ศึกเกาะลอยฟ้า ศาสตราแห่งราชันย์

ตอนที่ 2 : บทที่1 part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 มิ.ย. 61

โลกได้ล่มสลายไปแล้ว

นี่คือข้อสรุปจากเหล่านักวิชาการทั่วโลก

สงครามนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือเป็นผู้เริ่ม ส่งผลให้เกือบทั่วโลกตกอยู่ใต้สภาพกำมันตรังสี

ฤดูกาลกลับตาลปัตร แม่น้ำแห้งเหือด ป่าเขาถูกทำลาย สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดสูญพันธุ์

มนุษย์เอง ก็ตกอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ เหล่ายอดบุคลากรที่เหลือจึงช่วยกันหาทางกอบกู้สภาพผิวโลก แต่ผลที่ได้คือ ทุกสิ่งนั้นสูญเปล่า ผิวโลกเกือบทั้งหมดนั้นไม่สามารถอยู่อาศัยได้ไปอีกอย่างต่ำพันปี มหาชาติพันธ์ต่างๆจึงช่วยกันสร้างโปรเจคสกายซิตี้’(นครลอยฟ้า) ขึ้นมา

โดยสกายซิตี้นั้น ถูกสร้างและยืนยันแล้วทั้งหมด128เกาะ และถูกส่งไปเหนือน่านฟ้าของประเทศต่างๆ

โดยเกาะต่างๆมีขนาดไม่ต่ำกว่า200ตารางกิโลเมตร ลอยอยู่ได้ด้วยพลังขับเคลื่อนไอออนิก และวิทยาการล้ำยุค ผู้คนเกือบทั้งหมดได้ถูกส่งขึ้นไปพร้อมกับเกาะต่างๆ ในช่วงแรกๆนั้นก็พบว่าสภาพอากาศบนท้องฟ้าเองก็มีความดันสูง และปริมาณรังสีที่เยอะขึ้น เนื่องจากสภาวะเรือนกระจก จนมนุษย์เกิดการกลายพันธุ์ ทำให้เด็กบางส่วนสามารถสร้างสิ่งของออกมาจากความว่างเปล่าได้

โดยเราเรียกสิ่งของเหล่านั้นว่าจิตตาวุธ

เมื่อนำจิตตาวุธไปตรวจสอบก็พบว่ามันคือผลึกที่เกิดจากจิตใจ วิญญาณและความคิดของเด็กๆ โดยแต่ละคนจะมีจิตตาวุธเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น หากไม่นับกรณีของยันต์และดาบคู่

เมื่อเด็กได้รับพลังมา มันก็ทำให้พวกเขาอยากใช้มัน จึงทำให้เกิดการต่อสู้กันระหว่างเดอะ สเปเชี่ยลวันอยู่หลายครั้ง และการต่อสู้นั้นทำให้เกิดความเสียหายต่อสถานที่มากมาย จนรัฐบาลก็สร้างโรงเรียนสำหรับพวกเขาขึ้น เพื่อลดปัญหาการทำลายบ้านเมือง

ผลที่ได้คือ การทำลายสถานที่ต่างๆลดลง แต่การสู้กันเยอะขึ้น เมื่อทางโรงเรียนทราบเช่นนั้น ก็ได้จัดการ

แข่งขันขึ้น ในตอนแรกก็เป็นการแข่งขันเล็กๆในโรงเรียน แต่พอผ่านไม่นาน การแข่งขันนั้นก็ขยายไปจนเป็นระดับโลก การแข่งนั้นมีชื่อว่าศึกมหาศาสตราซึ่งได้รับความสนใจจากทั่วโลก ในแต่ละปีมีผู้แข่งขันมากมายเข้าแข่ง และจะมีเพียง7คนเท่านั้น ที่จะเป็นผู้ชนะ

แบ่งเป็น7อันดับที่แข่งแกร่งที่สุด และจะผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆทุกปี

โดยแต่ละเกาะจะส่งตัวแทนไปเกาะละ8คนจากทั้งจากกว่า30-50คน

โรงเรียนละอย่างต่ำ4คน ในปีที่2052นี้ ก็กำลังเริ่มเฟ้นหานักแข่งผู้มีความสามารถมา

ในตอนนี้ เกาะที่63 เกาะฮอกไกโด กำลังคัดเลือกผู้มีสิทธิ์ในการเข้าแข่งอยู่เช่นเดียวกับเกาะอื่นๆ

นักเรียนมากมายต่างก็อยากมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่ง เกิดการประลองเล็กๆขึ้นแทบทุกวัน เพื่อเฟ้นหาผู้ที่แข็งแกร่งพอที่จะสามารถก้าวไปสู่เวทีนั้นได้

เอ็นโด โฮมุระ กำลังนั่งท้าวคาง มองออกไปนอกหน้าต่าง คาบเรียนของวิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาสุดท้ายของวัน ใกล้จะหมดลงแล้ว

แทบจะรอไม่ไหวแล้ว

เย็นวันนี้เขามีศึกที่จะต้องไปสู้ เขาตื่นเต้นมากจนแทบไม่มีสมาธิที่จะเรียน เฝ้ารอคอยเสียงสัญญาณที่จะปล่อยตัวเขาออกจากห้องเรียน

ทันทีที่ออดดังขึ้น และหัวหน้าห้องกล่าวทำความเคารพเสร็จ เขาก็หยิบกระเป๋าเป้แล้วโดดออกจากหน้าต่า่งห้องเรียน ซึ่งอยู่ชั้น2ของตึกม.ปลาย ลงไปอย่างรวดเร็ว

อาจารย์ที่เห็นดังนั้นก็ส่งเสียงตวาดออกมาทันที

เห้ย โฮมุระ! ออกทางประตูไม่เป็นรึไง!

แต่เสียงนั้นส่งไปไม่ถึงหูของโฮมุระ เพราะทันทีที่เขาถึงพื้น เขาก็วิ่งไปยังสนามประลองของโรงเรียนทันที ด้วยความเร็วที่สูงจนไม่น่าเชื่อ ภายในเวลาไม่ถึง2นาที เขาก็มาถึงสนามประลอง โฮมุระผลักประตูเข้าไป แล้วเดินตรงไปยังห้องเตรียมตัวทันที

          ห้องเตีรยมตัวที่ว่า มีขนาดพื้นที่16ตารางเมตร ถึงจะดูน้อย แต่เพราะเป็นห้องสำหรับคนเดียวจึงมากพอที่จะให้คนในห้องอบอุ่นร่างกายรอได้

          โฮมุระถอดชุดนักเรียนออก แล้วเปลี่ยนเป็นชุดต่อสู้ที่เตรียมเอาไว้ เสื้อสีดำสนิทแขนยาว กางเกงขายาวสีเดียวกัน และเสื้อคลุมสีขาว เขาสวมใส่มันแล้วเริ่มวอร์มอัพ

หลังจากยืดเส้นยืดสายเสร็จ เขาก็ตรวจสอบความพร้อมของตัวเอง

จงมา ศาสตราแห่งข้า

เขาชูมือออกมา ทันที่เขาพูดจบ แสงสีแดงก็ส่วงสว่างออกมาจากกลางฝ่ามือของเขา

แสงนั้น ก่อตัวเป็นอนุภาค และไหลเวียน รวมเข้าหากัน และกลายเป็นดาบสีดำที่มีส่วนของคมดาบเป็นสีแดง

มันคือจิตตาวุธอาวุธที่มีรากฐานมาจากจิตใจ วิญญาณ ความคิดของผู้ใช้

ดาบเล่มนี้ก็คือจิตตาวุธของเอ็นโด โฮมุระ

เขานั่งลงบนเก้าอี้ แล้ววางดาบลงบนตัก หลับตาลงแล้วเอามือลูบใบดาบอย่างทะนุถนอม เขาใช้ใจตรวจสอบสภาพของสหายเล่มนี้

เยี่ยม

เมื่อพบว่ามันอยู่ในสภาพสมบูรณ์เข้าก็ลืมตาขึ้น แล้วจับมันเอาไว้ด้วยสองมือ จากนั้นก็ยืนขึ้น ตั้งดาบแล้วทดลองใช้วิชาดาบ

ใบดาบพริ้วใหวไปมาในอากาศตามการควบคุมของเขา เป็นสัญญาณว่าทั้งอาวุธอยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้

นั่งลงอีกครั้งแล้วทำสมาธิ เพื่อใจจิตใจผ่อนคลายและไม่วอกแวก เตรียมความพร้อมให้อยู่ในสภาพเต็มร้อย

และแล้ว สัญญาณเรียกตัวนักแข่งก็ดังขึ้นจากลำโพงที่อยู่บนมุมของห้อง

เขาค่อยๆลืมตา หยิบดาบคู่ใจที่วางไว้ แล้วเปิดประตูห้องที่เชื่อมกับทางเดินของสนามแข่ง

          เอาล่ะ อีกแค่3ครั้ง

เขากำหมัดเรียกขวัญแล้วก้าวออกไปตามทางเดินที่เคยเดินผ่านมันมาแล้วถึง13ครั้ง

จนถึงปลายทาง ที่มีแสงส่องอยู่

 

มาแล้วค่าาาาา ม.ปลายปีหนึ่ง เอ็นโด โฮมุระ ก้าวขึ้นสนามแล้วค่าาาาาา!!!!!

เสียงใสๆของผู้บรรยายสาวดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของโฮมุระ ผู้ชมต่างก็ส่งเสียงเฮออกมาทันทีที่เห็นเขา มันทำให้โฮมุระตัวสั่น ไม่ใช่วาสั่นเพราะกลัวหรือตื่นเวที แต่เป็นการสั่นระงับความตื่นเต้นที่มีต่อการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงต่างหาก

โฮมุระจ้องไปยังอุโมงค์ทางเดินฝั่งตรงข้าม ในทางเดินที่ไร้แสงนั้น มีสิ่งที่ใหญ่กว่าโฮมุระถึงครึ่งนึงเดินออกมา

การประลองของที่นี่ โรงเรียนอาคาสึกิ จะต่างออกไปจากโรงเรียนอื่นนิดหน่อย ตรงที่ ผู้ประลอง จะไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นใคร จนกว่าจะถึงเวลาแข่งจริง

ดังนั้น ผู้แข่งจึงไม่สามารถเตรียมแผนล่วงหน้าได้ จะต้องใช้ฝีมือเขาสู้เท่านั้น

และผู้ที่ออกมาจากอีกฝั่งก็คือออ!!!!! ม.ปลายปีสอง อาโทกิ โคริว!! เจ้าของฉายา เดอะ เบอร์เซิกเกอร์!!

ฮ่า---!!!!

โคริวแผดเสียงคำรามออกมา แสดงถึงความทะนงตนของเขา เขาสูงเกือบ2เมตร และมีร่างกายที่กำยำสมกับฉายาผู้บ้าคลั่งแทบทุกส่วนของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเป็นมัดๆ

อาวุธของโคริวคือขวานขนาดใหญ่ เป็นขวานสำหรับมือเดียวที่มีใบขวานขนาดยักษ์ ตัวใบขวานส่องประกายของเหล็กกล้า มีลวดลายของสัตว์ในเทพนิยายอย่างมิโนทอร์สลักอยู่ เท่าที่โฮมุระพิจารณา มันก็ดูคล้ายๆกับเจ้าของอยู่พอสมควร

คู่ต่อสู้แบบนี้ก็เข้าทางเราสิ

ทั้งโฮมุระและโคริวต่างก็คิดเช่นนั้น

ถ้าอย่างนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา Let’s the game begin!!”

ผู้บรรยายสาวประกาศเปิดงาน พร้อมกับเสียงเฮที่ดังสนั่นมาจากผู้ชม

ทั้งสองคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามกันด้วยระยะถึง40เมตรพุ่งเข้าหากันทันที

โคริวใช้ขวานขนาดใหญ่ฟาดใส่โฮมุระอย่างแรง  ขวานที่มีน้ำหนักถึง15กิโลกรัม ฟาดลงมาพร้อมกับเสียงของโคริว

          แหลกไปซะ ไอ้หนู!

          ช้าไป!

เอ็นโดหักเลี้ยว หลบการโจมตีของโคริวได้อย่างฉิวเฉียด ทำให้ขวานยักษ์ฟาดลงไปบนพื้นสนามแทน เกิดเป็นเสียงดังสนั่น พื้นสนามมีรอบปริแตกออกมาจากจุกกระทบเป็นวงกว้าง

ชิ พลาดซะได้

เปิดช่องแล้ว

ทันใดนั้นโฮมุระก็กระโจนเข้ามาฟันเขาด้วยวิชาดาบสายอิไอความเร็วสูง

                   อึ่ก!

ใบดาบสีแดงฟันเขาที่สีข้างด้านซ้ายของโคริวอย่างจัง เกิดเป็นบาดแผลยาวไปจนถึงหลัง

โคริวที่โดนโจมตีใช้ขวานเหวี่ยงออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้โจมตีซ้ำ ทำให้โฮมุระต้องฉอยหลบออกมา

          โอ้โหวววว!!!! ไม่ทันไร รุ่นมีอาโทกิก็ถูกโฮมุระฟันเข้าให้แล้วค่าาาา แถมยังเป็นการฟันที่เร็วซะจนแทบมองไม่ทันเลยนะคะเนี่ยย!!!

ใช้ได้นี่หว่าไอ้หนู

โคริวกุมแผลที่สีข้างแล้วหันไปหาโฮมุระ

โฮมุระเองไม่รอให้โคริวได้พัก เขาเข้าโจมตีต่อทันที

          เขาพูดบางอย่างออกมาพร้อมกับตั้งดาบในท่าจูดัง พุ่งเข้าไปแล้วฟันลงมาอย่างรวดเร็ว

          ย้ากกก!

แต่ก็ใช้ว่าโคริวจะปล่อยให้โดนง่ายๆเหมือนเมื่อกี้ เขาเหวี่งขวานในมือด้วยความเร็วสูง ปะทะกับใบดาบสีแดงของโฮมุระ

          สะเก็ดไฟสีส้มพวยพุ่งออกมา ใบดาบและใบขวานเสียดสีกันจนเกิดเสียงที่ไม่น่าฟัง

โหวววว สู้กับรุ่นพี่โคริวด้วยแรงกาย!?!?!!?!? คุณโฮมุระเขาบ้าไปแล้วเหรอค่ะเนี่ยยยย!?!!?!?!”

ทั้งโคริวและโฮมุระพยายามใช้จิตตาวุธของตัวเองต้านอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าโคริวจะตัวใหญ่กว่ามาก แต่โฮมุระกลับไม่แพ้ด้านกำลังเลยด้วยซ้ำ

นักเรียนชายคนหนึ่งพูดขึ้น

          ไอ้หมอนั่น แรงเยอะใช้ได้เลยนี่

          เพื่อนที่อยู่ด้านขวาก็ออกความเห็นตาม

          แต่เดี๋ยวก็ล้มแล้วล่ะมั้ง นั่นเบอร์เซิร์กเกอร์เลยนะ ตัวแค่นั้นจะไปทำอะไรได้

          ต่อด้วยคนที่อยู่ทางซ้าย

          ใช่มะๆ เดอะ สเปเชี่ยลวันแรงค์ต่ำๆแบบนั้นจะมาสู้กับท่านอาโทกิได้ยังไงกัน

          เด็กผู้หญิงอีกคนที่อยู่ข้างหลังก็เริ่มพูดด้วย

          เนอะๆ ท่านอาโทกิเนี่ย ท๊อป10ของปีสองเลยนะ อันดับไม่ถึง50อย่างหมอนั่นจะไปทำอะไรได้

          แทบทุกคนที่อยู่ในสนามประลอง ต่างก็คิดว่าโฮมุระนั้นไร้ฝีมือ

          ที่โจมตีท่านโคริวได้ตอนแรก เพราะท่านโคริวอ่อนข้อให้ล่ะสิท่า

          เด็กสาวอีกคนเดินลงมาจากบันได แล้วพูดกับพวกเขา

          สเตตัสต่างกันเกินไป ชนะไม่ได้หรอก

          ใช่มะๆ ยังไงไอ้ไก่อ่อนเอ็นโดก็ต้องแพ้อยู่แล้ว

          เด็กสาวส่ายหน้า แล้วยิ้มออกมา

          คนที่จะแพ้น่ะ คือโคริวต่างหาก

          หา?”

 

แรงเยอะจริงนะเจ้าหนู ดูไม่เข้ากับร่างเล็กนั่นเลยนะ

โคริวเอ่ยปากชม

ขอบใจ แต่ว่า ห่างกันแค่ปีเดียว ไม่ต้องเรียกเจ้าหนูก็ได้นะ

ทั้งสองสนทนากันทั้งๆที่ยังต้านกันอยู่ และยังไม่มีฝั่งไหนที่เริ่มเสียหลัก

          เหอะ ประสบการณ์ในการต่อสู้น้อยกว่าก็ต้องเรียกว่าเจ้าหนูสิ!

โคริวเพิ่มแรงกดเขาไปอีก แต่โฮมุระก็ยังยันไว้ได้

          เห

โฮมุระหลับตาลง แล้วปล่อยให้อะไรสักอย่างในตัวเริ่มทำงาน

          ใครบอกกัน ว่าอายุน้อยกว่าแล้วประสบการณ์ต่อสู้มักจะน้อยกว่า

ทันทีที่พูดจบ โฮมุระก็ลืมตาขึ้น นัยน์ตาที่เคยเป็นสี แดงฉาน บัดนี้มันกลายเป็นสีเขียว ออร่าสี

แดงอ่อนๆแผ่ออกมาจากตัวของเขา

          อะไรกัน!?”

ทันใดนั้นโฮมุระก็ปล่อยมือซ้ายจากดาบ แล้วใช้มันต่อยเข้าที่ท้องของโคริว

          อุ้ก!

แล้วโคริวก็กระเด็นออกไปด้วยความเร็วอากาศที่สาม เกิดเสียงดังลั่นออกมาเนื่องจากการกระเด็นด้วยความเร็วเหนือเสียงจนเกิดโซนิคบูม

อั่ก!

ร่างของโคริวกระแทกเข้ากับขอบสนามอย่างจัง ด้วยความที่มีมวลมากแล้วพุ่งมาด้วยความเร็วสูง จึงทำให้เกิดโมเมนตัมมาศาล กำแพงสนามแต่กออกเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันคลุ้งออกมาจนมองไม่เห็นร่างของโคริว

อะไรล่ะนั่น!?!?!!”

ผู้ชมต่างก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น บางคนถึงกับช๊อกจนตาค้างไปเลยก็มี

เห็นมั๊ย บอกแล้ว ผู้แพ้น่ะ คือโคริว

เด็กสาวหันหลังกลับ ผมทวินเทลสีแดงพริ้วไหว แล้วเธอก็เดินออกจากอัฒจันทร์

อะอะะอะอะ  อะรไกันล่ะนั่น!?!!?!?! รุ่นพี่โคริวถูกซัดปลิวในการโจมตีเพียงครั้งเดียว?!?!?!?!? นี่มันบ้าอะไรล่ะคะเนี่ย?!??!!??!?!”

ผู้บรรยายสาวถึงกับไปไม่เป็น ใครจะไปคิดล่ะว่าแรงค์ต่ำอย่างโฮมุระจะทำอะไรแบบนี้ได้

โทษทีๆ  ตะกี๊เผลอปล่อยสุดแรง พอดีว่าตอนสู้จริงชั้นไม่ค่อยได้ออมแรงเท่าไหร่น่ะ

โฮมุระเอาดาบไปพาดไว้ที่ไหล่แล้วเดินไปหาโคริวด้วยท่าทางสบายๆ

ร่างของเขายังคงปกคลุมไปด้วยออร่าสีแดง แต่เขาควบคุมเอาไว้ในระดับที่คนทั่วไปจะมองไม่เห็น ดังนั้นผู้ชมธรรมดาๆจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เมื่อกี๊โฮมุระทำได้ยังไง

          ฝุ่นควันเริ่มจาก ทุกคนก็มองเห็นโคริว

เขานอนแผ่หมดสภาพอยู่ตรงที่เคยเป็นกำแพง แต่ก็ยังไม่ตกจากสนาม จึงยังไม่นับว่าแพ้

การแข่งคัดเลือกตัวแทนนั้นมีกฎอยู่หลายข้อ หนึ่งในนั้นคือหากออกจากสนามหรือหมดสภาพต่อสู้ จะถือว่าแพ้ทันที

ซึ่งโคริวยังไม่ผิดกฎเลยแม้แต่ข้อเดียว เขายังอยู้่ในสภาพที่สู้ต่อได้

          เขาค่อยๆลุกขึ้นมาจากซากกำแพง เศษหินที่ติดอยู่บนชุดร่วงพรูลงมา

          เอาเรื่องนี่หว่า เหนือกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนี่

          โคริวเอ่ยปากชม เขาไม่ได้เจอแบบนี้มาตั้งแต่ศึกมหาศาสตราคราวก่อนแล้ว

          แกเองก็เหมือนกัน ตะกี๊นี่สุดแรงเลยนะ ยังทนได้นี่ถือว่าใช่ย่อย แต่ว่า

โฮมุระฉีกยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายแล้วพูดต่อ

          มันจบแล้วเฟ้ย แกน่ะ แพ้ไปแล้ว เสียใจด้วยนะ อาโทกิ

          อะไรนะ?!”

ลืมบอกไป ยังมีเงื่อนไขที่จะแพ้อีก1ข้อ

          ทันใดนั้น เข็มกลัดตราโรงเรียนรูปดวงอาทิตย์ของโคริวก็ส่งเสียงออกมาเบาๆ ก่อนที่จะแตกออก และร่วงลงบนพื้น

กฎที่ว่าคือถ้าตราโรงเรียนถูกทำลาย ก็จะแพ้ทันที

ตราโรงเรียนของรุ่นพี่โคริวถูกทำลาย! ผู้ชนะ เอ็นโด โฮมุระค่าาาาา------------!!!!!!!!!

ผู้ชมถึงกับร้องออกมาอย่างประหลาดใจ เช่นเดียวกับผู้บรรยายสาว ถึงแม้เสียงจะดูปกติดี แต่สีหน้าแสดงออกถึงความผวาออกมาได้สุดยอดเลยทีเดียว

เอาล่ะ แค่นี้ก็เข้าใกล้ไปอีกขั้นแล้ว

โฮมุระพูดออกมา ดวงตาที่เมื่อกี๊เป็นสีแดง บัดนี้ได้คืนสู่สีน้ำตาลอมเหลือง

แววตาของเขาส่องประกายไปด้วยความหวังและความปราถนาอันแรงกล้า

รอก่อนนะโทกะ พี่จะหาทางรักษาเธอให้ได้ พี่สาบาน

เขาคิดเช่นนั้น ก่อนที่จะหันไปมองยังห้องกระจกพิเศษที่อยู่บนอัฒจันทร์

เด็กหนุ่มผมทองมาดเข้มในชุดนักเรียนกำลังมองลงมาทางเอ็นโดด้วยแววตาว่างเปล่าจากภายในห้องกระจก

นักเรียนอีก4คนที่อยู่ข้างๆก็มองโฮมุระด้วยสายตาเหยียดหยาม

   “เป้าหมายต่อไปคือแกนะอันกลาส เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีด้วยล่ะ

แล้วโฮมุระก็เดินลงจากเวทีไปยังห้องพักผู้แข่งโดยไม่หันมามองอีก

โฮมุระเดินกลับไปที่ห้องพักนักกีฬา เขาถอดชุดแข่งสีดำออกแล้วเปลี่ยนกลับเป็นชุดนักเรียน

เขาหยิบดีไวซ์สื่อสารที่อยู่ในกระเป๋านักเรียนขึ้นมา

          ให้ตาย บ่ายสามครึ่งแล้วเรอะ!? ต้องรีบแล้ว!.

          นอกจากการแข่งแล้ว วันนี้เขายังมีธุระสำคัญอยู่อีกอย่างนึง ธุระที่ต่อให้เจียนตายก็ต้องไปทำ

เขาสะพายกระเป๋านักเรียน แล้วรีบออกไปจากห้องทันที

          พอเขาเปิดประตูออกไป คนกลุ่มนึงก็ปรี่มารุมเขา

คุณโฮมุระ ขอถามความรู้สึกหน่อยสิคะ! การต่อสู้เป็นยังไงบ้างเหรอคะ!

เด็กผู้หญิงผมในชุดนักเรียนถามยื่นหน้าเข้ามาถาม พร้อมกับเตรียมสมุดและดินสอขึ้นมา

การแข่งวันนี้เป็นยังไงบ้างครับ? ”คู่ต่อสู้เองก็ไม่ใช่พวกดาดๆ เอาชนะด้วยเทคนิคแบบไหนกันครับ?!

เด็กผู้ชายเองก็ยื่นหน้าเข้ามาเหมือนกันในมือของเขาไม่ใช่ปากกาหรือกระดาษ แต่มันเป็นเครื่องเสียง ทั้งสองคนจ้องหน้าเขาด้วยแววตาของความกระหายใคร่รู้ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น ใช่แล้ว

ทั้งสอง

อีกแล้วเรอะ บอกกี่ทีแล้วว่าชั้นไม่ชอบให้สัมภาษณ์น่ะ ให้ตายสิ

โฮมุระเกาหัวแกรกๆ เขาเป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบออกสื่อ ดังนั้นการเจอกับคนจากทางชมรมวรสาร

แบบนี้จึงเป็นสถานการณ์เลวร้ายเลยทีเดียว

          เอาน่าๆ เอ็นโดซัง พวกเราเป็นนักข่าวนา- ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ตกงานพอดี

เด็กหนุ่มนักข่าวผู้มีผมสีทองกับดวงตาสีฟ้าสดใสพูด

          ก็ตามที่เรียวพูดนั่นแหละรุ่นพี่- ถ้าไม่ทำก็โดนปลดจากชมรมสิค้า

สาวน้อยผู้ไว้ผมสีชาประบ่าและผูกหางม้าเล็กๆเอาไว้ข้างหลัง กระโดดไปมา พร้อมกับพูดไปด้วย

ด้วยความที่เธอมีหน้าอกใหญ่กว่ามาตราฐานอยู่ไม่น้อย ทำให้มันเด้งไปมา ดึงดูดสายตาของคนแถวนั้นเอาไว้ได้เยอะเลยทีเดียว

          ถ้าจะมาสัมภาษณ์ก็มาพรุ่งนี้ตอนเที่ยง วันนี้ชั้นมีธุระสำคัญอยู่ ไปล่ะ

โฮมุระละผัดวันไปส่งๆ ที่จริงเขาไม่สนใจเรื่องให้ข่าวด้วยซ้ำ แต่เพื่อไล่สองคนนี้เขาจริงต้องโกหกไปก่อน

          โห่ววว รุ่นพี่โฮมุร้าาา จะรีบไหนอีกล่ะคะเนี่ยยย วันนี้ชั้นอุตส่าห์ทิ้งอีเวนท์มาเลยนะค้าาา

สาวน้อยทรงโตออดอ้อนอย่างสุดฤทธิ์ เธอจะปล่อยให้โฮมุระไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะอีเวนท์ในเกมนั้นเริ่มไปแล้วต้องแต่10นาทีก่อน ถ้าเขาปฏิเสธ ความพยายามของเธอก็จะสูญเปล่าไปทันที

          เฮ้อออ บอกแล้วไงเล่า ว่าชั้นมีธุระ เอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้ไม่ใช่รึไง

โฮมุระเดินเบี่ยงหลบเธอ แล้วถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

          เอาน่าๆ ริน พรุ่งนี้ก็ยังมี เดี๋ยวค่อยมาก็ได้ ปล่อยโฮมุระซังไปเถอะ

ดูท่าเด็กหนุ่ม เรียว จะเข้าใจโฮมุระ เขาจึงบอกให้รินปล่อยโฮมุระไป แต่เขาหารู้ไม่ว่ารินนั้นเองก็ทิ้งอีเวนท์มาเพื่องานนี้

          ให้ตายสิ เรียวก็เป็นแบบนี้ ถึงได้เกือบโดนปลดอยู่นี่ไง เดี๋ยวโดนประธานด่าเอาหรอก

          ถ้าแค่นั้นชั้นก็ไม่มีปัญหาหรอกน่า พี่ของชั้นก็ไม่ได้โหดอะไรซักหน่อยนี่

          หราาาาา ด่าชั้นแว๊ดๆ อยู่เกือบทุกครั้งที่เจอกันด้วยซ้ำนะ

          อันนั้นชั้นไม่รู้ด้วยแฮะ

          สรุปก็คือ วันนี้ชั้นจะต้องสัมภาษณืให้ไ- เอ๊ะ?”

หลังจากโต้เถียงกัยเรียวได้สักพัก รินก็หันไปหาโฮมุระ         แต่ว่าเขาไม่อยู่ซะแล้ว

         

          ปัดโถ่เอ้ยยยยย แบบนี้พ้อยต์ที่เสียไปก็ไร้ค่าน่ะเซ่----------------!!!!!!!!!!

รินกรีดร้องออกมา แต้มที่ควรจะได้จากการเล่นอีเวนท์ก็ไม่มี บทก็ไม่ได้ ช่างเป็นวันซวยจริงๆ

 

ส่วนโฮมุระนั้น เขาหนีออกจากจุดนั้นตั้งแต่รินเริ่มหันไปคุยกับเรียว ตอนนี้เขากำลังวิ่งไปยังโรงพยาบาลหลักของเกาะ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนไป7กิโลเมตร นับว่าไม่ไกลมากสำหรับเขา เพราะว่ามันคือระยะทางที่เขาไปมาหาสู่แทบทุกวัน

          เสียเวลา5นาทีไปจนได้

โฮมุระกอดกระเป๋าเอาไว้ ป้องกันไม่ให้เกิดการกระแทก(ตอนที่โดดลงมาจากตึกเรียนเขาก็เอาตัวห่อมันไว้)

 พอไปถึงโรงพยาบาล เขาก็พุ่งปรี่ไปยังห้องผู้ป่วยทันที

          ช้าจังนะ…..”

เด็กสาวคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง พูดพึมพัมด้วยความคิดถึง

เธออยู่ในชุดผู้ป่วยสีขาว ต่อสายน้ำเกลือที่แขนขวา และที่ข้อมือซ้ายมีริสแบนด์สีม่วงอยู่ เป็นสัญลักษณ์ว่าเธอคือผู้ป่วยเคสพิเศษ ชื่อของเธอคือ

ผมสีน้ำตาลเข้มแกมดำที่ไม่ได้ตัดมานานของเธอยาวลงมาจนถึงกลางหลัง ใบหน้าที่แลดูน่ารักสมวัยก็ดูไม่สดใสมากนัก ราวกับว่าไม่ค่อยได้ทานอาหาร แต่ดวงตากลับสดใส ฉายแววของความหวังและความรักออกมาอย่างเปี่ยมล้น

บอกว่าจะมาเร็วแท้ๆช้าจังนะ พี่จ๋า

เธอพูดอย่างเศร้าสร้อย เขาให้สัญญาว่าพอแข่งเสร็จแล้วจะรีบมาทันที ซึ่งการแข่งของเขานั้นก็จบไปแล้วซักพัก ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่มา

และแล้ว

ประตูห้องผู้ป่วยที่เป็นแบบเลื่อนก็ส่งเสียงดัง ครืดดดดดด! ออกมา พร้อมกับการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มในชุดนักเรียน

มาแล้วววว โทษทีที่ช้าาาาา

เด็กหนุ่มคนนั้นรีบขอโทษพร้อมกับวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

คุณคะ! กรุณาอย่าส่งสียงดังค่ะ!

ขอโทษครับ!

เด็กหนุ่มวิ่งกลับไปที่ประตูแล้วโค้งอย่างสวยงามพร้อมกับกล่าวขอโทษ

พี่จ๋า มาซักที หนูรอนานมากเลยนะ

เธอค่อยๆก้าวขาลงจากเตียง ลากสายน้ำเกลือแล้วเดินไปหาพี่ชาย

โฮมุระรีบวิ่งเข้ามาประคองเธอไว้ เขามองเธอด้วยความเป็นห่วง

โทกะ โทษทีที่มาช้า พอดีมีคนมาขอสัมภาษณ์น่ะ และก็ พี่ซื้อมาให้แล้วนะ

โฮมุระแก้ตัว พร้อมกับวางกระเป๋าลง เขาค่อยๆเปิดกระเป๋าแล้วหยิบอะไรบางอย่างออกมา

หนังสือเล่มบาง(Usui Hon) ที่มีปกเป็นรูปสาวเรือรบคลาสเทนริว นามว่าทัตสึตะกับเรือทะเลลึกนามว่า

คูโบซุอิกิโอนิคลาสล่อนจ้อนอยู่ในสภาพที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวปริศนาสีขาวขุ่น ท่าทางดู

เย้ายวน ที่มุนล่างซ้ายมีแท๊กเขียนว่า18+เอาไว้ พร้อมกับชื่อผู้วาด

แน่นอนว่า ถ้าโรงพยาบาลรู้ว่าเอาเจ้าสิ่งนี้เข้ามาล่ะก็ โฮมุระจะต้องโดนไล่ตะเพิดออกไปแน่ๆ

แต่ว่า ในห้องของโทกะนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด ดังนั้นนอกจากทั้งสองคนแล้ว ไม่มีใครรู้ว่ามีเจ้าหนังสือเล่มนี้อยู่ในห้อง

          ว้าววว ในที่สุด! สัญญาสงบศึกแห่งน้ำกามเล่ม3! พี่ถ่อไปซื้อถึงงานคอมมิเกะเลยเหรอ!! ขอบคุณมากเลยนะพี่จ๋า!!!!

โทกะที่ดีใจสุดขีด เธอกระโดดกอดโฮมุระสุดแรง  โชคดีที่เขารับตัวเธอไว้ได้ 

          อา ไม่เป็นไรๆ ถ้าโทกะอยากได้ล่ะก็ ไม่ว่าอะไรพี่ก็จะหามาให้

โฮมุระเอามือลูบหัวโทกะเบาๆในฐานะพี่ชายแล้ว เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อน้องสาว โดยเฉพาะน้องสาวสุดน่ารักอย่างโทกะ จะให้บุกน้ำลุยไฟไปที่ไหนเขาก็ยอม

          โทกะปล่อยโฮมุระแล้วเริ่มเปิดหนังสือเล่มบาง

          อาาาา ลายเส้นของอ.ฟุตาบะนี่มันสุดยอดจริงๆเลย! ทั้งฉากOOOO ทั้งรูปร่างและความนุ่มนิ่มที่แค่มองเห็นก็เหมือนกับได้สัมผัสของOOOOO อ้าาาาา ของดีจริงเลยค่าาาาาา!!!!!!!!!

ถึงจะเป็นสาวน้อยตัวเล็กๆที่ดูไร้เดียงสา แต่ความจริงแล้วโทกะนั้นเป็นแฟนตัวยงของโดจินเซอร์เคิลหลาย

เซอร์เคิล แถมยังชอบงาน18+มาตั้งแต่10ขวบ  ก่อนจะเข้าโรงพยาบาล เธอไปงานโคมิเกะแทบทุกครั้ง(หมายถึงที่จัดขึ้นบนเกาะลอยฟ้า) แถมเธอไม่ได้แค่ชอบอ่าน แต่ยังชอบวาดรูปอีกด้วย เธอเริ่มฝึกวาดภาพมาตั้งแต่เล็กๆ จนตอนนี้ก็เริ่มวาดโดจินชิขึ้นมาเองบ้างแล้ว แน่นอนว่าโฮมุระเองก็ให้การสนับสนุนเธออย่างเต็มที่ ทั้งออกเงินค่าปากกาวาดรูป ไปจนถึงเมาส์ปากกา และโน๊ตบุ๊คขนาดพกพา แต่น่าเสียดายที่เอาเข้ามาในโรงพยาบาลไม่ได้

ขณะที่โทกะกำลังชื่นชมกับหนังสือเล่มบาง โฮมุระก็มองออกไปนอกหน้าต่าง

บรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิ จะมองกี่ทีก็ไม่เคยเบื่อ   ตันไม้ที่เต็มไปด้วยใบสีเขียวชอุ่ม บรรยากาศที่มองแล้วสบายตา ความสมบูรณของธรรมชาติบนเกาะลอยฟ้า ช่างเป็นภาพที่ดีจริงๆ

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ถ้าโทกะออกจากโรงบาลเมื่อไหร เราจะต้องพาไปดูซากุระซักหน่อยล่ะนะ

โฮมุระคิดเช่นนั้น ก่อนที่จะหันกลับมามองดูโทกะที่อ่านหนังสือเล่มบาง

เขาคุยกับโทกะอีกซักพัก ก่อนที่จะเตรียมตัวกลับไปยังหอพัก

เอาล่ะ พี่ต้องไปละนะ ถ้ามีอะไรก็โทรมานะโทกะ

โฮมุระสะพายกระเป๋าแล้วกล่าวลาโทกะ

          เจอกันนะพี่จ๋า

 

โฮมุระออกจากโรงพยาบาลแล้วเดินทางกลับไปยังหอพักซึ่งอยู่ในโรงเรียน

เขาเหลือบมองนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือ หน้าจอดิจิตัลแสดงตัวเลข4ตัวขึ้นมาให้เห็น

16.46

ให้ตาย เวลาขนาดนี้คงไม่ทันซื้อของแล้วมั้งเนี่ยช่างเถอะ น่าจะยังเหลือเศษจากเมื่อวานอยู่ล่ะมั้ง

โฮมุระคิดได้เช่นนั้นก็รีบกลับหอพักทันที

โรงเรียนอาคาสึกินั้น เป็นโรงเรียนในสังกัตของรัฐบาลญี่ปุ่นของเกาะลอยฟ้าที่หกสิบสาม เป็นหนึ่งใน4โรงเรียนที่มีเดอะ สเปเชี่ยลวันศึกษาอยู่

ด้วยความที่เดอะสเปเชี่ยลวัน เป็นพวกที่มีพลังเหนือมนุษย์กัน จึงทำให้ต้องจำกัดขอบเขตให้พวกเขา

ดังนั้นทางโรงเรียนจึงสร้างหอพักเอาไว้ พื่อให้นักเรียนอยู่ในเขตที่สามารถสังเกตการณ์ได้ และยังมีโรงอาหารขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับเชฟมากฝีมือ บวกกับราคาอาหารที่ไม่แพง จึงทำให้แทบจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกไปนอกรั้วโรงเรียน

          หอพักนั้นแยกเป็น2หอ ประกอบด้วยหอพักชายและหอพักหญิง อัตราส่วนของนักเรียนชายและหญิงที่นี่คือผู้ชาย4คนต่อผู้หญิง6คน ตามสถิติประชากรของเกาะลอยฟ้า

          สาเหตุที่ต้องแยกหอกัน ก็เพื่อไม่ให้เกิดเหตุต่างๆ เช่น นักเรียนชายบุกห้องนักเรียนหญิง หรือนักเรียนหญิงบุกห้องนักเรียนชาย(?)   หรือทั้งสองอย่าง ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย จึงต้องแยกกันไว้ก่อน

โดยหอพักชายจะอยู่ติดกับประตูทางขวาที่หันไปหาโรงเรียนอาร์มันโด ส่วนหอพักของนักเรียนหญิงก็จะอยู่ห่างไปทางซ้าย 3กิโลเมตร หรือก็คือสุดขอบอีกฟาก

ระยะห่างเท่านี้ ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ ต่อให้เป็นเดออะสเปเชี่ยลวันก็คงไม่มีทางไปแน่

และแน่นอว่า เอ็นโด โฮมุระ ก็ไม่มีทางไปหอพักหญิงแน่ๆ ถึงมันจะอยู่ใกล้โรงพยาบาลที่โทกะรักษาตัวอยู่ก็ตาม

เขาเดินลอยชายชมวิวของฤดูใบไม้ผลิมาเรื่อยๆ จนถึงประตูฝั่งหอพักนักเรียนชาย

หอพักนักเรียนชายนั้น มีด้วยกัน5ชั้น แบ่งเป็น ชั้นล่างสำหรับพักผ่อน หรือซื้อของจากร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่

ชั้น1 สำหรับนักเรียนม.ต้นปี1-2 ชั้นสองสำหรับนักเรียนม.ปลายปี3 ชั้น3สำหรับนักเรียนม.ปลายปี1-2 ชั้น4สำหรับนักเรียนม.ปลายปี3 และชั้น5เป็นดาดฟ้า

ส่นพวกนักเรียนประถมจะพักที่บ้าน

          สาเหตุที่ต้องแบ่งแบบนี้ เพราะว่าทางโรงเรียนมีการสอบวัดระดับสำหรับเลื่อนชั้นเป็นม.ปลายปี1

ซึ่งถ้าสอบไม่ผ่านก็จะซ้ำชั้น หรือถ้าคะแนนแย่เกินไปจนทางโรงเรียนยอมรับไม่ได้ ก็จะถูกไล่ออก

ทำให้นักเรียนม.ปลายปี3ต้องเก็บตัวอ่านหนังสืออบ่างหนักในช่วงเทอมสุดท้าย ทางโรงเรียนจึงจัดชั้นพิเศษเอาไว้ เพื่อไม่ให้ระดับอื่นๆมารบกวน

ส่วนของม.ปลายปี3 แน่นอนว่าต้องเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงแทบจะไม่มีเวลาว่างให้ทำอย่างอื่นนอกจากอ่านหนังสือและติวสอบ ดังนั้นทางโรงเรียนก็ช่วยเหลือให้แยกตัวไม่ให้ชั้นอื่นรบกวนเช่นกัน

 

และเพื่อไม่ให้นักเรียนในหอพักรบกวนคนที่อยู่ชั้นอื่น หอพักจึงไม่ติดตั้งบันได แต่ติดตั้งลิฟต์เอาไว้แทน ซึ่งถ้าจะใช้ลิฟต์ก็ต้องใช้บัตรนักเรียนของตนเอง เพื่อบอกว่าจะไปชั้นไหน หรือก็คือ ไม่สามารถไปชั้นอื่นนอกจากห้องของตัวเองได้นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ดี

แต่ทางโรงเรียนก็ไม่ได้ประมาท เพื่อความปลอดภัย หอพักจึงมีบันไดหนีไฟฉุกเฉินติดตั้งเอาไว้3แห่ง คือ ริมสุด2แห่ง และตรงกลางอีก1แห่ง  

ที่ชั้นล่างสุดของหอพักมีห้องสำหรับร.ป.ภ อยู่เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครบุกขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นหอพักชายหรือหญิง แน่นอนว่าถ้าเป็นร.ป.ภ ทั่วไปคงจัดการกับพวกเดอะ สเปเชี่ยลวันไม่ได้ ดังนั้น ทางโรงเรียนจึงจ้างคนที่มีศิลปะป้องกันตัวและศิลปะการต่อสู้ทั้งมือเปล่าและใช้อาวุธขั้นสูงเอาไว้ ไม่งั้นก็ไม่มีทางที่จะสู้นักเรียนได้

โฮมุระที่เดินมาจนถึงหอพักกล่าวทักทายกับร.ป.ภ. ที่คุ้นหน้า ไม่สิ ต้องเรียกว่ารู้จักกันนิดหน่อยมากกว่า

ไง ไซโต้ อากาศดีเนอะว่ามั๊ย

อา ฤดูใบไม้ผลิบนนี้มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่เนอะ

ไซโต้ หรือ ฮาชิมะ ไซโต้ ร.ป.ภ อายุราวๆ27ปีเศษ เรียกได้ว่ายังหนุ่มอยู่ เขามาทำงานที่นี่ตั้งแต่โฮมุระเข้ามาเรียนทรี่โรงเรียนนี้ ดังนั้นโฮมุระจึงเจอเขาแทบทุกวันเป็นระยะเวลา3ปีกว่าๆ   ช่วง2ปีแรกโฮมุระแทบไม่ได้คุยกับเขาด้วยซ้ำ ดังนั้นต้องเรียกว่าพึ่งจะรู้จักกันจริงๆได้แค่ปีเดียว

วันนี้กลับช้านะ เห็นว่าไปแข่งมา ชนะมั๊ยล่ะ

อา ชนะสิ แล้วก็ พอดีไปเยี่ยมน้องสาวมาน่ะ

โฮมุระตอบกลับ พอไซโต้ได้ยินดังนั้นเขาก็ผุดยิ้มออกมา

          ใช้ได้นี่นา ได้ข่าวว่าแข่งกับตัวท๊อปก็เลยห่วงว่าอาจจะแพ้ ได้ยินแบบนี้แล้วค่อยดีใจหน่อย สมแล้วที่ชั้นช่วยฝึกให้

ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้โฮมุระไม่ได้มีฝีมือการต่อสู้ในระดับเดียวกับตอนนี้ ตลอด1ปีที่รู้จักกัน ไซโต้ช่วยฝึกให้เขารู้จัการต่อสู้ทั้งระยะประยิดและนอกระยะ ไปจนถึงการชักจูงคู่ต่อสู้ ซึ่งมันช่วยพัฒนาฝีมือของโฮมุระได้มากเลยทีเดียว

          อา ที่นายสอนมันช่วยได้เยอะเลย จากนี้ก็ฝากด้วยล่ะ วันนี้ชั้นพักละ

โฮมุระกล่าวลาแล้วเดินเข้าไปใต้ตึก

          เขาหยิบดีไวซ์สื่อสารออกมา กดไอคอนบัตรนักเรียนแล้วทาบกับประตูลิฟต์ ตัวเลข4ปรากฏขึ้นที่หน้าจอบนลิฟต์ แล้วมันก็พาเขาขึ้นไป

          พอถึงชั้น4 ลิฟต์ก็ส่งเสียงกิ๊ง แล้วประตูก็เปิดออก โฮมุระเดินออกมาแล้วไปที่ห้องของตัวเอง

ห้องของเขาคือห้อง423 แทบจะยู่ตรงกลางของหอพัก

นักเรียนที่พักอยู่ในชั้นนี้มีทั้งหมด96คน แบ่งเป็นม.ปลายปี1 48คน และที่เหลือเป็นม.ปลายปี2

 

โรงเรียนอาคาสึกิมีนักเรียนเยอะเป็นอันดับ3ของเกาะลอยฟ้าที่63 หรือก็คือมีจำนวนนักเรียนที่เป็นเดอะสเปเชี่ยลวันถึง720คน เป็นรนักเรียนชาย 300คน และนักเรียนหญิง420คน และมีบุคลากรอีก121คน นับว่าเยอะเลยทีเดียว เพราะแบ่งให้อาจารย์1คนสอนหนึ่งวิชาต่อระดับชั้น ดังนั้น จะมีอ.วิชาเลข12คน

วิทยาศาสตร์12คน สังคม12คน ประวัติศาสตร์12คน ภาษาญี่ปุ่น12คน พละ12คน กิจกรรมชมรมอีก10คน อาจารย์ประจำห้อง24คน คณะอาจารย์ใหญ่อีก15คน  และอาจารย์ทุกคนเองก็ฝึกวิทยายุทธมามากมายจนสามารถคุมนักเรียนให้อยู่หมัดได้อีกด้วย แทบจะเป็นโรงเรียนที่สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

          ในส่วนของบุคลากรนั้น ทางโรงเรียนจะจัดหาที่พักในระดับเดียวกับโรงแรม6ดาวเอาไว้ และยังมีสิทธิพิเศษกินอาหารในโรงแรมได้แบบบุฟเฟต์ในราคาย่อมเยาว์ พร้อมกับเงินเดือนที่สูงลิบลิ่ว จนอาชีพอื่นแทบจะเอื้อมไม่ถึง แต่การคัดเลือกเข้ามาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทุกคนต้องจบการศึกษาระดับปริญญาเอก และต้องมีความสามารถเฉพาะทางอย่างน้อยหนึ่งอย่างติดตัวมาด้วย เพื่อเป็นแบบอย่างสำหรับนักเรียน ทั้งนี้ก็เพื่อดึงบุคลากรระดับสูงเข้ามาไว้กับตัว เพราะถ้าหลุดไปหาโรงเรียนอื่นก็จะแย่เอา

กลับมาที่โฮมุระ

          เขาเดินกลับไปที่ห้อง ขณะที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไป เขาก็ได้ยินเสียงดังเพล้งออกมาจากข้างในห้อง

          ไอ้หมอนั่นทำบ้าอะไรอยู่ในห้องฟะเนี่ย

โฮมุระเปิดประตูเข้าไปดู

นักเรียนชายผมสั้นฟ้ากำลังประกอบอุปกรณ์บางอย่างอยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น พร้อมกับมีเศษแก้วตกอยู่ข้างๆโต๊ะ และมีรอยน้ำอยู่

          นี่คิริว แกทำบ้าอะไรอยู่ล่ะนั่น

          อะจึ๋ย

เด็ฏหนุ่มได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งเฮือก ดูท่าจะทำอะไรที่แปลกๆอยู่

          อ้าวโฮมุระ กลับมาแล้วเหรอ...หะหะ คือ ชั้นกำลังต่อกล้องดูดาวที่ซื้อมาน่ะ หะหะ มะ ไมี่ได้ต่อกล้องส่องหอพักหญิงหรืออะไรแบบนั้นอยู่หรอกนะ ก็แค่กลล้องดูดาวธรรมดาน่ะ แหะแหะ

          เด็กหนุ่ม-----คิริว แก้ตัวแบบตะกุกตะกัก ดูท่าจะซื้อของไร้สาระมาอีกแล้วสินะ

ค่าขนมของนักเรียนจะถูกแบ่งจากค่าเทอม หรือก็คือมีงบประมาณจำกัดในแต่ละเดือน อยู่ที50,000เยน ซึ่งถือว่าเยอะมาก ถ้าเทียบกับโรงเรียนธรรมดา

          ซื้อมาเท่าไหร่ล่ะนั่นน่ะ

แน่นอนว่าต้องแบ่งอีกส่วนไปจ่ายค่าหออีก10,000เยน ดังนั้นค่าขนมก็จะเหลือ40,000เยน

          “20,000เยนน่ะ แหะๆ…”

          แก้วที่ทำแตกไปล่ะเห้ย

          อ่า...ซื้อมาจากอเมซอน 3,000เยน….”

วันนี้คือวันที่15มิถุนายน หรือก็คือเพิ่งจะครึ่งเดือนหลังจากได้ค่าขนม  โฮมุระแยกเก็บไว้แล้ว20,000เยน ดังนั้น เขาจึงไม่มีปัญหา เพราะเตรียมสำรองไว้แล้ว ส่วนค่าอาหารก็ไม่ได้แพงมากเพราะเขามักจะซื้อวัตถุดิบมาทำเองที่หอพัก โชคดีที่แก๊สและนำประปาสามารถใช้ได้ฟรี ก็เลยเหลือเงินพอจนถึงสิ้นเดือน

แต่ดูท่าคิริวจะเหลือไม่ถึงสิ้นเดือน ด้วยความที่โฮมุระรู้จัก ไม่สิ ต้องเรียกว่าเป็นเพื่อน(ล่ะมั้ง) กับ

คิริวมาตั้งแต่ม.ต้น ทำให้รู้ว่า ไอ้หมอนี่มันใช้เงินได้เปลืองโคตรๆ ไหนจะค่าฟิกเกอร์ ไหนจะไลท์โนเวล ไหนจะมังงะ บางทีก็ซื้อบลูเรย์มา(ที่ห้องมีเครื่องเล่นบลูเรย์)  โฮมุระเองก็อ่านไลท์โนเวลเหมือนกัน แหงล่ะ มันคือตัวปลดปล่อยความฝันของลูกผู้ชาย การได้อ่านเรื่องของเด็กหนุ่มหรือเด็กสาวธรรมดาได้กลายเป็นผู้กล้ากอบกู้โลกมันสนุก แต่โฮมุระก็ไม่ได้ติดถึงขั้นที่ไม่ยอมกินข้าวเพื่อประหยัดเงินแล้วเอาเงินส่วนนั้นไปซื้อของ  

แล้ว เดือนนี้เหลืออีกเท่าไหร่ล่ะ คราวนี้ชั้นจะไม่ช่วยแล้วนะเฟ้ย

เดือนที่แล้วเขาช่วยออกเงินให้คิริวไป5,000เยน โฮมุระต้องลากคิริวไปทำงานพิเศษแทบตายกว่าจะได้เงินส่วนนั้นคืนมา

          อาก็เหลืออยู่…8,000เยน

          ใช้ชีวิตรอดโดยเหลือเงินเท่านั้นซะ

โฮมุระตอบกลับไปอย่างไร้เยื่อไย ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของตนเอง

          ม่ายยยยยย!!!!! ได้โปรด! ขอร้องละเพื่อนเอ๋ย ให้ชั้นยืมเงินหน่อยเถอน้าาาาา!!!!!

คิริวกระโดลงจากเก้าอี้มากอดขาของโฮมุระเอาไว้

          ปล่อยสิเห้ยไอ้บ้านี่! ไม่ว้อยย ชั้นไม่ให้ยืมแล้วเฟ้ยยย คราวก่อนชั้นต้องลำบากลากคอแกไปทำงานแทบตายนะเห้ย!! อย่าหวังนักเลย!!!

โฮมุระสะบัดขาให้คิริวหลุด แต่ดูท่าคิริวจะไม่ยอมง่ายๆ

          ม่ายยยยยย ชั้นไม่อยากอดตายยยยย นิตยาสารรายสัปดาห์ก็ยังไม่ได้ซื้อเลยยยยยย เล่มหน้ามี ท่านพิงค์แฟรี่ขึ้นปกด้วยยย ชั้นต้องซื้อน้าาา ให้ชั้นยืมเงินหน่อยเถ้ออออออออออ

          จะบ้ารึไงไอ้บ้านี่! เดือนนี้ชั้นก็เหลือเท่าแกนั่นแหละ อีกอย่าง ชั้นก็ทำกับข้าวให้แกกินอยู่ทุกวันไม่ใช่รึไงฟะ คนที่ควรลำบากเรื่องเงินมันควรจะเป็นชั้นไม่ใช่รึไง

          ใช่แล้ว เพื่อเป็นการประหยัดเงิน โฮมุระจึงทำอาหารเอง และแน่นอนว่าเขาก็ทำให้คิริวด้วย ดังนั้นคิริวจึงไม่มีทางอดตายแน่นอนถ้าโฮมุระยังมีเงินอยู่

          อาหารทางใจไง! ถ้าชั้นไม่ได้ซื้อมาเสพ(อ่าน) ชั้นก็ลงแดง(บ้า) ตายสิฟ้าาาา

          งั้นไปตายได้ได้แล้วว้อยยยย

          ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!

 

อา เหนื่อยจริงๆ ช่างเป็นวันที่เหนื่อยจริงๆ

โฮมุระคิดเช่นนั้นก่อนจะทิ้งให้คิริวเก็บกวาดของบนโต๊ะ เขาเปลี่ยนชุดแล้วก็ไปอาบน้ำ

อา…. โคตรเหนื่อยเลยแฮะวันนี้

โฮมุระเปิดน้ำลงในอ่างแล้วค่อยเอาตัวลงไปแช่ น้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิพอเหมาะช่วยทำให้ร่างกายของเขาผ่อนคลายได้เยอะมากเลยทีเดียว แถมวันนี้เขายังใส่ตัวสร้างฟองลงไปด้วย(แถมมาในห้องน้ำ) ยิ่งทำให้รู้สึกดีเข้าไปอีก

สบายตัวจริงๆ

วันนี้เขามีเวลาอีกซักพักก่อนที่จะต้องไปทำอาหารเย็น ดังนั้นตอนนี้เขาจะขอใช้เวลาไปกับการผ่อนคลายในอ่างน้ำแสนสุขนี้

ส่วนคิริว หลังจากเก็บกวาดเศษแก้วที่ทำตกแตกเสร็จ เขาก็เอากล้องดูดาว(กล้องส่องสาวๆ) ไปตั้งที่ระเบียง หันไปทางหอพักหญิง

เหอๆ ตัวขัดขวางก็อาบน้ำอยู่ แถมยังเป็นเวลานี้ ไม่มีอะไรหยุดตูได้แล้วเฟ้ยยยย

คิริว(เดนมนุษย์)กำลังยิ้มกรุ้มกริ่มพร้อมกับส่องดูนักเรียนหญิงที่กำลังอาบน้ำในหอพักฝั่งตรงข้ามซึ่งห่างไปถึง3กิโลเมตร

          กล้องที่คิริวสั่งมาคือกล้องสั่งทำพิเศษ สำหรับการส่องดูสาวๆโดยเฉพาะ แถมยังมีฟังก์ชั่นไนท์วิชั่น สำหรับส่องตอนกลางคืนอีกด้วย

          เหอๆๆๆ แค่นี้ก็มีกับข้าว(ของเอาไว้ดูประกอบกิจ)แล้ววววว อู้วว บั้นท้ายคุณอาเคโนะนี่ใช้ได้เลยนะเนี่ย โค้งเว้าได้รูปแถมยังดูนุ่มนิ่มน่าจับอีก อ่าาา ของดีจริงๆ

          โอ้ววว หน่มน้มของอาสึกะนี่สุดยอดด ความยืดหยุ่นที่ชวนให้อยากสัมผัสนั่นมันอะไรกัน!

โหววววว อาคาริจางงงงงง ร่างกายอันแสบบอบบางสมกัยเป็นเด็กม.ต้นนั่นมัน!!!! ไหนจะหน้าอกที่ราบไปกำลับตัว ทำให้จุกเด่นขึ้นมา! ความบอบบบางชวนค้นหาาาา

น่ะ นั่นมัน โลลิทรงโตสุดหายากที่เราไม่รู้จัก อย่างนี้นี่เอง นักเรียนปี1สินะ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม แต่หน้าอกหน้าใจนี่เลยระดับมหาลัยไปแล้วนะเนี่ยยยยย ของแรร์ชัดๆ!!!!!!!

ปะ เป็นไปไม่ได้ อาจารย์สึกิโนะโกะ!?!?!?! ทำไมกัน น่าจะอยู่ที่หอพักส่วนกลางนี่!

อย่างนี้นี่เอง มาติวให้ส่วนตัวสินะ เยี่ยมเลย ขอส่องให้เต็มที่หน่อยล่- อั่ก!

คิริวกระเด็นออกนอกหน้าต่างไปด้วยความเร็วอากาศที่3

พุ่งออกจากหอพักไปยังพื้นข้างล่าง

ได้ไงกัน ไอ้หมอนั่นอาบน้ำอยู่ไม่ใช่เรอะ?!?!? ทำไมถึงได้-?”

คิริวที่ตกตะลึงกับการโจมตีของโฮมุระมองขึ้นไปที่ห้องในขณะที่เขากำลังร่วงลงมา

พอเห็นสภาพของโฮมุระแล้วเขาก็เข้าใจ

โฮมุระนั้น ยังอาบน้ำไม่เสร็จ เขาห่อท่อนล่างด้วยผ้าขนหนู แล้วยืนมองคิริวราวกับมองขยะสด

นี่แผนอันล้ำเลิศของชั้น ถูกหมอนั่นขัดอีกแล้วเหรอเนี่ย!!!!!!!!!

ว้ากกกกกกกก

คิริวร้องเสียงหลง เขาลอยไปตกที่ต้นไม้หน้าหอพักหญิง

ที่โรงเรียนนี่มีกฎอยู่ว่า ถ้าไม่มีเหตุอันควรก็ห้ามลุกล้ำเขตหอพักเพศตรงข้าม ซึ่งตอนนี้คิริวที่ถูกถีบกระเด็นมาตกหน้าหอพักหญิงนั้น ผิดกฎเต็มๆ แถมยังไม่มีข้อแก้ตัวที่ดีมากพอที่จะเอาตัวรอดไปจากสถานการณ์นี้เลยด้วย

แถมยามฝั่งผู้หญิงก็เดินเข้ามาหาเขาเรื่อยๆแล้วด้วย

เอาไงดี เอาไงดี เอาไงดี ถ้าวิ่งหนีจะทันมั๊ยนะ ถ้าไม่ทันจะบอกว่ายังไง

เอาเป็นว่าวิ่งก่อนละกัน คิริวคิดได้เช่นนั้นแล้วก็วิ่งออกไปด้วยความเร็วเหนือมนุษย์

เห้ย หยุดนะเฟ้ยยย นี่แกมาทำอะไรตรงนี้!!!!

ร.ป.ภ.ที่อายุราวๆ50กว่าวิ่งตามเขามาติดๆ

เห้ยๆ ไม่มีมนุษย์ที่เป็นเดอะสเปเชี่ยลวันในวัยนี้ไม่ใช่รึไงกัน และไหงไอ้หมอนี่มันตามเราทันได้ฟะ?!?!?!”

ใช่แล้ว ในปี2052 เดอะสเปเชี่ยลวันที่อายุมาที่สุดคือ48ปี ไม่มีใครแก่เกินนั้น เเพราะพวกเขาคือมนุษย์ที่เกิดการกลายพันธุ์จากสงครามนิวเคลียร์เมื่อ32ปีก่อน ซึ่งคนที่ได้รับผลกระทบก็คือพวกเด็กๆที่อายุยังไม่ถึง18 ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเดอะ สเปเชี่ยลวันที่อายุเกินไปมากกว่านั้น

ถ้างั้นก็หมายความว่า ไอ้หมอนี่วิ่งตามเราด้วยกำลังขาของคนธรรมดาเรอะ!?!?! เป็นนักวิ่งเก่ารึไงกัน?!?!?!?!!?”

เดอะสเปเชี่ยลวันนั้น มีร่างกายที่ทั้งแข็งแรงและรวดเร็วกว่ามนุษย์ปกติทั่วไปหลายเท่าตัว

คิริวเองก็มีสมรรถภาพร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปานกลางในหมู่เดอะ สเปเชี่ยลวันด้วยกัน แต่ความเร็วในการวิ่งจะสูงกว่าอยู่หน่อยๆ ดังนั้นความเร็วสูงสุดที่วิ่งได้คือราวๆ23กิโลเมตรต่อชั่วโมง มนุษย์ธรรมดาไม่น่าจะไปถึงระดับนั้น

          แต่ลุงคนนี้-ซาจิฮาระ โคจิโร่ เคยเป็นหนึ่งในกองกำลังป้องกันตัวเอง และยังเคยร่วมฝึกกับหน่วยซีล หรือเรียกได้ว่าเป็นทหารเก่านั่นเอง แถมยังมีเชื้อสายแอฟริกาจากทางญาติอีก ทำให้มีร่างกายที่เหนือกว่าคนทั่วไปหลายเท่า แทบจะเทียบเท่ากับเดอะสเปเชี่ยลวันได้เลยด้วยซ้ำ

ร่างของเขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่หนาแน่น แต่ก็ไม่เทอะทะ ถูกซ่อนไว้ใต้ชุดร.ป.ภ.อย่างแนบเนียน ถ้าไม่สังเกตจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีกล้ามอกและกล้ามท้องหนาปึ๊ก

ส่วนคิริวนั้น ร่างกายดูผอมบางเมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกันมาก แถมยังไม่ค่อยออกกำลังกาย เพราะเก็บตัวอยู่ในห้อง จึงมีกล้ามเนื้อน้อย เทียบกันแล้ว พละกำลังน้อยกว่าโคจิโร่พอสมควรเลยทีเดียว

จับตัวได้แล้วไอ้หนู

โคจิโร่คว้าปกเสื้อของคิริวจากด้านหลังพร้อมกับฉุดเอาไว้ไม่ปล่อย

อ้าาาาาา ขอโทษคร้าบบบ ผมโดนรูมเมทถีบลงมาจากหอฝั่งชายคร้าบบบบบ

เหอะ ใครจะไปเชื่อ ถ้างั้นไปลากคอไอ้นั่นมาแล้วชั้นจะปล่อยไป

มันฟังดูขัดๆนะ ครับ บอกให้ไปลากคอมาทั้งที่ผมไปไหนไม่ได้เนี่ย

ก็หมายความว่าให้โทรไปว้อยย

จริงด้วย

คิริวหยิบดีไวซ์สื่อสารขึ้นมาแล้วกดคอนแทกต์ไปหาโฮมุระ

รับสายเร็วๆสิเห้ย ทางนี้จะแย่เอาแล้วนะ

คิริวรออยู่5วินาที โฮมุระถึงจะรับสาย

รับสายซะที โฮมุระ นายช่วย--

รู้แล้ว ยื่นโทรศัพท์ให้ร.ปภ.ซิ

ดูท่าโฮมุระจะรู้สถานการณ์แล้ว โชคดีจริงๆ คิริวคิดเช่นนั้น

เขาขอคุยด้วยน่ะครับ

อ่า ฮัลโหล

“--------------”

เข้าใจแล้ว ให้เป็นหน้าที่ชั้นเอง

โคจิโร่วางสายแล้วยื่นโทรศัพท์ให้คิริว ก่อนจะพูดว่า

          แกต้องมากับชั้น ไอ้หนู

          ไหงงั้น!?!”

ไอ้หมอนั่นมันพูดอะไร? ทำไมกัน ทำไมกันโฮมุระ ทำไมนายถึง….’

คิริวเพ่งสายตาไปมองดูโฮมุระที่ยืนอยู่ตรงระเบียงห้อง เนื่องจากคิริวเป็นเดอะ สเปเชี่ยลวัน จึงสามารถมองได้ไกลกว่าคนทั่วไป แถมคิริวยังเป็นพวกสายตาดีเป็นพิเศษในกลุ่มเดอะสเปเชี่ยลวัน ทำให้เขามองเห็นได้ไกลถึง5กิโลเมตร  ตอนนี้ เขาเห็นใบหน้าของโฮมุระที่อยู่ห่างไป3กิโลเมตรได้อย่างชัดเจน

พอเห็นใบหน้าของโฮมุระ คิริวก็นึกขึ้นได้ ว่าไอ้หมอนี่มันตั้งใจจะทำแบบนี้อยู่แล้วนี่หว่า

โฮมุระยิ้มอย่างสะใจพร้อมกับมองดูคิริวที่ถูกโคจิโร่ลากตัวไปสอบสวน เขาพับกล้องดูดาว(กล้องส่องสาว)ของคิริวแล้วเก็บมันใส่กล่องอย่างดี พร้อมกับเอาเทปกาวมาผนึกมันไว้ถึง3ชั้น ป้องกันไม่ให้

คิริวหยิบออกมาได้ง่ายๆ จากนั้นเขาก็สวมผ้ากันเปื้อนแล้วเดินเข้าครัว

          “เอาล่ะ ประหยัดค่าข้าวได้1ดอก

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น