[B.A.P] 'till the end : แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น [END]

ตอนที่ 18 : Meet the guardian

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    6 พ.ย. 61




ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก



หลังจากจงออบกลับไปได้ไม่นาน ยองแจก็ถูกเรียกตัวให้ไปพบกับผู้เป็นบิดาที่ห้องทำงาน



“คุณพ่อ...น้องแจพาแดฮยอนเข้าไปด้วยได้ไหมฮะ”



ฮิมชานหันไปตามเสียงร้องเรียกของบุตรชายทันทีหลังจากสิ้นเสียงเคาะประตูห้อง ใบหน้าหวานโผล่ชะโงกอยู่หลังประตูห้องทำงานที่เปิดแง้ม ดวงตาเรียวสวยเป็นประกายมองมาทางบิดาอย่างมีความหวัง



“เข้ามาสิ .. พาแดฮยอนเข้ามาด้วย”



ทันทีที่ได้ยินคำอนุญาต คนตัวเล็กก็เปิดประตูออกกว้าง พลางหันไปกวักมือเรียกอีกคนที่ยืนรออยู่ด้านหลังให้เดินตามเข้าไปในห้อง



“ตอนเย็นนี้คุณพ่อจะออกไปข้างนอกนะครับ คุณพ่อมีนัดกับคุณยงกุก”



เมื่อเห็นบุตรชายทำหน้าหงอยเพราะรู้ว่าบิดากำลังจะออกไปข้างนอกอีกแล้ว ฮิมชานก็ใช้มือเรียวสวยประคองใบหน้าของบุตรชายให้แหงนเงยขึ้นสบตา



“คุณพ่อกับคุณยงกุกต้องไปเตรียมเอกสารการเดินทางของลูกกับแดฮยอน เพราะเราต้องเดินทางไปต่างเมือง คุณพ่อไม่อยากให้มีข้อผิดพลาดหรือเกิดอันตรายขึ้นกับลูกหรือแดฮยอน”



ฮิมชานเหลือบสายตามองหน้าของแดฮยอน เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ



“แดฮยอน ต่อไปนี้ เป็นหน้าที่ของนายที่จะต้องดูแลยองแจ”



“ครับ”



“หวังว่านายคงไม่ทำให้ฉันผิดหวัง”



“ไม่ว่าคุณจะถามผมสักกี่ครั้ง ผมก็ยังขอตอบคุณด้วยคำตอบเดิมๆ คือ ผมสัญญาว่าจะดูแลยองแจด้วยชีวิตของผม”



น้ำเสียงดุดันข่มขู่ของบิดาก็ทำให้ยองแจลุกลี้ลุกลน เพราะไม่อยากให้บิดาดุด่าคนรัก แต่พอได้ยินคำตอบรับอย่างหนักแน่นของแดฮยอน ยองแจก็ได้แต่ก้มหน้าซุกไปกับอ้อมอกของคนเป็นบิดา จนเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของฮิมชานและแดฮยอนได้เป็นอย่างดี



“อึนบี”



เพียงแค่ฮิมชานเอ่ยเรียก หญิงรับใช้ที่หลบอยู่ในเงามืดก็ก้าวขาออกมายืนค้อมกายรับคำสั่งต่อหน้าผู้เป็นเจ้านาย แดฮยอนชะงักด้วยความตกใจเล็กน้อย เพราะเขาจับสัญญาณของอึนบีที่อยู่ในห้องไม่ได้เลย จนเธอปรากฏตัวยืนอยู่ข้างกายของเขา



“ช่วงนี้มีเหตุการณ์ไม่ค่อยดีในเมือง ฉันกับยงกุกอาจจะต้องเข้าไปดูหน่อย เธอต้องดูแลเด็กทั้งสองคนนี้ให้ดี ...อย่าให้เสียชื่อผู้พิทักษ์ล่ะ อึนบี



“เจ้าค่ะนายท่าน ยุนอึนบี น้อมรับคำสั่ง”

 





แดฮยอนพึ่งได้รู้ว่า ผู้พิทักษ์เผ่าพันธุ์ ...ผู้พิทักษ์รัชทายาทแห่งเผ่าพันธุ์บลัด...คือ ยุน อึนบี



ยุนอึนบีที่...เป็นทั้งพี่เลี้ยงของยองแจ เป็นทั้งหญิงรับใช้คนสนิทของฮิมชาน เป็นหญิงสาวที่ชอบทำท่าทางน่ารำคาญแต่ก็แอบแฝงความเอ็นดูแก่หมาป่าอย่างเขาอยู่ไม่น้อย



และข้อสำคัญ แดฮยอนมั่นใจว่า ความรักและของอึนบีที่มีต่อยองแจไม่น้อยไปกว่าความรักของคนเป็นมารดาที่มีให้ต่อบุตร

 

 








แดฮยอนเดินออกมาจากห้องทำงานของฮิมชานพร้อมกับอึนบี หลังจากที่ฮิมชานบอกว่าจะทำพิธีกรรมอวยพรวันเกิดให้ยองแจ ทั้งคู่ก็ออกมายืนรออยู่หน้าห้องอย่างเงียบๆ



“พี่อึนบี”



ตั้งแต่แดฮยอนกลายร่างเป็นสามัญชน เขาก็ยังไม่มีโอกาสได้สนทนากับอึนบีอย่างจริงจังเลยสักครั้ง เมื่อนึกย้อนไป ตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์นี้ อึนบีก็มีบุญคุณกับเขาไม่ใช่น้อย



“หืม”



“ผม...ขอโทษ...เรื่องที่เมื่อก่อนนี้เคยดื้อกับพี่”



“ดื้อ... ดื้อเรื่องอะไร”



หญิงสาวอมยิ้มเมื่อเห็นเด็กหนุ่มรูปร่างกำยำสง่างามแต่ทำท่าทางเหมือนกำลังกลัวเกรงเธอ แลดูคล้ายเจ้าหมาป่าตัวใหญ่ที่กำลังทำหูลู่หางตกยามที่ถูกเจ้านายดุ



“ก็...ที่ผมเคยแอบพายองแจออกไปเที่ยวข้างนอก ...แล้วก็...กินข้าวเยอะจนพี่ชอบบ่นผม”



“เด็กโง่เอ้ย!..ที่พี่โมโหเวลาพวกนายพากันออกไปข้างนอก ก็เพราะกลัวว่ายองแจกับนายจะเป็นอันตราย”



อึนบีเอื้อมมือไปขยี้เรือนผมสีดำสนิทของเด็กหนุ่มที่ตัวสูงกว่าอย่างมันเขี้ยว เธอรู้สึกคุ้นเคยกับแดฮยอนอย่างแปลกประหลาด แต่เธอก็คิดว่าคงเป็นเพราะบุคลิกของแดฮยอนไม่ได้เปลี่ยนไปจากตอนอยู่ในร่างของหมาป่ามากนัก



“ผม.........”



“แต่นายก็...กินจุจริงๆ ....จนไม่น่าเชื่อว่า ตอนกลายร่างเป็นสามัญชนจะรูปหล่อขนาดนี้ ... พี่นึกว่าจะอ้วนตุ๊ต๊ะเป็นตุ๊กตายัดนุ่นซะแล้ว”



“พี่อึนบี!



“อย่าคิดมากน่า....สำหรับพี่...แค่นายรักยองแจก็พอ”



แดฮยอนก้มศีรษะค้อมกายลงต่ำเพื่อแสดงความเคารพต่อหญิงสาวตรงหน้าอย่างสูงสุด ...จากหัวใจของเด็กหนุ่ม



“ผมก็ขอบคุณพี่อึนบีเป็นอย่างมาก...ที่กรุณาดูแลยองแจมาเป็นอย่างดี”

 







......................

 





บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ยองแจถูกจับนั่งหันหน้าเข้าหาบิดา คนตัวเล็กขยับกายหยุกหยิกเล็กน้อยเพื่อปรับท่านั่งให้สบายขึ้น ฮิมชานอมยิ้มอย่างเอ็นดู มือเรียวลูบไล้ไปทั่วกรอบหน้าอันแสนหวานของบุตรชาย



“ยองแจของพ่อโตขึ้นเยอะเลย รู้ไหมครับ”



“แต่น้องแจก็ยังเป็นลูกชายตัวเล็กๆ ของคุณพ่ออยู่เสมอนะฮะ”



ยองแจทุ่มกายเข้าสวมกอดบิดาแน่น ใบหน้าหวานถูไถไปบนแผ่นอกของบิดาอย่างออดอ้อน ฮิมชานกระชับอ้อมกอดพลางโยกตัวไปมาปลอบโยนบุตรชายราวกับเป็นเด็กตัวน้อยของเขาในวันวาน



“ลูกจำได้ไหม ว่าคุณพ่อให้ของขวัญวันเกิดกับหนูไปแล้ว”



“จำได้ครับ”



เสียงหวานตอบอู้อี้ออกมา ไม่ยอมละใบหน้าออกจากอ้อมกอดอุ่นของบิดา



“ขอคุณพ่อดูหน่อยครับ ว่าหนูยังใส่อยู่หรือเปล่า”



ยองแจค่อยๆ ผละกายออก แหวกคอเสื้อเชิ้ตสีเทาที่สวมใส่ให้อ้าออก เผยสายสร้อยเส้นเล็กประดับจี้กางเขนประดับเพชรสีแดงสดตัดกับผิวกายขาวเนียนละเอียดของเจ้าของ



“พ่อจะ...ให้คำอวยพรต่อลูก...และหวังว่าลูกจะจดจำเงื่อนไขในพิธีนี้ได้”



“ห้ามให้ใครได้ล่วงรู้ถึงคำอวยพรหรือของขวัญในพิธีการอวยพรวันเกิดเป็นอันขาด”



ยองแจพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ พร้อมท่องประโยคที่บิดาคอยพูดพร่ำสอนซ้ำๆ มาตั้งแต่เด็กจนจำได้ขึ้นใจ



เพียงไม่นานภายในห้องทำงานของฮิมชานก็ถูกความมืดดำกลืนกินไปทีละน้อยๆ ยองแจนั่งนิ่งจ้องมองแต่ดวงตาของฮิมชานที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน มือเรียวของฮิมชานที่คอยลูบไล้แผ่นหลังบุตรชายเพื่อปลอบโยนก็ถูกยกขึ้นมาปิดบังดวงตาเรียวสวยแล้วลูบลงอย่างแผ่วเบา



“หลับตาก่อนครับคนดี”



ราวกับถูกสะกดจิต ยองแจทำได้เพียงแค่ทำตามคำสั่งของบิดา ร่างกายแข็งค้างเหมือนถูกมวลอากาศโดยรอบบีบรัดแน่นจนไม่สามารถขยับกายเคลื่อนไหวได้ตามใจนึก



“พระเจ้ารู้ดีว่า....เลือดในกายของข้าที่มอบให้กับ...ยูยองแจ..บุตรอันเป็นที่รักยิ่ง.......เลือดทุกหยาดหยด...ข้ามอบให้ด้วยความเต็มใจ...เลือดทุกหยาดหยด....ข้ามอบให้ด้วยใจปรารถนา...เลือดทุกหยาดหยด...ข้ามอบให้ด้วยความรัก...”



เสียงแหบต่ำนุ่มนวลกระซิบเบาแต่หนักแน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งหัวใจ ยองแจรับรู้ถึงความรักอันท่วมทันที่ได้รับจากบิดามาตลอด เขาคิดอยู่เสมอว่า ตนเองนั้นโชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดมาเป็นบุตรของผู้ชายที่ชื่อว่า คิมฮิมชาน



“ในนามบิดาและผู้กำเนิดแห่งเผ่าพันธุ์บลัด ... ข้า.. คิมฮิมชาน... ขอมอบเลือดหยดนี้ไว้ให้เป็นของขวัญเพื่ออวยพรวันเกิดแด่ ยูยองแจ ...”



ฮิมชานกัดปลายนิ้วของตนเองจนมีหยดเลือดไหลซึมออกมา เขาใช้ปลายนิ้วแตะลงบนจี้สีแดงสด ปล่อยให้โลหิตสีแดงฉานถูกเรดไดมอนด์ดูดซึมเข้าไปจนเกิดประกายระยิบระยับเรืองรอง แสงสีแดงเป็นประกายหมุนวนเหนือจี้บนลำคอของยองแจก่อนจะค่อยๆ จางหายไป



“หากวันใดเกิดเหตุอันเลวร้าย... เลือดหยดนี้จะช่วยฟื้นชีวิตคนสำคัญของเจ้าให้หวนคืน....ยูยองแจ...บุตรแห่งข้าเท่านั้นที่เป็นเจ้าของครอบครองของขวัญชิ้นนี้ ...แต่มันจะไร้ค่า...หากตกอยู่ในมือของคนอื่น”



ยองแจรู้สึกอุ่นเล็กน้อยบริเวณผิวกายที่สัมผัสถูกจี้ห้อยคอรูปกางเขนที่บิดามอบให้ และเมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศรอบกายกลับมาเป็นปกติ ดวงตาเรียวสวยก็ค่อยๆ ลืมขึ้น ยองแจเห็นรอยยิ้มคุ้นเคยของบิดาที่ฉายเต็มใบหน้า รอยยิ้มหวานก็ส่งตอบออกมาให้บิดาได้เห็นจนชื่นใจ



“แจรักคุณพ่อที่สุดในโลกเลย”



ริมฝีปากอิ่มเอื้อนเอ่ยเอาใจ ฮิมชานใช้มือเรียวบีบจมูกคนบนตักอย่างมันเขี้ยว



“อย่าไปพูดให้ไอ้หมาขี้หึงได้ยินนะ เดี๋ยวคุณพ่อจะถูกมันไล่งับ”



“งือ...คุณพ่อ...”



“หนูจำคำสัญญากับคุณพ่อได้ใช่ไหมครับ”



ฮิมชานแตะปลายนิ้วลงบนจี้เรดไดมอนด์ที่แขวนห้อยบนลำคอของบุตรชายอีกครั้ง



“จำได้ครับ แจจะใส่สร้อยเส้นนี้ไว้ตลอดไม่ให้ห่างกาย”



“และจำเอาไว้ว่า มันจะใช้ได้เพียงแค่ครั้งดียวเท่านั้น”



“รับทราบครับ”



ยองแจทำหน้าตาตอบรับอย่างขึงขัง จนฮิมชานอดไม่ได้ที่จะกดปลายจมูกหอมแก้มกลมของลูกชายซ้ำๆ หลายต่อหลายครั้งด้วยความเอ็นดู และเขาก็ยอมปล่อยเมื่อเห็นบุตรชายหัวเราะจนเหนื่อยหอบ



“เดี๋ยวคุณพ่อจะออกไปข้างนอกแล้ว หนูก็อยู่กับแดฮยอนรอคุณพ่อกลับมานะครับ”



“เอ่อ...คุณพ่อฮะ”



“หืม”



“คุณพ่อรู้หรือเปล่าว่า...คุณลุงยงกุกน่ะ...”



เมื่อเห็นบุตรชายทำท่าทางอ้ำอึ้งเหมือนอยากจะพูดต่อ แต่ก็ยังอึกอักไม่ยอมพูดออกมาสักที ฮิมชานจึงลูบหลังบุตรชายเบาๆ



“คุณยงกุกทำไมครับ”



“คุณยงกุกน่ะ ..เอ่อ..ดูท่าทาง...เขาจะ...ชอบคุณพ่อของแจมากๆ เลย”



ฮิมชานเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขากำลังคิดว่าตนเองและยงกุกเผลอทำอะไรรุ่มร่ามไม่เหมาะสมต่อหน้ายองแจและแดฮยอนหรือเปล่า



“ลูก..ทำไมหนูคิดแบบนั้นล่ะครับ”



“แจแอบเห็น..ตอนที่คุณลุงเขา...เอ่อ..แจว่า...เขามองคุณพ่อตลอดเวลา แล้วก็...ยิ้มอย่างมีความสุขทุกครั้งที่เขามองคุณพ่อ”



พอได้ยินเหตุผลจากบุตรชาย ความร้อนก็แล่นริ้วไปทั่วใบหน้าของฮิมชาน ใช่ว่าเขาเองจะไม่รู้ตัว เพียงแค่ไม่ยอมรับในความรู้สึกนั้นต่างหาก



“แล้วหนู..เอ่อ..ชอบคุณยงกุกหรือเปล่า”




“แจชอบคุณลุงยงกุก เพราะคุณลุง..แบบว่า..เขาดู..รัก..คุณพ่อของแจ”







..............ต่ออีก 60% ค่ะ............




“พี่จงออบ”



หลังจากจงออบขับรถออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของฮิมชานได้ไม่นาน ท้องฟ้าสีส้มยามเย็นที่ปลายขอบฟ้าก็เริ่มมีความมืดมิดของยามราตรีคืบเคลื่อนเข้าทดแทน จุนฮงเอ่ยเรียกพ่อมดหนุ่มทำลายความเงียบขณะเดินทาง



“หืม”



“พี่เห็นหรือเปล่าว่า... ตอนที่ยองแจกับแดฮยอนกอดกัน ...ผมเห็น...”



“เส้นใยสีทองถักทอผูกพัน สองวิญญาณหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว .... นั่นคือ พันธะสัญญา” 



จงออบท่องตามคำบรรยายในบทบันทึกของหนังสือโบราณที่ตนเองจดจำได้ เพราะเคยอ่านผ่านตามาหลายต่อหลายครั้ง



“พันธะสัญญา?...แล้ว...มันคืออะไรครับ?



“มันคือ ...รักแท้ ...”



จงออบยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงภาพยองแจกับแดฮยอน เขามองเห็นถึงความเหมาะสมของทั้งคู่ 



และเหนืออื่นใด ..เขาเห็น...รักแท้....ที่ยากจะหาได้ในเด็กวัยเพียงเท่านี้



“จริงๆ พันธะสัญญาเป็นเวทย์มนต์โบราณของเผ่าพันธุ์วูล์ฟที่จะเกิดขึ้นกับคู่ที่มีรักแท้ต่อกัน....และเวทย์มนต์นี้จะไม่มีวันสูญสลายไป...จนกว่าจะสิ้นลมหายใจ”



จงออบค่อยๆ อธิบายให้จุนฮงฟังด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง เขานึกถึงเรื่องราวในความทรงจำมากมายที่ไหลผ่านมาในชีวิต โดยที่มือทั้งสองข้างยังคงกุมพวงมาลัยรถเอาไว้ สายตาก็ไม่ละไปจากเส้นทางของท้องถนน



“แล้ว...พวกเขาจะรู้ได้ยังไงครับ...ว่า.. นั่นคือรักแท้ของพวกเขา”



"พันธะสัญญาเป็นเวทย์มนต์ที่เกิดขึ้นเอง ไม่มีใครสามารถร่ายมนตรานี้ได้ ต่อให้เป็นไฮวิซซ์เองก็เถอะ ... ดังนั้น เชื่อเถอะว่า สิ่งที่นายเห็นน่ะ.. เป็นเรื่องอัศจรรย์และน่ายินดีสำหรับความรักของสองคนนั่น"



".........................."



เมื่อไม่ได้ยินเสียงเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกาย จงออบก็เกิดความรู้สึกอึดอัดขึ้นภายในหัวใจ ... เขาคิดว่า จุนฮงยังคงมีใจให้กับยูยองแจ ...ไม่มีเปลี่ยน



"นายยัง...รู้สึกกับยองแจ...."



"ไม่นะครับ ... ไม่...ผม...ไม่รู้สิครับ...."



จุนฮงรีบละล่ำละลัก อธิบายอย่างตะกุกตะกัก



"ผมแค่แปลกใจเหมือนกัน ...ที่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับยองแจเลย นอกจากคำว่า ...เพื่อน...แต่ว่า...."



แต่ว่า ...เขากลับรู้สึก....กับจงออบจน...ความรู้สึกข้างในหัวใจมันแทบจะล้นเอ่อออกมาอย่างห้ามไว้ไม่ไหว



"หืม...แต่ว่า...อะไร?"



"ปะ...เปล่าครับ ... เอาเป็นว่า ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับยองแจมากกว่าเพื่อน แล้วผมก็ดีใจที่คนทั้งคู่รักกัน"

 


“อืม... ก็ดี.....เพราะพี่จะบอกว่า....นอกจากไม่มีใครสร้างมนตราแห่งพันธะสัญญาได้แล้ว...ก็ยังไม่มีใครสามารถทำลายพันธะสัญญาได้เช่นกัน"



จุนฮงหันไปมองใบหน้าด้านข้างของพ่อมดหนุ่ม สันกรามด้านข้างที่อาจจะดูคมคายในสายตาบางคน แต่จุนฮงกลับมองว่างดงามจนน่าหลงใหล



"พันธะสัญญาคงเกิดกับคนที่รักกันมากๆ ล่ะสิครับ"



จะเป็นไปได้ไหม ... ที่ผม...กับพี่...จะรักกันแบบสองคนนั้นบ้าง



"ใช่....นอกจากรักกันมากแล้ว...ยังไม่มีสิ่งใดสามารถทำให้คนทั้งคู่เปลี่ยนใจจากกันได้อีก...จริงๆ เงื่อนไขของพันธะสัญญา ก็คือ ความรักมั่นคง... ลุ่มหลงห่วงใย... เต็มใจมอบชีวิต.. ผูกจิตจนสิ้นสูญ



พ่อมดหนุ่มยังคงทอดสายตามองนิ่งไปข้างหน้า ยิ่งขับรถในเวลาหลังพระอาทิตย์ตกดินมากแค่ไหน เขายิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ 



“อย่างนั้น .. แสดงว่ายองแจ..กับ..”



“ใช่ ... พวกเขาคือหัวใจของกันและกัน ...และนายรู้อะไรไหม...คู่ที่ผูกพันธะสัญญาไว้ด้วยกัน...หากคนใดคนหนึ่งสิ้นลมหายใจ อีกคนจะตายตามไปในทันที... นี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของพันธะสัญญา”



ดวงตาสีฟ้ากระจ่างใสเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ 



“แล้ว...มันเป็นความจริงหรือเปล่าครับ ...ผมหมายถึง ...มีคนที่ทำพันธะสัญญาแล้วตายตามคนรักไปจริงๆ น่ะครับ”



เพราะความคิดยังเยาว์วัย จุนฮงจึงไม่คิดว่าเรื่องที่ตนเองได้ยินนั้นเป็นเรื่องจริง จงออบหันกลับมาสบสายตาของจุนฮงชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับไปมองเส้นทางของท้องถนนที่ไฟหน้ารถฉายส่องผ่านความมืดมิดไปไกล ราวกับว่าการเดินทางในค่ำคืนนี้จะยังไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ



“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน... ว่าเคยมีใครตายตามคนรักเพราะพันธะสัญญาหรือเปล่า .... แต่ถ้าตายเพราะความรักล่ะก็... เห็นมานักต่อนักจนนับไม่ถ้วนแล้วล่ะ หึๆ”



จงออบยิ้มขื่นให้กับประโยคที่ตนเองเอ่ยออกมา ... เพราะเขาเองก็เคยเป็นเหยื่อของคำว่า..ความรัก..มาแล้วเช่นกัน



“พันธะสัญญามันไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ หรอกนะ ...ส่วนใหญ่จะเป็นการผูกพันธะปฏิญาณมากกว่า”



“พันธะปฏิญาณ?



“ใช่ .. มันเหมือนกับ...เอ่อ...การกล่าวคำสาบานในงานแต่งงาน...นั่นล่ะ”



“แล้ว...มันมีผลเหมือนกับพันธะสัญญาหรือเปล่าครับ”



“คล้ายๆ กัน แต่ต่างกันตรงที่ พันธะปฏิญาณจะไม่ทำให้อีกคนสิ้นใจตามคู่รักที่ตายไป... แต่ก็เพราะแบบนี้ล่ะ... ที่ทำให้พันธะสัญญาเกิดขึ้นยากกว่าพันธะปฏิญาณ ...เพราะคง...ไม่มีใครอยากจะตายตามใครไปจริงๆ หรอก... ถึงแม้จะรักกันมากแค่ไหนก็ตาม”



จงออบเอ่ยเยาะหยันเปรียบเทียบความรักตามความคิดเห็นและประสบการณ์ที่ผ่านของตนเอง จงออบยังเชื่อเรื่องความเห็นแก่ตัวในความรักมากกว่า เขาไม่เชื่อเรื่องการเสียสละเพื่อความรัก และเขายังมั่นใจว่าไม่มีใครคิดอยากจะตายตามคนรักไปจริงๆ หรอก 



จะมีใครที่รักคนอื่น....มากกว่าตนเอง

 


เด็กหนุ่มเบือนหน้าหันมองออกไปนอกหน้าต่างด้านข้างฝั่งที่ตนเองนั่ง ดวงตากลมสีฟ้าสะท้อนวาววับในความมืด เขาพูดพึมพำออกมาโดยไม่หวังว่าจะให้อีกคนได้ยิน แต่เพราะความเงียบภายในรถก็ทำจงออบได้ยินประโยคนั้นอย่างชัดเจน 






“แต่ถ้าเป็นผม.. ผมยอมตายตามคนที่รักไป...ดีกว่าต้องอยู่อย่างไร้หัวใจไปตลอดกาล”

 

 




..............................

 

 

 

 



ฮิมชานมายืนดักรอยงกุกตามนัดหมายตรงบริเวณล็อบบี้ของอาคารสูงที่ด้านบนเป็นเพ้นท์เฮ้าส์หรูหราของยงกุก ดวงตาสีดำกลมโตมองเห็นชายหนุ่มคนที่เขารอคอยเดินมาพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง มือของหญิงคนนั้นจับจูงเด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดูวัยประมาณสี่หรือห้าขวบมาด้วย



เมื่อฮิมชานพินิจใบหน้าของหญิงสาวที่เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับยงกุก หญิงสาวหน้าตาสะสวยอยู่ไม่น้อย เรือนร่างสะโอดสะอง จนเขาคิดว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน ตนเองคงจะต้องหาทางเข้าไปทำให้เป็น...เหยื่อ 



ตลอดเวลาที่ฮิมชานจับตามองยงกุกกับหญิงสาวคนนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงความสนิทสนมระหว่างคนสองคน จนทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก



ไม่ได้หึงสักหน่อย ... เขาก็แค่...ไม่ชอบที่เห็นยงกุก...ยิ้มแบบนั้น...กับคนอื่น



"นี่ คิมฮิมชานครับ"



"สวัสดีค่ะ ดิฉัน ฮันซอนฮวา ค่ะ"



ยงกุกแนะนำฮิมชานให้รู้จักกับหญิงสาวที่เดินมาด้วยกัน ใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตรของซอนฮวา ทำให้บลัดหนุ่มจำต้องข่มอาการหงุดหงิดพลางกดศีรษะลงต่ำรับการก้มหัวทักทายจากอีกฝั่งตามมารยาท



แต่เมื่อเธอเหลือบไปเห็นพนักงานต้อนรับตรงเคาน์เตอร์ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันทีราวกับมีเรื่องอึดอัดใจที่อยากจะพูดกับยงกุกเป็นการส่วนตัว



ยงกุกมองหน้าซอนฮวา ก่อนจะหันมาสบสายตากับฮิมชานอย่างลึกซึ้งพร้อมพูดเสียงต่ำในลำคอ



"พูดได้เลยครับคุณซอนฮวา ..กับฮิมชาน... ผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง"



คุณยงกุก!



บ้าไปแล้ว ...



ฮิมชานสบถอยู่ในใจ ...เขาเป็นบลัดนะ ร่างกายควรจะเย็นดุจน้ำแข็ง อยู่ๆ ใบหน้าจะมาร้อนผ่าวกับคำพูดและรอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็แสนจะเจ้าเล่ห์ของตาหมาป่าขี้หื่นได้ยังไง 



ซอนฮวาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะอมยิ้มเหมือนรู้ความหมายในคำพูดของยงกุก เมื่อแลเห็นแววตาอันหวานเชื่อมของยงกุกที่มีให้กับฮิมชาน จนใบหน้างดงามสะดุดตาของฮิมชานนั้นขึ้นสีแดงเรื่อ



"ที่นี่มีการเปลี่ยนพนักงานต้อนรับใหม่สองคน ฉันตรวจสอบประวัติแล้วไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ว่า.."



ซอนฮวาลดเสียงลงเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงความสงสัยที่เกิดขึ้นตามสัญชาตญาณ เพราะหลังจากที่เธอพยายามใช้เส้นสายในการหาข่าวเกี่ยวกับประวัติของพนักงานใหม่สองคนที่เข้ามาทำงานใหม่



"แต่ว่า?"



"มันดูขาวสะอาดจนเกินไป แล้วเขาก็...เป็นฮาล์ฟ"



"อืม"



"ช่วงนี้คุณต้องระวังตัวหน่อย ถ้าตรวจสอบเรียบร้อยเมื่อไหร่ ฉันจะแจ้งคุณให้ทราบอีกที"



"ขอบใจมาก"



"ระหว่างนี้ฉันร่ายเวทย์บังตาชั้นที่อยู่ของคุณไว้ให้ มันจะมีผลเฉพาะกับฮาล์ฟและสามัญชน"



"อืม"



"แล้วก็ ... เมื่อวันก่อน ฉันได้ยินเสียงโครมครามมาจากห้องของคุณ ฉันไม่มั่นใจว่า.."



"เอ่อ ...ครับ... พอดีผม...อยู่ในช่วงรื้อของแต่งห้องใหม่"



ยงกุกขมวดคิ้วนึกก่อนจะตอบกลับซอนฮวาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ในขณะที่ฮิมชานคิดตาม เมื่อพลันนึกออกถึงเหตุการณ์ร้อนแรงระหว่างตนเองกับยงกุกในห้องเพ้นท์เฮ้าส์ ฮิมชานก็ร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งใบหน้าอีกครั้ง



"อ๋อ ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ เพราะเวทย์มนต์ที่ฉันร่ายไว้ก็จะช่วยกันเสียงได้ด้วย น่าจะมีผลอีกสักหนึ่งเดือน ถ้าหากว่าคุณยังจัดห้องยังไม่เสร็จก็บอกฉันได้นะคะ ฉันจะได้ร่ายมนต์ให้คุณใหม่"



"ครับ ขอบคุณมากครับ"



"ถ้าอย่างนั้น... ฉันขอตัวก่อนนะคะ"



"เอ่อ คุณซอนฮวา"



"คะ?"



"คุณได้ยินข่าวอะไรแปลกๆ ในเมืองบ้างหรือเปล่า"



ซอนฮวาชะงักนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำถามจากยงกุก สายตาของเธอเหลือบมองฮิมชานก่อนจะตอบออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยใบหน้าเรียบเฉย



"ฮาล์ฟกำลังเคลื่อนไหว...ความปลอดภัยของสายเลือดบริสุทธิ์ต้องเพิ่มความระมัดระวัง"



เมื่อหญิงสาวหันหลังเดินจูงเด็กชายตัวเล็กออกไปพ้นลับสายตา ยงกุกก็หันกลับมาตอบข้อข้องใจของฮิมชานทันที



"ซอนฮวาเป็นวิซซ์ ผมจ้างเธอมาดูแลเรื่องระบบความปลอดภัยของสถานที่กบดานของผมทั้งหมด"



"ไว้ใจเธอได้ขนาดไหน"



ยงกุกยิ้ม เมื่อได้ยินคำถามที่บ่งบอกว่าฮิมชานไม่เคยคิดว่าจะไว้วางใจใครมากกว่าตัวเอง เขาเอื้อมมือไปดึงต้นแขนของฮิมชานให้ขยับเข้ามา ก่อนใบหน้าคมคายจะยื่นเข้าไปใกล้ จนอีกคนรับรู้ถึงไอร้อนที่จากลมหายใจที่รินรด



"บางทีเราก็ต้องเสี่ยง... หากเราต้องการมิตรแท้ ...”



ใบหน้างดงามงอหงิกเมื่อรู้ตัวว่าอีกคนกำลังยั่วโมโห ถึงรู้ว่านิสัยของตนเองเป็นเช่นที่ยงกุกพูดจริงๆ แต่ฮิมชานก็ไม่ชอบที่ยงกุกแสดงออกว่ารู้ทัน



“ฮันดงกึม ...สามีของซอนฮวา....ถูกพวกฮาล์ฟฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม"



ฮิมชานขมวดคิ้วมุ่น เมื่อได้ยินชื่อสามีของหญิงที่พึ่งจากไปเมื่อสักครู่ แต่นึกเท่าไหร่ก็ยังนึกไม่ออก



"เด็กนั่น ลูกของเธอเหรอ"



"อืม ..จงฮวาเป็นวิซซ์สายเลือดบริสุทธิ์"



"พ่อของเขาเป็น.."



"วิซซ์...จริงๆ แล้ว..ทั้งซอนฮวากับดงกึมเป็นผู้พิทักษ์เผ่าพันธุ์วิซซ์”



ฮิมชานเบิกตากว้าง เมื่อจำชื่อของฮันดงกึมขึ้นมาได้ บลัดหนุ่มเอ่ยพึมพำเบาๆ ความรู้สึกปวดปร่าแล่นวาบไปทั่วร่างกาย แม้จะไม่ได้รู้จักอย่างสนิทสนม แต่เขาก็เคยเจอผู้พิทักษ์ร่างยักษ์นั้นอยู่หลายครั้ง พอมารู้ว่าอีกฝ่ายเสียชีวิตด้วยน้ำมือของพวกฮาล์ฟ ..ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าใจ



“ฮันดงกึม...เขาเป็นผู้พิทักษ์ของไฮวิซซ์...ที่ผมรู้จัก....”

 

 

 

…………………………………

 

 



“คืนนี้ เราจะนอนค้างกันที่นี่”



จงออบเปิดประตูห้องพักโรงแรมข้างทางที่เขาพอจะหาได้ในเมืองเล็กๆ ระหว่างการเดินทางกลับบ้านของเขาที่อยู่อีกเมืองหนึ่ง ร่างกายที่อ่อนล้าหลังจากขับรถมาหลายชั่วโมงไม่ได้หยุด ประกอบกับการเข้าเวรที่โรงพยาบาลติดต่อกันมาหลายวัน จึงทำให้ตอนนี้เปลือกตาของเขาหนักอึ้งจนแทบลืมไม่ขึ้น



“แล้ว...เอ่อ...”



จุนฮงกวาดสายตามองเตียงนอนขนาดมาตรฐานที่ตั้งอยู่กลางห้องอย่างสงสัย เขาไม่เคยนอนร่วมห้องกับจงออบมาก่อน ตลอดเวลาที่เขาไปพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กของคุณหมอ เขาก็มีห้องนอนส่วนตัวแยกเป็นส่วนสัด



และถึงแม้จะอยู่ในบ้านเดียวกัน โอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับจงออบนั้นแทบจะไม่มี เพราะจงออบงานยุ่งจนแทบจะไม่มีเวลาให้เขาเลย



อย่างดีก็ได้แค่....จูบ



น่าน้อยใจชะมัด







“ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลของเมืองนี้น่ะ ห้องพักเลยหายาก นายคงไม่ถือนะ”



จงออบเห็นสีหน้าแปลกๆ ของจุนฮง เขาก็พาลคิดว่าจุนฮงคงรู้สึกอึดอัดใจที่จะต้องนอนร่วมเตียงกับเขา



“ถ้านายอึดอัด พี่นอนที่โซฟาก็ได้”



“ไม่ครับ..ไม่อึดอัด..นอนด้วยกันนี่ล่ะครับ” 



จุนฮงรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะคิดว่าตนรังเกียจ ทั้งๆ ที่ในใจกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ



“อืม ... พี่ขอไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน ... เหนื่อยเป็นบ้าเลย”



จงออบบ่นงึมงำ ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวเดินหายเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้เด็กหนุ่มร่างสูงนั่งจิตใจปั่นป่วนอยู่ตรงปลายเตียง



จุนฮงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะควบคุมอารมณ์ของตนเอง ฮอร์โมนในร่างกายของเขากำลังพุ่งพล่าน เมื่อนึกถึงรสสัมผัสที่เคยได้รับจากพ่อมดหนุ่ม



รสจูบที่หวานล้ำจนติดปลายลิ้น



ลมหายใจอุ่นร้อนผะแผ่วที่ปะทะเหนือริมฝีปาก



เสียงหอบหายใจราวกับกำลังอดกลั้นต่อความรู้สึกที่เริ่มก่อตัว

 







แกรก..



จุนฮงต้องพยายามฝืนกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเห็นจงออบเปิดประตูห้องน้ำเดินออกมา โดยเปลือยกายพันผ้าเช็ดตัวปิดบังเพียงช่วงล่างของร่างกาย ดวงตาสีฟ้ากลอกกลิ้งมองตามร่างของพ่อมดหนุ่มที่เดินไปมาเพื่อหาไดร์เป่าผมในห้องพัก



ร่างสมส่วนเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ดูสวยงาม



ผิวกายเนียนละเอียดเต็มไปด้วยหยดน้ำจนเป็นประกาย



ยอดอกสีชมพูหวานสะดุดตาบนผิวกายขาว



เส้นผมสีเทาเปียกชื้นที่ถูกคลุมด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเล็กอีกผืน



จุนฮงอยากจะบ้าตายไปกับภาพเรือนร่างกึ่งเปลือยของคนตรงหน้า ที่กำลังทำให้เขารู้สึกวูบวาบอย่างประหลาด หัวใจก็กำลังสั่นระรัวแทบกระเด็นกระดอนออกมานอกอก



“นาย...จะไม่อาบน้ำหรือไง?



ดวงตาสีเทาหม่นช้อนมองลอดเส้นผมหน้าม้าที่เปียกจนปรกลงบนใบหน้าขาวซีด จงออบเอ่ยถามเมื่อเห็นจุนฮงนั่งนิ่งมองตามเขาที่เดินไปมาทั่วห้อง .. จนเขาเองเริ่มรู้สึกแปลกๆ



ตอนแรกจงออบก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเขาทั้งคู่ต่างก็เป็นผู้ชาย และตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาสองคนก็กระทำเพียงแค่...จูบ...และจงออบก็พยายามคิดมาตลอดว่า นั่นเป็นเพียงแค่การทำให้จุนฮงลืมยูยองแจ ...ก็เท่านั้น



เด็กหนุ่มร่างสูงเกินวัยลุกขึ้นจากปลายเตียงไม่พูดไม่จาเดินดุ่มไปเปิดตู้เสื้อผ้า ก่อนจะคว้าชุดคลุมอาบน้ำที่แขวนอยู่ในตู้มายื่นให้ตรงหน้าจงออบ



พ่อมดหนุ่มชะงักค้างกับการกระทำของเด็กหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะรับชุดคลุมอาบน้ำนั้นมาไว้ในมืออย่างงงๆ



“พี่ไม่ควรเปลือยต่อหน้าผมแบบนี้...”



จุนฮงย่อตัวเล็กน้อยให้ใบหน้าเสมอกับคนที่ตัวเล็กกว่า ดวงตาสีฟ้าใสกวาดมองต่ำไปทั่วเรือนร่างขาวของจงออบ ก่อนจะกลับมาหยุดที่ดวงตาเรียวเล็กสีเทาหม่นของจงออบอีกครั้ง



“เพราะว่า...มันจะเป็นอันตรายต่อพี่...”



เสียงแหบทุ้มของจุนฮงที่เริ่มโตเป็นหนุ่มกำลังทำให้หัวใจของจงออบเต้นไม่เป็นจังหวะ กลิ่นกายหอมหวานราวกับขนมเค้กที่อ่อนนุ่มของจุนฮงก็กำลังทำให้ลมหายใจของจงออบเริ่มติดขัด



“และเป็นอันตรายต่อหัวใจของผม”



จงออบเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ต่อแรงปรารถนาของร่างกาย เขาโน้มลำคอของจุนฮงเข้ามาใกล้ก่อนจะบดจูบลงบนริมฝีปากสีอ่อนของอีกฝ่าย ในขณะที่จุนฮงก็ไม่อาจยับยั้งความต้องการ เด็กหนุ่มส่งเรียวลิ้นเย็นชื้นเข้าเกี่ยวกระหวัดแลกเปลี่ยนความหวานฉ่ำอย่างไม่ยอมแพ้



ความโหยหา ....



ความต้องการ ....



กำลังถูกถ่ายทอดผ่านทางการสัมผัสบดเบียด



จงออบผละออกมาพึมพำเบาๆ เหนือริมฝีปากเย็นเฉียบที่ชุ่มไปด้วยน้ำสีใสหวานฉ่ำไม่ต่างจากริมฝีปากของเขา สองมือประคองใบหน้าที่ชวนหลงใหลของจุนฮงไว้จนลมหายใจแทบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ในขณะที่เรียวแขนยาวของจุนฮงก็เกี่ยวรัดรอบเอวของเขาไว้จนร่างกายแนบชิด








“ให้ตายเถอะ...นายเองก็...เป็นอันตรายต่อหัวใจของพี่เหมือนกัน”

 







.................................



ตอนนี้ น้องแจได้คำอวยพรไปสองอย่างแล้วนะคะ

คุณบลัดคนพ่อมีแอบหึงคุณวูล์ฟยงกุกออกนอกหน้านิดหน่อย

ส่วนคู่ของคุณพ่อมดนี่ ..เอ๊ะ..อ๊ะ..ยังไง 555+



ตอนหน้าคงจะยาวเป็นอาทิตย์หน้าเลยนะคะ 

อาทิตย์นี้อัพไม่ไหวล้าววว




หมายเหตุเพิ่มเติม

1. อึนบีเป็นผู้พิทักษ์ของน้องแจ ตำแหน่งจะเหมือน คุณวูล์ฟยงกุกที่เป็นผู้พิทักษ์แดฮยอน และเมื่อตอนที่แล้วก็มีกล่าวถึงผู้พิทักษ์ของจงออบเหมือนกันค่ะ ไม่รู้ว่าสังเกตกันหรือเปล่า (คนอ่านรู้กันอยู่แล้วหรือเปล่า 555)


ตามปกติคนที่เป็นรัชทายาทของเผ่าพันธุ์จะมีผู้พิทักษ์คอยคุ้มครอง คนนั้นจะเป็นทั้งพี่เลี้ยง บอดี้การ์ด และอาจารย์ คอยอยู่ใกล้ๆ ตัวเสมอ จนกว่ารัชทายาทจะพ้นวัยเจริญพันธุ์ หรือเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถดูแลตัวเองได้ ผู้พิทักษ์คนนั้นก็จะไปรับหน้าที่อื่นๆ ต่อไปค่ะ



2. ช่วงคำศัพท์วันละคำ จากที่เคยแจ้งไปในคำว่า "พันธะ-สัญญา"

วันนี้ไรท์มีคำศัพท์มาเพิ่มก็คือ...พันธะปฎิญาณ

เช่นเดิมค่ะ เป็นคำศัพท์ 2 คำที่ถูกนำมาเขียนขึ้นให้สอดคล้องกัน

พันธะ = ข้อผูกพัน, มัด, ตรึง

ปฏิญาณ = คำกล่าวยืนยันให้คำมั่นด้วยความสุจริตใจ

จึงเรียนแจ้งรีดเดอร์ทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ



หวีดได้ เม้นได้ ทวงฟิคได้

#แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น

@JustMariWriter



ฝากขายของท้ายเรื่องค่ะ


#แดแจฮาร์ดเดอร์ 

"Dear friend ....touch me harder"

เป็นคู่แดแจค่ะ

ใครยังไม่เคยอ่านเชิญ คลิก


#แดแจดอล

"Yoo're my porcelain doll"

เป็นคู่แดแจ บังชาน นัมออบค่ะ

ใครยังไม่เคยอ่านเชิญ คลิก



ทั้งสองเรื่องยังมี stock อยู่นะคะ เผื่อใครสนใจ DM หาไรท์ได้เลยค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

208 ความคิดเห็น

  1. #129 Kurobuta (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 02:42

    หูยยยย. ฝ่ายรับขี้อ่อยทุกคนเลยอ่ะ ถามว่าชอบมั้ย ตอบเลยว่ามวากกกกกกก???????????? คุณพ่อบลัดทำเป็นหึงเค้าออกนอกหน้านะคะ คุณวูล์ฟจัดหนักให้ขนาดนั้นยังคิดว่าเค้าจะมีคนอื่นอีกเหรอ แอบตกใจเหมือนกันตอนที่น้องแจบอกว่าแอบเห็นเราก็นึกว่าจะแอบเห็นตอนคุณบลัดกะคุณวูล์ฟสัมพันธ์สวาทกัน. ป่าวไม่ใช่แค่เห็นสายตาเฉยๆ เฮ้อออโล่งใจกลัวน้องแจใจแตกกกกกกก คู่คุณหมอเนี่ยเมื่อไหร่จะสารภาพรักกันสักทีอ่ะ จูบกันจนปากจะเปื่อยแล้วยังไม่เปิดเผยความรู้สึกกันสักทีลุ้นเหนื่อย เนี่ยๆคู่คุณหมอเค้าก็ยังนัวร์เนียกันไม่ห่างคู่คุณพ่อก็หวานเยิ้มเมื่อไหรคู่น้องแจจะมีบ้าง คงจะน่าเอ็นดูวววว. น้องแจใสๆ 55555

    #129
    1
    • #129-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 18)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 22:22
      น้องแจไม่ได้ใจแตกเพราะคนอื่นหรอกค่ะ เพราะน้องแจจะใจแตกกับพี่ดยอนคนเดียวววว
      #129-1
  2. #128 ~Rella~ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:41
    คุมพ่อมดคะ คุมพ่อมดไม่อ่อนโยนเลย ฮื่ออออออออ
    #128
    1
    • #128-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 18)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 22:21
      กลับมาอ่านแหร่วววว คุณพ่อมดอ่อนโยนกับน้องโล่มั่กๆ เลยนะ 555
      #128-1
  3. #127 a244 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 21:29
    คู่พ่อมดเขาก็แซ่บเหมือนกันนะเนี่ย มานิดๆก็รู้ว่าแซ่บไม่แพ้กันแล้ววววว
    น้อนแจไฟเขียวให้คูมพ่อเลยยยย
    #127
    1
    • #127-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 18)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 23:31
      คู่คุณหมอมาแย่งซีนเป็นระยะๆ
      #127-1
  4. #126 nammint042 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 21:17
    คุณบลัดคนพ่อนอกจากจะยั่วเก่งแล้วยังหึงเก่งอีกนะคะ
    คุณหมอจะพรากผู้เยาว์เหรอคะ น้องเพิ่ง15เอง เอ่ะหรือจะโดนผู้เยาว์พราก
    #126
    1
    • #126-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 18)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 23:31
      คู่คุณหมอนีไม่รู้จะพรากเขาหรือจะโดนเขาพรากก็ไม่รู้ค่ะ รอติดตามนะคะ
      #126-1
  5. #123 ~Rella~ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:12
    เอ็นดูเลย นึกภาพตามตอนที่บอกว่า ตอนยังไม่กลายร่างเป็นมนุษย์ แดฮยอนกินจุมากกกก เอ็นดูปนขำ
    #123
    1
    • #123-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 18)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 23:29
      กินจุจะได้โตทันน้องแจไวๆ 555
      #123-1
  6. #121 YouAndMe1994 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 15:47
    อิตาลุงยงกุก แสดงออกชัดขนาดลูกสาว? เค้าเห็นหรอเนี้ย เขินอ่า รักพ่อบลัดมากก็ควรแต่งงานกันเลยนะคะ เขินนนนน
    #121
    1
    • #121-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 18)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 23:28
      คุณลุงรักคุณพ่อคนสวยมากๆ สายตาหวานเชื่อมตลอดเลยล่ะ
      #121-1