[ Jujutsu kaisen ] The Little Sunshine 🌞🌻

ตอนที่ 6 : ภารกิจแรกที่สถานพินิจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 286 ครั้ง
    4 ก.พ. 64

*มีคำและประโยคที่เป็นภาษาที่ไม่สุภาพ บุคคลที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ควรได้รับคำแนะนำ~*

 

 

“ฉันอยู่ไทยมาตั้งแต่ยังแบเบาะ เพิ่งย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นได้แค่สองปีเอง”

โกโจพาเด็กนักเรียนไปเที่ยวหลังสอบเสร็จตามสัญญา พวกเขาทัวร์ตะลอนไปตามย่านการค้าและการท่องเที่ยวของโตเกียว จนมาวนบรรจบที่ร้านคาเฟ่กาแฟชื่อดังแห่งหนึ่งที่มีโลโก้สีเขียว ขึ้นชื่อว่าของแพงมากแต่ก็คุ้มค่าที่จะได้ลอง สี่สหายไสยเวทนั่งล้อมวงอยู่ตรงมุมร้านพร้อมกับเครื่องดื่มของตนเองแต่ละแก้วและขนมหวานหยิบย่อยบนโต๊ะ โดยที่ทั้งหมดโกโจเป็นคนจ่าย

ณ ตอนนี้โกโจไม่อยู่เพราะเขาบอกว่ามีธุระส่วนตัวต้องไปทำนิดหน่อย และอยากปล่อยให้นักเรียนพักผ่อนกันตามสบาย

คุกิซากิเป็นคนขอให้โยโกะเล่าเรื่องของตัวเธอเองให้เพื่อนๆ ฟัง

โยโกะดูดน้ำชาเขียวปั่นวิปครีมเข้าปากก่อนที่จะพูดต่อจากเมื่อครู่

“ที่ฉันไปอยู่ที่นั่นเพราะพ่อต้องทำงานที่บริษัทในสาขาไทยยาวๆ ฉันเลยต้องย้ายตามมาและเรียนหนังสือ ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นไปเลย”

“อยู่ที่นั่นลำบากรึเปล่า? เธอมีปัญหากับคนไทยไหม?” อิตาโดริถามด้วยสีหน้าที่ใสซื่อและถามด้วยความอยากรู้

“ก็ไม่นะ แรกๆ พวกเขาก็เกร็งๆ หน่อย แต่อยู่นานไปก็เข้ากันได้ อีกอย่าง ตอนที่พ่อกับฉันย้ายมาอยู่ใหม่ๆ เพื่อนบ้านก็ต้อนรับเราอย่างดี ช่วยดูแลฉันตอนที่พ่อติดงานให้ด้วย แรกๆ ก็มีอุปสรรคเรื่องภาษา แต่พออยู่ไปหลายปีพ่อกับฉันก็พูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว ฉันก็เรียนโรงเรียนที่นั่นกับฝึกวิชาไปพร้อมกัน”

“แล้วเธอไปฝึกกับใครล่ะ ที่ไทยมีโรงเรียนสอนไสยเวทเหมือนที่ญี่ปุ่นด้วยเหรอ?” คุกิซากิเป็นคนถาม

“ไม่หรอก เพราะอาจารย์ของฉันไม่เคยพูดว่าที่ไทยมีโรงเรียนไสยเวท มีแต่ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น ของไทยจะเป็นจ้าวสำนักมากกว่า ด้วยเหตุที่วิชาศาตร์ต่างๆ ของไทยกับญี่ปุ่นไม่เหมือนกัน จึงแตกต่างกันมากโข แต่ทว่า จุดมุ่งหมายเดียวกันคือไม่ให้คำสาปและความชั่วเข้าครอบงำล่ะนะ”

“คงเพราะที่ไทยไม่มีคำสาปออกมาเดินเพ่นพ่านเหมือนที่ญี่ปุ่นรึเปล่านะ” คุกิซากินึกคิดวิเคราะห์

“จะพูดว่าไม่มีก็ไม่ใช่ แต่จะเรียกว่าคำสาปก็ไม่เชิง คนไทยไม่ค่อยนิยมอะไรแบบนี้น่ะ เพราะส่วนใหญ่หากใครคนหนึ่งเกลียดอีกคนขึ้นมาแบบมากๆ และมีกำลังทรัพย์มากพอ ก็จะจ้างหมอผี หรือที่เรียกในญี่ปุ่นว่านักสาปแช่งนั่นแหละ ไปพิธีทำของมนต์ดำใส่ อย่างอาคมของโนบาระก็ใช้ทำของใส่คนอื่นได้”

“หา? อาคมของฉันเนี่ยนะ? แล้วเขาทำยังไงล่ะ?” คุกิซากิถามด้วยน้ำเสียงที่เหลือเชื่อ อาคมของเธอเดิมทีก็ใช้กับคนที่เกลียด แต่ก็ไม่คิดว่าในยุคนี้มันจะยังมีคนใช้ในทางนั้นอีก

“ก็เสกให้ตะปูเข้าท้อง กินอะไรเข้าไปไม่ได้ ต้องทุรนทุรายปวดท้องอยู่ร่ำไป ฉันเคยเห็นอาจารย์ของฉันเอาตะปูออกจากร่างกายคนโดนของด้วยนะ โดยการตั้งพิธีกลางแจ้ง สวดมนต์ไหว้พระตามตำรา ให้คนโดนของกินน้ำพระพุทธมนต์และให้พ่อแม่ หรือใครสักคนที่มีบุญคุณกับคนนั้นเอาดวกบัวตูมมาปิดไว้หลังคอ ฉันจำได้เลย ว่าภาพที่ตะปูหัวเบ้อเร่อผูกเชือกสีแดงทะลุออกมาจากดอกบัวตูมมันเป็นยังไง สยองมาก” โยโกะเล่าเรื่องราวกับกำลังเล่าตำนานสยองขวัญ แต่ที่เธอเล่ามานั้นก็ยังไม่เท่าครึ่งหนึ่งที่เคยไปฝึกวิชาร่ำเรียนที่ไทยกับอาจารย์ของเธอ

ฝึกโหดเหมือนโกรธลูกศิษย์ ประโยคนี้ก็เหมาะกับอาจารย์ของโยโกะเลยล่ะ

เอาซะเกือบตาย!

“ที่จริงวิชาที่ฉันร่ำเรียนมา ทุกคนก็สามารถฝึกใช้ได้นะ ถ้าไว้มีเวลาว่างแล้วฉันจะสอนให้” โยโกะเอ่ยชักชวน อิตาโดริยิ้มกว้างดีใจออกนอกหน้า ส่วนฟุชิงุโระและคุกิซากิก็มีท่าทีที่พึงพอใจแฝงอยู่

“ก่อนอื่นเลย นั่งสมาธิเป็นเวลาสิบห้านาที ห้ามขยับ ห้ามเกา ห้ามลืมตาจนกว่าฉันจะสั่ง”

จะเป็นนักไสยเวทอาคมมันไม่ใช่เรื่องง่าย!

 

 

 

 

 

00.20 AM Tokyo , Japan

“โทรมาทำไมป่านนี้วะพี่ณัฐ?”

ประโยคภาษาไทยถูกเปล่งออกมาจากปากสาวญี่ปุ่นด้วยน้ำเสียงที่งัวเงียปนหงุดหงิด ดวงตาเธอหรี่มองจอโทรศัพท์ที่สว่างในความมืดและพูดกับคนในสาย “นี่มันเที่ยงคืนนะเว้ย!”

[ บ้านกูสี่ทุ่ม มึงไม่ต้องรีบนอนไอ้โย ] ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายดังลั่น ณัฐ หรือ ณัฐวัฒน์ ผู้เป็นอาจารย์ของโยโกะโทรหาเธอ [ อยู่ไทยกูไม่เห็นมึงนอนเร็ว นู่น มึงนอนตีห้าตอนเช้านู่น ]

“คนเรามันก็เหนื่อยเป็นมั้ยพี่? หนูนอนเร็วก็ไม่เห็นโลกจะแตกตรงไหน เวอร์แล้วมะ?” เด็กสาวเกาหัวยุ่งและลุกขึ้นยืนเพื่อกดปุ่มเปิดไฟ เมื่อไฟในห้องสว่างแล้วเธอจึงเดินกลับมาพร้อมเอนตัวนอนลงบนเตียงดังเดิม

“โทรมามีอะไร?”

[ พูดซะเหมือนกูเป็นเพื่อนเล่นมึงเลยว่ะ ]

“กลับไปเดี๋ยวกราบเท้าให้พร้อมพวงมาลัยคล้องคอด้วยเลยเอามะ? จะได้รู้ไปทั้งหมู่บ้านว่าพี่เป็นอาจารย์ของหนู” คนในปลายสายนี่พอๆ กับอาจารย์โกโจเลย ความกวนตีนละที่หนึ่ง

[ กูล้อเล่น ] คนในสายหัวเราะเยาะชอบใจที่ลูกศิษย์ตบมุข [ กูมีเรื่องจะบอกมึง ]

“ว่า?”

[ ช่วงนี้มึงระวังตัวไว้หน่อย ]

“ทำไม?”

[ ดวงมึงตก ]

ฉิบหายละ

“จริงดิพี่!? ทำไมเป็นแบบนั้นอะ?” โยโกะถามด้วยน้ำเสียงตระหนก อาจารย์ของเธอไม่ใช่คนที่พูดโกหกเลื่อนลอย คำพูดของณัฐวัฒน์เหมือนวาจาสิทธิ์ คำไหนคือคำนั้น ให้พรก็ได้พร

ให้คำแช่งก็เป็นไปตามนั้น

[ กูดูดวงมึงมา มึงอยู่ที่นู่นแล้วมึงเจออะไรที่มันอัปมงคลมั้ย คล้ายๆ ที่มึงกับกูไปปราบฝูงผีพรายที่แถบชายแดนลาวอะ นั่นแหละ ที่มึงอยู่กินตอนนี้มันอยู่ใกล้มึงมากๆ ]

โยโกะนึกถึงเมื่อตอนที่เธออายุ 9 ขวบ ณัฐวัฒน์พาเธอไปที่แถบชายแดนไทย - ลาว ซึ่งจำไม่ได้แล้วว่าไปที่จังหวัดอะไร ภารกิจแรกที่เธอได้ทำคือปลดปล่อยวิญญาณทั้ง 1,000 ดวงให้ไปเกิด พร้อมกับปราบพวกภูติผีปีศาจที่คุมขังวิญญาณไปด้วย อาจดูเป็นงานที่หนักและเกินตัวมากไปสำหรับเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ แต่ในวันนั้นโยโกะกลับทำได้ดีมาก ณัฐวัฒน์ชมไม่ขาดปากแถมยังยกยอปอปั้นว่าเป็นศิษย์เอกลูกรักของเขาคนหนึ่ง

“พี่พูดเหมือนพี่เห็นเองเลยว่ะ” โยโกะเอามือลูบหลังคอ ตัดสินใจบางอย่าง ก่อนที่จะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ปลายสายฟัง

เรื่องของอิตาโดริ ยูจิ กับนิ้วของราชาคำสาป

[ อย่าว่ากูงั้นงี้นะโย เพื่อนมึงใจมันได้นะ แต่แม่งโง่ว่ะ ดันเอาของไม่ดีกินเข้าตัว ดีที่ไม่ตาย แต่มีคำสาปอยู่ในตัวแบบนั้นมันก็ทรมาณ ร่างเดียวแต่มีสองจิตก็เบียดกันตายห่า กูว่ามึงอยู่ห่างๆ จากมันเถอะ ]

“หนูอยู่ปีเดียวกับเขา หนูจะห่างยังไงวะพี่ ปีหนูมีนักเรียนแค่สี่คนเอง ให้อยู่แบบไม่มีเพื่อนก็ไม่ได้มะ เหงาแย่”

[ แล้วไหนมึงโดนไอ้ราชาคำสาปสุคุนะอะไรนั่นหมายหัวไว้อีก มึงไม่รอดแน่ไอ้โย ]

“ถ้าจะพูดยังงี้เรามาต่อยสักหมัดก็ได้นะพี่ณัฐ แม่ม จะโทรมาให้คนเขาเครียดทำไม” โยโกะพูดด้วยน้ำเสียงที่ฉุนเฉียว เดี๋ยวส่งควายธนูให้ไปขวิดตูดถึงที่ซะหรอก! ฮึ่ย!

[ เฮ้ย กูไม่ได้ตั้งใจมั้ยเล่า กูขอโทษ กูไม่เล่นละ ] ณัฐวัฒน์เอ่ยขอโทษก่อนที่จะเริ่มพูดจริงจัง

[ กูอยากให้มึงระวัง เพราะถ้ามึงพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ]

“…”

[ มึงตายเลยนะไอ้โย ]

ความรู้สึกที่น้ำแข็งเกาะหัวใจเธอมันเย็นวาบไปทั่วอก

ไม่เคยกลัวความตาย ผีพรายก็เจอมาเยอะ

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าเธอควรจะระวังตัวเอาไว้จริงๆ

คำว่า ‘ดวงตก’ ทำเอาสติเธอเกือบหลุด กลัวแทบบ้า

[ ที่จริงกูไม่ควรบอกมึงเลยนะ เพราะนี่ดวงของมึง กรรมของมึง กูไม่ควรเข้าไปแทรก ] ปลายสายถอนหายใจจนอีกฝั่งได้ยินชัดเจน [ แต่กูไม่อยากให้มึงต้องเป็นอะไรไป ]

“แล้วหนูควรทำไง?” โยโกะเอ่ยถามทั้งที่คอของเธอแห้งผาก แม้แต่จะกลืนน้ำลายก็ยังลำบาก “บางเรื่องมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้นะพี่ณัฐ”

[ กูรู้ กูเลยจะมาบอกวิธีให้มึงพ้นเคราะห์ได้บ้าง? ]

“วิธีไหน?”

ทั่งคู่สนทนากันยาวไปจนถึงตีสามตามเวลาของญี่ปุ่น โยโกะจึงปิดไฟเข้านอน เด็กสาวพยายามข่มตานอนหลับให้ผ่านพ้นคืนนี้ไป แต่ความคิดที่ตกตะกอนภายในมันกัดกร่อนจนเธอแทบจะทึ้งหัวตัวเองให้ได้

บ้าเอ๊ย ใครใช้ให้โทรมาบอกตอนนี้วะ?

หลังจากคืนนั้นไม่นาน วันที่ไม่เคยรอคอยก็มาถึง

 

 

บอกเลยว่าทั้งวันมันเป็นอะไรที่โคตรจะหงุดหงิด และติดขัด

ครั้งที่ร้อยล้านในหนึ่งชั่วโมง มันต้องมีอะไรสักอย่างที่โผล่ให้เธอเห็นและมาขวางการก้าวเดินอยู่ร่ำไป


05.00

ไฟเปิด เห็นทุกอย่างในห้องนอน

ไม่มีใครเลย

โยโกะ be like : สะดุดพรมเช็ดเท้า ล้มหน้าคะมำ

เพิ่งตื่นนอน ตายังพร่ามัว

 

07.00

ทำกิจวัตรประจำวัน แต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังจะเดินออกจากห้องพัก

ไม่มีใครเลย

โยโกะ be like : นิ้วก้อยเท้าขวาชนขอบประตูอย่างรุนแรง

ಠ益ಠ

 

07.30

กำลังเดินกินแซนวิชไส้ทูน่าอย่างเอร็ดอร่อย

ไม่มีใครเลย

โยโกะ be like : นกพิราบบินมาฉกแซนวิชไปจากมือโยโกะอย่างง่ายดาย

Xวยยยยยยยย

 

08.00

ทักทายเพื่อนร่วมชั้นทุกคน อิตาโดริ ฟุชิงุโระ คุกิซากิ อยู่กันพร้อมหน้า

ไม่มีอะไรผิดปกติ

โยโกะ be like : สะดุดเท้าตัวเอง ใบหน้าฟาดเข้าที่หน้าอกของอิตาโดริเต็มแรง มีเลือดออกที่จมูกของเธอ

หน้าอกหมอนี่แข็งชะมัด… U.,U

 

09.00

ฝึกซ้อมอาคมกับเพื่อนๆ

ไม่มีอะไรผิดปกติ

โยโกะ be like : อิตาโดริทำขวดน้ำตกใส่เท้าของโยโกะ

ฟหกด่าสว@#฿&-++

 

10.00

นั่งพักใต้ต้นไม้ + ปฐมพยาบาลนิดหน่อย

ไม่มีอะไรผิดปกติ

โยโกะ be like : กระรอก (เวร) ซึ่งไม่รู้มาจากไหน ฉวยโทรศัพท์ของโยโกะและพาวิ่งขึ้นต้นไม้ กว่าจะเอากลับมาได้ โยโกะแทบจะเสกขวานอันใหญ่และจามต้นไม้ให้โค่นลง สุดท้ายฟุชิงุโระต้องอัญเชิญนุเอะไปจับตัวกระรอก (เวร) นั่น ก็เอากลับมาได้เป็นสำเร็จ

เxี้ยอะไรครับเนี่ยยยยยยยยย

 

11.00

กำลังเดินตามหลังอิจิจิ เพราะถูกวานให้ไปช่วยงาน

ไม่มีอะไรผิดปกติ

โยโกะ be like : นกพิราบตัวเดิมขี้ใส่เธอ เฉียดหัวไปนิดเดียว

โยโกะเสกธนูขึ้นมาและเตรียมยิงใส่นกพิราบ (เวร) ตัวนั้น แต่เพื่อนๆ ก็ห้ามไว้ก่อน

โว้ยยยยยย พ่องมันนน +@(#;฿+฿()!

 

“วันนี้เธอเป็นอะไรเหรอโยโกะ เจอแต่เรื่องแปลกจัง” คุกิซากิเอ่ยถามโยโกะที่นั่งข้างเธอ ใบหน้าของโยโกะมีแต่ความหงุดหงิด หัวยุ่งฟู “แน่ใจนะว่าไม่เป็นไร”

“ก็ได้อยู่” โยโกะตอบ “เสียดายที่ไม่ได้ยิงนกพิราบเวรนั่น”

“เอาน่า นกตัวนั้นมันไม่รู้เรื่องอะไรหรอก” อิตาโดริตบไหล่โยโกะเบาๆ เขานั่งฝั่งกระจก โยโกะนั่งตรงกลาง คุกิซากิก็นั่งฝั่งกระจกเช่นกัน

“ไม่ มันรู้เรื่อง ฉันเห็นว่ามันยิ้มเยาะใส่ฉันด้วย!” โยโกะเถียงกลับ ในตอนนั้นใครจะเห็นเป็นยังไง เธอไม่รู้ แต่เธอเห็นชัดเลยว่าไอ้นกพิราบเวรมันยิ้มเยาะหลังจากที่ขี้ของมันเฉี่ยวหน้าเธอไปนิดเดียว แหมมม ฉกของกินไปไม่พอ ยังมีหน้ามาหยาม!

เดี๋ยวไปตามฆ่าถึงรังเลยไอ้นกเวร!

“นกพิราบที่ไหนยิ้มได้กัน?” ฟุชิงุโระที่เห็นเหตุการณ์และนั่งฟังตั้งนานถึงกับปวดหัว ตลอดช่วงเช้ามานี้มีแต่เรื่องอะไรไม่รู้เกิดขึ้น “เตรียมตัวให้พร้อมเถอะ เราต้องออกไปทำภารกิจนะ” ฟุชิงุโระนั่งเบาะหน้าด้านข้างคนขับ ตอนนี้อิจิจิได้ขับรถพาทุกคนมาที่หมายแล้ว

สถานพินิจเด็กและเยาวชน

เมฆดำปกคลุมท้องฟ้า มีฝนตกปรอยๆ ร่วงหล่นลงมา แต่ก็ไม่ได้แรงมากจนถึงกับต้องกางร่ม อิจิจิเดินนำทางทุกคนมาถึงที่โรงนอน ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ ไม่มีใครอยู่ในบริเวณใกล้ๆ ยกเว้นแต่เพียงนักเรียนจากโรงเรียนไสยเวททั้ง 4 คนและอิจิจิที่ยืนอยู่ด้านในสถานพินิจฯ

“หน้าต่างคืออะไรครับ” อิตาโดริเป็นคนถาม

“หน้าต่างคือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับโรงเรียนที่สามารถมองเห็นคำสาปได้ แต่ไม่ใช่ผู้ใช้คุณไสย” อิจิจิตอบคำถามให้กับเด็กหนุ่ม

“แบบนี้นี่เอง”

“ผมจะขอพูดต่อนะครับ” อิจิจิเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทุกคนในสถานพินิจทุกย้ายไปที่อื่นหมดแล้ว แต่มีคนอยู่ 5 คนยังคงติดอยู่ข้างใน พร้อมกับครรภ์คำสาปก็อยู่ในนั้นเช่นกัน และคาดเดาไว้ว่าถ้าหากมันมีชีวิตขึ้นมา มันก็จะกลายเป็นคำสาประดับพิเศษ

แต่อิตาโดริถามถึงประเภทคำสาป อิจิจิจึงต้องอธิบายอีกรอบ

โยโกะไม่เข้าใจประเภทของคำสาปอะไรเทือกนั้น เพราะที่ที่เคยอยู่ไม่มีอะไรแบบนี้ แต่พอดูบรรยากาศกับประสบการณ์ที่เคยเจอมา ก็พอเดาได้ว่ามันก็ไม่ธรรมดา รับมือยากกว่าครั้งไหนๆ

คำพูดของอาจารย์ก็เข้าหัวโยโกะโดยฉับพลัน

กูอยากให้มึงระวัง เพราะถ้ามึงพลาดแม้แต่ก้าวเดียว

มึงตายเลยนะไอ้โย

คิดผิดรึเปล่านะที่มา

“อากิฮิโระ เหม่ออะไรเหรอ?” อิตาโดริหันมาถามโยโกะ แต่ไร้การตอบรับ “โยโกะ!” เขาเรียกเธอเสียงดังอีกครั้ง

“หืม!? อะไร!?” โยโกะหลุดจากภวังค์ความคิด เมื่อมองสายตาที่ทุกคนมองมาก็พอเข้าใจได้บ้าง “อ้อ ไม่มีอะไร แค่คิดไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”

“มีสติหน่อยเถอะอากิฮิโระ ภารกิจนี้เธอจะพลาดไม่ได้นะ” ฟุชิงุโระเอ่ยเตือน “ในรอบนี้มันเป็นคำสาประดับพิเศษ เธอจะต่อสู้ไม่ได้ หน้าที่ของเรามีเพียงแค่ค้นหาคนที่อยู่ข้างในและพาหนีออกมาเท่านั้น ถ้าเธอพลาดขึ้นมา… ก็รับมือยาก”

ฟุชิงุโระเลี่ยงที่จะใช้คำนั้นที่อิจิจิพูด เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ให้อาจารย์โกโจหรือคนอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันมาทำแทน

แต่กลับให้เด็กปี 1 มาทำภารกิจ ไม่สมเหตุสมผลอะไรเลย ต่อให้วงการนี้บุคลากรมีน้อย มันก็ไม่เข้าท่า

“ถึงเวลาแล้ว พวกคุณก็ระวังตัวกันด้วยนะครับ” อิจิจิกล่าว และเตรียมตัวจะร่ายกางม่าน

“ขอโทษนะคะ! ทาคาชิ! ลูกชายฉัน!” แต่ทว่า ตรงประตูทางเข้ามีผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนเรียกเข้ามา “ทาคาชิ ลูกชายของฉัน เขาปลอดภัยดีมั้ยคะ!?”

“กรุณาสงบสติเถอะครับ ที่นี่อันตรายมาก กรุณาถอยไปเถอะครับ” เหล่าเจ้าหน้าที่พยายามกันผู้หญิงคนนั้นออกไป แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลถึงลูกชาย ทุกคนเห็นเหตุการณ์ต่างก็รู้สึกกังวลไม่ต่างกัน

ทาคาชิเหรอ อ่า ชื่อคล้ายชื่อพ่อของเธอเลย

ตอนนี้เขาทำอะไรอยู่นะ?

อิจิจิบอกผู้เป็นแม่คนนั้นว่าเกิดเหตุการณ์สารพิษรั่วไหลภายในสถานพินิจ และขอให้เธอกลับไปก่อน ผู้หญิงคนนั้นคร่ำครวญถึงลูกชายจนต้องนั่งยองย่อตัวลงและเอามือรองรับน้ำตาที่ไหลออกมา

มึงตายเลยนะไอ้โย

ถ้าพ่อรู้เรื่องคำทำนายนี้ล่ะ? พี่ณัฐบอกพ่อรึยังนะ?

“ฟุชิงุโระ คุกิซากิ อากิฮิโระ” แววตาของอิตาโดริเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“พวกเรามาช่วยพวกเขาเถอะ”

“แน่อยู่แล้ว” คุกิซากิขานรับ ฟุชิงุโระก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน

ทุกคนต่างมีความรู้สึกที่พร้อมรับกันถ้วนหน้า เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว โยโกะก็ไม่เหลือความกังขาอะไรอีก

“อื้ม! เราจะไปช่วยพวกเขากัน!”

อย่างน้อย เพื่อนของเธอก็ยังอยู่เคียงข้าง

 

 

 

 

 

#มาต่อแล้ว คิดถึงคนอ่านมากเลย จูด๊วบ <3

#เห็นจูจูสึทตอน 137 รึยังคะ คือแบบ แง จาร้อง .·´¯`(>▂<)´¯`·.

#คือบับ-- ฮือ เกะเกะ! ไอ้แมวตาเดียว! 

#เราก็รู้กันอยู่แล้วนะคะ วงการนักไสยเวทอะเนอะ 

 #คอมเมนต์กันหน่อยยย

#เรานำฟิคไปลงใน raw ด้วยนะคะ ไปตามกันได้ อาจจะมีฉากแบบ เอ็นซี 18 ด้วยมั้งในอนาคต....//วิ่ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 286 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

212 ความคิดเห็น

  1. #46 minxxix (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:34
    ดวงซวยจัดๆเลยยัยน้อง
    #46
    1
    • #46-1 June_moon(จากตอนที่ 6)
      4 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:55
      ซวยแบบต้องไปทำบุญ 9 วัดเพื่อล้างซวย 🤣🤣
      #46-1
  2. #45 CherryL🍒 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:27
    น้อนนนนน หัวร้อนน่าดู55555 ระวังตัวนะคะะะ ฉากสะดุดเท้าตัวเองนี่~=..= \\>__ #45
    1
    • #45-1 June_moon(จากตอนที่ 6)
      4 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:37
      น้องหัวร้อนค่ะ แต่เพื่อนห้ามไว้ แง
      แจวมาแจวจ้ำจึ่งน้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจววววววววว
      #45-1
  3. #44 FRAME_TH_THAI (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:07
    อัพปุบมาปับคือผมเอง มังงะตอนล่าสุดทำเอาอกแป้นจิแตกครับ
    #44
    1
    • #44-1 June_moon(จากตอนที่ 6)
      4 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:14
      อกแตกตายกันถ้วนหน้าค่ะ ปวดใจกันมากเลย 😭
      #44-1
  4. #43 Oazora (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:43
    ตอนล่าสุดบับบ อินุม่ายยยยไม่จริงใช่ไหมแบบไม่จริง ไม่ยอมอะ ต้องโดนแกงแล้วแน่ๆ กรีดร้องงง
    #43
    1
    • #43-1 June_moon(จากตอนที่ 6)
      4 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:46
      ถ้าแกงนี่คือตัวเปื่อยเลยค่ะ อยากกรี๊ดเว่อร์ๆ
      #43-1
  5. #42 Yakusoku (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:37
    ง๊าาาา ค้างอ่ะ!! ตอนล่าสุดนี่แบบ.....น้ำตาถึงนรกแล้วแหละ....ฮรุกกก! มันเปงงเศร้าาาอุแงงง
    #42
    1
    • #42-1 June_moon(จากตอนที่ 6)
      2 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:57
      ปลอบๆ นะคะ ไรท์ก็น้ำตาร่วงไม่ต่างกัน ฮืออออออ😭
      #42-1
  6. #41 Chlamfankhaw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:16
    พอพูดถึงเอาตะปูที่เสกเข้าท้องออกแล้วบับ ภาพของละครเก๊าเก่าอยากสื่อรักสัมผัสหัวใจก็ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด
    #41
    1
    • #41-1 June_moon(จากตอนที่ 6)
      1 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:13
      แน่ะ วันวานยังหวานอยู่ 👀
      #41-1
  7. #40 Rosemarie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:49
    ยังค่ะ มันเกิดไรขึ้นอ่ะ เราว่าจะรอให้จบภาคชิบูย่าก่อน แล้วค่อยไปอ่านรวดเดียว
    #40
    1
    • #40-1 June_moon(จากตอนที่ 6)
      1 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:17
      ขอบอกแค่ว่าปวดตับมากค่ะ ทำใจไว้ก่อนเลย
      #40-1
  8. #39 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:17
    อยู่ๆก็มีเรื่องราวให้นอนไม่หลับ55555555
    #39
    1
    • #39-1 June_moon(จากตอนที่ 6)
      1 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:18
      อยู่ๆ ก็มีแต่เธอมาปรากฏตัวในหัวใจ อยู่ๆ ไม่รู้ทำไมถึงคิดถึงเธอได้ทุกวันนน

      *วิ่งแบบสี่คูณร้อย*
      #39-1
  9. #38 เด็กชายคิมทกจา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:49
    ขอโทษที่อ่านแล้วไม่เครียดเพราะพอณัฏบอกว่าอยู่ใกล้กับของอัปมงคลปั๊บ อ๋อ อิจุกุนะนี่เอง55555555555555555555555
    #38
    1
    • #38-1 June_moon(จากตอนที่ 6)
      1 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:19
      นังจุกุนะมันร้ายนะคะบอส!
      ಠ益ಠ
      #38-1
  10. #37 minxxix (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:05
    ยัยน้องจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะเนี่ย
    #37
    1
    • #37-1 June_moon(จากตอนที่ 6)
      1 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:17
      ไม่เป็นอะไร----



      ถ้าเธอต้องการจะไป
      ไม่เป็นอะไร ไม่ตายหรอก baby
      *วิ่ง*
      #37-1