[B.A.P] 'till the end : แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น [END]

ตอนที่ 17 : Greetings or Curse

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    3 พ.ย. 61





สวัสดีครับพี่ฮิมชาน...จุนฮง...นี่คือ...คุณคิมฮิมชาน



ผมชเวจุนฮงครับ...ยินดีที่ได้รู้จัก



จุนฮงค้อมกายต่ำลงคำนับฮิมชานที่ดูท่าทางน่ากลัวอยู่มิใช่น้อย เขารู้จากจงออบมาว่า คิมฮิมชานคนนี้เป็นผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์บลัดและเป็นคุณพ่อของยองแจ พูดกันตามตรง เขาเองก็รู้เรื่องราวเกี่ยวกับยองแจน้อยมาก ทั้งๆ ที่คิดว่าเป็นเพื่อนกันแท้ๆ



ฮิมชานลงมาพบจงออบและจุนฮงที่ห้องรับรองแขกด้านล่างของคฤหาสน์ในช่วงสาย ส่วนยงกุกก็ออกไปทำธุระข้างนอกตั้งแต่เช้า ยงกุกนัดฮิมชานให้ออกไปเจอกันที่เพ้นท์เฮ้าส์อีกครั้งในช่วงตอนเย็น เพื่อไปจัดการเรื่องเอกสารที่จะใช้ในการเดินทางของแดฮยอนและยองแจ



ฮิมชานพิจารณาใบหน้าของเด็กหนุ่มเบื้องหน้าอย่างสนใจ เด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งเกินวัย ผมหยิกเป็นลอนสีน้ำตาลอ่อน เค้าโครงใบหน้าน่ารักเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่ม ดวงตาสีฟ้าใสกระจ่างก็ดูมีเสน่ห์ดึงดูด



ทำให้เขาลืมความทรงจำนั้นหรือยัง



เอ่อผม….”



จงออบถอนหายใจ เขาเสสายตาไปทางอื่นคิดหนทางหาคำตอบ เมื่อรู้ว่าฮิมชานคงไม่พอใจที่เขาขัดคำสั่ง แถมคำสั่งนั้นยังแลกมาด้วยเลือดของฮิมชานที่นำมาช่วยชีวิตจุนฮงอีกด้วย



ฮิมชานเคลื่อนกายเข้ามาใกล้จงออบ เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็กกว่า พลางใช้มืออันเย็นเฉียบเชยปลายคางให้จงออบมองสบสายตาของเขา การกระทำดังกล่าวทำให้จุนฮงถึงกับกัดฟันและกำมือแน่น



พี่จงออบบอกว่า เขาจะต้องมาแสดงตัวกับไดมอนด์บลัดผู้เป็นใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์บลัด ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะถูกกำจัดทิ้ง



ไอ้ตัวเขาน่ะไม่เท่าไหร่...แต่เขาเป็นห่วงว่าพี่จงออบจะโดนทำร้ายไปด้วย



ใบหน้างดงามของไดมอนด์บลัดโน้มเข้ามาใกล้ เสียงแหบต่ำกระซิบถามย้ำอีกครั้งข้างๆ หูของพ่อมดหนุ่ม ปลายจมูกคลอเคลียใกล้แก้มซีดขาว



นายยัง...ไม่ได้ตอบคำถามของพี่เลยนะ...จงออบ



เรื่องที่ผมเคยถูกยองแจกินน่ะเหรอ



เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้กลับรู้สึกทนไม่ไหวขึ้นมา จุนฮงเกิดความรู้สึกหึงหวงจนเลือดขึ้นหน้า เขาเผลอส่งเสียงดังตะคอกฮิมชานออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด



จุนฮงรู้เพียงแค่...ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องพี่จงออบของเขาแบบนี้



หัวใจของแด็กหนุ่มกำลังเต้นแรงไปด้วยความเดือดดาล เขาขยับกายคิดเข้าไปยืนแทรกกลางระหว่างจงออบกับฮิมชาน เขายื่นมือออกไปหวังจะผลักให้ฮิมชานถอยห่างออกจากจงออบ



แต่ทว่า







ฟุ่บ



ผลั่ก







จุนฮงยังไม่ทันได้แตะต้องโดนร่างกายของฮิมชาน เพียงแค่ฮิมชานตวัดมองมาด้วยดวงตาสีแดงวาวโรจน์ ร่างกายของเด็กหนุ่มก็ลอยกระเด็นมากระแทกนอนกองอยู่บนพื้นห้องอย่างแรง



อย่าสอดแทรกเวลาที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกัน



ฮิมชานเอ่ยตำหนิจุนฮงด้วยน้ำเสียงดุดัน ดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ คืนกลับเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง จงออบหันมาตีหน้าดุใส่เขา ก่อนที่จะหันไปประคองเด็กหนุ่มนั่นให้ลุกขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง



จุนฮง....เป็นอะไรหรือเปล่า



ผมไม่เป็นไร



ทันทีที่ดึงเด็กหนุ่มตัวสูงให้ลุกขึ้นมายืน จงออบก็รีบกวาดสายตาสำรวจตามร่างกายของจุนฮงทันทีว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ สีหน้าเป็นห่วงเป็นใยอย่างลืมตัวของพ่อมดหนุ่มทำให้จุนฮงรู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อย



เมื่อเห็นว่าจุนฮงไม่เป็นอะไร จงออบก็ตีสีหน้าเรียบเฉยอีกครั้ง



อย่ายุ่งกับจุนฮง...พี่ห้ามทำแบบนี้กับเขาอีก



เพียงแค่จงออบเอ่ยปาก ฮิมชานก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เขานึกขันกับน้ำเสียงอันสุภาพราบเรียบของพ่อมดหนุ่มที่ขัดกับประโยคคำสั่งที่เอ่ยมา



พี่ก็แค่อยากทดสอบ



ทดสอบ?”



จงออบเป็นคนที่ปิดกลั้นความรู้สึกของตนเองเก่งมาก จนบางครั้งฮิมชานก็ต้องอาศัยการกระทำหลายๆ อย่าง เพื่อทดสอบความรู้สึกของพ่อมดหนุ่มคนนี้



พี่ต้องทำให้แน่ใจ ...ว่าเขาจะไม่เป็นอันตรายต่อยองแจ



“……….”



พี่ต้องแน่ใจว่าเขาเป็นคนของนายหรือเปล่า...เพราะถ้าไม่ใช่พี่จะฆ่าเขา



เขา คือ ของ ผม



จงออบเอ่ยเสียงเย็นเรียบเน้นคำพูด ชั่วขณะหนึ่ง ฮิมชานเห็นดวงตาเรียวเล็กของจงออบกลายเป็นสีเขียวดั่งมรกต บรรยากาศรอบกายคล้ายถูกกดดันจนน่าอึดอัด



แล้วเขารู้หรือเปล่าว่าพ่อมดอย่างนายเก่งเรื่องอะไร



“พี่ อย่า ยุ่ง เรื่อง ของ ผม



จงออบเค้นเสียงดุดัน ดวงตาสีมรกตจ้องมองใบหน้าของฮิมชานอย่างเอาเรื่อง เขารู้ดีว่าตนเองกำลังทำผิดกับจุนฮง เขาอยากจะสารภาพความผิด



แต่นั่น...ต้องไม่ใช่ตอนนี้ ....



ในตอนที่...เขายังไม่มั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง 



เพราะแน่นอนว่า... 



หลังจากที่ผ่านมาหลายช่วงชีวิต ... หลายเพศ...หลายวัย.... เขาก็ไม่เคยคิดจะมั่นใจในเรื่องความรักอีกเลย






พี่ขอโทษ…”



เมื่อเห็นว่าพ่อมดหนุ่มอารมณ์เสียจนบรรยากาศโดยรอบเกิดความกดดันรุนแรง เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งเริ่มยืนโงนเงน ฮิมชานจึงยอมเอ่ยปากขอโทษออกมาพร้อมยกมือขึ้นชูข้างศีรษะเป็นเชิงยอมแพ้ เขาเองก็ไม่อยากต่อกรกับไฮวิซซ์ขี้หงุดหงิดอย่างจงออบหรอกนะ



และเมื่อเห็นจงออบสะบัดใบหน้าหันไปทางอื่นเพื่อระงับความหงุดหงิด ฮิมชานก็หันกลับมาสนใจเด็กหนุ่มร่างสูงอีกครั้ง



ใบหน้างดงามแย้มยิ้ม สร้างความตะลึงให้กับจุนฮงไม่น้อย ตลอดเวลาที่พักรักษาตัวอยู่ เขาได้เรียนรู้เรื่องราวของทั้งสามเผ่าพันธุ์จากทั้งในหนังสือและคำบอกเล่าของจงออบมาไม่น้อย แต่ความงามของไดมอนด์บลัดในยามที่ได้ยลโฉมใกล้ๆ ก็งดงามจนแทบลืมหายใจจริงๆ งามกว่าที่ในหนังสือพรรณนาไว้เป็นร้อยเท่าพันเท่า



จุนฮงคงหลงลืมไปว่า ...ตนเองก็เป็นบลัดเช่นกัน



ทันทีที่ฮิมชานจ้องลึกลงไปในดวงตาสีฟ้ากระจ่าง จุนฮงก็รู้สึกดั่งโดนสะกดจิต เขาไม่สามารถละสายตาไปจากดวงตากลมสีดำสนิทของฮิมชานไปได้ เขาแลเห็นสีดำที่ค่อยๆ กระเพื่อมไหวก่อนจะมีสีแดงผุดขึ้นจากตรงกลางแล้วกลืนกินสีดำไปจนสิ้น



คุกเข่าลง



ร่างกายของจุนฮงขยับไปเองตามคำสั่งของฮิมชาน เขาทิ้งเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ฮิมชานวางมือของตนเองแตะลงบนเรือนผมหนานุ่มของเด็กหนุ่ม



ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป... เจ้าจะเติบใหญ่ภายใต้เผ่าพันธุ์บลัด... เจ้าสาบานว่าจะซื่อสัตย์ต่อไดมอนด์บลัดผู้เป็นใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์... เจ้ามิอาจทรยศหักหลังข้าผู้เป็นเจ้าของเลือดในกายเจ้าได้... หากวันใดที่เจ้าคิดคดทรยศ ...วันนั้นเลือดของข้าจะแผดเผาร่างกายของเจ้าให้กลายเป็นเถ้าธุลี



เสียงแหบต่ำประกาศก้องกังวาน ทุกถ้อยคำเหมือนกำลังสลักลงไปในทุกอณูร่างกายของเด็กหนุ่ม ผู้กำลังก้าวข้ามจากสามัญชนเข้าสู่โลกแห่งเผ่าพันธุ์บลัด



“เจ้าจะยอมรับคำสาบานนี้หรือไม่



ไอเย็นจากฝ่ามือที่ถูกวางไว้บนศีรษะ แผ่ซ่านกระจายไปทั่วทั้งร่างกายของจุนฮง ร่างกายของเขากำลังหนาวยะเยือกจนสั่นเทิ้ม ฟันในปากกระทบกันกึกกัก เด็กหนุ่มกำลังรับรู้ถึงอำนาจของไดมอนด์บลัดอย่างแท้จริง



ผมยอมรับครับ



จุนฮงกัดฟันตอบรับ ตอนนี้ร่างกายของเขาเย็นเฉียบราวกับถูกจับฝังไว้ใต้กองหิมะที่ทับถม



“ข้า..คิมฮิมชาน..ในนามแห่งไดมอนด์บลัด...ขอตอบรับ..ชเวจุนฮง..เป็นสายเลือดแห่งเผ่าพันธุ์บลัด...นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”



เมื่อฮิมชานละฝ่ามือออก จงออบก็โผมาคว้าต้นแขนของจุนฮงทันที เด็กหนุ่มรับรู้ถึงความอุ่นร้อนจากแรงสัมผัสของจงออบไหลซึมทั่ว จนทำให้ความหนาวเย็นเมื่อสักครู่จางหายไปอย่างรวดเร็ว



“จุนฮง...จนกว่านายจะสามารถดูแลตัวเองได้...ฉันไม่อยากให้นายเพ่นพ่านไปมาทั่วเมือง ...หากจะไปไหนมาไหน ...นายจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองของนาย”



“ผู้ปกครองของผม?



ดวงตาสีฟ้ากระจ่างฉายแววงุนงง แต่เมื่อเห็นสายตาของฮิมชานตวัดมองไปยังพ่อมดหนุ่มที่ยืนเคียงข้าง จุนฮงก็ถึงกับเผยรอยยิ้มกว้างออกมาด้วยความเข้าใจ



“ครับ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้พี่จงออบเดือดร้อนอย่างแน่นอน”



ฮิมชานอมยิ้มกับรอยยิ้มกว้างของจุนฮง ตอนแรกเขาคิดจะกำจัดเด็กหนุ่มคนนี้ทิ้งเพราะเกรงว่าจะเป็นภัยต่อบุตรชายของตน แต่เมื่อเห็นการกระทำที่แสดงออกถึงความห่วงใยซึ่งกันและกันระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ... ฮิมชานก็ได้แต่รู้สึกยินดี



เขายินดี....หากจงออบจะเปิดหัวใจรับใครสักคนเสียที



ต่อไปนี้...นายต้องรับผิดชอบเขา...มีอะไรก็ติดต่ออึนบี



ครับ



เมื่อได้ยินคำตอบรับจากจงออบ ฮิมชานก็พยักหน้าอย่างพอใจ



“แล้วพี่ก็คงต้องขอร้องให้นายช่วยทำพิธีให้กับยองแจวันนี้”



จงออบเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของฮิมชาน เขาก็พยักหน้ารับคำโดยไม่ต่อความให้ยืดเยื้อทันที



ฮิมชานหันไปมองสบสายตาอึนบีที่ยืนรอคำสั่งอยู่ไม่ไกล และเพียงแค่เห็นสายตาของคนเป็นนายมองมา อึนบีก็ค้อมกายรับทราบถึงคำสั่งทันทีแม้ว่าเจ้านายจะไม่ได้เอ่ยปาก หญิงสาวรีบเร่งก้าวขาออกไปจากห้องรับรองแขก

 

 





“คุณพ่อ!



ไม่นานจากที่ให้อึนบีไปตาม ยองแจก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งลงมาจากบันไดของคฤหาสน์อย่างอารมณ์ดี จงออบมองเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้างดงามผุดผ่องราวกับจะตรึงสายตาของทุกคนที่ได้พบให้หลงใหล ถึงแม้เขาจะมีเวทย์มนต์ป้องกันมนต์สะกดของบลัด แต่นั่นก็ไม่ใช่ภูมิต้านทานความงดงามที่พระเจ้าสรรสร้างมาเช่นนี้



บลัดวัยเจริญพันธุ์อย่างยูยองแจ งดงามและเป็นอันตราย ยิ่งกว่าใครๆ ที่เขาเคยพบพาน



แม้หัวใจจะไม่ได้ลุ่มหลงไปกับความงดงามนี้ แต่ร่างกายกลับรับรู้ถึงความเย้ายวนของมวลอากาศโดยรอบ จนรู้สึกถึงความปรารถนาลึกเร้นที่หวังจะครอบครองสิ่งต้องห้าม



เขาเองยังรู้สึกถึงเช่นนี้ แล้วอีกคนที่ยืนอยู่เคียงข้างล่ะ



แน่นอนว่า ... สายตายังไม่กล้าเหลือบไปมอง 



พ่อมดหนุ่มกำลังพยายามปกป้องหัวใจของตนเอง เขาไม่อยากเจ็บเหมือนดั่งที่เคยเป็นมาในอดีต



จงออบจึงเลือกจะมองเลยไปทางด้านหลังของยองแจ คนที่ก้าวขาเดินลงบันไดตามมาไม่ห่าง เด็กหนุ่มรูปร่างกำยำ ผิวกายสีแทนท่วงท่าสง่างามดูคุ้นตา



“สวัสดีครับคุณหมอ”



ยองแจค้อมกายเอ่ยทักทายจงออบ เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังของยองแจก็ค้อมกายทักทายจงออบด้วยเช่นกัน และเมื่อยองแจหันไปเห็นเด็กหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างจงออบ ดวงตาเรียวสวยก็เบิกกว้าง ร่างเล็กยืนนิ่งค้างอย่างตกตะลึง



“ยองแจ...นี่ชเวจุนฮง”



เสียงแหบต่ำของฮิมชานเรียกให้ยองแจที่อยู่ในภวังค์รู้สึกตัว ใบหน้างดงามซีดขาวสลับแดงก่ำไปมา หัวใจเต้นแรงไปด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป ก่อนปากอิ่มจะค่อยๆ อ้าออกเพื่อเอ่ยถาม



“จะ...จุน..ฮง..จริงๆ...ใช่ไหม”



ดวงตาเรียวสวยเริ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสหันไปมองใบหน้าของจงออบสลับกับใบหน้าของบิดา ยองแจต้องการความมั่นใจจากผู้ใหญ่ทั้งสองคน



“ยองแจ...เราเอง..จุนฮง...เพื่อน...ของยองแจไง”



จุนฮงเอ่ยเน้นคำว่าเพื่อน ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือของตนเองไปกระชับมือของจงออบที่ยืนอยู่ข้างกายไว้แน่น เขาหวังว่าจงออบจะเข้าใจความรู้สึกของเขา



น่าแปลก...ความรู้สึกต่อยองแจในวันวานนั้นเป็นเหมือนอดีตที่ผ่านมาเนิ่นนาน จนจุนฮงจับต้องความรู้สึกนั้นไม่ได้อีกแล้ว และมันก็ไม่เหมือนกับความรู้สึกที่เขามีต่อคนที่กำลังจับกุมมือเอาไว้แน่น



ความหลงใหล



ความโหยหา



ความอาทร



ความอบอุ่น

 





“ตอนนี้ จุนฮงเป็นคนของเผ่าพันธุ์บลัด ...เขากลายเป็นบลัดแล้ว”



ทันทีที่ได้รับคำยืนยันจากบิดา ถึงแม้สองแก้มจะเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา ยองแจก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความตื่นเต้นยินดี ร่างเล็กเตรียมจะโผเข้ากอดเพื่อนตัวสูง แต่จู่ๆ หัวใจก็เกิดอาการปวดแปลบจนต้องหยุดชะงักงัน ใบหน้าหวานผินกลับไปมองหน้าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของตนเอง แล้วยองแจก็เข้าใจความหมายได้ทันที



ยองแจหมุนกายกลับไป รีบอ้าแขนเข้าสวมกอดรอบเอวของแดฮยอนพลางเอาใบหน้าซุกที่อกแกร่งอย่างออดอ้อน



“แจขอเป็นเพื่อนกับจุนฮงได้ไหม”



ไม่เพียงแค่พูด คนตัวเล็กยังยืดกายไปประทับริมฝีปากอิ่มที่ปลายคางของแดฮยอนอย่างเอาใจ



ดวงตาสีเทาเข้มที่ฉายแววดุดันด้วยความหึงหวงเมื่อสักครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรักอย่างท่วมท้นเมื่อสายตานั้นทอดมองมายังยองแจ จนจงออบและจุนฮงที่มองดูอยู่เกิดความรู้สึกเขินอายแทน



ในช่วงจังหวะที่แดฮยอนโอบกอดตอบรับยองแจที่โผเข้าสวมกอด ชั่วพริบตา จงออบและจุนฮงก็ได้เห็นประกายเส้นสีทองเบาบางหมุนวนถักทอรอบกายทั้งคู่แล้วจางหายไปในพริบตา



ส่วนฮิมชานก็ยืนมองภาพบุตรชายของตนแสดงความรักต่อแดฮยอนอย่างเปิดเผยด้วยความรู้สึกแปลก ...



แปลกที่...เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนเมื่อก่อน แต่เขากลับรู้สึกเอ็นดูในความรักของเด็กทั้งสองด้วยซ้ำ



ไดมอนด์บลัดผู้ยิ่งใหญ่กำลังสัมผัสได้ถึงความรักของบุคคลทั้งสองคู่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า






แต่เขาเองกลับมิอาจรู้ตัวว่า ...



ความรู้สึกของตนเองเปลี่ยนไป...เพราะหัวใจของเขาเองก็กำลังสัมผัสความรักของใครอีกคนที่รับเข้ามาไว้จนเต็มหัวใจ

 







หลังจากอาหารมื้อกลางวัน จงออบก็เริ่มทำพิธีอวยพรวันเกิดครบรอบวัยสิบห้าปีให้กับยองแจ พิธีกรรมสำคัญสำหรับบลัดสายเลือดบริสุทธิ์ผู้เป็นรัชทายาทแห่งเผ่าพันธุ์บลัด พิธีนี้จำเป็นจะต้องทำในสถานที่ปิดมิดชิด 



ฮิมชานได้แต่มองตามหลังของคนทั้งคู่ที่หายเข้าไปในห้องรับรองแขกเพื่อทำพิธี หลังจากบานประตูปิดสนิท บลัดหนุ่มก็นึกไปถึงครั้งแรกที่เขาได้พบกับจงออบ ในตอนนั้นยองแจอายุเพียงแค่สี่ขวบ

 







เด็กชายตัวเล็กหน้าตาซีดเซียวกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของฮิมชาน หากไม่ใช่เพราะผู้พิทักษ์ร่างยักษ์ที่ยืนอยู่เบื้องหลังเด็กคนนั้น ฮิมชานคงไม่เชื่อว่าเด็กวัยสิบสองปีคนนี้คือ ไฮวิซซ์นามว่ามุนจงออบ



“คุณให้คนตามผมมารักษาลูกชาย ... เขาอยู่ที่ไหน”



ในขณะที่เขากำลังยืนงง อึนบีที่เป็นคนเดินนำเด็กชายคนนั้นมาก็รีบผายมือเชิญให้เดินตามเธอเข้าไปด้านใน ดวงตาเรียวเล็กตวัดมองมาอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นเขายืนขวางทาง จนไดมอนด์บลัดเช่นฮิมชานต้องรีบขยับกายหลบทางให้



ฮิมชานรู้ว่าเผ่าพันธุ์วิซซ์นั้นอายุขัยแสนสั้นราวกับสามัญชน และเวียนว่ายตายเกิดกลับชาติมาเกิดเป็นเรื่องปกติ แต่เขาก็ไม่เคยเจอไฮวิซซ์ที่เด็กขนาดนี้มาก่อน แถมสายตาที่มองมาอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ



ฮิมชานเดินตามเข้ามาในห้องของยองแจภายหลังจากคำนวณเวลาแล้วว่า ไฮวิซซ์ได้รักษาบุตรชายของเขาเรียบร้อยแล้ว ฮิมชานไม่ต้องการได้กลิ่นเลือดของยองแจจนทำให้เกิดความกระหายอยาก แต่เหมือนว่าพ่อมดเด็กตัวเล็กนี่จะจัดการพอกยากลิ่นฉุนจัด จนกลบกลิ่นหอมหวานของเลือดยองแจได้เป็นอย่างดี



ดวงตาเรียวสวยของยองแจจ้องใบหน้าของพ่อมดไม่วางตาด้วยความตื่นเต้น เพราะยองแจในวัยสี่ขวบไม่เคยเจอเด็กคนอื่นๆ มาก่อน รอบกายของยองแจล้วนรายล้อมไปด้วยผู้ใหญ่ทั้งสิ้น



เมื่อจงออบเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กอายุสี่ขวบ ใบหน้าเรียบเฉยของจงออบก็มีรอยยิ้มจางฉายขึ้นบนใบหน้า ฮิมชานได้ทันเห็นรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกว่าเหมาะสมกับวัยของเด็กคนนี้มากกว่าใบหน้าราบเรียบราวกับใส่หน้ากาก



ถึงจะเป็นวิซซ์ก็เถอะ



เด็กก็ควรที่จะเติบโตเช่นเด็ก...มิใช่แบกรับความเจ็บปวดเฉกเช่นผู้ใหญ่



ลูกชายของคุณเป็นโรคแพ้แสงแดด



อืมไฮวิซซ์คนเก่าบอกผมแล้ว



แล้วตาแก่นั่นบอกคุณหรือเปล่าว่า โรคนี้ไม่มีทางรักษา



กึก!



ฮิมชานไม่คิดว่าเจ้าเด็กนี่จะพูดจาขวานผ่าซากขนาดนี้



เขาบอกว่ายังไม่มีทางรักษา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะไม่มีทางรักษา



อืมเป็นโรคที่แปลกประหลาด แต่ผมคิดว่า ...บางทีหากเขาโตขึ้น ร่างกายอาจจะมีภูมิคุ้มกันมากกว่านี้ อาการแพ้แสงแดดอย่างรุนแรงจะค่อยๆบรรเทาไปเอง



แล้วไม่ต้องขูดผิวหนังของยองแจออกเหมือนครั้งที่แล้วเหรอ



ไม่ต้องหรอก ผมพอกยาไว้ให้แล้ว ผมไม่นิยมความเจ็บปวดเหมือนกับตาแก่นั่นหรอกนะ ถึงจะได้ผลแล้วก็หายจริงก็เถอะผมคิดค้นยาขึ้นมาใหม่ผสมกับเวทย์มนต์บางอย่างอีกนิดหน่อย เด็กน้อยคนนี้จะได้ไม่ต้องทนความเจ็บปวด ..ผมน่ะไม่ค่อยชอบเห็นน้ำตาของเด็กๆ



ฮิมชานนึกขำอยู่ในใจ พ่อมดน้อยตรงหน้าพูดจาฉะฉานราวกับผู้ใหญ่ แถมยังใช้ประโยคคำพูดเหมือนคนแก่ในยามที่พูดถึงยองแจ ทั้งๆ ที่อายุอานามก็ห่างกันแค่ไม่กี่ปี



แล้วก็สัปดาห์นี้ คุณก็ให้เลือดกับเจ้าเด็กน้อยนี่เยอะกว่าเดิมสักหน่อย ร่างกายของเขาจะกลับมาแข็งแรงเป็นปกติเร็วๆ ส่วนยาสำหรับทา ผมฝากให้อึนบีจัดการเรียบร้อยแล้วถ้ายังไงผมขอตัวกลับก่อนนะครับ



ฮิมชานรู้สึกสะดุดหูเล็กน้อยเมื่อได้ยินจงออบเรียกชื่อของหญิงรับใช้คนสนิทอย่างไม่มีสัมมาคารวะ แต่เขาก็คิดเพียงว่า พ่อมดตัวน้อยนี้คงหยิ่งยโสไม่ธรรมดา และคงมองเห็นอึนบีเป็นเพียงแค่หญิงรับใช้ต่ำต้อย



ขอบคุณมากครับ คุณมุน...



ฮิมชานค้อมกายเล็กน้อยเพื่อให้เกียรติอีกฝ่ายที่แม้จะเป็นเด็กชายวัยสิบสอง แต่ก็ดำรงตำแหน่งในฐานะผู้นำของเผ่าพันธุ์วิซซ์ ฮิมชานไม่ลืมที่จะหันไปค้อมกายขอบคุณผู้พิทักษ์ร่างยักษ์ที่คอยติดตามคุ้มกันไฮวิซซ์ที่ยังไม่พ้นวัยเจริญพันธุ์ 



ฮิมชานแปลกใจไม่น้อยที่เห็นผู้พิทักษ์ปรากฎตัวติดตามพ่อมดน้อยจงออบ เพราะตามปกติผู้พิทักษ์จะมีหน้าที่คอยดูแลปกป้องรัชทายาทของเหล่าผู้นำเท่านั้น แต่นั้นก็คงเป็นเพราะผู้นำเผ่าพันธุ์ส่วนใหญ่ต่างก็เติบโตเกินวัยเด็กที่จะต้องการผู้พิทักษ์ไว้คุ้มครอง



ผมกลับล่ะ....คุณ….”



จู่ๆ จงออบก็เขย่งกายยื่นมือทั้งสองข้างมาแตะที่แก้มของฮิมชาน ดวงตาเรียวเล็กที่แปรเปลี่ยนเป็นสีมรกตเบิกกว้าง ร่างกายของพ่อมดน้อยสั่นเทิ้มเล็กน้อย ก่อนมือเล็กจะค่อยๆ ละออกไปจากแก้มของฮิมชาน



จงออบไม่รู้ว่าทำไมร่างกายจึงขยับไปสัมผัสร่างกายของคนตรงหน้าเองโดยไม่ทันคิด เขายืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ สมองกำลังเรียบเรียงความทรงจำในอดีตที่ไหลบ่าเข้ามาในตอนที่แตะต้องตัวของฮิมชาน แต่เพียงไม่นานดวงตาสีมรกตก็คืนสู่สีเทาหม่นดังเดิม ใบหน้าตื่นตระหนกเมื่อสักครู่ก็กลับมานิ่งเฉยราบเรียบอีกครั้ง



คุณ....เลือดเลือดของคุณนอกจากทำให้สามัญชนกลายพันธุ์ได้แล้วคุณรู้ใช่ไหมว่าเลือดของคุณยังทำให้คนที่พึ่งขาดใจตายฟื้นขึ้นมาได้



อืมผมรู้แต่ว่าทำไมคุณถึงรู้ล่ะ



ความหวาดระแวงเริ่มก่อกำแพงขึ้นภายในจิตใจของฮิมชาน ...เขาขมวดคิ้วแน่นไม่รู้ว่าพ่อมดตัวน้อยนี่รู้เรื่องของเขาได้อย่างไร



เพราะผมเคยเป็น....คนที่คุณพยายามทำให้ฟื้นแต่ผมไม่ต้องการจะฟื้นขึ้นมาพี่ฮิมชาน



ดวงตากลมสีดำสนิทเบิกโพลง เมื่อนึกถึงเรื่องราวของใครคนหนึ่งที่ตนเองพยายามจะทำให้ฟื้นขึ้นมาดังคำกล่าวของจงออบจริงๆ



และใครคนนั้น...



ก็เคยเป็น...ไฮวิซซ์...เช่นเดียวกับพ่อมดน้อยที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของเขา

 

 

 












ภายในห้องรับรองแขกที่ถูกปิดสนิท มีเพียงแค่จงออบและยองแจเพียงเท่านั้น ตามธรรมเนียมคำอวยพรที่เจ้าของวันเกิดได้รับจะถูกห้ามไม่ให้ใครล่วงรู้และห้ามนำเอาไปเปิดเผย ไม่เช่นนั้นคำอวยพรนั้นจะสิ้นสลายไปไม่เกิดเป็นผล 



ยองแจถูกสั่งให้นั่งอยู่บนเก้าอี้โบราณตัวใหญ่ที่วางอยู่กลางห้อง จงออบก้าวขาเดินวนไปรอบเก้าอี้นั้นอย่างช้าๆ ดวงตาเรียวเล็กสีเขียวมรกตเจิดจ้า ริมฝีปากบางเฉียบเอ่ยท่องคำอักขระเหยียดยาวที่ยองแจไม่อาจเข้าใจถึงความหมาย



จู่ๆ บรรยากาศในห้องก็เต็มไปด้วยหมอกหนา ความเย็นชื้นแทรกซึมไปทั่ว คล้ายอยู่ในป่าดิบชื้นหลังฝนตก ยองแจเริ่มมีอาการหวาดวิตก เขาไม่รู้ว่าพิธีกรรมดังกล่าวเป็นอย่างไร เพราะแน่นอนว่า ย่อมไม่เคยมีใครเอ่ยปากเล่าขานเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำพิธี



สองมือเล็กกุมกันแน่น หัวใจก็สั่นระรัว เมื่อหมอกหนาบดบังไปทั่วจนมองไม่เห็นแม้กระทั่งร่างของพ่อมดหนุ่มที่เดินวนอยู่ใกล้ๆ ยองแจได้ยินเพียงเสียงรองเท้าที่เดินเหยียบย่ำรอบตัวพร้อมกับเสียงร่ายเวทย์ไม่หยุด



เพียงไม่นานเสียงรองเท้าก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของยองแจ ดวงตาสีเขียวฉายประกายสะท้อนอยู่ท่ามกลางหมอกหนา



“ยูยองแจ รัชทายาทแห่งไดมอนด์บลัด คิมฮิมชาน ... ความงดงามของเจ้านั้น ราวกับพระเจ้าจงใจจะมอบความงดงามทั้งแผ่นดินให้กับเจ้า ให้คนที่เพียงแค่ได้ยลโฉมของเจ้าลืมสิ้นทุกอย่าง...”



คำชื่นชมและน้ำเสียงอันราบเรียบนุ่มนวลของพ่อมดหนุ่ม ทำให้ยองแจรู้สึกราวกับล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆอันอ่อนนุ่ม



“แต่น่าเสียดายที่ความงดงามนั้น...มาพร้อมกับคำสาป...ผู้คนต้องเข่นฆ่าล้มตายเพื่อหวังจะได้ครอบครองความงดงามของเจ้า....เรือนร่างของเจ้า...เลือดเนื้อของเจ้า...แม้กระทั่งน้ำตาของเจ้า...ความตายจะรายล้อม...ชีวิตของเจ้าจะอยู่กับความทุกข์ระทมไม่จบสิ้น”



แต่แล้วหมอกหนารอบตัวของยองแจก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำ รอบกายมืดครึ้มลงทันที น้ำเสียงราบเรียบชวนฟังเมื่อสักครู่ ตอนนี้กลับเป็นคำพูดที่เสียดแทงบาดลึกเข้าไปในหัวใจของยองแจ 



ร่างกายบอบบางเหมือนถูกตรึงแน่นบนเก้าอี้ ริมฝีปากอิ่มอ้าออกหวังร้องตะโกนให้ใครก็ได้ช่วยหยุดยั้งคำพูดที่เหมือนคำสาปแช่งอันน่าหวาดกลัวนี้ แต่ยองแจก็ไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆ ออกมาจากลำคอได้ หัวใจเต้นถี่รัวด้วยความตื่นตระหนก ปลายหางตามีหยาดน้ำตาใสไหลเอ่อด้วยความหวาดกลัว



“ข้า...มุน จงออบ ผู้เป็นใหญ่เหนือเผ่าพันธุ์วิซซ์...ขอมอบจุมพิตแห่งความตายให้กับเจ้า...ยูยองแจ..."



ร่างของพ่อมดหนุ่มปรากฎขึ้นเบื้องหน้าของยองแจท่ามกลางหมอกขาว ใบหน้าสวยแหงนเงยมองตาของจงออบ ดวงตาสีเขียวมรกตตรึงให้ยองแจไม่อาจหลบสายตา ปลายนิ้วเรียวของจงออบถูกส่งออกมาแตะสัมผัสลงบนริมฝีปากของยองแจ ความร้อนวูบวาบไหลผ่านจากปลายนิ้วถ่ายไปยังริมฝีปากอิ่มสีสดก่อนจะจางหายไป



"เพื่อมิให้ใครข่มเหงรังแก...ดังนั้น...หากมิใช่คนที่เจ้ามอบหัวใจให้...มาจุมพิตข่มขืนใจของเจ้า...คนๆ นั้นจะต้องรับโทษทัณฑ์จากเวทย์มนต์ของข้าจนสิ้นใจในทันที...เวทย์มนต์นี้จะไหลเวียนอยู่ในกายของเจ้า ...จนกว่าเจ้าจะเอ่ยปากว่า...ไม่ต้องการคำอวยพรของข้าอีกต่อไป”



สิ้นสุดคำกล่าวของจงออบ หมอกหนารอบกายและบรรยากาศอึดอัดภายในห้องนี้ก็สูญสลายหายไปในพริบตา ยองแจนั่งนิ่งมึนงง คล้ายพึ่งถูกปลุกให้ตื่นจากความฝัน ดวงตาเรียวสวยจ้องมองดวงตาสีมรกตของพ่อมดหนุ่มที่ค่อยๆ คืนกลับเป็นสีเทา ใบหน้าของพ่อมดประดับรอยยิ้มจางดั่งเช่นที่ยองแจคุ้นเคยในยามเด็ก



เมื่อนึกทบทวนถึงคำอวยพรศักดิ์สิทธิ์ที่จงออบมอบให้เป็นของขวัญในพิธีกรรม ยองแจก็เงยใบหน้าขึ้นถามจงออบอย่างตะกุกตะกักพร้อมสีแดงเรื่อขึ้นพาดบนสองข้างแก้ม






“เอ่อ...คุณหมอครับ..ถ้า...ถ้าแจ...จูบกับ...คนที่...แจรัก...เขาก็จะไม่เป็นอะไร...ใช่ไหมครับ”








..............................................



แงงงง เกือบจะไม่ได้อัพวันนี้แล้ว

คอมงอแงมากมาย



น้องแจได้ของขวัญเป็นคำอวยพรแล้วหนึ่งอย่าง

 


คู่ฮิมออบมีอดีตอะไรกันก็ไม่ยู้วววว

คู่โล่ออบ ออบโล่ ก็มีซัมติง

คู่แดแจก็มีหวงกันนิดหน่อย

ส่วนคู่คุณพ่อนั้น จัดหนักไปบทที่แล้วขอพักบ้างไรบ้างเนอะ


หวีดให้กำลังใจได้ที่

#แวมไพร์ตัวร้ายกับคุณหมาป่าจอมหื่น

@JustMariWriter




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

208 ความคิดเห็น

  1. #133 Chanzhino (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 18:28
    แดฮยอนคนขี้หึงงงงงงง
    #133
    1
    • #133-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 17)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 22:24
      หึงแค่ไหน เจอลูกอ้อนของน้องแจเข้าไปก็ต้องยอมมมม
      #133-1
  2. #122 ~Rella~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:06
    เอ็นดูคำถามน้องแจ 55555555
    #122
    1
    • #122-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 17)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 23:28
      น้องแจหวงเจ้าหมาจอมหื่น
      #122-1
  3. #120 kyomin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 19:41
    งู้ยยยยยย น้องแจตัวเล็กของแม่ รอดูคำอวยพรของคนต่อๆไปป,,
    #120
    1
    • #120-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 17)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 23:28
      มาแล้วๆ มาตามเก็บไอเท็มให้น้องแจค่ะ
      #120-1
  4. #119 Kurobuta (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 03:21

    จัดไปเลยค่ะคู่พ่อมดกะคู่คุณลูกอย่าได้แคร์ปล่อยให้คู่คุณพ่อเค้าหวานมานานละเราต้องอย่าไปยอมค่ะ ดีใจกะน้องแจค่ะที่ได้คำอวยพรแบบนี้ ก็น่ารักซะขนาดนั้นดีนะที่คุณหมอมองการณ์ไกลให้มีจุ๊บเป็นอาวุธ ถ้าไม้่งั้นพี่ลูกหมาคงอกแตกตาย อ้อนลูกอ้อนเยอะๆพี่ลูกหามันหลงหนูจะแย่แล้ว แอบสงสารคุณหมอต้องเปิดอกบ้างไรบ้างนะคุณหมอ ตะจูจะได้กระชุ่มกระชวย

    #119
    1
    • #119-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 17)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 15:44
      คู่ลูกคงต้องยอมให้คู่คุณพ่อไปก่อน แต่คู่คุณหมอนี่...ตะจูได้กระชุ่มกระชวยแน่นอนค่ะ
      #119-1
  5. #117 ~Rella~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 14:22
    โอยย เจ้าหนูจุนฮง เก้วกาดมากก
    #117
    1
    • #117-1 JustMariWriter(จากตอนที่ 17)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 15:42
      น้องเป็นคนขี้หึงงงงงง
      #117-1