[ Jujutsu kaisen ] The Little Sunshine 🌞🌻

ตอนที่ 10 : ช่วงเวลาที่ยังคงอยู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,488
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 224 ครั้ง
    13 ก.พ. 64

*มีคำและประโยคที่เป็นภาษาที่ไม่สุภาพ บุคคลที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ควรได้รับคำแนะนำ~*

*มีฉากที่เป็นทริลเลอร์และสยองขวัญ หากใครไม่ชอบก็สามารถปิดได้ค่ะ ทางนักเขียนขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย*

*มีความเชื่อที่เป็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*

 

 

 

 

 “พี่แม่งรีบไปนะ หนูยังไม่ได้หวีผมตัวเองเลยเนี่ย มานัดอะไรตอนตี 4 วะ?”

โยโกะลงทุนแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตี 4 หัวเช้า จะไม่ให้ตื่นได้ยังไง ก็ในเมื่ออาจารย์ของเธอโทร.หารัวๆ จนกลายเป็นนาฬิกาปลุก ไหนจะส่งข้อความทางแชตมาเรื่อย เสียงแจ้งเตือนนี่ดังจนน่ารำคาญ ให้นอนต่ออีกก็ไม่ไหวแล้ว โยโกะจึงรีบลากสังขารตัวเองให้ไปชำระล้างร่างกาย แต่งตัวใส่ชุดพร้อมกับจัดกระเป๋าเป้สีเหลืองเพื่อใส่ข้าวของสำคัญ ออกมาเจอคนที่นัดไว้ที่หน้าโรงเรียนตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น

มันจะขึ้นได้ยังไงล่ะ เธอใช้เวลาแค่ 30 นาทีในการเตรียมตัวเองนะ ทำไมน่ะเหรอ? ก็ไอ้คนนัดมันวีนใส่ว่ารอข้างนอกนานจนแทบจะชักดิ้นชักงออยู่หน้าโรงเรียนแล้วน่ะสิ!

บ้าบอ ใครใช้ให้มารอตั้งแต่หัววัน! นี่มารอตั้งแต่ตีสองตีสามรึไงกันยะ!

“เดินทางไปไหนทั้งที่ จะต้องนอนตื่นสายให้ตะวันแยงก้นเหรอไอ้โย ไม่ต้องมาบ่นเลย” ณัฐวัฒน์กอดอกและมองเด็กสาวผ่านแว่นตากันแดดสีดำ “ชักช้าไม่ทันการ ไม่ใช่นิสัยของกูว่ะครับ”

“อ้อเหรอ” โยโกะมองคนร่างล่ำด้วยสายตาสุดแสนจะเหลือเชื่อ “แล้วจะใส่แว่นตาดำทำไม ตะวันยังไม่ได้ขึ้นมาแยงตาพี่ทีนะ”

“กูใส่เพราะกูหล่อครับ (⌐■-■)” ณัฐวัฒน์ไม่ยี่หระที่ลูกศิษย์เอ่ยแซะ

เออ พอๆ กับอีกคนเลย ความมั่นหน้าพอๆ กัน

“ไปกันได้แล้ว เราไม่ได้จะไปที่ใกล้นะ ไปต่างจังหวัดเลยแหละ” ทั้งสองคนเดินไปด้วยและสนทนาไปพร้อมกัน “ต้องต่อรถไฟสองสถานีอีก เข็ดตูดแน่”

“แล้วทำไมไม่นั่งเครื่องบินตั้งแต่แรกอะ จะลำบากถ่อไปตั้งสองสถานีทำไม?” โยโกะเอียงคอสงสัย

“แพง กูไม่มีตังค์”

จ้ะพ่อ (눈_눈)

“แล้วนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ที่ใส่อยู่นี่คือยืมเพื่อนมาว่างั้น?”

“เพื่อนให้เลย บอกว่าไม่เอาแล้ว”

เชื่อตายล่ะวะ ಠಗಠ

 ณัฐวัฒน์หัวเราะปากกว้างให้กับใบหน้าเบ้ปากของโยโกะก่อนที่จะเปลี่ยนหัวข้อเรื่องพูดคุย “แล้วนี่ เพื่อนมึงเป็นไงบ้าง?”

“ก็ดี ทุกคนเป็นมิตรดี” เธอตอบ แต่เหมือนรู้สึกว่ายังตอบไม่ตรงคำถาม “ก็ทุกคนพอรู้สึกหายเศร้าไปบ้าง แต่มีบางครั้งที่ยังนึกถึงอยู่ ต่างคนต่างไม่พูดขึ้นมาหรอก แต่พอมองสายตากันก็เข้าใจแล้ว” เสียงของโยโกะอ่อนลงต่างจากที่คุยกับณัฐวัฒน์ก่อนหน้า

“พี่ณัฐ พี่เคยเสียใครสักคนไปเหมือนหนูมั้ย?”

ณัฐวัฒน์เงียบไป เขาไม่ได้เงียบเพราะเขาไม่ได้ฟังหรือไม่ได้ยินแม้แต่อย่างใด แต่ที่เขาเงียบก็เพราะกำลังคิดคำตอบอยู่

เพียงเพราะกรอบแว่นตาดำบดบังไม่ก็ในเวลานี้ที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น โยโกะจึงไม่เห็นว่า สายตาของณัฐวัฒน์นั้นวูบไหวเพราะความทรงจำที่เคยเจอ

“สมัยวัยรุ่นกูเคยมีเพื่อนสนิทอยู่สองคน อย่างละชายหญิง กูรักพวกมันมากเลยแหละ ไปไหนไปด้วยกันตลอด ขนาดตอนจะสอบเข้ามหา’ลัยก็ยังคิดที่จะเข้าที่เดียวกันด้วยซ้ำ อยู่คนละพ่อแม่กันแต่รักใคร่กลมเกลียวเหมือนพี่น้อง” เขาเอ่ยเล่าเรื่องราวของเขาด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ “แต่อยู่มาวันหนึ่ง วันงานปัจฉิมจบม.6 ของรุ่นที่โรงเรียน วันนั้นทั้งคู่มางานสาย พวกมันบอกกูนะว่ามันจะมาสาย กูก็เออออไม่ว่าอะไร สนุกสนานไปกับกิจกรรมอำลาม.6”

พระอาทิตย์เริ่มขึ้นของฟ้า จากเขตม่านรัตติกาลก็เปลี่ยนสีเป็นม่าณอรุณ

แต่ความรู้สึกของณัฐวัฒน์ยังคงจมอยู่ในห้วงอนันต์ที่มืดมิด

“ในระหว่างที่กูสนุกสนานอยู่นั้น กูไม่รู้เลยว่ามันเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับเพื่อนรักของกูทั้งสองคน กว่าจะรู้อีกทีก็สายเสียแล้ว กูย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้” ณัฐวัฒน์ถอนหายใจราวกับไล่ความเจ็บปวดออกไปจากตัวเขา “ไอ้จักร ตายในสภาพหัวขาด ส่วนไอ้หญิง มันโดนฆ่าข่มขืนและเครื่องในของมันก็ทุกควักออกไป ทั้งคู่ตายโดยที่กำลังเดินมาที่โรงเรียนด้วยกัน เพื่อนกูตายทั้งที่อยู่ในชุดนักเรียนด้วยซ้ำ”

แม้สีหน้าและน้ำเสียงของเขายังคงปกติ แต่แรงเคียดแค้นของเขาแสดงออกไปที่มือใหญ่นั้นกำลังกำหมัดอยู่ข้างตัว

“เรื่องราวออกข่าวใหญ่โต ตำรวจตามสืบสวน กูก็พยายามตามหาไอ้ฆาตกรนั่นด้วย และกูก็ตามหาจนเจอด้วยตัวเอง ตอนแรกกูตั้งใจที่จะฆ่ามันเลยนะไอ้โย แต่กูก็ทำไม่ลง…”

“ทำไมล่ะพี่ณัฐ?”

“เพราะไอ้ฆาตกรที่ฆ่าเพื่อนกู มันก็คือพ่อบังเกิดเกล้าของกูเอง”

โยโกะนิ่งเงียบโดยอัตโนมัติ เรื่องที่เธอได้ฟังมันโหดร้ายและทารุณเอามากๆ

แค่อิตาโดริคนเดียวก็ทำเอาเธอใจแทบสลาย ถ้าต้องเจอเหมือนณัฐวัฒน์อีก เธอคงต้องสติแตกกลายเป็นบ้าไปแน่ๆ

“พ่อกูทำอาชีพเป็นหมอผีด้านคุณไสยมนต์ดำ ชอบอยู่คลุกคลีของดำชั้นต่ำเป็นนิจ อาคมชั่วร้ายที่เอาไปทำของใส่คนพ่อกูถนัดนัก เมื่อตอนที่กูสืบหาเบาะแสจนมันชี้เป้าไปที่บ้านพ่อกู มึงรู้อะไรมั้ยไอ้โย? เศษเนื้ออวัยวะร่างกายคนตั้งเรียงรายอยู่บนพื้นหน้าโต๊ะพิธีของมัน และมันกำลังทำพิธีรวบรวมผีตายโหงของมันพอดี กูเห็นแล้วกูโกรธจัด กูเข้าไปกระทืบพ่อตัวเองจนมันต้องกราบเท้ากูขอชีวิต สุดท้ายมันก็เข้าคุกเข้าตาราง โดนโทษประหารตอนกูอายุ 20 ปี”

โยโกะไม่คิดว่าคนที่มั่นอกมั่นใจในตัวเองอย่างณัฐวัฒน์จะมีอดีตที่แสนโหดร้ายเกินบรรยาย ณัฐวัฒน์เองก็คงใจสลายมานานมาก นานมากพอที่เขาจะบรรเทาความเจ็บปวดนี้ได้

“แรกๆ กูก็อยู่แบบเจ็บปวดนะ แต่หลังผ่านไปได้ 4 ปี กูก็รับรู้ได้ว่าเพื่อนทั้งสองคนยังไม่ไปไหน มันมีห่วง มันยังไปไม่ได้ กูเลยยอมอุทิศตัวเองเพื่อเข้าสู่วงการคุณไสย แต่กูไม่ต้องการเป็นเหมือนไอ้คนที่ให้กำเนิดกู กูจึงเลือกพึ่งคุณไสยสายขาว สายที่ช่วยเหลือทุกคน และไม่เบียดเบียนใคร เรียนรู้วิชาอาคมจนมาสามารถช่วยเหลือเพื่อนทั้งสองคนได้ พวกมันได้ไปสู่สุขคติเสียที แถมก่อนไปพวกมันยังฝากฝังให้กูช่วยเหลือคนอื่นอีก หึ จริงๆ แล้วกูไม่อยากช่วยเหลืออะไรกับมนุษย์ด้วยซ้ำ จิตใจมีแต่ความสกปรกโสมม มีมากล้นจนก่อร่างเป็นคำสาปและกิเลสตัณหาครอบงำจิตใจ”

ณัฐวัฒน์เล่าเรื่องออกมาอย่างหมดเปลืิอก มาถึงพอดีกับที่พวกเขาเดินมาถึงจุดเรียกแท็กซี่ตรงหัวมุมไม่ไกลจากถนนทางขึ้นไปโรงเรียนไสยเวทโตเกียว

“มึงรักษาเพื่อนของมึงที่มีอยู่ให้ดีๆ นะไอ้โย กูไม่อยากให้มึงเป็นเหมือนกู มันเจ็บปวดนะที่ต้องเสียคนที่เรารักไป” ณัฐวัฒน์ลูบหัวกลมของโยโกะ ซึ่งเธอมองเขาด้วยสายตาที่ซาบซึ้งจนเกือบจะร้องไห้

“ไอ้นาฬิกาที่กูใส่อยู่เพื่อนให้กูมาจริงนะ ไอ้หญิงกับไอ้จักรเนี่ยแหละที่ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดกู สมัยนั้นมันก็แพงอยู่แต่พวกมันมีตังค์”

อ๋า ตอนนี้เธอเชื่อณัฐวัฒน์แล้วล่ะ

จะปกป้องคนที่เธอรักให้ดีที่สุด

“โย” ณัฐวัฒน์มองไปที่ดวงตาของโยโกะ

“หืม?”

“มึงตื่นมานี่ มึงไม่เขี่ยขี้ตาออกหน่อยเหรอ ดูสิ อี๋! ซกมกจัง!” ณัฐวัฒน์ชี้นิ้วไปที่ขอบตาโยโกะที่ด้วยท่าทีจริตจะก้านขยะแขยง

คนเขาอุตส่าห์ซึ้งให้นะไอ้พี่นัดดดดด!! (ノಠ益ಠ)ノ

โยโกะงอแงและโวยวายใส่เขาด้วยความเขินอาย อารมณ์ถูกเปลี่ยนไปเป็นความขำขันอีกครั้ง ก่อนที่รถแท็กซี่คันสีดำที่ณัฐวัฒน์ได้จองไว้ล่วงหน้าขับรถมาถึง และพาพวกเขาไปที่สถานีรถไฟโตเกียวเพื่อที่จะเริ่มต้นการเดินทาง

 

 

 

 

 

Ise - Shima , Mie , Japan 12.00 AM

“ที่นี่น่ะเหรอที่อยากพาหนูมาอะ?” โยโกะเงยหน้ามองสถานที่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ต้นไม้สีเขียวชอุ่มล้อมรอบราวกับกำแพง ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา แม้จะเป็นยามที่พระอาทิตย์ส่องเหนือหัว แต่เมื่อได้มายืนในที่แห่งนี้ก็รู้สึกเย็นสบาย

“อือ อย่าบอกว่ามึงไม่เคยมานะ” ณัฐวัฒน์ถามหยอกเย้า แต่เมื่อได้เห็นลูกศิษย์หันมามองตาแป๋วพร้อมกับพยักหน้าช้าๆ สามครั้ง

“แล้วรู้วิธีการสักการะหรือข้อมูลสถานที่แห่งนี้บ้างไหม?” เขาถาม

“(‘ ‘ ) = ( ‘ ‘)” เด็กสาวส่ายหัว

“พ่อมึงเคยพามาบ้างไหม?” เขาถามอีกครั้ง

“(‘ ‘ ) = ( ‘ ‘)” โยโกะก็ยังคงส่ายหัวดังเดิม เพิ่มเติมคือผมที่ปลิวไสวตามแรงส่ายหัว

“มึงเป็นคนญี่ปุ่นนะโยโกะ”

“ก็หนูอยู่ญี่ปุ่นได้แค่ 2 ปีเองมั้ยเล่า!” โยโกะตอบกลับโดยที่พยายามลดระดับเสียงเข้าไว้ แต่ก็ยังมีคนหันมามองตอนที่พวกเขาเดินผ่านโยโกะกับณัฐวัฒน์อยู่บ้าง เพราะทั้งคู่นั้นพูดคุยด้วยภาษาที่ไม่ใช่ภาษาราชการในประเทศนี้ ---- ภาษาไทย

“นี่คือกูต้องมาเป็นไกด์ให้มึงใช่ไหม?” ณัฐวัฒน์ถามโดยราวกับเขาพูดว่า กูคงจะไม่ได้ยินคำตอบจากปากมึงว่า ใช่

“(‘ ') (. .) (‘ ')” โยโกะไม่ได้พูด แต่คำตอบคือการพยักหน้าแทน

“เจริญ กูคนไทยแต่เป็นไกด์นำเที่ยวญี่ปุ่นให้คนญี่ปุ่นเฉยเลย ತ_ʖತ” ณัฐวัฒน์รู้สึก Confused ไม่ใช่สับสนในภาษาไทย แต่แค่รู้สึก Confused เฉยๆ แบบอะไรนะ?

แต่สุดท้ายเขาก็ละสนใจ พร้อมกับทำหน้าที่เป็นไกด์จำเป็นให้กับโยโกะ ก็ในเมื่อเขาเองเป็นคนพาเธอมาก็ต้องทำหน้าที่ ผิดที่ณัฐวัฒน์เองด้วยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า

“ที่นี่คือศาลเจ้าอิเสะ ศาลเจ้าแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น”

ศาลเจ้าอิเสะ ศาลเจ้าแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่มีอายุมานานกว่า 2,000 ปี

ตั้งแต่บันไดขั้นแรกที่ก้าวขึ้นมาจนมาถึงข้างในเกะคูหรือโทโยะอุเคะไดจิงงู คนมีวิชาอย่างโยโกะและณัฐวัฒน์ต่างก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ดูขลังกับพลังเวทศักดิ์สิทธิ์ แบบจำพวกเทพเจ้า เทวดาประมาณนั้น เธอไม่เห็นเป็นตัวเป็นตนแต่หากมีความรู้สึกที่สัมผัสได้ ส่วนณัฐวัฒน์จะเห็นรูปร่างรึเปล่านั้นคงต้องไปถามเขาทีหลัง แต่ที่นี่สงบสุขมาก แม้จะมีผู้คนมาเวียนว่ายสักการะมากมาย ก็ยังคงความเงียบสงบไว้ได้อยู่ดี ต่างคนต่างสำรวมกิริยาเมื่อเยือนถึง

ณัฐวัฒน์พาโยโกะไปที่โจซุยะก่อนที่เข้าไปในศาลเจ้า ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับชำระล้างมือและปากก่อนเข้าสักการะ โดยก่อนอื่นให้โค้งคำนับ 1 ครั้งก่อนและใช้มือขวาหยิบกระบวยขึ้นมาเพื่อตักน้ำชำระล้างมือซ้าย ต่อไปก็สลับเป็นใช้เป็นซ้ายถือกระบวยแทนเพื่อตักน้ำชำระล้างมือขวา เมื่อล้างมือเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ใช้มือทั้ง 2 ข้างจับกระบวยตั้งขึ้นเพื่อให้น้ำที่เหลือในกระบวยไหลลงมาชำระล้างด้ามจับกระบวยจนสะอาด และวางกลับคืนที่เดิม สุดท้ายก็โค้งคำนับอีกครั้งหนึ่ง

ณัฐวัฒน์พาโยโกะไปทำความเคารพทุกศาลเจ้าในพื้นที่เกะคู โดยทำการคำนับ 2 ครั้ง ตบมือ 2 ครั้ง และโค้งคำนับอีก 1 ครั้ง ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนทั้งคู่เดินทางด้วยการนั่งรถบัสมาถึง ในคู หรือ โคไทจิงงู สถานที่สักการะบูชา อามาเทราสุโอมิคามิ เทพีแห่งดวงอาทิตย์ของญี่ปุ่น

“พี่ณัฐ หนูสงสัยอะไรอย่างหนึ่ง พี่ตอบคำถามหนูหน่อย” โยโกะเอ่ยถามอาจารย์ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินบนสะพานอุจิ สะพานข้ามแม่น้ำอิซุซุ ทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับเทพเจ้า ทั้งสองคนก้าวเดินอย่างช้าๆ เพราะสายตากำลังชื่นชมทิวทัศน์ที่สวยงาม

“ศาสนาที่พี่นับถืออยู่น่ะ เทพเจ้าประจำดวงอาทิตย์เป็นผู้ชายใช่มั้ย?”

“ใช่”

“แล้วทำไมของญี่ปุ่นถึงเป็นผู้หญิงล่ะ? หนูไม่ได้ลบหลู่นะ แค่อยากถามพี่เฉยๆ”

ณัฐวัฒน์ครุ่นคิดหาคำตอบตลอดทางที่ก้าวเดิน “จริงๆ แล้วดวงอาทิตย์น่ะ จะมีเทพเป็นผู้หญิงก็ได้หรือผู้ชายก็ได้ ดวงอาทิตย์ไม่มีเพศหรอก แต่เกิดจากมนุษย์เราต่างหากที่ไปกำหนดให้คนเขา ดวงอาทิตย์ต้องเป็นผู้ชาย ดวงจันทร์ต้องเป็นผู้หญิง สายน้ำเปรียบดั่งหญิงสาว เพลิงไฟเปรียบดั่งชายหนุ่ม มนุษย์เราจินตนาการได้ทุกอย่าง แล้วบางครั้งจินตนาการนั่นก็แปรเปลี่ยนไปเป็นความเชื่อที่ฝังรากลึกลงไป ยากที่จะเปลี่ยนความคิด” ณัฐวัฒน์กล่าวด้วยท่าทีที่จริงจัง โยโกะยังคงฟังต่อไปโดยที่ไม่ขัดอะไร

“ดวงอาทิตย์ไม่มีเพศหรอกไอ้โย อยู่ที่เราเลือกเชื่อเองว่าจะเป็นองค์เทพหรือเทพี ที่กูเคยได้ยินมา สาเหตุที่เทพแห่งดวงอาทิตย์ของญี่ปุ่นเป็นผู้หญิงก็เพราะว่าสมัยโบราณนานมาก ผู้หญิงเคยได้รับการยกย่อง พวกเธอเคยอยู่เหนือหรือเสมอเท่าเทียมผู้ชาย เพราะพวกเธอเป็นผู้ให้กำเนิดชีวิต เป็นผู้สร้าง ชาวญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญเทียบดังดวงอาทิตย์ แสงสว่างให้แก่การกำเนิดพืชผล จนมาถึงยุคที่ลัทธิขงจื๊อเผยแพร่เข้ามา นั่นก็ทำให้สังคมของผู้หญิงในญี่ปุ่นถูกกดขี่ แต่ศาสนาชินโตก็ยังคงยกย่องเทพีอามาเทราสุว่าเป็นเทพีแห่งดวงตะวันอยู่ดี” ณัฐวัฒน์เล่าเรื่องราวกับเป็นนักวิชาการ ความเชื่อและคำสอนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง รวมไปถึงค่านิยมของคนพื้นเพ

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” โยโกะพยักหน้าราวกับเข้าใจถ่องแท้ในคำพูดของณัฐวัฒน์ “แล้วพี่พาหนูมาที่นี่ทำไมอะ พี่ก็ไม่ได้นับถือศาสนาชินโตไม่ใช่เหรอ?”

“เดี๋ยวก็รู้เอง รอดูเอา”

“เอ้า เดี๋ยวก็รู้เองอีกละ บอกตรงๆ เลยไม่ได้เหรอ?” โยโกะกอดอกเอ่ยปากบ่นงึมงัม กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วที่พวกผู้ใหญ่จะชอบบอก ‘เดี๋ยวก็รู้เอง’ ไม่ก็ ‘ยังเด็กอยู่ ไม่ต้องรู้อะไรก่อนหรอก'

บอกตอนนี้ให้จบสิ้นเรื่อง โลกก็ไม่แตกหรอกนะ!

“นี่แน่ะ! พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย” ณัฐวัฒน์ดีดนิ้วเข้าที่หน้าผากมนดังเป๊าะด้วยความหมั่นไส้ เด็กสาวลูบหน้าผากแดงนั่นป้อยๆ ด้วยความเจ็บจี๊ด

“พี่ดีดหน้าผากหนูทำไมอะ~”

“พระพุทธเจ้าท่านยังสามารถตรัสรู้เองได้โดยที่ไม่มีใครบอก แล้วมึงเป็นใครห้ะโยโกะ? ถึงจะต้องรู้ต้องมีคนบอกไปให้ได้เสียทุกเรื่อง” ผู้เป็นอาจารย์ลงโทษลูกศิษย์ด้วยการบีบแก้มโมจิอีกหนึ่งที “นี่ถ้าไม่อยู่ในวัดในศาลนะ กูเขกหัวมึงร้อยรอบไปแล้ว!”

ร้อยรอบ! (⊙_◎) หัวได้แบะพอดีดิ! ดูมือเขาก่อนเถอะ ใหญ่อย่างกะก้อนหิน!

“โอ๊ยๆ พอแล้ว หนูเจ็บนะพี่” โยโกะแปะมือที่ณัฐวัฒน์รัวๆ เป็นสัญญาณว่าขอยอมแพ้ ผู้เป็นอาจารย์ยอมปล่อยแก้มยืดนั่นโดยดี โยโกะลูบแก้มแดงที่ถูกบีบเพื่อบรรเทาอาการปวด

ดึงซะเป็นชีสมอสซาเรลล่าเลย! เจ็บชะมัด!

“ทีหลังพูดอะไรอะคิดด้วย เรื่องที่เขาให้รู้ก็จงรู้ เรื่องไหนที่ยังไม่ถึงเวลาก็ไม่ต้องไปดิ้นรนหามัน เดี๋ยวจะยุ่งเอาเสียเปล่าๆ” ณัฐวัฒน์เอ่ยเตือนโยโกะด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ไม่มีเค้าความล้อเล่น “บางเรื่องก็ปล่อยให้มันถูกลืมไปดีกว่าก็มี เพราะฉะนั้นอย่าหาทำ”

“ไฮ~ ไฮ้~” โยโกะขานรับด้วยท่าทีทีเล่นที่จริง เธอไม่แคร์หรอกว่าอะไรควรรู้ไม่ควรรู้ เธอแค่ไม่ชอบที่คอยมาหลอกให้สงสัยแล้วจากไปโดยที่ไม่ทิ้งเฉลยไว้ให้ มันโคตรจะน่ารำคาญ

เอ่ยความจริงให้รู้แต่แรกก็จบ ต่อให้มันเจ็บปวดเธอก็จะขอรับรู้ไว้

และในที่สุดทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงชินเอ็น สวนศาลเจ้าอันสวยงามที่ถูกปลูกสร้างโดยจักรพรรดิไทโช พื้นที่ทอดยาว ต้นไม้น้อยใหญ่ แสงอาทิตย์ส่องที่พอดิบพอดีราวกับเป็นสถานที่ประทับของเทพีอามาเทราสุจริงๆ และธรรมเนียมปฏิบัติเหมือนกันกับที่โจซุยะ คือต้องชำระล้างมือให้สะอาด สถานที่แห่งนั้นคือริมฝั่งแม่น้ำอิซุซุ ทั้งโยโกะและณัฐวัฒน์นั่งย่อตัวลงและล้างมือตามธรรมเนียมของศาลเจ้า ก่อนที่จะเดินทางไปต่อที่โกะโชงู ศาลเจ้าที่มีระดับสูงที่สุด สร้างจากไม้สนฮิโนกิ โดยสร้างแบบ ยูอิอิสึชิมเมสุคุริ ซึ่งเป็นรูปแบบการก่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นโบราณ นอกจากนี้ โกะโชงูนี้ก็มีทั้งที่เกะคูและในคูด้วย และทั้ง 2 แห่งไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพด้านใน เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วิธีการทำความเคารพสักการะก็เหมือนกับที่ทำเมื่อครั้งอยู่ในเกะคู

ที่เกะคูก็ว่าพลังงานสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นเยอะมากแล้ว แต่ในคูกลับมีมากกว่าเท่าตัว สงบเงียบ ไร้ความวุ่นวาย ไร้คำสาปหน้าตาน่าเกลียดเดินเพ่นพ่าน

อา ราวกับคุ้นเคย เหมือนได้กลับบ้าน…

โยโกะทำความเคารพอำลาโกะโชงูและก้าวเดินออกมาจากที่แห่งนั้น เดินเตร็ดเตร่ข้างนอกที่สวนชินเอ็นสักพักเพราะอาจารย์ของเธอบอกว่ายังไม่รีบกลับ เพราะต้องไปคุยกับคนรู้จักเสียก่อน

โยโกะจึงถือโอกาสเดินสำรวจรอบศาลเจ้าชั้นในแห่งนี้

โยโกะนั่งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำอิซุซุ ทอดสายตามองสายน้ำที่ไหลเอื่อย ผู้คนยังคงเข้ามาชำระล้างที่นี่เป็นเรื่อยๆ แต่เธอเลือกที่จะนั่งไกลจากคนอื่นหน่อย โยโกะเลือกนั่งในมุมที่สามารถเห็นแม่น้ำและสะพานได้ในภาพเดียวกัน

ไม่รู้เรียกว่าแปลกได้ไหม แต่ก็รู้สึกว่าเหมือนเคยมาที่นี่…

เคยอยู่ที่นี่จริงๆ แต่มันนานมากกว่านั้น

แต่บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกว่าเวลามันถูกหยุดลง ต่อให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามา โยโกะก็รู้สึกว่าเหมือนเธอได้ย้อนยุคกลับไปเมื่อพันปีก่อน

เด็กสาวลองนึกภาพหนึ่ง ณ สะพานอุจิในครั้งที่ไร้ผู้คน ที่นี่เป็นเพียงศาลเจ้าชั้นสูงอันเงียบสงบ ปราศจากความวุ่นวาย หญิงสาวผู้งามสง่าในชุดกิโมโนสีเหลืองนวลประดับลวดลายสวยงาม ผมเธอยาวจรดชายผ้าและมีสีดำเงาวาว ใบหน้าเกลี้ยงเกลาและงามผ่องดังมีเชื้อชาติเลือดขัตติยะ เธอคนนั้นกำลังยืนชมดวงอาทิตย์ที่คล้อยตกบนสะพานด้วยสีหน้าที่ยากเดาอารมณ์

ข้างกายเธอนั้นมีใครอีกคนยืนอยู่

ทำไมท่านถึงมายืนอยู่ตรงนี้? กำลังคอยอะไรอยู่หรือ?

ผู้หญิงคนนั้นหันไปหาคนที่ถามเธออย่างช้าๆ ทุกกิริยาท่าทางน่ามองไปทุกส่วน

เธอเพียงแค่มอง เขา และไม่ตอบอะไร ดวงตาสีบุษราคัมเรืองรองในยามเย็น

.

..

….

…..

……

 

“โ--!”

“โย—“

“ไอ้โย!”

“เฮือก!”

โยโกะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอหายใจเข้าออกหลายครั้งจนมันเข้าที่ ก่อนที่จะเงยหน้ามองคนที่เรียกสติเธอกลับมา

“เป็นอะไร ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้?” ณัฐวัฒน์ถามด้วยความสงสัย “ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?”

โยโกะปาดเหงื่อบนใบหน้าออก ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นและเศษใบไม้ที่ติดตามขาตามสะโพกออก “ไม่มีอะไรหรอกพี่ หนูแค่นั่งเหม่อน่ะ”

“ไม่เป็นอะไรแน่นะ?”

“อืม หนูโอเค” ท่าทางของโยโกะกลับมาเป็นปกติดังเดิม “กลับกันเหอะ ไปหาอะไรกินข้างนอกกัน”

“อืม กำลังจะชวนกลับพอดี” เมื่อทั้งคู่มีเป้าหมายที่เหมือนกันจึงเริ่มต้นเดินทางกลับด้วยกัน

โยโกะมั่นใจ ว่าเธอแค่จินตนาการภาพในหัวเฉยๆ แค่ใช้สะพานอุจิเป็นพื้นหลังเท่านั้น

แล้วทำไม เธอถึงรู้สึกได้ว่ามันสมจริงล่ะ

แล้ว เขา คนนั้นมาได้ยังไง!? ทำไมถึงเป็นเขาไปได้กัน!

 

 


 


 


 


 


 


 

ที่มาข้อมูล :【มิเอะ】ศาลเจ้าอิเสะ・ที่พึ่งทางใจของคนญี่ปุ่นที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง

https://matcha-jp.com/th/1840?page=2

 

#หาข้อมูลตาแตก ย๊ากกกกกกก!!!

#ไรท์วาดรูปไว้ด้วยเด้อ ถ้าใครเห็นมาก่อนหน้านี้แล้วก็สวัสดีค่ะ เราเจอกันอีกแล้วนะ (人 •͈ᴗ•͈)

#รูปนี้นี่เองงงงง

#รักคนอ่านค่ะ ♥️♥️♥️♥️

 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 224 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

212 ความคิดเห็น

  1. #88 11ght :;ll_ch (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:16
    แค่ก โกโจป่ะ ว้ายยย
    #88
    1
    • #88-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 10)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:50
      คงจะใช่....มั้ง 🤔🤔
      #88-1
  2. #87 RAPMONYA (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:25
    เขาคนนั้น คือป๋าสาคูในวันนี้ใช่หรือไม่!!!!
    #87
    2
    • #87-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 10)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:47
      จะใช่มั้ยน้าาาาาาาาาาาา
      (✷‿✷)
      #87-1
    • #87-2 Rosemarie(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 11:54
      ศักดิ์สิทธิ์ไป คนบาปแบบป๋าไม่น่าเข้ามาได้
      #87-2
  3. #86 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:22
    รูปสวยมั่กๆเยย!!
    #86
    1
    • #86-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 10)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:47
      ขอบคุณค่ะ คำชมของคุณดีต่อใจมากเลย 😭
      #86-1
  4. #85 minxxix (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:23
    อะหรือว่าเขาคนนั้นคือสาคู!!!!!
    #85
    1
    • #85-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 10)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:46
      จะใช่มั้ยนะ-- (. ❛ ᴗ ❛.)
      #85-1
  5. #84 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:38
    นึกว่ามุขนาฬิกาขำๆ ดันเป็นเรื่องจริงซะงั้น แฮะๆ
    #84
    1
    • #84-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 10)
      9 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:57
      มุขนาฬิกาขำๆ ที่เจ้าของนาฬิกาขำไม่ออก อุแง้ 😭
      #84-1
  6. #83 SleepyS (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:28
    เปลี่ยนอารมณ์ไม่ทันเลยค่ะ555
    #83
    1
    • #83-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 10)
      9 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:33
      คนเขียนก็ปรับอารมณ์ไม่ทัน แง 😭
      #83-1
  7. #82 Aimarea (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:05
    อยากได้คนมาดามใจพี่ณัฐจังเลยค่ะ----
    #82
    1
    • #82-1 Charming_Syntheir(จากตอนที่ 10)
      9 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:31
      ประกาศรับสมัครค่าาา 😆
      #82-1