[ Jujutsu kaisen ] The Little Sunshine 🌞🌻

ตอนที่ 9 : การพบเจอที่น่าตกใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    8 ก.พ. 64

 

 

*มีคำและประโยคที่เป็นภาษาที่ไม่สุภาพ บุคคลที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ควรได้รับคำแนะนำ~*

 

 

ฝึกประลองกับรุ่นพี่ปี 2 วันแรก โยโกะนึกว่าจะได้ฝึกแบบร่ายเวทอาคมต่อสู้ระหว่างกัน สมดังที่อยู่ในโรงเรียนไสยเวท

ไม่ ไม่เลย ไม่ทันได้ยืนดีก็โดนรุ่นพี่แพนด้าจับเหวี่ยงอากาศเป็นลูกข่าง

จะอ้วกแตกแล้วววววว (╬⁽⁽ ⁰ ⁾⁾ Д ⁽⁽ ⁰ ⁾⁾)

“ย๊ากกกกกกกก!!” ร่างของโยโกะถูกปล่อยหลุดออกจากอุ้งมือของแพนด้า เหินสูงขึ้นฟ้าก่อนที่จะตกลงมา กลิ้งหลุนๆ บนพื้นหญ้าราวกับลูกฟุตบอล

โยโกะกับคุกิซากิโดนแพนด้าจับเหวี่ยงแบบนี้มาหลายรอบแล้ว เนื้อตัวมอมแมมเปื้อนดินเปื้อนหญ้า ผมเผ้ายุ่งเหยิงชี้ฟู

“รุ่นพี่แพนด้า! ฉันก็บอกไปแล้วนี่นาว่าฉันต่อสู้ระยะประชิดได้ แล้วไหนมาจับโยนเหวี่ยงแบบนี้ล่ะคะ!?” โยโกะลุกขึ้นยืนทั้งที่ยังมึนหัวอยู่ “เหวี่ยงเป็นลูกเหล็กเลยอะ โอย---“ สุดท้ายโยโกะก็ล้มลงนอนบนพื้นสนามหญ้าอีกครั้ง

“ก็เพื่อฝึกไว้ไงล่ะ ในวันแข่งจริงจะโหดกว่านี้อีกนะ” แพนด้าตอบกลับ ก่อนที่จะหันไปบอกคุกิซากิ “โนบาระ ตาเธอแล้วนะ! เตรียมตัวให้ดีล่ะ!” แพนด้าเริ่มต้นวิ่งไล่จับคุกิซากิ…อีกหน เธอสับขาเร็วไวสุดชีวิต “ย๊ากกกกก ฉันจะไปซื้อชุดวอร์มสวยๆ ตอนนี้เลยยยยยย!

ที่คุกิซากิพูดแบบนั้น เพราะเธอยังคงใส่เครื่องแบบเดิมอยู่ ไม่ได้เปลี่ยนเป็นชุดวอร์มเหมือนกับโยโกะและฟุชิงุโระ

ตอนแรกเธอก็เตือนแล้วนะ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ฟังเท่าไหร่

โยโกะลุกขึ้นยืนอีกครั้งพร้อมกับปัดเศษดินหญ้าที่ติดบนชุดวอร์มสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสีดำแถบสีเหลืองของเธอ ผมตรงที่เคยมัดหางม้ากลางหัวตอนนี้กลับลุดลุ่ย ในระหว่างที่เดินกลับมายังที่ขั้นบันไดสนามฝึก เด็กสาวก็เอื้อมมือดึงยางออกและมัดผมใหม่อีกครั้ง หล่อนหย่อนตัวนั่งลงที่บันไดขั้นที่สองนับจากขั้นล่างสุดและทอดมองคุกิซากิด้วยสายตาที่ให้กำลังใจ เธอวิ่งเร็วกว่ารอบแรกแล้ว คราวนี้รุ่นพี่แพนด้าจับเธอไม่ได้แน่

ผิด คุกิซากิโดนแพนด้าจับตัวได้อีกรอบ และเข้าอีหรอบเดิมคือการเหวี่ยงคุกิซากิแบบ 360 องศา

“ย๊ากกกกกกกกก!” ร่างของคุกิซากิล้มลงบนพื้นดังแผละ แพนด้าปัดมือพร้อมทำท่าราวกับเพิ่งจะทำภารกิจเสร็จ เขาหันมามองทางเธอเหมือนส่งสัญญาณว่าจะทำกับโยโกะอีกรอบ โยโกะรีบยกมือปางห้ามแพนด้าแทนคำพูด

พอเถอะค่ะ เดี๋ยวจะอ้วกแตกออกมาเป็นสายรุ้ง (• ▽ •;)

“ได้แค่นี้เองเหรอเมงุมิ?” ไม่ไกลจากจุดที่โยโกะนั่งพักอยู่ ฝั่งนอกสนามหญ้า เป็นฟุชิงุโระกับมากิกำลังฝึกประลองกัน โจทย์คราวนี้คืออาวุธไม้พลอง เข้าทางมากิด้วยสิ ก็เธอถนัดอาวุธยาวนี่นา

อยากลองฝึกบ้างจัง

“ขอแค่นี้ก่อนนะครับ” ฟุชิงุโระกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหอบ มากิท้าให้เขาเอาแต้มหนึ่งแต้มไปจากเธอให้ได้ แต่นี่เขาเองก็ประลองกับเธอมาตั้งนานแล้ว ก็ยังไม่ได้แม้แต่แต้มเดียว

“อะไรกันเมงุมิ ฉันยังไม่เหนื่อยเลยนะ” มากิยืนเท้าสะเอวมองรุ่นน้อง “เอาเถอะ พักได้”

ความเย็นของวัตถุบางอย่างตั้งอยู่บนไหล่ขวาของโยโกะอย่างแผ่วเบา เมื่อเธอหันไปมอง ก็เป็นอินุมากิที่ถือกระป๋องน้ำเกลือแร่และยืนอยู่ข้างๆ เธอ

“แซลมอน”

“ขอบคุณค่ะ” โยโกะรับมาและเปิดฝากระป๋อง เธอยกขึ้นดื่มคลายกระหาย

ฟุชิงุโระเดินมาที่โยโกะนั่งอยู่ เขารับกระป๋องน้ำมาจากอินุมากิเช่นกันและหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ โยโกะ เขายกซดดื่มแก้กระหายก่อนที่จะหันมาถามเธอ

“ฝึกกับรุ่นพี่แพนด้าเป็นยังไงบ้าง?”

“โดนเหวี่ยงเป็นลูกตุ้มเลยล่ะ” โยโกะตอบกลับ พลางมองเพื่อนสาวตัวเองกำลังถูกเหวี่ยงผ่าลมอยู่ “ไม่ไหว เกือบจะอ้วก ทำไมรุ่นพี่ต้องให้ฉันฝึกอะไรแบบนี้ด้วย”

“เอาเถอะ ที่พวกรุ่นพี่ฝึกเธอแบบนี้ก็มีเหตุผลอยู่หรอก เดี๋ยววันประลองวันจริงอีกที ก็คงจะรู้ว่าทำไม” ฟุชิงุโระบอกเหตุผลแทนพวกรุ่นพี่ปีสอง

“โยโกะ” มากิเดินมาหาเธอโดยที่ในมือยังคงถือพลอง “อยากลองฝึกกับฉันไหม?”

“หืม?” โยโกะทำหน้าสงสัย “ฝึกกับรุ่นพี่มากิเหรอคะ?”

“ใช่ ฉันอยากรู้น่ะว่าเธอเก่งในด้านอะไรบ้าง ของเมงุมิกับโนบาระฉันรู้แล้ว มีแต่พลังคุณไสยของเธอคนเดียวที่ฉันยังไม่รู้”

อ๋า แบบนั้นเองสินะ

“เธอถนัดการต่อสู้แบบไหนล่ะโยโกะ?”

“ฉันได้ทั้งศิลปะการต่อสู้กับอาวุธเหมือนรุ่นพี่มากิ แต่อาวุธนั้นจะเสกมันขึ้นมาจากพลังของฉันนี่แหละค่ะ” โยโกะหงายมือตัวเองขึ้นเพื่อทำให้ดูเป็นตัวอย่าง กลุ่มผงทรายสีทองระยิบระยับลอยเป็นก้อนกลมอยู่เหนือฝ่ามือโยโกะ และเจ้าของพลังนั้นได้เปลี่ยนรูปร่างมัน ก่อตัวกันเป็นกริชสีทอง

“น่าสนใจดีนี่ แล้วเธอทำอย่างอื่นได้อีกมั้ย?”

โยโกะครุ่นคิดก่อนที่จะตอบ “ฉันเคยเป่าพลังเวทของฉันออกมาจากปาก นอกจากนั้น ฉันก็ไม่ได้พลิงแพลงอะไรมากมาย ไม่รู้สิคะ ฉันไม่เคยได้ลอง”

“งั้นก็ถึงโอกาสสมควรแล้ว ลุกขึ้นสิ มาฝึกกับฉัน” มากิยิ้มกว้างและชวนเชิญโยโกะ “อย่าชักช้านะ” ก่อนที่จะเดินนำไปยังจุดพื้นที่ที่มากิต้องการประลอง

“ได้เลยค่ะ!” โยโกะลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น เธอนึกขึ้นได้ว่าในมือยังคงถือกริชสีทองอยู่ จึงยื่นกริชไปให้ฟุชิงุโระถือ “ฉันให้นาย”

“อะ อ๋อ…” ฟุชิงุโระรับกริชทองมาแบบงงๆ และมองตามแผ่นหลังของโยโกะที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินไปหามากิ

“ทูน่าๆ” อินุมากิจับไหล่ฟุชิงุโระพร้อมกับชูนิ้วโป้งให้กับเขา

“ครับ ผมรู้” อินุมากิสื่อว่าโยโกะจะสามารถทำได้ดี เขาเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ดวงตาสีน้ำเงินพินิจรูปลักษณ์ของกริชสีทองอีกครั้งก่อนที่จะเงยหน้ามองโยโกะกับมากิที่ยืนอยู่ไม่ไกล

ในตอนนี้ ทั้งสนามก็กลายเป็นเวทีประลองยุทธ์ระหว่างโยโกะและมากิ ผู้ชมทั้งหมดถูกจัดนั่งรับชมที่บันไดทางขึ้นลงของสนาม อินุมากิ แพนด้า คุกิซากิ และฟุชิงุโระต่างจดจ้องท่าทีของผู้แข่งขันทั้งสองฝ่าย

“นายคิดว่าใครจะชนะ?” คุกิซากิถามเพื่อนร่วมชั้น

“ไม่รู้สิ คงจะเสมอ” เขาตอบกลับ แม้ในใจลึกๆ ก็อยากให้โยโกะเป็นฝ่ายชนะ แต่ความจริงที่ว่ามากิเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งและเก่งกาจเอามากนั้นประจักษ์อยู่ คงต้องรอดูเพียงอย่างเดียว

“เอาล่ะ เราจะประลองกันแบบไหนล่ะ?” มากิเอ่ยถาม ทั้งสองยืนประจำตำแหน่งตรงข้ามด้วยท่าทีที่เตรียมพร้อม

“รุ่นพี่ถนัดอาวุธใช่มั้ยล่ะคะ งั้นเรามาประลองอาวุธกัน” โยโกะเสนอ

“แล้วจำพวกศิลปะการต่อสู้ล่ะ หมัดมวยหรืออะไรก็ตาม เธอไม่ประลองเหรอ?”

“ไม่ล่ะค่ะ ฉันขอฝึกกับอาวุธดีกว่า จำพวกหมัดมือหมัดเท้านั้นฉันเอาไปอัดพวกที่ฉันเกลียดนู่น เวลาได้อัดหน้าด้วยมือเปล่าใส่มันก็สะใจดี” โยโกะกล่าวด้วยใจจริงโดยที่ไม่แคร์ว่ามากิจะมองเธอแปลกหรือเปล่า

“บ้าบิ่นดีนี่โยโกะ ถ้าเธอต้องการอย่างนั้นก็ได้” มากิยิ้มมุมปากชอบใจ “แล้วเราจะสู้ด้วยอะไร อาวุธที่มีอยู่คือไม้พลองนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะรุ่นพี่มากิ ฉันสร้างให้ได้นะคะ”

“จริงสินะ เมื่อกี้เธอก็ทำให้ฉันดูแล้วนี่” มากิหันไปมองฟุชิงุโระที่ในมือของเขายังคงถือกริชสีทองนั่นอยู่

“ฉันขอเป็นง้าว ส่วนเธอจะใช้อาวุธอะไรนั้นก็ตามใจเธอเลย”

“โอเคค่ะ” โยโกะรับคำและทำหน้าที่เป็นช่างทำอาวุธจำเป็น โยโกเสกสร้างง้าวสีทองที่มีความยาวและขนาดพอเหมาะให้กับมากิ มากิรับง้าวมาและพิจารณาด้วยท่าทีที่สนใจ “สวยดีนี่ น้ำหนักก็เบาเหมาะมืือ แล้วเธอจะใช้อะไรล่ะ?”

โยโกะได้สร้างอาวุธของเธอขึ้นมาแล้ว มันมีขนาดเทียบเท่ากับอาวุธของมากิเช่นกัน

“ตรีศูลค่ะ”

โยโกะหมุนควงตรีศูลเป็นท่าเตรียมพร้อม ก่อนที่จะจับด้ามยามและถือตั้งไว้ข้างตัวด้วยท่าทีที่องอาจ

“พร้อมหรือยังคะรุ่นพี่มากิ”

มากิมีสีหน้าที่พึงพอใจ เธอเตรียมพร้อมจับง้าวไว้มั่น

 “พร้อมแล้ว”

หญิงสาวทั้งสองพุ่งเข้าหากันด้วยวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งและอาวุธที่เสริมพลังให้แก่พวกเธอ

เพลงง้าวของมากิตอบรับได้ดีกับท่าร่ายรำตรีศูลของโยโกะ เสียงกระทบกันของใบมีดคมดังทั่วสนามหญ้า เหล่าผู้ชมข้างสนามต่างมองกันไม่วางตา จับจ้องทุกจังหวะที่สองสาวเคลื่อนไหว

ทั้งงดงามและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน

“เก่งดีนี่โยโกะ ไปแอบฝึกมาจากไหนล่ะ?” มากิชวนคุยในระหว่างที่การต่อสู้ยังคงดำเนินอยู่

“ฉันฝึกมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะค่ะ มีคนคอยสอนให้” โยโกะไม่เมินบทสนทนาที่อีกฝ่ายพูดด้วยจึงตอบกลับ เสียงกระทบของอาวุธสีทองยังคงดังลั่น ณ ตรงนั้น แรงของมากิที่ส่งผ่านง้าวและฟาดเข้ามาที่โยโกะช่างมีมากมหาศาล แต่โยโกะก็สามารถรับมือได้เป็นอย่างดี อะดรีนาลีนพุ่งพล่านไปทั่วร่างกายของหญิงสาวทั้ง 2 คน ต่างคนต่างชื่นชมในความสามารถของทั้งคู่

จังหวะหนึ่งที่มากิขึ้นนำ ง้าวของเธอฟันลงมาที่ด้ามจับตรีศูลของโยโกะอย่างแรงจนด้ามตรีศูลหัก ยังไม่ทันที่โยโกะจะได้ประมวลผลก็ต้องรีบดึงใบหน้าให้พ้นระยะของง้าวที่เข้าใกล้เพียงเฉียดฉิว โยโกะรีบถอยหลังกลับมาตั้งหลักพร้อมตรีศูลที่ถูกหักแบ่งครึ่งท่อนบนท่อนล่างในมือ

“แรงดีไม่มีตกดีนี่โยโกะ แล้วตรีศูลของเธอนั่น เธอสร้างมันมาใหม่ได้ใช่มั้ย?” มากิจับด้ามง้าวด้วยมือขวาและยกสันง้าวมาพาดบนบ่า ใบหน้าของมากิมีแต่ความพึงพอใจกับการประลองเมื่อครู่ “ยังมีแรงอยู่มั้ยน่ะ? ไม่ไหวก็พักได้นะ” เธอกล่าวพร้อมหัวเราะในลำคอ

“ฉันยังมีแรงเหลือเฟือเลยล่ะรุ่นพี่มากิ ไม่ต้องห่วงค่ะ” โยโกะกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะทำบางอย่างกับอาวุธที่ครึ่งท่อนของเธอ “ขอเวลาสักครู่”

โยโกะเปลี่ยนตรีศูลหักครึ่งท่อนทั้งสองเล่มในมือให้กลายเป็นดาบจีนคู่สีทอง ใบมีดยาวพอเหมาะที่จะเป็นอาวุธต่อกรและสังหาร “รุ่นพี่เคยได้ยินประโยคนี้มั้ยคะ ว่าแลนเซอร์ (Lancer) น่ะ แพ้ทางเซเบอร์ (Saber) นะคะ”

“หึ จะทางไหนก็เถอะ ถ้าหากชนะ มันก็คือชนะ” มากิควงหมุนง้าวและกวักมือเรียกคู่ต่อสู้ “เรามาเริ่มรอบที่สองกัน”

โยโกะพุ่งเข้าหามากิพร้อมกวัดแกว่งดาบคู่อย่างหนักหน่วง โยโกะไม่เคยใช้มือซ้ายในการเขียนหนังสือ แต่พอเป็นการดวลอาวุธ เธอกลับใช้มือทั้งข้างที่ถนัดและไม่ถนัดได้เป็นอย่างดี มากิต้องป้องกันดาบทั้งสองที่คอยฟาดฟันเข้ามาหาเธอ บางครั้งก็เฉียดเข้าใกล้มากิถึงขั้นฟันปลายผมของออกไปเศษหนึ่ง

“คิดว่าเราจะต่อสู้กันได้นานแค่ไหน?

“ฉันไม่ปล่อยให้การต่อสู้มันต้องยืดเยื้อหรอกค่ะ” โยโกะตอบกลับ จากนั้นเธอก็ใช้สองดาบฟาดใบมีดของง้าวอย่างแรงจนมันหักบิ่นเหลือแต่ด้าม และใช้เท้าเตะเข้าไปที่เท้าของมากิ มากิเสียหลักกระทันหันจึงล้มตัวลง

โยโกะกระโดดคร่อมทับร่างคู่ต่อสู้ เธอใช้สันดาบฝั่งมือขวาพาดที่ลำคอของมากิ

“ฉันชนะแล้ว” โยโกะยิ้มอย่างพึงพอใจที่มากิอยู่ใต้อาณัติของเธอ

“ยังหรอก” มากิใช้แรงทั้งหมดผลักโยโกะออกจากร่าง ก่อนที่รวบรวมความเร็วเป็นฝ่ายคร่อมทับเธอแทน พร้อมใช้ด้ามง้าวสีทองพาดคอโยโกะ

“ฉันต่างหากที่ชนะ โยโกะ” มากิยิ้มมุมปากราวกับผู้ชนะที่แท้จริง

เป็นอันจบการประลอง

 

 

 

ช่วงท้ายของการฝึก ทุกๆ คนต่างมานั่งพักผ่อนที่บันไดและใต้ต้นไม้ข้างสนาม ยกเว้นคุกิซากิที่เธอขอตัวไปซื้อชุดวอร์มน่ารักตามที่เธอต้องการ ส่วนโยโกะแยกตัวไปกดน้ำคนเดียว

“รุ่นพี่เซ็นอิงเองก็พกอุปกรณ์ไสยเวทหลายชิ้นสินะครับ จัดการถือยังไงเหรอครับ” ฟุชิงุโระเอ่ยถาม เพราะก่อนหน้านั้น พวกเขากำลังพูดคุยเรื่องการต่อสู้ระยะประชิดที่พกอาวุธ แต่มือทั้งสองข้างนั้นควรว่างเอาไว้ การพกอุปกรณ์ไสยเวทมาหลายชิ้นอาจทำให้มีอุปสรรค

“ก็ให้แพนด้าแบกไง”

รู้งี้ไม่น่าถามภาค 2 (-_-;)

ต่างคนต่างพูดคุยกัน จนมาถึงที่อินุมากิเอ่ยพูดคำไส้ข้าวปั้น

“ทูน่าๆ” เขาชี้ไปที่ฟุชิงุโระ เมื่อมองดู ก็พบว่าเขากระทำการบางอย่างบนพื้น

“รุ่นพี่ ผมมีวิธีแล้ว”

“โย่! ทุกคนนน ฉันซื้อมาแล้วค่ะ” เสียงเจื้อยแจ้วของโยโกะดังมาแต่ไกล ในอ้อมแขนหญิงสาวก็ถือกระป๋องเครื่องดื่มที่ทุกคนฝากเธอไปซื้อ “มีครบทุกคนเลย อ๊ะ!”

ในระหว่างที่ก้าวเท้าลงตามขั้นบันไดมา ด้วยความไม่ระวังโยโกะจึงสะดุดพื้นที่ต่างระดับ กระป๋องเครื่องดื่มหลุดลอยจากมือเธอ ร่างบางกำลังเอนตัวล้มลงไปข้างหน้า ฟุชิงุโระที่อยู่ใกล้สุดก็ลุกขึ้นยืนและวิ่งไปหาเพื่อที่จะไปรองรับร่างของโยโกะ

แต่ทว่า ด้วยสัญชาตญาณของเธอ โยโกะเผลอปล่อยพลังเวทออกมาสู่ภายนอก ด้วยปริมาณพลังเวทที่ออกมามากล้นโดยที่เจ้าของไม่ได้ตั้งใจปล่อย มันจึงก่อกลุ่มเป็นรูปลักษณ์และรองรับร่างของโยโกะได้ทันเวลา

ทุกคนตะลึงกับภาพตรงหน้า ไม่ใช่เพราะโยโกะลื่นล้มจนหัวแตกหรอก

แต่มีโยโกะสองคนต่างหาก!

“นั่นมันอะไรโยโกะ? ทำไมเธอ…” มากิชี้นิ้วไปหา ‘แฝด’ ที่กอดโยโกะจากด้านหลัง ใบหน้าและการแต่งตัวเหมือนกันทุกสัดส่วน เพียงแสดงสีหน้าไม่เหมือนกัน อีกคนทำหน้าตกใจสุดขีด อีกคนก็ทำหน้าปกติ ไม่ยินดียินร้าย

(  ☉д⊙)  (◔‿◔   )

และยังไม่ทันได้ถามไถ่หรือสำรวจอะไร ร่างแฝดของโยโกะก็สลายหายไปเป็นผงทรายสีทองเหมือนพลังเวทของโยโกะ

“โยโกะ ฉันว่าเธอเพิ่งค้นพบพลังของตัวเองเจอแล้วล่ะ” มากิเอ่ยขึ้น มองโยโกะที่เอาแต่นั่งอึ้งกิมกี่บนพื้น

“วันประลองคงได้สนุกแน่ๆ”

 

 

 

 

 

 

“ครูใหญ่มาซามิชิ เรียกหนูมามีอะไรเหรอคะ?”

โยโกะถูกเรียกตัวมาที่ห้องสอบสัมภาษณ์ เขาว่าอย่างนั้นน่ะนะ จากที่ฝึกซ้อมกับรุ่นพี่ปี 2 มาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ 3 ชั่วโมงหลังจากฝึกซ้อมเสร็จ อิจิจิก็เดินมาบอกเธอว่าครูใหญ่แห่งโรงเรียนโตเกียวต้องการพบตัว

โยโกะเปลี่ยนเป็นชุดเครื่องแบบของโรงเรียนก่อนจึงค่อยเข้าไปหา ในตอนนี้เธอก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

“นั่งสิ” มาซามิชิผายมือไปที่หมอนรองนั่งฝั่งด้านข้างของเขา “เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

“ค่ะ…” โยโกะรับคำและเดินเข้าไปนั่งด้วยท่าทีที่เรียบร้อย

แต่เอ๊ะ ทำไมมีสองที่ล่ะ อีกที่หนึ่งข้างเธอตั้งไว้ให้ใคร?

“มีคนต้องการพบเธอน่ะอากิฮิโระ แต่ตอนนี้เขาออกไปทำธุระข้างนอกสักครู่หนึ่ง เดี๋ยวก็กลับมา”

“ใครเหรอคะครูใหญ่?” โยโกะเอ่ยถาม เธอนึกไม่ออกว่าใครจะมาหาเธอตอนนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็เป็นพ่อ หรือไม่ก็…

“เขามาแล้ว” เสียงก้าวเดินดังขึ้นมา ทั้งมาซามิชิและโยโกะหันไปมองผู้มาเยือน

“ว่าไงไอ้โย” คำทักทายเป็นภาษาไทยเอ่ยดังมาจากชายร่างสูงล่ำผมตัดสั้นสีดำ

อาจารย์…

“พี่ณัฐ! มาได้ไงวะ!?” โยโกะเอ่ยถามด้วยภาษาเดียวกัน เหลือเชื่อ มาได้ไง ไม่คิดว่าจะเจอ

“พูดวะพูดโว้ยกับอาจารย์ได้ยังไง ปีนเกลียวแล้วนะมึงอะ” ณัฐวัฒน์นั่งลงที่หมอนรองนั่งข้างโยโกะพร้อมกับจัดการเขกหัวกลมนั่นหนึ่งที

“โอ๊ย! เจ็บนะ!” โยโกะร้องใส่ สองมือลูบหัวที่โดนเขกป้อยๆ

“เขานั่นแหละที่ต้องการพบเธอ” มาซามิชิกล่าวด้วยภาษาญี่ปุ่นกับณัฐวัฒน์ “สบายดีไหม ณัฐวัฒน์”

“ก็ดี ทุกอย่างปกติ” ณัฐวัฒน์ตอบกลับด้วยภาษาญี่ปุ่นเช่นกัน นั่นจึงทำให้โยโกะอ้าปากตาค้างยิ่งกว่าเดิม

พูดภาษาญี่ปุ่นได้ด้วยเหรอ!? (((;ꏿ_ꏿ;)))

“ผมมาที่นี่เพื่อต้องการพบตัวโยโกะ เหมือนที่ผมบอกคุณไว้ก่อนหน้า แล้วผมจะขออนุญาตบางอย่างจากคุณ”

“อะไรล่ะ?” มาซามิชิเอ่ยถาม

“ผมจะพาโยโกะไปข้างนอกกับผมประมาณหนึ่งสัปดาห์ ในฐานะศิษย์กับอาจารย์ ผมจะสอนวิชาอาคมให้กับเธอนอกสถานที่” ณัฐวัฒน์เอ่ยคำขอ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน มาซามิชิก็ตกลง

ทั้งสองชายรุ่นใหญ่สนทนากันสักพักหนึ่ง โยโกะเอาแต่นั่งเงียบไม่พูดอะไร เธอยังคงงงอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น พี่ณัฐพูดภาษาญี่ปุ่นได้ยังไง? แล้วเขารู้จักกับครูใหญ่ด้วยเหรอ?

โอ๊ยยย งงไปหมดแล้ว!

 


“มาที่นี่ทำไม?” โยโกะถูกณัฐวัฒน์ลากแขนมาคุยกันข้างนอกสองคน เธอพูดภาษาญี่ปุ่นกับเขา “แล้วไหนพูดภาษาญี่ปุ่นได้?”

“มึงไม่ต้องมาพูดญี่ปุ่นกับกูเลยไอ้โย พูดเหมือนเดิมน่ะดีแล้ว” ณัฐเอ่ยเป็นภาษาไทยกับเธอ “กูพูดได้ก็เพราะกูฝึกสิ ถามอะไรโง่ๆ”

“ก็จะไปรู้มั้ยล่ะ ที่ผ่านมาพี่ไม่เคยพูดญี่ปุ่นกับหนูนี่!” โยโกะเปลี่ยนภาษาพูดเป็นภาษาไทยแล้ว “กับพ่อพี่ก็ยังพูดเป็นภาษาไทย!”

“แรกๆ กูก็คุยกับพ่อมึงเป็นญี่ปุ่นนี่แหละ แต่บางครั้งกูอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นให้พ่อมึงฟังไม่ได้ แล้วทาเคชิเขาก็ต้องทำงานที่ไทยยาวๆ อยู่แล้ว ไม่แปลกหรอกที่กูกับพ่อมึงพูดไทยรัวๆ” ณัฐวัฒน์อธิบายให้โยโกะฟังจบไปเรื่องหนึ่ง แต่เธอก็ยังมีอีกเรื่องที่สงสัย

“รู้จักกับครูใหญ่ได้ไง ไสยเวทของไทยกับญี่ปุ่นมันต่างกันเลยนะ”

“ขึ้นชื่อว่าวงการไสยเวท ต่อให้วิธีการแตกต่าง ประเทศคนละชาติ แต่ถ้าเป้าหมายเดียวกันคือเรียนรู้เรื่องพลังกับกำจัดสิ่งชั่วร้ายก็รู้จักกันได้ รู้ไหมว่าตอนครูใหญ่ยังหนุ่ม ตอนที่มึงยังไม่เกิดนั่นแหละ เขาดังมากในวงการไสยเวทรอบโลกนะ แล้วคนดังในรุ่นอีกคนถัดมาก็ไอ้ผู้ชายตัวยาวๆ ที่ชื่ิอซาโตรุ โกโจอะไรนั่นอีกคน เรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองของไสยเวทญี่ปุ่น ส่วนกูรู้จักกับมาซามิชิผ่านอาจารย์ที่สอนกูมารุ่นก่อนหน้านี้นี่แหละ มาซามิชิเขาเคยมาดูงานที่ไทยอยู่พักหนึ่ง”

โห รู้สึกเหมือนฟังเรื่องราวที่เป็นประวัติศาสตร์ยาวนานเลย ไม่คิดว่าอาจารย์ของเธอจะรู้จักครูใหญ่ด้วย

“แล้วสรุป…พี่มาที่นี่ทำไม?” โยโกะเอ่ยอีกครั้งกับที่ถามไว้ในเบื้องต้น

“กูจะพามึงไปที่ที่หนึ่ง”

“ที่ไหน?”

“เดี๋ยวมึงก็รู้”

“เอ้า! ละไม่บอกอะ!”

“เดี๋ยวมึงก็รู้เอง! กูจะพามึงไปพรุ่งนี้เช้า เอ้า! กลับไปนอนได้แล้วมึงอะ ถ้าพรุ่งนี้มึงตื่นสาย เดี๋ยวกูจะเสกตะปูเข้าท้องมึง”

“โว้ย! ไล่ไปนอนดีๆ ก็ได้มะ แหมมมม” โยโกะแว๊ดกลับ แต่ก็ต้องรีบวิ่งหลบมะเหงกลูกใหญ่ของณัฐวัฒน์โดยไว พร้อมเดินจากไปตามที่สั่งโดยดี

อะไรก็ไม่รู้! บ้าบอ!

 

 

 

 




 

#ไอ้แลนเซอร์เซบ้านี่คุ้นๆ จังน้า~ เหมือนมาจากเมะเรื่องเฟ แฟ แฟต เรียกว่าอะไรน้า 

#อ๋อ เฟต! //หลบเกือก 

#ใครชิปมากิโยโกะยินดีด้วยนะค้า เชิญเสพให้หนำใจจจจจ 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

212 ความคิดเห็น

  1. #209 TK-NP (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 13:46
    lancer แพ้ทาง saber เอ๊ะคุ้นๆ มหาเกมเกลือ?
    #209
    0
  2. #81 SleepyS (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:57
    เห็นภาพมากิซังยิ้มตอนชนะเลยค่ะ กร๊าวใจมาก แม้จะไม่ได้อยู่เรือนี้ก็ตาม555
    #81
    1
    • #81-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 9)
      8 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:12
      มากิซังยิ้มทีก็ทำเอาหัวใจละลายค่ะ แอร๊ยยยยย
      #81-1
  3. #80 minxxix (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:38
    โดดลงเรือมากิซังเรียบร้อยค่ะ!!!!
    #80
    1
    • #80-1 June_moon(จากตอนที่ 9)
      7 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:42
      ไรท์ขอโดดลงเรือด้วยคนค่ะ!
      #80-1
  4. #79 Yakusoku (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:36
    ม แหม~มากิซังหล่อแท้เลยค่ะ //ขำเบาๆ//บอกแล้วว่าเรือมากิโยโกะ อ่ะโคตรแซ่บ!!//พูดจบก็ชูนิ้วโป้งขึ้นมา// แบบว่า ใจก็บางแค่นี้อ่ะ! ทำไมต้องหล่อเท่แบบนี้คะ?มากิซังงง!!
    #79
    1
    • #79-1 June_moon(จากตอนที่ 9)
      7 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:42
      มากิเซมไปหล่อที่สุดค่ะ
      ( ꈍᴗꈍ)
      #79-1
  5. #78 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:35
    ดับเบิล โยโกะ!!
    #78
    1
    • #78-1 June_moon(จากตอนที่ 9)
      7 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:41
      โยโกะรวมพลังงง
      #78-1
  6. #77 FRAME_TH_THAI (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:33
    ผม : ขอสอบถามหน่อยได้ไหมครับว่าทำไมคุณถึงคึกได้ขนาดนี้-
    #77
    2
    • #77-2 June_moon(จากตอนที่ 9)
      7 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:35
      คึกแค่เสาร์อาทิตย์กับวันหยุดค่ะ พอเดียวเข้าวันธรรมดาก็ไม่ได้อัพ เพราะต้องไปเรียน แงงงงงงง
      #77-2