[ Jujutsu kaisen ] The Little Sunshine 🌞🌻

ตอนที่ 8 : ความทรงจำที่ไม่มีอยู่จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    6 ก.พ. 64

 

อิตาโดริ ยูจิ ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว

ร่างกายของเขาถูกนำส่งไปชันสูตรกับแพทย์หญิงอิเอริ โชโกะ แพทย์ประจำโรงเรียนไสยเวท ส่วนนักเรียนปี 1 ทั้งสามคนก็นำไปรักษาพยาบาลตามอาการที่เป็นอยู่

โยโกะเป็นรายที่มีอาการสาหัสที่สุด เครื่องในของเธอมีเลือดออกและมีแผลบนผิวกระเพาะ ซึ่งเกิดจากถูกแรงกระแทกอัดโดยตรง บริเวณหลังและคอก็เกือบหัก บาดเจ็บสาหัสชนิดที่ว่าคงได้นอนเข้าห้อง ICU แบบเร่งด่วน แต่นี่คือวงการไสยเวท อิเอริ โชโกะ มีความสามารถในเรื่องไสยเวทย้อนกลับ ซึ่งใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บได้ แต่ใช้ได้ในแค่เบื้องต้น โยโกะต้องพักผ่อนงดใช้แรงเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้เต็มที่ เธอนอนซมในหอพักโดยมีคุกิซากิคอยประคบประหงมดูแลอาการให้

บรรยากาศระหว่างสองสาวเต็มไปด้วยความเศร้าที่เงียบงัน ไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ที่สถานพินิจฯ

ในเวลาสามทุ่มตรง ไฟในห้องนอนปิดลงเหลือแต่โคมไฟข้างเตียงที่ยังเปิดอยู่ ด้วยยาที่กินเข้าไปมีฤทธิ์ทำให้ง่วง โยโกะจึงเข้านอนไวกว่าปกติ เมื่อหัวถึงหมอนแล้ว เปลือกตาของโยโกะกำลังจะปิดลง จู่ๆ เสียงเพลงแจ้งเตือนดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ของเธอ เด็กสาวยื่นมือหยิบมันมาจากโต๊ะข้างเตียงและมองดูสายที่โทร.เข้ามา

พ่อ

“ว่าไงพ่อ?” โยโกะกดปุ่มรับสายและนำมาแนบไว้ข้างหู

[ ทำอะไรอยู่น่ะลูก? ]

“กำลังจะนอนแล้วค่ะ”

[ อ้าว พ่อไม่โทรมาปลุกลูกพอดีเลยเหรอ? ]

“ไม่หรอก หนูยังไม่ทันได้หลับ พ่อโทรมามีอะไรเหรอ?” นิ้วเรียวหมุนปลายผมสีดำของตัวเองเล่นในระหว่างที่คุยกับพ่อ

พ่อเธอโทรมาได้ถูกจังหวะกับอารมณ์ที่หม่นหมองอยู่ตอนนี้ โยโกะกำลังคิดอยู่ว่าจะเล่าให้พ่อเธอฟังดีหรือไม่

[ ก็อยากโทรมาถามน่ะว่าอยู่ที่นั่นแล้วลูกสบายดีมั้ย? เพื่อนที่นั่นนิสัยดีรึเปล่า ]

พ่อก็ไม่ได้ผิดหรอก แต่ทำไมเขาถามคำถามได้จุกอกจังเลย

“สบายดีค่ะ เพื่อนหนู… นิสัยดีกันทุกคนเลย เราสนิทกันมาก” ในระหว่างที่พูด โยโกะพยายามที่จะคงน้ำเสียงตัวเองให้เป็นปกติ เพราะความเจ็บปวดมันประทุที่หน้าอกและลำคอของเธออีกครั้ง เหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด เธอกำลังจะร้องไห้ ขอบตาของโยโกะเริ่มร้อนผ่าว

เธออยากจะเล่าทุกอย่างให้พ่อฟัง แต่ก็ไม่อยากให้พ่อต้องไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

[ งั้นหรอกเหรอ ดีจังเลยน้า ที่ลูกอยู่ที่นั่นแล้วมีความสุข มีเพื่อนดีๆ ] คนเป็นพ่อกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยินดี แต่คนเป็นลูกสาวกลับมีน้ำตาที่ไหลออกด้านข้าง ริมฝีปากขบฟันเพื่อไม่ให้มีเสียงสะอื้นดังเล็ดลอดให้ปลายสายได้ยิน

ความรู้สึกของเธอมันตรงข้ามกับคำว่า ‘ความสุข’ เสียด้วยซ้ำ

อยู่วงการนี้แล้วหาความสุขยากมาก โธ่เอ๊ย ใครหลอกเธอเข้ามาวะ

[ พ่อคิดถึงลูกเลยโทรมาน่ะ แต่พอได้ยินว่าลูกอยู่ที่นั่นแล้วสบายดี พ่อก็ดีใจแล้ว ] โยโกะกำลังจินตนาการว่าระหว่างที่พ่อคุยกับเธอนั้น เขายิ้มกว้างมากแค่ไหน [ ถ้าเหนื่อยก็หยุดพักซะนะ อย่าโหมตัวเองมากเกินไปล่ะ ลูกโทรหาพ่อได้เสมอนะ ]

“ค่ะพ่อ… หนูรักพ่อนะ” โยโกะรีบเอามือปิดปากหลังจากพูดจบ เธอรีบกลืนเสียงสะอื้นลงคอเพราะกลัวทาเคชิจะได้ยิน แม้มันจะทรมานมากก็ตามที

[ พ่อก็รักลูกนะ ฝันดีล่ะ ]

ทาเคชิวางสายไปแล้ว นั่นจึงทำให้โยโกะไม่ฝืนตัวเองอีกต่อไป เธอร้องไห้ออกมา น้ำตาไหลเปื้อนหมอน ความเจ็บปวดแปดเปื้อนหัวใจ

โยโกะหลับไปพร้อมกับความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เขาตาย

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมคุณไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้?”

น้ำเสียงของทาเคชิเปลี่ยนเป็นคนละแบบต่างจากที่คุยกับสายก่อนหน้า เขาเอ่ยเป็นประโยคภาษาไทย “เธอแอบร้องไห้ตอนที่คุยกับผมนะ”

[ ผมรู้ ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณ ] เป็นณัฐวัฒน์ที่คุยกับเขา [ แต่เรื่องนี้ผมบอกคนอื่นซี้ซั้วไม่ได้ ยังไงล่ะ มันเป็นกฎแห่งกรรม ]

“แต่โยโกะเป็นลูกสาวของผม” ทาเคชิตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด แม้โยโกะจะไม่ได้ร้องไห้ให้เขาได้ยิน แต่เสียงที่เธอพูดกับเขา เขาฟังออกว่าเธอรู้สึกอย่างไร และรู้ว่าโยโกะไม่ต้องการให้ตัวเขารับรู้ ทาเคชิจึงไม่คิดที่จะพูดออกมา

ยิ่งได้ฟังเรื่องดวงชะตาของโยโกะจากคำทำนายของณัฐวัฒน์ เขารู้เลยว่าโยโกะต้องเจอเรื่องที่มันสะเทือนใจมาก่อนหน้านี้แน่ๆ

เขาเริ่มใคร่ครวญแล้วว่าเขาคิดผิดรึเปล่า ที่ส่งเธอไปเรียนที่นั่น

[ บางเรื่องนั้นหลีกเลี่ยงได้ โยโกะรอดมาได้ แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่เจอเลย ] ณัฐวัฒน์อธิบายถึงเหตุผล [ เมื่อเธอก้าวเข้าสู่โลกไสยเวทแล้ว มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เธอจะต้องเจออะไรแบบนี้ ถือเป็นการเรียนรู้และเติบโตในวันข้างหน้า ]

ทาเคชิหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยความอ่อนแรง “หากเลือกได้ ผมก็ไม่อยากให้เธอต้องเจออะไรแบบนี้เลย” เขาเหม่อมองทีวีที่ไม่มีการเปิดใช้งาน เงาของตัวเองพาดอยู่บนผิวจอสีดำ

[ มันเลือกไม่ได้หรอกทาเคชิ มันคือชะตาลิขิต ] ณัฐวัฒน์เข้าใจความรู้สึกของผู้เป็นพ่อเช่นกัน [ แต่เธอก็เลือกเส้นทางของเธอได้ ชีวิตของเธอ ให้เธอเป็นคนตัดสิน ]

“ผมคิดว่า ถ้าหากเธอไม่ใช่ผู้เป็นที่รักของเทพเจ้าเหมือนที่พระรูปนั้นพูดเมื่อสิบสี่ปีก่อน เธอก็คงไม่ต้องเจ็บปวด โยโกะจะเป็นแค่ลูกสาวที่ร่าเริงของผมคนหนึ่งเท่านั้น” ความทรงจำเมื่อ 14 ปีก่อนย้อนกลับมาให้ทาเคชิหวนคำนึง “แต่อย่างที่คุณบอกณัฐวัฒน์ มันเป็นชะตาลิขิต ผมเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย”

[ อย่างน้อยคุณก็เข้าใจนะทาเคชิ ]

“ผมก็หวังอย่านั้น” เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเข้าใจ ทาเคชิจำใจที่จะต้องเข้าใจเสียมากกว่า เขาไม่ต้องการให้เกิดแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกเสียจากก้มหน้ายอมรับอนาคตที่กำลังเกิดขึ้น

โชคชะตาช่างเป็นคำสาปของมวลมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่เสียจริง

[ ผมจะไปที่คุณภายในเดือนนี้นะทาเคชิ ]

“ทำไมล่ะ? คุณจะมาที่นี่ทำไมหรือ?”

[ ผมคิดว่าผมต้องไปหาโยโกะและสอนอะไรเธอนิดหน่อย คุณไม่ว่าอะไรใช่ไหม? ]

“ทางผมไม่ว่าอะไรหรอก แต่โยโกะล่ะ? คุณจะไปหาเธอยังไง? เธออยู่โรงเรียนประจำนะ”

[ ผมติดต่อได้แน่นอน ไม่มีปัญหาอะไรกับทางโรงเรียนหรอก คุณเชื่อใจผมเถอะ คุณแค่เตรียมห้องนอนที่บ้านคุณให้ผมนอนสักห้องก็พอ เมื่อไปถึงแล้วผมจะเล่าให้ฟังเอง--- แป๊ปเดี๋ยวนะ ] ปลายสายของณัฐวัฒน์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะกลับมาและพูดต่อ [ ประมาณอีกหนึ่งสัปดาห์ ผมจะไปที่ญี่ปุ่น ]

“ครับ ตามที่คุณบอก ผมจะจัดห้องให้”

[ ขอบคุณนะทาเคชิ แค่นี้ล่ะ ]

จบการสนทนาแล้ว ทาเคชิลดมือที่ถือโทรศัพท์ลงและตั้งมันไว้ข้างตัว สมองยังคงคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาไม่นานอยู่ แม้มันจะทำให้เขารู้สึกปวดหัวแทบระเบิดอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังคงคำนึง

ทาเคชิรู้ว่าหลังจากที่เธอวางสายจากเขา โยโกะต้องแอบร้องไห้คนเดียวอยู่เป็นแน่

ทาเคชิก็รู้สึกผิดที่ไม่สามารถปลอบโยนโยโกะในวันที่เธอเสียใจได้

 

 

 

 

เวลาผ่านไปรวดเร็วถ้านับตั้งแต่วันนั้นที่เกิดขึ้น

ต่างคนต่างยังพอเก็บอาการได้บ้าง แต่ความรู้สึกภายในกลับพังยับเยิน จึงต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมตัวมันเองให้แข็งแกร่ง

แม้จะมีบ้างที่ผุพังโดยที่ความทรงจำเมื่อวันนั้นยื่นเท้าเตะเข้ามาอย่างแรง

“ทำไมชุดเครื่องแบบหน้าร้อนยังไม่มาอีกนะ” ในยามบ่ายของวันนี้ ทั้งสามคนก็มานั่งชุมนุมกันที่บันไดหินของอาคาร ฟุชิงุโระนั่งที่บันไดขั้นบนสุด คุกิซากิซากินั่งขั้นที่สองถัดมา โยโกะนั่งตรงกลางของบันไดชั้นสามนับจากด้านบน

“โยโกะ เธอร้อนบ้างไหม?” คุกิซากิมองมาที่โยโกะและถามเธอ

“ก็ไม่นะ เพราะฉันใส่กระโปรงสั้นเลยไม่ร้อนเท่าไหร่ จริงๆ ฉันเคยอยู่ที่ร้อนกว่านี้มาแล้วเลยไม่รู้สึกว่าญี่ปุ่นมันจะร้อนมากนัก” โยโกะกล่าวพลางนั่งยืดแข้งขาให้ตรง “พูดถึงหน้าร้อนก็คิดถึงสงกรานต์แฮะ อยากกลับไปเล่นอีกจัง”

“เทศกาลสงกรานต์เหรอ ที่เขาสาดน้ำใส่กันใช่ไหม?” คุกิซากิถามไถ่ด้วยประกายตาวาว “ฉันก็อยากไปเล่นที่นั่นบ้างจัง”

“ไว้ถึงเดือนเมษาปีหน้า เราค่อยไปประเทศไทยกันไหม?” โยโกะหันไปถามฟุชิงุโระ “นายอยากจะไปด้วยมั้ย?”

“เอ่อ ไม่รู้สิ อาจจะไม่ว่าง” เขาตอบด้วยท่าทีอึกอัก

“ไม่ว่างอะไรกัน อีกตั้งเมษาปีหน้านู่น” คุกิซากิถอนหายใจในคำตอบของฟุชิงุโระ และบรรยากาศก็กลับมาเงียบอีกครั้งหนึ่ง

“เขาบอกอะไรนายบ้างมั้ย?” ฟุชิงุโระเหลือบตามองคุกิซากิ แม้เธอจะไม่ได้เจาะจงว่าเป็นใครแต่ก็พอจะเข้าใจ

“เขาบอกให้พวกเรามีชีวิตอยู่นานๆ”

“เหอะ ตายไปแล้วยังจะมาพูดอะไรแบบนั้นอีก” คุกิซากิเอ่ยถามเขา “นี่เป็นครั้งแรกที่นายสูญเสียเพื่อนรึเปล่า?”

 ทุกคนต่างเงียบไม่พูดอะไร มีแต่เสียงลมไหวพัดผ่านเข้าหู

“ถ้าเป็นรุ่นเดียวกัน… ไม่เคย” เขาตอบกลับ

“นายดูสงบนิ่งดีนี่ เธอก็ด้วยโยโกะ” แม้โยโกะจะนั่งเงียบ แต่เธอก็โดนพาดพิงอยู่ดี

โยโกะยังจำได้ ว่าตอนเช้าที่ตื่นมา ตาเธอบวมเป่งมาก จนต้องเอาน้ำแข็งมาประคบหลายรอบ

สภาพอิดโรย ดูไม่ได้เลยแหละ

“เธอก็เหมือนกันนี่โนบาระ” โยโกะตอบกลับโดยที่ไม่หันไปมอง

“ฉันรู้จักหมอนั่นแค่สองอาทิตย์ ฉันจะไปรู้สึกอะไร ฉันไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดจะร้องไห้ที่ผู้ชายแบบนั้นตาย” คุกิซากิตอบกลับราวกลับไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่อย่างใด แต่ไม่ทันไรเธอก็กลั้นไว้ไม่อยู่

“บ้าที่สุด...” คุกิซากิกัดปากตัวเอง แม้ทั้งคู่จะไม่เห็นว่าคุกิซากิทำหน้าอย่างไร แต่ก็รู้ว่าเธอรู้สึกแบบไหน

“นี่! เมงุมิ! ทำไมพวกนายทำหน้าซังกะตายแบบนั้นล่ะ” ด้านหน้าของพวกเขาปรากฏเป็นผู้หญิงใส่แว่นท่าทางมาดมั่นคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า เธอใส่ชุดเครื่องแบบโรงเรียนสีดำจึงพอเดาได้ว่าคนโรงเรียนเดียวกัน แต่ทว่าคุกิซากิกับโยโกะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

“ทำหน้าแบบนั้น กำลังนั่งเฝ้าศพอยู่รึไง?”

เมื่อตะกี้ผู้หญิงคนนั้นพูดว่าอะไรนะ? (ಠ_ಠ)>⌐■-■

“รุ่นพี่เซ็นอิง”

“อย่าเรียกฉันด้วยนามสกุลสิ!” ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะไม่ค่อยปลื้มนักที่ฟุชิงุโระเรียกเธอด้วยนามสกุล

แล้วเธอมีชื่อว่าอะไรล่ะ?

“มากิ มากิ!” ด้านหลังรูปปั้นมีผู้ชายคนหนึ่งกับแพนด้า…ยืนอยู่ แพนด้าพูดได้(?) ตัวนั้นส่งเสียงเรียกผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหน้า

อะไรอีกวะนั่น แพนด้าเหรอ?... ʕಠ_ಠʔ

“นี่ฉันกำลังพูดอยู่นะ” ผู้หญิงที่ชื่อมากิหันไปตอบกลับ

“นี่ไม่รู้จริงๆ เหรอ ว่าทำไมพวกเขาถึงมีสภาพแบบนั้นน่ะ?”

“เห? ทำไมล่ะ?”

“ก็เมื่อวานมีเด็กปีหนึ่งเสียชีวิตจริงๆ น่ะสิ!” แพนด้าป้องปากกระซิบบอก ถึงแม้ว่าทุกคนจะได้ยินหมดก็ตามที

“ปลาตากแห้ง” ผู้ชายผมสีเทาเอ่ยคำประหลาดออกมา ราวกับจะยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

“ทำ ไม ไม่ บอก ให้ เร็ว กว่า นี้ เล่า!” มากิเอ่ยด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่คาดไม่ถึง “แบบนี้ฉันก็กลายเป็นปีศาจไร้หัวใจน่ะเซ่!”

“เมื่อกี้ก็เป็นแบบนั้นนี่” แพนด้าเอ่ย

“ทูน่ามาโย” ชายผมสีเทาเอ่ยอีกครั้ง

“ไม่จริง! ฉันเป็นคนมองอารมณ์คนออก!” มากิเถียงกลับ

“คนพวกนั้นเป็นใครน่ะ?” คุกิซากิหันไปถามฟุชิงุโระด้วยท่าทีที่เหลือเชื่อ

“พวกรุ่นพี่ปีสองน่ะ” ฟุชิงุโระตอบกลับ เขาทำหน้าราวกับว่าเขาเจออะไรแบบนี้มาเยอะแล้วจนชินชา

ปี 2 นี่… อารมณ์คึกคะนองดีเหมือนกันนะ

“ต้องอ่อนโยนกับรุ่นน้องเข้าไว้นะ” ทั้งแพนด้าและผู้ชายพูดภาษาประหลาดเดินออกมาจากหลังรูปปั้นแล้ว

“เอาแต่ตามใจอย่างเดียวถือว่าอ่อนโยนเหรอ?” มากิพูดด้วยสีหน้าที่เหมือนไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง

“รุ่นพี่เซ็นอิง ผู้ใช้อุปกรณ์ไสยเวทที่เก่งกาจที่สุดในหมู่นักเรียน

ผู้ใช้วาจาคำสาป รุ่นพี่อินุมากิ คำศัพท์ที่เขาพูดนั้นจะมีแต่ไส้ข้าวปั้นเท่านั้น

และรุ่นพี่แพนด้า” ฟุชิงุโระแนะนำประวัติคร่าวๆ ของรุ่นพี่ปี 2 ให้ทั้งสองสาวฟัง “และยังมีอีกคน เป็นคนที่ควรค่าแก่การเคารพ รุ่นพี่อคคตสึ ตอนนี้เขาอยู่ต่างประเทศ”

โห รุ่นพี่อคคตสึนั่นต้องนิสัยดีถือศีลทำบุญมากแค่ไหนนะ ฟุชิงุโระถึงกับเคารพให้ได้ อาจารย์โกโจเทียบไม่ติดเลยนะเนี่ย

“เดี๋ยวนะ แพนด้าก็เรียกว่าแพนด้าตรงๆ เลยเหรอ?” คุกิซากิถามคำถามที่เธอสงสัย แต่ก็ไม่มีใครตอบเธอ สงสัยก็คงต้องเรียกว่าแพนด้าไปทั้งอย่างนั้น

 

 

 

 

สรุปความได้ว่า พวกรุ่นพี่ปี 2 ต้องการให้ปีหนึ่งไปเข้าร่วมงานเชื่อมสัมพันธ์พี่น้องเกียวโต

ตอนแรกนั้น งานเชื่อมสัมพันธ์มีกฎเกณฑ์ไว้ว่าให้เข้าร่วมได้เฉพาะปี 2 กับปี 3 แต่เพราะปี 3 ถูกพักการเรียนยกชั้น คนจึงไม่ครบ พอดีเหลือปี 1 อยู่จึงมาขอความร่วมมือ

ปากบอกงานเชื่อมสัมพันธ์ แต่จริงๆ แล้วคือการประลองความสามารถระหว่างนักเรียนจากโรงเรียนเกียวโตกับโรงเรียนโตเกียว

แน่ล่ะ ต่างคนต่างต่อสู้กัน น้ำใจนักกีฬาอะไรนั่นไม่มีหรอก มีแต่คำว่าฉันต้องชนะอย่างเดียว

“วันแรกประลองกลุ่ม วันที่สองประลองเดี่ยว เป็นแบบนี้ทุกปี” แพนด้าอธิบายกติกาการแข่งขัน

“แซลมอน” อินุมากิเอ่ยคำข้าวปั้นอีกครั้ง

“ประลองกลุ่ม… ประลองเดี่ยว…” คุกิซากิเอ่ยด้วยท่าทีที่ใช้ความคิดก่อนที่จะพูดออกมา “ผู้ใช้คุณไสยจะต่อสู้กันเหรอ!?”

“ถูกต้อง กฎการประลองของผู้ใช้คุณไสยที่มีกฎข้อเดียวคือห้ามฆ่า” มากิยิ้มพึงพอใจ

“เพื่อที่จะไม่ให้พวกเธอถูกฆ่าตาย พวกเราจะฝึกให้หนักเลย ฮ่าห์! ฮ่าห์!” แพนด้ากล่าวพร้อมทั้งต่อยหมัดกลางอากาศประกอบคำพูดไปด้วย

รุ่นพี่แพนด้าให้ความรู้สึกแบบฝึกกังฟูวัดเส้าหลินมากๆ ไหนจะรุ่นพี่มากิอีก ได้ฝึกหนักเหมือนกับฝึกทหารรด. แน่ๆ เลย โยโกะเคยเห็นที่เขาฝึกกัน โหดสัxรัชดาลัยเลยแหละ

คุกิซากิพูดถึงเวลาในการฝึกซ้อม เพราะวงการไสยเวทขาดบุคลากรบ่อยๆ อาจจะต้องติดขัดในการฝึกซ้อม แต่แพนด้าก็ได้อธิบายไว้ว่าเพราะช่วงนี้จิตใจของมนุษย์อยู่ในช่วงที่สงบ คำสาปจึงไม่ถูกกำเนิดขึ้นมาให้กลาดเกลื่อนมากมาย จะมันมีอีกทีจริงๆ ก็ช่วงต้นฤดูร้อน เพราะอุณหภูมิที่เพิ่มสูงทำให้จิตใจคนติดลบ

อ่าห้ะ เข้าใจเลย อยู่ไทยในช่วงหน้าร้อนเป็นอะไรที่ทรมานมาก ร้อนเอามากจนตั้งกระทะทอดไข่บนถนนได้ มันก็ไม่แปลกหรอกที่ภายในใจคนจะรู้สึกหงุดหงิดจนอยากเอาบาซูก้าไปยิงพระอาทิตย์ให้ดับ เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์จะรักประเทศไทยมากเกินไปละ แดดส่องจนไหม้

“จะเข้าร่วมมั้ยล่ะ เพื่อนตายทั้งคนนี่” มากิถามหยั่งเชิงทั้งสามคน ซึ่งมันก็ได้ผล

“เข้าร่วม!!!” ทั้งสามคนประสานเสียงกันด้วยท่าทีที่จริงจัง เพราะตัวโยโกะ คุกิซากิ และฟุชิงุโระ ต่างนึกถึงใครคนหนึ่งเหมือนกัน

จะทำเพื่อเขาให้สุดความสามารถ

“ถ้าหากการฝึกซ้อมและการแข่งขันมันไร้ประโยชน์ ฉันจะถอนตัวทันที” คุกิซากิเอ่ยประโยคจริงจัง ฟุชิงุโระกับโยโกะก็เห็นด้วยเช่นกัน

“ฮ่า! ต้องอวดดีแบบนี้สิ! ถึงจะสนุก” แพนด้ากอดอกและกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่ภูมิใจ มากิและอินุมากิก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สัญญา…ว่าจะไม่มีวันทอดทิ้ง

มีสิ่งใดที่จะมายืนยันได้ จิตใจมนุษย์เรานั้นบิดเบี้ยว คำสัญญาก็เป็นเพียงแค่ลมปาก

ไม่เพียงแค่สัญญา แต่จะกระทำให้ดู

ขอเพียงแค่รอ และเชื่อใจ

.

.

.

.

 

โยโกะลืมตาตื่นขึ้นกลางดึก ภาพจากฝันยังคงชัดเจนแม้จะไม่ได้หลับตานึก

ดวงตาสีอำพันเหม่อมองเพดานห้องนอน เธอยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม่ขยับเขยื้อน แต่คำถามกลับพันยุ่งเหยิงอยู่ในหัวไม่หยุดนิ่งกับที่

ใคร? เขาเป็นใคร?

ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน

ความรู้สึกที่เธอสัมผัสอยู่ตอนนี้มันคืออะไรกัน?

โยโกะพยายามถามตัวเอง แต่ก็ไม่มีคำตอบไหนให้เธอได้ ซ้ำร้าย ความสงสัยก็เพิ่มพูนกองพะเนินราวกับจะไม่มีวันสิ้นสุด

โยโกะพยายามข่มตานอนอีกครั้ง ถึงแม้ภาพในฝันนั้นจะคอยฉายอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา

ราวกับเป็นการตอกย้ำ

เป็นความทรงจำที่ไม่มีอยู่จริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#วันนี้คึกมาก เขียนได้ไงไปตั้ง 2 ตอน ไม่น่าเชื่อ ว้ายยยยยย 

#ตอนนี้ยังคงเรื่อยๆ มาเรียงๆ เดี๋ยวจะมันส์กันในตอนถัดไปเด้อ 

#วันนี้ได้ดูจูจูสึตตอนที่ 17 แล้วค่ะ อยากบอกว่าขัดใจมาก คือแบบ เราเป็นแม่ยกน้องโนบาระอะคุณ คือน้องจะได้ชนะแบบพราวๆ แล้วไง ดันมาโดนไมยิงใส่หัวจนได้ อ่านมังงะว่าขัดใจ เจอในเมะมันยิ่งกว่า ทำไมนังเกะเกะมันเขียนบทให้น้องโนแบบเนร้!!!! 

#ปมมาแล้ว แล้วจะแก้ยังไงอะ ಠ ͜ʖ ಠ

#อ๋อ หากรรไกรมาตัด (☉。☉)!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

212 ความคิดเห็น

  1. #76 RayLaiLa.a (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:43
    เป็นเรื่องที่มาทางอาคมสายไทยแบบนี้ ต้องนำเสนออย่าเสน่ห์ด้วยค่ะ แบบว่า....นั่นแหละ มันอเมซิ่งงง
    #76
    1
    • #76-1 June_moon(จากตอนที่ 8)
      7 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:03
      จะให้น้องโยโกะใช้กับใครดีน้า (. ❛ ᴗ ❛.)
      #76-1
  2. #75 Woruwalan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:46
    ใช่ค่ะ เราชอบโนบาระเหมือนกัน ไมทำกับน้องได้ทามายย
    #75
    1
    • #75-1 June_moon(จากตอนที่ 8)
      6 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:48
      เราเสียดายบทน้องโนมากเลย แบบน้องพราวด์แอนด์ชายน์เอามากๆ ง่า ไม่น่าเลย 😭
      #75-1
  3. #74 minxxix (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:13
    คาดว่าอีกไม่นานเราน่าจะได้เดบิวต์เป็นโคนันเพราะปมเยอะเกิน แต่ไม่เป็นไรค่ะชอบ555555555555
    #74
    1
    • #74-1 June_moon(จากตอนที่ 8)
      6 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:14
      เผลอๆ คนอ่านแก้ปมได้ก่อนคนเขียนอีกค่ะ แงงงงงงงงงง 🤣🤣
      #74-1
  4. #73 Onnalin- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:11
    ตัดทิ้งเลยค่ะ!!//ยื่นกรรไกรให้-----
    #73
    1
    • #73-1 June_moon(จากตอนที่ 8)
      6 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:12
      ตัดเธอไม่เหลือใจ U-U
      #73-1
  5. #72 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:16
    ในเมื่อแก้ไม่ได้ก็ตัดทิ้ง!!
    #72
    1
    • #72-1 June_moon(จากตอนที่ 8)
      6 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:17
      ตัดให้ขาดเลย ชั๊บ! ชั๊บ! ชั๊บ!
      #72-1