[B.A.P] 'till the end : แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น [END]

ตอนที่ 20 : Dream of me

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    22 พ.ย. 61



"คุณพ่อยกห้องนอนให้แดห้องหนึ่งแล้วนี่นา... ทำไมถึงไม่ไปนอนห้องของตัวเองเล่า!"



ยองแจถลึงดวงตาเรียวใส่อีกคนที่กำลังปีนเตียงนอนขึ้นมาดึงตัวของเขาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด ตอนนี้ยองแจถูกบิดาสั่งให้นอนในช่วงกลางคืน เพื่อหัดใช้ชีวิตในช่วงกลางวันตามปกติ เพราะฮิมชานและจงออบคาดหวังว่าร่างกายของยองแจน่าจะเริ่มแข็งแรงขึ้นจากเลือดของแดฮยอน



"ก็อยากอยู่กับยองแจนี่ครับ"



แดฮยอนตอบพลางทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ กับอาการโมโหกลบเกลื่อนของยองแจที่ตอนนี้พวงแก้มกลมทั้งสองข้างกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดไปด้วยความเขินอาย



"งือออ….ไม่ได้"



ยองแจออกแรงดิ้นรนผลักอกอีกคนให้ออกห่าง แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดก็ไม่สามารถทำให้เด็กหนุ่มที่มีร่างกายกำยำสะเทือนถอยห่างออกไปได้ แถมยังเสียเปรียบถูกโอบรัดไว้ในอ้อมกอดแน่นหนาขึ้นกว่าเดิม



"ทำไมถึงไม่ได้ล่ะครับ"



แดฮยอนเอ่ยเสียงทุ้มกระซิบถามพลางใช้ปลายจมูกโด่งคลอเคลียข้างแก้มอิ่ม แถมไม่วายลอบสูดดมความหอมกรุ่นที่เขาแสนจะหลงใหลเป็นพิเศษ



"กะก็...."



คนตัวเล็กลืมตัวจนไม่ได้สนใจการแทะโลมจากเจ้ามนุษย์หมาป่าตัวใหญ่เพราะมัวแต่ทำหน้าตางอแง ไม่กล้ายอมรับว่า ตัวเองพลาดเองที่ยอมให้แดฮยอนมานอนร่วมเตียงตั้งแต่ยังเป็นหมาป่าตัวเล็ก



“ก็อะไรหรือครับ... หืม... ถ้าแจไม่ได้นอนกอดแดจะนอนไม่หลับไม่ใช่เหรอครับ"



"ก็...ก็มัน...ไม่เหมือนกันนี่นา"



"ไม่เหมือนกัน...คือ...อะไรครับ"



แดฮยอนเองก็ไม่ได้อยากจะทำให้ยองแจเขินมากไปกว่านี้ จึงแสร้งตอบกลับด้วยน้ำเสียงธรรมดากับใบหน้าซื่อๆ เพราะถ้าเขายังคงหยอกเอินยองแจไม่เลิก มีหวังว่าเขาอาจจะอดนอนกอดคนตัวหอมก็เป็นได้ แถมดีไม่ดีจะโดนถีบตกเตียงเอาง่ายๆ อีกด้วย



"ก็เมื่อก่อน...แดเป็นหมาป่า... ไม่ได้เป็นคนแบบนี้นี่นา...ก็เลย..."



ยองแจยู่ปากก่อนจะยอมอธิบายออกมา ถึงแม้จะก้มหน้าก้มตามองแต่มือของตัวเองที่วางอยู่บนตัก ไม่กล้าสบตาแดฮยอนที่ชอบจ้องมองมาจนเขาแทบจะละลายเป็นเยลลี่อยู่แล้ว



"ถ้าอย่างนั้น...เอาอย่างนี้ดีกว่า...ยองแจก็...ปิดตาไว้ก่อน"



"หืม"



แดฮยอนจับมือเล็กของยองแจขึ้นวางทับลงบนดวงตาเรียวสวยทั้งสองข้างอดไม่ได้ที่จะประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของคนตัวเล็กสักที ก่อนจะก้าวขาลงจากเตียงนอนหลังใหญ่



ส่วนยองแจเองก็อดไม่ได้ที่จะแอบดูอีกฝ่ายลอดทางเรียวนิ้ว เขามองเห็นแดฮยอนลุกลงจากเตียงแล้วเดินหายเข้าไปยังด้านหลังของหัวเตียงนอน



เพียงไม่นาน ยองแจก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกถึงแรงยวบของเตียงนอนทางด้านหลัง และทันทีที่หันกลับไปมอง ยองแจก็เจอดวงตาสีเทาเข้มอันแสนคุ้นเคยในร่างของหมาป่าตัวใหญ่ที่มีขนสีดำเงางามปกคลุมทั่วทั้งกาย



"แดฮยอน!"



คนตัวเล็กส่งเสียงร้องเรียกพลางยิ้มกว้างจนความสดใสฉาดฉายเต็มใบหน้าหวาน สองแขนเรียวกางออกโผเข้าสวมกอดรอบลำคอหนาแล้วเอาใบหน้าซุกไปบนอกของเจ้าหมาป่าทันที



ส่วนเจ้าหมาป่าตัวใหญ่ก็ได้แต่กลอกตาพร้อมพ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความขัดใจ เมื่อเห็นความยินดีของยองแจที่อยากให้เขาอยู่ในคราบหมาป่ามากกว่าร่างมนุษย์สามัญชน



นี่เขาควรจะรู้สึก..หึง..ร่างหมาป่าของตนเองหรือไม่



แดฮยอนทิ้งกายลงนอนโดยมีคนตัวเล็กขยับเข้ามาซุกตัวในอ้อมอก เขาโอบกอดปกป้องยองแจราวสิ่งล้ำค่าที่แสนหวงแหน



แดฮยอนนึกถึงตอนที่เขาถูกยงกุกเรียกเข้าไปคุยถึงเรื่องการพายองแจกับฮิมชานไปพบครอบครัวของเขา เด็กหนุ่มรู้สึกขอบคุณยงกุกที่ให้คำแนะนำอะไรเขาหลายๆ อย่างอย่างใจเย็น



เพราะรู้ถึงความอ่อนเยาว์ของตนเอง แดฮยอนจึงตั้งใจจะเรียนรู้โลกกว้างภายนอกให้มากขึ้น เขาหวังอยากจะเติบใหญ่ให้องอาจสง่างามเหมือนกับยงกุก และอยากจะดูแลยองแจให้มีความสุขไปตลอดชั่วชีวิต



หลายสิ่งหลายอย่างที่ยงกุกบอกเล่าให้แดฮยอนฟัง ทำให้เขาเริ่มตระหนักถึงเรื่องราวอันแสนน่ากลัวของโลกภายนอก จนเขารู้สึกเป็นห่วงคนรักขึ้นมาจับใจ



เมื่อเห็นว่ายองแจหลับใหลไปแล้ว แดฮยอนก็คืนร่างสู่สามัญชนก่อนจะดึงร่างของยองแจเข้ามากระชับแน่นในอ้อมกอด เขาอดไม่ได้ที่จะกดริมฝีปากจูบลงบนแก้มขาวและหัวไหล่เนียนหวังจะส่งคนรักให้นอนหลับฝันดี และเพียงไม่นานเขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราพร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับคนในอ้อมกอด




………………………

 

 



ระหว่างการเดินทางจากในตัวเมืองหลวงอันแสนวุ่นวายไปยังชานเมืองที่ค่อนข้างห่างไกล ซึ่งเป็นที่ตั้งคฤหาสน์ของฮิมชาน ยงกุกต้องใช้เวลาขับรถหลายชั่วโมง อาจจะเป็นเพราะยงกุกขับรถค่อนข้างช้า ในขณะที่ตอนขามาฮิมชานใช้เวลาขับเองไม่ถึงสามชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ



ตอนที่ยงกุกอาสาขับรถคันหรูให้ ฮิมชานก็ไม่ได้ปฏิเสธแถมยื่นกุญแจให้ด้วยความเต็มใจด้วยความขี้เกียจ แต่ที่ไหนได้ ตอนนี้เขากลับต้องมานั่งอึดอัดอยู่ในรถของตัวเอง เพราะทุกครั้งที่หันไปมองหน้าปัดความเร็วของรถ ตัวเลขดิจิตอลก็ยังคงอยู่ที่ไม่เกินแปดสิบไมล์ต่อชั่วโมง



หมาบ้าขับรถช้า....อย่างกับเต่าคลาน



ฮิมชานได้แต่ส่งสายตาตวัดค้อนพลางนึกสบถอยู่ในใจ เมื่อยงกุกเหลือบสายตาไปเห็นอาการหงุดหงิดของคนข้างกาย เขาก็รู้ถึงเหตุผลจนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง เพราะเขารู้มาจากอึนบีว่าฮิมชานเป็นคนที่ขับรถเร็วมาก



ผมไม่อยากให้คุณขับรถเร็วจนเป็นนิสัยนะฮิมชาน



ผมก็ขับแบบนี้มาตั้งนานแล้ว



ฮิมชานเชิดริมฝีปากขึ้นอย่างไม่พอใจเมื่อรู้สึกเหมือนกำลังถูกยงกุกตำหนิ เขาไม่ชอบให้ใครมาว่าราวกับเขายังเป็นเด็กตัวเล็กๆ



เรื่องที่ผ่านมาผมจะไม่พูดถึง...แต่ต่อไป...คุณต้องรู้เอาไว้...ว่าผมเป็นห่วง



แค่คำว่าเป็นห่วงจากยงกุก กลับทำให้ริมฝีปากเชิดรั้นของฮิมชานแปรเปลี่ยนเป็นมีรอยยิ้มติดตรงมุมปาก ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า หัวใจของเขากำลังทำงานไม่ปกติเพราะผู้ชายคนนี้ ..บังยงกุก

 

 





เอ๊ะ!นี่คุณจะพาผมไปไหน



ฮิมชานหันไปทำตาโตถามยงกุกทันที เมื่อเห็นยงกุกหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าซอยที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ข้างทาง ซึ่งถ้าไม่สังเกตหรือรู้จักสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดีก็คงจะขับเลยผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ



ผมขอแวะหาเพื่อนหน่อย



ยังไม่ทันที่บลัดหนุ่มจะเอ่ยถามอะไรต่อ รถยนต์คันหรูก็เคลื่อนพาเขาเข้ามาในเขตพื้นที่ของฟาร์มขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หลังดงต้นไม้หนาทึบ ซึ่งถ้ามองจากริมถนนแทบจะไม่รู้เลยว่าจะมีฟาร์มที่เป็นลานกว้างขนาดนี้ซ่อนตัวอยู่



ดวงตากลมโตสีดำสนิทฉายแววตื่นเต้น หลังจากกวาดสายตามองผ่านกระจกรถออกไปเห็นฝูงม้าตัวใหญ่วิ่งเล่นห้อตะบึงฝ่าสายลมอยู่นับสิบตัว และอีกฟากฝั่งของฟาร์มก็มีฝูงวัวพันธุ์โคนมรวมกลุ่มกัน ยืนอาบแสงแดดยามเย็นกินหญ้าที่แลดูอุดมสมบูรณ์อยู่ทั่วพื้นที่

 



ฟุ่บ!

 


อ๊ะ!”



ฮิมชานเห็นเงามืดวูบไหวด้านข้างตัวรถ ก่อนเงาดำขนาดใหญ่นั้นจะกระโดดหายไปทางด้านหลังของแนวพุ่มไม้สูงที่เป็นทิวยาวทอดไปจนถึงบริเวณลาดจอดรถหน้าบ้านไม้หลังใหญ่รูปทรงโบราณแต่ยังดูแข็งแรงสวยสง่า บ่งบอกถึงความใส่ใจดูแลของผู้เป็นเจ้าของบ้าน



คุณเห็นเงาเมื่อกี้หรือเปล่า



อืม



เงาอะไร



เจ้าของบ้าน



ฮิมชานขมวดคิ้วแน่น แต่เพียงชั่วครู่เขาก็เข้าใจความหมายของประโยคที่ยงกุกบอก จึงไม่ได้เอ่ยถามอะไรอีก



เมื่อยงกุกนำรถเข้าจอดในลานจอดรถเรียบร้อย ฮิมชานก็เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่เดินออกมายืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน ใบหน้าของเขามีริ้วรอยเต็มไปด้วยบาดแผลจนแลดูดุดัน ฮิมชานเปิดประตูรถก้าวเดินตามหลังยงกุกที่เปิดประตูเดินนำไปทักทายชายคนนั้นก่อน



ฮิมชาน นี่คิมซองวอนเพื่อนของผมเอง



ฮิมชานทำเพียงแค่ส่งรอยยิ้มไปให้ซองวอน เพราะเขาคิดว่าซองวอนน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับยงกุก



ตรงกันข้ามกับซองวอนที่ค่อนข้างหัวโบราณ เพียงแค่เห็นฮิมชานส่งรอยยิ้มมาให้ก็ชะงักเล็กน้อย เขาออกจะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ที่เห็นเด็กวัยรุ่นอย่างฮิมชานไม่ให้ความเคารพผู้ใหญ่อย่างเขา .. ถึงแม้รอยยิ้มบนหน้าตาอันงดงามนั้น จะทำให้เขาตกตะลึงจนลืมหายใจไปชั่วครู่ก็เถอะ



ชายร่างใหญ่กวาดสายตาพิจารณาเด็กหนุ่มหน้าหวานที่มากับเพื่อนสนิทของตน จากใบหน้าและการแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีดำพอดีตัว กับกางเกงยีนส์เข้ารูปตามแบบฉบับของเด็กวัยรุ่น ซองวอนก็ประเมินอยู่ในใจว่า เด็กหนุ่มนามว่าฮิมชานนี้คงอายุอานามประมาณสักยี่สิบปีเท่านั้น และไม่รู้ว่ามีความสัมพันธ์แบบใดกับเพื่อนของเขา



เข้ามาสิ



เสียงแหบต่ำเอ่ยอย่างห้วนๆ ของเจ้าของบ้าน ก็ชวนให้ฮิมชานคิดว่ามนุษย์หมาป่านี่เสียงแหบต่ำทุกตนหรือเปล่า เพราะเขาคิดว่าตนเองเสียงแหบแล้ว ยงกุกยังมีโทนเสียงที่ต่ำกว่าและฟังดูดุดันยิ่งกว่าเขาเสียอีก



ยงกุกเดินนำฮิมชานตามหลังซองวอนเข้ามาภายในบ้าน เขาพยักหน้าบอกให้ฮิมชานนั่งรอที่โซฟาในห้องรับแขกนี้ ขณะที่ตนเองก็ก้าวตามซองวอนไปยังห้องทำงานที่อยู่ถัดไปจากห้องรับแขก บลัดหนุ่มได้แต่กลอกตาใส่อากาศเพราะไม่อยากถูกทิ้งให้นั่งรออยู่เฉยๆมันน่าเบื่อจนเกินไป



ฮิมชานถือวิสาสะเดินสำรวจภายในห้องรับแขกระหว่างที่ถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว และเมื่อไม่เห็นว่าภายในห้องนี้จะมีอะไรน่าสนใจ  ฮิมชานจึงเลือกที่จะเดินกลับออกไปดูบรรยากาศภายนอกบ้านมากกว่านั่งอุดอู้อยู่คนเดียวในห้องรับแขกที่มีแต่ถ้วยรางวัลและเหรียญทองการประกวดพันธุ์ม้าและพันธุ์วัวโคนม

 

 

 







ฉันจะกลับไปหาแฮจูกับซอกจิน นายช่วยเตรียมคนให้พร้อมด้วย



ทันทีที่ซองวอนปิดประตูห้องทำงาน ยงกุกก็สั่งการเพื่อนสนิททันที ก่อนจะเดินเข้าไปยึดครองเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ของเจ้าของบ้าน ในขณะที่เจ้าของบ้านต้องยอมทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กฝั่งตรงข้ามแทน



ทำไมถึงรีบกลับไปล่ะ นายพึ่งย้ายมาอยู่เมืองนี้ได้ไม่นานนี่นา ฉันก็พึ่งจะแฝงตัวเข้ามาอยู่ก่อนหน้านายได้แค่ไม่ถึงสองปีหรือว่า…”



ซองวอนทำตาโต เมื่อคิดถึงเหตุผลที่ทำให้ยงกุกจะกลับไปหาคิงส์วูล์ฟในตอนนี้ได้ ก็มีอยู่เพียงแค่เรื่องหรือสองเรื่องเท่านั้น



อย่าบอกนะว่า...คิงส์วูล์ฟ……”



ฉันเจอรัชทายาทที่หายตัวไปแล้ว



ยงกุกส่ายหน้า รีบชิงพูดตัดบทก่อนที่เพื่อนสนิทจะคิดเลยเถิดไปไกล



ถ้าอย่างนั้น...ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี



อืม



คิงส์วูล์ฟส่งคนมาตามหาลูกชายเป็นร้อยคนไม่เคยเจอ ส่งนายมาคนเดียวแค่ไม่กี่เดือน กลับเจอง่ายๆ ซะอย่างนั้นไม่เสียแรงเป็นถึงหัวหน้าผู้พิทักษ์



อย่าพูดมาก ..แล้วจัดการตามที่สั่ง



ยงกุกกดเสียงต่ำเอ่ยปรามซองวอน เพื่อนสนิทของเขาคนนี้เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ตัวตนและอำนาจที่แท้จริงของเขา



ส่งสาส์นเรียกประชุมเหล่าผู้พิทักษ์ในเขตนี้ให้ฉันด้วย ซอนฮวาแจ้งข่าวมาว่ามีบลัดจำนวนมากหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยและฉันก็คิดว่า...เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับพวกฮาล์ฟที่กำลังเคลื่อนไหว



“อืม..ฉันก็พอจะได้ข่าวมาเหมือนกัน...จะรีบจัดการให้”



เมื่อคิดว่าฝากฝังเรื่องที่ต้องการให้ซองวอนจัดการเรียบร้อยแล้ว ยงกุกก็ลุกขึ้นยืน แต่ซองวอนก็เอ่ยถามคำถามที่ชวนให้เขางุนงง



เด็กคนนั้นน่ะ ลูกของนายเหรอ หน้าตาน่ารักดีนี่หว่า



เด็กไหน...ลูกใคร



เมื่อเห็นซองวอนพยักพเยิดใบหน้าไปทางห้องรับแขกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามห้องทำงานนี้ ยงกุกก็เข้าใจความหมายของคำถามได้ทันที ก่อนจะตีหน้าถมึงทึงใส่เพื่อนสนิทของตนเอง



เขาไม่ใช่ลูกของฉัน



อ้าว!ถึงว่า..ถ้าเป็นลูกนาย... ก็คงจะมีมารยาทดีกว่านี้เยอะ เด็กอะไรไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่บ้าง..อ๊ะ!”



ฟึ่บ!



ปึก!



แค่ชั่วพริบตาซองวอนก็ถูกยงกุกพุ่งกายเข้าไป ใช้มือหนากดเข้าที่ลำคอจนเซถอยหลังไปกระแทกกับฝาผนัง ดวงตาสีทองของยงกุกฉายเรืองรองดุดัน



ฮิมชานอยู่มานานกว่านายเป็นพันๆ ปี เขาอยู่สูงจนสามารถเหยียบนายให้จมลงใต้พื้นดินได้อย่างกับมดปลวก ฉะนั้นอย่าได้เอ่ยปากว่าเขาไร้มารยาทกับนายอีก เพราะนายต่างหากที่เป็นคนไร้มารยาทต่อหน้าเขา



เมื่อพูดจบยงกุกก็ปล่อยมือออกจากลำคอของเพื่อนสนิท ก่อนหันหน้าก้าวออกไปจากห้องทำงานทันที โดยไม่สนใจเพื่อนร่างใหญ่ที่ร่วงลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นงุนงง 

 

 

"ไอ้บ้าเอ้ย! พูดแค่นี้ โมโหอะไรหนักหนาวะ"



ซองวอนสบถด่าเพื่อนสนิทไล่หลัง พลางบีบนวดลำคอตนเองไปมาด้วยความเจ็บปวด











ฮิมชานก้าวเท้าเดินตรงไปยังรั้วไม้สีขาวทอดยาวไปสุดตา เขาเห็นฝูงม้าวิ่งหยอกล้อกันอยู่ในทุ่งหญ้าอย่างมีความสุข ฮิมชานมองดูพวกมันอย่างเพลิดเพลิน ไม่นานก็มีม้าสีขาวลักษณะดีวิ่งเหยาะๆ วนเวียนเข้ามาใกล้ บลัดหนุ่มขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย ตามปกติสัตว์จำพวกม้าจะมีสัญชาตญาณในการระวังภัยค่อนข้างสูง และควรจะได้กลิ่นอันตรายจากตัวเขาจนไม่กล้าเข้ามาใกล้มากกว่า



แต่เจ้าม้าสีขาวตัวนี้กลับมาหยุดยืนใกล้และพยายามเอาปลายจมูกมาดุนดันมือของเขาที่เกาะอยู่บนริมรั้ว เหมือนอยากเรียกร้องความสนใจให้เขาลูบหัวของมันที่ก้มค้อมยื่นมาให้



เอ๊ะ! เจ้านี่ เราไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่



ความเฉลียวฉลาดของเจ้าม้าตัวนี้ ทำให้ฮิมชานนึกย้อนไปยังสมัยก่อน ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเขาก็มีม้าคู่ใจเป็นสีขาวลักษณะงดงามเหมือนเจ้าม้าที่กำลังยืนให้เขาลูบหัวอยู่นี่ล่ะ



เพราะใช้ชีวิตอยู่มาอย่างยาวนาน จึงทำให้ความทรงจำของเขามีมากมายเกินกว่าจะจดจำไว้ได้หมด บางครั้งเขาก็ต้องปล่อยให้ลืมเลือนไปบ้าง จนกว่าจะมีบางสิ่งมากระตุ้นเร้าให้หวนกลับมาคิดจึงจดจำขึ้นมาได้



อ่าเราก็เคยมีม้าเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจเหมือนกันนะลักษณะเหมือนเจ้านี่ล่ะแต่ก็นานมาแล้วตั้งแต่…..”



ท่าทางม้าตัวนี้จะชอบคุณนะ



ตามปกติ...มันน่าจะกลัวผม



ฮิมชานเอ่ยตอบยงกุกโดยที่ไม่ได้หันหน้ากลับไปมอง มือเรียวอันเย็นเฉียบของเขายังคงลูบไล้ไปบนใบหน้าของเจ้าม้าสีขาวที่ยังดุนดันมือของฮิมชานไม่ยอมห่าง



คุณอยากลองขี่มันดูไหม



ผมขี่มันได้เหรอ



ยงกุกไม่ได้ตอบอะไร เขาทำเพียงจับมือของฮิมชานแล้วเดินนำไปยังประตูทางเข้าของคอกม้า เจ้าม้าแสนรู้ก็เลียบเลาะเดินตามไม่ห่างราวกับรู้สึกถูกชะตากับคนแปลกหน้าที่พึ่งได้เจอกันครั้งแรก



เพราะความตื่นเต้นที่จะได้ขี่ม้าอีกครั้ง ทำให้ฮิมชานลืมนึกเอะใจไปว่า ชายหนุ่มที่พึ่งเจอกันเมื่อไม่นานอย่างยงกุก รู้ได้อย่างไรว่าเขาขี่ม้าเป็น



เจ้าของฟาร์มได้แต่ยืนกอดอกมองดูอยู่ไกลๆ แสงสีส้มอัสดงยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดินเริ่มฉายชัดตรงปลายยอดไม้ และสองร่างที่พากันควบม้าวิ่งแข่งกันอยู่กลางทุ่งหญ้าอย่างสนุกสนาน คนหนึ่งขี่ม้าสีขาว คนหนึ่งขี่ม้าสีดำ งดงามราวกับภาพวาดที่มีชีวิต



ซองวอนเริ่มไม่แปลกใจกับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ เพราะภาพที่เขาเห็นเบื้องหน้าในตอนนี้กำลังตอกย้ำอย่างชัดเจน ความรักกำลังลอยอวลไปทั่วบรรยากาศรอบกายของสองคนนั้น จนเขาที่มองอยู่ไกลๆ ยังสามารถรับรู้ได้



เมื่อเห็นพระอาทิตย์ใกล้ลาลับของฟ้าฮิมชานก็ชะลอความเร็วของเจ้าม้าขี้เล่นที่เขากำลังขี่อยู่ให้ช้าลง ยงกุกก็ชะลอความเร็วม้าสีดำที่ตนเองขี่ให้มาเดินเทียบเคียงกับม้าของฮิมชาน



ยงกุกอดไม่ได้ที่จะจ้องมองใบหน้างดงามที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อผุดพราวทั่วใบหน้า แต่กลับเต็มอิ่มไปด้วยรอยยิ้มเจิดจ้าสดใส ผิดกับยามปกติที่ฮิมชานมักจะมีใบหน้าที่เคร่งขรึมราวกับสวมหน้ากากไว้ตลอดเวลา ยงกุกรู้ดีว่าฮิมชานทำเช่นนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ใครรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง



ผมว่า...คืนนี้เราค้างที่นี่กันก่อน แล้วค่อยออกเดินทางพรุ่งนี้ตอนเช้า



อืม



ฮิมชานนึกคำนวณเวลาเรื่องการเดินทางอยู่ในใจ เมื่อเขาเห็นว่ายังพอมีเวลากว่าจะถึงกำหนดการเดินทางไปยังอีกเมืองหนึ่งเพื่อไปหาคิงส์วูล์ฟ เขาจึงไม่ปฏิเสธคำชวนของยงกุก



ยงกุกก้าวลงจากหลังม้าก่อนจะหันไปยื่นมือให้กับฮิมชานเพื่อช่วยประคองให้ก้าวลงมาจากหลังม้า ในจังหวะที่ฮิมชานโน้มตัวลงเพื่อจับมือของยงกุก จังหวะนั้นเขาก็เผลอสบสายตาคมของยงกุก ...แล้วจู่ๆ ก็เหมือนกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน



คุ้นเคย.....



คุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด

 







ฮิมชาน



เหมือนกับฮิมชานได้ยินเสียงแหบต่ำของยงกุกเรียกแว่วอยู่ไกลๆ เพียงชั่วพริบตาทุกอย่างก็กลับสู่ปกติ มือหนาอุ่นร้อนกระชับจับมือเย็นของเขาเอาไว้แน่น ใบหน้าคมเข้มฉายแววเป็นห่วงออกมาอย่างชัดเจน ก่อนยงกุกจะประคองร่างของเขาให้ก้าวลงมาจากหลังม้าอย่างช้าๆ



“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าฮิมชาน”



“เอ่อ..เปล่า...ผมแค่คิดถึง...เรื่องอื่นอยู่”



แม้ฮิมชานจะลงมายืนบนพื้นดินได้อย่างปลอดภัยแล้ว แต่เรียวแขนหนาก็ยังโอบรอบเอวของฮิมชานไม่ยอมปล่อย ในขณะที่ฮิมชานเองก็ยังคล้องเรียวแขนของตนเองไว้รอบคอของยงกุกไม่ปล่อยเช่นกัน สองสายตาต่างก็มองสบกันอย่างลึกซึ้ง



ตอนนี้คุณกำลังคิดอยากจะจูบผมอยู่ใช่ไหม



เมื่อฮิมชานเริ่มทนสายตาอันร้อนแรงและเต็มไปด้วยความหมายจากยงกุกไม่ได้ เขาจึงแสร้งเอ่ยเย้าพลางแลบเลียริมฝีปากแดงฉ่ำ และเขาก็รู้ว่าตนเองคิดผิด เมื่ออีกคนโน้มตัวเข้ามาใกล้พร้อมกระซิบประโยคชวนคิดไปไกลด้วยเสียงอันแหบต่ำ



“ไม่....เพราะผมคิดไปถึงตอนที่ผม...กำลังขยับอยู่ในร่างกายของคุณแล้วล่ะที่รัก










อะแฮ่ม!



ซองวอนส่งเสียงกระแอมไอขัดจังหวะคู่รัก ทำให้ฮิมชานตกใจรีบผลักอกของยงกุกให้ออกห่าง หัวใจของเขากำลังเต้นไม่เป็นจังหวะจากคำพูดของยงกุก จนใบหน้าของเขาเริ่มร้อนผ่าวจึงต้องทำเป็นเสไปมองทางอื่น



ซองวอนและยงกุกช่วยกันจูงม้าเข้าไปเก็บไว้ในคอก ก่อนพากันเดินนำเข้าบ้านโดยมีฮิมชานเดินตามหลัง



คืนนี้ฉันกับฮิมชานขอค้างที่นี่นะ



เออ จะเดินมาบอกอยู่ว่าฉันเตรียมบ้านพักไว้ให้แล้ว ขับรถกลับตอนมืดๆ ค่ำๆ มันอันตราย



ขอบใจ



ไปกินข้าวเย็นกัน ฉันให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้แล้ว



นายมีแม่บ้านด้วยเหรอ



ไอ้บ้า! นายคิดว่าฟาร์มใหญ่ขนาดนี้ ฉันจะดูแลคนเดียวไหวหรือไง



ก็ไม่เห็นมีใครในบ้าน



ปกติจะมีคนงานในฟาร์มสามคน แม่บ้านอีกหนึ่งคน แต่ช่วงนี้มีเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ฉันเลยยกให้เป็นวันหยุดยาวประจำปี นี่โทรไปตามแม่บ้านให้มาช่วยทำอาหารให้นายกับฮิมชานเป็นพิเศษเลยนะ เพราะถ้าให้ฉันลงมือทำเอง กลัวว่าจะกินกันไม่ได้ ฮ่าๆๆ



ยงกุกนึกถึงงานเทศกาลเฉลิมฉลองประจำปีในเมืองนี้ ซึ่งจะกินเวลาประมาณเกือบสองอาทิตย์ที่บริษัทธุรกิจต่างๆ พากันหยุดงาน ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าจะตกแต่งประดับไฟอย่างสวยงาม ถือว่าเป็นเทศกาลแห่งความสุขและการพักผ่อนอย่างแท้จริง



นี่จึงเป็นสาเหตุที่พวกเขาต้องเสียเวลาอีกเป็นอาทิตย์ในการเดินทาง เพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองหนาวที่มีทัศนียภาพยามพระอาทิตย์ตกดินสวยที่สุด ดังนั้นจึงมีนักท่องเที่ยวที่สนใจแห่จองตั๋วเครื่องบิน เพื่อเดินทางมาเยี่ยมชมในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวเช่นนี้เป็นจำนวนมาก จนทำให้ตั๋วเครื่องบินเต็มแทบทุกเที่ยวบิน



ซองวอนเดินนำมายังโต๊ะอาหารที่ถูกนำมาตั้งไว้ตรงระเบียงหน้าบ้าน บนโต๊ะมีแต่อาหารพื้นๆ ไม่รู้ว่าเพราะความหิวโหยหรือเป็นเพราะรสชาติอาหาร ฮิมชานถึงรู้สึกว่าอาหารบนโต๊ะนั้นอร่อยไปหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นไก่อบตัวใหญ่ แฮมและไส้กรอกย่าง สลัดผักหรือแม้กระทั่งขนมปังที่แสนจะธรรมดา



ท่าทางคุณฮิมชานจะหิว



เมื่อถูกทักจากเจ้าของบ้าน ฮิมชานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขัดเขิน



ครับ...แต่แม่บ้านของคุณก็ทำอาหารอร่อยมาก



ถ้าแม่บ้านของผมรู้ เธอต้องดีใจแน่ๆ เลยครับ



ยงกุกหันไปยิ้มให้ฮิมชานอย่างมีความสุข เขาพอใจที่ได้เห็นฮิมชานในแบบนี้มีชีวิตธรรมดาที่มีความสุข



เอ่อคุณซองวอนครับ



ครับ



ผมขอถามอะไรคุณได้ไหมครับ



เรื่องอะไรครับ



คุณเป็นวูล์ฟใช่ไหม



ซองวอนทำหน้าตางุนงงเมื่อได้ยินคำถามจากฮิมชาน เขาหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างยงกุก ก็เห็นแต่รอยยิ้มส่งกลับมาให้ เมื่อฮิมชานเห็นซองวอนหันไปหายงกุก เขาก็รู้สึกตัวว่าตนเองอาจจะไร้มารยาทที่ไปถามชายเจ้าของบ้านเช่นนี้



ไม่ใช่อะไรนะครับ ผมแค่สงสัยว่า ทำไมม้าที่นี่ถึงไม่มีทีท่าตื่นกลัวเวลาได้กลิ่นคุณยงกุก ซึ่งอาจจะเป็นเพราะคุณเป็นวูล์ฟเหมือนคุณยงกุก แต่สำหรับผมพวกมันน่าจะกลัวผม



ซองวอนมองหน้าของฮิมชานสลับยงกุกไปมา ก่อนจะมีสีหน้าเลิ่กลั่ก



คุณเป็น…”



ฮิมชานเป็นบลัด



ยงกุกพูดต่อคำให้กับเพื่อนสนิทด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่เรียบเฉย ทั้งๆ ที่ในใจก็นึกขันกับอาการตกใจของซองวอน พวกผู้ชายเผ่าพันธุ์วูล์ฟไม่ค่อยคุ้นชินกับเผ่าพันธุ์บลัดสักเท่าไหร่ แถมยังเคยได้ยินเรื่องเล่าแย่ๆ เกี่ยวกับนิสัยของบลัดมาแบบปากต่อปาก 



แถมยงกุกยังเคยเปรยกับซองวอนถึง ...ใครคนหนึ่ง 






ใครคนหนึ่ง...



คนที่อยู่ในฝันของเขามาตลอดนับเป็นพันๆ ปี



คนที่เขาตกหลุมรัก



คนที่เขาตามหา








ยงกุกจึงไม่แปลกใจที่ซองวอนมีสีหน้าตกใจปนประหลาดใจเช่นนี้ และเมื่อฮิมชานเห็นท่าทีอึกอักของซองวอน เขาก็หันกลับไปมองหน้าคนที่นั่งข้างกาย ยงกุกจึงรีบอธิบายสิ่งที่เพื่อนของเขาต้องการจะสื่อออกมาทันที เพราะไม่ต้องการให้ฮิมชานเข้าใจอะไรผิดๆ



อย่างที่คุณคิดนั่นล่ะ ม้าที่นี่ถูกเลี้ยงด้วยวูล์ฟจึงคุ้นเคยกลิ่นของวูล์ฟดี ส่วนพวกม้าที่ไม่กลัวคุณ ก็คงเป็นเพราะว่าคุณเองไม่ได้มีกลิ่นอายแห่งความน่ากลัวเหมือนที่คุณคิดสักหน่อย”



หลังจากฟังยงกุกพูด ฮิมชานก็หันไปมองหน้าซองวอนที่ยังมีทีท่าอ้าปากพะงาบๆ เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้ จนยงกุกต้องหันมาอธิบายต่อ



“แล้วก็...ที่ซองวอนตกใจ...เขาไม่ได้ตกใจที่คุณเป็นบลัด...แต่ว่าผมเคยเล่าเรื่องของคุณให้ซองวอนฟัง



ฮิมชานหันขวับมาจ้องใบหน้ายงกุกด้วยความไม่พอใจทันที เมื่อได้ยินว่าเรื่องราวของตนเองถูกถ่ายทอดมายังบุคคลที่สาม โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเขา ยงกุกได้แต่อมยิ้มตอบรับสายตาดุดันจากฮิมชาน



ผมเล่าเรื่องของคุณ…คุณ...ที่อยู่ในความฝันของผมมานาน...จนถึงตอนนี้



ฮิมชานขมวดคิ้วแน่น ใบหน้างดงามเริ่มบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิด ดวงตาสีแดงฉาดฉายดุดัน จนซองวอนต้องรีบลุกเดินหนีเข้าบ้านไป ก่อนจะโผล่ศีรษะออกมาโยนกุญแจบ้านพักหลังเล็กที่ถัดออกไปในป่าให้กับยงกุก



ฮิมชานหงุดหงิดเพราะเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่ยงกุกพูด….



ยงกุกพูดราวกับว่าเขาทั้งสองคนเคยพบเจอกันมาก่อน









ถ้าคืนนี้คุณไม่พูดทุกอย่างออกมาให้หมด ผมสาบานว่าผมจะฆ่าคุณให้ตายสมใจอย่างแน่นอน

 











………………………………………

 



 

ปัง!

 


โครม!



อยู่ๆ ประตูหน้าห้องพักก็ถูกกระแทกกระเด็นเข้ามาเสียงดังลั่น จนคนที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงสะดุ้งตื่น และไม่ทันได้ตั้งตัว เขาทั้งคู่ก็ถูกล็อคแขนและขาไว้ไม่ให้ขัดขืนจากกลุ่มชายในชุดดำที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าร่วมสิบคน



"พี่จงออบ!"



"จุนฮง!"



จงออบที่รูปร่างเล็กจนเสียเปรียบถูกคนร้ายมัดมือไขว้หลังไว้อย่างแน่นหนา ริมฝีปากบางก็ถูกคนร้ายนำผ้าผืนยาวมามัดปิดปากเอาไว้จนเสียงที่พยายามเปล่งออกมาให้ได้ยินเป็นเพียงเสียงอึกอักในลำคอ ดวงตาสีเขียวเรืองรองเป็นประกายโกรธขึ้ง จนภาพสุดท้ายที่เห็นก็มืดดับไปเพราะถูกคลุมศีรษะด้วยถุงผ้าสีดำหนา



“พี่จงออบ!



ส่วนจุนฮงที่พยายามใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดดิ้นรนขัดขืน ก็โดนรุมทำร้ายด้วยไม้เบสบอลโลหะที่อีกฝ่ายติดมือมาเป็นอาวุธ จนบาดเจ็บลงไปนอนกองกับพื้นห้อง



แม้ร่างกายของบลัดจะสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่กับจุนฮงที่พึ่งเป็นบลัดกลายพันธุ์ได้ไม่นาน และยิ่งอาวุธของอีกฝ่ายที่ทำด้วยโลหะชนิดพิเศษ ก็ยิ่งทำให้อาการบาดเจ็บในร่างกายของจุนฮงฟื้นฟูได้ลำบากยิ่งขึ้น



เด็กหนุ่มร่างสูงพยายามตะเกียกตะกายพาร่างกายช่วงบนอันเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยร่องรอยบาดเจ็บ เขาสวมใส่เพียงกางเกงขายาว วิ่งเท้าเปล่าตามคนร้ายออกมาจากห้องพัก



"ไปได้แล้วเว้ย"



เสียงหนึ่งในคนร้ายตะโกนบอกพรรคพวกให้รีบขึ้นรถ และเพียงพริบตาเหล่าคนร้ายที่ลักพาตัวจงออบไปก็อาศัยรถตู้สีดำไร้ทะเบียนจำนวนสามคันขับหายไปในความมืด



"แม่งเอ้ย!"



จุนฮงสบถออกมาพร้อมออกแรงเตะก้อนกรวดบนพื้นจนฝุ่นฟุ้งกระจายด้วยความโมโห หลังจากที่วิ่งออกมาทันเพียงแค่เห็นรถตู้ของคนร้ายขับแล่นหายไปลับตา



เขาเดินหมุนไปมาอยู่ที่เดิมด้วยความกดดัน ยิ่งนึกถึงภาพคนรักถูกทำร้าย เขาก็ยิ่งจะแทบขาดใจ



จุนฮงทิ้งกายลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เมื่อพยายามคิดหาหนทางออก และเขาก็นึกได้ถึงคำสั่งของฮิมชานว่าหากมีอะไรเกิดขึ้น ให้ติดต่อหา ยุนอึนบี ผู้พิทักษ์เผ่าพันธุ์



หลังจากคิดได้ เด็กหนุ่งก็รีบวิ่งกลับไปยังห้องพักทันที เขาสอดส่ายสายตาเพื่อหามือถือของจงออบที่น่าจะร่วงหล่นอยู่สักที่ภายในห้องนี้



“อยู่ไหนวะ....”



จุนฮงทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง มือหนาขยี้ผมสีน้ำตาลอ่อนของตัวเองอย่างหงุดหงิด ในมือของเขามีเศษซากมือถือที่แตกยับเยินกำเอาไว้แน่น ก่อนที่มันจะถูกเขวี้ยงออกไปกระแทกอัดกับผนังห้องด้วยแรงโมโห



บัดซบเอ้ย!"



สองมือถูกยกขึ้นมาปิดใบหน้า เขาพยายามครุ่นคิดหาทางออกเท่าที่คนวัยสิบห้าปีอย่างเขาจะทำได้ ในใจของเด็กหนุ่มได้แต่ก่นด่ากล่าวโทษตัวเองซ้ำๆ น้ำตาแห่งความเสียใจก็พาลจะหยาดหยด



 “พี่จงออบ ผมขอโทษ....ผมจะทำยังไงดี ผมจะช่วยพี่ได้ยังไง





แค่นี้ยังปกป้องไม่ได้



คนรักของเขา ... เขายังปกป้องเอาไว้ไม่ได้



ห่วยสิ้นดี

 









พลันดวงตาสีฟ้ากระจ่างก็แลเห็นกุญแจรถของจงออบตกหล่นอยู่ข้างเตียง จุนฮงรีบฉวยกุญแจรถพร้อมกับคว้าเสื้อคลุมและรองเท้า ออกวิ่งไปที่รถของจงออบที่ยังจอดอยู่หน้าโรงแรมทันที



โชคดีบนความโชคร้าย...



จุนฮงขับรถเป็นมาตั้งแต่อายุสิบสาม และเขายังจำถนนหนทางได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งคฤหาสน์ของฮิมชานด้วย



“พี่จงออบ รอผมก่อนนะ ผมจะรีบไปตามคนมาช่วย”









.......................................



อัพครบร้อยแล้วค่าาาาาา

ช่วงนี้ไรท์งานยุ่งมากๆ แต่ก็พยายามหาทางอัพให้ได้อ่านกันอย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งตอน เรื่องราวน่าจะไม่เกินสามสิบตอนนะคะ ซึ่งคงจะจบช่วงหลังปีใหม่ค่ะ เกียมตังไว้เปย์รวมเล่มไว้ด้วยน้าาาาา



สำหรับตอนนี้คุณบลัดคนพ่อได้ขี่ม้า ตอนหน้าจะได้ขี่หมาป่าหรือเปล่าไม่รู้ 555



ส่วนจงออบที่ถูกจับตัวไป จุนฮงจะตามไปช่วยได้หรือไม่ รอติดตามค่ะ



ฉากคัทซีนของคู่คุณลูก ตอนหน้าจะมาหรือไม่มาก็ลุ้นกันดูนะคะ



ปล.1 ไม่ต้องเดาว่าแดฮยอนหมาป่าจอมหื่นคืนร่างเป็นสามัญชนใส่เสื้อผ้าหรือไม่

คำตอบบอกได้เลยว่า ไม่ค่ะ จะได้ไม่ต้องสงสัย 555



ปล.2 จุนฮงใส่แค่กางเกงตอนนอน แล้วจงออบล่ะ

จงออบไม่เปลือยน้าาา คุณพ่อมดแต่งตัวครบค่ะ กลัวน้องหนาววว 555



หวีดได้ ให้กำลังใจไรท์ได้ตามแท๊กนี้เลยค่ะ

#แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น

@JustMariWriter


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

208 ความคิดเห็น

  1. #140 ~Rella~ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 12:50
    ทำไมเขินที่ไรท์บอกว่า ฮิมชานจะได้ขี่หมาป่าหรือเปล่า 5555555 นึกภาพตามแล้วเขิน แดแจก็หวานจนอิจ อิจหนักมากกกกกกกกกกกก แต่แอบเอ็นดูที่แจคุ้นชินกับร่างหมาป่า วงวารแดไปอี๊กกก เอ็นดูตะจูด้วย ขอให้ไปช่วยออบได้เร็วๆ นะ ตอนแรกคิดนะ ว่าจูใส่แต่กุงเกง ละออบใส่อะไร พอไรท์มาเฉลยนี่ดับฝันเลยค่ะ 5555555
    #140
    1
    • #140-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 20)
      26 พฤศจิกายน 2561 / 21:41
      เขียนไปเขินไปเหมือนกันค่ะ อิ___อิ
      #140-1
  2. #139 Kurobuta (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 04:16

    พี่มาแล้วววววววว. แสดงว่าคู่พ่อเคยเจอกันจริงๆแต่เอาไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยสงสัยต่อ หมั่นไส้คุณพ่อบลัด แหมมมมม น้องชานเธอนี่ขี้หงุดหงิดจังนะ อะไรนิดอะไรหน่อยก็ถลึงตาดุๆใส่คุณวูล์ฟเค้าตลอดยอมเค้าแต่เวลารวมร่างรึไงเธอทำเป็นขู่จะฆ่าเค้าตัวเองดิจะถูกเค้าฆ่า ฆ่าด้วยอาวุธประจำร่ายกายคุณวูล์ฟ ???????????? คุณวูล์ฟก็ใจเย็นเนอะ อบอุ่นเวอร์ ทำไมคู่ของตะจูดูรันทดน่าสงสารถูกกระทำตลอด แงงงง ใครบังอาจมาทำร้ายคิดอยู่เหมือนกันว่าจงออบจะเปลือยดีนะที่กลัวน้องหนาววววว ไรท์งานยุ่งเหรอ อนุญาตให้พักได้แต่อย่าหายไปนะ (ใช้สิทธิ์อะไรไปสั่งเค้า) เรื่องเปย์ไม่ต้องห่วง จัดไปทำเรื่อกู้BANKไว้ละ555555 รักไรท์ที่สุด????????????????

    #139
    1
    • #139-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 20)
      26 พฤศจิกายน 2561 / 21:41
      จะพยายามมาอัพให้อ่านบ่อยๆ น้าาาา ขอบคุณสำหรับทุกเม้นเลยค่ะ
      #139-1
  3. #138 nammint042 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 17:54
    OMG!!! ใครจับตัวจงออบไป??? ขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นจงออบเลย เริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความลุ้นระทึกแล้ว 😣
    #138
    2
    • #138-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 20)
      26 พฤศจิกายน 2561 / 21:40
      หวังว่าจุนฮงคงจะไปพาคนไปช่วยคุณพ่อมดได้เร็วๆ นี้ค่ะ
      #138-1
    • #138-2 nammint042(จากตอนที่ 20)
      26 พฤศจิกายน 2561 / 23:19
      ลุ้นๆหวังว่าทุกคนจะอยู่รอดปลอดภัย
      #138-2
  4. #137 Kurobuta (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 01:17

    หึงกระทั่งร่างหมาป่าของตัวเอง5555 คุณแดน่าสงสารรรรรรวาร์ปไปวันศุกร์เลยได้มั้ย????

    #137
    1
    • #137-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 20)
      22 พฤศจิกายน 2561 / 15:01
      มาอ่านนนต่อออออ
      #137-1