confusion รักนั้น..สับสน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 75 Views

  • 0 Comments

  • 4 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    75

ตอนที่ 2 : อยากกินป๊อปคอร์น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ม.ค. 62



ผมลงมายืนรอใครบางคนอยู่ที่ทางเข้าจากลานจอดรถ ดีนะครับที่ที่นั่งในโรงข้างๆผมมันยังว่างอยู่เลยซื้อให้มันทัน





“ไอภูมิ กูมาแล้ว” คนเริงร่าเดินผ่านประตูมา




“เออ เห็นแล้ว”




“ดีใจปะ มีเพื่อนดูหนัง”




“เฉยๆวะ อารมณ์ไหนของมึงเนี่ย อยากมาดูหนังกับกู”




“อารมณ์อยากดูไง ซื้อให้กูยัง”




“ซื้อแล้ว ขึ้นโรงเลย ใกล้เวลาแล้ว”




“ไปดิๆ”





อารมณ์มันดีเหลือเกินครับ ใช่สิ หนังรอบนี้ผมก็เลี้ยง มันมาถึงก็เดินเข้าโรงได้เลย แบบไม่ต้องลำบากสักนิด




ไอเหนือมันเรียนม.6 โรงเรียนเดียวกับผมนี่แหละครับ แต่อยู่คนละห้อง ร้อยวันพันปีไม่เคยคุยกันหรอก จนตอนม.5 มันเคยทักผมมาเรื่องดูหนังนี่แหละครับ สนิทกันอยู่เดือนสองเดือนแล้วก็ห่างกันไป จนวันนี้ที่มันทักผมมาอีกครั้ง ระยะเวลาที่ห่างกันก็เกือบๆปีเลยล่ะ มันค่อนข้างเป็นคนขี้เหงาครับ อยู่โรงเรียนก็ดูมีเพื่อนเยอะ เลิกเรียนก็ไปเตะบอล แต่พอแยกย้ายกันมันก็จะมีเรื่องเดือดร้อนใจทุกที จนต้องมาระบายกับผม ชีวิตมันคุ้นๆมั้ยครับ เหมือนผมไง






“ภูมิ...” มันเรียกผมเมื่อขึ้นบันไดเลื่อนมาถึงชั้นโรงหนัง





ผมรู้ทันทีว่ามันจะเอาอะไร




“ไม่!”




“แต่กูอยากกินป๊อปคอร์นอะ นะนะ”




“แต่ก่อนกูซื้อมาก็ไม่เคยแดกหมด เปลืองตังชิบหาย ไม่ซื้อเว้ย”




“เฮ้ย แต่รอบนี้กูหิว กูจะกินให้หมดเลย น้า”




“ทุกครั้งมึงก็พูดงี้ เหลือตลอด อยากแดกก็ไปซื้อเองไป”




“แต่กูไม่มีตังอะ พ่อกูยังไม่ให้เพิ่มเลย เลี้ยงหน่อยนะ”




“…”




“นะภูมินะ”




ผมจะไม่อะไรเลยนะ ถ้ามันไม่พูดพร้อมกับทำตาสระอิแล้วเอามือเกาะแขนอ้อนผมแบบนี้



“เออๆ รอกูตรงนี้อะ”



ครับ ผมใจอ่อนให้มัน....อีกแล้ว ไม่ใช่ครั้งแรกอีกเหมือนกัน ที่มันขอผมซื้อป๊อปคอร์นแบบนี้ ทุกครั้งที่มาดูด้วยกัน มันต้องอ้อนผมซื้อตลอด แล้วผมก็แพ้ทางมันทุกที ถึงแม้สุดท้ายจะรู้ว่ามันไม่หมดก็เถอะ









00.20 



“หนังโคตรหนุกเลยมึงว่าปะ เนี่ยฉากที่มันสู้กันนะ สุดยอดอะ”




“เออ”




“เป็นเหี้ยไรอะ ไม่หนุกหรอ”




“ป๊อปคอร์นอยู่ไหน ?”




“วางอยู่ในโรงอะ”




“หมดรึป่าว?” ผมถามทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้ว




“ไม่อะ แหะๆ”




“ไอสัส ทีหลังไม่ต้องร้องแดกอีก”




“ก็กูอิ่มอ่า”




“….กลับเหอะ”




ผมไม่ใช่พวกเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรหรอกนะครับ แต่ผมเสียดายเงิน ถ้ากินหมดผมจะไม่อะไรเลย แต่นี่ไม่หมด ตั๋วผมก็ออกให้อีก ผมเองก็ไม่ได้รวยอะไรมากหรอกนะ แต่สำหรับมันอะ ถ้าไม่เกินปัญญาผมก็ให้ได้แหละ แต่กินไม่หมดนี่รับไม่ได้จริงๆ





“ไปหาไรกินกันปะ” มันหันมาถามผม ขณะกำลังเดินไปที่รถ




“เอาดิ อยากกินไรอะ”




“ข้าวร้านป้านุ้ยมั้ย”




“ไปดิ กูไม่ได้ไปนานละ ตั้งแต่..”




“ตั้งแต่ไรวะ”




“ไม่มีไรหรอก ไปเหอะ”




“ตั้งแต่ที่ห่างกับมึงไป” ผมได้แต่คิดในใจครับ พูดไปเดี๋ยวก็เถียงกันอีก




ผมก้าวขึ้นซ้อนซูเมอร์เอ็กมันหลังจากไม่ได้ขึ้นมานานแล้ว เบาะยังนุ่มเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่ได้ล้างรถบ้างเลย เลอะเทอะเหลือเกิน ไอเหนือเนี่ยมันดีๆจริงที่มีมอไซค์ขับ ไปไหนมาไหนก็สะดวก ผมเนี่ยขอพ่อให้ตายก็ไม่มีทางให้ครับ เขาเป็นห่วงลูกชายคนเดียวอย่างผมว่าจะไปเป็นอะไรเข้า ผมก็ต้องทำใจยอมรับ










“เอาเหมือนเดิมครับป้านุ้ย”




“จ้า กระเพราหมูกรอบนะ นั่งเลยๆ”




“ผมเอาสุกี้หมูครับ”




“แหม หายหน้าไปนานเลยนะเรา ไปกินร้านอื่นแล้วรีไง”




“เหอะๆ ผมไม่ค่อยได้ออกมากินตอนดึกๆอะครับ “




“จ้าๆ นั่งเลยๆ”




ป้านุ้ยคุ้นหน้าคุ้นตาพวกผมดีครับ แกเปิดร้านขายอาหารตามสั่งอยู่ในซอยบ้านพวกผมเนี่ยละ แต่ก่อนตอนสนิทกันมันก็ชอบพาผมมาร้านนี้บ่อยๆ จนป้าจำได้นี่แหละครับ





“พรุ่งนี้ โรงเรียนมีกิจกรรมไรปะวะ”




“มีวันคริสต์มาสไง”




“งั้นก็ไปสายได้ดิ ดีเลย”




“จะไปรึป่าวเหอะมึงอะ กูแทบจะไม่เคยเห็นหน้าที่โรงเรียน”




“ไปดิ ไปๆ ไม่อยากหยุดบ่อยแล้ว เดี๋ยวไม่จบ”




“ก็ดีแล้ว แล้วคะแนนที่โดนตัดก็ไปล้างบ้าง จะสองร้อยอยู่ละมึงอะ”




ผมยังมีหน้าไปบอกเขาทั้งที่ของตัวเองก็ใช่ย่อย  แต่ผมรู้จักตัวเองดีครับว่าต้องล้างหมดอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ปล่อยให้เกืนร้อยแน่นอน แต่ไอเหนือเนี่ยโรงเรียนก็ไม่ค่อยไป ไปทีไรก็ไปสาย โดนตัดแล้วยังทำตัวชิวอีก ผมไม่รู้ว่าผมเป็นห่วงมันหรือแค่ทำเหมือนเพื่อนทั่วไป บางครั้งผมก็กลัวใจตัวเองว่าจะให้ความสำคัญกับมันมากกว่าคนอื่น แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ







“เดี๋ยวกูไปส่ง”




“ไม่เป็นไร บ้านกูอยู่แค่นี้เอง เดินได้”




“ขึ้นมา เดี๋ยวไปส่งไง”




“จะเดิน...”




“จะไปส่ง”




“….”




สุดท้ายผมก็ต้องยอมให้มันไปส่งแต่โดยดี เฮ้อ ผมว่าผมดื้อแล้วนะ แต่มันเนี่ยดื้อกว่าผมอีก ผมก็ยอมให้มันทุกครั้งแหละครับ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ทั้งๆที่จะไม่ยอมก็ได้







“ถึงละ”




“ขอบใจ”




“เดี๋ยวถึงบ้านละทักไปนะ”





“….” 





ผมสตั้นไปพักนึงกับประโยคเมื่อกี้ 




“ไปละ”




“อะ..เออ เออ ขับรถดีๆ”






หลังจากแยกกันสัก 10 นาทีมันก็ทักมาจริงๆครับ




01.02 : “ทำไร” 


01.03 : “นอน” 





01.06 : “กูเหงา”


01.06 : “เหงาไรมึงอีก”

            “ไปนอนไป”





01.10 : “นอนไม่หลับ”


01.11 : “ให้กูทำไง”







รอไปเถอะครับ มันไม่อ่านไม่ตอบแล้ว อาจหลับไปแล้วหรือทำอย่างอื่นอยู่ ส่วนผมน่ะหรอครับ หลับไม่ลงหรอก การที่มันกลับมาแบบนี้มันทำให้ความรู้สึกเดิมๆกลับมา ตอนที่มันเหงาแล้วก็ใช้ผมแก้เหงา ตอนที่มันไม่มีใครแล้วก็มาหาผม ตอนที่มันรู้สึกแย่แล้วก็มาให้ผมปลอบ พอหายดีแล้วก็หายไป ผมเองก็ไม่ใช่คนเก่งอะไรมาก ขาดเหมือนกันด้วยซ้ำ แต่ผมก็ทำเหมือนเข้มแข็งตลอด แต่เวลาอยู่กับมันมันก็ทำให้ผมรู้สึกดี มันเหมือนเติมเต็มในส่วนที่ผมก็ขาดได้ เพียงแต่ผมไม่เข้าใจว่ามันจะมาๆหายๆทำไม สรุปแล้วมันเห็นผมเป็นอะไรกันแน่ แล้วผมควรจะอยู่ตรงไหน ผมรู้อยู่แล้วละว่ายังไงมันก็จะจบแบบเดิม เดี๋ยวมันก็หายไปเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แล้วผมควรจะไม่ยุ่งกับมัน หรืออยู่ตามอารมณ์มันไปแบบนี้ แล้วตัวผมเองคิดยังไงกับมัน เฮ้อ ดูแล้วคืนนี้ผมมีเรื่องให้ต้องคิดเยอะเลยนะครับ แต่อีกคนกลับไม่คิดอะไรเลย พรุ่งนี้ผมคงตื่นสายอีกแน่ๆ

0 ความคิดเห็น