มหาสงครามดวงดาวสีน้ำเงิน

ตอนที่ 15 : เดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เซอร์รีโน่ ( Rewrite )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ต.ค. 49

      " ก็สรุปว่า..... "  

         ฟินเริ่มเอ่ยขึ้นขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่แผนที่อารีเอล  ซึ่งด้านบนมีก้อนหินสีขาวเล็กๆสิบก้อนวางอยู่ในตำแหน่งต่างๆทั่วไป  ในขณะที่ฟลอรีน่ามีหน้าที่คอยจดชื่อสถานที่เหล่านั้น

       " สถานที่เราจะต้องเดินทางไปก็มี

         ภูเขาเซโดอันดา  ภูเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาเซรีน  ที่อยู่แคว้นเมดาโบรัน  ทางเหนือของอาณาจักรเซอร์รีโน่
        ป่าสนเชอร์ริล  ในแคว้นไอเซนฮาวน์  บริเวณชายแดนระหว่างอาณาจักรเซอร์รีโน่และอาณาจักรอีสท์ทาลูน่า
        ชายหาดคาโบ  ในแคว้นโซลาเรีย  ทางใต้ค่อนมาทางตะวันตกของอาณาจักรอีสท์ทาลูน่า  ใกล้กับผาหินโรแลนด์
        ต่อมาก็ชายหาดแคลร์รีโอ  ในแคว้นเจเนอัน  ทางใต้ของอาณาจักรอีสท์ทาลูน่า  ที่ซึ่งมีโขดหินขนาดใหญ่อยู่ประปรายตามชายหาดและมีตำนานนางเงือก
        ภูเขาไฟซาลูบัน  ในป่าดงดิบแอเมโซเนีย  แคว้นโคลีย่า  ในอาณาจักรเซลล์ลูรีน่า
        หุบเขาตีบายัน  ตรงบริเวณเทือกเขาซารูอันทางใต้ของอาณาจักรเทฮาร์ราห์  แคว้นฮาราฮาลี
        ภูเขาซารีอามัน  ภูเขาหินทรายตอนกลางของอาณาจักรเทฮาร์ราห์  แคว้นลินดียาห์
        โอเอซิสซีอันโนเบีย  กลางทะเลทรายทาร์ฮาราห์  ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของอาณาจักรเทฮาร์ราห์  แคว้นคาเนอัน
        ภูผาโอคารันโด้  ตอนกลางของอาณาจักรไทแซนดรัสแห่งนี้  แคว้นโซโลลีอา
        และที่สุดท้าย  หุบเหวเซนโครอน  ในเทือกเขาเฮเลนโอดิน่า  แคว้นโคโรเนส  อาณาจักรไทแซนดรัส  
        อาล่ะ  ที่นี้เราก็มาวางแผนกันก่อนดีกว่าว่าจะไปที่ไหนก่อนและใครจะไปใครจะต้องอยู่เฝ้าวัง "  
                 
        ชายหนุ่มกล่าวสรุปก่อนจะนั่งที่เก้าอี้ด้านหลัง  ในขณะที่คนอื่นๆก็เริ่มคิดวิเคราะห์กันไปเรื่อยๆ

     " ข้าเสนอให้ฟลอรีน่ากับฟิน  ออกเดินทางไปก่อน  เพราะสถานที่ที่พวกเค้าต้องไปนั้นเป็นสถานที่ที่ใกล้กับสงครามมากที่สุด  เราต้องรีบชิงอาวุธมาเสียก่อนสงครามจะลุกลามมาถึง "  มิเรียมออกความคิด  โดยมีคนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วย

      " งานนี้ข้าและเจ้าชายโยฮันต์ต้องไปกับพวกเจ้าด้วย  ไม่งั้นพวกเจ้าจะไม่สามารถปลดผนึกทางเข้าได้ "  หญิงสาวกล่าวเสริมต่อ

     " ข้าเสนอให้พาเจมินหรือแซมัวร์ไปด้วย  เพื่อคอยคุมอุปกรณ์และอาวุธ "  แพนโธเรียเสนอ  ซึ่งทุกคนก็เห็นชอบด้วย
               
     " งั้นข้าไปด้วย "  เจนีเซียกล่าวขึ้น  " อย่างน้อยข้าก็อาจจะพอเล่นอาวุธให้พวกเจ้าได้เผื่อเจอเจ้าพวกไม่พึงประสงค์ "
               
     " ถ้าอย่างนั้นข้าไปด้วย "  เรย์เอ่ยขึ้น  "มือดาบคนเดียวคงไม่พอรับมือ " ชายหนุ่มให้เหตุผล

     " งั้นสรุปว่าคนที่ไปในรอบนี้ก็มีข้า  ฟลอรีน่า  โยฮันต์  องค์หญิง  เรย์  เจนีเซีย  และแซมัวร์ก็แล้วกันนะ  ส่วนคนที่เหลือก็อยู่เฝ้าวังไว้  เมื่อข้ากับฟลอรีน่ากลับมา  เจ้ากับแอนแดนเต้ก็ออกไปแทน  ตกลงตามนี้นะ "  ฟินกล่าวสรุปซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย

     " งั้นคงต้องเริ่มจัดของกันแล้ว  พรุ่งนี้ออกเดินทางหกโมงเช้า  เจนีเซียเรื่องพาหนะข้าฝากเจ้าด้วย  ส่วนเรื่องอุปกรณ์สื่อสารกับอาวุธ  ก็ฝากเจ้าสองคนแล้วกันนะ "  

       ฟินหันมาพูดยิ้มๆกับหญิงสาวก่อนจะหันไปหาเจมินและแซมัวร์  ก่อนที่เจนีเซียจะพยักหน้าตอบรับและวิ่งออกจากหอสมุดไป  ส่วนเจมินกับแซมัวร์ก็หายตัวไปยังห้องเก็บอาวุธทันที  ในขณะที่คนอื่นๆก็เริ่มแยกย้ายเพื่อไปเตรียมตัวจัดข้าวของออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น

     " ทำไมเจ้าไม่ไปกับเค้าด้วยล่ะ "  แพนโธเรียหันไปกระซิบถามโคเอนขณะที่กำลังเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง

     " คนไปกันเยอะแล้ว  ถ้าพวกเราไปด้วยอีก  ใครจะคอยอารักขาองค์ชายฟินีแอสกับองค์ชายฟีนีซัสกันล่ะ  พวกเรารออยู่ที่นี่คอยช่วยงานราชการบ้างดีกว่า "  
 
       ชายหนุ่มว่าก่อนจะส่งยิ้มใจดีให้กับหญิงสาวก่อนจะเดินไปอีกทางเพื่อกลับห้องของตัวเอง  ปล่อยให้หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างนั่นไปก่อนจะออกเดินต่อไปยังห้องนอนเช่นกัน

               

       ณ  โรงเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่พื้นที่หลายสิบไร่ของราชวัง  ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน  คือส่วนสำหรับเลี้ยงสัตว์ธรรมดาทั่วไปที่มีขนาดใหญ่ที่แบ่งย่อยเป็นเขตเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดอย่างลงตัว  อีกส่วนหนึ่งก็เป็นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์วิเศษสารพัดอย่าง  หญิงสาวเลือกเดินไปยังคอกของม้ามีปีก  ที่ซึ่งภายในนั้นมีม้ามีปีกสารพัดสีนอนอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวมากมาย  หากเมื่อหญิงสาวเปิดคอกก้าวเข้าไป  ทั้งหมดก็ลืมตาพงกหัวขึ้นมองมายังหญิงสาวทันที

     " ข้าอยากจะขอร้องให้พวกเจ้าซักเจ็ดตัวเป็นพาหนะให้พวกข้าไปยังภูเขาเซโดอันดามีพวกเจ้าตัวใดจะอาสามั้ย "  หญิงสาวถามขณะที่เหล่าม้าสีสวยมองหน้ากันไปมา

     " เจ้าจะไปทำไมถึงเซโดอันดา "  

       ม้ามีปีกสีขาวบริสุทธิ์กับแผงคอสีทองเงางามนามว่าเฮวีออนเอ่ยถามขึ้นก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงมายังหญิงสาว  ขนาดตัวของมันนั้นแม้จะมีขนาดใหญ่โตกว่าม้าปกติไม่มากแต่เมื่อรวมกับขนาดปีกใหญ่โตนั่นแล้วก็ทำให้ม้าธรรมดาดูตัวเล็กไปเลย

     " เพื่อค้นหาอาวุธเทพแห่งองค์เคนโนเอน่ะ  ภารกิจนี้อันตรายพอดู  ข้าไม่อยากฝืนใจพวกเจ้า  พวกเจ้าตัวใดอีกหกตัวที่ต้องการไปกับข้าบ้าง "  หญิงสาวถามขึ้นอีกครั้ง  เฮวีออนยังคงยืนอยู่ที่เดิม  ก่อนที่ตัวอื่นๆอีกหกตัวจะเดินตามออกมา                
           
     " ขอบใจพวกเจ้ามากพรุ่งนี้เช้าข้าจะเข้ามาพาพวกเจ้าไปยังหน้าปราสาท  ตอนตีห้า  เตรียมตัวให้พร้อมนะ  ขอบใจอีกครั้งนะ "  

       หญิงสาวพูดขึ้นก่อนจะตรงเข้าไปกอดหัวเจ้าสองตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อนจะส่งยิ้มให้กับตัวอื่นๆ

     " เจ้ามาขอร้องถึงที่แบบนี้มีเหรอพวกข้าจะปฏิเสธ  เราเป็นเพื่อนกันนะ "  เฮวีออนเอ่ยขึ้น

     " พรุ่งนี้เช้าข้าจะมารับพวกเจ้านะ  ข้าต้องไปก่อน  ยังต้องไปหาตัวอื่นๆอีก  ราตรีสวัสดิ์นะ "  หญิงสาวว่าก่อนจะปิดประตูคอกและเดินออกมาเรื่อยๆ

        เกือบสองชั่วโมงผ่านไป  เวลาเที่ยงคืนใกล้มาเยือนเต็มที  หญิงสาวจึงได้ออกมาจากโรงเลี้ยงสัตว์  หากแล้วขณะที่เธอกำลังจะร่ายเวทย์หายตัวนั้น...

      " นั่นใครน่ะ!  ออกมาจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้นะ "  

        หญิงสาวสะบัดหน้าหันไปมองยังพุ่มไม้ใกล้ๆในขณะที่มือนั้นก็ตวัดดาบไปยังพุ่มไม้ตรงหน้าทันที  ก่อนที่ร่างและใบหน้าอันคุ้นเคยจะโผล่ออกมาจากหลังพุ่มไม้นั่น

      " เจ้านี่วอนตายมากเลยนะเรย์  ถ้าเป็นแพนโธเรีย  ป่านนี้เจ้าได้จูบมีดสั้นห้าอันไปแล้ว  วันหลังไม่ต้องมาทำลับๆล่อๆแบบนี้นะ  ตกใจหมดเลย "  หญิงสาวพูดก่อนจะเก็บดาบเข้าไปในฝักก่อนจะออกเดินไปยังปราสาท

      " เจ้ามาหาข้ามีอะไรงั้นรึ "  หญิงสาวหันไปถามชายหนุ่มที่เดินอยู่ข้างๆ

      " เปล่าหรอก  แค่เป็นห่วงเจ้าก็เท่านั้น  เห็นองค์หญิงบอกว่าเจ้ายังไม่เข้านอน  ข้าเลยออกมาเดินหา "  ชายหนุ่มพูดขึ้นก่อนจะหันไปยิ้มให้กับหญิงสาว  จนเธอต้องเสหันหน้าหลบไปอีกทาง

      " ข้าไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ  ไม่หลงทางง่ายๆหรอกน่า  ไม่เห็นต้องห่วงกันเลย " 

        หญิงสาวพูดเสียงอุบอิบ  หากชายหนุ่มกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ  ส่งผลให้หญิงสาวหันขวับไปหาทันที

     " ขำอะไรยะ "  หญิงสาวถามเสียงเขียว  แต่ชายหนุ่มกลับส่งยิ้มมาให้อย่างไม่สะทกสะท้าน

     " ขำที่เจ้าพูดเหมือนเด็กๆไงล่ะ "  

        ชายหนุ่มพูดก่อนจะออกเดินนำหน้าไป  ปล่อยให้หญิงสาวยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้นก่อนจะออกวิ่งตามหลังไปวีนใส่ชายหนุ่มยกใหญ่...

      
                 

      " พรุ่งนี้แล้วซินะที่ต้องออกเดินทาง "  

        ฟลอรีน่าเอ่ยขึ้นหลังจากที่เธอเพิ่งจะจัดของเสร็จและเอนหลังลงบนเตียงขนนกนุ่มกลางห้องเป็นคนแรก  ก่อนที่มิเรียมตามมา  ในขณะที่แอนแดนเต้  เจนีเซียและแพนโธเรียยังคงง่วนอยู่กับการจัดเสื้อผ้าใส่ในกระเป๋าผ้าใบกำลังพอดีอย่างเร่งด่วน  ไม่นานหญิงสาวก็จัดการเก็บข้าวของเรียบร้อย  ซึ่งภายในกระเป๋าของแต่ละคนก็ไม่มีอะไรมาก  แค่เสื้อผ้าห้าหกชุด  หมวก  ผ้าคลุมตัวยาวที่ใช้ทั้งกันหนาวและกันแดดได้เป็นอย่างดี  ของใช้จำเป็น  กระติกน้ำ  ไฟฉาย  มีดพก  ถุงนอนและโคมแก้วไฟเวทมนตร์ก็เท่านั้น  ในขณะที่เจนีเซียนั้นมีกระเป๋าใส่อุปกรณ์ปฐมพยาบาลกล่องไม่ใหญ่นักแถมมาด้วย  ก่อนทั้งสามจะนอนผึ่งบนเตียง

       " ตื่นเต้นจัง "  แอนแดนเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงระเริงรื้นเป็นอย่างยิ่ง  แถมแววตาก็พราวระยับ

       " เราไม่ได้ไปทัศนศึกษานะแอนแดนเต้  ช่วยจริงจังหน่อยจะได้มั้ยเนี่ย "  แพนโธเรียเอ่ยเตือนทำลายฝันของหญิงสาวในบัดดล

       " เอาเถอะ  พวกเรารีบนอนกันดีกว่า  เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไม่ตื่นเอา "  
 
         มิเรียมเอ่ยขึ้นก่อนทั้งห้าจะซุกตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนใหญ่หนาอบอุ่นนั่น  หากก็หาได้มีใครหลับตาลงไม่  ยกเว้นแอนแดนเต้คนเดียวที่พอหัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับไปทันที

       " กลัวมั้ย "  เจนีเซียถามขึ้น  หากคำถามง่ายๆนั้นกลับทำให้อีกสามสาวสปริงตัวขึ้นมามองหน้าเธอทันที

       " เจ้ากลัวเหรอเจนีเซีย "  แพนโธเรียเอ่ยถามก่อนจะคว้ามือหญิงสาวมาจับหากมันก็ยังปกติดี  ไม่เย็นหรือชื้นแต่อย่างใด

       " ไม่ได้กลัว  แต่กังวล  อยากรู้ว่ามันจะจบยังไง  จะเป็นยังไงต่อไป  และที่สำคัญข้าจะปกป้องพวกเจ้าได้มั้ย "  

       " พวกเราไม่ได้บอกให้เจ้ามาคอยปกป้องนะ  อีกอย่างพวกเราสัญญาว่าจะปกป้องเจ้าด้วย  ไม่ต้องกังวลหรอก  เก่งและเข้มแข็งอย่างเจ้า  มันต้องสำเร็จอยู่แล้ว  นอนเถอะ "  ฟลอรีน่าเอ่ยขึ้นก่อนจะล้มตัวลงนอน  พาให้อีกสามสาวนอนตามไปด้วย

         น่าแปลกที่ก่อนหน้านี้แม้เจนีเซียจะพยายามข่มตาให้หลับอย่างไรก็ไร้ผล  จนเมื่อเธอได้ยินประโยคนั้นจากฟลอรีน่า  รวมทั้งรอยยิ้มและแววตารักใคร่  ห่วงแหนแสนจริงใจจากทั้งสามนั่นแหละ  เธอจึงสามารถหลับตาลงได้พร้อมกับรอยยิ้ม

       " ข้าก็จะปกป้องเจ้าเช่นกันเจนีเซีย "  

         เสียงแผ่วเบาของแอนแดนเต้ลอยมา  ส่งผลให้หญิงสาวหลับอย่างเป็นสุข  รอเวลารุ่งเช้าที่กำลังจะมาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า  ไม่ว่าเหตุการณ์ภายภาคหน้าจะเป็นเช่นไร  จะลำบากลำบนทุกข์ทนเพียงใด  ขอแค่ยังมีความสุขเล็กๆและทุกคนอยู่ข้างกายเธอก็มีความสุขแล้ว  อย่างน้อยเธอก็เชื่อว่าเธอและสหายทุกคนจักต้องฝ่าฟันไปได้อย่างแน่นอน
 
                

        กรี๊งงงงงงงงงงงงงงงง
        
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นส่งผลให้ร่างทั้งห้าบนเตียงขนนกนุ่มนิ่มสะดุ้งตื่นขึ้นก่อนจะโกยกันไปอาบน้ำแต่งตัวกันในทันใด  โดยมีแพนโธเรียและแอนแดนเต้ช่วยสามสาวขนของไปยังห้องเสวยที่ซึ่งอีกเจ็ดหนุ่มนั่งรออยู่แล้ว

      " ก่อนไป  พวกข้ามีอะไรให้พวกเจ้าอยู่สามชิ้น "  

        แซมัวร์พูดขึ้นหลังจากที่ทานอาหารเสร็จแล้วก่อนจะล้วงมือลงไปยังย่ามสีน้ำตาลขนาดกลางที่ข้างตัว  ขณะที่เจมินก็ทำเช่นเดียวกัน  ก่อนทั้งสองจะหยิบไมค์และหูฟังจิ๋วสิบสองชุดขึ้นมาวางบนโต๊ะ  กำไลข้อมือเงินวงขนาดกลางที่มีอัญมณีฝังอยู่โดยรอบออกมาห้าวงและแถมด้วยนาฬิกาหนังสีดำเรือนใหญ่ที่มีปุ่มสามปุ่มยื่นออกมาจากหน้าปัดอีกเจ็ดเรือน  ตามด้วยกล่องขนาดใหญ่มากขึ้นมาวางบนโต๊ะหนึ่งกล่อง

      " ไมค์กับหูฟังนี่ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าคงใช้งานกันเป็น  แต่อันนี้จะพิเศษหน่อยนึงตรงที่เจ้าสามารถพูดกับพวกเราที่สวมหูกับไมค์ได้ทุกคนไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่แห่งหนใดบนดาวดวงนี้ก็ตาม  ส่วนนี่ "  ว่าแล้วเจมินก็คว้านาฬิกากับกำไลข้อมือขึ้นมาอย่างละหนึ่งอัน  ขณะที่กลุ่มหญิงสาวก็คว้ากำไล  ส่วนชายหนุ่มก็หยิบนาฬิกามาสวม

       " นี่คือเครื่องขนย้ายสสารขนาดพกพาที่ข้าประดิษฐ์ขึ้นสำหรับภารกิจนี้โดยเฉพาะ  เนื่องจากข้อจำกัดของคาถาหายตัวที่จะพาพวกเจ้าไปได้แค่สถานที่ภายในอาณาจักรที่เจ้าอยู่และต้องเป็นสถานที่ที่เจ้าเคยเห็นมาก่อนเท่านั้น  เครื่องนี้จะพาเจ้าและสิ่งที่เจ้าสัมผัสไปถึงสถานที่ที่ใกล้กับจุดหมายที่เจ้าต้องการมากที่สุด  ก่อนที่พวกเจ้าจะใช้พาหนะที่หาไว้เดินทางต่อ  
          ปุ่มแรก  ปุ่มเหนือเลขสิบสองกับมรกตสีเขียวนี่คือปุ่มเริ่มทำงาน  เมื่อกดแล้วให้พูดชื่อสถานที่ลงไปภายในห้าวินาทีเจ้าจะไปยังสถานที่ที่เจ้าบอกไปทันที        
          
          ปุ่มที่สอง  ปุ่มเหนือเลขสองและบุษราคัมสีเหลืองกดเพื่อให้ไฟฉายทำงาน  
                  
          ปุ่มที่สาม  ปุ่มเหนือเลขสี่และพลอยสีน้ำทะเลเมื่อกดแล้วจะมีหน้าจอใสๆปรากฏขึ้นและจะปรากฏจุดกระพริบสีแดงขึ้น  บ่งบอกตำแหน่งพวกเจ้าแต่ละคนได้

           อ้อเกือบลืมอันที่พวกเจ้าจับไปนั่นน่ะ  มันทำการจดจำลายนิ้วมือ  กระแสจิตและดวงวิญญาณเจ้าไว้เรียบร้อยแล้ว  ดังนั้นมันจะไม่ทำงานหากไปอยู่ในมือคนอื่นเด็ดขาด  จบคำบรรยาย  ทีนี้ก็เจ้ากล่องนี่ "  เจมินว่าก่อนจะตบมือลงบนเจ้ากล่องนั่นสามที

    " ข้างในมีระเบิดเวทย์ทุกชนิดและทุกธาตุที่เจ้าจะนึกออก  ซึ่งถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างก็ถามเจนีเซียเอาแล้วกัน  หมดแค่นี้  มีอะไรถามมั้ย "  เจมินถามขึ้นในขณะที่คนอื่นๆอึ้งไปเรียบร้อยแล้ว

    " ไม่มีก็ดีแล้ว  งั้นไปเตรียมตัวกันดีกว่า "  

       ว่าแล้วเจมินกับแซมัวร์ก็ลุกขึ้น  ในขณะที่คนอื่นก็ทำเช่นเดียวกันก่อนจะเดินออกจากห้องโดยที่หญิงสาวทั้งห้าก็กล่าวชมทั้งสองหนุ่มเพื่อนซี้จนทั้งสองแทบจะลอยได้และหน้านั้นบานอยากกับดอกทานตะวัน  ก่อนที่เจนีเซียและแพนโธเรียจะเดินไปยังโรงเลี้ยงสัตว์  แล้วจัดการพาม้าบินทั้งเจ็ดตัวออกมาจากคอก

    " โชคดีนะเจนีเซีย  แพนโธเรีย "   

       สัตว์น้อยใหญ่ทั้งโรงเลี้ยงอวยพรหญิงสาวทั้งสอง  ก่อนที่ทั้งสองจะเหวี่ยงตัวขึ้นคร่อมม้าบินสองในเจ็ดตัวนั้น  โดยมีเจนีเซียขี่เฮวีออน  ม้าบินสีขาวบริสุทธิ์ที่มีแผงคอสีทองนั่น  ในขณะที่แพนโธเรียขี่ม้าสีขาวแผงคอสีเขียวมรกต  ก่อนจะทะยานขึ้นสู่ฟ้าไปยืนรวมกันที่หน้าปราสาทที่ซึ่งกลุ่มที่จะออกเดินทางได้ยกของออกมาวางที่ด้านหน้าปราสาทเรียบร้อยแล้ว 

      หญิงสาวทั้งสองเหวี่ยงตัวลงก่อนที่เจนีเซียจะเดินไปยังกองสัมภาระของตัวเองก็จะจัดการเหวี่ยงสัมภาระของตัวเองขึ้นหลังเฮวีออน  ก่อนที่คนอื่นๆจะเลือกพาหนะของตัวเองและจัดารเหวี่ยงสัมภาระขึ้นพากหลังเจ้าม้าตัวใหญ่  เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็คงเหลือแค่เจ้ากล่องระเบิดกล่องใหญ่นั่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  หากเรย์ก็อาสาพาดเจ้ากล่องขนาดใหญ่นั่นไปกับม้าแผงคอดำของตัวเองอย่างรวดเร็ว   
 
    " ตัวที่ข้าจะขี่ชื่อเฮวีออน  ตัวแผงคอสีน้ำตาลชื่อดารันต์  ตัวแผงคอเขียวนั่นชื่อโนเอล  ส่วนตัวแผงคอดำชื่อดาร์ค  แผงคอสีฟ้าชื่อ สกาย  ตัวแผงคอสีเงินชื่อสตาร์ดัส  ส่วนตัวท้ายแถวที่ตัวสีดำแผงคอขาวนั่นชื่อ  เฮลีออส  อ้อ!!  เวลาจะพูดกับพวกเค้าช่วยเรียกชื่อแล้วก็พูดกับเค้าดีๆด้วยนะ  ไปกันเถอะ "  

      เจนีเซียว่าก่อนจะเหวี่ยงตัวขึ้นหลังเฮวีออน  ในที่ฟลอรีน่ากระโดดขึ้นหลังดารันต์  ฟินก็เลือกโนเอล  เรย์เลือกดาร์ค  มิเรียมเลือกสกาย  โยฮันต์เลือกสตาร์ดัสและแซมัวร์เลือกเฮลีออส  ก่อนที่ทั้งเจ็ดจะกดปุ่มที่เลขสิบสองและพลอยสีเขียวบนข้อมือของตัวเองเพื่อออกเดินทาง

    " แคว้นเมดาโบรัน  อาณาจักรเซอร์รีโน่ "  

       สิ้นเสียง   ร่างของทั้งเจ็ดและม้ามีปีกทั้งหลายก็หายไปในทันที  ทิ้งไว้เพียงสายลมร้อนเอ่ยๆที่เริ่มพัดเอากลีบและกลิ่นของดอกฟีนีล่ามา  พร้อมกับแสงสีทองแห่งดวงตะวันที่เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาบ้างแล้ว  ร่างทั้งห้าหน้าประตูวังค่อยๆหันหลังและเดินกลับเข้าไปด้านในราชวัง

     ' ขอบรรดาองค์เทพทั้งหลายจงสถิตอยู่กับพวกเจ้า  ขอให้โชคดีนะทุกคน '  

      ทั้งห้ารำพึงรำพันภายในใจ  ก่อนจะหลับตาลงส่งจิตอธิษฐานและฝากความหวังทั้งมวลไว้ไปยังผู้ที่ออกเดินทางไป

       

      .........การเดินทาง  บทพิสูจน์และภารกิจอันยิ่งใหญ่ได้เริ่มขึ้นแล้ว.........
     

67 ความคิดเห็น