่ฮิมชานได้จ้องมอง



หรือว่า



"นายทหาร...แม่ทัพ...คน...นั้น"



ฮิมชานผงะถอยหลังแล้วยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาเห็นรอยยิ้มของอีกคนส่งมาให้แทนคำตอบความทรงจำของเขาก็เริ่มผุดขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย



แต่ก็ชัดเจนราวกับภาพเหล่านั้น พึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน



ในตอนนั้นฮิมชานจำต้องออกเดินทางย้ายถิ่นพำนัก เพราะความสันโดษของของเขากำลังถูกคุกคามด้วยกองทัพทหารที่มาตั้งค่ายและก่อศึกสงคราม เขารู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อยที่ถูกลุกล้ำอาณาเขตที่ตนเองเคยอยู่มานานนับหลายร้อยปี เมืองเหนือที่แสนจะหนาวเย็น ไม่ควรมีกองทัพทหารหรือสงคราม เมืองนี้ควรจะอยู่อย่างสงบสุขเหมือนเช่นหลายร้อยปีที่ผ่านมา



ฮิมชานรังเกียจสามัญชนที่เต็มไปด้วยความโลภ ต่างฝ่ายก็ต่างหาเหตุก่อสงครามเพื่อหวังยึดครองพื้นที่ และทรัพย์สมบัติของฝ่ายตรงข้าม เขานึกเหยียดหยามความป่าเถื่อนและความด้อยค่าของสามัญชนที่ไร้ค่าราวกับมดปลวก แต่ทำตัวใหญ่คับฟ้า โดยไม่รู้ว่ายังมีอีกสามเผ่าพันธุ์ที่มีอำนาจเหนือกว่า



ตลอดทางที่ม้าสีขาวตัวใหญ่ย่ำผ่าน  ฮิมชานก็นึกสบถอยู่ในใจเมื่อคิดว่าตนเองไม่น่าเลือกเส้นทางการเดินทางผ่านทางนี้เลย แต่ไม่ว่าฮิมชานพยายามหลีกเลี่ยงเพียงใด เขาก็ยังต้องพบเจอกับซากศพของทหารและกองเลือดที่หลั่งนองเต็มพื้นดิน เพราะสงครามที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นสงครามครั้งยิ่งใหญ่ถึงขนาดล้มล้างอาณาจักรชิลลาที่เคยรุ่งเรืองให้ล่มสลายได้ในพริบตา



ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทั่วทั้งพื้นที่จะเต็มไปด้วยซากศพของทหารทั้งสองฝ่าย และถึงเขาจะเป็นบลัด ก็ใช่ว่าจะชื่นชอบกลิ่นเลือดที่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วทั้งพื้นที่เช่นนี้ ไม่ว่าจะกวาดสายตาไปทางใดก็หาได้พบเจอกับสิ่งเจริญหูเจริญตา



ระหว่างทางนั้น เขาได้ยินเสียงพึมพำปลอบโยนแว่วมาตามสายลมพัด จนต้องชะลอฝีเท้าม้าตัวใหญ่ของตนให้หยุดนิ่ง



ดวงตากลมกวาดมองไปทั่วสมรภูมิรบ ทั้งๆ ที่คิดว่าคนเป็นน่าจะเคลื่อนพลจากไปแล้ว คงทิ้งไว้เฉพาะซากศพรอวันผุพังเน่าเปื่อย เพราะไม่มีใครสามารถขุดหลุมฝังศพของทหารนับพันนับหมื่นที่นอนตายเกลื่อนกลาดเช่นนี้ได้



แต่แล้วบลัดหนุ่มก็สะดุดสายตากับร่างกายเล็กแกร็นที่กำลังนั่งโยกตัวไปมาอย่างเหม่อลอยท่ามกลางซากศพของเหล่าทหาร เขาจึงกระตุกเชือกในมือเพื่อให้จังหวะม้าเดินก้าวไปข้างหน้า



เมื่อเคลื่อนเข้าไปใกล้ ฮิมชานจึงได้เห็นว่าเจ้าของร่างเล็กนั้นก็คือเด็กหญิงตัวผอมร่างกายสกปรกมอมแมม ดวงตาเลื่อนลอย แต่มือของนางยังเอื้อมมากุมแน่นที่ข้อมือของใครสักคน ... ในกองซากศพนั่น



บลัดหนุ่มจึงก้มลงไปมองจากบนหลังม้า



เหนือกองซากศพมีร่างของทหารคนหนึ่ง ดูจากเครื่องแต่งกายแล้วคงเป็นทหารยศสูงไม่ธรรมดา ชายคนนั้นกำลังนอนหายใจรวยรินเฝ้ารอความตาย สภาพร่างกายแสนจะยับเยินไปด้วยบาดแผลมากมายนับไม่ถ้วน เลือดสีเข้มเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างกายและใบหน้า แต่มือของเขายังคงกำดาบเล่มใหญ่เอาไว้จนแน่น



แต่ทว่า...แม้ชายคนนั้นจะใกล้ความตายมากเท่าไหร่ ดวงตาของเขากลับมีแต่ร่องรอยแห่งความสุขอย่างล้นปรี่ 



ราวกับยินดี....ที่จะตาย



แถมยังพยายามพูดพร่ำปลอบใจเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่นั่งน้ำตาเจิ่งนองไร้สติอยู่ข้างๆ ร่างของเขา



จนฮิมชานรู้สึกอิจฉา….



เขารู้สึกอิจฉา….



ความอิจฉาจึงทำให้เขาเผลอยื่นมือเข้าไปขัดขวางพระเจ้า...



เขาต้องการขัดขวางความตายที่พระเจ้าหยิบยื่นให้กับชายคนนั้น

 








เขาปรารถนาให้ชายคนนั้นคงอยู่ และใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ต่อไป



เขาปรารถนาให้ชายคนนั้นต้องพบเจอกับความสิ้นหวัง ความโดดเดี่ยว ความเจ็บปวด



เขาปรารถนาให้ชายคนนั้น ต้องเป็นเช่นเดียวกับเขา

 










ด้วยความไม่รู้ตัว ...



เขามีความปรารถนาอันแรงกล้า...เขาหวังให้ชายคนนั้นมีชีวิตอยู่

 


มีชีวิตอยู่เพื่อพาลพบความเลวร้ายบนโลกใบนี้



เช่นเดียวกับตนเอง

 

 








นั่นคือ สิ่งที่ฮิมชานคิดขณะที่จรดคมกริชลงบนฝ่ามือให้เกิดบาดแผล และหยดเลือดลงไปในริมฝีปากของชายคนนั้น ก่อนจะพรากสิ่งที่คิดว่าเป็นหัวใจของชายคนนั้นมา



เพียงคิดถึงใบหน้าของเด็กน้อยที่เริ่มได้สติหลังจากเขาพาตัวขึ้นหลังมามาได้ไม่นาน เมื่อนางรู้สึกตัวก็ได้แต่ร้องไห้จนแทบจะขาดใจ จนเดือดร้อนถึงฮิมชานที่ต้องตามวิซซ์มาตรวจดูเพราะเขาสนใจใคร่รู้ถึงเป็นมาเป็นไปของ ..นายทหารคนนั้น



ฮิมชานจึงได้รู้ว่าเด็กคนนั้นถูกมนต์สะกดใจจากวิซซ์ที่มีอำนาจสูง เป็นคำสั่งเสียก่อนเจ้าของมนตรานั้นจะสิ้นใจ สั่งให้เด็กน้อยทำอะไรบางอย่าง และเพราะเวทย์มนต์นั้นรุนแรงเกินไปจนสามารถทำให้ผู้รับคำสั่งที่เป็นเด็กตัวเล็กๆ เสียสติได้



ฮิมชานจึงตัดสินใจช่วยเหลือเด็กคนนั้น



หรือจริงๆ แล้ว อาจจะเป็นเพราะรู้สึกผิดกับการกระทำของตนเอง  ฮิมชานจึงต้องแสดงความรับผิดชอบต่อทหารคนนั้น คนที่ฝากให้เขาดูแลเด็กตัวเล็กนี่



สุดท้ายฮิมชานก็ได้บลัดกลายพันธุ์มาเป็นเด็กรับใช้คนใหม่



เมื่อนึกถึงเรื่องทุกอย่างออก หัวใจของฮิมชานก็เหมือนกำลังจะแหลกสลายลง เสียงร้องเรียกชื่อของชายหนุ่ม "แม่ทัพบัง"  จนเสียงแหบแห้งของ “ยุนอึนบี” ในยามเด็กก็กลับมาก้องเวียนอยู่ในหูอีกครั้ง






ตอนนี้ ...



ฮิมชานกำลังรู้สึกผิด ...



ผิดต่อนายทหารคนนั้น ...บัง ยงกุก

 

 

 





เมื่อเห็นสีหน้าซีดขาวของฮิมชานแสดงอาการตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ยงกุกก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาเดินเข้าไปโอบกอดฮิมชานเอาไว้ มือหนาลูบไล้ปลอบโยนแผ่วเบาไปบนแผ่นหลังบาง



"ซองวอนรู้เรื่องของคุณ เพราะผมเคยเล่าให้เขาฟังว่า... ผมมีใครคนหนึ่งในหัวใจเสมอมา... คนที่อยู่ในความฝันของผมมาตลอด ... ซึ่งคนนั้นก็คือคุณ"



“.......................”



“ผมเป็นวูล์ฟ...เพราะหลังจากคุณพาอึนบีจากไปได้ไม่นาน ...ผมก็ถูกคิงส์วูล์ฟช่วยชีวิตเอาไว้จนรอดตาย



แล้วคุณรู้ได้ยังไง ว่า...เพราะเลือดของผม ... คุณอาจจะไม่ถึงที่ตายก็ได้ ...หรืออาจจะรอดตายเพราะคิงส์วูล์ฟก็ได้



ฮิมชานเอ่ยถามยงกุกด้วยเสียงอันแผ่วเบา ฮิมชานยังคงจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ยงกุกจะรู้สึกอย่างไรถ้ารู้ว่าเขาคิดอิจฉาริษยาความสุขในแววตาของยงกุก จนปรารถนาให้ยงกุกมีชีวิตอยู่เพื่อรับความทุกข์ทนต่อไปไม่จบไม่สิ้นเช่นเดียวกับเขา



“ผมอาจจะรอดตายเพราะคิงส์วูล์ฟ ...”



“..........................”



“แต่ที่รัก... คุณเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผม...อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป”



คำพูดของยงกุกทำให้หัวใจของฮิมชานพองโตราวกับกำลังมีดอกไม้นับพันเบ่งบานงดงามอยู่ในนั้น ยงกุกกระชับอ้อมกอดโอบฮิมชานไว้แนบอก 



“ผมโง่เอง ที่ไม่เคยรู้มาก่อน...ว่าคนที่ผมตกหลุมรักเป็นไดมอนด์บลัด ....เพราะเรื่องของคุณ...เอ่อ...เพราะลักษณะตามคำบอกเล่าจากคนอื่น...ไดมอนด์บลัด .. ผมไม่อยากให้คุณรู้เลยล่ะฮิมชาน ว่าพวกเขาน่ะ พูดถึงคุณอย่างไรบ้าง... มันไม่เหมือนตัวคุณที่ผมคิดเอาเลยสักนิด ...นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมไม่เคยคิดจะตามหาไดมอนด์บลัด"



แน่นอนว่าฮิมชานรู้ดีว่า ชื่อเสียงของเขาที่สั่งสมมานานนับพันๆ ปีนั้น ไม่ใช่เรื่องดีนัก





ไดมอนด์บลัดอย่างเขาน่ะ



ทั้งโหดร้าย



เห็นแก่ตัว



เย่อหยิ่ง



และมักมาก









"ผมจึงตามหาแค่คนที่ผมรัก... คนที่อยู่ในฝันของผม...ซึ่งนั่นก็คือ...คุณ"



คำว่ารักจากยงกุกที่พูดซ้ำๆ อย่างนุ่มนวลได้ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดเข้าไปในหัวใจของฮิมชาน จนเขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ทั้งหัวใจของเขาก็กำลัง....ตกหลุมรัก...เจ้าของอ้อมกอดอันอุ่นร้อนนี้เช่นกัน



“แต่ว่า...ตอนนั้น ...ผมคิดไม่ดี ...ผมอิจฉาคุณ...ที่แม้จะใกล้หมดลมหายใจ แต่คุณยังมีแต่ความสุขในแววตา ในขณะที่ผมต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและคอยมองแต่คนรอบข้างจากไป...ผมเลยคิดแค่...อยากให้คุณมีชีวิตอยู่ต่อไป จะได้เจอความทุกข์แบบผมบ้าง”



ริมฝีปากบางพึมพำด้วยความเสียใจ ดวงตากลมหลุบหนีอย่างสำนึกผิด



เมื่อยงกุกเห็นเช่นนั้น เขาจึงใช้มือหนาเชยปลายคางของฮิมชานให้แหงนเงยใบหน้าขึ้น ก่อนจรดริมฝีปากหนาประทับลงบนหน้าผากขาวของคนในอ้อมกอด จนฮิมชานรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วจนลุกลามมาถึงหัวใจของเขา



ยงกุกทอดสายตาคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก เขาจ้องมองสบดวงตากลมสีดำสนิทของฮิมชาน เขาหวังว่าฮิมชานจะรับรู้ถึงทุกความรู้สึกของเขา

 






"ไม่ว่าในอดีตจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ... ผมจะจดจำแค่เพียง...เพราะความปรารถนาของคุณที่ต้องการให้ผมมีชีวิตต่อ ... ผมจึงยังคงมีลมหายใจ

.

.

.

.....และไม่ว่าในอนาคตจะเป็นเช่นไร ...ขอให้คุณจดจำไว้แค่เพียง....ลมหายใจของผม ...เป็นของคุณเพียงคนเดียว....คิมฮิมชาน”







…………………………….

 

 

 

อยู่ๆ ยองแจก็รู้สึกหิวโหยขึ้นมา ลำคอแห้งผากราวกับผืนทราย ร่างกายเหมือนกำลังโหยกระหายจนต้องลืมตาตื่นขึ้นมาผิวกายเย็นเฉียบกำลังถูกโอบกอดด้วยอ้อมแขนอุ่นร้อนที่ยองแจไม่อยากละออกมา



แดฮยอนรู้สึกตัวเมื่อคนในอ้อมกอดขยับกายแล้วขืนตัวลุกขึ้นนั่ง เขาจึงผุดลุกขึ้นนั่งตามด้วยความเป็นห่วง



"ยองแจ...เป็นอะไร..ครับ"



เสียงทุ้มกระซิบถามด้วยความห่วงใย แต่ยองแจกลับรู้สึกกระสับกระส่ายจนไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมาให้คนข้างกายเข้าใจได้เช่นไร



"ที่รัก"



เมื่อเห็นคนตัวเล็กนั่งนิ่งเงียบใบหน้าหวานซีดเผือดและมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมไปทั่วกรอบหน้า จนแดฮยอนอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบเรือนผมสีดำสนิทของยองแจด้วยความสงสาร



"น้องแจ...หิว"



แค่ได้ยินคำแทนตัวเองว่าน้อง พร้อมสายตาที่ออดอ้อน หัวใจของแดฮยอนก็แทบละลายกลายเป็นของเหลว ริมฝีปากหนายกยิ้มจนปากแทบจะฉีกถึงรูหู



"งั้น เดี๋ยวพี่แดจะไปหาอะไรมาให้น้องแจกินนะครับ"



“อ๊ะ!



ยองแจอุทานอย่างตกใจเมื่อถูกอีกฝ่ายฉกงับริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะเห็นแดฮยอนกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความว่องไวไปคว้าชุดนอนขึ้นสวมใส่แล้ววิ่งแผล็วออกจากห้องนอนไปโดยไว ทิ้งให้ยองแจนั่งหน้าแดงจัดด้วยความอายเมื่อเห็นร่างเปลือยของแดฮยอนเป็นครั้งแรก



แต่ว่า...



“ฮือ.....บ้า....บ้าที่สุด....โป๊ให้เขาเห็นไปถึงไหนแล้วเนี่ย...ยูยองแจ”



ยองแจได้แต่เตะขาไปมาอยู่บนเตียงนอนด้วยความขัดเขินเมื่อนึกขึ้นได้ว่า เมื่อก่อนตนเองก็เปลือยกายต่อหน้าแดฮยอนหลายต่อหลายครั้ง

 

 

 






เด็กหนุ่มวูล์ฟกึ่งเดินกึ่งกระโดดไปตามทางเดินของคฤหาสน์หลังใหญ่ ก่อนจะกระโจนลงบันไดเพื่อตรงดิ่งไปยังห้องครัวตามความคุ้นเคยอย่างมีความสุข  แต่ระหว่างทางเขาก็แลเห็นแสงไฟส่องสว่างภายในห้องรับแขก



สายตาเหลือบมองไปยังนาฬิกาโบราณเรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงโถงบันได แม้เวลาจะยังไม่ล่วงเข้าวันใหม่ แต่ก็ดึกเกินที่คฤหาสน์แห่งนี้จะมีใครมาเยือน คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความสงสัย ก่อนจะตัดสินใจเดินแวะเข้าไปดู



“พี่อึนบี”



“แดฮยอน”



แดฮยอนเห็นอึนบีกำลังนั่งคุยอยู่กับจุนฮงในห้องรับแขก สีหน้าของทั้งคู่ดูไม่ค่อยดีนัก ยิ่งเห็นสีหน้าของบลัดกลายพันธุ์อย่างจุนฮง แดฮยอนยิ่งรู้สึกได้ถึงความหม่นหมองที่เกิดขึ้นเต็มใบหน้าขาวซีดนั้นจนน่าใจหาย



“เกิดอะไรขึ้นหรือครับพี่อึนบี ... จุนฮง”



“พี่จงออบถูกคนร้ายจับตัวไป ... ผมไม่รู้จะทำยังไง นึกได้แต่ต้องรีบมาหาพี่อึนบีตามที่คุณฮิมชานเคยสั่งไว้”



ดวงตาสีฟ้าใสฉายแววห่วงคนรักอย่างไม่ปิดบัง จนแดฮยอนรู้สึกสงสาร หากยองแจถูกจับตัวไป เขาอาจจะรู้สึกแย่ยิ่งกว่าจุนฮงก็เป็นได้



“มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ไหมครับพี่อึนบี”



แดฮยอนเอ่ยปากอาสาอย่างเคร่งขรึม เขาหวังว่าตนเองจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของอึนบีและช่วยเหลือจุนฮงได้บ้าง



ชั่วจังหวะนั้น อึนบีรู้สึกถึงความโตเป็นผู้ใหญ่เกินตัวของแดฮยอน และความรู้สึกคุ้นเคยก็กลับมาอีกครั้งจนเธอเองยังแปลกใจ ทั้งๆ ที่เคยคิดว่าอาจเป็นเพราะบุคลิกของแดฮยอนที่ไม่ต่างจากตอนอยู่ในร่างหมาป่า แต่ความจริงแล้ว เธอกลับรู้สึกว่าแดฮยอนเหมือน ...คนๆ หนึ่งที่เธอคุ้นเคย



“เอ่อ..ตอนนี้พี่กำลังคิดวางแผนให้คนของเราออกตามสืบอยู่ค่ะ แต่เดี๋ยวพี่จะออกไปตามหาคุณจงออบกับจุนฮง ถ้ายังไงพี่ฝากคุณแดฮยอนดูแลคุณหนูยองแจอยู่ที่นี่ แล้วพี่จะรีบกลับมาค่ะ”



ก่อนจะก้าวขาออกไปจากห้องรับแขกพร้อมกับจุนฮง อึนบีก็ยังคงเป็นห่วงและหันมากำชับกับแดฮยอนอีกครั้ง



“พี่จะเอาคนของเราไปบางส่วน ดังนั้นคนคุ้มกันที่อยู่รอบนอกอาจจะน้อยลง แต่คนคุ้มกันในบ้านก็ยังเท่าเดิมนะคะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็เรียกคนของเราได้เลย”



“ครับ พี่อึนบีไม่ต้องเป็นห่วง ... ขอให้เจอคุณหมอจงออบไวๆ นะจุนฮง”



แดฮยอนตอบรับอึนบีอย่างหนักแน่น ก่อนหันไปกล่าวให้กำลังใจกับจุนฮง เด็กหนุ่มร่างสูงได้แต่พึมพำขอบคุณตอบกลับมาเบาๆ



อึนบีจำต้องปฏิเสธคำอาสาของแดฮยอนอย่างนุ่มนวล ถึงจะเห็นความกระตือรือร้นจากเด็กหนุ่มก็ตาม เพราะเธอเกรงว่าแดฮยอนกับยองแจอาจจะไม่ปลอดภัยและเป็นภาระในการปฏิบัติหน้าที่ของเธอมากกว่า ไหนเธอจะต้องดูแลเด็กหนุ่มบลัดกลายพันธุ์หน้าตาซีดเซียวอย่างจุนฮงอีก 



เด็กหนุ่มคนนี้ตามปกติเวลาที่อยู่กับคุณหมอจงออบก็ดูจะเป็นเด็กเรียบร้อยดี แต่เพียงแค่คุณหมอไม่อยู่ ก็กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มที่ดูใจร้อนและอารมณ์ร้ายไม่ใช่เล่น จากความพยายามจะพังประตูคฤหาสน์เข้ามา เพื่อมาหาเธอ เพราะถูกรปภ.หน้าประตูบอกให้มาใหม่ในวันพรุ่งนี้



เล่นเอาประตูคฤหาสน์พังไปเป็นแถบ



เด็กหนอเด็ก



ความรักมักทำให้คนเรานิสัยเปลี่ยนไป




...........................




ครบ 100% แล้ว

เฉลยอดีตของยงกุกที่ได้เจอกับฮิมชานแล้วค่ะ

เท่าที่รีดเดอร์ได้อ่านมา จะเห็นว่ายงกุกได้เจอฮิมชานหลายครั้ง

จริงๆ ยงกุกจำฮิมชานได้นะคะ

แต่การเจอกันในแต่ละครั้ง มักมีเหตุที่มองหน้ากันไม่ชัดเจนเท่านั้นเอง



สรุปแล้วยงกุกรอดตายเพราะเลือดของฮิมชานค่ะ ประโยคทิ้งท้ายของฮิมชานตอนที่ช่วยยงกุก มีความหมายประมาณว่า ถ้าทนไหวก็จะรอดตาย แต่ถ้าทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็จะได้ตายเร็วๆ ไม่ทรมาน



ส่วนฮิมชานในตอนนั้นน่าสงสารมากนะคะ อยู่อย่างโดดเดี่ยวมานานจนรู้สึกอิจฉาแม้กระทั่งคนใกล้จะตาย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฮิมชานเป็นคนเย็นชามากๆ แต่สุดท้ายก็ต้องมาตกหลุมรักคุณวูล์ฟสุดแซ่บของเรา 555



จุนฮงมาตามคนไปช่วยคุณพ่อมดแล้วค่าาาา มาลุุ้นกันว่าจะมีฉากบู๊เลือดอาบกันอีกหรือไม่




ปล. อีกแล้ว

ถูกต้องค่ะ ตาของอึนบีเป็นไฮวิซซ์ค่ะ แต่ตอนนั้นอึนบีเป็นมนุษย์ที่ถูกเก็บมาเลี้ยง



คู่แดแจแบบแซ่บๆ ยกไปบทหน้านะคะ เพราะคงยาววววว




เลิฟฟฟฟ

สงสัยอะไรเม้นถามได้น้าาาาาา


#แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น

@JustMariWriter



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

208 ความคิดเห็น

  1. #144 ~Rella~ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 21:58
    โหหหห โรแมนติกเวอร์อะ แบบ ทำไมช่างละมุนละไมแบบนี้ คู่แดแจก็หวานหยด ตอนนี้เขินหนักมากกก
    #144
    1
    • #144-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 21)
      5 ธันวาคม 2561 / 19:41
      หวานหยดทั้งคู่พ่อ คู่ลูกแล้วล่ะค่าาาา
      #144-1
  2. #143 Kurobuta (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 21:38

    แหมมมคุณพ่อบลัดคะ ทำลงไปด้วยความอิจฉา แล้วเป็นไงเห็นผลระยะยาวววววว. หวานเหลือเกินคู่คุณพ่อตอนหน้าลุ้นคู่คุณลูก กะอิแค่ "น้องแจหิววว" ทางนี้ก็ยิ้มปากกว้างพอๆกะพี่แดฮยอนแล้วจ้าตอนหน้าคงได้จิกหมอนขาด. ส่วนคุณหมออดทนไว้ก่อนนะจุนฮงกำลังไปช่วยแล้ว

    #143
    1
    • #143-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 21)
      5 ธันวาคม 2561 / 19:39
      อิคนพี่ก็หลงน้องไม่แพ้กัน
      #143-1
  3. #142 nammint042 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 19:26
    เฉลยอดีตยงกุกกับฮิมชานแล้วแบบโอ้ยคุณบลัดอะไรจะเย็นชาปานนั้นคะ
    ของที่อึนบียัดใส่ปากแม่ทัพบังคงจะเป็นหัวใจไฮวิซซ์ซินะ
    ตอนหน้าขอเป็นฉากเลือดกำเดาสาดแทนฉากบู๊เลือดสาดได้มั้ย รีดเดอร์จะเป็นคนเสียสละเลือดเอง อิอิ
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ^^
    #142
    1
    • #142-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 21)
      5 ธันวาคม 2561 / 19:38
      มาล้าวววว เตรียมถุงเลือดดดดด
      #142-1
  4. #141 Kurobuta (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 02:14

    พี่มาแล้วววววว ไรท์จ๋าอยากบอกว่ารักไรท์ที่สุดดดด???????????????? คลายปมอดีตแล้วที่แท้ก็เคยเจอกันมาก่อนนี่เอง ถึงว่าหลงจนหัวปรักหัวปรำ ครั้งนั้นได้กินเลือดฮิมชานยงกุกเลยรอดใช่มั้ยแค่เห็นก็ตะลึง แต่ครั้งนี้ได้กินทั้งตัวเลยจ้าาาาา อมตะอีกพันปี555555 เอาที่ไหวนะไรท์ สู้ๆเหนื่อยก็พัก ไม่ต้องห่วง ทางนี้รอได้เสมอ????????????????????

    #141
    1
    • #141-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 21)
      5 ธันวาคม 2561 / 19:38
      คุณยงกุกรักคุณบลัดคนพ่อมากกกกกก ทั้งหลง ทั้งรักเลยค่ะ
      #141-1