คัดลอกลิงก์เเล้ว

When it Rain at Night [Eruri]

โลกที่แกแสดงให้ฉันเห็นมันเป็นสีฟ้า สีฟ้าของท้องฟ้า กับสีฟ้าของดวงตาคู่นั้น

ยอดวิวรวม

214

ยอดวิวเดือนนี้

10

ยอดวิวรวม


214

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


11
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 ธ.ค. 61 / 03:26 น.
When it Rain at Night [Eruri] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Erwin x Levi

โลกที่แกแสดงให้ฉันเห็นมันเป็นสีฟ้า สีฟ้าของท้องฟ้า กับสีฟ้าของดวงตาคู่นั้น

"เออร์วิน"



เรื่องราวของคนสองคนในค่ำคืนที่ฝนตก
ความทรงจำและอ้อมกอด













เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 ธ.ค. 61 / 03:26


When it Rain at Night
-BlackQueen-

โลกที่แกแสดงให้ฉันเห็นมันเป็นสีฟ้า สีฟ้าของท้องฟ้า กับสีฟ้าของดวงตาคู่นั้น


          ฝนห่าใหญ่เทลงมาตอนกลางดึก คนที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มขยับลุกขึ้นนั่ง เหม่อมองออกนอกหน้าต่างไปสู่ท้องฟ้าสีทึมทึบ

          ฝนตก

          รีไวเกลียดฝน
    
          เขาไม่ชอบเพราะมันเฉอะแฉะและสกปรก

          เขาไม่ชอบเพราะมันทำให้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายสามมิติได้ยากขึ้น

          เขาไม่ชอบเพราะมันบดบังทัศนวิสัยเวลาที่อยู่นอกกำแพง

          เขาไม่ชอบเพราะมันทำให้เขาหวนคิดถึงวันที่เขาออกไปนอกกำแพงครั้งแรก

          ...ฟาลัน ...อิซาเบล

          สภาพของพวกพ้องที่เหลือกองอยู่บนพื้น ย้อมด้วยสีแดงฉานของเลือด และชุ่มโชกด้วยหยาดฝน รีไวหลับตาเพื่อที่จะไม่ต้องเห็นภาพเหล่านั้น แต่มันไม่ได้ผล ไม่เคยได้ผล เพราะภาพเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่แค่ปิดตาแล้วเขาจะลืมเลือนมันไปได้

          รีไวลุกขึ้นจากเตียง เขาเปิดประตูสู่ทางเดินที่เงียบสงัด เดินไปตามทางที่คุ้นเคย ไปสู่ที่ประจำที่เขามักจะไปเสมอในคืนฝนตก

          ...เออร์วิน

          ห้องนอนของผู้บัญชาการคือจุดหมายของเขา ความอบอุ่นจากตัวอีกคนคือสิ่งที่เขาต้องการ รีไวเปิดประตูเข้าไปโดยไม่แม้แต่จะเสียเวลาเคาะ

          “รีไว มานี่สิ” เออร์วินที่นอนอยู่บนเตียง เลิกผ้าห่มขึ้นรอให้เขาแทรกตัวเข้าไปทำให้หัวใจของรีไวอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

          “ทำไมแกยังไม่นอน” แม้จะดีใจแต่ด้วยนิสัยแล้ว รีไวก็ยังคงปากหนักเกินกว่าจะแสดงความรู้สึกออกมา เขาค่อยๆเดินเข้าไปขณะที่เอ่ยปากถาม

          “ฉันรอนายอยู่” เออร์วินตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่มือใหญ่ที่คว้าเอาเอวคนตัวเล็กกว่าเข้าไปกอดไว้ใต้ผ้าห่ม

          “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะมา” รีไวบอกขณะที่ขยับตัวจัดท่าหามุมสบายในอ้อมแขนนั้นอย่างคุ้นชิน

          “ฉันก็แค่รู้” เออร์วินประทับจูบลงบนหน้าผากทหารที่เก่งกาจที่สุดของเขา กระชับกอดแน่นเสียจนอีกคนอึดอัด

          “โอ่ย แกทำฉันหายใจไม่ออก” แม้จะพูดอย่างนั้นแต่สองมือกลับโอบกอดตอบ

          “อ่า โทษที” เออร์วินรับคำแต่ไม่ยอมผ่อนแรงแขนลงสักนิด รีไวได้แต่จิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรอีก ทั้งสองแค่กอดกันอยู่ท่ามกลางความเงียบและไออุ่นจากร่างกายของกันและกันอย่างนั้นจนหลับไป



          เปรี้ยง!

          เสียงฟ้าผ่าปลุกให้รีไวตื่นขึ้นมากลางดึก

          ฝนตกอีกแล้ว

          “รีไว” เสียงเรียกของคนข้างกายดึงเขากลับมาจากท้องฟ้าด้านนอก เออร์วินยกมือซ้ายขึ้นมาทาบอยู่บนแก้มเย็นเฉียบของเขา “ไม่เป็นไร ตอนนี้เราปลอดภัย”

          “อ่า” ความอบอุ่นจากตัวอีกคนทำให้รีไว้รู้สึกสงบใจได้อีกครั้ง เขาทิ้งตัวลงนอนซุกอกเปลือยของท่านผู้บัญชาการ ก่อนจะเลื่อนหัวไปแนบเหนืออกซ้ายเพื่อฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

          “เป็นไรไป รีไว” มือซ้ายของเออร์วินวางแนบลงบนหัวชายผู้แข็งแกร่งที่สุดของมนุษยชาติ ลูบไล้ผมสีดำนั้นอย่างอ่อนโยน เฝ้ารอคำตอบจากอีกฝ่ายอย่างใจเย็น

          “แกบอกว่าเราปลอดภัย” รีไวเอ่ยปากหลังจากที่ปล่อยให้ความเงียบกลืนกินทั้งห้องสักพัก “เราปลอดภัยจากอะไร เออร์วิน”

          “จากไททั่น.. จากพวกขุนนาง.. จากโลกทั้งใบ” เออร์วินบอกอย่างนั้น แต่รีไวรู้ว่านั่นไม่ใช่คำตอบจริงๆเลยสักอย่าง รีไวหยัดตัวขึ้นนั่งสบกับนัยน์ตาสีฟ้าในความมืด รอคอยคำตอบที่แท้จริงจากปากของชายที่ให้คำตอบทุกอย่างแก่เขาได้เสมอ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวหรือไม่ แต่เออร์วินคือคนที่มอบเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ต่อไปแก่เขา

          เออร์วินหยัดตัวขึ้นนั่งอย่างติดขัดนิดหน่อย ก่อนจะกุมมือเล็กหยาบกร้านของทหารคู่ใจของเขาขึ้นมาจุมพิตแล้วแนบไว้ที่อก “หรืออาจจะแม้แต่ตัวเราเอง รีไว”

          “ฉันเลือกแก” คำพูดที่อยู่ๆก็หลุดออกจากปากของรีไวทำให้เออร์วินเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย “ฉันเลือกที่จะอุทิศทุกอย่างของฉันให้แก.. เพื่อมนุษยชาติ มันเป็นทางเลือกที่ฉันจะไม่มีวันเสียใจทีหลัง”

          “แต่วันที่แกกลับมาจากนอกกำแพง ตัวแกชุ่มเลือด” รีไวเอื้อมมือไปจับแขนเสื้อที่ข้างใต้นั้นมันว่างเปล่าขึ้นมา “แขนขวาแกหายไป”

          “ในตอนนั้นฉันกลัว กลัวว่าครั้งต่อไปแกจะกลับมาแบบไม่มีแขนซ้าย ไม่มีขา ไม่มีหัวหรือไม่มีอะไรของแกกลับมาเลย”

          “รีไว” เออร์วินจ้องตาอีกฝ่ายอย่างแน่วแน่ “ฉันขอโทษที่พานายมายืนอยู่บนสนามรบที่มีแต่กลิ่นคาวเลือด แต่เราคงมาไม่ได้ไกลขนาดนี้ถ้าไม่มีนาย”

          รีไวใช้สองมือประคองใบหน้าของเออร์วินไว้ กดจูบลงบนริมฝีปากอย่างแผ่วเบาก่อนจะผละออก “เออร์วิน ฉันไม่ได้เสียใจกับเส้นทางที่ฉันเลือก แต่ฉันจะต้องเสียใจถ้าฉันเสียแกไป”

          “งั้นเหรอ” เออร์วินระบายยิ้มจาง “ขอบใจนะ”

          “ถ้าฉันอยู่กับแกตอน../รีไว” เออร์วินขัดจังหวะการพูดของอีกฝ่าย เขายกมือซ้ายที่เหลืออยู่ขึ้นมาเกาะกุมมือเล็กที่วางอยู่บนไหล่ตัวเอง ดวงตาและน้ำเสียงที่เปล่งออกมาหนักแน่นจริงจัง “ถ้าไม่มีนาย ฉันอาจจะตายไปตั้งนานแล้ว”

          หนึ่งหัวหน้าทหารหนึ่งผู้บัญชาการจ้องตากันในความมืด มีเพียงเสียงฝนที่สาดกระทบหน้าต่างทำลายความเงียบงันนั้น และก่อนที่รีไวจะแสดงความรู้สึกผ่านทางสีหน้า เจ้าตัวก็ปัดมือใหญ่แล้วผละตัวออกจากอีกฝ่ายลงมายังที่นอนตัวเองอีกครั้ง “แกอ่อนแอขนาดนั้นเลยรึไง”

          เออร์วินมองแผ่นหลังของคนที่นอนหันหลังให้เขาแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนโดยไม่ลืมคว้าตัวรีไวมากอดไว้แนบอก “ฉันพูดจริงนะ รีไว”

          “เลิกพูดพร่ำแล้วก็นอนซะ” ถึงรีไวจะใช้น้ำเสียงรำคาญแต่สองมือก็กอบกุมอ้อมแขนใหญ่ไว้แน่น เออร์วินขยับตัวมาจูบข้างแก้มเขาอีกทีก่อนจะบอกราตรีสวัสดิ์ด้วยคำอื่น

          “ฉันดีใจที่นายอยู่ตรงนี้”
          ฉันก็ดีใจที่แกยังอยู่ตรงนี้



          ซ่า..

          ฝนตกอีกครั้ง

          รีไวลืมตาขึ้นมองเพดานในความมืด เสียงของฝนน่ารำคาญทำให้เขาตื่นขึ้นมากลางดึกแบบนี้

          เขาหงุดหงิด แต่ไม่ใช่เพราะฝนอย่างเดียวหรอก รีไวลุกขึ้นจากเตียง เปิดประตูออกไปสู่ทางเดินยาวเหยียด เขาเดินไปตามทางนั้นสู่ที่หมายที่ใจต้องการ

          ห้องของเออร์วิน

          เขาเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะเหมือนเช่นเคย เดินตรงเข้าไปหาเตียงนอน ทิ้งตัวลงสู่ความวางเปล่าที่หนาวเหน็บ

          ไม่มีอ้อมแขนอบอุ่น ไม่มีเสียงน่ารำคาญ ไม่มีรอยยิ้มโง่ๆ ไม่มีอีกแล้วคนที่รอเขาอยู่ แม้แต่กลิ่นก็จางหายไปจนเกือบหมดแล้ว

          รีไวพลิกตัวนอนหงายมองเพดาน เขาไม่ได้เกลียดความอ้างว้างที่ว่างเปล่านี้ แต่เขาเกลียดที่มันเต็มไปหมดต่างหาก

          เต็มไปด้วยความทรงจำของเขาที่บ่งบอกว่าครั้งหนึ่งมันเคยอยู่ตรงนี้ คนที่หัวใจของเขาต้องการที่สุด

          สุดท้ายฉันก็ยังไม่เคยได้บอกแกเลยสินะ

          ม่านหมอกมัวเริ่มปกคลุม ภาพเพดานตรงหน้าพร่าเลือนเพราะหยดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างเงียบงัน

          “เออร์วิน..”

โลกที่แกแสดงให้ฉันเห็นเป็นสีฟ้า สีฟ้าของท้องฟ้า และสีฟ้าของแก
แล้วฉันก็เสียสีฟ้าของแกไป ไม่มีแล้วดวงตาสีฟ้าที่จ้องมองฉัน มันจะปิดไปตลอดกาล

          รีไวหลับตาลง ซุกตัวเข้าหากลิ่นอายสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ ถ้าเป็นที่นี่เขาจะถูกโอบกอดโดยเออร์วินอีกครั้ง และแท้จริงแล้วเขายังถูกอ้อมแขนของชายคนนั้นโอบกอดอยู่เสมอ ภายใต้ท้องฟ้ากว้างใหญ่ โลกที่เออร์วินแสดงให้เขาเห็นจะยังคงเหลืออยู่

          เมื่อยามเช้ามาถึง ฝนหยดสุดท้ายโปรยลงสู่พื้นดิน รีไวลืมตาอีกครั้ง เขาปาดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วลุกขึ้นยืน เขายังมีงานต้องสะสางให้เรียบร้อย งานนั้นเป็นเหตุผลของการยังมีชีวิตอยู่ของเขา เหตุผลที่เขายอมส่งเออร์วินไปตาย...

          ...เพื่อคำสัญญานั้น










 
         
          ‘นายรู้ไหม เออร์วินเคยบอกฉันไว้’ ฮันจิเริ่มเล่าขณะที่รีไวกำลังนั่งจิบชาหลังจากทำความสะอาดเสร็จในยามบ่ายของวันที่ท้องฟ้าโปร่งและอบอ้าว 'สิ่งเดียวที่หมอนั่นกลัวคือการที่อาจจะไม่มีโอกาสได้บอกลานาย'

          ‘น่ารำคาญ ยัยสี่ตาเฮงซวย’ รีไวตอบด้วยสีหน้ารำคาญปกติของเขา

          ‘เอ๋.. อะไรกัน นายนี่ไม่อ่อนไหวซะเลยนะ’ ฮันจิฟุบลงกับโต๊ะ เหยียดแขนพาดไปจนเกือบถึงอีกฝั่ง

          ‘หุบปากแล้วไปขี้ซะ’ รีไวยังวางแก้วชาลงบนโต๊ะขณะที่ทอดสายตาเหม่อมองออกไปสู่ท้องฟ้าสดใส

          ‘เฮ้อ.. แต่ฉันว่านั่นมันคงไม่จำเป็นสินะ' ฮันจิมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นเดียวกับรีไว เธอระบายยิ้มอ่อนโยนออกมา 'ก็พวกนายน่ะไม่เคยแยกจากกันจริงๆเลยนี่ ต่อให้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน พวกนายก็ยังเป็นหนึ่งเดียวกัน มันเหมือนไม่มีอะไรในโลกใบนี้จะจากมาแยกพวกนายออกจากกันได้เลย’

          ‘อยู่ด้วยกันเสมองั้นเหรอ หึ’ รีไวพึมพำทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากท้องฟ้าสีเดียวกับดวงตาคู่นั้น
          นั่นก็ไม่ได้ฟังดูแย่เท่าไหร่นี่









______________________________________________________________________________________________
สวัสดีค่ะ รีนเอง ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของรีนสำหรับการเขียนแฟนฟิคการ์ตูนเลยค่ะ
จริงๆชอบคู่นี้มาก ชอบมานาน ชอบสุดๆ ชอบตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งอ่านยิ่งดูก็ยิ่งชอบ ความสัมพันธ์ของเขามันดีงามอะ
เป็นเรือที่ไม่ต้องอธิบายอะไร เพราะถ้าไม่รักก็ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้ว แง้
ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ อาจจะมีเรื่องยาวหรือเรื่องสั้นของคู่นี้งอกออกมาเรื่อยๆตามกำลังของรีน 55555
ท้ายที่สุดคือฝากถึงลูกเรือ #eruri ทุกท่านนะคะ เรือเราไม่ได้ล่ม ไม่มีใครล่มเรือเราได้
แค่ความตายไม่ได้ทำให้คนหมดรักกันค่ะ และถ้าตอนจบของเรื่องพี่สำอรตายไปอีกคน
เราก็มั่นใจว่าเขาจะสามารถไปรักกันต่อในนรก ทำให้ฮ๊อตยิ่งกว่าไฟรเออร์โลกันต์ใดๆ


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Marine.BlackQueen จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 REAL LIFE IS NOT LIKE THAT (@220225452002) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 06:06

    จาร้องงงง เอลวินทิ้งอ่ะ การจากกันที่ทรมารที่สุดก็คือแม้แต่หน้าก็คงไม่ได้เจอกันอีก รีไวล์ต้องเข้มแข็งนะคะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่ะ
    #4
    0
  2. #3 butnow08
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 17:25

    ขอบคุณที่แต่งนะคะ เกลียดประโยคสุดท้าย555

    ชอบคู่นี้มากๆ เจ็บตรงที่คำสัญญาเป็นสิ่งที่ทำให้รีไวยังมีชีวิตอยู่ ไม่งั้นชีวิตนี้คงไม่มีความหมายอะไรแล้ว อยากให้สัญญานั้นสำเร็จจริงๆค่ะ ชอบความยังอยู่ด้วยกันเสมอ แค่มองไปบนท้องฟ้า แต่ถ้าเป็นท้องฟ้าวันฝนตกล่ะ ;-;

    #3
    0
  3. วันที่ 2 เมษายน 2562 / 20:51

    จะร้องไห้แทนรีไวแล้วค่ะ ฮือออ ชีวิตเขาเจอแต่ความสูญเสียมามากจริงๆ

    คำว่าฉันก็ดีใจที่แกยังอยู่ตรงนี้ทำเอาจุกไปเลยค่ะ เพราะรู้ว่าหลังจากนั้นจะไม่มีคำนี้อีกแล้ว จุกอกเลยค่ะ แต่รีไวก็คือรีไว ยังกลับมายืนหยัดได้เสมอ น่านับถือมากๆเลยนะ ;--;

    #2
    0
  4. #1 William
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 03:42

    ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆ???????????? บันยายก็ดีมากเลยค่ะ!!??’“??’“

    แต่งดีมากก เค้าถึงมากกก??’• ชอบคู่นี้มากก ชอบจริงๆๆๆ

    อยากอ่านต่อมากๆๆๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ!! แต่งเถอะค่ะ!!!!

    #1
    0