[ Jujutsu kaisen ] The Little Sunshine 🌞🌻

ตอนที่ 14 : โยโกะกับคำสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    24 ก.พ. 64

 

 

 

“แม่นายเป็นคนดีนะจุนเป”

อิตาโดริกล่าวในขณะที่มองจุนเปเอาผ้ายาวมาคลุมตัวแม่ของเขา

“อืม…”

จุนเปเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะเอ่ยถามทั้งสองคน

“แม่ของพวกนายเป็นคนแบบไหนเหรอ?”

แม่?...

“อ่า ฉันไม่เคยเจอแม่เลย ส่วนพ่อจำได้ลางๆ แต่ฉันมีปู่” อิตาโดริตอบเป็นคนแรก ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยรู้สึกอะไรมากสักเท่าไหร่ เพราะว่าเขามีปู่คอยเคียงข้างเมื่อวันวาน

“ฉันก็เหมือนกัน ไม่เคยเจอแม่” โยโกะตอบเป็นคนที่สอง “ฉันอยู่กับพ่อมาตั้งแต่เกิด แม่ฉันตายหลังเกิดฉันออกมาได้เดือนเดียว ฉันเห็นหน้าท่านผ่านรูปถ่ายเท่านั้น”

บรรยากาศ ณ ที่แห่งนั้นเงียบลง แต่ผ่านไปไม่กี่วินาทีก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นโทรศัพท์ของอิตาโดริ เขาหยิบมันขึ้นมา กดเปิดดูก็เป็นเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า

“อิตาโดริคุง โยโกะจัง เป็นผู้ใช้คุณไสยใช่มั้ย?” คำถามของจุนเปทำให้ทั้งคู่หันมามองเขา

“ใช่ พวกเราเป็นผู้ใช้คุณไสย” เป็นโยโกะตอบแทน

“เคยฆ่าคนมั้ย?”

คำถามถัดมาทำให้ทั้งคู่นิ่งไปชั่วขณะ

“ไม่…”

“แต่สักวันนายต้องต่อสู้กับผู้ใช้คุณไสยที่เป็นคนไม่ดีสินะ ถึงวันนั้นพวกนายจะทำยังไง?”

“ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากฆ่านะ…” คำตอบของอิตาโดริยังคงเป็นคำตอบเดิม ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะไม่มั่นคงเหมือนความรู้สึกในตอนนี้

“ทำไมล่ะ? นั่นเป็นคนไม่ดีนะ?”

“แบบว่าถ้าฆ่าคนสักครั้งแล้ว ทางเลือก ‘ฆ่า’ ก็จะเข้ามาอยู่ในชีวิตฉันด้วย”

โยโกะได้แต่ยืนฟังสองชายหนุ่มตอบโต้อยู่ด้านหลังพวกเขา เธอไม่รู้จะตอบคำถามของจุนเปยังไงจึงได้แต่เงียบ

อิตาโดริเขาเป็นคนดี เป็นคนดีมาก แม้จะเจอกับคนที่ชั่วช้าโสมมที่สุด เขาก็เลือกที่จะไม่ฆ่า แต่ถ้าได้เจอวันนั้นจริงๆ ขึ้นมา คำพูดของเขาจะยังคงเป็นเหมือนเดิมอยู่อีกไหม?

“ค่าของชีวิตจะเลือนลาง ไม่เข้าใจแม้กระทั่งค่าของคนสำคัญ ฉันกลัวที่จะเป็นแบบนั้น”

เมื่อจุนเปได้คำตอบจากชายหนุ่มแล้ว เขาจึงหันมาถามเธออีกครั้ง

“แล้วเธอล่ะโยโกะ?”

ฉันน่ะเหรอ?...

เธอไม่กล้าตอบกับจุนเปว่า ‘ไม่’ เธอไม่เชื่อคำพูดของตัวเอง มันกลับกลอกเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ปากบอกไม่ฆ่า แต่พรุ่งนี้เธออาจจะถือหัวที่ถูกตัดของใครสักคน สองที่มือเปื้อนเลือดแห่งคำพูดว่า ‘ไม่ฆ่า’

ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันให้กับใครทั้งนั้น แม้แต่ตัวของพระเจ้าเอง

“ฉันพูดไม่ได้หรอกว่าจะไม่ฆ่าใคร ในอนาคตมันจะเกิดอะไรก็ได้ทั้งนั้น” โยโกะมองเข้าไปในดวงตาของอิตาโดริที่เขาหันมามองเธอ “แต่ถ้าเลือกได้ ฉันก็จะไม่ฆ่าใครทั้งนั้น ถ้าหากคนนั้นไม่ได้เลวเกินทนน่ะนะ”

“นั่นสินะ ในอนาคตข้างหน้า มันก็เกิดอะไรขึ้นก็ได้” จุนเปมองร่างแม่ที่ซบแขนตัวเองนอนด้วยสายตาที่อ่อนโยน เขารักแม่มาก มากเกินกว่าจะยอมเสียเธอไป แม่เป็นทุกอย่างให้กับเขา เป็นคนเดียวในโลกนี้มีไม่ทำร้ายเขา จุนเปเคยคิดถึงวันที่ต้องเสียแม่ไปตลอดกาล แต่ความคิดนั่นมันทำให้เขาเจ็บปวดเกินทน จุนเปจึงไม่กล้าคิดถึงมัน แม้ในใจส่วนลึกรู้ว่าวันนั้นจะต้องมาถึง

เพียงตอนนี้ เขาขออยู่ข้างเธอให้ถึงที่สุด

“จุนเป ฉันว่านายพาแม่นายไปนอนที่ห้องเถอะ” โยโกะบอกกล่าวกับจุนเป

“ทำไมล่ะ?...”

“ให้เธอนอนที่นี่เดี๋ยวก็เมื่อยตัวพอดี พาไปนอนที่ห้องนอนของแม่เขาจะดีกว่านะ”

“อ๋อ” จุนเปพยักหน้ารับเข้าใจ และจับไหล่เล็กเขย่าร่างของแม่เบาๆ “แม่ครับ ลุกขึ้นแล้วไปนอนข้างบนนะ”

“งื้อ~” ที่ตอบกลับมาคือเสียงงัวเงียของตัวเธอเอง

“อ้อ ฉันมีบางอย่างจะให้นาย” ว่าแล้วโยโกะหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเงินสีเหลือง เธอรูดซิปเปิดออก หยิบเชือกสีแดงจากช่องกระเป๋าด้านในที่เล็กที่สุด

“นั่นอะไร?”

“มันเป็นของที่จะช่วยปกป้องแม่นายได้” โยโกะตอบกลับ “ก็ฉันเป็นผู้ใช้คุณไสยนี่”

“อ๋อ…” เขารับเชือกสีแดงจากมือโยโกะ “ผูกตรงข้อมือใช่ไหม?”

โยโกะพยักหน้า จุนเปจึงทำการผูกเชือกสีแดงตรงข้อมือบางของแม่เขา

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้รู้ไว้ว่าเราหวังดีกับนายนะจุนเป เอาล่ะ พาเธอไปนอนข้างบนเถอะ”

 

หลังจากที่จุนเปพาแม่ของเขาไปนอนที่ห้องนอนของเธอแล้ว วัยรุ่นทั้งสามคนจึงกล่าวลาและแยกกลับออกมา

ระหว่างทางที่เดินอยู่บนถนน อิตาโดริเอ่ยถามบางอย่างกับโยโกะ

“ทำไมเธอให้เชือกสีแดงกับแม่ของจุนเปล่ะ?”

โยโกะเงยหน้ามองพระจันทร์ที่ขึ้นเต็มดวง มันสวยงามมากจนไม่อาจละสายตาได้เลย “ตอนที่พวกเราอยู่ที่บ้านของจุนเปน่ะ ฉันรู้สึกได้ถึงไอของวิญญาณคำสาป แม้มันจะเบาบางเอามากๆ แต่ก็บอกได้เลยว่าวิญญาณคำสาปตัวนี้มีพลังที่แข็งแกร่ง ผู้ใช้คุณไสยระดับหนึ่งอาจจะรับมือได้ยาก”

“เธอสัมผัสถึงมันได้ยังไง?”

“นายอย่าว่าฉันนะ” โยโกะสูดหายใจเข้าลึกก่อนที่จะตอบ “ฉันสัมผัสได้มาจากตัวของจุนเป”

“ทำไม…” อิตาโดริอึ้งกับคำตอบที่ได้ยิน “แต่จุนเปบอกว่าเขาไม่เคยเห็น…”

“ฉันว่าจุนเปโกหก เขาเห็นแต่เขาไม่อยากบอก เขากลัวว่าเราจะทำร้ายเขา หรือไม่ก็โดนไอ้คำสาปนั่นขู่มา” โยโกะวิเคราะห์ตามที่เธอสัมผัสได้ แต่เธอก็ไม่อยากจะเชื่อเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ไอคำสาปนั่นจะทำเธอเชื่อไปแล้วก็ตามที

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะ?” น้ำเสียงอิตาโดริมีความกังวล เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกคนเสมอ

“เราต้องช่วยเขา มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น เรายังรู้อะไรไม่แน่ชัด แต่ฉันสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งจุนเป ฉันจะช่วยเขาพร้อมกันกับนาย” โยโกะยิ้มและสบสายตาอิตาโดริเพื่อสื่อถึงความจริงใจ ว่าเธอจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง

“อื้ม! ฉันเชื่อใจเธอ” อิตาโดริยกนิ้วโป้งทำหน้าจริงจัง นั่นก็ทำให้หญิงสาวหลุดหัวเราะออกมา

โยโกะหลับตาในขณะที่หัวเราะ เธอจึงไม่รู้ตัวว่าถูกชายหนุ่มมองดูใบหน้าหวานยิ้มกว้างด้วยแววตาที่หวั่นไหว

“เอ่อ เธอโทรหาอาจารย์ของเธอรึยังล่ะ?” เขาเปลี่ยนหัวเรื่องเพื่อให้บรรยากาศไม่เงียบลง

“โทรแล้ว กำลังมาน่ะ”

“เหรอ?...”

“อืม…”

แล้วบรรยากาศก็เงียบลงอีกครั้ง

“อิตาโดริ” จู่โยโกะก็เอ่ยเรียกชื่อเขา

“อะไรเหรอ?”

“นายป็นคนดีนะ” โยโกะหยุดเดินและยืนกลางถนนที่ไร้รถราและผู้คนสัญจร ทั้งคู่ยืนอยู่ ณ ที่ตรงนั้น

“ฉันอยากให้คนอย่างนายอยู่ไปนานๆ มีชีวิตที่ดี มีความรักกับคนดีๆ”

นั่นคือสิ่งที่เธออยากบอกกับเขา

ตั้งแต่ที่โรงเรียนจนถึงปัจจุบัน โยโกะไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเธอจะได้มาพูดคุย ได้เป็นเพื่อนกับเขา และได้เดินกลับบ้านกับเขา ไม่เคยคิด

แต่ก็ไม่รู้เลยว่าจะมีวันนี้ได้

ขอบคุณโชคชะตาหรืออะไรก็ตาม ที่ทำให้เธอได้มาเจอคนดีๆ อย่างเขา

“จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกเท่าไรนะ” เขาเอามือลูบท้ายทอยและทำหน้าพูดไม่ถูก “ก็ข้างในตัวฉันมันเลวเกินทน…”

“ช่างมันปะไรสิ ไอ้ตัวที่อยู่ข้างในนายมันก็ชั่วช้าอยู่แล้ว ฉันพูดถึงนายต่างหากอิตาโดริ นายเป็นคนดี ผู้ชายที่นิสัยดีกว่าใครทั้งนั้น”

“เธอ…”

“ฉันแค่อยากบอกให้นายรู้เท่านั้น…” โยโกะเดินเข้าใกล้ชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่ดวงตาสีอำพันยังคงจดจ้องดวงตาของชายหนุ่ม ระยะห่างที่เคยห่างเกือบหนึ่งช่วงแขน ตอนนี้เขากับเธออยู่ใกล้กันมาก มากพอที่จะ…

“ฉันแค่อยากบอกว่า…”

เพราะแสงจันทร์ส่องที่สวยงาม หรือเจ้าของใบหน้าที่น่าหลงใหล อิตาโดริเคลิบเคลิ้มไปกับดวงตาดั่งดวงอัญมณี จมูกเล็กโค้งมน จนมาถึงริมฝีปากรูปสวยสีกุหลาบชมพู เขาโน้มใบหน้าลงและมอบจุมพิตให้กับหญิงสาว และเธอก็ตอบรับจูบแสนหวานอันเร่าร้อนของเขาภายใต้แสงจันทร์

ท่อนแขนแกร่งของเขากอดรัดเอวบางของเธอ ส่วนเธอก็เอื้อมแขนกอดคอเขาทั้งสองข้าง ริมฝีปากทั้งคู่รับรสหวานที่มอบให้แก่กันและกัน โดยมีดวงจันทร์เป็นพยานแห่งฉากจุมพิต อ้อมกอดอันแนบแน่นกับจูบที่เป็นดั่งจะรวมวิญญาณเข้าไว้ด้วยกัน สองชายหญิงมอบจูบที่แสนเนิ่นนานราวกับเป็นนิรันดร์ ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกจากกัน โดยที่ยังคงกอดรัดร่างของแต่ละคนเอาไว้อยู่

“ฉันขอโทษที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน” ในเวลานี้อิตาโดริก็ยังเป็นผู้ชายที่ให้เกียรติผู้หญิงเหมือนเดิม ถึงแม้เมื่อครู่เขาจะมอบจูบดูดดื่มจนเกือบจะทำให้หัวใจของเธอแทบวาย ณ ตรงนั้น

ไอ้บ้าเอ๊ย จูบก่อนแล้วมาบอกขออนุญาตทีหลังมีที่ไหน?

“ถ้าฉันไม่ปฏิเสธก็ถือว่าได้แหละนะ” โยโกะใช้นิ้วหัวแม่มือปาดตรงริมฝีปากอิตาโดริเพื่อหยอกเย้าพร้อมกับยิ้มหวานให้หนึ่งที และนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มจะพุ่งเข้าจูบเธออีกครั้ง ถ้าหากไม่มีเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าดังขึ้นมาเสียก่อน

“อาจารย์ของฉันมาถึงแล้ว” หน้าจอล็อคขึ้นแจ้งเตือนเป็นณัฐวัฒน์ที่ส่งข้อความเข้ามา “เราไปหาเขากัน ฉันจะพานายไปทำความรู้จัก”

โยโกะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากระโปรงดังเดิม และจับมือของชายหนุ่มไว้ข้างหนึ่ง “ไปกันเถอะ”

“อื้ม! ไปกัน” เขาตอบรับและสอดประสานทั้งห้านิ้วของเขากับเธอเข้าด้วยกัน ทั้งคู่เดินจับมือและเดินทางไปตามเส้นทางด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นเต็มหัวใจ

นี่เรียกความรักใช่ไหม?

ถ้าใช่ ก็อยากให้มีช่วงเวลาแบบนี้อีกเยอะๆ ล่ะ :-)

 

 

 

 

 

 

 

อิตาโดริยืนเงยหน้ามองฝั่งที่อยู่สูงกว่าเขา

หลังจากที่เขาหลับไปไม่นาน

“นายเรียกฉันมาที่นี่ทำไม?”

อีกแล้ว

เขากลับมา ‘ที่นี่’ อีกแล้ว

“หุบปากไป ไอ้เด็กเวร”

น้ำเสียงของราชาคำสาปดังขึ้นบนบัลลังก์หัวกะโหลกวัว สีหน้าของเขามีความเคร่งขรึมเงียบดุมากกว่าเดิม บรรยากาศความน่ากลัวก็เพิ่มขึ้นเท่าตัวเช่นกัน

“แล้วจะเรียกฉันมาที่นี่ทำไมฟะ!?” อิตาโดริถามย้ำอีกครั้ง เขาเองก็หงุดหงิดและไม่กลัวกับบรรยากาศกดดันใดๆ ทั้งสิ้น บุคคลตรงหน้าคือคนที่เขาไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด เข้าขั้นเกลียดก็ว่าได้

“นี่เจ้าดูไม่ออกเลยรึไอ้เด็กโง่ ว่าข้าเรียกเจ้ามาที่นี่เพราะอะไร?” สุคุนะพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ แต่ก็แฝงความเยือกเย็นและเผด็จการอยู่ในน้ำเสียงนั่น คราวนี้ดูเหมือนเขาจะมีอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีเสียเท่าไหร่

“ไม่พูดแล้วฉันจะรู้รึไงเล่า!?” อิตาโดริตะคอกกลับ นั่นก็ทำให้สุคุนะหมดความอดทน

“อย่าได้ริอาจมาแตะต้อง”

กล่าวจบ หัวของอิตาโดริก็ถูกตัดออกจากบ่าด้วยพลังของสุคุนะ และร่างกายเขาก็เลือนหายไปจากอาณาเขตของราชาคำสาป

อารมณ์ที่ขุ่นมัวของสุคุนะยังคงอยู่ไม่จางหาย คิ้วขมวดเข้าหาด้วยกันเพราะความโกรธ

“ใจง่ายเหลือเกินนะ นางผู้หญิงแพศยา”

ตอนแรก เขาสนใจแค่เพียงความงามที่ต้องตาก็เท่านั้น

แต่ตอนนี้เขาจำได้แล้ว

“ผ่านไปพันกว่าปี เจ้าเปลี่ยนไปเยอะมากเลยนี่”

ยิ่งคิดยิ่งแค้น จนเล็บคมฝังเข้าเนื้อในฝ่ามือที่กำแน่นทั้งสองข้าง

แค้นเหลือเกิน เกินกว่าที่จะลืม

“ข้าไม่อาจอภัยให้ได้อีก ไม่มีวัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เธอคืออากิฮิโระ โยโกะสินะครับ”

นานามินัดอิตาโดริกับโยโกะมาที่สถานที่แห่งหนึ่ง เพื่อพูดคุยกับเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านของจุนเป

“ค่ะ หนูเอง”

“อาจารย์ของคุณบอกข้อมูลกับผมไว้เรียบร้อยแล้ว ผมคงไม่ต้องพูดอะไรมาก” นานามิกล่าวด้วยท่าทีที่สุขุม เอาการเอางาน

“โยชิโนะ นางิ แม่ของโยชิโนะ จุนเป ถูกคำสาปทำร้ายจนมีอาการโคม่า ต้องรีบเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยด่วน โชคดีที่นายโยชิโนะ จุนเปพาเธอส่งไปที่โรงพยาบาลได้ทันเวลา ทางผู้ใช้วิชาได้ตรวจสอบ พบว่าที่ข้อมือของเธอมีเชือกสีแดงผูกไว้ เชือกนั่นมีพลังที่ปัดเป่าคำสาปได้ ใช่ของเธอรึเปล่าครับ อากิฮิโระ?”

“ค่ะ ของหนูเอง” โยโกะตอบกลับโดยไม่โกหก “เพราะหนูสัมผัสได้ถึงไอคำสาปที่มาจากตัวของจุนเป เพื่อป้องกันไว้ก่อนจึงให้แม่ของเขาใส่ แต่หนูเชื่อว่าจุนเปไม่ได้เป็นคำสาป แต่ถูกเข้าหาด้วยวิธีอื่น”

นานามิรับฟังจนจบจึงพูดต่อ “นั่นก็เชื่ิอมโยงไปถึงศพที่มีสภาพบิดเบี้ยวที่โรงภาพยนต์ครับ มันเป็นฝีมือของคำสาป โยชิโนะ จุนเปอยู่ในเหตุการณ์ เขาเห็นทุกอย่าง”

อิตาโดริและโยโกะเบิกตากว้าง เหลือเชื่อเกินกว่าที่ว่าจุนเปเป็นคนสมรู้ร่วมคิด ถึงแม้ทุกอย่างจะเข้ารูปเข้ารอยมาจนถึงขนาดนี้จนไม่อาจปฏิเสธได้

แม้เขาจะโกหก แต่เขาย่อมมีเหตุผลแน่นอน เธอเชื่อแบบนั้น

“ให้ผมไปด้วยเถอะครับ” อิตาโดริกล่าว

“ไม่ครับ”

“ทำไมล่ะ ผมเป็นตัวถ่วงเหรอนานามิน ต่อไปก็พาไปด้วยเถอะ”

“ ‘พรรคพวกตายแล้ว แต่ผมไม่ได้อยู่ที่นั่น เพราะว่าผมเป็นเด็ก' แบบนั้นผมไม่เอาด้วยหรอก” นานามิกล่าว “ไม่ได้ครับ”

“…”

“อย่างที่รู้ว่าศัตรูใช้มนุษย์ดัดแปลง มีมนุษย์ที่ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ ตราบใดที่ทำงานนี้สักวันเธอก็ต้องฆ่าคน แต่ว่านั่นไม่ใช่เวลานี้ เข้าใจด้วยครับ”

คำพูดของนานามิเสียดเข้าไปบาดลึกในใจของอิตาโดริกับโยโกะ ต่างคนยังจำคำพูดของตนเองเมื่อคืนวานได้ดี แต่ในครั้งนี้ มันเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วเกินไปจนไม่ทันตั้งตัว

“การเป็นเด็กไม่ใช่ความผิดเลย”

ใช่ มันไม่ใช่ความผิด การเป็นเด็กเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

เพียงแค่เรายังไม่เติบโตมากพอ

“หลังจากนี้ พวกเธอทั้งสองคนช่วยจับตาดูโยชิโนะ จุนเปด้วยครับ”

ขอล่ะ จุนเป

นายยังมีพวกเราอยู่นะ

 

 

 

 

 

 

 

“ปรากฎตัวจากความมืด ดำสนิทยิ่งกว่าความมืด จงชำระล้างปัดเป่ามลทินนั้นเสีย”

ท้องฟ้าที่ปกคลุมตึกเรียนถูกแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท มีเพียงแค่บริเวณโรงเรียนที่ถูกปกคลุมด้วยม่านรัตติกาล

“โอ้ ได้แล้วๆ” เป็นมาฮิโตะที่กางม่านสีดำ และข้างๆ เขาก็เป็นเกโทที่ยืนอยู่

“ขอโทษนะมาฮิโตะ เพราะจะเหลือคราบของผมไว้ไม่ได้น่ะ แล้วผลของม่านล่ะ?”

“ออกจากด้านในไม่ได้ แต่เข้ามาได้ แต่ก็แค่มนุษย์ที่มีพลังคุณไสยอ่อน”

“ม่านที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าในเขตที่อยู่อาศัย เดี๋ยวหน้าต่างก็คงแจ้งไป ถ้าวาดภาพที่เธอคิดได้ก็คงดีสินะ” เกโทกล่าวแผนที่พวกเขาได้วางเอาไว้

“คงไม่เป็นไรมั้ง” มาฮิโตะตอบกลับ “เมื่อจุนเปได้เจอภาชนะของสุคุนะก็เกิดความเป็นไปแล้ว ให้ทั้งสองคนปะทะกัน ยัดเยียดข้อผูกมัดที่สุคุนะได้เปรียบให้กับอิตาโดริ ยูจิ”

“ถ้าโจโกะสุขุมเท่าเธอก็คงจะช่วยได้เยอะเลยล่ะ” เกโทกล่าวถึงเพื่อนคำสาปของตัวเองอีกตน รายนั้นน่ะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ แตกง่ายเหมือนภูเขาไฟที่ประทุบนหัว

“แบบนั้นก็ซื่อๆ น่ารักดีออก ว่าแต่จะดีเหรอ นิ้วนั่นน่ะ? เป็นวัตถุต้องสาปที่ล้ำค่าใช่มั้ยล่ะ?” มาฮิโตะกล่าวถึงส่วนหนึ่งของแผนการที่ทำให้เกิดเรื่องราว สาเหตุที่ทำให้นางิ แม่ของจุนเปถูกคำสาปทำร้าย

“ไม่เป็นไรหรอก เพราะนิ้วที่สถานพินิจฯ ก็ถูกอิตาโดริ ยูจิกลืนเข้าไปทันที อันที่บ้านของโยชิโนะ จุนเปอยากให้โรงเรียนเก็บไปอยู่แล้ว”

“วางแผนร้าย?”

“ก็นะ ขอตัวก่อนล่ะ” เกโทเลือกที่จะไม่ตอบและเดินจากไป เหลือไว้แต่เพียงมาฮิโตะที่ยังอยู่

“เกโทก็น่าจะอยู่ดูน้า ตอนที่พวกเด็กโง่เง่านั่น---ตาย”

“แต่ว่าน้า… ผู้หญิงคนนั้นจะมารึเปล่านะ” มาฮิโตะนึกถึงโยโกะ แม้เขาจะไม่เคยเห็นหน้า แต่ได้ยินมาว่าเธอไปที่บ้านจุนเปเช่นกัน ก็คงจะมาที่นี่ด้วยแน่นอน

เอาล่ะ จะเปลี่ยนเธอให้อยู่ในรูปแบบไหนดี

เป็นชิ้นเล็กให้พกพาสะดวกดีไหมนะ? :-)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กว่าทั้งคู่จะวิ่งไปถึง เมื่อผลักเปิดประตูกว้าง ร่างของนักเรียนเกือบทุกคนหมดสติหลับไหลอยู่บนพื้นเสียแล้ว

โยชิโนะ จุนเปยืนอยู่บนเวที โดยมีร่างของนักเรียนชายคนหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศตรงหน้าเขา สภาพสะบักสะบอมมีเลือดออก

“นายทำอะไรน่ะ!! จุนเป” อิตาโดริตะโกนถาม จุนเปหันมามองทั้งสองคนด้วยสายตาที่เย็นชา ก่อนจะพูดว่า

“ถอยไปซะ ผู้ใช้คุณไสย”

ไม่ นี่ไม่ใช่จุนเปที่พวกเขารู้จักเลย

นายเป็นใครกันแน่!

โยโกะไม่พูดพร่ำทำเพลง จึงใช้พลังเวทแปรเปลี่ยนให้เป็นเชือกบ่วงสีทอง เธอเหวี่ยงด้วยความเร็วและโยนให้บ่วงคล้องร่างที่ลอยกลางอากาศ ดึงร่างนั่นให้ห่างออกมาจากจุนเป

แต่ไม่ทันไร เชือกสีทองก็ถูกตัดขาดภายในเสี้ยววินาที ร่างของนักเรียนชายตกลงไปปะปนของนักเรียนคนอื่นๆ ที่นอนสลบบนพื้น

“ฉันบอกว่าให้ถอยไป ผู้ใช้คุณไสย”

หางของบางสิ่งที่มีปลายแหลมคมสีดำลอยขึ้นมาทางด้านหลังของจุนเป อิตาโดริกับโยโกะมองเห็นเต็มสองตา แต่ความเร็วที่พุ่งเข้ามาทำให้ทั้งคู่ไม่อาจป้องกันตัวไว้ทัน

ปลายแหลมนั่นกำลังพุ่งมาทางโยโกะ!

หญิงสาวรีบเสกโล่กลมสีทองขึ้นมาบังตัวเองไว้ แต่ภายในเสี้ยววินาทีกับระยะห่างไม่กี่เซนติเมตร ปลายแหลมอาบพิษนั่นกำลังจะเจาะผ่านทะลุโล่สีทองของเธอในไม่ช้า!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#น้องโยโกะแบบ Real life มันก็จะประมาณนี้ 

#เราทำในเว็บ Artbreeder นะคะ ปรับกันตาแตก แต่ออกมาสวยมาก ลูกแม่ แงงงงงงง

 #หวาย คนแก่เขาหงุดหงิดอะคุณ หวายยยยยยย *โดนตัดหัวดังฉับ*

#อ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้าง บอกไรท์ให้รู้หน่อยยยยยยย

 

 

Yoko but sunshine eyes 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

212 ความคิดเห็น

  1. #207 มิโกะ ซากุระ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 18:05
    เขาจูบกันแล้ว!!! งื้ออ
    #207
    0
  2. #115 Yakusoku (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:47
    ไอต้าววสาคู!!!เอ็งแค้นอะไรยัยหนูโยของมี้กันค้าาา??!!?//ถกแขนเสื้อ//
    #115
    1
    • #115-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 14)
      24 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:30
      พาน้องโยโกะหนีไปปปปป!
      #115-1
  3. #114 minxxix (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:32
    สาคูเธอแค้นอะไรคนสวยของฉันหาาาาา!!!!!
    #114
    1
    • #114-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 14)
      24 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:33
      ปกป้องน้องเข้าไว้ค่ะ! หยั่มให้นังสาคูเข้าใกล้!
      #114-1
  4. #113 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:19
    แค้นอะไรกันน้า สุคุนะ!!
    #113
    1
    • #113-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 14)
      24 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:32
      นั่นสิ เขาแค้นอะไรกัน (・o・)
      #113-1
  5. #112 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:52
    สวยน่ารักจริงๆ!!
    #112
    1
    • #112-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 14)
      21 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:14
      ใช่แล้ววววว
      #112-1
  6. #111 minxxix (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:47
    คนสวยคนเท่ของฉันนนน
    #111
    1
    • #111-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 14)
      21 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:04
      คนงามของไรท์ >///<
      #111-1