confusion รักนั้น..สับสน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 75 Views

  • 0 Comments

  • 4 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    75

ตอนที่ 9 : วาเลนไทน์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ม.ค. 62



ผ่านมาอาทิตย์กว่าๆแล้วเข้าสู่ช่วงใกล้วาเลนไทน์ รุ่นน้องก็จะดูคึกคักเป็นพิเศษ ไม่เหมือนกับพี่ม.6 ที่ต้องเครียดกับการสอบเข้ามหาลัย จนไม่มีเวลาตื่นเต้นกับอะไรแล้ว



และช่วงทรมานที่สุดของผมก็มาถึง ผมท้องเสียและอ้วกออกมาอย่างหนักในตอนกลางคืน ทำให้คืนนั้นทั้งคืนผมไม่ได้นอนเลย ตอนแรกผมคิดว่าอาหารเป็นพิษธรรมดา แม่ก็มาคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ จนเช้ามาอาการผมยิ่งแย่ลงไปอีกเลยต้องหยุดเรียนแล้วไปโรงบาล ถึงผมจะไม่ค่อยอยากไปก็เถอะ เพราะผมไม่ค่อยถูกกับโรงพยาบาลเท่าไหร่ กลัวเข็มครับ คนก็เยอะวุ่นวายไปหมด อีกอย่างผมไม่ค่อยจะเจ็บไข้ได้ป่วยด้วย นานๆจะเป็นที กินยาดูแลตัวเองเดี๋ยวก็หาย แต่ครั้งนี้ผมป่วยหนักมากจริงๆ ก็เลยต้องพึ่งหมอ




“ลูกคุณแม่โดนไวรัสโรต้าที่กำลังระบาดหนักอยู่ในตอนนี้คะ ช่วงนี้มีคนป่วยด้วยอาการนี้เยอะ”



คุณหมอกำลังพูดกับแม่ผมที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่วนผมตอนนี้กึ่งหลับกึ่งตื่น แทบจะสลบอยู่แล้ว



“แล้วจะเป็นอะไรมากมั้ยคะหมอ”



“แล้วแต่คนนะคะ บางคนแค่อุจจาระร่วง บางคนไข้สูง บางคนอ้วก แต่อาการน้องเนี่ยเป็นทุกอย่างที่กล่าวมาเลย แต่บางคนถึงขั้นช็อกไปเลยก็มีนะคะ ถึงขั้นเสียชีวิตยังมีเลยคะ”



โอ้วหมอ พูดซะกูหมดกำลังใจที่จะใช้ชีวิตเลย เอากูเข้าไอซียูเลยก็ได้ ถ้าอาการมันจะร้ายแรงขนาดนี้



“..ละ..แล้วต้องทำยังไงคะ ต้องรักษายังไง”



แม่ผมเริ่มหน้าเสียพูดด้วยเสียงวิตกกังวล



“เบื้องต้นเดี๋ยวหมอต้องฉีดยาให้น้องเพื่อช่วยยับยั้งไวรัสก่อนนะคะ แล้วก็ให้น้องนอนดูอาการอีกที”



“หะ...ไม่ฉีดไม่ได้หรอหมอ!” ผมโพร่งขึ้นพร้อมกับตาโต



ผมยอมรักษาวิธีไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ฉีดยา เข็มเล็กแหลมปานนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการโดนแทง ผมฉีดครั้งสุดท้ายก็วัคซีนตอนม.3 นู้น หลังจากนั้นผมก็ตั้งใจไว้เลยว่า ผมไม่อยากฉีดยา!!



“ไม่ได้ค่ะ ตอนนี้ร่างกายยังไม่รับอาหาร ทานอะไรเข้าไปก็อ้วกออกหมดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะให้ยาได้ก็ต้องฉีด”



“ไม่เอา ไม่อยากฉีด” ผมเริ่มงอแงทำหน้ายู่หันไปทางแม่ หมอคงเอือมระอากับการเห็นเด็กชายอายุ 18 งอแงอ้อนแม่เหมือนเด็กแบบนี้ สังเกตได้จากสีหน้าเบื่อโลกที่มองมาทางผม



“มันต้องฉีด ไม่งั้นจะหายได้ไง ฉีดๆไปแปปเดียว ไม่เจ็บหรอก”



“ขึ้นเตียงเลยค่ะ”



หมอลุกเดินไปที่เตียงคนไข้ที่ว่างอยู่ พร้อมกับตบที่เบาะเตียง



ผมได้แต่ถอนหายใจแล้วทำหน้าเหมือนจะร้อง ทำไมผมต้องมาโดนไอไวรัสบ้านี่ด้วย!



ผมขึ้นไปนอนบนเตียงผมกับทำใจปะหนึ่งขึ้นเขียงเชือด คุณหมอเอาสำลีที่มีน้ำยาอะไรเย็นๆไม่รู้มาทาที่ข้อพับแขนซ้ายผม ไม่รู้ช่วยอะไรมั้ย แต่มันทำให้ผมขนลุกทีซู่ทีเดียวเลยละ


“ไม่เจ็บหรอกนะ ทนนิดนึง มองไปทางอื่น”



คุณหมอพูดเหมือนผมอายุ 10 ขวบ ต่อให้หันไปไหนผมก็รู้อยู่ดีว่าจะโดนฉีดยาหมอ!!!



ผมเงยหน้าเมืองเพดานเพราะไม่อยากเห็นเข็มยาวๆนั้นทิ่มไปที่ผิวหนังของผม




จึก



....




“โอ้ยยยยยยยยยยย เจ็บบบบบบบบบ เจ็บโว้ยยยยยยยยยยยย ไหนบอกแปปเดียวว เอาออกกกกก หมอออออ”  ทั้งหมดนี่กระวนกระวายอยู่ในหัวผม เพราะผมไม่สามารถที่จะตะโกนออกมาได้ นอกจากนอนกัดฟันและกำมือแน่น




“เรียบร้อยแล้ว  เห็นมั้ยไม่เจ็บเลย”



ไม่เจ็บกับผีน่ะสิ!!




“เอ๊ะ…ทำไมเลือดไม่ออกล่ะ” หมอลูบๆดูที่เจาะเข็มเมื่อกี้ เจ็บครับ แต่เลือดไม่ออกจริง



“สงสัยมันจะยังไม่โดนเส้นเลือดน่ะ น่าจะต้องเจาะใหม่”



….



….




“หมอ!!!” ผมตะโกนเรียกหมอด้วยความโกรธแต่หน้าผมนี่เสียไปแล้ว อันเมื่อกี้ก็น้ำตาจะเล็ดอยู่แล้ว นี่ยังจะเจาะผิดอีก หมอต้องการอะไรจากผมมม






ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วหลังจากวีรกรรมอันเจ็บแสบของหมอสองเข็มเมื่อกี้ ผมนอนสิ้นฤทธิ์อยู่บนเตียงคนไข้ที่โดนเข็นมานอนในห้องรวม รอให้ยากับน้ำเกลือไหลเข้าไปในกระแสเลือด ข้างๆมีน้ำเกลืออีกถุงที่เตรียมจะให้ต่อ หมอให้น้ำเกลือผมสองถุง เพราะขาดพลังงานมาก (จากการทะเลาะกับหมออะ)




พ่อเดินเข้ามาดูอาการผมหลังจากที่เลิกงาน



“เป็นไงไอเสือ”



“หมอฉีดไปสองเข็มอะ..” ผมทำหน้าอ้อนพร้อมกับเสียงเหมือนจะร้องไห้ เป็นอันว่าฟ้องนะ



“เอ้า ทำไมสองเข็ม”



“หมอหาเส้นเลือดไม่เจอ”



ผมชี้ไปที่แขนผมที่เต็มไปด้วยเส้นเลือด แต่ยัยหมอสองเข็มดันหาไม่เจอ!!



“หมอเตือนด้วยว่าช่วงนี้ให้งดอาหารหนัก ดื่มเกลือแร่เยอะๆ แล้วก็ระวังไวรัสไปติดคนอื่น เพราะมันติดกันง่ายมาก ช่วงนี้ก็อย่าพึ่งไปไหน แล้วก็หยุดเรียนไปก่อนนะ”



แม่ก็เดินเข้ามาคุยกับพ่อเรื่องอาการของผม สักพักก็เดินไปจ่ายค่ารักรักษาด้วยกัน ปล่อยผมนอนรอน้ำเกลืออยู่อย่างนั้น




ผมถ่ายสตอรี่ลงไอจีเพื่อเป็นการบอกให้เพื่อนๆรู้ว่าผมป่วยหนักขนาดไหน และป่าวประกาศให้โลกนี้ได้รู้ว่าหมอฉีดไปสองเข็ม!!



มีคนตอบกลับมามากมาย ทั้งเพื่อน รุ่นน้อง รุ่นพี่ และอีกคนที่หายหน้าไปเป็นอาทิตย์




“เป็นไรรรร” มันตอบมาในไอจีผม



“โดนไวรัส”



“อยู่รพ.ไหน”



“xxxxxx”



“มันอยู่ตรงไหนอะ”

“เดี๋ยวไปหา”



“จะมาหรอ”



“หมดเวลาเยี่ยมแล้ว”



ผมบอกมันไปแบบนั้นเพราะตอนนี้ 1 ทุ่มแล้ว หมดเวลาเยี่ยมแล้วจริงๆ



“มึงนอนรพ.ป้ะ”



“ไม่นอน เดี๋ยวจะกลับแล้ว”



“แล้วอยู่กับใคร”



“พ่อแม่”



“อ่อ อยากไปหา”




อยากนอนโรงบาลจังเลยครับ ถุ้ย ไม่ได้ดิ คิดไรเนี่ย อันที่จริงหมออยากให้ผมนอนดูอาการสัก 1 วัน ดีขึ้นจริงๆแล้วค่อยกลับ แต่ผมรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว แล้วผมก็ไม่อยากนอนโรงพยาบาลด้วย ไม่ชอบหมอด้วย กลัวผีด้วย ผมเลยขอหมอว่าถ้าน้ำเกลือถุงนี้หมดผมจะกลับ



“ไม่ไปซ้อมหรอ” ผมถามมัน



“วันนี้ไม่ซ้อม”



“เดี๋ยวจะไปกินเลี้ยงกับรุ่นพี่”



“อยากกินบ้าง”



“เดี๋ยวพาไปกิน”



“ยังอ้วกอยู่เลย”



“รอมึงหาย”



ผมอ่านแล้วก็ได้แต่ยิ้ม มันคงห่วงใยผมตามประสาเพื่อน แล้วผมก็ควรจะมองมันเป็นเพื่อนคนนึงเช่นกัน


หลังจากผมให้น้ำเกลือเสร็จผมก็ให้พ่อพากลับบ้านทันที ตอนนี้เริ่มกินอาหารให้บ้างแล้ว ยาที่หมอให้ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย







22.20


เหนือ ส่งข้อความ


20.21 : “นอนยัง” 



22.23 : “ยัง ปวดท้องอยู่”



22.24 : “ไปกินไรมาถึงเป็น”



22.26 : “ไม่รู้ กินหลายอย่าง”



22.27 : “กวนตีน ต่อยมั้ย”



22.28 : “เก่งจังกับกูเนี่ย”



22.29 : “มาเลยๆ 5555”



22.30 : “ปวดท้องโว้ย ถ้ากูตายเดี๋ยวกูไปหา”



22.32 : “มาทำห่าไร!”



22.32 : “ไม่รู้จะไปหาใคร..”



22.34 : “มาดิ ตอนเป็นๆก็มา”



ผมอดใจไม่ไหว ต้องชงครับแบบนี้



22.35 : “คิดถึงหลอ”

             “เขิลน้า”



22.37 : “เป็นเหี้ยไร”

            “-วย”



ไอเหนือไม่อ่อนโยน



22.38 : “เออกูไม่เล่นกับมึงแล้ว”



22.40 : “ล้อเล่น กอด”



ช่วงหลังๆมานี้ผมชินกับคำว่ากอดของไอเหนือแล้ว เพราะมันทั้งพิมพ์ทั้งบอกบ่อยมาก แต่ก็ยังยิ้มอยู่ เหลืออย่างเดียวคือให้มันเกิดขึ้นจริงๆ






22.50


ผมพึ่งออกจากห้องน้ำหลังจากยังมีอาการท้องเสียอยู่ แต่มันเบาลงจากก่อนหน้ามาก



22.50 : “ผมสลบไป แต่ผมไม่ตาย” ผมตอบไอเหนือที่อ่านค้างไว้


22.53 : “กูก็พึ่งฟื้น”



22.54 : “มึงเป็นไรพึ่งฟื้น ป่วยหรอ”



22.55 : “กูเป็นกัปตันอเมริกา”



….



โคตรเด็กน้อยเลยวะ



22.56 : “อ้าว แย่งตัวกู!!”

            “แล้วกูเป็นไรอะ”


...


ยอมไม่ได้ครับ ผมชอบตัวนี้เหมือนกัน



22.57 : “เป็นทาส”



22.57 : “เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว”



22.58 : “ดราม่าไปอีก”



นี่ผมกลับมาคุยกับมันได้แบบปกติแล้วหรอ บางทีผมควรเลิกคิดมากเรื่องมันสักที




23.00 : “ไปดูหนังกันมั้ย”



23.02 : “เอาดิ”



23.03 : “งั้นวันพุธนะ กูน่าจะหายพอดี”



23.04 : “เคเลย อยากดูพอดี”


23.05 : “อย่าเบี้ยวกูอีกนะ”



23.07 : “ไม่เบี้ยวแน่นอน นัดมึงไว้แล้ว”



23.08 : “เค ตามนี้”



2308 : “ไปนอนด้วยได้มั้ย”





อารมณ์ไหนเนี่ย



23.09 : “ไม่ได้ เดี๋ยวติดเชื้อ หมอห้ามเข้าใกล้”



23.09 : “จะติดยังไง กูไม่ทำไรมึงหรอก”



23.10 : “-วย”

             “หายใจก็ติดแล้ว”



23.11 : “โห่  งั้นก็รีบๆหายนะ”



ภูมิอ่านแล้ว



ก็คงจะหายดีเร็วๆนี้แน่ครับ







14 กุมภา



“เหยดไออาร์ม ใครให้ดอกไม้มึงเยอะยะวะเนี่ย” ไอเก้าแซวไออาร์มที่พึ่งเดินเข้ามา



“พวกรุ่นน้องอะ กูไม่ค่อยชอบเลย รู่สึกเหมือนโดนจีบไงไม่รู้”



“แล้วไม่ดีรึไงวะ” ผมถามพร้อมทำหน้างง



“ก็กูเป็นผู้ชาย กูอยากเป็นฝ่ายจีบมากกว่า พอน้องจีบกูงี้กูรู้สึกอ่อนนุ่มขึ้นมาทันที” ไออาร์มตอบพร้อมทำหน้าเหมือนจะน่ารัก ย้ำว่าแค่เหมือน



“ปัญญาอ่อน”



ไออาร์มหอบหิ้วดอกไม้กับขนมมาวางไว้บนโต๊ะผม



“เชี้ยไรของมึงเนี่ย ปนกับของกูหมด”



“โห่ มันก็เหมือนๆกันนั่นแหละ   ว่าแต่ ปีนี้มึงก็ได้เยอะอยู่เหมือนกันนะเนี่ย ฮ่าฮ่า”



“ไม่เห็นแปลก ก็นี้มันปีสุดท้าย ไอฟลุ๊คยังได้เลย” ผมตอบแล้วชี้ไปทางไอฟลุ๊ค



“หะ จริงอ่อวะ ใครให้มันวะ”



“รุ่นน้อง น่ารักด้วยสัส” ไออาร์มที่ยืนอยู่ด้านหลังผมตอบ



“เหยดด ไม่ธรรมดาเลยวะ”




“อีอาร์ม มีคนมารอมึงอยู่หน้าห้อง” ชานิสตะโกนเรียกไออาร์ม



“ใครวะ”



“แม่มึงมั้ง  กูจะรู้มั้ย เขาบอกมีของจะให้”



“สัสชาติ นอกจากจะไม่สวยแล้วยังปากดีอีก”



“อร๊ายยย! อีอาร์มอีเหี้-  มึงคิดว่ามึงหล่อแล้วจะพูดไรก็ได้หรอ ถ้าไม่ติดว่ามึงปากหมา กูก็จับมึงทำผัวไปแล้วเหมือนกัน”



“ก็มาดิครับ กูดุนะบอกก่อน” ไออาร์มเดินไปใกล้ชานิส



“โอ้ยยอีอาร์มไปห้องน้ำเลยปะ”




“โอ้ย ชาตินี้น้องเขาจะได้เจอมึงมั้ย รีบไปหาน้องเขาได้แล้ว” ผมพูดขัดมันกับไอชานิสก่อนที่มันจะปล้ำกันตรงนี้



“เดี๋ยวมึงรอกูก่อน เดี๋ยวกูมา” ไออาร์มชี้หน้าชานิสก่อนเดินออกไป



“เร็วๆนะคะผัวขา อย่าให้นังชะนีน้อยมันได้ใจ” ชานิสพูดให้หลังอาร์มเดินไป




“ไม่อยากได้กูเป็นผัวบ้างหรอ”



“โอ้ยอีเก้า กูตกใจ มึงมายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”



“กูถามว่า ไม่อยากได้กูเป็นผัวบ้างหรอ”



“ไม่!"



"รู้มั้ยทำไมกูถึงชื่อเก้า"



"ทำมะ"



"เพราะกูเก้านิ้วไง"



"อีเหี้ย!! มึงพิการหรอ! ไปคุยกับมะลิเถอะมึงอะ หลบ” ชานิสดันไอเก้าออก ก่อนเดินหนี



น่าสงสารไอเก้านะครับ อยู่ดีไม่ว่าดี เดินไปให้เขาด่าเฉย มะลิก็คือหมาในโรงเรียนนั้นเอง





“หึ่ม”



ผมหันไปหาเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องผม



“ไอเหนือ”



“ฮอตนักหรอมึงอะ”



ผมทำหน้างงกับสิ่งที่มันพูด



“ดอกไม้นั้นไง” ไอเหนือชี้มาที่ดอกไม้บนโต๊ะผม



“ธรรมดา คนมันหล่อ” ผมตอบพร้อมเดินไปหามัน



“เอาไปทิ้งไป”



“อะไรนะ”



“เอาไปทิ้ง”



“ทำไมกูต้องทิ้ง” ผมทำหน้างง



“ก็เดี๋ยววันนี้เราไปดูหนัง มึงจะหอบทั้งหมดนี่เข้าโรงรึไง”



“ก็สามารถทำได้แล้วกัน”



“แล้วแต่ละกัน” ไอเหนือทำหน้าเซ็งๆพร้อมกับกำลังจะเดินไป



ฟรึบ



ผมคว้ากล้ามแขนมันไว้ แล้วดึงมันกลับมา



“เห้ย กูล้อเล่น ของไออาร์มมัน มันฝากไว้”




“อ่อ”ไอเหนือพยักหน้า




“แล้ว...ไหนดอกไม้กูอะ”



“หะ”



หะ นี่ไอเหนือมันกำลังถามหาดอกไม้จากผมหรอ



“ดอกไม้กูไง”



“ทำไมกูต้องให้มึง”



“ก็..นี่วันวาเลนไทน์”



“แล้ว”



“ก็..ต้องให้ของขวัญกันไง”



“แล้ว” ผมยิ้มอย่างบอกไม่ถูก



“ก็...ให้เพราะรักเพื่อน ให้เพราะมิตรภาพไรอย่างงี้ โห่”



“อ่ออ กูพึ่งรู้เลยนะเนี่ย”



“เออ ใครก็ให้กันได้”



ผมดูจากหน้ามันก็รู้แล้วว่าตั้งใจจะกวนตีนผม เรื่องไรจะยอม



“แล้วไหนของขวัญกู”



“...”



“กวนตีน”



“ของขวัญก็คือการไปดูหนังไง”



“อันนั้นนัดกันแล้วมั้ย”



“นั้นแหละ ถือว่าเป็นของขวัญจากกูแล้วกัน”



“จริงๆถ้ามึงอยากได้ของขวัญก็รอดูตอนเย็นเอาล่ะกันนะ ไม่แน่ถ้าทำตัวดี กูอาจซื้อให้”



“พูดเหมือนกูเป็นลูกเลยสาส”



“เป็นเด็กกูต่างหาก”



“ไอสัส”



แล้วมันก็เดินมาเตะผม เตะแบบเบาๆน่ะครับ ผมเลยวิ่งไล่ถีบมันคืน



จริงๆผมก็คิดว่าอยากจะซื้ออะไรให้มัน เพราะมันพึ่งอกหักมา คงจะไม่ชินที่ไม่มีคนให้ของขวัญ และผมก็คิดเหมือนมันว่าให้ในฐานะเพื่อนก็ได้ แต่ผมกลัวว่าเหตุผลมันจะไม่น่าฟังพอ กลัวว่ามันจะคิดว่าผมคิดกับมันเกินเพื่อน เลยตัดสินใจว่ารอดูอาการมันไปก่อนดีกว่า แล้วที่มันพูดมาเมื่อกี้ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเล่น







19.00



ตอนนี้ผมมานั่งรอไอเหนืออยู่หน้าโรงหนัง เพราะมันติดแข่งบอลให้กับโรงเรียน แต่เหมือนเวลามันจะเกิดผิดพลาด เลยทำให้แมตแข่งต้องเลื่อนออกมาอีก ตอนนี้ผมมองไปทางไหนก็เจอแต่คู่รักเต็มไปหมด มีทั้งดอกไม้ มีทั้งตุ๊กตา บางคนยังเด็กมอต้นอยู่เลยด้วยซ้ำ ไฟแรงกันจริงๆ  ผมไม่ได้ฉวยโอกาสเลือกมาดูหนังกับไอเหนือในวันวาเลนไทน์หรอกนะครับ แต่หนังเรื่องนี้มันเข้าวันนี้วันแรกพอดี เรียกว่าเป็นความบังเอิญแล้วกันครับ ส่วนไอเหนือก็ไม่ได้ติดอะไร ยังตอบว่าอยากดูวันนี้เลยด้วยซ้ำ



19.03 : “อยู่ไหน”


ผมส่งข้อความหาไอเหนือ



ไม่มีคนตอบ  ไอเหนือมันแข่งเสร็จรึยังนะ



19.07 : ภูมิ โทรหา เหนือ


19.07 : เหนือ ไม่รับสาย





“อ้าว พี่ภูมิ”



“อ้าวเฟริส”



“มาดูหนังหรอพี่”



“อาหะ”



เฟริสเป็นรุ่นน้องม.5 สนิทสนมกับกลุ่มผมในระดับนึงเพราะมีกิจกรรมด้วยกันบ่อยๆ โดยเฉพาะไอเก้ากับมันนี่ซี้กันปึก



“ฮั่นแน่...พี่รอใครอยู่รึป้าว” ไอเฟริสแซวพร้อมทำหน้าเหมือนรู้ดี



“รอเพื่อน นี่มึงพึ่งมาจากโรงเรียนปะ”



“ใช่พี่ ผมรอน้ำซ้อมรำ”



ไอเฟริสชี้ไปทางผู้หญิงที่มาข้างๆ น่าตาน่ารักสดใส น้องเขาก็ยกมือไหว้ผม น่าจะเป็นคนที่ไอเฟริสเล่าให้ฟังว่ากำลังคุยๆอยู่



“แล้วเขาแข่งบอลกันเสร็จยังวะ”



“ตอนผมออกมาแมตสุดท้ายยังไม่เริ่มเลยพี่ วันนี้น่าจะดึก”



“หะ ทำไมมันเลื่อนไกลจังวะ”



“น่าจะมีปัญหาไรสักอย่างเนี่ยละพี่ เออพี่ หนังผมจะเข้าละ ผมไปก่อนนะ หวัดดีครับ”



“เออๆ ขอบใจ”



ไอเฟริสเดินขึ้นโรงไปแล้ว ปล่อยผมนั่งคิดหนักอยู่ตรงนั้น หนังรอบ 19.20 โฆษณา 20 นาที เท่ากับอย่างมากก็ 19.40 แต่แมตสุดท้ายพึ่งเริ่ม ยังไงไอเหนือก็มาไม่ทัน



อีกครั้งแล้วสินะ แต่ครั้งนี้ผมจะโทษไอเหนือก็ไม่ได้ เพราะมันจำเป็นจริงๆ ผมนั่งคิดว่าจะเอายังไงดี จะขึ้นไปดูคนเดียว หรือกลับบ้าน โดยไม่ว่าจะเลือกทางไหนผมก็จะไม่โกรธไอเหนือสักทาง



ตอนนี้ 19.40 ผมตัดสินใจจะกลับบ้าน เพราะอย่างน้อยไอเหนือไม่ได้ดู ผมก็ไม่ได้ดูน่าจะโอเคกว่า แล้วค่อยนัดกันใหม่





“ไอภูมิ”



ผมหันไปตามเสียงเรียกของใครบางคน



“ไอเหนือ”



ผมหันไปมองหน้ามัน มันมาในชุดนักบอลพร้อมกับสภาพหอบแฮก



“รีบขึ้นโรงเร็ว”



“มึงมาได้ไงเนี่ย”



“เอออย่าพึ่งถาม ขึ้นโรงเร็ว”



ไอเหนือจับข้อมือพร้อมแล้วลากไปที่ตรวจตั๋ว ผมหยิบตั๋วส่งให้พนักงานแล้วไอเหนือก็คว้าข้อมือลากผมขึ้นบันไดไป



“เหนือ มึงมาได้ไง”



“เออเดี๋ยวค่อยคุย”








21.20



"หนังหนุกสัส แต่เสียดายมาดูตอนแรกไม่ทัน ค่อยหาดูเอาเนอะ"



“มึงยังไม่ตอบกูเลยว่ามาได้ไง แล้วเรื่องแข่งบอลอะ”



“กูหนีมา”



“เอ้า แล้วมึงทำแบบนั้นทำไม โห่”



“ก็กูบอกแล้วว่าจะไม่เบี้ยวมึง”



“ก็ไม่จำเป็นต้องหนีแข่งมาก็ได้” ผมหัวร้อนใส่ไอเหนือ



“หึ...กูล้อเล่น กูให้คนอื่นลงแทน แล้วกูก็ออกมา”



“เอ้า แล้วโค้ชไม่ว่าไรหรอ”



“ไม่ว่าหรอก กูบอกเขาว่ากูเจ็บ ขอกลับก่อน”



“จึ...มึงไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้นะเว้ย”



“ไม่เป็นไรหรอกน่า กูไม่อยากผิดนัดมึง อีกอย่างกูก็อยากดูหนังมากกว่าเตะบอล”



“แล้วผลเป็นไง”



ไอเหนือยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู



“แพ้”



“เอ้า เนี่ย..มึ”



“เห้ย ไม่เห็นจะเป็นไร มีกูหรือไม่มีกูก็แพ้อยู่ดี โรงเรียนนู้นแหม่งเก่ง ไปเหอะ”



ฮื้ม ผมถอนหายใจก่อนเดินตามไอเหนือไป ผมหงุดหงิดมากที่ทีมโรงเรียนแพ้ ถึงไอเหนือจะพูดแบบนั้น แต่ผมก็ไม่สบายใจอยู่ดี แต่ตอนนี้มีเรื่องให้น่าหงุดหงิดยิ่งกว่า เพราะเด็กโรงเรียนผมที่อยู่ในห้างกำลังมองมาที่ผมกับไอเหนือเหมือนพวกผทเป็นสัตว์ประหลาด



ผมยกแขนขึ้นพาดบ่าไอเหนือ ก่อนจะกระซิบข้างหูมัน



“มึงว่ามีคนมองเราแปลกๆป่าววะ”



“ก็มีไง”



“มีอะไรติดหน้ากูป่าว”



“มี”



“อะไรวะ” ผมทำหน้างง



“มือกูไง”



แปะ



ไอเหนือมันเอามือมาตบหน้าผมแบบเบาๆ



“โอ้ยย ไอสัส”



“หึ” ไอเหนือมันยิ้ม



“ดีๆดิ”



“ก็วันนี้วันวาเลนไทน์ แล้วกูกับมึงมาดูหนังกัน มันไม่แปลกให้ชวนมองรึไง”



“ไม่เห็นจะแปลก คนมาเที่ยวด้วยกันวันนี้ต้องเป็นแฟนกันหมดรึไง”



“ฮ่าฮ่าฮ่า บางทีความไม่สนโลกของมึงมันก็เป็นข้อดีวะ”



“แล้วมึงอะ คิดว่ามันแปลกมั้ย”



“ไม่อะ ก็ปกติ”







ไอเหนือพาผมไปกินข้าวร้านป้านุ้ยเจ้าเดิม



“ปัจฉิมศุกร์นี้จะมาปะ” ผมถามไอเหนือ



“ไปดิ”



“เออ ต้องมานะเว้ย”



“ไม่พลาดหรอก มึงมาถ่ายรูปกับกูด้วยนะ กูจะเอาไปล้างเก็บไว้”



“ไม่ไปหรอก หยุด”



ผมตอบกวนตีนมัน



“-วย”



เอะอะเป็นแจกอวัยวะเบื้องล่างตลอด แล้วเราก็คุยอะไรกันไปเรื่อยเปื่อย ก่อนมันจะมาส่งผมที่บ้าน



“ขับรถดีๆนะเว้ย”



“เออ เจอกัน”



“ไอเหนือ”



ผมคว้ากล้ามแขนมันที่กำลังจะบิดมอไซค์ออกไว้ แล้วผมก็เดินเข้าไปใกล้มัน




“ขอบคุณนะเว้ย..ที่มา”




ตอนนี้หน้าผมกับมันจ้องกันอยู่ ห่างกันไม่เกินหนึ่งด้ามปากกา




"เออ ขอบคุณเหมือนกัน...ที่รอ"




"ในฐานะที่วันนี้มึงทำตัวน่ารัก กูก็จะเอาดอกกุหลาบที่น้องให้กูมาให้มึงดอกนึง อะ"



ผมหันไปหยิบดอกกุหลาบในกระเป๋าแล้วส่งให้มันหนึ่งดอก



"โห่ เอางี้เลยอ่อ แต่ก็ขอบใจมากนะ"



มันยกยิ้มมุมปาก ทำผมยิ้มตาม



“ไปละ”



ไอเหนือขับรถออกไป ทิ้งให้แต่ผมที่ยืนยิ้มอยู่หน้าบ้าน ก่อนที่ผมจะหุบยิ้มลง



ดอกกุหลาบนั้นจริงๆแล้วผมไปซื้อตอนที่ไปรอไอเหนืิอที่โรงหนัง ผมตั้งใจจะให้มันแต่ไม่กล้า เลยต้องใช้วิธีแบบนี้ อย่างน้อยมันก็คิดว่าผมเอาของคนอื่นมาให้ แต่ผมไม่ทำแบบนั้นหรอก มันทำร้ายจิตใจคนให้เกินไป หวังว่ามึงจะเข้าใจบ้างนะเหนือ






นี่ผมกลับมาที่เดิมอีกแล้วใช่ไหม





------------------------------------


ฝากแชร์ ฝากไลค์ ฝากคอมเม้นต์ด้วยน้า ขอบคุณจ้า



0 ความคิดเห็น