[ Jujutsu kaisen ] The Little Sunshine 🌞🌻

ตอนที่ 3 : ตึกร้างที่รปปงหงิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 248 ครั้ง
    29 ม.ค. 64

 

*สถานที่บางที่ในนิยายไม่มีอยู่จริง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

*มีการกล่าวถึงพลังบางส่วนที่ยังไม่ปรากฏในอนิเมะของอาจารย์โกโจ หากไม่อยากรับการถูกสปอยล์โปรดข้ามไปค่ะ 

 

 

วันที่ 3 หลังจากเหตุการณ์ที่โรงเรียน

ทุกอย่างยังคงผ่านไปเป็นปกติ พ่อของโยโกะออกไปทำงานแต่เช้า เด็กสาวก็นอนอืดอยู่บนเตียง

วันนี้พิเศษหน่อยเพราะเป็นวันเกิดของเธอ

‘เดี๋ยวเลิกงานแล้ว เรามากินหมูกระทะฉลองกัน’

โยโกะตาวาวและใจจดใจจ่ออยู่กับนัดตอนเย็น อยากกินของอร่อยใจจะขาด

คนญี่ปุ่นอย่างโยโกะและพ่อของเธอไม่น่าจะรู้จักอาหารที่ชื่อว่าหมูกระทะได้ แต่เมื่อได้ลองแล้วก็ติดใจรสอร่อยไม่รู้ลืม

นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้กินเลย…ตั้งแต่ที่กลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่น

แจ้งเตือนอีเมล์ดังขึ้น โยโกะเปิดดูและอ่านข้อความที่ปรากฏ

อ๋า อีเมล์ลูกค้า

 

(ไม่มีหัวเรื่อง) กล่องจดหมาย

Kayakira_ 8.30 น.

ถึง ฉัน

ช่วยจัดการตรงนี้ให้หน่อยครับ ส่วนค่ารับจ้างแล้วแต่คุณจะเรียกครับ

 

ในข้อความมีลิงก์แชร์สถานที่ส่งมาด้วย เมื่อโยโกะกดดู จากหน้าอีเมล์ก็เปลี่ยนไปเป็นหน้ากูเกิลแมพ แผนผังภาษาญี่ปุ่นขึ้นเต็มหน้าจอพร้อมหมุดปักสีแดงตรงจุดสถานที่

Kayakira building , Tokyo

ที่ปักหมุดคือตึกร้างไร้คนอยู่ ตัวตึกมืดมน หน้าต่างกระจกแตกเป็นรู มีสีพ่นกำแพงเป็นรูปตัวการ์ตูนและคำหยาบคายพ่นทั่วกำแพงและผนังตึก

ไอ้ตึกร้างนี่อะไม่เท่าไหร่

แต่ไอ้ที่เขียนว่า ‘โตเกียว’ นี่มันยังไง!! จะให้ถ่อจากเซ็นไดไปโตเกียวเลยเรอะ!!

แ_่ง - โคตร - ไกล - ไอ้ - เ_ร! (ノಠ益ಠ)ノ彡┻━┻

นั่งรถไฟไปที่นั่นก็ชั่วโมงกว่า ราคาตั๋วก็หลักหมื่นเยนขึ้นไป งานจะเสร็จไวด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้

โยโกะกำลังจะตอบปฏิเสธกลับไปด้วยอารมณ์ที่ครุกกรุ่น แต่ก็ต้องยั้งมือเพราะโยโกะอีกคนในเวอร์ชั่นนางฟ้าบอกเธอข้างหูว่า

“จะดีเหรอโยโกะ? ถ้าเธอปฏิเสธงานลูกค้าไปเธอจะเสียเครดิตนะ เธอไม่เคยปฏิเสธลูกค้าเลยนี่”

เออว่ะ (-_-;)

แต่เมื่อมีเทพก็ย่อมมีมาร คราวนี้ โยโกะในคราบซาตานกระซิบข้างหูเธอ

“จะบ้าเหรอ ไกลก็ไกล เธอจะเสียเวลาให้โง่ไปทำไมโยโกะ แล้วนี่ส่งอีเมล์มาสั้นแบบนี้ มิจฉาชีพรึเปล่าก็ไม่รู้ อีกอย่างที่เธอก็รู้นี่โยโกะ ว่าพวกผีกับคำสาปที่โตเกียวมันแรงกว่าต่างจังหวัดมากแค่ไหน เผลอๆ ไปตายที่นั่นแล้วใครจะรับผิดชอบ”

ที่ซาตานโยโกะพูดก็เข้าท่า ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย แค่ในเซ็นไดก็หนักเอาพอเรื่องอยู่แล้ว ถ้าเป็นเป็นที่โตเกียวคงหนักเป็นบ้า เผลอๆ ผีที่นู่นคงมีรูปร่างน่าเกลียดยิ่งกว่าที่ใด

โยโกะพิมพ์ข้อความปฏิเสธด้วยภาษาที่เหมาะสม อ่านทวนอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง นิ้วโป้งของเด็กสาวกำลังจะกดส่งในไม่ช้า

เอ๊ะ เมื่อกี้ไม่ได้อ่านให้ดี ขออ่านอีกรอบ

ช่วยจัดการตรงนี้ให้หน่อยครับ ส่วนค่ารับจ้างแล้วแต่คุณจะเรียกครับ

อ่าห้ะ กี่เยนก็จ่ายได้ไม่อั้นสินะ

โยโกะกดลบข้อความที่จะปฏิเสธทั้งหมด พิมพ์ใหม่อีกครั้งและกดส่งกลับไป

 

Akihiro_Y  8.40 น.

ถึง Kayakira_

รับงานค่ะ กรุณาบอกเบอร์ติดต่อของคุณมาด้วยค่ะ

 

นางฟ้าโยโกะยิ้มเยาะซาตานโยโกะด้วยปลื้มปิติ คราวนี้เธอเป็นฝ่ายชนะ ฝ่ายแพ้ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจ

ก็แหม เทพเจ้าสูงสุดที่เธอนับถือน่ะนะ…

คือเงินยังไงล่ะ!!!

$$$

 

 

 

“สวัสดีค่ะ ฉันคือนักปราบผีที่คุณติดต่อทางอีเมล์ค่ะ”

โยโกะเดินทางมาถึงโตเกียวเรียบร้อย ตอนนี้เธออยู่ที่สถานีรถไฟโตเกียว เพิ่งลงจากรถไฟมาหมาดๆ ไม่รอช้า เด็กสาวก็โทรหาลูกค้าทันที

[ ครับ ] น้ำเสียงของปลายสายเป็นผู้ชายขานรับ [ ผมก็มาถึงสถานีพอดี ให้ผมไปรับคุณตรงไหนครับ? ]

“ฉันเดินออกมาแล้วค่ะ อยู่ที่หน้าทางเข้า ฉันสะพายกระเป๋าเป้สีเหลืองกับรองเท้าผ้าใบสีเดียวกันค่ะ” ระหว่างที่คุยโทรศัพท์ เด็กสาวได้เดินออกมารอด้านนอกเป็นที่เรียบร้อย ข้างในสถานีคนเยอะมากๆ เธอไม่อยากให้ลูกค้าเสียเวลาตามหาเธอให้ทั่ว เลยเลือกที่จะออกมาเองเสียดีกว่า

ต้องบริการลูกค้าให้ประทับใจ เพราะจะได้เรียกแบบแพงๆ โดยที่ลูกค้าไม่อิดออด

ไม่ได้หน้าเงิน! เขาเรียกว่าคนเรียกค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับงาน!

[ ผมเห็นแล้วครับ คุณเห็นผมรึเปล่า ผมอยู่ทางซ้ายมือของคุณ ] โยโกะหันไปมองทางซ้ายมือของตนทันทีตามที่ปลายสายบอก เมื่อแน่ใจแล้วว่าใช่คนที่เธอนัดจึงกดวางสายและเดินตรงเข้าไปหา

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออากิฮิโระ โยโกะ” โยโกะแนะนำตัวและโน้มหัวเล็กน้อยตามมารยาท

“สวัสดีครับ ผมคายะคิระ เรย์ ยินดีที่ได้รู้จัก” ชายหนุ่มใส่แว่นหน้าตาดีแนะนำตัว เขาคนนี้เป็นคนที่หน้าตาดีมาก เรียกว่าไปแคสต์ไปนักแสดงก็คงเป็นได้สบาย ถึงใบหน้าจะอยู่ภายใต้กรอบแว่นสายตาแต่ก็ไม่อาจปกปิดความหล่อได้ ผมสีดำตัดสั้นดูเรียบร้อย รูปร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงแสล็คสีดำ สวมใส่รองเท้าหนังสีดำ มองภาพรวมแล้วก็เป็นผู้ชายที่ผู้หญิงพร้อมยกทั้งใจให้ได้โดยง่าย

โยโกะก็แอบใจเต้นรัวเมื่ออยู่ตรงหน้าเขา

คนบ้าอะไรหล่อชะมัด อร๊ายยยยย (ノ*0*)ノ

“คุณดูเด็กกว่าที่คิดเลยนะเนี่ย” คายะคิระมองโยโกะตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมยาวสีดำที่ตอนนี้อยู่ในทรงบันสองก้อน เสื้อยืดคอวีสีพีชกับกางเกงยีนส์ขาสั้น สะพายกระเป๋าเป้สีเหลืองกับรองเท้ายี่ห้อคอนเวิร์สสีเดียวกัน เครื่องแต่งกายทั้งหมดสวมใส่บนร่างเธอที่สูงแค่ 160 ซม. มันก็ไม่แปลกหรอกที่คนอื่นเขาจะมองว่าเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป

ก็เออ!! เด็กแล้วไง! มันจะทำไมกันห้ะ!! (ʘ言ʘ╬)

จากที่เคยใจเต้นเพราะหน้าหล่อนั่นก็เปลี่ยนไป พอถูกบอกว่าดูเด็กก็หมดอารมณ์ที่จะแอบปลื้มเพราะความหล่อของเขา

ขีดเส้นใต้ตรงคำว่า Costumer zone อย่างหนาและหลายรอบ

“จะไปตอนนี้เลยมั้ยคะ?” โยโกะเปลี่ยนหัวข้อ รีบไปแล้วก็รีบทำให้เสร็จดีกว่า เธอไม่อยากอยู่ยาวจนถึงตอนเย็น ไม่อยากเบี้ยวนัดสำคัญกับพ่อ

“งั้นก็ตามผมมาครับ” ชายหนุ่มนำทางเด็กสาวมาถึงรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างนอกสถานี คายะคิระเปิดประตูรถและนั่งฝั่งคนขับ ส่วยโยโกะก็นั่งฝั่งด้านข้างเขา คายะคิระเสียบกุญแกสตาร์ทรถและหมุนพวงมาลัยบังคับรถไปตามเส้นทาง ใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่หมาย ตึกร้างสูง 5 ชั้นในเขตรปปงหงิ

โยโกะเห็นไอคำสาปและวิญญาณมาแต่ไกล แรงกว่าที่เซ็นไดไม่รู้กี่เท่า

คนเมืองกรุงนี่รักแรงเกลียดแรงกว่าที่ไหน จะอาฆาตสาปส่งแต่ละทีพาจิตใจให้เศร้าหมอง

คายะคิระเลี้ยวหัวรถและจอดรถตรงที่ให้จอด ทั้งสองคนเปิดประตูก้าวลงมาและปิดประตูรถ ยืนประจัญหน้ากับตึกร้างกลางเมืองกรุงที่มืดมน

โห ตั้ง 5 ชั้น แล้วทุกชั้นมันยืนกันเต็มเลยโว้ย!

หากมองด้วยสายตาคนธรรมดาก็จะเห็นเป็นตึกร้างที่ไม่มีความน่าอยู่ แต่ถ้าหากมองด้วยสายตาคนมีวิชา ตึกร้างนี่ไม่น่าอยู่ทวีคูณ เพราะมีดวงวิญญาณกว่าร้อยดวงสิงสถิตอยู่เต็มไปหมด แล้วไหนคำสาปที่รูปร่างอย่างกับเอเลี่ยนนอกโลก ฮวงจุ้ยตัวตึกก็ไม่ดี แถมมาตั้งตรงทางสามแพร่งอีก ไม่รู้ทำไมลูกค้าคนนี้ถึงเลือกเธอมาปัดเป่าภูตผีที่ตึกนี้ ไม่เข้าใจ

“คุณคายะคิระ ฉันขอถามอะไรหน่อยค่ะ”

“ครับ?”

“ทำไมคุณถึงเลือกที่จะ…ให้ฉันมาปราบผีที่ตึกร้างตรงนี้เหรอคะ? ฉันอยากรู้เฉยๆ น่ะค่ะ”

“อ๋อ” ชายหนุ่มเงยหน้ามองตึกก่อนที่จะตอบเด็กสาว “ตึกนี้เป็นของครอบครัวผมครับ ตระกูลคายะคิระเคยเป็นเจ้าของมาก่อน แต่เพราะเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ทำให้ทางครอบครัวต้องปล่อยตึกขายอย่างช่วยไม่ได้ โชคดีที่ตึกหลังนี้ถูกรับซื้อต่อ ตระกูลผมเลยรอดจากปัญหาเศรษฐกิจ แต่เพราะถูกปล่อยไปเป็นของคนอื่นแล้ว ผมเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตึกหลังนี้บ้าง รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นตึกร้างที่มีอะไรไม่รู้อยู่เต็มไปหมด ผมไม่ได้มองเห็นอะไรพวกนั้นหรอกนะ แต่คนแถวนี้เขาเดือดร้อนเพราะสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่ในตึกหลังนี้ ผมจึงต้องจัดการให้เรียบร้อย”

พ่อคนใจบุญ รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคม นับถือค่ะ

“ฉันเข้าใจค่ะ” โยโกะนึกคำถามบางอย่างได้จึงถามออกไป “ว่าแต่ ใครเป็นคนบอกคุณเหรอคะ? ว่าฉันสามารถทำงานแบบนี้ให้คุณได้”

“แม่ผมเองครับ เธอแนะนำผมมา”

เอ๊ะ?

“ใช่ที่อยู่เซ็นไดรึเปล่าคะ?”

“ใช่ครับ เธอทำธุรกิจบ้านให้เช่าหลังหนึ่งที่เซ็นไดน่ะ ทำไมเหรอครับ?”

ญี่ปุ่นมันแคบเกินไปแล้ววววววววววว

ทั้งแม่ทั้งลูกเลย ผีอยู่ในบ้านในตึกกันทั้งนั้น!

บ้านดีๆ ตึกดีๆ ที่ไม่มีผีละไม่เอา!

“ละ… แล้วแม่คุณแนะนำฉันให้คุณฟังยังไงเหรอคะ?” โยโกะถามเสียงสั่นเหงื่อตก

“บอกว่าคุณเป็นเด็กวัยรุ่นครับ ตัวเล็กนิดเดียวแต่ห้าว ไม่ค่อยเคารพผู้ใหญ่ แถมตั้งข้อพนันกับแม่ผมจนชนะอีก” คำพูดแต่ละคำของชายหนุ่มใส่แว่นนั้นยิงเข้าหน้าเข้าตาโยโกะเหมือนลูกศรเสียบทะลุ

หนูผิดไปแล้วค่าาาาาาาา ( ≧Д≦)

“เอ่อ คือ” ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้อีกฝ่ายฟัง แต่อธิบายยังไงเธอก็ดูเป็นฝ่ายผิดอยู่ดี จะพูดขอโทษก็พูดไม่ออก เวรเอ๊ย!

“ไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ” ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะดูออกว่าโยโกะคิดอย่างไร “ผมรู้ว่าแม่สบประมาทคุณก่อนด้วย คุณเลยต้องพิสูจน์ฝีมือให้ดู แถมคุณยังประกันอีกว่าถ้าทำให้ไม่ได้จะยอมโขกหัวขอโทษทุกคนพร้อมบอกว่าตัวเองเป็นนักต้มตุ๋น ใจเด็ดใจกล้ามากเลยนะครับเนี่ย”

ฮือ ซึ้งใจ มีคนเข้าใจสักที ಥ‿ಥ

“ก็นั่นแหละค่ะ ที่ทำไปเพราะอารมณ์ล้วนๆ  ขอโทษด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ” คายะคิระยิ้มกว้างเป็นการรับคำขอโทษ “ว่าแต่ คุณต้องเตรียมการอะไรก่อนเข้าไปมั้ยครับ”

“ไม่ค่ะ แต่ฉันจะเตรียมการข้างในเลย” โยโกะเปลี่ยนอารมณ์มาอยู่ในโหมดจริงจัง “คุณรอฉันข้างนอกนี่แหละค่ะ ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรฉันจะโทรหาคุณเอง” ตึกร้างหลังนี้ไม่ได้อยู่นอกเขตเมือง คงจะไม่มีปัญหาอะไรกับสัญญาณโทรศัพท์

“เข้าใจแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบรับ “รบกวนด้วยนะครับ”

“ฉันจะทำสุดความสามารถค่ะ” โยโกะรับคำด้วยความหนักแน่นและก้าวเดินเข้าตัวตึกโดยไร้ความหวาดกลัวใดๆ ต่อให้มีสายตาจากภูติผีมองจ้องเขม็งมา เธอก็ไม่หวาดหวั่นขวัญอ่อน

แม่จะซัดให้เละ!

 

 

โยโกะจัดการปัดเป่าวิญญาณมา 4 ชั้น จนถึงชั้นที่ 5 ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้า

เหนื่อยสายตัวแทบขาด เฮ้อ!

กว่าจะถึงแต่ชั้นมาได้ก็ใช้เวลาไป 30 นาทีกว่า 4 ชั้นก็ปาไป 2 ชั่วโมงเต็ม

10 โมงเช้าแล้วก็ยังไม่เสร็จงาน ท้องก็เริ่มหิว

อยากกินหมูกระทะะะะ

สายลมพัดปะทะเข้ากับร่างโยโกะแต่ก็ไม่ได้แรงมากนัก ชั้นนี้ไม่มีอะไรเลยนอกประตูทางเข้าออกที่เธอเดินออกมาเมื่อครู่ กับระเบียงล้อมรอบทิศที่พอดูแข็งแรง แต่ถ้าหากยืนพลาดตกไปก็ตายได้ถ้าไม่ระวัง

ไอ้พวกคำสาปน่ะมันชอบเล่นทีเผลอ

กำจัดวิญญาณสัมภเวสีน่ะง่าย เป่าทรายทองของเธอใส่ก็สลายไปในพริบตา

แต่ ‘คำสาป’ มันคนละแบบ

ไอ้พวกนี้มีรูปร่างประหลาดแล้ว พละกำลังก็ลดหลั่นไปตามขนาดอีก ตัวเล็กนิดเดียวก็พอเอาเท้าเหยียบไม่ก็ใช้พลังเวทของเธอซัดใส่เข้าให้ได้ แต่ไอ้พวกคำสาปตัวใหญ่ตัวอ้วนนี่สิ ทำเอาเหนื่อยไม่ได้พัก

แต่โชคดีที่พลังเวทในตัวเธอกับอาคมวิชาที่เรียนมาทำให้เธอรอดพ้นและกำจัดมันได้

ในตึกหลังนี้ไม่มีวิญญาณและคำสาปอีกแล้ว และตอนนี้โยโกะกำลังทำพิธีบางอย่าง ณ ที่นี่

เด็กสาวรูดซิปเปิดกระเป๋าเป้ออก เธอหยิบของบางอย่างออกมา เมื่อเสร็จแล้วจึงรูดซิปปิดและนำกระเป๋าไปตั้งไว้หน้าประตูทางขึ้นดาดฟ้า จึงกลับมายืนตรงกลางของพื้นที่

ในมือของเธอมีดสั้นที่เล่มเดียวกับเมื่อวานซืน กับขวดน้ำขนาดปานกลางที่มีน้ำบรรจุเต็มขวด สองสิ่งที่เตรียมพร้อมสำหรับพิธีที่จะเกิดขึ้น

โยโกะนั่งขาชันเข่าข้างหนึ่งและวางของลงบนพื้น ขั้นตอนแรกเธอเลือกหยิบมีดสั้นขึ้นมา ดึกเชือกสีแดงจนหลุดปมและเอาปลอกออก เผยให้เห็นใบมีดโค้งสั้นแต่ปลายแหลมคมกริบ ด้านข้างทั้งสองข้างของใบมีดสลักตัวอักษร จากนั้นเธอก็กระทำการบางอย่างบนพื้นปูนดาดฟ้า โดยเขียนเป็นรูปร่างขึ้นมาพร้อมกับปากที่พึมพัมภาษา

ปลายแหลมขูดลงบนพื้นปูนจนเป็นรอยขีดสีขาว เสียงขูดดังเป็นระยะแต่เด็กสาวหาได้สนใจ สายตายังคงมอง ริมฝีปากชมพูยังคงขยับ มือบางนั้นค่อยๆ ลากเส้นไปเรื่อยจนก่อให้เกิดรูปสัญลักษณ์

ยันต์แก้วมณีโชติ

เมื่อจรดปลายแหลมเสร็จ เด็กสาวลุกขึ้นยืนพร้อมหยิบขวดน้ำขึ้นมาเช่นกัน เธอเปิดขวดออกและเทน้ำลงบนพื้น เทไปตลอดก้าวเดินรอบๆดาดฟ้าจนครบรอบเป็นวงกลม

ทุกอณูพื้นที่ที่หยดน้ำสัมผัส โยโกะได้ยินเสียงกรีดร้องราวกับทรมาณดังอยู่ตลอด จนเธอเทเหลือหยดสุดท้ายของขวดเนี่ยแหละถึงได้หยุดร้อง

ยังเหลืออีกตัวหนึ่ง แสดงว่ามันซ่อนตัวไม่ให้เธอเห็นเลยสินะ…

โยโกะเก็บขวดน้ำเปล่าใส่กระเป๋าและกลับมายืนจุดที่เขียนอักขระไว้ เธอย่อนั่งลงในท่าเดิม ถือมีดพร้อมกำรอบด้ามไว้แน่น คราวนี้จึงยกขึ้นกลางอากาศและปักปลายมีดแหลมลงพื้นเต็มแรง!

เสียงร้องโหยหวนแสบแก้วหูดังสนั่นจนโยโกะต้องเอามือปิดหูของตน ทันใดนั้น ด้านหน้าของเธอก็ปรากฏเป็นร่างของคำสาป ยากที่จะอธิบายว่ามีรูปร่างลักษณะใดเพราะมันกำกวมน่าเกลียดเกินบรรยาย ร่างกายมันเหมือนมนุษย์เพียงแต่รูปภายนอกอัปลักษณ์ ดวงตาดวงเดียวแต่ใหญ่โตของมันอยู่กลางตัว รอบดวงตาก็มีปากที่เผยอเห็นฟันคม มีอยู่ทุกจุดทั่วร่างกาย แม้แต่ใบหน้าก็มีแต่ปากที่อ้าเห็นฟันคมของมัน ปีศาจตัวนี้สูงใหญ่กว่าเธอราวสองเมตรเห็นจะได้ ผิวของมันเป็นสีเขียวเข็มและมีเล็บมือเล็บเท้าสีดำที่คมพอๆ กับปาก ยิ่งเห็นยิ่งสยอง และถ้าหากถูกฟันไม่ก็เล็บมือเล็บเท้ามันเฉือนเข้าเนื้อเข้า มีหวังได้อวัยวะขาดหรืออาจะติดเชื้อบาดทะยักจนตาย!

เป็นผีที่มีแต่ไอคำสาปวนเวียน เจ้าของคนเก่าก่อนที่ไม่ใช่ตระกูลคายะคิระคงไปทำอะไรขัดขาใครเป็นแน่แท้ ถึงได้โดนโยนคำสาปมาถึงที่

มันถึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ใครก็ตามไม่สามารถครอบครองตึกหลังนี้ได้ไงล่ะ ก็มีตัวอัปมงคลยืนอยู่ตรงหน้าเธอนี่

ปากร้อยปากของมันส่งเสียงกรีดร้องใส่เธอ น้ำลายพ่นผ่านน่าขยะแขยง ดูเหมือนว่ามันจะตั้งท่าที่จะพุ่งเข้าทำร้ายโยโกะ เด็กสาวไม่ประมาทและเตรียมพร้อมเสมอ ในมือเรียกพลังเวทเตรียมพร้อมไว้ทั้งสองมือ แววตาจับจ้องทุกการกระทำของคำสาปตนนี้

มันพุ่งกระโจนเข้าหาเธอด้วยความเร็วสูง พร้อมยกมือกางกรงเล็บอันแหลมคมหมายจะฝากรอยข่วนเข้าไปที่ใบหน้าของเด็กสาว!

โยโกะหลบหลีกเงื้อมมืออันตรายนั่นและยกมือขึ้นเป็นรูปปืน ยิงตรงหัวของมันในระยะเผาขน ณ เสี้ยววินาทีนั้น มันหงายหลังกระแทกพื้นแน่นิ่ง โยโกะรีบถอยออกมาให้ไกลและตั้งท่ารับมืออีกรอบ

มันยังไม่ตายหรอก เธอดูออก

ปีศาจตนนั้นขยับตัวอีกครั้ง มันตั้งท่าเป็นสัตว์สี่ขาแต่หงายหน้าท้องที่มีดวงตาลูกใหญ่ขึ้น ม่านตารูปเสี้ยวแหลมจ้องเด็กสาวอยู่ครู่หนึ่ง และทันใดนั้นมันก็มุดพื้นหายไป!

เวรละ!

มันเล่นมุดหายไปกับพื้นแบบนี้ งานช้างแล้วล่ะสิ

โยโกะตั้งท่าระวังมากกว่าเดิมพร้อมกวาดสายตามองพื้นทุกตารางนิ้ว ประมาทไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ไม่รู้มันจะโผล่หัวขึ้นมาเมื่อไหร่ เผลอๆ มันจะโผล่หัวขึ้นมากลางหว่างขาเธอนี่แหละ

สายตากวาดมองทุกสิ่ง ความเครียดและความระแวงภัยฉายบนใบหน้าเด็กสาว คิ้วขมวดเป็นปม สองมือยังคงครองพลังเวทไม่คลาย เพื่อเตรียมตัวที่จะต่อสู้ได้ทุกเมื่อ

ผ่านไปเป็นนาทีแต่นานราวกับเป็นชั่วนานกาล มันเงียบหายไป แวบแรกนั่นโยโกะกลัวว่ามันอาจจะไม่อยู่ตรงนี้ แต่มันอาจจะหนีลงไปข้างล่าง แล้วถ้าเกิดมันพุ่งเข้าไปทำร้ายคุณคายะคิระล่ะ? ไม่ได้ เธอต้องทำให้จบตรงนี้

เธอต้องฆ่ามันเดี๋ยวนี้!

“ไปหลบอยู่ไหนไอ้สัตว์ประหลาด! ไอ้คำสาปน่าขยะแขยง! อย่างแกมีตัวตนอยู่ไปก็หนักแผ่นดินเปล่าๆ! ตกนรกไปตายด้วยน้ำมือฉันนี่! ไอ้คำสาปสามานย์!!” โยโกะเอ่ยคำผสุรวาทหวังที่จะยั่วให้มันโกรธและล่อมันออกมาหาเธอ

และมันก็ได้ผล คำสาปตัวเขียวโผล่ขึ้นมาจากพื้น มันโผล่ขึ้นมาจากทิศที่อยู่ด้านหลังโยโกะ ดวงตามันเบิกกว้างและมีเส้นเลือดฝอยแตกในตาขาวเพราะความโกรธจัด มันแผดเสียงใส่โยโกะดังลั่น เด็กสาวหันมามอง เห็นว่ามันถีบตัวสูงขึ้นกลางอากาศและกางเล็บแหลมคมทั้งสองมือ คราวนี้มันจะเหยียบย่ำและฆ่าเธอให้แหลกราญ

เด็กสาวเงยหน้ามองและเล็งจุดที่จะทำให้มันตายกลางอากาศได้ทันที มือซ้ายยกมือขึ้นเล็ง มือขวานั้นเปลี่ยนพลังเวทให้เป็นหอกยาวสีทอง อาคมจากร่างกายของเธอไหลเข้าสู่อาวุธ เมื่อหอกเล่มนี้เต็มไปด้วยฤทธิ์แล้ว โยโกะกำชับด้ามหอกไว้แน่น สองตาเล็งจุดที่สำคัญ

จากนั้น เธอก็ซัดหอกใส่ปีศาจตนนั้นด้วยแรงกำลังดั่งแรงคชสาร

ปลายแหลมของหอกอาคมพุ่งเข้าใส่ดวงตากลางลำตัวของมัน ร่างกายตัดขาดกันครึ่งท่อนกลางอากาศ เสียงร้องโหยหวนดังไปทั่วทิศ ร่างของคำสาปสลายไปโดยไม่มีส่วนใดตกถึงพื้นแม้แต่เศษ

แสงสว่างแห่งอาทิตย์อุทัยเป็นพยานให้กับพลังของเด็กสาวคนนี้

โยโกะล้มตัวลงนอนบนพื้นทันทีด้วยความเหนื่อยล้า พลังกายแทบไม่เหลือ คอแห้งผากเป็นกระดาษทราย แรงจะขยับนิ้วก็ไม่มี

เหนื่อย งานครั้งมันหนักเกินไป

โยโกะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง มือและนิ้วสั่นเทาแต่ก็พยายามกดปุ่มด้วยความทุลักทุเล เธอกดเบอร์โทรหาคนว่าจ้างเธอและนำมาแนบข้างหู

“คุณคายะคิระ ฉันขอรบกวนคุณหน่อยค่ะ”

จำไปจนตายเลย

“ช่วยมาพาฉันลงไปข้างล่างทีค่ะ ฉันไม่มีแรงเดินแล้ว”

ไม่รับงานกำจัดผีนอกเซ็นไดอีกแล้ว ไม่มีวัน!!!

 

 

 

 

“โห ไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ย~”

“มีอะไรเหรอครับอาจารย์โกโจ?” ฟุชิงุโระหันไปถาม นั่งอยู่ข้างนอกดีๆ อาจารย์ข้างตัวเขาก็เอ่ยอะไรไม่รู้ออกมา

“ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่ไปเห็นอะไรเข้าน่ะ” โกโจอธิบายโดยซ่อนความนัย “เรียกได้ว่าอัศจรรย์มากเลย”

“อะไรล่ะนั่น” ฟุชิงุโระไม่เข้าใจที่อาจาร์โกโจพูด แต่คร้านที่จะถามเพราะเจ้าตัวก็เป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร จึงเลิกสนใจและจดจ่ออยู่กับเพื่อนร่วมชั้นอีกสองคนที่อยู่ข้างในตึกร้างด้านหน้าเขา

โกโจหันไปมองตึกเช่นกัน แต่ไม่ใช่ตึกที่นักเรียนสองคนนั้นเข้าไป

ตึกนั่นที่ไกลออกไปประมาณ 10 เมตร บนชั้นดาดฟ้า มีบางสิ่งเกิด ณ ที่นั่น

จังหวะที่คำสาปพุ่งกระโดดออกมาจากตึกด้านหน้าพวกเขา มันมีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมาด้วย ตอนแรกโกโจก็นึกว่าเป็นเสียงร้องของคำสาปที่โดนคุณไสยของโนบาระปัดเป่าไปแล้ว

แต่เมื่อฟังดีๆ ไม่ใช่ เสียงมันดังจากที่ไกลกว่านี้

โกโจหันหน้าไปตามทิศของเสียงและเลิกผ้าปิดตาด้านซ้ายขึ้น ดวงตาของเขาเป็นดวงตาที่พิเศษ สามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ลึกถึงอณู และสิ่งที่เขาเห็นตอนนี้ คือเด็กผู้หญิงคนหนึ่งบนดาดฟ้า กับร่างของคำสาปที่ขาดครึ่งและจางสลายไปกลางอากาศ

เธอคนนั้นนี่เอง

โกโจดึงผ้าปิดตาลงมาดังเดิม ริมฝีปากเขายิ้มกว้างอย่างคนเจอเรื่องดีๆ จนทำให้ฟุชิงุโระสงสัยว่าอาจารย์โกโจจะนั่งยิ้มละเมอแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่

นอกจากทำให้หงุดหงิดบ่อยแล้ว อาจารย์โกโจก็ชอบทำให้เขาไม่เข้าใจบ่อยเช่นกัน

ถึงเวลาอาจารย์โกโจก็คงจะบอกเขาเองแหละ แต่บางทีชุ่ยไม่คิดจะบอก ก็ช่างมันเถอะ

 

 

 

 05.00 PM Sendai , Japan

“กลับมาแล้วค่า~”

โยโกะกลับมาบ้านด้วยสภาพที่อิดโรย หน้าซีดเซียว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ท่าเดินไร้เรี่ยวแรง เด็กสาวฮึดแรงเฮือกสุดท้ายมาที่โซฟาและทิ้งตัวคว่ำหน้านอนลง

“โยโกะ! กลับมาถึงก็ไปอาบน้ำสิ!” เสียงเอ็ดของผู้เป็นพ่อดังขึ้น อากิฮิโระ ทาเคชิ เดินออกมาจากครัวและยืนกอดอกมองลูกสาวตัวดีทั้งที่ใส่ผ้ากันเปื้อนสีเหลือง

“โยโกะ ไปอาบน้ำก่อน พ่อซื้อของโปรดลูกมาเยอะเต็มไปหมด โยโกะ~” ทาเคชิจับแขนลูกสาวและดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นมาจากโซฟา ถึงหน้าตาจะยู่ยี่และส่งเสียงงอแงแค่ไหน ทาเคชิก็ยืนกรานคำเดิมให้เธอไปอาบน้ำ

โยโกะยอมเดินขึ้นบันไดไปอาบน้ำแต่โดยดี ทาเคชิมองโยโกะด้วยความเอ็นดู ส่ายหัวและหัวเราะให้กับอากัปกิริยาเมื่อครู่ที่งอแงไม่ยอมอาบน้ำ จะกี่ปีผ่านไปเธอก็ยังคงเป็นเด็กน้อยอยู่เหมืิอนเดิม

ทาเคชิเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง กะที่จะลงมือทำอาหารต่อ แต่ทว่า บนโต๊ะกินข้าวมีบางอย่างดึงดูดสายตาของเขาไว้

ทาเคชิเดินตรงไปที่โต๊ะกินข้าวและหยิบมันขึ้นมา พิจารณารูปลักษณ์และตัวอักษรที่เขียนว่า

 

ผู้ส่ง :

โรงเรียนเฉพาะทางไสยศาสตร์ นครโตเกียว

 

ถึง :

อากิฮิโระ โยโกะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 #ให้ทายดูค่ะว่าเราเขียนกี่ตัวอักษร 

#เฉลย 15,006 อักษร (เยอะไปไหนนนนนนน)

#อย่าตกใจที่ค่ะที่คนญี่ปุ่นอย่างน้องโยโกะสามารถเขียนยันต์ได้ เดี๋ยวรู้ค่ะ เดี๋ยวรู้กันนนนนนนนน ( ´◡‿ゝ◡`)

#คอมเมนต์กันหน่อยเด้อ คิดถึง (。•̀ᴗ-)✧

#เรื่องสถานีรถไฟในเรื่อง เราหาอากู๋กันตาลีตาเหลือกเลยค่ะคุณ แบบแอร้ยยยย จะเขียนบ้านเขาก็ต้องศึกษาให้ดี

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 248 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

212 ความคิดเห็น

  1. #16 Yakusoku (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 17:27
    โยจัง~ไม่สนใจเขียนยันต์กันซวยให้ตัวเองหน่อยเหรอค้าาา~//หันไปมองอีกทาง//อีกไม่นานเกินรอความบรรลัยวายวอดที่ชื่อว่า โกโจ ซาโตรุ จะมากระชาก(?)เข้าไปประสบพบเจอคำว่----โป๊ก!!!แค่กก
    #16
    1
    • #16-1 June_moon(จากตอนที่ 3)
      20 มกราคม 2564 / 20:13
      บอกได้คำเดียวว่า วิ่งดิเอ๋!!!! 🤣🤣
      #16-1
  2. #15 11ght :;ll_ch (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 13:55
    สนุกมากกกก เล่นตัวเลยค่ะ ตบโกโจให้หน้าหันไปเลย อุวะฮ่าๆ
    #15
    1
    • #15-1 June_moon(จากตอนที่ 3)
      20 มกราคม 2564 / 14:50
      อะ แน่นอนนนน รออ่านได้เลยยยย
      #15-1
  3. #14 Marius Yo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 11:53
    โดนโกะโจสนใจ คงเหนื่อยน่าดู555555
    #14
    1
    • #14-1 June_moon(จากตอนที่ 3)
      20 มกราคม 2564 / 12:06
      ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเรียนของอาจารย์โกโจย่อมเหนื่อยทุกคนค่ะ ไม่ใช่เหนื่อยเรียนนะ เหนื่อยใจกับพี่แก 555555 🤣
      #14-1
  4. #13 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 09:24

    ชอบการเอาใจใส่หาข้อมูลมาแต่งจัง!
    #13
    1
    • #13-1 June_moon(จากตอนที่ 3)
      20 มกราคม 2564 / 11:20
      ขอบคุณค่า (◡ ω ◡) ♥️
      #13-1
  5. #12 Sakamaki Yuuka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 07:25
    อ๊ากกกก สนุกมากๆ ต่ออีกนะคะ
    #12
    1
    • #12-1 June_moon(จากตอนที่ 3)
      20 มกราคม 2564 / 07:35
      โอเคค่าาาา >///<
      #12-1