[ Jujutsu kaisen ] The Little Sunshine 🌞🌻

ตอนที่ 12 : การไล่ตามที่ไม่คาดคิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,043
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    18 ก.พ. 64

 

 

*โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*

 

“มึงเป็นอะไรของมึงวะไอ้โย? เดี๋ยวเหม่อเดี๋ยวลอย สติสตังมึงหายไปไหนหมด?”

ทั้งสองคนกำลังนั่งสนทนาภายในร้านกาแฟฝั่งติดกระจกใสที่เห็นทิวทัศน์ข้างนอก เครื่องดื่มของณัฐวัฒน์เป็นมอคค่า ส่วนของโยโกะเป็นชานมเย็น บนโต๊ะตรงกลางมีจานขนมมาการองหลากสีตั้งอยู่ มอคค่าของณัฐวัฒน์ร่อยหรอไปครึ่งหนึ่ง แต่ของเด็กสาวนั้นไม่มีแม้แต่รอยลิปสติกบนขอบแก้ว--- เธอไม่ได้ยกขึ้นมาดื่ม

“สั่งมาแล้วไม่แดก กูเสียดายเงินนะ”

“เดี๋ยวให้เงินคืน” เธอตอบลอยๆ ในขณะที่สายตากำลังเหม่อมองภาพนอกกระจกใสของร้าน

“แล้วมึงเป็นอะไร? เล่ามา” ณัฐวัฒน์ยกแก้วดื่มมอคค่าจนหมดและวางลง “ถ้าไม่พูดกูเขกหัวแน่”

โยโกะเสมอง คิ้วขมวดปากคว่ำที่สองมุมปาก ถอนหายใจและเอ่ยปากพูด

“แค่รู้สึกว่าเหมือนไปเจอใครคนหนึ่งโดยบังเอิญ… โดยที่เขาคนนั้นตายไปนานแล้ว”

ตั้งแต่สอบปฏิบัติที่คาเฟ่ร้างนั่นจนมาถึงนั่งเหม่อที่ร้านกาแฟ ภาพจำเมื่อตอนนั้นยังคงติดตา ทรงผมอันเดอร์คัทสีชมพูกับหมวกฮู้ดสีแดง มันเด่นชัดมาก มากจนแทบจะมั่นใจได้เลยว่าคนคนนั้นคืออิตาโดริ ยูจิ

แต่อีกใจก็กลัวว่านั่นก็เป็นเพราะเธอตาฝาด เห็นเป็นวิญญาณนายยูจิมาปรากฏตัวแบบแวบๆ

ถ้าอย่างนั้นมาหลอกต่อหน้าเลยก็ได้นะ ไม่ไล่ไปไหนหรอก U_U

“หมายถึงไอ้หนุ่มนั่นอีกแล้วเรอะ”

“อืม”

“ตายไปแล้ว มึงจะไปคิดถึงอะไรอีก ที่มึงเห็นเมื่อตอนนั้นก็คงเป็นวิญญาณมาหามึงละมั้ง” ณัฐวัฒน์อธิบายเหตุผล เขาเองก็ไม่ได้สัมผัสถึงวิญญาณตัวไหนเลยนอกจากในตึกร้างที่ให้โยโกะไปปัดเป่า “มึงคิดไปเองล่ะน่า”

“ก็อยากให้คิดไปเองนะพี่” สายตาเธอช้อนมองท้องฟ้าที่ดูเหมือนว่าจะครึ้มฝน “แต่ภาพมันชัดเจนมากเลยนะ แบบมากๆ อะ วินาทีแรกที่มองเห็นคือใจพองโตเลยว่ะ ว่าเขายังอยู่จริงๆ แต่ได้เห็นไม่กี่วิเอง มันก็ติดใจ สงสัยอยู่นั่นว่าใช่เขารึเปล่า”

“ยิ่งมึงสงสัยมึงก็ยิ่งทุกข์ใจ เลิกคิดซะ เดี๋ยวมึงก็ปวดหัวเสียเปล่าๆ” ณัฐวัฒน์ให้คำแนะนำกับเธอ ถึงเขาจะเป็นคนโผงผางพูดตรง แต่เขาเองก็อดห่วงและสงสารลูกศิษย์ไม่ได้ ไม่ชอบเวลาที่เห็นโยโกะต้องทำหน้าหงอยเหมือนลูกหมาร้องหาแม่

“เอ้า รับไป” ณัฐวัฒน์ยื่นบางอย่างให้กับเธอ

“ให้ทำไมอะ” เป็นเงินสดที่มีมูลค่าทั้งหมด 8 หมื่นเยน โยโกะรับมาแบบงงๆ และถามเขา “เพื่อ?”

“เอาไปเที่ยว มึงจะไปไหนก็ไป” ณัฐวัฒน์โบกมือไล่และโยนมาการองสีฟ้าเข้าปาก

“คือไล่ให้ไปเที่ยว?”

“ไล่ให้ไปนอนมั้ง ก็ไปเที่ยวสิไอ้โย มึงแค่จะมาที่นี่แล้วมานั่งอุดอู้เหรอ?”

“แต่ฝนมันจะตกแล้วนะ” เธอกล่าวพร้อมชี้นิ้วไปที่ข้างนอก

“ไม่ตกหรอก เชื่อกู กูดูพยากรณ์อากาศมา”

“ช่องไหนวะ?” ช่องพยากรณ์อากาศอะไรกัน? มันบอกว่าวันนี้ท้องฟ้าจะสดใสเหรอ ตลก นู่น เมฆดำมาแต่ไกลละ

“ถ้าฝนตกก็เรื่องของมึง มึงไปซื้อร่มเอาเอง กูให้ตังค์มึงไปแล้ว” ณัฐวัฒน์กล่าวและโยนมาการองสีชมพูเข้าปากเป็นชิ้นที่สอง “ไปๆ กูจะนั่งกินขนมที่นี่คนเดียว ไปไกลๆ เลย”

“โห่ ไปก็ได้วะ” เมื่อเขาขยันไล่เธอนัก เธอไปก็ได้

ว่าแล้วโยโกะลุกขึ้นยืนออกจากเก้าอี้ ก้าวเดินออกจากร้านกาแฟไป แต่นึกขึ้นได้ว่าไม่รู้จะไปที่ไหน จึงตัดสินใจเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ

และในสมองก็ยังคิดถึงตอนนั้นอยู่เหมือนเดิม…

“จะคิดอะไรนักหนาวะ!” เธอสบถออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่นดังเดิม เธอก็ไม่รู้ตัวเองว่าจะคิดถึงไปทำไม ก็ในเมื่อเขาไม่กลับมา ในตอนนั้นมันก็แค่ตาฝาด ใช่ เธอแค่ตาฝาด

เลิกคิด! ช่างมัน!

“เมื่อกี้พี่ณัฐให้มาเท่าไหร่หว่า?...” เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกคิด โยโกะจึงหยิบกระเป๋าเงินสีเหลืองในกระเป๋าข้างกระโปรงขึ้นมาดูเพื่อนับจำนวน ธนบัตรเงินเยนหนาเป็นปึกถูกพับครึ่งในกระเป๋าเงินแบบรูดซิป เห็นแบงค์หนาๆ แบบนี้แล้วรู้สึกดีจัง จะซื้ออะไรดีน้า~

เฟXตี้ออกลิปรุ่นใหม่ น่าไปซื้อนะ xิxันน่านี่ออกของเก่ง แต่เพลงนางยังไม่คิดจะออกมาให้ฟังเลย

อยากไปซื้อน้ำหอมของxาแนลจัง กลิ่น Coco หอมมากกกกก

และอีกเป็นต้นไป

ฟึ่บ!

ในขณะที่โยโกะกำลังนึกถึงรายชื่อของที่อยากซื้ออยู่นั้น กระเป๋าเงินในมือเธอก็ได้หายไปเสียแล้ว

หะ หาย!? ╏ ⊚ ͟ʖ ⊚ ╏

3 วินาทีแรกที่โยโกะเงยหน้าขึ้นมองจากฝ่ามือที่ว่างเปล่า ตรงหน้าของเธอมีผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว มือขวานั้นถือกระเป๋าเล็กๆ สีเหลืองที่มีรูปทรงสีเหลี่ยมมีซิปรูด

ไอ้xัตว์! กระเป๋ากู! (╬⁽⁽ ⁰ ⁾⁾ Д ⁽⁽ ⁰ ⁾⁾)

“หยุดนะโว้ยยยยยยยยย!!” โยโกะรีบก้าวเท้าวิ่งตามไปไม่รีรอ บนฟุตบาทใหญ่ข้างถนนกลายเป็นสนามวิ่งไล่จับระหว่างเด็กสาวกับโจรขโมยกระเป๋า ผู้คนต่างตื่นตระหนกและรีบหลีกทางให้ทั้งคู่อย่างชุลมุนวุ่นวาย มีหลายครั้งที่โยโกะเกือบจะยื่นมือไปจับคอเสื้อด้านหลังของโจรได้แล้ว แต่ทว่ามันกลับโยกหัวหลบได้แถมยังเพิ่มความเร็วในการวิ่งอีก โยโกะอยากเสกค้อนขึ้นมาแล้วทุบหัวไอ้โจรนี่ใจจะขาด แต่เพราะเธอยังอยู่ในเขตที่มีคนอยู่เยอะ เธอจึงไม่สามารถทำได้ นอกเสียจากวิ่งไล่ตามไอ้โจรวิ่งราวไปจนถึงเขตที่ปลอดผู้คน นั่นแหละที่ถึงคราวดวงซวยของมัน

และเป็นไปอย่างที่โยโกะคิด โจรวิ่งราวนั้นวิ่งไปถึงเขตปลอดผู้คนจริงๆ มันเลี้ยวขวาเข้าตรอกข้างตึกที่อยู่ก่อนหน้าโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง โยโกะเองก็รีบวิ่งตามไปไม่ลังเล

ดูเหมือนโจรวิ่งราวคนนั้นคิดว่าหนีพ้นแล้ว มันจึงหยุดยืนพัก ณ ตรงนั้น เสียงหอบของมันดังอย่างกับคนที่กำลังจะขาดใจ มันนั่งลงหลังติดกำแพงและรูดซิปเปิดกระเป๋าเงิน ถือวิสาสะค้นหาอย่างไม่เกรงใจเจ้าของที่ยืนมองด้วยสายตาอาฆาตอยู่

โป๊ก!

“โอ๊ย!” โจรวิ่งราวกุมหัวร้องโอ๊ย เมื่อนั่งอยู่ดีๆ ก็มีหินขนาดเล็กเท่าฝาขวดน้ำที่ถูกเขวี้ยงมาจากไหนไม่รู้โดนหัวเขาพอดีเป็ะ เมื่อจับตรงจุดที่โดนดูก็พบว่ามีเลือดไหลออกมา โจรคนนั้นแสดงความโกรธฉุนเฉียวพร้อมกับหันไปมองหาใครสักคนที่โยนหินใส่เขา

“ใครทำวะ!!?”

“ฉันทำเอง ไอ้เ_ร” เสียงของผู้หญิงดังขึ้นที่ปากทางเข้าของตรอกข้างตึก โจรวิ่งราวคนนั้นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ล้มลุกคลุกคลานถอยหนีไปด้านหลังด้วยความกลัว ก็เมื่อผู้หญิงที่เขาขโมยกระเป๋ามาน่ะ

วิ่งไล่ตามมาถึงนี่เลยเรอะ!?

“จะหนีไปไหนไอ้ชั่ว เอาของฉันคืนมา” โยโกะก้าวย่างสามขุมด้วยท่าทีเหมือนอันธพาล ยิ่งเธอทำเดาะลิ้นข้างกระพุ้งแก้มกับสายตาที่หาเรื่องแล้วนั้นยิ่งเหมือนเข้าไปใหญ่ ระหว่างทางที่เดินใกล้ก็เตะสิ่งของที่อยู่ระเกะระกะเพื่อขู่ให้โจรกลัวไปด้วย เธอเดินมาถึงตรงที่กระป๋องเบียร์ตั้งขวางทาง จึงจัดการเตะกระป๋องเบียร์นั่นอัดเข้าที่กลางหน้าผากของโจรวิ่งราว

“อ๊ากก! เจ็บ!” เขานอนกุมหน้าผากและดิ้นอยู่บนพื้น โยโกะก็ไม่ได้ออกแรงอะไรมาก เพียงแต่ใส่พลังเวทเข้าไปนิดหน่อย ให้กระป๋องเบียร์มันหนักเท่าลูกแบตที่โดนไม้แบตตบใส่เท่านั้น

ตอนแรกกะจะให้หนักเท่าลูกเหล็กเปตองด้วยซ้ำ!

โยโกะเดินประชิดไปถึงร่างโจรที่นอนอยู่ เพื่อไม่ให้มันหนีเธอจึงยกฝ่าเท้าและลงแรงเหยียบเข้าไปที่หน้าอกของเขา

“กระเป๋าฉันอยู่ไหน?” โยโกะถามด้วยเสียงที่เยือกเย็น

“มะ ไม่มี! ไม่มีจริงๆ!” โจรวิ่งราวยังคงส่ายหน้าและโกหกคำโต

“_อแ_ล!” ดังนั้นเธอจึงกระทืบไปที่หน้าอกของโจรวิ่งราวหนึ่งที ค่าที่เขาโกหกแบบหน้าด้านๆ “ฉันเห็นอยู่ทนโท่นะว่าแกเปิดกระเป๋าฉัน จะให้คืนดีๆ หรือจะโดนกระทืบ!?” โยโกะตะคอกถาม เธอเริ่มหมดความอดทนกับไอ้โจรคนนี้แล้ว ล่อซะให้วิ่งเป็นกิโล แล้วไหนยังจะมากล้าโกหกได้น่าเตะปากให้ฟันร่วง โธ่เว้ย อารมณ์ไม่ดีเลยโว้ย!

“ยอมแล้ว! ฉันยอมแล้ว!” โจรวิ่งราวยอมศิโรราบตั้งแค่โดยดี มือขวานั้นเอื้อมหยิบกระเป๋าเงินสีเหลืองขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงพร้อมกับยื่นแขนส่งให้เธอทั้งที่นอนอยู่ใต้เท้าแบบนั้น

โยโกะกระชากกระเป๋ากลับมาจากโจรวิ่งราว เธอรูดซิปเปิดออกและนับจำนวนเงินที่อยู่ข้างในโดยที่ยังคงยืนเหยียบอกโจรอยู่ โยโกะกำลังจะนับครบเต็มจำนวน ถ้าหากเธอไม่รู้สึกถึงบางอย่างที่กำลังจะเหวี่ยงเข้าหน้าเธอ!

โยโกะเอี้ยวตัวหลบและก้าวถอยหลังมาตั้งหลักสามก้าว เมื่อโจรวิ่งราวคนนั้นหลุดพ้นจากฝ่าเท้าของหญิงสาว เขาก็รีบวิ่งแจ้นไปหลบหลังชายฉกรรจ์ร่างล่ำทั้ง 3 คนที่ยืนต่อกันเป็นกำแพง เป็นแฝดมีผม 2 คน กับหัวล้าน 1 คน ใบหน้าดุร้ายและมีรอยแผลเป็นจากอาวุธคมตามแขนล่ำและลำคอ ทั้งสามคนต่างถืออาวุธต่างๆ นาๆ ไม้เบสบอลตอกตะปู มีด และค้อนปอนด์หัวเหล็ก

“จัดการมันเลยลูกพี่! มันจะทำร้ายผม!” โจรวิ่งราวร้องฟ้องและชี้นิ้วหาเธอผ่านซอกแขนล่ำนั่น ชายร่างใหญ่หัวล้านเรียบหันมามองโจรวิ่งราวที่อยู่ข้างหลังเขาด้วยสายตาที่ดุดัน นั่นก็ทำให้โจรคนนั้นกลัวจนหัวหด

“นี่แกกลัวผู้หญิงตัวแค่นี้เองเรอะ!?” ชายหัวล้านร่างล่ำเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ดังเกือบตวาด ตาถลนแทบจะออกมานอกเบ้า “กระจอก กับผู้หญิงแกก็ยังกลัว”

“ตะ แต่มันเตะกระป๋องเบียร์อัดหน้าผากผมเลยนะลูกพี่! มันโยนหินใส่ผมด้วย!” โจรคนนั้นชี้นิ้วที่รอยแผลเป็นหลักฐาน แต่คำตอบที่เขาได้กลับมาคือมือใหญ่ที่ฟาดไปที่ใบหน้าจนสะบัดอย่างแรงและทำให้ล้มลงกับพื้นจนสลบไป

“งายขโมยของมาใช้หนี้แค่นี้ก็ยังทำไม่ได้ ก็ไปขายไตให้ไอ้พวกตลาดมืดซะไป!” กล่าวจบชายหัวล้านร่างใหญ่ก็ถุยน้ำลายรดใบหน้าโจรคนนั้นเป็นการตบท้าย

และเขาก็หันกลับมาให้ความสนใจแก่โยโกะ

“เอาเงินนั่นมาให้พวกเราแล้วก็เดินออกไปซะ ห้ามไปบอกตำรวจ แล้วฉันจะไม่ทำร้ายเธอ”

โยโกะได้ฟังดังนั้นจึงแค่นหัวเราะ หันมองชายฉกรรจ์ทั้งสามคนและพูดว่า

“มาเลียตีนฉันสิ”

พร้อมชูนิ้วกลางให้หนึ่งนิ้ว

และแน่นอน เป็นการยั่วโมโหอีกฝ่ายได้ดีมาก

“เฮ้ย! แกสองคน! ไปจัดการนังนี่ซะ!” ชายหัวล้านสั่งการให้สองแฝดร่างล่ำจัดการเธอทันที พวกเขาบุกเข้าหาและยืนล้อมเธอทั้งหน้าและหลัง โยโกะประเมินสถานการณ์พร้อมกับเริ่มต้นเรียกพลังเวทในร่างกายทันที

กับไอ้สวะพวกนี้ไม่ต้องไปเมตตามันหรอก

“ย๊ากกกก!!” ไม้เบสบอลตอกตะปูถูกเหวี่ยงมาจากด้านหลังโยโกะ หญิงสาวรีบโยกตัวหลบอย่างไว พร้อมกับวิ่งเข้าหา กำหมัดเสยคางขึ้นมาต่อยใต้คางชายที่ถือไม้เบสบอลตอกตะปู

ใต้คางของเขามีเลือดออกพ่นกระฉูด เพราะหมัดที่โยโกะต่อยเข้าให้นั้น เธอเสกพลังเวทให้เป็นสนับมือสีทองเพื่อเพิ่มแรงด้วย และมันก็มีปลายแหลมมากพอที่จะทำให้เลือดออกเป็นท่อแตกและสลบลงได้

ไม่ถึงตายหรอกโว้ย!

โยโกะหันมามองแฝดอีกคนที่ถือค้อนปอนด์หัวเหล็ก เขามองโยโกะด้วยท่าทีที่ลังเล ก่อนที่จะพุ่งเข้าหาเธอและยกค้อนปอนด์เหนือหัว เตรียมตัวที่จะฟาดลงกลางหัวหญิงสาว

โยโกะหลบหลีกไปข้างทางพร้อมกับจังหวะที่หัวค้อนทุบลงพื้นจนพื้นหินแตกยุบ เธอจึงยกขาสูงขึ้นเป็นแนวตรง 180 องศา และฟาดส้นเท้าลงมาตรงกลางของลำคอด้านหลัง

และแฝดคนที่สองก็สลบไปอีกราย

“ว่าไงล่ะลุง จะไปฟ้องตำรวจมั้ย?” โยโกะเอียงคอและแจกรอยยิ้มสดใส

ตอนแรกชายหัวล้านก็ตกใจในพละกำลังของเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ ไม่คิดว่าจะล้มสองแฝดที่ขึ้นชื่อว่าบ้าเลือดฆ่าคนไม่เลือกหน้าลงได้ หนำซ้ำผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ถูกพวกเขาแตะตัวแม้แต่ปลายเล็บเลยสักนิด ที่โจรคนนี้พูดมาก็คงจะเป็นเรื่องจริงทั้งหมด!

ปีศาจชัดๆ!

แต่มันก็ยังเป็นแค่ผู้หญิงวันยังค่ำ!

“ตายซะเถอะ นัง_่าน!” ชายหัวล้านถือมีดด้วยมือขวาและกระโจนพุ่งเข้ามาที่โยโกะ ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยความเร็ว แต่เพียงเธอที่เร็วกว่า โยโกะเสกตะบองสีทองขึ้นมาให้จับอยู่ในมือ ชายหัวล้านเผลอลดกำลังลงเพราะตกใจกับสิ่งที่โยโกะทำ แต่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้หญิงสาว โยโกะจึงจัดการฟาดตะบองไปที่มือขวาที่ถือมีด เขาปล่อยมีดลงพื้นและใช้มือซ้ายกอบกุมมันด้วยความเจ็บปวด

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก”

เขาแหกปากร้องตะโกนดังลั่น น้ำหูน้ำตาไหลพรากไม่กลัวอาย จึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าเงาของหญิงสาวได้พาดทับหัวที่ไร้เส้นผมของเขา

ชายหัวล้านเงยหน้าขึ้นทั้งที่ใบหน้ามีสภาพเปียกปอนไปทั้งน้ำตา สิ่งที่เขาเห็นคือหญิงสาวที่มองล่างลงมา ด้วยสายตาเย็นชายิ่งกว่าปีศาจสาวหิมะผู้เยือกเย็น

ร่างชายหัวล้านล้มนอนหงายไปด้านหลัง เพราะถูกปลายรองเท้าคอนเวิร์สสีเหลืองเตะเสยคางจนสลบ

ปิดจ๊อบเสร็จสิ้น

โยโกะหันไปมองหาร่างของโจรวิ่งราว แต่ทว่าที่ตรงนั้นกลับไม่มีร่องรอยการมีอยู่ของผู้ชายคนนั้นเสียแล้ว ช่างเถอะ เธอก็ไม่แคร์อะไรกับมัน เพราะต่อให้ไปบอกใครต่อใครว่าผู้หญิงคนเดียวสามารถล้มผู้ชายร่างหมีสามคนได้ ก็คงไม่มีใครเชื่อ

โยโกะเดินออกไปจากตรอกนั่นพร้อมกับเงินในกระเป๋าที่ยังอยู่ครบ ในหัวกำลังคิดว่าออกไปหาอะไรกินแก้ร้อนดีกว่า ออกแรงเยอะเกินเหตุไปด้วยสิ

จังหวะที่โยโกะเดินออกมาจากตรอกแคบแสนอุดอู้ ลมพัดพายเข้าหน้าทำให้หญิงสาวรู้สึกสดชื่น ท้องฟ้าหายมืดอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่สว่างนัก ในจังหวะนั้นเองที่โยโกะได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังวิ่งมาทางที่เธอยืนอยู่ เมื่อเธอหันไปมอง ก็พบว่าเป็นคนหนึ่งที่เธอคิดว่าเธอนั้นตาฝาด

คนที่เธอคิดว่าเขาตายและได้กลายเป็นวิญญาณไปแล้ว

“เอ๊ะ! เธอเองเหรอ!?” อิตาโดริ ยูจิเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจที่เห็นเพื่อนของตัวเองอยู่ที่นี่ แวบแรกนั้นเขาดีใจที่ได้เจอเพื่อน แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าการมีตัวตนของเขานั้นถูกเก็บไว้เป็นความลับ

“นาย…” โยโกะแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเมื่อได้เห็น ผมสีชมพูนั่น หมวกฮู้ดสีแดงที่ห้อยอยู่ด้านหลัง ใต้ดวงตาที่มีรอยแผลเป็นปรากฏ และชุดเครื่องแบบของโรงเรียนไสยเวทที่เขาใส่อยู่ด้วย

“อ๊ะ! ขอโทษครับ! ผมจำผิดคน!” อิตาโดริแก้ตัวทันควันพร้อมกับดึงหมวกฮู้ดมาปิดหน้าตัวเองไว้ และเตรียมตัวที่จะหันหลังวิ่งหนีไป

“จะหนีไปไหน!” โยโกะก้าวขาวิ่งไปที่เขาพร้อมกับจับไหล่สูงไว้แน่น กระชากร่างเขาให้หันหน้ามาหาเธอและดึงคอเสื้อทั้งสองมือ

“คิดจะหนีไปไหน!? ทำไมถึงต้องปกปิดทุกคน!?” โยโกะตะคอกถามเสียงดัง เธอรู้สึกสับสนมากจนไม่อาจควบคุมน้ำเสียงกับแรงกำลังที่ขยำคอเสื้อไว้ได้

“ขะ ขอโทษครับ…” อิตาโดริขอโทษเสียงอ่อย ใบหน้าสำนึกผิดต่อเธออย่างมาก “ให้ฉันได้อธิบายให้เธอฟังนะ…”

“โธ่เอ๊ย…” โยโกะกัดฟันกับขมวดคิ้วมองเขา ก่อนที่จะละมือจากคอเสื้อของชายหนุ่ม และกางแขนโอบกอดอิตาโดริ ยูจิ ซบหน้าตรงที่หน้าอกแกร่งที่เคยถูกควักหัวใจออกมา

ชักเริ่มอยากจะร้องไห้แล้วสิ

 

 

 

 

“ก็อาจารย์โกโจอยากให้เก็บเป็นความลับ คือเขาอยากจะ…ทำให้พวกเบื้องบนมันอึ้งจนอกแตกตายน่ะ ว่าฉันที่เป็นภาชนะคำสาปยังมีชีวิตอยู่ เขาบอกมาแบบนั้นน่ะนะ” อิตาโดริอธิบายด้วยท่าทีที่เกรงใจ เพราะเจ้าเพื่อนสาวของเขายังคงขมวดคิ้วมองเขาไม่วางตา โยโกะกับอิตาโดรินั่งด้วยกันที่เบาะหลัง ส่วนอิจิจินั่งที่เบาะคนขับ

อย่าขมวดคิ้วนักสิ! เดี๋ยวเป็นปมแก้ไม่ออกหรอกนะ!

“เหรอ?” เธอตอบกลับมาสั้นๆ และหันไปถามอิจิจิที่นั่งเบาะคนขับรถด้านหน้า “เป็นอย่างนั้นใช่มั้ยคะ? คุณอิจิจิ”

คนที่ถูกพาดพิงเผลอสะดุ้งตามนิสัยที่ติดตัวมานานนม ข้างขมับของเขามีเหงื่อออกแม้ภายในรถจะเปิดแอร์ปล่อยความเย็นออกมา

“ระ เรื่องนี้ผมไม่อาจพูดได้” เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมโกโจถึงต้องทำแบบนี้ หากเขาถามไปก็ได้คำตอบอะไรไม่รู้กลับมาเป็นแน่ ถึงเขาจะเป็นคนที่ติดต่อระหว่างเบื้องบนกับโรงเรียนก็เถอะ มันก็หนักใจเหมือนกันนะ!!

ช่วยสงสารคนกลางอย่างผมหน่อยเถอะครับ!

“เอาน่าโยโกะ ใจเย็นก่อน เดี๋ยวอีกไม่นานฉันก็จะกลับไปแล้ว” อิตาโดริเอ่ยให้เพื่อนของเขาผ่อนคลายอารมณ์ โยโกะจึงยอมอ่อนตาม “แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่?”

“อาจารย์ของฉันพาฉันมาปัดเป่าวิญญาณและคำสาปที่ตึกคาเฟ่ร้าง” เธอตอบและเปลี่ยนท่ามาเป็นกอดอก หลังพิงเบาะ

“อาจารย์?”

“คนที่ฉันเล่าให้ฟังเมื่อตอนนั้นไง ตอนที่ฉันอยู่ไทยน่ะ”

“อ๋อ” อิตาโดริพยักหน้าทำความเข้าใจ “แล้วที่ตรอกนั่นล่ะ?”

“ตรอก…”

“ฉันได้ยินเสียงร้องเลยวิ่งตามเสียงมา เธอจัดการอัดคนพวกนั้นด้วยตัวคนเดียวเหรอ?” อิตาโดริถามด้วยความสงสัยขั้นสุด อิจิจิที่ได้ยินก็เผลอแอบตกใจเมื่อได้ยินว่านักเรียนผู้หญิงคนนี้ไปอัดคน!

เป็นอันธพาลรึไงกัน! ತ_ತ

“ก็ใช่…” โยโกะเอ่ยตอบด้วยท่าทีที่เลิ่กลั่ก “ก็มันมีโจรมันฉกกระเป๋าเงินของฉันไป ฉันเลยวิ่งตาม พอไปถึงฉันก็เอากลับมาได้ แต่ว่าไอ้โจรนั่นมันเรียกพวกของมันมากัน มันรุมฉันเป็นหมาหมู่เลยนะ ให้ตายสิ” โยโกะเล่าเหตุการณ์ย่อๆ โดยตัดฉากนิ้วกลางออก ขอเถอะ เธอไม่อยากให้ใครมาเห็นด้านยันแตกกวนตีนของเธอ ಥ‿ಥ

กับคนที่เกลียดนั่นมันอีกเรื่อง! ಠಗಠ

“แต่พวกนั้นมันตัวใหญ่มากเลยนะ เธอจัดการได้ยังไง…”

“ฉันก็ใช้พลังเวทของฉันก็แล้วกันน่า! ไม่เห็นจะมีอะไรแปลกนี่ นายก็เห็นแล้วนี่ว่าฉันใช้พลังเวทยังไง อีกอย่าง ถ้าพวกนั้นมันไปเที่ยวบอกคนอื่นก็ไม่มีใครเชื่อหรอก” โยโกะพยามยามหาเหตุผลจนสีข้างถลอก แต่ด้วยความที่อิตาโดริเป็นคนซื่อ (เกือบจะบื้อ) จึงเชื่อได้โดยง่าย

“อื้ม! ฉันเชื่อเธอ!”

ตอนแรกอิจิจิกะจะเอ่ยค้านที่โยโกะใช้พลังเวทต่อหน้ามนุษย์ธรรมดา ที่เหตุผลที่เธอพูดมานั้นก็มีน้ำหนักมากพอที่จะฟังขึ้นอยู่

“แล้วนี่กำลังรออะไรอยู่?” โยโกะเอ่ยถามเพราะเห็นว่าอิจิจิกำลังมองออกนอกกระจกหน้ารถอยู่นานสองนาน ราวกับกำลังรอคอยใครบางคน

“เรากำลังสะกดรอยตามคนคนหนึ่งน่ะ เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่โรงหนังคิเนมะ” อิตาโดริอธิบายถึงภารกิจของเขา “ในโรงหนังพบศพมนุษย์ทั้งสามร่างตายด้วยสภาพที่หัวกระโหลกบิดเบี้ยว ฝีมือโหดร้ายมากเกินที่มนุษย์จะเป็นคนทำ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นฝีมือของคำสาป”

“แล้วเขาคนนั้นคือใครล่ะ?”

“โยชิโนะ จุนเป”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“แฮ่ก แฮ่ก”

เขาวิ่งหนีมาจนปอดแทบจะทะลุอก สุดท้ายก็นั่งลงพื้นหลังพิงผนังปูนที่เย็นเฉียบ

เหตุการณ์ที่ตรอกนั่นทำให้เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา ว่าโลกนี้จะมีคนแบบนั้นอยู่จริงๆ ด้วย

เพราะกลัวสุดขีดจึงวิ่งหนีออกจากตรงนั้น แต่เพราะวิ่งไม่ดูอะไร จึงวิ่งลงมาที่ท่อระบายน้ำทิ้งของเมืองเสียจนได้

จะว่าวิ่งหนีเพราะกลัวผู้หญิงคนนั้นก็เป็นหนึ่งเหตุผล แต่เหตุผลที่แท้จริงแล้วคือเขาต้องวิ่งหนีเจ้าหนี้นอกระบบ วันนี้เป็นสุดท้ายในการผ่อนผันการจ่ายหนี้แล้ว เพราะถ้าหากเขาไม่รักษาสัญญา ผู้ชายร่างใหญ่ 3 คนนั้นก็จะรุมฆ่าเขา เขาเองก็ไม่อาจมีชีวิตรอดอีกเลย

กำลังจะได้ปลดหนี้แล้วแท้ๆ! แต่อีนั่นมาขวางจนได้!

“อีเxี้ย!!” ชายคนนั้นสบถด่าด้วยความโกรธแค้น รอให้เขาหายเหนื่อยก่อนเถอะ เห็นที่อยู่บนบัตรประจำตัวประชาชนในกระเป๋าเงินนั่นแล้ว รอก่อนเถอะ จะไปตามล้างแค้นถึงบ้าน!

อารมณ์ที่กำลังครุกกรุ่นถูกดับลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังคืบคลานเข้าใกล้ ชายคนนั้นหันมองซ้ายขวาด้วยความระแวง กลัวว่าเจ้าหนี้จะส่งลูกน้องมาตามถึงที่นี่

“ใครวะ!?” ชายคนนั้นตะโกนถาม แต่ก็ไร้เสียงใดๆ นอกเสียจากเสียงหัวเราะของผู้ชายคนหนึ่ง

“อยู่ใกล้แค่นี้เอง ไม่ต้องตะโกนก็ได้” ร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้ชายที่นั่งอยู่บนพื้น แสงไฟริบหรี่บนเพดานยังคงพอส่องให้เห็นผู้ที่เป็นเจ้าของเสียงหัวเราะนั่น

เรือนผมสีควันบุหรี่ ใบหน้าที่มีรอบเย็บปะ

“มาเข้าบ้านคนอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ มันไม่ดีเลยน้า~”

“แกเป็นใครวะ!” ชายคนนั้นตะเบ็งถามเสียงดัง พลางถดก้นถอยเพราะรู้สึกถึงรังสีของความโรคจิตและอำมหิตแผ่ออกมาจากรอยยิ้มนั่น

ไม่ นี่ไม่ใช่มนุษย์แล้ว!

“ฉันเป็นใครก็ไม่จำเป็นต้องรู้” ชายที่มีใบหน้าเป็นรอยเย็บปะยิ้มกว้างทั้งตาที่่เปิด เขายื่นมือไปหาชายที่ทำหน้าหวาดกลัวสุดชีวิต มือสีซีดจับตรงที่หัวของชายคนนั้น รูปกะโหลกบิดเบี้ยวดูไม่ได้ ร่างกายของเขาถูกเปลี่ยนแปลงไม่เหลือเค้าความเป็นมนุษย์ คงรูปร่างเป็นก้อนเนื้อเล็กและแห้งที่มีใบหน้าประดับอยู่ มีขนาดที่เล็กกว่าฝ่ามือ

มาฮิโตะ คายก้อนเนื้อเล็กแห้งอีก 3 ชิ้นออกมาจากปากและนำมารวมกับชิ้นส่วน ‘มนุษย์’ คนใหม่ที่เขาเพิ่งได้มา มาฮิโตะจำได้ ว่าคนพวกนี้ก็คือคนที่ถูก ‘นักไสยเวท’ ซ้อมแทบปางตายอยู่ที่ตรอกที่ถัดไปจากโรงภาพยนตร์คิเนมะ

แม้เขาจะไม่เห็นหน้านักไสยเวทคนนั้น แต่ก็สัมผัสได้ถึงพลังเวทที่ตกค้างอยู่ มันมีประกายสีสวยเป็นระยิบระยับ

ถ้าได้เจ้าของพลังเวทสีสวยคนนี้มาครอบครองก็คงจะดี

แต่ตอนนี้ มาฮิโตะสัมผัสได้ถึงว่า ที่อยู่ของเขากำลังมีแขกคนใหม่มาเยี่ยมเยือน

ถึงจะเป็นคนละคนกับที่ตรอก แต่ก็เป็นนักไสยเวทเหมือนกันนี่นา

“ถ้าจะออกก็รีบออกมาเถอะครับ ถึงจะผิดรูปหรือสายเกินแก้ไปแล้ว แต่การฆ่าคนมันก็รู้สึกผิดนะครับ”

เสียงของชายหนุ่มวัยผู้ใหญ่ดังขึ้น เขาคนนั้นมีเรือนผมสีบลอนด์ทอง ใส่แว่นตาทรงกลมอันเล็กบนใบหน้า สวมใส่ชุดสูทและเน็กไทเหมือนกับพนักงานออฟฟิศเสียมากกว่าจะเป็นนักไสยเวท

“แหมๆ ดีจัง เพราะถึงโกโจ ซาโตรุจะมาก็ลำบาก แต่ถ้าอ่อนแอเกินไปก็ไม่เป็นการทดลองด้วยล่ะนะ”

“ผมเกลียดการทำงานล่วงเวลา” นานามิ ตอบกลับ “เพราะงั้นจะทำให้เสร็จโดยไวครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#คำถามสำคัญค่ะ อยากให้ทุกคนโหวตกัน ให้สิ้นสุดโหวตเทียมวันเสาร์นี้

#ในฟิค JJK : The Little Sunshine คุณอยากให้โยชิโนะ จุนเป มีชีวิตรอดหรือไม่?

#หมดเขตการโหวต 20 ก.พ. นี้ค่า

#ใครว่าน้องเป็นอันธพาล ไม่มี๊ ไอ้พวกนั้นมันหาเรื่องน้องก่อนนะ! (ノ`Д´)ノ彡┻━┻

#อยากให้พี่ณัฐมาให้เงินปึกกับไรท์บ้างจัง แง U_U

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

213 ความคิดเห็น

  1. #176 I'm Betty boop (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 10:48
    คลั่งรักนานามิ300%
    #176
    0
  2. #107 คาเซงาว่า เอเอน่า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:16
    อยากให้น้องรอดคะ
    #107
    0
  3. #106 ดอลลา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:22
    อยากให้น้องรอดค่ะ ไม่อยากให้ยูจิร้องไห้ฮืออออ
    #106
    0
  4. #105 CherryL🍒 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:44
    รอดเดดสิคะะะ น้องต้องรอดนะ!!
    #105
    0
  5. #104 11ght :;ll_ch (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:26
    มีชีวิตรอดเซ่ อ้ากกกกกก
    #104
    0
  6. #103 rin123_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:46
    อยากให้มีชีวิตรอดค่ะ (⌒▽⌒)
    #103
    0
  7. #102 a2222222a (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:40
    อยากให้จุนเปรอดค่าาาヽ(`⌒´)ノ
    #102
    0
  8. #101 KIRINE01 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:19
    จุนเปต้อง! รอด! นะ!คะ!
    #101
    0
  9. #100 seventhy2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:34

    อยากให้รอค่ะ!!!!!!!!
    #100
    0
  10. #99 ห มึ ก ห ม ด แ ร ง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:27

    รอดค่ะ!อยากให้รอด! ไม่อยากตาบวมอีกต่อไปทุกครั้งที่เห็นหน้าน้อนแล้ว ฮือออออ อยากให้น้อนมีความสุขอนาคตที่สดใสกับเขาาาา

    #99
    0
  11. #98 Aimarea (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:12
    รอดเถอะไม่งั้นคือร้องไห้เหมียนหมาแร้ว
    #98
    0
  12. #97 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:03

    อยากให้รอดกั๊บ!!
    #97
    0
  13. #96 minxxix (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:34
    จุนเปรอดค่ะ ไม่อยากมาม่าไปกว่านี้แล้ว
    #96
    0
  14. #95 aphi0951298196 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:31
    จุนเปคุงรอดค่ะ!!!! สงสารน้อน🥺
    #95
    0
  15. #94 Yakusoku (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:20
    ให้ไอต้าวมีชีวิตรอดเถอะค่ะ!!!หลังๆในมังงะคือไม่ไหวแล้วววว
    #94
    1
    • #94-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 12)
      18 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:24
      ตอนหลังในมังงะคือตับพังจริงค่ะ 😭
      #94-1
  16. #93 zolo24055612 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:57
    เราอยากให้น้องจุนเปรอดค่ะ! น้อง ต้องรอด!!
    #93
    3
    • #93-2 zolo24055612(จากตอนที่ 12)
      18 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:29
      ใช่ค่ะ!//เราที่ไม่เก่งอังกฤษ จนต้องเข้าแปลภาษา;-;
      #93-2
    • #93-3 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 12)
      18 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:31
      โอ๋เอ๋ ไรท์ขอโต๊ดก๊าบบบ 🤣
      #93-3
  17. #92 ิbitter_caramel (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:56
    ให้น้องจุนเปย์อยู่ต่อค่ะ!
    #92
    1
    • #92-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 12)
      18 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:23
      โหวตที่ 1 น้องจุนรอด!
      #92-1