[ Jujutsu kaisen ] The Little Sunshine 🌞🌻

ตอนที่ 5 : ปราบผีที่ศูนย์พัฒนาฯ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 253 ครั้ง
    31 ม.ค. 64

 

ทุกคนตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครกล้าพูดอะไร และจบด้วยการที่คุกิซากิต่อยเข้าที่ข้างแก้มพูดได้ของอิตาโดริเต็มแรง

อิตาโดริเป็นผู้ชายร่างอกสามศอก แต่โดนลูกหมัดของเพื่อนสาวผมสั้นเต็มแรงเข้าให้ถึงกับวิ่งร้องไห้ไปฟ้องอาจารย์โกโจ

ฉันตบยุง เธอให้เหตุผลแบบนั้น

แต่ยุงอะไรพูดได้วะนั่น?

คุกิซากิรีบพาโยโกะไปที่หอพักฝั่งหญิงทันทีโดยไม่สนใจเสียงบ่นปนร้องไห้นิดๆ ของอิตาโดริ โยโกะยังคงตะลึงไม่หายที่ผู้หญิงขนาดตัวเท่าเธอกลับทำให้ผู้ชายแรงเยอะเป็นกอริลลาอย่างอิตาโดริวิ่งโร่ร้องไห้ไปหาอาจารย์ได้ นับถือ!

“นี่ เมื่อกี้เธอตบยุงให้อิตาโดริจริงเหรอ?”

“ไม่ ฉันต่อยไอ้คำสาปที่เบิกตาอ้าปากข้างแก้มหมอนั่นต่างหาก ไม่รู้จะทำยังไงเลยเสยหมัดเข้าให้” คุกิซากิตอบแบบไม่รู้สึกผิดอะไรที่ต่อยใบหน้าแสนซื่อนั่น

ขนาดตัวโยโกะเองก็มีแรงคว่ำคน เธอก็ยังไม่กล้าทำอะไรอิตาโดริเลยนะ คือเขาเป็นคนดีเกินไปจนเธอไม่กล้าทำ รู้สึกเหมือนไปรังแกลูกหมาตัวน้อยยังไงยังงั้น (-_-;)

“ฉันเคยถีบหมอนั่นปลิวแล้วล่ะ แค่นี้ยังชิวๆ”

“ทำไมเธอถีบเขาล่ะ!?”

“เจ้านั่นทำเป็นมาสั่งฉันตอนไปสอบปฏิบัติที่รปปงหงิ หึ! ไอ้คนเนื้อไม่หอม กล้าดียังไงมาชี้นิ้วบอก” คุกิซากิพ่นลมบ่น สมกับหญิงเท่มาดมั่นไม่ฟังผู้ชาย โยโกะชักจะเริ่มชอบเธอคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ

“ฉันชักชอบเธอแล้วสิโนบาระ ฉันเรียกเธอด้วยชื่อนี้ได้มั้ย?”

“ได้สิ โยโกะ”

แล้วสองสาวก็คุยเล่นกันระหว่างเดินไปเก็บสัมภาระที่หอพักจนถึงขากลับที่มารวมกลุ่มกับผู้ชายอีกสามคนที่หน้าโรงเรียน วันนี้โยโกะเลือกที่จะพกสัมภาระบางอย่างใส่กระเป๋าเป้สีเหลืองมาด้วย เพราะคุกิซากิบอกเธอว่า ตัวโยโกะอาจจะต้องสอบปฏิบัติเหมือนกับเธอและอิตาโดริ

“วันนี้เราจะไปเที่ยวข้างนอกกัน” อิตาโดริกับคุกิซากิดีใจกันตาวาว แต่ก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าอีกครั้งเพราะเหตุการณ์เมื่อรอบก่อน

“รอบที่แล้วก็พูดแบบนี้ จะหลอกพาไปปัดเป่าคำสาปที่ไหนอีกล่ะ” คุกิซากิเอ่ยด้วยสีหน้าที่ไม่ไว้ใจ

ไอ้อาจารย์ตอแหล! หลอกคนบ้านนอกได้ลงคอ!

“ผมพูดจริงๆ นะ ว่าเราจะไปเที่ยวข้างนอกกัน” โกโจเอ่ยขึ้นมา “ส่วนปัดเป่าคำสาปน่ะมีแน่ แต่ไม่ได้จะให้โนบาระจังหรือใครคนอื่นทำหรอก มีแค่คนเดียวเท่านั้นครับ”

“ใครล่ะครับอาจารย์?” อิตาโดริ ยูจิเป็นคนถาม

“คนที่ต้องทดสอบปฏิบัติในคราวนี้คือ โยโกะจังนั่นเองครับ!”

ชื่อของเด็กสาวถูกเอ่ยขึ้น เธออยู่ด้านหลังทุกคนจึงถูกเหลียวมองด้วยสายตาของทั้ง 4 คนด้านหน้า รู้สึกเหมือนมีไฟสปอร์ตไลท์ส่องอยู่บนหัวตอนที่ถูกเอ่ยชื่ออะไรแบบนั้นน่ะ

“บ้า มองอะไรกัน ไม่เคยเห็นคนสวยรึไง”

แต่ละคนมีสีหน้าและปฏิกิริยาเมื่อได้ยินคำพูดกึ่งประชดของโยโกะ คุกิซากิมองบนและยิ้มเยาะส่ายหัว ฟุชิงุโระดูเหมือนจะไม่เคยได้ยินใครพูดประโยคแบบนี้ต่อหน้าเขามาก่อนจึงทำหน้าเด๋อด๋าบอกไม่ถูก อิตาโดริ ยูจิทำหน้าตาแป๋วแหววก่อนที่จะยกนิ้วหัวแม่มือและพูดว่า

“อื้ม! เธอสวย!”

โธ่เว้ย! ตูล้อเล่นมั้ยเล่า! ไอ้หมาบื้ิอ!

“ขอบคุณที่ชม…” ว่าจะเล่นเบาๆ แต่ดาเมจไอ้ต้าวก้อนของหมอนี่แรงเหมือนกันนะเนี่ย (─.─|| )

โกโจหัวเราะหน่อยๆ ก่อนที่จะพูดต่อ “โยโกะจังเล่นมุขเก่งจังเลยน้า~ เอาล่ะ! กลับเข้ามาประเด็นหลักกัน” โกโจปรบมือสามทีเพื่อเรียกความสนใจของนักเรียนก่อนที่จะอภิปราย “มันเป็นธรรมเนียมน่ะว่าเมื่อมีนักเรียนใหม่เข้ามา ก็จะต้องมีการทดสอบปฏิบัติให้อาจารย์ดูเป็นครั้งแรก เพื่อที่จะประเมินได้ว่าเธอเก่งมากแค่ไหน ถนัดอาวุธหรืออาคมอะไร และเป็นการนำไปสู่การเลื่อนระดับ”

“ระดับ?”

“ใช่! ระดับ! ในโลกผู้ใช้คุณไสยมีการจัดอันดับด้วย มีทั้งหมด 4 ระดับ แต่พวกเธอยกเว้นเมงุมิคุงเพิ่งจะมาใหม่ เลยยังไม่มีการจัดระดับอะไรทั้งนั้น ส่วนผู้ที่จะให้ระดับกับนักเรียนนั้นไม่ใช่อาจารย์ผู้สอนหรอก ทางเบื้องบนเป็นคนจัดการน่ะนะ”

“เข้าใจแล้วค่ะ จะให้ฉันไปปัดเป่าคำสาปที่ไหนคะ?” โยโกะเข้าใจข้อมูลทั้งหมดแล้วจึงเริ่มต้นถามถึงภารกิจทันที

“ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอามิโกะ”

“เอ๋?” ทั้งสี่คนพร้อมใจกันสงสัย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเนี่ยนะ!?

“ที่นั่นมีคำสาปด้วยเหรอคะ?” โยโกะเอ่ยถาม

“ใช่แล้ว ได้รับการยืนยันจากหน้าต่างแล้วว่ามีคำสาปวนเวียนอยู่ คำสาปตัวนี้ส่งผลกระทบต่อเด็กๆ เป็นอย่างมาก เด็กหลายคนล้มป่วยไปโดยไม่ทราบสาเหตุ พอจับเค้าต้นตอได้ลางๆ ว่า หลังจากที่เด็กๆ กลับมาจากวิ่งเล่นที่สนามเด็กเล่น พวกเขาก็ป่วยหนักไข้ขึ้นไปหลายวัน เคสหนักที่สุดคือมีเด็กผู้ชายคนต้องนอนให้น้ำเกลืออยู่โรงพยาบาล ทางแพทย์ไม่สามารถหาสาเหตุอาการป่วยครั้งนี้ได้ และไม่มีท่าทีว่าน้องเขาจะฟื้น จึงได้ข้อสรุปแน่ชัดว่ามันต้องเป็นผลมาจากคำสาปแน่” โกโจอธิบายด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง แตกต่างจากตอนที่หยอกล้อกับนักเรียน

“แล้วทำไมไม่ส่งคนไปจัดการตั้งแต่แรกล่ะคะ?” โยโกะเอ่ยถาม

“เพราะวงการนี้มีบุคลากรน้อยไงล่ะ ก็อย่างที่เห็นตรงหน้า นักเรียนชั้นปีที่ 1 โรงเรียนไสยเวทมีเพียงแค่ 4 คนเอง ส่วนพวกที่จบไปแล้วและทำงานในวงการนี้เต็มตัวก็มีเพียงหยิบมือ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางครั้งต้องยืมตัวนักเรียนมาช่วยงาน ถือเป็นการเรียนรู้แบบของจริงไปในตัว”

เหล่านักเรียนมีท่าทีครุ่นคิดหลังจากที่ฟังอาจารย์ของพวกเขาพูดจบ โกโจยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทีที่จริงจังและพร้อมลุยของนักเรียนแต่ละคน ไม่เสียแรงที่พูดปลุกใจเลย~

“ไปกันเถอะค่ะ ฉันพร้อมแล้ว” โยโกะจับสายสะพายกระเป๋ากระชับมั่น แววตามุ่งมั่นจริงจังฉายบนแก้วตาสีเหลืองอำพันของเธอ

 

 

 

“พี่คร้าบบบ~ อุ้มหน่อยยยย โอ้มมมม”

“แงงงงงง!!!!”

“พี่สาวสวยจังเลย~”

“พี่ผมสั้นน่ารักจัง~”

นี่ก็เวลาบ่ายโมงแล้ว ทำไมเด็กพวกนี้ยังไม่นอนอีกนะ?

นักเรียนทั้ง 4 คนอยู่ในกลางดงเด็กเล็กที่สูงไม่เกินหัวเข่าของพวกเขา บ้างร้องไห้ บ้างวิ่งเล่นกับเพื่อน บ้างนั่งระบายสีเงียบๆ คนเดียว โยนของเล่นกันไปมา เสียงของเด็กน้อยดังอ้อแอ้อยู่ในห้องเรียน

รู้สึกเหมือนเป็นอนุบาลเด็กโข่ง

“เย้~! สูงขึ้นอีก!” เสียงเด็กผู้หญิงเริงร่าเมื่อเจ้าตัวถูกยกร่างสูงเหนือหัว อิตาโดริทำตามที่เด็กน้อยขอโดยการโยนร่างเด็กน้อยขึ้นลงเบาๆกลางอากาศ ในบางครั้งเด็กหนุ่มเผลอทำแรงไปจนคุกิซากิต้องหันมาปราม แต่ดูเหมือนว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นจะชอบใจที่อิตาโดริทำแบบนี้เสียมากกว่า

ฟุชิงุโระอยู่อีกฝั่งผนังของห้อง เขาเปิดไปฉายและส่องไปที่กระดานไวท์บอร์ดโดยให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งถือ ฟุชิงุโระวางมือคั่นกลางตรงไฟส่องและทำนิ้วให้เป็นรูปเงาสัตว์ต่างๆ รูปเงาขยับตามที่เขาขยับนิ้ว แบบเดียวกับตอนที่เขาใช้เรียกสัตว์อัญเชิญนั่นแหละ เด็กๆ ดูชอบใจกันมากเพราะกำลังเล่นเกมทายคำจากเงา ส่วนโนบาระก็กำลังถักเปียให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากอิตาโดริ

โยโกะยืนอยู่กลางห้อง และมีเด็กผู้หญิงสองคนกับเด็กผู้ชายหนึ่งคนยืนมองเธอตาแหวว

น่ารักกกกก แก้มป่องจังเลยลูกกก ♡(> ਊ <)♡

โยโกะย่อตัวนั่งลงและจัดการบีบแก้มโมจิก้อนนุ่มสีขาวของแต่ละคนด้วยความหมั่นเขี้ยว อ้ากกกกก อยากจับใส่กระเป๋า!

“พี่สาว วันนี้พี่มาที่นี่ทำไมเหรอฮับ?” เด็กชายผมสีน้ำตาลถามเด็กสาว โยโกะไม่ทันได้คิดคำตอบมาล่วงหน้าจึงนิ่งเงียบไปแป๊ปหนึ่ง

พี่มาไล่ผีจ้า อันนั้นเด็กได้ร้องไห้กันพอดี

“คือพี่…” โยโกะอึกอักที่จะตอบ “คือวันนี้น่ะ พี่มาสืบเรื่องราวบางอย่างที่นี่” โยโกะจึงทำดัดเสียงให้เบาราวกับเรื่องที่จะเอ่ยมันเป็นความลับสุดยอด

“พี่เป็นฮีโร่ พี่มีชื่อแฝงว่า Wonder lady พี่เป็นตัวแทนมาจากองค์กรซูเปอร์ฮีโร่ และพี่ได้ยินมาว่าที่นี่มีสัตว์ประหลาดซ่อนตัวอยู่ พี่จึงมาที่นี่เพื่อจัดการให้สิ้นซาก” โยโกะแต่งเรื่องเพื่อให้เด็กน้อยเชื่อ จะยังไงก็เถอะ แต่เพื่อเป็นการไม่ให้น้องๆ เขารู้สึกเกร็งและไม่อยากเข้าใกล้เธอ

“โห~ สุดยอดไปเลยค่ะพี่สาว~” เด็กหญิงผมสีชมพูกล่าวกับเธอด้วยแววตาที่เปล่งประกาย ใสซื่อจนโยโกะรู้สึกผิด ไม่น่าไปหลอกเด็กเลยตู

“เอ่อ คือ…” เด็กผู้หญิงผมสีดำเอ่ยด้วยท่าทีที่เขินอาย พยายามอ้าปากจะพูดหลายครั้งแต่ก็หลุบตาลงไม่ยอมพูดเสียที

“มีอะไรจ๊ะ?”

“คือพี่…มีพลังวิเศษเหรอคะ?” เด็กน้อยถามด้วยน้ำเสียงที่ขัดเขิน

น้องน่ารัก (。♡‿♡。)

“ใช่แล้ว พี่มีพลังวิเศษ พี่สามารถใช้พลังของพี่จัดการเจ้าสัตว์ประหลาดได้สบายๆ” โยโกะกล่าวยกอวดตน อันนี้พูดจริง ภูมิใจของจริง พี่คนนี้แหละคือฮีโร่ตัวจริง!

“แสดงให้พวกเราดูหน่อยได้มั้ยครับพี่สาว! นะครับ!” เด็กชายผมสีน้ำตาลคะยั้นคอ

“นะคะ~ พี่สาวสุดสวยยยย” เด็กหญิงผมสีซากุระอ้อนวอนขึ้นมาอีกหนึ่ง

แขนเสื้อด้านซ้ายของโยโกะถูกดึงด้วยมือเล็กกลมป้อมของเด็กหญิงผมดำขี้อาย

“ทำให้ดูหน่อยนะคะ…พี่สาว”

ตู้ม

หัวใจระเบิดเป็นโกโก้ครันช์

“โอเคจ้ะ ตามพี่มานะ” โยโกะลุกขึ้นยืนและจูงมือเด็กชายผมสีน้ำตาล ส่วนอีกสองคนก็ต่อแถวยืนจับไหล่สองข้างของคนข้างหน้า เด็กหญิงผมสีชมพูยืนคนที่สอง เด็กหญิงผมดำคนที่สามยืนอยู่ท้ายแถว

“นี่! เดี๋ยวฉันมานะ ฉันจะพาน้องไปเข้าห้องน้ำ” โยโกะหันไปบอกเพื่อนของตนทั้งสามคนก่อนที่จะพาเด็กๆ ของตนเองเดินออกจากห้องเรียนไป

กว่าจะพาเด็กๆ ออกมาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะระหว่างที่เดินมาทางสนามเด็กเล่นนั้น เด็กสาวเห็นว่าอาจารย์โกโจกำลังคุยกับครูพี่เลี้ยงเด็กที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอคนนั้นมีสีหน้าเครียดมากราวกับไปโดนไข่ยัดตูดมาอะไรแบบนั้น โยโกะเห็นท่าไม่ดีจึงคิดที่จะล้มเลิกแผนเดิม แต่ด้วยดวงตาโตเหมือนลูกแมวกำลังมองมาของเด็กทั้งสามคนนั้น…

เอาวะ! เพื่อน้อง! ୧( ಠ Д ಠ )୨

โยโกะเลยบอกให้เด็กน้อยพรางตัวเหมือนปฏิบัติการของสายลับ เดินออกมายังไงให้เงียบที่สุดและไม่ให้พี่เลี้ยงจับได้ แต่ละคนทำตามอย่างง่าย เด็กชายผมน้ำตาลทำมือเป็นรูปปืนและมองซ้ายมองขวา สวมบทเป็นสายลับเต็มที่ ส่วนเด็กผู้หญิงทั้งสองคนก็เข้ามายืนใกล้เด็กชายผมน้ำตาลไม่ห่างไปไหน

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอามิโกะมีพื้นที่ไม่กว้างมาก อาคารเรียนมีอาคารเดียวแต่มีหลายห้อง ด้านข้างอาคารจึงล้อมรอบด้วยลานกว้างและสนามเด็กเล่น โยโกะพาเด็กๆ ทั้งสามคนมาที่ชิงช้าซึ่งมีสามที่นั่ง เด็กน้อยทั้งสามคนจับจองที่นั่งชิงช้าของตนและนั่งมองพี่สาวใจดีที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เปล่งประกาย ราวกับกำลังรอคอยโชว์จากนักมายากล

“สัญญากับพี่ก่อนนะว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร มันเป็นความลับสุดยอดเลยนะ”

“ครับ! / ค่า!” เด็กน้อยประสานเสียงรับคำ โยโกะเอี้ยวตัวไปมองด้านหน้าอาคารอยู่แวบหนึ่ง ยังเห็นว่าอาจารย์ของเธอยังคงคุยกับครูพี่เลี้ยงอยู่ และมุมนี้ก็อับสายตา คนข้างนอกไม่สามารถมองเห็นได้ถ้าหากเขาไม่เดินเข้ามาน่ะนะ เมื่อโยโกะเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงกลับมายืนต่อหน้าเด็กๆ และเริ่มลงมือแสดงโชว์ให้ดู

โยโกะทำมือเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เหมือนที่ฟุชิงุโระทำ แต่เธอไม่ได้ให้กำเนิดหรือเรียกมันเป็นตัวเป็นๆ เพราะกายภาพที่โยโกะสร้างขึ้นมาเป็นรูปลักษณ์ผงทรายสีทองที่ขยับได้และมีรูปร่าง

สิ่งแรกที่โยโกะสร้างขึ้นมาคือกระต่ายสีทอง มันกระโดดออกจากฝ่ามือเด็กสาวและวิ่งอยู่บนสนามหญ้า ต่อมาโยโกะก็ได้เสกนก แมว สุนัขสองตัว รวมไปถึงพันธุ์ปลาต่างๆ ให้สามารถว่ายกลางอากาศได้ สรรพสัตว์ที่โยโกะเสกสร้างขึ้นมาขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิตจริง เพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกนั้นยังคงเป็นสีทรายทองทั้งหมด

เด็กๆ ทั้งสามคนชอบใจ วิ่งเล่นไปกับสัตว์วิเศษของโยโกะ เสียงหัวเราะดังเริงร่า โยโกะได้เห็นภาพนั้นก็รู้สึกอิ่มเอมใจ

แต่ระหว่างนั้น โยโกะก็จับผิดสังเกตได้

เด็กหญิงผมดำกำลังเงยหน้ามองและยื่นนิ้วรองรับผีเสื้อสีทองขยับปีกบินกลางอากศที่โยโกะเสกขึ้นมาด้วยความทะนุถนอม หากมองด้วยสายตาคนทั่วไปก็ย่อมเป็นภาพที่น่ารักและงดงาม แต่ในสายตาของโยโกะแล้วนั้น มันมีอันตรายบางอย่างแฝงเข้าใกล้!

โยโกะรีบวิ่งพุ่งเข้าไปและดึงร่างเด็กหญิงผมดำเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเสกดาบคาตานะสีทองขึ้นมา จับด้ามดาบไว้มั่นและฟันแขนของคำสาปที่โผล่มาจากพื้นจนขาดกระเด็น!

เลือดสีดำของคำสาปกระฉูดไปทั่วพื้นดิน เด็กหญิงผมดำซ่อนหน้าตนบนอกโยโกะเพราะเห็นภาพที่น่ากลัวเกิดขึ้นต่อหน้า ส่วนเด็กชายผมน้ำตาลกำลังกอดปลอบเด็กหญิงผมสีชมพูที่กำลังหวาดกลัว ทั้งที่เขารู้สึกไม่ต่างกัน เหล่าสรรพสัตว์ที่โยโกะได้เสกขึ้นมาก็สูญสลายปลิวตามสายลมแล้ว ด้วยเพราะเจ้าของพลังไม่ควบคุมมันอีกต่อไป

“ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย!?” โยโกะรีบเดินมาหาเด็กน้อยทั้งสองคนและถามอาการทันที โยโกะมองเด็กหญิงที่ซบอกเธอด้วยความกังวลและเป็นห่วง “หนูไม่โดนมันทำร้ายใช่มั้ย?”

“มะ… เมื่อกี้…สัตว์ประหลาดมันจะ…ทำร้ายหนู ฮึก เล็บมันคมมากเลยค่ะ…” เด็กหญิงผมดำกล่าวทั้งที่ยังสะอื้นไม่หยุด เธอไม่ได้แผดเสียงร้องไห้แต่น้ำตาก็ไหลออกมาไม่ขาดสาย จมูกเล็กแดงฝาด คิ้วน้อยนั่นขมวดเข้าหากันเป็นปม

โยโกะย่อตัวลงและวางเด็กหญิงผมดำยืนบนพื้นและเช็ดน้ำตาให้เธอ เด็กสาวมองตาเด็กน้อยทั้งสามคนและพูดว่า

“พี่จะจัดการสัตว์ประหลาดตัวนั้นให้สิ้นซาก พี่สัญญาว่าพี่จะปกป้องที่นี่ไม่ให้มีสัตว์ประหลาดมาทำร้ายพวกหนูอีก” โยโกะกล่าวด้วยแววตาที่จริงจังมุ่งมั่น เพราะการที่ได้เห็นเด็กน้อยต้องร้องไห้เพราะวิญญาณคำสาปมันทำให้เธอปวดใจ เด็กน้อยไร้เดียงสาผู้บริสุทธิ์ไม่ควรต้องมาเจอกับสิ่งโสมมของโลกใบนี้ ความชั่วและอารมณ์ด้านลบของมนุษย์ก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นมาและถูกปล่อยให้เพ่นพ่านมาทำร้ายคนบริสุทธิ์ เธอรับไม่ได้

เฉพาะกับเด็กไม่กี่ขวบ เธอยิ่งให้อภัยตัวเองไม่ได้หากเธอไม่คิดจะทำอะไรสักอย่าง

“จงจำไว้ว่าตัวพี่ และคนอื่นๆ ที่เป็นเหมือนพี่ จะปกป้องพวกหนูเสมอ” โยโกะกล่าวและมอบรอยยิ้มอันอบอุ่นเหมือนดวงอาทิตย์ให้เด็กๆ ทั้งสามคน

“แต่ตอนนี้พี่ขอให้พวกน้องเดินกลับไปที่คุณครู อย่าได้แวะไปที่ไหน และอย่าบอกใครเรื่องที่เกิดในวันนี้นะ เอ้า เดินจับมือกันไว้และอย่าปล่อยมือนะ”

“ค่ะ… / ครับ…” เด็กน้อยทั้งสามคนพยักหน้าขานรับโดยดี ประจวบเหมาะที่ครูพี่เลี้ยงเดินมาทางนี้และพบเจอกับโยโกะและพวกเด็กๆ เข้า เด็กสาวจึงส่งน้องๆ ไปถึงมือครู ก่อนจะลากัน เด็กๆ ทั้งสามคนก็โบกมือเล็กๆ ให้กับโยโกะ

โยโกะยิ้มให้และโบกมือกลับ ก่อนที่แผ่นหลังของเด็กน้อยผู้น่ารักเหล่านั้นจะหายไปจากสายตาเธอ

เอาล่ะ

โยโกะหันกลับมามองจุดเกิดเหตุอีกครั้ง แขนของมันกำลังถูกระเหยไหม้ด้วยแสงอาทิตย์ เล็บคมสีดำมีขนาดเท่าโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ส่วนมือและแขนก็มีขนาดใหญ่พอเหมาะกับเล็บแหลมนั่น ผิวของมันเป็นสีขาวสนิท แต่มีผิวเมือกและมีเกล็ดเหมือนปลา

“โยโกะ!” เสียงเรียกของคุกิซากิทำให้เธอหันไปมอง เพื่อนร่วมชั้นทั้งสามคนกำลังเดินมาทางโยโกะ “มาทำอะไรที่นี่?” คุกิซากิเป็นคนถาม ส่วนฟุชิงุโระก็ยื่นกระเป๋าเป้สีเหลืิองให้เธอ โยโกะรับมาและสะพายขึ้นไหล่

“ฉันหาคำสาปเจอแล้วล่ะ” โยโกะชี้ไปที่แขนที่ถูกตัดของคำสาป ซึ่งในตอนนี้เนื้อของมันกำลังระเหยเพราะแสงอาทิตย์จนหายไปครึ่งหนึ่ง

“นั่นมัน… ไม่น่าเชื่อ” ตอนแรกอิตาโดริคิดว่าคำสาปในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอามิโกะคงจะไม่ได้ตัวใหญ่หรือมีฤทธิ์อะไรมากมาย แต่คราวนี้เขารู้แล้วว่าเขาคิดผิด และเมื่อนึกถึงพวกเด็กๆ ต้องถูกคำสาปจากวิญญาณตัวนี้ อิตาโดริก็รู้สึกเช่นกันกับโยโกะ

ต้องช่วย! ต้องทำอะไรสักอย่าง!

“เรามาปัดเป่ามันให้สิ้นซากเถอะ!” ไฟในการต่อสู้ลุกโชนในแววตาของอิตาโดริ

“เดี๋ยวสิ นี่ไม่ใช่--” ฟุชิงุโระกำลังจะเอ่ยปรามเขา

“นี่คือภารกิจของฉัน” โยโกะเอ่ยขึ้นมาก่อน “หมายถึงสอบปฏิบัตินั่นแหละ อิตาโดริ นายแค่ดูไว้และอยู่ห่างๆ ฉันตอนปัดเป่ามันก็พอ ไม่ต้องยื่นมือมาช่วย”

คำพูดของโยโกะอาจจะฟังดูใจร้ายไปบ้าง แต่นี่คือบททดสอบของเธอ เธอเท่านั้นที่จะต้องทำให้สำเร็จ ต่อให้นายแสนดีอย่างอิตาโดริอยากช่วยเหลือมากแค่ไหน มันก็ไม่ได้

“นายเก่งให้ได้สักเท่าฉันก่อนเถอะแล้วค่อยมาช่วย ไม่นับรวมตอนที่สลับตัวกับสุคุนะหรอกนะ อันนั้นมันขี้โกงเกินไป”

“ใจร้ายเกินไปแล้ว!” อิตาโดริร้องโอดโอยอย่างประชดประชัน

โยโกะได้ฟังเรื่องเล่ามาจากอาจารย์โกโจในระหว่างที่เดินทางมาที่นี่ สุคุนะคือราชาคำสาป เก่งกาจจนถูกขนานนามว่าเป็นสมมติเทพ แต่ถูกปราบจนสิ้นฤทธิ์ไปแล้วเมื่อ 1,000 ปีก่อน คงเหลือไว้แต่นิ้ว 20 นิ้วของตนเอง นิ้วของราชาคำสาปไม่สามารถกำจัดได้แต่ทว่ามีพลังมาก สามารถป้องกันคำสาปได้ทั้งปวง หนึ่งในยี่สิบนิ้วจึงถูกนำมาไว้ที่โรงเรียนที่โยโกะและอิตาโดริเรียนอยู่เพื่อป้องกันคำสาป เป็นการทำงานแบบพิษล้างพิษ หนามยอกเอาหนามบ่ง มีสรรพคุณช่วยป้องกันคำสาปมนต์ดำได้ แต่มีโทษที่มันเป็นนิ้วของสุคุนะ แล้วอิตาโดริเผลอกินเข้าไปเนี่ยแหละ เรื่องถึงได้ดำเนินมาจนถึงตอนนี้

เหตุผลที่อิตาโดริกินนิ้วคำสาปนั่นเข้าไปก็พอฟังขึ้นอยู่ แต่แบบ ไอ้บ้าหัวสมองตีบตันที่ไหนมันกล้ากินของเน่าอายุ 1,000 ปีได้ลงคอวะ? มันแบบว่า ยิ่งกว่ากินไข่แดงของไข่ไก่สดๆ แบบไร้การแปรรูป เข้าใจใช่ไหม?...

“อยู่นี่เองเหรอเนี่ย?” โกโจเดินเข้ามาเป็นคนสุดท้าย “คุยอะไรกันอยู่เหรอ?”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เจอคำสาปแล้ว” โยโกะชี้ไปที่แขนของคำสาปเป็นการยืนยัน “แล้วเด็กๆ ล่ะคะ?”

“อ๋อ พวกเขาขึ้นรถบัสกันไปหมดแล้วล่ะ”

“รถบัส?”

“ผมคุยกับครูพี่เลี้ยงมาแล้วล่ะ ว่าตัดสินใจที่จะพาเด็กๆ ไปเที่ยวที่อื่นในขณะที่โยโกะจังปัดเป่าคำสาปอยู่ที่นี่ ผมเป็นคนออกค่ารถและค่าต่างๆ นาๆ เอง ไม่เท่าไหร่หรอก” โกโจพูดถึงข้อตกลงระหว่างทางพวกเขาและศูนย์พัฒนาฯ “ตอนแรกพวกเขาก็กำชับไว้นะว่าอย่าทำให้อาคารเสียหาย แต่ผมบอกไปว่าไม่รับประกันให้ว่าตัวอาคารจะไม่มีร่องรอยการผุพัง เพราะเราไม่รู้ว่าคำสาปมันอยู่ในระดับไหน อาจจะระดับต่ำ แค่เอาเท้าเหยียบให้ตายก็ได้ หรือจะเป็นระดับสูงที่ใช้พลังแรงกายทั้งหมดในการปัดเป่า ขึ้นอยู่กับดวงล่ะนะว่าจะเจอแบบไหน”

“แค่ดูแขนนั่นก็รู้แล้วนี่” แขนใหญ่เบ้อเริ่มแบบนั้น ขนาดตัวก็ใหญ่ตามแน่นอน ไอ้เล็บยาวๆ แหลมๆ นี่ ไอ้พวกคำสาปก็ชอบไว้กันจัง แฟชั่นวงการคำสาปเหรอ? ตลก

“อ่าห้ะ คงจะระดับสูงน่าดู” โกโจกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สบายๆ ฟังดูไม่เป็นเรื่องเดือดร้อนอะไร “พวกผมจะนั่งดูที่ชิงช้าตรงนี้ก็แล้วกันนะ นักเรียนนนน~ มานั่งข้างอาจารย์ซี่~”

โกโจหย่อนก้นนั่งลงบนชิงช้าและกวักมือเรียกนักเรียนที่เหลือเหมือนกันเด็กก็ไม่ปาน

“ชิ! ไอ้อาจารย์ปัญญาอ่อน” คุกิซากิเอ่ยด้วยความระอา เธอคงไม่เหลือความเคารพให้แก่อาจารย์คนนี้แล้ว

มีแต่อิตาโดริคนเดียวที่บ้าจี้วิ่งไปนั่งชิงช้าข้างๆ โกโจและโบกมือเรียกฟุชิงุโระกับคุกิซากิไปนั่งข้างๆ ด้วยกัน เหลือชิงช้าอยู่ที่เดียวนะเว้ยเฮ้ย จะมีที่พอให้สองคนนั่งยังไงวะ? ತ_ʖತ

แต่สองคนนั้นก็เลือกที่จะนั่งที่ม้านั่งใกล้ๆ กับโกโจกับอิตาโดริแทน อยู่ยังไงไม่เห็นว่ามีม้านั่งตั้งอยู่กัน?

“ฉันขอทำอะไรบางอย่างก่อนนะ แล้วจะมาอธิบายให้ฟังว่าฉันทำอะไร” โยโกะนั่งลงที่ม้านั่งเดียวกับทั้งสองคนโดยนั่งข้างฟุชิงุโระ เด็กสาวเปิดกระเป๋าและหยิบขวดน้ำขึ้นมาหนึ่งขวด เทียนหนึ่งเล่มและไฟแช็คหนึ่งอัน เธอเปิดฝาขวดน้ำกับจุดไฟที่ไส้เทียน ต่อมาเด็กสาวก็นำด้านเปลวไฟสอดเข้าไปในขวดน้ำ น้ำตาเทียนไหลหยดลงบนของเหลวในขวดพร้อมกับปากของโยโกะที่พึมพัมภาษา ภาษาที่ฟุชิงุโระพยายามตั้งใจฟังแต่ก็ไม่เข้าใจความหมายสักนิด

มันไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่น เขาคิดแบบนั้น ฟุชิงุโระก็อยากจะถาม แต่เพราะคำพูดก่อนหน้าของโยโกะ เขาจึงเงียบและมองดูต่อ เมื่อเด็กสาวเสร็จพิธีการของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอจึงเป่าลมดับไฟที่ปลายเทียนและเก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋า ยกเว้นขวดน้ำที่มีน้ำตาเทียนลอยน้ำอยู่ข้างใน โยโกะเอ่ยปากฝากกระเป๋าและเดินออกมาที่ตรงกลางของลานกว้างอีกครั้ง

 ทั้งสี่คนต่างจับตาดูการกระทำของโยโกะใจจดใจจ่อ โยโกะเดินเข้าไปที่บริเวณที่แขนของคำสาปตกอยู่ ซึ่งเป็นสนามโล่งๆ มีแต่หน้าดินไม่มีหญ้าปลูก เด็กสาวยืดแขนที่ถือขวด ค่อยเอียงขวดและเทลงพื้นอย่างช้าๆ ทุกหยดน้ำที่สัมผัสพื้น เสียงร้องของคำสาปโหยหวนดังอยู่ทุกวินาที แรงลมเพิ่มกำลังจนทำให้เส้นผมของโยโกะปลิวไสว แต่เธอยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายเล็บ หยดน้ำจรดลงผืนดิน ผืนพสุธาที่มีเสียงร่ำไห้เพราะความเจ็บปวดของคำสาป

เมื่อดวงอาทิตย์ถูกบดบังด้วยหมู่เมฆฝน น้ำในขวดถูกเทจนหมด เมื่อนั้น มันจึงปรากฎตัวขึ้นมาจากผืนดิน

ผิวสีขาวเมือกลื่นกับหนังเกล็ดปลามันวาว ส่วนหัวไร้เส้นผมแต่มีครีบใหญ่สีเขียวอยู่กลางหัวยาวไปจนถึงแผ่นหลัง ดวงตาใหญ่และโปนดังตาปลาทั้งสองข้าง ปากขบยื่นเพราะฟันเหลืองเขี้ยวใหญ่ทั้งบนและล่างซ้อนกัน รูปร่างมันมีกล้ามเนื้อสมส่วนได้รูปเป็นมนุษย์เพศชาย ด้านหลังข้อศอกของมันมีครีบเหมือนกับปลา มือและแขนของมันที่ถูกฟันงอกขึ้นมาแทนที่แล้ว ส่วนล่างของคำสาปก็มีผิวเป็นเกล็ดปลาจริงๆ แต่ทว่ามีขาเหมือนมนุษย์ หางปลาสะบัดอยู่ด้านหลัง โยโกะเห็นแล้วแอบนึกถึงตัวละครที่ชื่อมัจฉานุ ในเรื่องรามเกียรติ์ แต่เชื่อเถอะ มัจฉานุมีหางปลาแต่ไม่ได้มีทรงอุบาทว์เหมือนคำสาปตัวนี้

เมฆครึ้มดำโปรยฝนลงมาสู่พื้นดิน ดูเหมือนว่าคำสาปตัวนี้จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่ออยู่ในที่เปียกชื้น

มิน่า ว่าทำไมแขนนั่นถึงได้ระเหยไหม้

ฝนที่ตกลงมาก็เป็นอุปสรรคในการเคลื่อนไหวของเธอแล้ว ดันไปเพิ่มพลังให้คำสาปตัวนี้อีก

โยโกะเตรียมท่ารอรับ ทั้งสองมือครองพลังและจ้องมองทุกฝีก้าวที่คำสาปตัวนี้จะเคลื่อนไหว

เท้าของมันที่เหยียบเดินบนพื้นดินมีลักษณะบางอย่างที่เปลี่ยนไป มันมีรอยกระเพื่อมเป็นวงกว้างเหมือนเหยียบบนผิวน้ำ เอาล่ะสิ ไอ้ตัวนี้มันมุดดินได้ด้วย พอๆ กับไอ้ตัวที่อยู่รปปงหงิเลย

โยโกะเสกพลังเวทในมือให้กลายเป็นตรีศูลด้ามยาวที่มีใบมีดขนาดใหญ่ เมื่อนำมาตั้งพื้นก็สูงกว่าร่างของเด็กสาว ถ้าหากเป็นโกโจถือตรีศูลก็จะสูงเท่ากับเขาพอดี โยโกะควงตรีศูลสีทองด้วยความคล่องแคล่วก่อนที่จะจับด้ามไว้มั่นและชี้ปลายคมไปหาคำสาปด้วยท่าทีที่องอาจ

เข้ามา! จะเสียบปลาย่างสามง่ามให้ดู!

มันพ่นคำรามใส่โยโกะและกระโจนพุ่งเข้าใส่เต็มที่ เสียงเล็บของมันดังกระทบตรีศูล แรงปะทะระหว่างเด็กสาวกับคำสาปไม่ลดหลั่นต่อกัน เล็บคมของมันเฉือนเฉี่ยวเข้าใกล้ร่างกายของโยโกะหลายรอบ แต่ทว่าโยโกะก็ใช้ตรีศูลปัดป้องไล่แทงกลับได้ จนเมื่อมาถึงวินาทีที่โยโกะแทงตรีศูลเข้าที่อกของมันจนมิดใบมีดคม มันตวาดร้องและถอยกลับมาตั้งหลักอีกครั้ง

ตรีศูลของเด็กสาวอาบไปด้วยโลหิตของปีศาจ เลือดของคำสาปทะลักออกจากอก ทั้งสองยืนจ้องตากันแลดูท่าทีของอีกฝ่าย

ใต้ฝ่าเท้าของคำสาปมีบางอย่างขยับ

เอาอีกแล้วเรอะ!?

คำสาปตัวนั้นจมหายเข้าไปสู่พื้นดิน!

โยโกะตั้งท่าเตรียมพร้อม เธอเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วในรอบก่อนจึงพอจับทางได้บ้าง ไอ้คำสาปหางปลาตัวนี้น่าจะว่ายในดินได้ และเช่นเดียวกันกับที่รปปงหงิ เธอต้องรีบฆ่ามัน!

โยโกะควงตรีศูลให้ใบมีดอยู่ด้านล่างและคอยแทงทะลุเข้าไปในพื้นดิน ทุกพื้นที่ตารางนิ้วที่เป็นโอกาสที่มันจะซ่อนตัวอยู่ แทงถูกบ้างไม่ถูกบ้าง แต่มันก็ลำบากมากเพราะมีฝนตกเป็นอุปสรรค ทั้งในการมองเห็นและฟังเสียง เธอต้องตั้งสมาธิในแน่วแน่และไม่วอกแวกต่อธรรมชาติ แต่โธ่เอ๊ย! มันยากนะโว้ย

ในเมื่อเป็นแบบนี้ โยโกะจึงตัดสินใจทำมือเป็นวงกลมโดยเอานิ้วกลางมาแตะกับนิ้วหัวแม่มือ เธอนำมันมาป้องปากและเป่าผ่านรู ผงทรายสีทองถูกเป่าออกมาจากปากของเด็กสาว โยโกะหมุนตัวเป่ารอบทิศบนพื้นดิน เสียงของคำสาปที่ถูกทรายสีทองกระทบร่างร้องโหยหวนอีกครา มันโผล่ร่างจากผืนดินในสภาพที่ทั้งตัวของมันมีแต่เลือดดำไหลออกมาจากรูเล็กๆ บนร่างกาย ผิวของมันคงบอบบางต่อวัตถุหยาบอย่างทรายเป็นแน่แท้

โยโกะไม่รอช้าให้โอกาสหลุดมือ เธอรีบวิ่งพุ่งเข้าไปที่คำสาป มือจับด้ามตรีศูลไว้แน่น ควงอาวุธด้วยความเร็วและตัดหัวคำสาปจนขาดกระเด็น

เลือดดำพุ่งกระฉูดออกจากร่างและตกร่วงสู่พื้นดิน ปะปนกับเม็ดฝน ร่างของมันขยับแขนอยู่สักพักก่อนที่จะล้มลงแน่นิ่ง

ฝนหยุดตกแล้ว ราวกับว่าขอบเขตในการต่อสู่ของเด็กสาวและคำสาปได้จบลง แสงอาทิตย์ส่องมายังที่ร่างไร้หัวและศีรษะที่ตกอยู่ไม่ไกลจากร่างของคำสาป ความร้อนค่อยแผดเผาร่างนั้นจนสลายกลายเป็นธุลี

“สุดยอดมาก!” เป็นเสียงของอิตาโดริดังมา เธอหันไปมองทั้งสี่คนที่กำลังเดินมาหาโยโกะ ในสภาพที่ยังคงแห้ง ไม่เปียกจากฝนเลยสักนิด

“ทำไมไม่เปียกกันเลยล่ะ?”

“เพราะมุเก็นของอาจารย์โกโจน่ะ มันกันฝนให้ได้ ก็เหมือนกำแพงนั่นแหละ” ฟุชิงุโระอธิบาย

“อ๋อ”

“บ้าบิ่นดีนี่โยโกะจัง ต่อสู้เก่งเอามากเลย” โกโจเอ่ยชม ดูท่าทีวรยุทธ์ที่คล่องแคล่วของเธอก็คงได้รับการฝึกมาก่อนหน้านั้นแน่ๆ

“เพื่อเป็นการให้รางวัล ผมจะพาทุกคนไปเที่ยวจริงๆ !”

“เยส!!” คุกิซากิและอิตาโดริแสดงความดีใจกันออกนอกหน้า ยกเว้นฟุชิงุโระกับโยโกะที่ยังคงยืนทำหน้านิ่งอยู่

ขอไปอาบน้ำก่อนได้มั้ยวะ? โยโกะคิด

“แต่ก่อนอื่น” โกโจผายมือไปทางเด็กสาว “ให้โยโกะจังไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ เดี๋ยวเป็นหวัดจะไม่สบายเอา”

ก่อนที่โยโกะจะพูดอะไร ก็มีเสื้อคลุมสีดำขนาดใหญ่กว่าตัวเธอมาห่อหุ้มร่างกายที่เปียกน้ำของเธอ เมื่อโยโกะหันไปมอง ก็เห็นว่าอิตาโดริมีเพียงแค่เสื้อฮู้ดสีแดงสวมใส่อยู่

“ใส่เถอะ เดี๋ยวเธอหนาว” เขากล่าวโดยทั้งที่เสมองไปทางอื่น แก้มของเขามีสีแดงจางๆ ปรากฎ

โยโกะก้มมองร่างกายตัวเอง เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าเสื้อเชิ้ตของเธอเปียกน้ำจนเห็นชั้นใน ไม่ได้เห็นชัดมากแต่ก็ยังเห็นสายชั้นในอยู่ดี ด้านหลังของเธอก็คงจะไม่เหลือ

โยโกะรีบดึงมาปิดด้วยความเขินอาย “ขอบคุณ…”

“ไม่เป็นไร…” เขากล่าวพร้อมเอานิ้วชี้ถูจมูกแก้เก้อ

ฟุชิงุโระยืนหันหลังไม่มองโยโกะเลยตลอดที่สนทนากัน เขาไม่กล้าพูดเพราะเขาเองก็รู้สึกขวยเขิน และไม่อยากให้เพื่อนของเขาต้องรู้สึกอายเช่นกัน แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงในเมื่อเขาไม่มีเสื้อคลุม จนอิตาโดริโยนเสื้อคลุมของเขาเองให้โยโกะ นั่นก็พอดีขึ้นมาบ้าง

“อ้อ ก่อนอื่น” โยโกะเดินไปที่คุกิซากิที่ถือกระเป๋าเป้ของเธออยู่ เด็กสาวเปิดซิปและค้นหาบางอย่างในนั้น ก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมา เป็นผ้าสีแดงที่มีอักขระและรูปวาดบางอย่างบนนั้น ทั้งสี่คนมองผ้าสีแดงในมือโยโกะด้วยความสงสัย และเป็นคุกิซากิที่เอ่ยถาม

“นั่นอะไร?”

“ผ้ายันต์ ไว้กันผีและคำสาปได้” โยโกะยื่นมันให้อาจารย์โกโจ “อาจารย์ตัวสูงพอดี ช่วยติดมันที่หน้าประตูทางเข้าอาคารด้วยนะคะ”

“ว้าว… ผมไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย เธอไปเอามันมาจากไหนเหรอ?” โกโจรับมาและพิจารณาผ้ายันต์สีแดงด้วยความสนใจ

“มันมีชื่อมั้ย?”

“ผ้ายันต์ท้าวกุเวร อาจารย์รีบไปติดมันเถอะค่ะ ตอนนี้ฉันเริ่มหนาวแล้ว”

“ได้ครับผม~” โกโจรับคำและเดินนำหน้าไปก่อน เหลือไว้แต่นักเรียนทั้งสี่คนที่สนามเด็กเล่น คุกิซากิมองเพื่อนสาวของตนด้วยความเหลือเชื่อ

“เธอนี่…มีอะไรให้ประหลาดใจเยอะแยะเลยนะ”

“อะไรล่ะนั่น”

“ว่าไปนั่น อากิฮิโระ! เธอเก่งมากเลย แล้วไอ้ที่ทำกับขวดน้ำน่ะ เธอไปเรียนรู้มาจากไหน?” อิตาโดริเอ่ยถามด้วยตาที่ลุกวาว เมื่อเจอฮีโร่ยังไงยังงั้น “เท่มาก ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน!”

ข้าชักสนใจในตัวเจ้าแล้วสิ ยัยหนู” มือขวาของอิตาโดริปรากฎดวงตาและปากเหมือนกันกับตอนเช้าที่ได้เจอ

“ಠ_ಠ” ฟุชิงุโระ เมงุมิ

“ಠಿ_ಠ” คุกิซากิ โนบาระ

“(⊙_◎)” อิตาโดริ ยูจิ

“ಠ_ʖಠ” อากิฮิโระ โยโกะ

จะต้องเจอแบบนี้ไปอีกเมื่อไหร่วะ

 

 





 #เป็นอีกตอนที่กินพลังเรามากเลย เหนื่อยมากกกก

#รีดอย่าตกใจนะถ้าคอมเมนต์ตอบกลับจากเรามีสองคอมเมนต์ นังนักเขียนเด็กดีมันรวน เขียนอันแรกละไม่ขึ้น ไอเราก็นึกว่ากดไปแล้วมันไม่ส่งให้ จนต้องมีอะไรมากระตุกแอพถึงได้โผล่ เวรเน้ย นังแอพบ้า!

#ตอนเลือกอิโมติคอนให้พวกยูจิเป็นอะไรที่ชอบมาก แบบนึกหน้าว่าพวกเขาจะทำหน้าเหวอๆ เด๋อด๋านี่มันโคตรจะฮา (^^)



 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 253 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

213 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 มีนาคม 2564 / 17:57
    น้ำมนต์ยังไงล่ะ
    #184
    0
  2. วันที่ 15 มีนาคม 2564 / 17:57
    น้ำมนต์ยังไงล่ะ
    #183
    0
  3. #51 SleepyS (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:22
    สุคุนะโผล่มาแต่ละทีมีเดดแอร์ตลอดเลย555
    #51
    1
    • #51-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      6 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:59
      เฮียแกชอบมาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงประจำ 55555
      #51-1
  4. #35 จิ้งจอกหมายจันทร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 13:35
    อห.ไรท์เเบบดูเป็นผู้รอบรู้ขั้นสุดยอด ขำสุคุนะ5555555
    #35
    1
    • #35-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      25 มกราคม 2564 / 17:46
      หาข้อมูลกันแน่นเลยค่า 555555 😆
      #35-1
  5. #34 Woruwalan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 07:24
    ชอบมากเลยค่ะไรท์
    #34
    1
    • #34-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      25 มกราคม 2564 / 12:59
      ดีใจที่ชอบค่ะ ❣️❣️❣️
      #34-1
  6. #33 pearryisme (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 22:39
    สนุกมากเลย ไรท์ซูดยอดดดด
    #33
    1
    • #33-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2564 / 22:41
      ขอบคุณค้าบบบบ ♥️♥️♥️
      #33-1
  7. #32 252555555 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 21:17
    สนุกมากกกกกกกก
    #32
    1
    • #32-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2564 / 21:35
      ดีใจที่อ่านแล้วสนุกกกก ✨✨
      #32-1
  8. #31 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 18:28

    อิโมจิเปงน่าร้ากกก
    #31
    1
    • #31-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2564 / 18:55
      ขอบคุณค่ะ (◍•ᴗ•◍)✧*。
      #31-1
  9. #30 ไอ้ครึ่งๆ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 18:25

    ..........
    #30
    1
    • #30-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2564 / 18:56

      ดีใจที่ชอบน้า ❣️
      #30-1
  10. #29 11ght :;ll_ch (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 18:24
    ชอบตรงอิโมจิ แล้วก้สำนวนการแต่งค่ะ
    #29
    1
    • #29-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2564 / 18:56
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ค่ะ 😆😆😆
      #29-1
  11. #28 นภพรรษภรณ์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 16:28
    สาคูคือจะโผล่มาทุกตอนให้ได้555555555555//สาคู : ข้าต้องมีซีน!!!
    #28
    1
    • #28-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2564 / 16:37
      สาคู : ข้าต้องได้พูด!! (ノಠ益ಠ)ノ彡┻━┻
      #28-1
  12. #27 Oazora (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 15:57

    ชอบมากกกกกก
    #27
    1
    • #27-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2564 / 15:58
      ดีใจที่ชอบน้า ( ◜‿◝ )♡
      #27-1
  13. #26 a2222222a (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 15:57

    ไอต้าววโยโกะ
    #26
    1
    • #26-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2564 / 15:58
      ไอต้าวน้องงงง
      #26-1
  14. #25 พระเจ้าโอตาคุ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 15:53
    เกิดเป็นโยโกะก็เหนื่อยเหมือนกันนะ😤
    #25
    1
    • #25-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2564 / 15:55
      ไม่เหนื่อยไม่ใช่แนวของน้องเขา 555555
      #25-1
  15. #24 APINAN_ARMMY2004 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 15:49

    สนุกมากเลยจร้าาา
    #24
    1
    • #24-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2564 / 15:55
      ขอบคุณค่าาาาา (灬º‿º灬)♡
      #24-1
  16. #23 minxxix (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 15:47
    อยากเห็นน้องโชว์ฝีมือในงานเชื่อมสัมพันธ์ไม่ไหวแล้วววว
    #23
    1
    • #23-1 June_moon(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2564 / 15:49
      เดี๋ยวน้องจะโชว์ฝีมือให้ดูวววว
      #23-1