ตอนที่ 1 : Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    14 เม.ย. 62

นิยายเรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่นประเภท ชาย x ชาย
และเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น
ไม่ได้มีเจตนาให้ศิลปินเสื่อมเสียชื่อเสียง







Prologue







68 KG...


ผมมองตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ ของเครื่องชั่งน้ำหนักแล้วพบว่าน้ำหนักของผมนั้นขึ้นมาทั้งหมดห้ากิโลกรัมถ้วนจากการชั่งน้ำหนักครั้งล่าสุดเมื่อหลายเดือนก่อน หรืออาจจะถึงปีก็ได้

ผมยอมรับว่าหลายเดือนที่ผ่านมานั้นผมมีความสุขกับการกินมากกว่าปกติไปสักหน่อย แถมยังขี้เกียจออกกำลังกายด้วย ก็ไม่แปลกใจถ้าน้ำหนักจะขึ้น กินอย่างกับสูบ

ด้วยความที่ผมเป็นคนตัวสูง ส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเซนติเมตรนี่ไม่ได้เตี้ยเลยด้วยซ้ำ หากคำนวณค่าดัชนีมวลกายแล้วผมก็จัดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้อ้วนอะไร

ผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ ผมคำนวณในเว็บมาแล้ว!!

แต่ดูเหมือนว่ามนุษย์ป้าและมนุษย์ลุง (ที่เป็นเพื่อนแม่) จะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้เท่าไรนักหรอก

ไม่ใช่ไม่เข้าใจเรื่องดัชนีมวลกายนะ

คนพวกนี้ไม่เข้าใจว่าเรื่องน้ำหนักนี่มันไม่ใช่เรื่องของพวกเขาเลยสักนิดมากกว่า เพราะอะไรน่ะเหรอ...


ย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อน...

“สวัสดีครับคุณป้า" ผมยกมือไหว้ก่อนจะเอ่ยทักทายเพื่อนของมารดาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“นี่ตาจูเนียร์เหรอเนี่ย ไม่เจอตั้งนานหล่อขึ้นเป็นกองเชียว” ใช่ครับ จูเนียร์คือชื่อของผมเอง

“ขอบคุณครับ”

“ว่าแต่...ช่วงนี้อ้วนขึ้นหรือเปล่าจ๊ะ”

เป็นคำถามหยาบคายแม้ว่ามันจะไม่มีคำหยาบ...

โกรธ! โกรธมาก!!

ฟังแล้วอยากจะนั่งจับเข่าคุยกับคนถามสักสามชั่วโมง อยากรู้เหลือเกินว่ามารยาทไม่มีหรือไงกันนะถึงได้มาเที่ยวถามคนอื่นเขาแบบนี้ นี่ถ้าผมทักป้าว่า ‘ช่วงนี้หน้าแก่ขึ้นนะครับ ไปทำอะไรมา’ บ้างได้ไหมวะ

“ครับ”

แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายแล้วผมก็ทำได้แค่ตอบไปอย่างสุภาพ เพราะกลัวจะถูกด่าว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนเอาเสียก่อน

ลุงว่าตอนนี้แกอ้วนเกินไปแล้วนะจูเนียร์ ลดน้ำหนักเถอะ

มันจะอะไรนักหนา ผมเริ่มไม่สบอารมณ์แล้วนะ ผมปรายตามองมนุษย์ป้าและมนุษย์ลุงเล็กน้อยก่อนจะทำเป็นไม่สนใจ ถ้าไม่ติดว่าตาลุงพุงพลุ้ยนี่เป็นเพื่อนของแม่ก็อยากจะตั้นหน้าไปสักที ทำไมไม่ไปลดน้ำหนักตัวเองก่อนละวะ

อยากด่าว่าเสือกโว้ย!!

แต่มันทำไม่ได้ยังไงเล่า!!

สิ่งที่ผมพอจะทำได้ก็มีแค่ทำเป็นไม่สนใจต่อไปแล้วไถสมาร์ทโฟนเพื่อดับอาการหัวร้อนนี่แหละ


‘Please lose your weight? Listen, I’ll lose my weight or not, it’s none of your business. Just do well yourself.’ (ลดน้ำหน่อย? ฟังนะ ฉันจะลดหรือไม่ลดมันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ ไปทำชีวิตตัวเองให้ดีเถอะ)



อุ๊บส์

สาบานเลยว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเสียงเลยแม้แต่น้อย ก็แค่ลืมว่าตอนนี้ไม่ได้ใส่หูฟังอยู่ก็เท่านั้นเอง

แหม มันเพลินอะ

ดันมีคนรีทวีตคลิปดาราสาวมั่นจากฝั่งตะวันตกตอบแฟนคลับหรือบางทีอาจจะพวกนักเลงคีย์บอร์ดที่เข้ามาคอมเม้นต์เรื่องการลดน้ำหนักของเธอมาพอดิบพอดี

แต่นั่นน่ะไม่สะเทือนมนุษย์ป้ามนุษย์ลุงพวกนี้หรอก ก็เห็นยังชวนแม่ผมคุยเรื่องลูกชาวบ้านอยู่เลย

ทำไมตอนนั้นยายไม่บอกให้แม่เลือกคบเพื่อนวะ








#whyบน








และเรื่องราวทั้งหมดในวันนั้น...

คือสาเหตุที่ทำให้เมื่อวานผมซื้ออาหารสำหรับการลดน้ำหนักจากร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่อยู่ตรงข้ามกับคอนโดของตัวเองมาลองกินก่อนหนึ่งสัปดาห์ และตัดสินใจที่จะไปฟิตเนสของคอนโดทุกเย็นด้วย

เริ่มมันตั้งแต่วันนี้นี่แหละ

ที่จริง...อาหารที่ดูคล้ายอาหารนกพวกนี้รสชาติไม่ได้แย่ ก็พอกินได้ แต่ราคาแม่งแพงจนน้ำตาจะไหลเลย จะเบิกแม่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวเสียฟอร์มเรื่องจะลดน้ำหนัก วันก่อนดันเผลอลั่นปากไปว่าไม่สนใจ ไม่ได้ไปขอเงินเพื่อนแม่กินข้าวสักหน่อย

นี่ยังดีนะที่คอนโดผมมีฟิตเนสให้ใช้บริการได้ฟรีน่ะ ไม่อย่างนั้นเดือนนี้เขาได้ผอมเพราะไม่มีเงินไปซื้อข้าวกินแน่ๆ

ผมได้แต่ถามตัวเองว่าชีวิตเด็กมหา’ลัยที่กำลังตั้งใจจะลดน้ำหนักมันต้องลำบากขนาดนี้เลยเหรอวะ


Ring~
Bam is calling…


เสียงโทรศัพท์เรียกให้ผมตื่นขึ้นจากภวังค์ เมื่อเห็นชื่อเพื่อนสนิทอย่างแบมแบมปรากฏอยู่บนหน้าจอแล้วก็รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าแพลนการลดน้ำหนักของผมนั้นจะล่มตั้งแต่วันแรก

มันต้องชวนไปหาอะไรกินแน่ๆ

“ว่าไงแบม”

(ไปกินขนมกัน หน้ามอมีร้านขนมมาเปิดใหม่) นั่นไง ไม่พ้นเรื่องชวนออกไปหาอะไรกินอีกจนได้ คราวนี้ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องปฏิเสธ! เสียเงินซื้ออาหารนกมาเกือบพันแล้ว ต้องลดให้ได้สิวะ

“ไม่ไป กูลดน้ำหนักอยู่ไง ลืมเหรอ” เอ่ยตอบเพื่อนพลางตักควินัวจากหม้อข้าวใส่ถ้วย

(เออ กูรู้ ก็เลือกร้านมาให้แล้วนี่ไง เขาบอกว่าเป็นไอติมออแกนิก สูตรแคลต่ำ ไอ้ยูบอกว่าอย่ากินแต่อาหารนก)

“ควินัวไม่ใช่อาหารนก”

(แต่หน้าตามันเหมือนอาหารนกมาก มึงเถียงกูสิว่ามันไม่เหมือน)

“เออ เหมือนจริง เถียงไม่ได้”

(มึงมาเหอะน่า)

“เออๆ โอเค ไปก็ไป”

(โอเค กูรอล็อบบี้คอนโด เจอกัน)










#whyบน









สุดท้ายแล้วผมก็มานั่งอยู่ในร้านขนมที่ว่านั่นจนได้ แต่นับว่าแพลนการลดน้ำหนักของวันนี้ไม่สูญเปล่า เพราะขนมทุกเมนูของทางร้านดันเป็นสูตรสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักพอดี ถ้าใครติดหวานก็มีน้ำผึ้งให้เติมด้วย

อีกหน่อยผมก็คงเป็นลูกค้าประจำของร้านนี้แน่ๆ เลยอะ จะไม่ให้เป็นลูกค้าประจำได้ยังไงในเมื่อมันเป็นร้านขนมร้านเดียวที่ใส่ใจสุขภาพขนาดนี้เนี่ย แต่ว่าราคาไม่ใช่เล่นเลย เริ่มเห็นหายนะทางการเงินแล้ว

“สรุปมึงเอาจริงดิจู เรื่องลดน้ำหนักอะ” จิระ เพื่อนสนิทอีกคนของผมเอ่ยถาม

“จริงสิวะ เห็นกูล้อเล่นเหรอ เกรงใจอาหารเพื่อสุขภาพที่กูซื้อมาที”

“ฟังมึงเล่าแล้วยังโมโหแทนไม่หาย จะอ้วนจะผอมมันไปเกี่ยวอะไรกับเขาวะ มนุษย์ลุงมนุษย์ป้านี่ขี้เสือกสัสๆ” ไอ้ยูบ่นบ้าง มันบ่นยิ่งกว่าผมเสียอีกอะ บ่นเหมือนโดนมนุษย์ยุคไดโนเสาร์แซะมาเหมือนกัน

เอาวะ...

อย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมชะตากรรม

“กูก็โมโห แต่ยังไว้หน้าแม่อยู่ไง”

“เปิดคลิปนั้นต่อหน้าไม่ไว้หน้าแล้วมั้ง” แบมแบมแซวกลั้วหัวเราะ

“ไม่ได้ยินหรอก นินทาลูกชาวบ้านอยู่ จริงๆ ก่อนจะโดนทักแบบนั้นอะกูก็ไปออกกำลังกายอยู่บ้างแล้วนะ แต่พอเจอทักแบบนี้กูเลยฮึดขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง วันนั้นคืออยากสวนไปมากว่าเสือกจัง ลูกมึงอ้วนกว่ากูอีก แต่ทำไม่ได้ไง เดี๋ยวแม่โดนด่า” ผมเอ่ยพลางทำหน้าเซ็งๆ อ้วนกว่าผมทั้งพ่อทั้งลูกนั่นแหละ พูดถึงแล้วหงุดหงิด

“เอาเถอะมึง มันผ่านไปแล้ว” จิระว่าแล้วตบไหล่ผมเบาๆ

“แต่กินอาหารนกอย่างเดียวมันก็จะน่าเบื่อไปหรือเปล่าวะมึง แค่เห็นกูก็เบื่อแทนแล้วเนี่ย” แบมแบมถาม

“กูคงจะเบื่อแหละ แต่ซื้อพวกคอนแฟล็กซ์มาด้วย กินกับนมไขมันศูนย์เปอร์เซ็นต์ก็น่าจะพอไหว”

“ไปวิ่งกับกูไหมมึง สนามในมอเนี่ยแหละ” ยูชวน

“ข้อเท้ากูไม่ค่อยดีว่ะ วิ่งเยอะๆ แล้วปวด พี่คุณบอกให้ปั่นจักรยานในฟิตเนสแทน แต่ไปกับมึงได้บางวันนะ”

“ลองทำตามคนนี้ดิมึง เขาทำอาหารกินเองแล้วก็บอกสูตรไว้หมดเลย ของแบบหาซื้อได้ไม่ยากอะ ร้านแถวๆ คอนโดมึงมีขายอยู่แล้ว” จิระเอ่ยพลางส่งสมาร์ทโฟนให้กับผม

“เออ ก็ดูน่ากินดีนะ”

“ดีแล้ว มึงจะได้ไม่เบื่อด้วย” แบมแบมพูดพลางพยักหน้าเห็นด้วย
“กูว่ามึงลองทำเป็นไดอารี่ก็ดีนะ ลงรูปว่ามื้อนี้กินอะไรไปบ้าง มันจะได้มีอะไรทำ” ยูเสนอ

“เออ น่าสนใจ เอาไว้พรุ่งนี้จะลองถ่ายดู”

“ไม่ต้องจริงจังหรอกมึง ทำขำๆ แก้เครียด” จิระว่า

“เอ๊ะ ทำไมเจ้าของแอคเคาท์หน้าคุ้นๆ จังวะ” ผมถามหลังจากที่ดูคลิปทำอาหารที่เจ้าของอินสตาแกรมลงเอาไว้ ทว่าคนในคลิปกลับดูคุ้นหูคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก

“ไหน…เออ จริงด้วยว่ะ”

“เหมือนเซ็กซี่บอยสักคนอะ กูว่าหน้าคุ้นมาก” จิระเอ่ย ผมว่าหน้าตาเจ้าของอินสตาแกรมนี่ก็คุ้นจริงๆ นั่นแหละ เหมือนเคยเห็นตามป้ายโฆษณากิจกรรมของมหาวิทยาลัย แต่คิดไม่ออกว่าใคร

ก็ว่า ทำไมคนติดตามถึงเยอะขนาดนั้น

“เออจริง แล้วหน้าเหมือน...พี่เจ้าของร้านด้วย ใช่ไหมวะ”

“ครับ พี่เอง”

“!!!”








To be continued...









สวัสดีค่ะ เนมเองนะคะ เรื่องนี้เป็นนิยายแนวสบายๆ ขายขำ ไม่ดราม่านะคะ แต่อาจจะมีนิดหน่อยเป็นสีสัน5555555 จริงๆ แต่งเอาไว้ระบายความหัวร้อนของไรท์เอง แหะ ตอนแรกจะลงเรื่องนี้ในจอย แต่เปลี่ยนใจมาลงในนี้แทน เพราะบทบรรยายยังไงก็ต้องเด็กดีค่ะ TT


ยังไงก็ขอฟีดแบคด้วยนะคะ คอมเม้นต์ หรือติดแท็ก #whyบน ก็ได้ค่า มาทักทายกันได้ที่ @writernxmch กันได้น้า อย่าปล่อยให้เราเหงาเลย วันนี้ไปแล้วน้า เจอกันใหม่ตอนหน้าค้าบ


#whyบน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #2 Boomuhyfff (@Boomuhyfff) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 11:39
    ความจริงที่แท้ทรูเรื่องความอ้วนเนี่ยย5555555
    #2
    1
    • #2-1 nxmecha (@Jun_Owon) (จากตอนที่ 1)
      31 มีนาคม 2562 / 08:52
      ทั้งหมดมาจากความหัวร้อนของไรท์เองค่ะ ;-;
      #2-1