KOOKMIN | 2 0 6 M I L E S (END) | Spin-off 2318 miles VMIN |

ตอนที่ 9 : 2 0 6 M I L E S | Chapter8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 677 ครั้ง
    24 ก.ย. 61



2 0 6 M I L E S

Chapter_8

 


“หอบเอาอะไรมาเยอะแยะครับพี่โฮซอก”


จีมินเอ่ยถามคนที่เดินอุ้มแฟ้มเอกสารเต็มอ้อมแขนเข้ามาในห้อง โฮซอกวางมันลงบนโต๊ะทำงานก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


“เอกสารการเงินน่ะ”


คนงานยุ่งว่าก่อนจะเริ่มเปิดอ่านเอกสารที่ว่า ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว เกือบหนึ่งเดือนที่เขาต้องวิ่งทำงานจนหัวหมุนไปหมด เก้าอี้ประธานบริษัทที่เคยเว้นว่างไปในช่วงที่ประธานพัคล้มป่วยถูกเติมเต็มด้วยหลานชายที่บอร์ดบริหารทุกคนไม่คิดว่าจะยอมเข้ามารับตำแหน่งที่บริษัท


ขั้นตอนการทำงานเริ่มเปลี่ยนไป ท่านประธานคนใหม่สั่งรื้อเอกสารงบประมาณและเอกสารการเงินอื่นๆในช่วงสามปีที่ผ่านมาออกมาตรวจสอบ พนักงานในบริษัทที่เหลืออยู่น้อยนิดเริ่มมีความหวังเพราะประธานคนใหม่ กลับกันคนบางกลุ่มก็เริ่มทำตัวลนลานเหมือนโดนไฟลนก้น


โฮซอกไม่ได้ไว้ใจจองกุกถึงขั้นที่จะยอมให้ความร่วมมือไปหมดทุกอย่าง เขาส่งเอกสารบางส่วนที่คิดว่ามันผิดปกติไปให้ทางนั้นช่วยตรวจสอบ เพราะเขาเองก็ไม่มีความรู้ทางด้านนี้มากพอ ส่วนไหนที่พอจะทำเองได้หรือส่วนไหนที่เขาคิดว่าเปิดเผยให้คนอื่นรู้ไม่ได้ก็ต้องลงมือทำเอง แม้จะเสียเวลาไปไม่น้อยก็ตาม


“อยากกินแตงโมเย็นๆจังเลย~” อ่านเอกสารจบไปแค่ชุดเดียวก็เริ่มงอแง จีมินมองดูพี่ชายที่ฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะด้วยรอยยิ้ม หนึ่งเดือนที่ผ่านมาโฮซอกทำงานหนักจนแทบจะไม่ได้พัก แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้คิดจะเลิกทำ แม้จะงอแงไปบ้างในบางทีก็ตาม จีมินรู้ดีว่าโฮซอกไม่ชอบงานประเภทนี้ พี่ชายเขาเป็นพวกรักอิสระและชอบทำอะไรตามใจตัวเอง


และตอนนี้โฮซอกก็กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ ทั้งช่วงเวลาที่ใช้ทำงานที่ปกติจะเป็นช่วงกลางคืน ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นช่วงกลางวัน ชุดทำงานที่เมื่อก่อนจะใส่ยังไงก็ได้ตอนนี้ก็ต้องเปลี่ยนมาใส่สูทแบบเป็นทางการ ทั้งหมดนั่นไม่ใช่ตัวตนของโฮซอกเลยสักนิด


และทั้งหมดที่โฮซอกกำลังทำอยู่ตอนนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากช่วยเขา เพราะแบบนั้นเขาถึงได้รู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายอยู่เสมอ


“เดี๋ยวไปเอามาให้ครับ” จีมินเอ่ยกับคนที่นอนฟุบอยู่กับโต๊ะ โฮซอกเป็นพวกไม่ค่อยชอบกินกาแฟสักเท่าไหร่ ยกเว้นตอนที่ต้องอดหลับอดนอนแบบจริงๆจังๆ เพราะงั้นสิ่งที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายพังๆได้คือของหวาน


“ขอเยอะๆเลยนะ” น้ำเสียอ่อนแรงที่ส่งทำให้จีมินนึกสงสาร คนตัวเล็กรีบเดินเข้าครัวไปหาแตงโมเย็นๆหวานๆให้คนที่หมดแรงจะทำงาน


แตงโมครึ่งซีกที่ถูกแช่ไว้ในตู้เย็นถูกนำออกมาวางบนเคาน์เตอร์ครัว จีมินหันไปหยิบมีดมาหั่นแตงโมเป็นชิ้นพอดีคำแทนที่จะทำแบบปกติ เพราะเขาไม่อยากให้มือโฮซอกเปื้อนจนต้องไปล้างมือให้วุ่นวาย


คนตัวเล็กถือจานแตงโมกลับเข้ามาในห้อง วางมันลงบนโต๊ะกระจกกลางห้องที่ตั้งอยู่คู่กับโซฟา ปกติแล้วมันจะถูกใช้เป็นที่รับแขก แต่ตอนนี้โฮซอกเปลี่ยนมันเป็นโต๊ะกินข้าวไปแล้วเรียบร้อย คนต้องการของหวานผงกหัวขึ้นจากโต๊ะหลังจากที่ได้ยินเสียง


“แตงโมของพี่” โฮซอกคร่ำครวญออกมาเบาๆก่อนจะเดินตรงดิ่งมาหาจานแตงโม จีมินมองภาพนั้นยิ้มๆแล้วตัดสินใจนั่งลงข้างๆโฮซอก พักงานที่ทำค้างไว้แล้วเริ่มหาของกินรองท้อง


“ช่วงนี้ได้เจอจองกุกบ้างไหม” โฮซอกที่ยัดแตงโมชิ้นที่สามเข้าปากไปเมื่อครู่เอ่ยถามจีมิน


“ไม่ได้เจอเลยครับ”


“ผู้บริหารก็งี้แหละ งานยุ่ง” โฮซอกว่าพร้อมจิ้มแตงโมชิ้นที่ห้าเข้าปาก สังเกตอาการของคนข้างๆที่ดูจะเหงาหงอยมาตั้งแต่สองสามวันที่แล้ว


“ครับ”


คนเป็นน้องตอบรับเสียงอ่อย โฮซอกมองจีมินก่อนจะยิ้มออกมาน้อยๆ ดูเหมือนว่าช่วงนี้จีมินกับจองกุกจะขาดการติดต่อกันเพราะทางนั้นต้องบินไปทำงานที่ต่างประเทศถึงสองอาทิตย์ เพราะช่วงเวลาที่ต่างกันทำให้เวลาว่างนั้นไม่ตรงกัน และการที่จะว่างพร้อมกันนั้นก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก


เพราะแบบนี้แหละน้องชายเขาถึงได้นั่งหงอยเหมือนลูกเจี๊ยบโดนทิ้ง แต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายก็คงมีสภาพไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ โฮซอกยิ้มออกมาน้อยๆเมื่อนึกถึงคำบอกเล่าของมินยุนกิ เขาติดต่อกับยุนกิบ่อยเพราะต้องฝากฝังเรื่องเอกสารผ่านยุนกิไปให้จองกุกที่ไม่ค่อยมีเวลา


“คิดถึงก็โทรไปหาซะสิ”


“ไม่เป็นไรครับ” จีมินส่ายหัวเบาๆหลังจากได้ฟังคำแนะนำของโฮซอก ยอมรับว่าเขาคิดถึงผู้ชายคนนั้นอยู่ไม่น้อย เพราะช่วงที่ผ่านมาก็คุยกันอยู่ตลอด แม้จะไม่ค่อยได้เจอหน้าก็ตาม แต่ตอนนี้มันต่างออกไป จองกุกเดินทางไปต่างประเทศได้เกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว และอีกราวๆหนึ่งอาทิตย์กว่าที่อีกฝ่ายจะกลับมา


เพราะเคยชินกับการคุยกันเกือบทุกวัน พอห่างหายไปแบบนี้มันก็เลยรู้สึกแปลกๆ


“เดี๋ยวหลังจากนี้ก็ไม่มีเวลาโทรหรอก มะรืนต้องไปปูซานไม่ใช่เหรอเราน่ะ”


“ครับ ไปเดือนกว่าเลย” จีมินว่าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูตารางงานที่บันทึกไว้ วันมะรืนเขาต้องเดินทางไปปูซานและต้องอยู่ทำงานที่นั่นถึงสี่สิบวันหรืออาจจะนานกว่านั้น จนกว่างานทางนั้นจะเรียบร้อยเขาถึงจะกลับโซลได้


“พี่ไปส่งไหม”


“เดี๋ยวแทฮยองไปส่งครับ” จีมินส่งยิ้มบางๆให้กับคนที่บอกว่าจะไปส่ง แต่เพราะเขานัดกับเพื่อนสนิทไว้แล้วเลยทำได้แค่ส่ายหน้าแล้วเอ่ยปฏิเสธความหวังดีของคนเป็นพี่


“อือฮึ” โฮซอกวางส้อมลงบนจากที่ตอนนี้ว่างเปล่าไม่เหลือแตงโมสีแดงสดที่เคยวางเรียงรายอยู่สักชิ้น


“เอาล่ะ ได้เวลาทำงานต่อ” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ โฮซอกเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อหาแฟ้มเอกสารที่จะส่งไปให้ยุนกิ ท่านประธานคว้าแฟ้มติดมือก่อนจะเดินออกจากห้อง ทว่ายังไม่วายเอ่ยคำแนะนำกับจีมินอีกรอบ


“นี่จีมิน ถ้าคิดถึงก็แค่โทรไปหา ถ้าว่างเขาก็คงรับ แต่ถ้าไม่ว่างเขาก็อาจจะไม่ได้รับ ไม่ต้องไปคิดอะไรมากมายหรอก คิดแค่ว่าถ้าเขาโทรมาเราดีใจแค่ไหน กลับกันถ้าเราโทรไปเขาจะดีใจแค่ไหน ไม่ต้องไปคิดเรื่องอื่นให้ปวดหัว ความคิดถึงก็คือความคิดถึงนั่นแหละ ถ้ารู้สึกก็แค่บอกออกไป”


“เข้าใจแล้วครับ”


“อือ อีกอย่างผู้ชายคนนั้นน่ะถึงจะยุ่งขนาดไหนเขาก็มีเวลาให้เราเสมอนั่นแหละ”


โฮซอกว่ายิ้มๆก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับแฟ้มเอกสาร ปล่อยให้อีกคนครุ่นคิดกับคำแนะนำที่เอ่ยไปเมื่อครู่ จีมินน่ะเป็นคนคิดมาก ยิ่งเป็นเรื่องคนใกล้ตัวก็ยิ่งเก็บมาคิด โฮซอกส่ายหัวให้กับนิสัยที่แก้ไม่ได้สักทีของน้องชายคนสนิท


แต่ก็นะ เขาชี้โพรงให้กระรอกขนาดนี้แล้ว คงต้องได้รางวัลอะไรกลับมาบ้างแล้วล่ะ นึกถึงคำขอของคุณเลขาตัวขาวที่กลัวว่าเจ้านายของตัวเองจะแห้งเหี่ยวตายก่อนที่จะได้กลับเกาหลีนั่น อีกฝ่ายขอให้เขาทำอะไรสักอย่าง และตอนนี้เขาทำมันให้แล้ว

 

 


จีมินนั่งกดโทรศัพท์ไปเรื่อยระหว่างที่กำลังนั่งรถไปสนามบิน วันนี้เขาต้องเดินทางไปปูซานตามกำหนดการของบริษัท คนที่มาส่งคือคิมแทฮยองที่เพิ่งจะกลับมาจากต่างประเทศเมื่อสองวันที่แล้ว


“เดี๋ยวก็เมารถ” เสียงดุๆของเพื่อนสนิททำให้จีมินละความสนใจจากโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังรับหน้าที่เป็นสารถีอยู่ในตอนนี้


“คุยกับเขาอยู่เหรอ”


“เปล่า เราดูตารางงานอยู่” จีมินว่าก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า เรื่องที่เกี่ยวกับจองกุกเขาเล่าให้แทฮยองฟังทั้งหมดแล้วเพราะโดนเค้นถามเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่ได้เห็นรอยแผลบนตัวของเขาที่ตอนนั้นยังไม่หายดี


จีมินก็เลยจำต้องเล่าเรื่องทุกอย่างให้แทฮยองฟังอย่างเลี่ยงไม่ได้ พอได้รู้เรื่องจองกุกอีกฝ่ายก็หวีดใส่เขาเสียงสูงจนต้องเอามือปิดหู จำได้ว่าวันนั้นเขาโดนแทฮยองบ่นใส่หูอยู่เกือบสองชั่วโมงก่อนที่อีกฝ่ายจะยอมจบเพราะทนหิวข้าวไม่ไหว


“แล้วเขาติดต่อมาบ้างไหม”


“อือ เมื่อคืนก็คุยกัน” จีมินพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยตอบเพื่อน คำถามของแทฮยองพาลทำให้เขานึกถึงเรื่องวันนั้น วันที่โฮซอกแนะนำให้เขาโทรไปหาจองกุก แล้วเขาก็ดันบ้าจี้ทำตามจริงๆ


คิดแล้วก็หน้าร้อนไปหมด ตอนที่เอ่ยคำว่าคิดถึงออกไปเขารู้สึกเหมือนตัวจะระเบิด หน้ามันร้อน แถมใจยังเต้นแรงมากๆด้วย ตอนนั้นได้แต่ก้มหน้าแล้วกำมือแน่นเมื่อไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ยอมรับว่าใจแป้วไปแล้วถ้าไม่มีเสียงทุ้มตอบกลับมาในอีกหลายวินาทีต่อจากนั้น


พี่ก็คิดถึงหนู


ประโยคสั้นๆที่ทำให้ใจเต้นแรงจนแทบบ้า จีมินแทบจะจำไม่ได้ว่าหลังจากนั้นเขาพูดอะไรออกไปบ้าง เหมือนสติหลุดลอยไปกับคำว่าคิดถึงของอีกฝ่าย รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองหลับไปทั้งๆที่ไม่ได้วางสายนั่นแหละ


มันเป็นความรู้สึกที่เขาเองก็ยังรู้สึกว่า ...เป็นเอามากจริงๆ


“หน้าแดงน่ะ”


“ห๊ะ?”


แทฮยองยิ้มขำกับท่าทางของเพื่อน พอเขาบอกว่าหน้าแดงมือน้อยๆนั่นก็รีบตะปบเข้าที่หน้าของตัวเองเหมือนเด็กหนีความผิด ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าคิดเรื่องของผู้ชายคนนั้นอยู่ แทฮยองนึกอยากเจอกับคนที่ทำให้จีมินมีสภาพแบบนี้ บอกตรงๆว่าเขาไม่ค่อยชอบความสัมพันธ์ของจีมินกับจองกุกสักเท่าไหร่


มันดูฉาบฉวยและเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่จะตั้งตัว ต่างฝ่ายต่างรู้สึกดีต่อกันทั้งๆที่ยังไม่เคยศึกษาดูใจหรือเห็นตัวตนของอีกฝ่ายในมุมอื่น เพราะแบบนั้นเขาถึงบอกว่ามันฉาบฉวย มันเกิดขึ้นได้ง่าย แน่นอนว่ามันจะเปราะบางและจบลงได้ง่ายเหมือนกัน


เขาไม่ได้ไม่ชอบจอนจองกุก แต่แค่เป็นห่วงความรู้สึกของจีมิน เพื่อนของเขาไม่เคยเอาความรู้สึกไปผูกไว้กับคนอื่นนอกจากคนในครอบครัว ข้างในของจีมินเปราะบางเกินกว่าที่คนนอกจะรับรู้


แต่มันเป็นสิ่งที่เขารับรู้มาตลอด เด็กผู้ชายที่แทบจะไม่เปิดใจให้ใครเลย เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่คนเดียวในห้องเรียนท่ามกลางเพื่อนๆที่ต่างก็มีผู้ปกครองนั่งประกบอยู่ข้างๆ เด็กผู้ชายตัวเล็กที่นั่งกินข้าวคนเดียวอยู่กลางโรงอาหารที่เต็มไปด้วยผู้คน จีมินโดดเดี่ยวจนกระทั่งเขาตัดสินใจที่จะลองก้าวเดินเข้าไปในชีวิตอีกฝ่าย


เขาทำมันได้สำเร็จและตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าจอนจองกุกจะไม่ทำให้เพื่อนเขาต้องเสียใจ


“ชอบเขาขนาดนั้นเลย?”


“ไม่รู้สิ”


แทฮยองยื่นมือไปผลักหัวเพื่อนเบาๆตอนที่ได้รับคำตอบ ส่ายหัวให้กับความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง ปล่อยวางเรื่องราวของเพื่อนสนิทให้เป็นไปตามที่เพื่อนอยากให้เป็น เพราะถ้าจีมินมีความสุขเขาก็ไม่คิดจะห้ามหรอก


รถยนต์ประเภท PPV คันใหญ่แล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถของสนามบิน แทฮยองเปิดประตูลงจากรถก่อนจะยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของจีมินลงจากท้ายรถให้ ปล่อยให้เจ้าของกระเป่ายืนยิ้มแฉ่งรอ


เขาพาจีมินไปเช็คอินก่อนที่จะไปหาอะไรกินรอเวลา ร้านฟาสฟู้ดเป็นตัวเลือกที่ดีเมื่อมีเวลาที่จำกัด แทฮยองสั่งเบอร์เกอร์สองชิ้นให้ตัวเองกับจีมินก่อนจะเดินกลับมาหาเพื่อนที่นั่งรออยู่


“แทฮยองบินอีกวันไหนนะ” จีมินเอ่ยถามเพื่อนที่ตอนนี้ทำงานเป็นผู้ช่วยนักบินอยู่ที่สายการบินแห่งหนึ่ง เขากับแทฮยองนานๆถึงจะได้เจอกันที เพราะงั้นเวลาที่อีกฝ่ายว่างถึงชอบมาขลุกอยู่กับเขาเสมอ


“พรุ่งนี้อ่ะ” ผู้ช่วยนักบินหนุ่มกลืนเบอร์เกอร์คำใหญ่ที่กัดเข้าปากเมื่อครู่ก่อนจะเอ่ยตอบจีมิน


“เหนื่อยแย่เลย”


“นิดหน่อย”


“พักผ่อนเยอะๆล่ะ”


“ทราบแล้วครับ” แทฮยองทำท่าตะเบะก่อนจะส่งยิ้มให้เพื่อน ทั้งคู่หยุดการสนทนาไว้แค่นั้นแล้วเริ่มลงมือทานอาหารที่เหลือต่อ ใช้เวลาไม่นานจีมินกับแทฮยองก็จัดการเจ้าเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่จนหมด


“ดูแลตัวเองดีๆล่ะ” แทฮยองเอ่ยกับเพื่อนที่กำลังจะเดินเข้าไปในเกต เขามาส่งจีมินได้แค่นี้และต้องกลับไปเตรียมตัวเพื่อที่จะบินในวันพรุ่งนี้


“แทฮยองด้วย”


“อือ บินปูซานวันไหนจะแวะไปหา”


“โอเค เราไปนะ ขับรถกลับดีๆ”


“เดินทางปลอดภัย” แทฮยองเอื้อมมือไปโยกหัวเพื่อนเบาๆ


“ขอบคุณที่มาส่ง” จีมินเอ่ยขอบคุณพร้อมกับส่งยิ้มให้เพื่อน เขาโบกมือลาแทฮยองก่อนจะเดินเข้ามาด้านใน ผู้คนมากมายที่คงจะเป็นเพื่อนร่วมเดินทางของเขาพากันนั่งรอบนเก้าอี้ที่ทางสนามบินจัดไว้ให้


จีมินพรูดลมหายใจออกมาเบาๆยามที่มองไปยังท้องฟ้า เขาไปทำงานแบบนี้แล้วอีกนานแค่ไหนกันล่ะถึงจะได้เจอกัน แต่คิดมากไปก็เท่านั้น ถ้าจะได้เจอก็คงได้เจอกันเองนั่นแหละ แล้วถ้าคิดถึงก็โทรหาแล้วพูดออกไปอย่างที่โฮซอกเคยบอก


แต่ว่านะ สำหรับเขาแล้ว.....ความคิดถึงมันอันตรายจริงๆ เพราะมันทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองเอาซะเลย


จีมินปล่อยวางทุกอย่างลงเมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่อง เขาใช้เวลาเดินทางราวๆหนึ่งชั่วโมงจากโซลถึงปูซาน มัณฑนากรตัวน้อยเดินออกมาจากสนามบินพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เพื่อหาแท็กซี่ไปยังที่พักที่ทางบริษัทจ้างงานจัดเตรียมไว้ให้


ที่พักที่ว่าเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมืองปูซาน จีมินเดินลากกระเป๋าเข้าไปในโรงแรมเพื่อเช็คอินห้องพักก่อนจะได้คีย์การ์ดมา พนักงานบริการปรี่เข้ามาจะช่วยเขายกกระเป๋า จีมินเข้าใจว่ามันเป็นบริการของทางโรงแรม แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธ


คนตัวเล็กเดินลากระเป๋าเข้าไปในลิฟท์ก่อนจะกดชั้นที่ต้องไป มองดูคีย์การ์ดในมือด้วยความสงสัย จนกระทั่งเจ้าลิฟท์ตัวใหญ่ที่มีผู้โดยสารเพียงคนเดียวเดินทางมาถึงจุดหมาย จีมินเดินตรงไปที่ห้องพักที่อยู่มุมสุดของชั้น เสียบคีย์การ์ดเข้ากับประตูก่อนจะเปิดเข้าไป


ภาพตรงหน้าทำเอาอ้าปากค้าง ถึงตอนนี้จีมินชักจะไม่แน่ใจว่าราคาห้องพักของเขากับราคาจ้างงานอะไรจะแพงกว่ากัน จัดการปิดประตูก่อนจะเอากระเป๋าไปเก็บที่มุมห้องแล้วเดินไปดูวิวที่กระจกบานใหญ่ ภาพตรงหน้าทำเอาคนที่เดินทางมาเหนื่อยๆยิ้มออกมาได้ทันที


จีมินยืนชมวิวอยู่แบบนั้นสักพักก่อนจะตัดสินใจที่จะเก็บของในกระเป๋าให้เข้าที่ โน๊ตบุ๊คเครื่องบางกับอุปกรณ์การทำงานต่างๆถูกหยิบขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ เสื้อผ้าที่เตรียมมาถูกจัดเข้าตู้ จีมินใช้เวลาจัดของสักพักก่อนที่จะเข้าไปอาบน้ำเพราะอยากจะนอนพักเต็มที


จีมินที่ตอนนี้กลายเป็นมนุษย์ก้อนเดินออกจากห้องน้ำมาพร้อมกับแว่นสายตาอันโตกับชุดคลุมอาบน้ำและผ้าที่แปะอยู่บนหัว ใช้เวลาสิบนาทีไปกับการแต่งตัว ทว่ายังไม่ทันได้ล้มตัวลงนอนสายตาก็เหลือบไปเห็นช่อดอกไม้เล็กๆที่วางอยู่บนเตียงเสียก่อน


 ตอนเข้ามาเขาไม่ทันได้สังเกตเพราะมัวสนใจแต่วิวทะเลสวยๆ จีมินยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้เพราะเห็นว่ามันน่ารักดี ช่อดอกยิบโซที่ถูกพันด้วยเชือกเส้นเล็กๆ มันไม่ได้รวยหรูแต่พอดูรวมๆแล้วก็เข้ากับบรรยากาศของห้องอย่างน่าประหลาด


จะว่าไปตั้งแต่หน้าโรงแรมเข้ามาก็มีดอกไม้เต็มไปหมด จีมินคิดว่าเจ้าของที่นี่เป็นคนที่มีความสนใจในเรื่องพวกนี้น่าดู มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดีเพราะเขาไม่เคยเจอโรงแรมที่ไหนเอาช่อดอกไม้เล็กๆแบบนี้มาวางต้อนรับแขก


จีมินเลือกที่จะนำช่อดอกยิปโซไปวางไว้บนโต๊ะทำงาน ละความสนใจจากทุกสิ่งเพราะรู้สึกว่าเหนื่อยเกินกว่าที่จะให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัว สุดท้ายแล้วก็หลับไปทั้งๆที่โทรศัพท์อยู่อยู่ในมือ พร้อมกับภาพบนหน้าจอที่มีรูปช่อดอกยิปโซที่ถูกถ่ายเก็บไว้






Fiction by hohopes.
Twitter : @Hohope_JH94 
Hashtag : #206mileskm


สวัสดีค่ะทุกคนนน 
ตอนนี้พี่เขาค่าตัวแพงค่ะ เลยออกมาได้แค่นั้น ฮ่าๆๆ หวีดคุณโฮซอกกับคุณผู้ช่วยนักบินไปก่อนนะคะ เดะตอนหน้าพี่เขาจะกลับมาหาน้องแล้วค่ะ // ไหนใครอยากอ่านตอนไปไปวันพรุ่งนี้บ้างคะ เม้นๆเป็นกำลังใจให้เราโหน่ยยย จะได้มีแรงปั่นมาลงให้ค่ะ(แต่จริงๆก็คิดว่าอัปถี่ไปหรือเปล่านะ ฮ่าๆๆ)


ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ ไว้เจอกันอีกตอนต่อไปค่า

ขอคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ คนละเม้นสองเม้น หรือจะเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ก็ได้ค่ะ(แท็กในทวิตคือเงียบเหงามากเด้อ)  กำลังใจดี อะไรๆมันก็จะดีตามเนอะ ไว้เจอกันครึ่งหลังนะคะ ขอบคุณมากค่ะ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 677 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,553 ความคิดเห็น

  1. #2525 charmryc (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 16:40
    โรงแรมของพี่คนนั้นป่าววววว
    #2,525
    0
  2. #2502 YamaLuffyijikO (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 18:59
    ยัยน้องโคตรจะน่ารักกกกก
    #2,502
    0
  3. #2473 Annie6245 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 19:31
    ไม่รู้เลยจีงๆนะว่าใครเตรียมไว้อ่ะ
    #2,473
    0
  4. #2465 Jim_Parker (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 22:19
    น่าคิดนะครับบ แหมๆๆๆ
    #2,465
    0
  5. #2452 Snowrainbow_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 06:09
    โรงแรมของคนไกลรึป่าวน๊าาา ถ้าใช่คือเตรียมให้อย่างดี
    #2,452
    0
  6. #2306 IIuvia92 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 09:52
    ไปทำงานต่างเมืองตั้งหลายเดือนเลย ถ้าอีกคนกลับมาคงคิดถึงแย่เลยนะเนี่ย
    #2,306
    0
  7. #2217 Thirananmm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 16:05
    เอ ห้องสวยเเบบนี้ มีคนเตรียมไว้ให้รึเปล่าน้าาา
    #2,217
    0
  8. #1740 IDKOUO (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 00:06
    งื้อ ชอบเรื่องนี้จังค่ะ
    #1,740
    0
  9. #1488 เมียยุนกิ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 15:24
    ความห่างไกลมันทำให้คิดถึงสินะ
    #1,488
    0
  10. #1369 IYUN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 00:31
    เอ ห้องสวยไปนะบางที ใครเตรียมให้ป่าวน้าาาา
    #1,369
    0
  11. #1362 MaiiJM (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 19:21

    ห้องสวยขนาดนี้คนพี่เค้าเตรียมไว้ให้รึเแล่าน๊
    #1,362
    0
  12. #1361 JumpingRABBIT (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 19:13

    คิดถึงพี่จอวกุกแล้ววววววว นี่ขนาดมาประโยคเเยว พี่ก็คิดถึงหนู นี่แบบตายๆๆๆๆๆๆ

    ถ้ามาเจอกันเมื่แไหร่จับน้องฟัดให้หายคิดถึงเลยนะคะ

    แอบคิดว่าช่อดอกไม้ที่ส่งมาเป็นของจองกุกเปล่าน้อออ รอนะคะ สนุกมากๆ

    #1,361
    0
  13. #1358 au-rungsima (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 18:04
    เราเป็นคนโลภมากอยากจะอ่านทุกวันๆ อิอิ
    หลงโฮซอกตั้งแต่ตอนที่แล้ว ตอนนี้ก็ยังหลงอยู่
    ชอบที่พี่จองกุก บอกว่า พี่ก็คิดถึงหนู น่าร้ากที่สุดคะ
    #1,358
    0
  14. #1337 ijanie15 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 12:43
    คิดถึงหนูนะ กราวใจมาก
    #1,337
    0
  15. #1335 Da_BTS2001 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 12:39

    ไรท์น่ารักอ่า อัพถี่มาก อ่านนิยายตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ ชอบนิยายแนวนี้มากเลย อัพเลยค่ะ 5555

    #1,335
    0
  16. #1322 kiPRko (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 04:11
    ทำไมน่ารักจังเลยยยย
    #1,322
    0
  17. #1321 boa1013 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 02:35
    ชักสงสัยแล้วบริการดีขนาดนี้โรงแรมของใครกันน้า
    #1,321
    0
  18. #1320 gunlabonus (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 02:28
    เอ๋ เป็นแผนอะไรรึป่าวน้าา
    #1,320
    0
  19. #1319 rxbttc0de (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 02:27

    แน่ใจนะว่าโรงแรมเตรียมเอาไว้น่ะ ไม่ใช่คุณจอน 555 รออ่านทุกวันเบยย
    #1,319
    0
  20. #1318 MornMolar (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 01:26
    บริการของโรงแรม หรือของใครหรือเปล่านะ
    #1,318
    0
  21. #1313 guideguide__ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 00:26
    อัพบ่อยๆนะคะะะะ
    #1,313
    0
  22. #1311 ARMA_B (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 00:05

    ไม่ใช่ว่าเป็นแผนคุณจอนเค้านะคะ อัพบ่อยๆดีเเล้วค่า จะได้ไม่เหงา แหะๆ สู้ๆนะคะเป็นกลจให้ค่า
    #1,311
    0
  23. #1310 Plengpin_nz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 23:54
    ใจสั่นแรงมากกก หืออออ><ไม่ไหวๆ
    #1,310
    0
  24. #1309 kae_fei (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 23:53

    คือดีย์!!!!
    #1,309
    0
  25. #1308 sufeena (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 23:46
    พี่ก็คิดถึงหนู. เเงงงงว ตายไพเรยยยย
    #1,308
    0