[ Jujutsu kaisen ] The Little Sunshine 🌞🌻

ตอนที่ 17 : โยโกะกับการเซอร์ไพรส์ที่วายป่วง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 866
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    4 มี.ค. 64

 

*โปรดวิจารณญาณในการอ่าน*

 

 

“คุณแม่เป็นยังไงบ้างแล้ว?”

“อาการดีขึ้นเยอะเลยล่ะ แต่คงต้องนอนสังเกตอาการอีกสักพักหนึ่ง”

จุนเปตอบในขณะที่เขานั่งกุมมือของแม่อยู่ข้างเตียงนอนโรงพยาบาล

ผู้มาเยี่ยมทั้งสองคนคือโยโกะกับอิตาโดริ

“แขนนั่น คงไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย?” จุนเปชี้ไปที่แขนใส่เฝือกของชายหนุ่ม

“ก็ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็หาย”

จุนเปพยักหน้ายิ้มอ่อน ก่อนที่จะมองใบหน้าที่หลับพริ้มภายใต้เครื่องช่วยหายใจ แววตาของเขามีความหนักใจในการตัดสินใจอะไรบางอย่าง

“ฉัน… ตัดสินใจว่า… จะไม่ไปเรียนที่โรงเรียนไสยเวท”

“ทำไมล่ะ?” อิตาโดริเอ่ยถาม ทั้งสองคนก็ตกใจในคำตอบของจุนเป แต่ก็พร้อมรับฟังเหตุผล

“โลกของผู้ใช้คุณไสยนั้นอันตราย ทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง ฉันก็อยากจะเข้าร่วมนะอิตาโดริ ฉันอยากแก้แค้น แต่ฉันก็กลัวที่จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับคนที่ฉันรักเช่นกัน” เขากล่าวในขณะที่แววตามีความวูบไหว “ฉันปล่อยวางไม่ได้ ทั้งสองอย่าง ดังนั้นฉันจึงเลือกทางที่ฉันรักษาคนที่ฉันรักไว้ได้”

“แล้วนายจะทำยังไงกับที่โรงเรียนล่ะ” โยโกะเป็นคนถาม

“ฉันจะย้ายไปเรียนที่ใหม่ หรือไม่ก็หางานพิเศษทำนั่นแหละ เอาจริงๆ แล้ว ฉันก็ไม่อยากไปโรงเรียนเท่าไรนัก ภาพจำของฉัน โรงเรียนมันก็คือนรกที่หนึ่ง”

บรรยากาศภายในห้องเงียบลง ก่อนที่โยโกะจะพูดขึ้น

“ฉันเข้าใจนะจุนเป เลือกทางที่นายชอบเถอะ” ประโยคนี้ประโยคเดียวที่ทำให้หัวใจของจุนเปพองโต ความรู้สึกดีเอ่อล้นในใจ

“ขอบคุณนะ ที่เข้าใจฉัน”

 

 

 

“เราทำถูกแล้วใช่มั้ย? ที่ปล่อยเขาไปแบบนั้น?”

อิตาโดริเอ่ยถาม ในระหว่างที่กำลังเดินเล่น ณ สวนสาธารณะใกล้กับโรงพยาบาล

โยโกะดูเวลาบนจอโทรศัพท์ สองทุ่มแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงพี่ณัฐก็คงมาแล้ว

“ในเมื่อจุนเปต้องการแบบนั้น เราก็ต้องไม่ขัดเขาสิ”

“แต่ว่า…”

“ฉันรู้ว่านายห่วงจุนเป เขาเจอเรื่องสาหัสมาแบบนั้น เป็นใครก็อยากแก้แค้นไอ้คนที่ทำร้ายเรา

แต่เขายังมีห่วง เขาห่วงแม่ รักเธอมาก การที่เธอต้องกลายเป็นแบบนั้นไปก็เกือบทำให้เขาแทบบ้า ถ้าเกิดเขาก้าวเข้าสู่วงการไสยเวทเต็มตัวแล้วต้องเจอเรื่องแบบนี้อีกครั้งกับแม่อีกล่ะ? เป็นฉัน ฉันก็จะสติแตกไปเลย”

“แต่ที่นั่นก็มีทุกคนที่พร้อมช่วยเหลือและดูแลนี่” อิตาโดริเอ่ยแย้ง “คุณแม่ของจุนเปจะต้องปลอดภัยแน่นอนสิ ก็เมื่อมีพวกเราอยู่ด้วยนี่นา”

“ไม่มีอะไรรับประกันว่าปลอดภัยทั้งนั้นแหละอิตาโดริ ทุกอย่างเกิดขึ้นและเป็นไปตามวงล้อของมัน” โยโกะยืนประจัญหน้าตรงๆ กับชายหนุ่มและพูดด้วยแววตาที่จริงจัง “ไม่มีอะไรเป็นดั่งใจหวัง โลกไม่ได้หมุนไปตามที่นายอยากให้หมุน การที่จุนเปไม่เข้าเรียนที่โรงเรียนไสยเวทก็ไม่ถือเป็นเรื่องผิด เพราะเขาต้องมองความสำคัญและหลักประกันที่มั่นคงให้ตัวเองเสียก่อน นอกจากที่โรงเรียนแล้ว นายมีครอบครัวอยู่ข้างนอกที่ต้องเป็นห่วงรึเปล่าล่ะอิตาโดริ?”

“…” อิตาโดริได้แต่เงียบงัน ยืนฟังเธอที่พูดตรงหน้าด้วยความคิดที่พันยุ่งเหยิง ทั้งเข้าใจและขัดแย้งไปพร้อมกัน

“ของฉันก็คล้ายกับจุนเปนะ ฉันมีพ่ออยู่คนเดียว” โยโกะกล่าว ในขณะที่เดินนำไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ยืนพิงหลังและมองดวงจันทร์ครึ่งดวงบนท้องฟ้า

“แต่ของฉันกับจุนเปต่างกันนิดหน่อย ฉันไม่อยากมาเรียนที่โรงเรียนไสยเวทด้วยซ้ำ แต่พ่อของฉัน เขาขอร้องให้ฉันมาเรียน ฉันก็ถามนะว่าทำไม ตั้งแต่เด็กด้วย ทำไมต้องให้ฉันเข้าสู่วงการไสยเวท พ่อก็ไม่บอก พูดเพียงแค่ว่าหากฉันได้เข้ามาเรียน ฉันก็จะรู้เอง”

“แล้วตอนนี้ เธอรู้บ้างรึยังล่ะ?” อิตาโดริถาม ในขณะที่เขายืนตรงข้ามกับโยโกะ

“ไม่ ฉันไม่รู้อะไรหรอก รู้เพียงแค่ว่าการที่ใครคนหนึ่งจากฉันไป มันเป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก” เธอตอบในขณะที่มองตรงไปยังดวงตาของชายหนุ่ม ซึ่งเขาก็รู้ตัวดีว่าที่เธอพูดนั้นหมายถึงใคร

“แต่ฉันก็กลับมาแล้วนี่”

“ฉันดีใจที่นายกลับมา” เธอผละจากยืนหลังพิงต้นไม้ เดินเข้ามาใกล้อิตาโดริจนใบหน้าใกล้กัน มือบางลูบข้างแก้มของเขาทั้งสองมือ ส่งสายตาต่อกันสื่อถึงความรู้สึกข้างใน

“ฉันไม่อยากให้นายจากไปไหนอีก”

อิตาโดริมองหญิงสาวด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง เธอในตอนนี้ช่างอ่อนโยน ต่างจากก่อนหน้าที่มีแต่ความจริงจัง แต่คำพูดที่เธอพูดออกมามีแต่ความจริงใจ

“ฉันจะไม่จากเธอไปไหนอีก…” เขากล่าว ในขณะที่ใบหน้าค่อยๆ โน้มลงมา ริมฝีปากของเขากำลังจะประทับลงบนริมฝีปากสีหวาน

“อิตาโดริ…”

“ช่างเป็นคำสัญญาที่น่าขัน”

น้ำเสียงของอิตาโดริเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าปรากฏรอยสัก ดวงตาโลหิตส่องประกายในยามราตรี แววตาที่ชิงชังและดุดันจ้องมองไปยังโยโกะที่ชะงักอยู่ต่อหน้า

“สุคุนะ…”

“ใช่ ข้าเอง” สุคุนะเหยียดยิ้มร้าย “คิดถึงข้าไหม?”

“นายสลับตัว…”

“ใช่ ข้าทนฟังคำพูดสะอิดสะเอียนนั่นไม่ไหว ให้ทนฟังไปก็รกหูเสียเปล่าๆ”

“คืนร่างให้อิตาโดริเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

“คิดว่าตัวเองเป็นใครรึ ถึงจะมาสั่งการข้าได้?” เขากล่าวในขณะที่ก้าวเดินเข้าหาโยโกะ หญิงสาวก็ถอยหนีไปเรื่อยๆ ระยะห่างเริ่มลดลง ก่อนที่แผ่นหลังของเธอจะติดกับลำต้นไม้ใหญ่อีกครั้ง โยโกะติดกับดักไร้ทางหนี ใบหน้าของราชาคำสาปโน้มลงมาใกล้ๆ

เพี๊ยะ!

“อย่าเข้ามาใกล้ฉัน” ใบหน้าราชาคำสาปหันไปตามแรงตบของโยโกะ

สุคุนะหันกลับมามองด้วยแววตาที่วาวโรจน์ มือแกร่งก็พุ่งฉวยบีบคางของเธออย่างแรง

“เป็นแค่มนุษย์ คิดว่าตบข้าแล้วเจ้าจะรอดออกไปรึ? คราวที่แล้วข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเจ้า” ยิ่งเขาบีบคางเธอแรง ปากของเธอก็ยิ่งเผยอออก โยโกะพยายามดึงมือแกร่งออกแต่ก็ไร้ผล ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด

“ปล่อยฉันนะ! ฉันเจ็บ!”

“เจ็บรึ! ข้ายังไม่ได้ออกแรงด้วยซ้ำ และสิ่งที่เจ้าทำกับข้าไว้ในอดีต มันเจ็บซะยิ่งกว่าเจ้ารู้สึกในตอนนี้เป็นไหนๆ”

ตัวเองเจ็บกว่า ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่รู้สึกเจ็บโว้ย!

“อดีตของนายจะเป็นยังไง ฉันไม่สน ฉันรู้แค่ว่านายเป็นราชาคำสาปที่ชั่วช้าสามานย์ที่สุดก็เท่านั้น! ปล่อยฉันแล้วคืนอิตาโดริมาซะ!”

เส้นเลือดที่ข้างขมับของสุคุนะเริ่มเห็นชัดมากขึ้น รอยยิ้มแสยะผุดขึ้นมาบนใบหน้า “เหตุใดถึงเรียกร้องไอ้เด็กคนนี้นักล่ะ รักมันเหรอ?”

“ใช่ ฉันรักเขา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย”

ราชาคำสาประเบิดหัวเราะดังลั่น ไม่สนใจว่าใครที่อยู่ใกล้แถวนั้นจะมาได้ยินหรือไม่

ยิ่งเธออยู่ในสภาพนี้นานเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่เข้าใจ ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของราชาคำสาปตรงหน้าก็รู้สึกไม่เข้าใจอะไรเลย ทำไมสุคุนะต้องมายุ่งกับเธอ เพราะเธอรักอิตาโดริเหรอ เขาถึงยอมรับไม่ได้

“ทั้งๆ ที่เจ้าเคยเป็นของข้า!” สุคุนะตะคอกใส่ ดวงตาจ้องลึกลงไปในอัญมณีสีอำพัน “และเป็นเพราะเจ้า ที่ทำให้ข้าต้องเป็นแบบนี้ เจ้าจะไม่รับผิดชอบอะไรสักอย่างเลยหรือ?”

“จะให้ฉันรับผิดชอบอะไร!? นายเป็นคนเลือกทางนี้เอง! นายต้องรับผิดชอบด้วยตัวเองสิวะ! ไอ้บ้าเอ๊ย! ปล่อยฉันนะ!” โยโกะหมดความอดทนและเริ่มลงมือลงไม้ใส่สุคุนะ แต่แรงกระทำของหญิงสาวไม่ได้ส่งผลอะไรมากมายกับเขา สุคุนะยอมปล่อยมือจากคางโยโกะ แต่เกี่ยวแขนโอบเอวของโยโกะให้เข้ามาใกล้ มืออีกข้างก็รวบข้อมือบางทั้งสองไว้ในมือเดียว

“สุคุนะ!!”

“เจ้าเป็นคนพูดกับข้าว่าจะไม่จากไปไหน” เขากล่าวก่อนที่จะโน้มใบหน้าลง “เจ้าโกหกข้า นางผู้หญิงปลิ้นปล้อน”

แล้วเขาก็จูบเธอ ความหวานที่ผสมปนเปกับความเจ็บปวดแสนขม

โยโกะพยายามดึงใบหน้าออก แต่เขาเลื่อนมือจากที่กอดเอวมาเป็นกดที่ตรงท้ายทอย ไม่เพียงแค่ดันไม่ให้เธอดึงหน้าหนีแต่กลับกดให้เข้าหามากขึ้น มือของเธอไร้ประโยชน์ในการป้องกันตัวเพราะถูกจับรวบไว้ ในตอนแรกโยโกะปิดปากไม่อนุญาตให้ลิ้นของสุคุนะเข้ามากร้ำกราย แต่เขากลับใช้วิธีสอดมือเข้าใปในเสื้อของเธอ เล็บแหลมคมกรีดผ่านผิวเนื้ออย่างน่าหวาดเสียว โยโกะจึงเผลอเปิดปากด้วยความตกใจ และนั่นก็เป็นการเปิดทางให้เขาเข้ามารุกล้ำโดยที่เธอไม่ยอม

สุคุนะผละจูบออกมา แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

“ไม่รู้สึกดีใจรึ? ที่ราชาคำสาปอย่างข้าปรนเปรอเจ้าขนาดนี้”

“ไปตายซะ”

“ดี เพราะเจ้าจะต้องตายไปพร้อมกับข้า”

สุคุนะผลักร่างเธอให้ติดกับต้นไม้อีกครั้ง ก่อนที่จะก้าวเดินตามมาและกดจูบฝังแน่น คราวนี้เขาเพิ่มความร้อนแรงกว่าเดิมด้วยการเลิกชายเสื้อของโยโกะ

“อื้อ! อื้อ!” โยโกะทุบไหล่ราขาคำสาปรัวๆ จนเขาผละริมฝีปากออก และย้ายมาที่ซอกคอของเธอ พร้อมกับฝังเขี้ยวลงบนเนื้อขาว

“ฉันเจ็บ!”เขาดูดเลือดจากคอของเธอ โยโกะพยายามทุบหลัง ทึ้งหัว มันก็ไม่ได้ผล จนกระทั่งผ่านไปเป็นนาที สุคุนะจึงยอมปล่อยให้เป็นอิสระ

“จงจำไว้ว่าข้าตีตราจองเจ้าไว้แล้ว” ราชาคำสาปกล่าวและใช้นิ้วปาดน้ำตาของโยโกะ เธอมองเขาด้วยความโกรธปนกลัว “จงรอวันเวลาที่ข้าจะทวงแค้นไว้ให้ดี”

สุคุนะกล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่รอยสักบนใบหน้าจะหายไป ดวงตาสีโลหิตของเขาก็เลือนหายไปเช่นกัน อิตาโดริคนเดิมกลับมาอีกครั้ง

“ฉันขอโทษ” อิตาโดริสวมกอดโยโกะทันที “ขอโทษ…”

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ขอโทษที่ทำร้ายเธอ”

โยโกะไม่ได้กอดเขากลับ แต่ก็ไม่ได้ผลักไสไล่ส่งเขาออก การกระทำเมื่อครู่ก็เกิดจากร่างเดียวกัน แต่เป็นคนละคน เขาเองก็รู้สึกตัว แต่กลับทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้า ก่นด่าราชาคำสาปอยู่ข้างใน

เป็นอย่างที่เธอพูด

ไม่มีอะไรเป็นอย่างใจที่หวังหรอก

“ไม่เป็นไร” โยโกะไม่พูดอะไรมาก นอกเสียจากกอดปลอบเขาเท่านั้น

ไม่มีอะไรเป็นไปตามใจนึก…

 

 

 

 

 

 

 

 

“แกกล้าดียังไงมาทำร้ายเธอ!?”

อิตาโดริเงยหน้ามองตัวการที่ทำให้เกิดเรื่อง ท่าทีหยิ่งยโสบนบัลลังก์กะโหลกวัวนั่นทำให้เขารู้สึกอยากซัดหน้าให้คว่ำ

“กล้าดียังไงที่เงยหน้ามามองข้า ก้มหน้าคุกเข่าเสีย ไอ้มนุษย์ชั้นต่ำ”

“ฉันจะก้มก็ต่อเมื่อแกมาอยู่ใต้เท้าฉัน สุคุนะ” ชายหนุ่มมองราชาคำสาปด้วยความโกรธ สองมือกำหมัดแน่นที่สุมไปด้วยความแค้น

“หึ แค่จูบไปครั้งเดียว ไม่ถึงกับตายหรอก” สุคุนะยิ้มเยาะเย้ย “คิดดีๆ นะไอ้หนู นางจูบเจ้า ก็เหมือนกับจูบข้า แล้วข้าจะออกมาพร้อมทำกับนางมากกว่านั้น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะยังไงข้าก็ใช้ร่างเจ้า---“ กะโหลกวัวถูกเหวี่ยงมาจากทิศล่าง สุคุนะวาดนิ้วใช้พลังตัดมันเป็นสองส่วนอย่างง่ายดาย เมื่อมองภาพเบื้องหน้า อิตาโดริยูจิก็หายไปจากตรงนั้นเสียแล้ว

เพราะเขากำลังลอยเหนือหัวราชาคำสาป หมัดพลังไสยเวทกำลังจะพุ่งลงมาที่ใบหน้าของสุคุนะ

“ตายซะ”

“เร็วไปพันปีไอ้หนู”

สุคุนะหายตัวไปจากบัลลังก์กะโหลกวัว ก่อนที่จะมาโผล่ที่ด้านหลังอิตาโดริ ใช้ขาแกร่งเตะเข้าไปที่ด้านหลังอิตาโดริเต็มแรง จนร่างของเขาตกกระแทกพื้นเสียงดัง

“อยากรู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงทำแบบนั้นกับนาง” สุคุนะลงมายืนบนพื้นด้วยท่าที่ปกติ มองดูอิตาโดริที่ยืนบาดเจ็บอยู่ไม่ไกล

“เพราะข้าไม่ต้องการให้นางมีความสุขใดๆ ข้าไม่ต้องการให้นางมีความรักกับใครทั้งนั้น”

คำตอบนั่นก็ทำให้อิตาโดริฉุนขาด โกรธเลือดขึ้นหน้า

“แกมีสิทธ์อะไรมาทำแบบนั้นกับเธอ!! เธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับแกด้วยซ้ำ!” อิตาโดริวิ่งเข้าหาสุคุนะและเหวี่ยงกำปั้นใส่เขา สุคุนะหลบหลีกได้อย่างว่องไวปานลมพัด

“ใครบอกเจ้าว่านางไม่เกี่ยวกับข้าไอ้หนู นางเป็นยิ่งกว่าด้ายแดงที่ผูกปมมัดไว้เสียอีก เวลาผ่านมาพันปีจนถึงตอนนี้ ข้าเฝ้ารอคอยที่จะได้เจอนาง แล้วทำให้นางทรมานจนถึงที่สุด”

สุคุนะวาดนิ้วอีกครั้ง คราวนี้เขาใช้พลังตัดแขนซ้ายของอิตาโดริขาดสะบั้น

อิตาโดริร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แต่เขายังคงดื้อรั้นที่จะใช้แขนอีกข้างเหวี่ยงกำปั้นใส่สุคุนะ

“นางในอดีตเคยทำกับข้าไว้ทุกข์ทรมาณ คราวนี้ถึงตาข้าที่จะได้แก้แค้น รักนางใช่ไหมล่ะไอ้หนู? ปกป้องนางเข้าไว้สิ แต่จะทำยังไงเล่า ก็ในเมื่อข้าอยู่ในร่างเจ้า คงมีแต่โอกาสที่ข้าจะได้ทำลายนางได้ทุกครา”

รอยยิ้มชั่วร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าของราชาคำสาป อิตาโดริเหลืออดที่จะทนฟัง

“แกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเธอ! เธอเป็นของฉัน! ไม่มีใครหน้าจะมาทำร้ายเธอได้ทั้งนั้น!! ฉันขอสาบานด้วยชีวิตฉัน! ว่าถ้าหากแกแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บนิดเดียว ฉันจะตามล้างผลาญฆ่าแกไปยังนรก!!”

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ถ้าเจ้าทำได้ก็จงทำ! จงปกป้องนางให้ถึงที่สุดเสีย! แล้ววันนั้นเจ้าจะได้เห็นวันที่นางตกอยู่ในกำมือของข้า!!”

กล่าวจบ สุคุนะใช้พลังของเขาตัดขาทั้งสองข้างและแขนข้างที่เหลือของอิตาโดริขาดสะบั้น ร่างนั้นล้มหงายลงบนพื้น ยอดอกถูกเหยียบโดยฝ่าเท้าของราชาคำสาป แรงเหยียบหนักแน่นราวกับหินลูกใหญ่กดทับก็ไม่ปาน

“จงจำใส่สมองกลวงของเจ้าเอาไว้ไอ้เด็กเวร นางเป็นของข้าคนเดียว”

ใบหน้าของอิตาโดริถูกตัดขาดเป็นครึ่งหนึ่งจากกัน

 

 

 




 

 

“นานามี้~ เล่าเรื่องสนุกๆ ให้ฟังหน่อยสิ”

โกโจกำลังนั่งเอกเขนกยืดแข้งยืดขาบนเก้าอี้เบาะนวมที่โซนรับแขก นานามิที่นั่งด้านข้างก็กำลังอ่านหนังสือสือพิมพ์อยู่ เขาเห็นว่าเนื้อหาในนั้นน่าสนใจกว่าคำขอของชายหนุ่มผ้าปิดตา

“…”

“ดีล่ะ! เข้าใจแล้ว!” แล้วจู่ๆ เขาก็นึกความคิดหนึ่งขึ้นได้มาเอง “งั้นเล่นขว้างบอลด้วยข้าวปั้นที่ทิ้งแล้ว พลางคุยเรื่องการแยกศาสนากับการเมืองกันเถอะ”

“เชิญทำคนเดียว” เข้าใจอะไรของเขา…

“เกมรถไฟสายยามาโนเตะ สถานที่ที่โกโจ ซาโตรุชอบมาก!! ทั้งหมด!!”

“ช่วยอยู่แบบนั้นทีครับ เพราะความงี่เง่าจำเป็นต่ออิตาโดริในตอนนี้” นานามิพลิกหน้าหนังสือพิมพ์หลังพูดจบ

จะให้ทำงานที่ค่อนข้างหนักหลายชิ้น

นั่นเป็นประโยคที่โกโจเคยพูดเหมือนหลายวันก่อน

“ที่ว่าหนักไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นเลยนะ” โกโจเอ่ย

“เกี่ยวกับนิ้วที่อยู่ในบ้านของโยชิโนะ จุนเป..."

“ไม่ได้บอกครับ เพราะกรณีของเขาคงจะรู้สึกรับผิดชอบโดยไม่จำเป็น” นานามิเอ่ย

“ดีที่ฉันมอบหมายให้นาย” โกโจเอ่ยชม

“แล้วนิ้วนั่นล่ะ?”

“ส่งไปให้ทางการเรียบร้อยแล้วครับ ถ้าส่งให้คุณ คุณก็จะให้อิตาโดริกินเข้าไปใช่ไหม?” นานามิตอบกลับ โกโจจึงส่งเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจใส่เขา

“มีคำถามเกี่ยวกับอาจารย์ของอากิฮิโระ โยโกะ คุณรู้จักเขาเป็นการส่วนตัวหรือเปล่าครับ?” คำถามของนานามิทำให้โกโจต้องนึกตาม

“อืม คนนั้นน่ะเหรอ ชื่อค่อนข้างเรียกยากหน่อยนะ แต่ฉันรู้มาว่าเขารู้จักกับครูใหญ่ยากะน่ะ การที่โยโกะมาเรียนที่นี่ได้ก็เพราะครูใหญ่ยากะรู้จักเธอผ่านเขา อ้อ เขาชื่อณัฐวัฒน์ ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่พอได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง วงการไสยเวทบุคลากรมีน้อยนี่นะ"

หลังจากที่นั่งนึกอยู่ตั้งนานก็จำได้เสียที เป็นผู้ใช้วิชาต่างชาติที่เก่งมากคนหนึ่ง อายุอานามก็มากกว่า 3 - 4 ปี เขาเก่งทั้งบู๊และบุ๋น ฝีมือสูสีพอเทียบเคียงกับโกโจได้

เขาก็พอรู้ถึงชื่อเสียงของผู้ชายที่ชื่อณัฐวัฒน์บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นอาจารย์ของโยโกะ บังเอิญเกินไปมาก

“เขาพาโยโกะไปสอบปฏิบัตินอกสถานที่ แล้วบังเอิญได้เจอกับอิตาโดริพอดี เลยทำการให้เธอทำภารกิจไปพร้อมกับเขาด้วย” นานามิบอกข้อมูลที่ได้รับรู้มา

“เอ๋? คนนอกโรงเรียนสามารถพานักเรียนไปสอบปฏิบัติที่อื่นได้ด้วยเหรอ?”

“ก็เขาเป็นอาจารย์ของอากิฮิโระ โยโกะนี่ครับ ในวันนั้นเขาก็มาขออนุญาตครูใหญ่ด้วยตนเอง ซึ่งแน่นอนว่าได้รับอนุญาต”

“บู่~! ต้องรีบทำคะแนนกับนักเรียนของตัวเองซะแล้วสิ ช่วงผมไม่อยู่ ไม่รู้มีใครต่อใครเข้ามาเต็มไปหมด” โกโจบุ้ยปากบ่น เหมือนเป็นความผิดของคนอื่น ทั้งที่จริงเป็นความผิดของเขานั่นแหละที่หายไปต่างประเทศเป็นเดือนโดยที่ทิ้งลูกศิษย์ไว้ที่นี่

“อาจารย์ครับ!!” เสียงเรียกอันสดใสของอิตาโดริดังมาแต่ไกล “รีบไปหาทุกคนกันเถอะ”

การพบกันอีกครั้งที่น่าประทับใจ!

รุ่นพี่ปี 2!

โรงเรียนเกียวโตปรากฏตัว!

ตื่นเต้น!!!

“ยูจิ… ดึงเชิงขนาดนี้แล้ว ยังคิดจะปรากฏตัวแบบธรรมดาอีกเหรอ?” คำถามของโกโจทำให้อิตาโดริชะงัก

“เอ๊ะ! ไม่ได้เหรอ!”

“พรรคพวกตายไปตั้ง 2 เดือน แล้วต่อมาก็ปรากฏตัวว่ายังมีชีวิตอยู่ กรณีแบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยในกลุ่มผู้ใช้วิชานะ

เพราะงั้นต้องทำสิ เซอร์ไพรส์น่ะ!”

“เซอร์ไพรส์…” ดูเหมือนว่าอิตาโดริจะยังไม่เข้าใจสักเท่าไหร่

“เอาน่า ให้ผมจัดการเอง” โกโจก็เริ่มอธิบายแผนการของเขา “พวกปี 1 จะหัวเราะทั้งน้ำตาด้วยความตกใจและดีใจ พวกปี 2 กับเกียวโตก็พลอยร้องไห้ไปด้วย มีคนสะอึกสะอื้นจนอาเจียน แล้วปรากฏการณ์โลกร้อนก็จะหายไปด้วย”

“ดีล่ะ!” อิตาโดริเห็นด้วยกับแผนการสุดบรรเจิดในครั้งนี้

“อาจารย์จะให้ผมทำอะไรล่ะครับ! บอกผมเร็ว!” ชายหนุ่มกระตือรือร้นที่จะทำแผนการเซอร์ไพรส์กับทุกคน แววตาลุกวาวดีใจลิงโลด

“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แค่ทำตามที่ผมบอกก็พอ!”

“ว่าไปนั่น! ให้ผมทำอะไรล่ะ!?”

แค่มีชีวิตอยู่ก็สุดแสนจะเซอร์ไพรส์แล้ว

 

 

 




 

“อ๊ะ…” หนังสือนิตยสารในมือของหญิงสาวผมสั้นร่วงหล่นลงบนพื้น “ทำไมทุกคนถึงตัวเปล่าล่ะ!?”

เพราะคนอื่นไม่พกอะไรมาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงแค่เธอที่บ้าหอบฟางลากกระเป๋าสัมภาระสีชมพูมาด้วย

“เธอต่างหาก อะไรน่ะ? สัมภาระนั่น?” แพนด้าเอ่ยถาม

“ก็พวกเราจะไปเกียวโตไม่ใช่เหรอ? งานเชื่อมสัมพันธ์โรงเรียนพี่น้อง ‘ที่’ เกียวโต” โนบาระเอ่ยประโยคที่เธอได้ยินมา

“ผิดแล้ว งานเชื่อมสัมพันธ์โรงเรียนพี่น้อง ‘กับ’ เกียวโตต่างหาก” แล้วเธอก็ได้รู้ว่า เธอได้ยินมาผิด

“ไม่จริงงงงงงงง!!!!” โนบาระกรีดร้องเพราะไม่อาจยอมรับความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ บ้าจริง! รับมือกับความผิดพลาดไม่ได้เลย!

“ดูเหมือนช่วงนี้เราจะสื่อสารกันคนละแบบนะ” มากิเอ่ยกับความเป็นไปในช่วงนี้ ผิดพลาดเยอะจนน่าแปลกใจ

“นั่นสินะครับ” ฟุชิงุโระเห็นด้วย

“จัดที่โรงเรียนที่เป็นฝ่ายชนะเมื่อคราวก่อนนะ โรงเรียนเราเป็นผู้ชนะ”

“ก็อย่าชนะสิยะ!” โนบาระเอาแต่ใจตัวเอง ดื้อแพ่งไม่ยอมความ

“ใจเย็นน่าโนบาระ” โยโกะเอ่ยปรามเพื่อนของเธอที่กำลังคลุ้มคลั่ง

“หายไปเกือบหลายวันตั้งสองครั้งเลยนี่โยโกะ ไปทำอะไรมาบ้างล่ะ?” มากิถามโยโกะ “คงได้ฝึกซ้อมมาบ้างแล้วใช่ไหม?”

“ที่หายไปหลายวันก็ได้ฝึกซ้อมในตัวนั่นแหละค่ะรุ่นพี่ เรียกได้ว่าฝึกมาหนักพอที่จะอัดพวกเกียวโตให้เละ” โยโกะกล่าวด้วยความมั่นใจ คาดการณ์เอาไว้ว่าถ้าได้เจอหน้ายัยนั่น จะเอาคืนยังไงให้สาสมดี

ಠ∀ಠ

“ยกโทษให้อคคทสึ ยูตะไม่ได้!! ยกโทษให้ไม่ด้ายยยยย!!!” โนบาระยังคงคร่ำครวญก่นด่าคนที่ทำให้โรงเรียนไสยเวทโตเกียวเป็นผู้ชนะเมื่อปีที่แล้วต่อไปไม่เลิก จนกระทั่งมากิเอ่ยเรียกทุกคน

“นี่!” การปรากฏตัวของอีกฝ่ายมาถึงแล้ว “พวกเขามาแล้ว”

นักเรียนจากโรงเรียนไสยเวทเกียวโต

“เอ๋ ออกมารับด้วยเหรอเนี่ย น่าคลื่นไส้”

ไมยังคงเป็นเธอคนเดิม คนที่ทำให้สองสาวไม่ชอบขี้หน้าเหมือนเดิม

“หนวกหูน่ะ รีบเอากล่องขนมมาให้ฉันเร็วๆ เลย ยัยสึฮาชิ คุสุคิริ โซบะโบโล” รายชื่อขนมที่โนบาระกล่าวถึงคือของฝากจากเกียวโต

“แซลมอน!”

“หิวอยู่เหรอ?” โทโดเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

“น่ากลัว” เห็นท่าทางของอีกฝ่ายมันก็น่าหวาดหวั่น นิชิมิยะ โมโมะ นักเรียนปี 3 จับด้ามไม้กวาดไว้แน่น

“อคคทสึไม่อยู่ยังไม่เท่าไหร่ แต่มีปีหนึ่ง 3 คน มันไม่ต่อไปหน่อยเหรอ” เสียงพูดดังมาจากหุ่นยนต์ที่อยู่ฝั่งเกียวโต คิวเคียวคุ เมกกะมารุ นักเรียนปี 2 นั่นก็สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่เพิ่งพบเจอได้มากทีเดียว

“หุ่นยนต์! มีหุ่นยนต์ด้วย!”

เอาล่ะสิ ล่อหุ่นยนต์มาด้วย งานนี้มีได้ปล่อยจรวดมิสไซล์แน่ๆ (-_-;)

“ผู้ใช้คุณไสยไม่เกี่ยวกับอายุหรอก โดยเฉพาะฟุชิงุโระ เขาเป็นสายเลือดของบ้านเซ็นอิง” คาโมะ โนริโทชิ นักเรียนปี 3 เอ่ยดูท่าทีที่เหมือนคุณชายบ้านทรายทองที่ไหนสักแห่ง “แต่เก่งกว่าบ้านหลักมาก”

ประโยคนั้นทำให้ใครบ้างคนข้างเขาไม่พอใจ

“ชิ!”

“มีอะไร”

“เปล่า” ไมตอบห้วนสั้น คนถามก็ไม่สังเกตอะไรเลย

“หึ” โยโกะหัวเราะมุมปาก นั่นก็ทำให้ไมสังเกตเห็น เธอส่งสายตาอาฆาตไปให้โยโกะ

“เอ้า~ อย่าทะเลาะกันเองในกลุ่มสิ” เสียงขัดจังหวะช่วยทำลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างนักเรียนต่างถิ่นที่

“จริงๆ เลย เจ้าเด็กพวกนี้นี่” อิโอริ อุตะฮิเมะ ผู้ใช้ไสยเวทระดับ 1 อาจารย์ของนักเรียนโรงเรียนไสยเวทเกียวโตเอ่ยด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนที่จะถามถึงใครบางคน

“แล้วเจ้าบ้านั่นล่ะ?”

เป็นเจ้าบ้าที่ต่างคนต่างรู้กันว่าหมายถึงใคร

“ซาโตรุมาสาย ʕ•ᴥ•ʔ” แพนด้าเอ่ย

“ซาโตรุจะมาตรงเวลาได้ยังไงกัน (⌐■-■)” มากิพูด

“ไม่มีใครบอกนะครับว่าเจ้าบ้าที่ว่านั่นหมายถึงอาจารย์โกโจ” ฟุชิงุโระเป็นคนตบมุขโดยไม่รู้ตัว จบบทโดยที่ไม่ได้นัดหมาย

แม้แต่หมายก็ยังดูออกเลย อยู่ยังไงให้เด็กไม่เคารพแล้วน่ะ โกโจ ซาโตรุ ಠ_ಠ

“ขอโทษที่ให้รอ!” เสียงของเจ้าบ้าที่ทุกคนว่าเป็นโกโจดังมาแต่ไกล ดูเหมือนเขากำลังเข็นกล่องบางอย่าง เดินทางมาที่ทุกคนรวมตัวอยู่

“โกโจ ซาโตรุ! ಠ益ಠ” อิโอริ อุตะฮิเมะ

โกโจ ซาโตรุ~ (灬º‿º灬)♡ คาสุมิ มิวะ นักเรียนปี 2

เหมือนกันแต่แตกต่างที่ความรู้สึก

“ไงๆ ทุกคน อยู่กันพร้อมหน้า ฉันไปทำงานที่ต่างประเทศมาน่ะ” โกโจเริ่มเล่าเรื่องโดยที่ไม่มีใครถาม และเขาก็หยิบตุ๊กตาพันผ้าสีชมพูบนฝากล่องมาแจกให้กับนักเรียนเกียวโตทุกคน ยกเว้นอุตะฮิเมะที่ไม่ได้

“ไม่มีของให้เธอน้า~”

“ไม่เอาย่ะ!!!”

โกโจหมุนกล่องมาทางนักเรียนโตเกียวและป่าวประกาศ “และนี่คือสำหรับนักเรียนโตเกียวทุกคน!”

“เป็นผู้ใหญ่ที่คึกจนน่ากลัวจัง”

ช่วงเวลาแห่งการเปิดตัวกำลังจะมาถึง

ฝากกล่องถูกเปิดออก แผ่นหลังภายใต้เสื้อสีดำขดอยู่ในกล่องแคบ

ร่างนั้นค่อยๆ ขยับออกมา อิตาโดริ ยูจิเผยโฉม ปรากฏให้เห็นแก่สายตาประชาชน

“อิตาโดริ ยูจิ ผู้ล่วงลับคร้าบบบบบ!”

“โอ้~ โอ ปาปี้!”

 

“ಠ_ಠ” ฟุชิงุโระ เมงุมิ

“ತ_ತ” คุกิซากิ โนบาระ

“ʕಠ_ಠʔ” อากิฮิโระ โยโกะ

“ʕ•ᴥ•ʔ” แพนด้า

“(⌐■-■)” เซ็นอิง มากิ

“(°-°)” อินุมากิ โทเกะ

“\(◎o◎)/” อิตาโดริ ยูจิ

 

ทำไมไม่มีใครดีใจเลย!

พวกเกียวโตก็สนใจแต่ของฝาก

What the helllll

“ภาชนะของสุคุนะ เป็นไปได้ยังไง?...” ครูใหญ่งาคุกันจิ เอื้อนเอ่ยเกินคำที่จะบรรยาย เมื่อคนที่คิดว่าควรจะตายไปแล้ว กลับมายืนมีชีวิตอยู่ต่อหน้าเขาอีกครั้ง

“อ้าว~ ครูใหญ่งาคุกันจิ แหม ค่อยยังชั่วหน่อย” โกโจเดินเข้าหาครูใหญ่ของโรงเรียนเกียวโตด้วยท่าทีอารมณ์ดี “นึกว่าจะตกใจจนอกแตกตายไปซะแล้ว”

“ไอ้เด็กเวร” และนั่นก็ยั่วโมโหคนแก่ได้ดีทีเดียว

ในระหว่างที่อิตาโดริยืนอึ้งวิญญาณหลุดลอยนั้น ที่ข้างกล่องถูกบางอย่างกระแทกจนเขารู้สึกตัว เมื่อหันไปมอง ก็เห็นเป็นเพื่อนทั้ง 3 คนกำลังมองเขาเป็นตาเดียว

โดยเฉพาะโนบาระ ดูเธออัดอั้นใจเอามากๆ

“มีอะไรจะพูดไหม?”

ที่เบ้าตาของโนบาระมีน้ำตาเล็กคลออยู่ แต่เธอก็มองเขาด้วยสีหน้าที่โกรธนิดๆ

“ขอโทษครับที่ปกปิดไว้” อ่า เขาก็พลอยรู้สึกผิดไปด้วยเลย

เสี้ยววินาทีหนึ่งที่อิตาโดริมองตรงที่โยโกะ เธอยิ้มให้เขา เป็นยิ้มครั้งแรกที่เขาไม่ได้เจอเธอ หรือติดต่อกันเลยเกือบเดือนนับตั้งแต่วันนั้น

หากได้คุยกันอีกสักครั้งก็คงดี :)

 

 

 

 

 

#ตอนเขียนฉากหนูโยกับสาคู คิดหนักอยู่เหมือนกันว่าจะรุนแรงไปรึเปล่า กลัวคนมาอ่านเจอแล้วเอาไปดราม่า แต่เราก็เชื่อใจและว่าคนอ่านมีวิจารณญาณมากพอ คงไม่เป็นอะไร แต่ถ้ายังไงก็ติชมกันได้นะคะ จะได้นำไปปรับปรุง 

#ใกล้ฉากดุเดือดแล้ว จิกหมอนรอไว้นะคะ! 

#เป็นอีกฉากที่ชอบ ตอนที่อุตะฮิเมะเรียกชื่อโกโจ แล้วพอมาเขียนในฟิคเรา ฮากว่าเดิมเพราะอีโมจิที่เลือกมันเข้ากันมากๆ 55555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

212 ความคิดเห็น

  1. #167 SParnzaza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2564 / 22:14
    โอเครค่ะ เฮียสาคูเขาหวง หวงมากด้วยย
    #167
    1
    • #167-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 17)
      6 มีนาคม 2564 / 23:09
      หวงเป็นหมาดุเลย *โดนกัด*
      #167-1
  2. #142 RAPMONYA (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 18:56
    แหมสาคูนะๆ อาการแบบนั้นเรียกว่า ’ห่วง’ หรือ ’หวง’ ดีน้าาาาา
    #142
    1
    • #142-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 17)
      4 มีนาคม 2564 / 19:13
      หวงเขาทั้งไม่ได้มีสถานะอะไรเลยกับเขามันเจ็บปวดนะคะ U_U
      #142-1
  3. #138 Marius Yo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 13:28
    ร้ายมากกก
    #138
    1
    • #138-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 17)
      4 มีนาคม 2564 / 15:24
      ร้ายกาจจจจจ
      #138-1
  4. #136 minxxix (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 08:09
    อะหรือ อะหรือ อะหรือว่าคนสวยของฉันจะเคยเป็นอดีตคนรักของสาคู!! ไม่น้าาาาาาา
    #136
    1
    • #136-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 17)
      4 มีนาคม 2564 / 09:19
      จะใช่มั้ยน้าาาาาาา ಡ ͜ ʖ ಡ
      #136-1
  5. #135 plubploy panida (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 07:20
    อยากทรมานเขาหรือกลัวเขาไปรักคนอื่นคะสาคูวว
    #135
    1
    • #135-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 17)
      4 มีนาคม 2564 / 09:19
      นั่นน่ะสิ นั้นน่ะสิ ขี้หวงไปได้ ಠ∀ಠ
      #135-1
  6. #134 Yakusoku (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 06:41
    ยัยสาคูเว้ยยย!!!ทำไมไม่อ่อนโยนกับยัยโยของแม่!!!มาให้แม่ทุบก้นด้วยไม้หน้าสามเดี๋ยวนี้เลยนะคะ!!ยัยสาคู!!
    #134
    1
    • #134-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 17)
      4 มีนาคม 2564 / 09:20
      ทุบเลยค่ะ! ฟาดให้เข็ด!
      #134-1
  7. #133 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 05:34
    เจ้าราเม็งทะไมเกวกาดแบบนี้!!
    #133
    1
    • #133-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 17)
      4 มีนาคม 2564 / 05:38
      ฟาดกับไม้หวายไปเลยค่ะ! ฟาดเรยยยยยย
      #133-1
  8. #132 caramel_white2 /ช่างมี่ / ไอยริน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 05:24
    คิดว่า สาคู กับโยโกะ ทำอะไรมาก่อนนี่สิ
    #132
    1
    • #132-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 17)
      4 มีนาคม 2564 / 05:31
      ลองเดาดูค่ะ (。•̀ᴗ-)✧
      #132-1