KOOKMIN | 2 0 6 M I L E S (END) | Spin-off 2318 miles VMIN |

ตอนที่ 6 : 2 0 6 M I L E S | Chapter5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,879
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,205 ครั้ง
    2 ก.ย. 61


2 0 6 M I L E S

Chapter_5

 

“บอสคะ โทรศัพท์จากคุณยุนกิค่ะ” เสียงกระซิบจากเลขาสาวอีกคนทำให้จองกุกต้องละความสนใจจากกลุ่มผู้บริหารที่ตอนนี้กำลังนั่งดื่มด่ำกับงานเลี้ยงกันอยู่ที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง เขาขอตัวออกมาก่อนจะรับโทรศัพท์จากเลขาสาวมาแล้วเดินหามุมเงียบๆในร้านเพื่อคุยโทรศัพท์


“มีอะไร” จองกุกกรอกเสียงลงไป มีไม่กี่ครั้งหรอกที่เขาจะได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทที่พ่วงหน้าที่เลขาในเวลาแบบนี้ เพราะถ้าไม่ใช่งานด่วนจริงๆคนที่รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจไม่มีทางที่จะตื่นมาโทรหาเขาในเวลาแบบนี้แน่ๆ


และเพราะแบบนั้นนั่นแหละเขาถึงต้องมีเลขาถึงสองคน


“พนักงานต้อนรับที่โรงแรมเห็นคู่ขานายมาที่โรงแรม จะให้ไล่กลับไหม” เสียงง่วงๆของอีกฝ่ายทำเอาจองกุกที่ดื่มไปเยอะพอสมควรเริ่มอึนๆมึนๆตาม


“คนไหน แล้วรู้ได้ยังไง”


“พนักงานบอกว่าจำได้ เคยเห็นเข้ามากับนายตอนดึกๆ”


“กูไม่เคยพาใครมาที่โรงแรม แต่ถ้ามีมาวุ่นวายก็ไล่กลับไป” จองกุกเอ่ยออกไปด้วยความหงุดหงิด มีผู้หญิงหลายคนที่เคยเข้ามาหาเขาที่โรงแรมแม้เขาจะไม่เคยบอกชื่อหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเองไปเลยก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าความพยายามที่จะจับคู่นอนของพวกเธอจะเป็นเลิศ ถึงได้รู้ว่าจะตามหาเขาได้ที่ไหน แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นกันทุกคน เพราะส่วนมากก็จบกันแค่คนนั้น แต่ก็นั่นแหละนะ...มักจะมีคนที่ชอบแหกกฎเสมอ


เพราะฉะนั้นงานรองของพนักงานต้อนรับที่บริษัทหรือที่โรงแรมจะมีหน้าที่รองเป็นเหมือนคนคอยกันท่า ไม่ให้คนพวกนั้นเข้ามาวุ่นวายกับเขา


“อืม เดี๋ยวบอกพนักงานให้”


“ขอบใจ” จองกุกเอ่ยขอบคุณก่อนจะกดวางสาย วันนี้เขามีนัดกับผู้บริหารของหลายบริษัทที่ร่วมงานกันอยู่ งานเลี้ยงจัดขึ้นง่ายๆในร้านอาหารเล็กๆที่ราคาไม่เล็กตามขนาดของร้าน เขาก้มมองโทรศัพท์ในมือก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ


จะว่าไปแล้วเขาไม่ได้เจอเด็กคนนั้นนานแค่ไหนแล้วนะ...


คงเพราะความคิดถึงจิตใต้สำนึกถึงได้เอาแต่ฉายภาพของคนๆนั้นซ้ำไปซ้ำมาราวกับว่าจะย้ำเตือนความรู้สึก สมองที่เริ่มทำงานช้าเพราะฤทธิ์ของเครื่องดื่มมึนเมาที่ดื่มเข้าไปเริ่มประมวลผล ถ้าจะมีคนที่เขาพาเข้าไปที่โรงแรมด้วยก็คงจะมีแค่เด็กคนนั้น


มีแค่พัคจีมิน...


พัคจีมิน . . .


ดูเหมือนคนที่กำลังหงุดหงิดจะคิดอะไรขึ้นมาได้ มือหนารีบกดโทรศัพท์หาคนที่เพิ่งจะเพิ่งกันคุยกันไปเมื่อครู่ รอไม่นานปลายสายก็มีเสียงตอบรับ


“ว่าไง”


“ไล่ไปหรือยัง”


“กำลังจะทำ นายรีบเหรอ”


“ไม่ ชื่อ...ชื่ออะไร คนๆนั้นน่ะ” จองกุกตอบคำถามของเพื่อนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะความประหม่า


“เดี๋ยวให้เด็กไปถามให้”


“อือ” จองกุกพ่นลมหายใจออกมาเบาๆก่อนจะถอยหลังไปพิงกับผนังของร้านอาหาร เขายกโทรศัพท์แนบหูรอให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ปล่อยให้ความรู้สึกที่สะสมไว้ในตัวเริ่มปะทุขึ้นมาตามแรงอารมณ์ มันเป็นความคิดถึง และจะบอกว่าเป็นความโหยหาก็คงใช่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความหวัง


เขาหวังว่าจะเป็นเด็กคนนั้น ไม่สิ...ขอให้เป็นต่างหาก ขอให้เป็นพัคจีมิน


“กุก...จองกุก ยังอยู่ไหม”


“ยังอยู่” จองกุกรีบตอบกลับไปหลังจากที่ได้ยินเสียงเรียกจากปลายสาย เมื่อครู่ดูเหมือนเขาจะเหม่อจนยุนกิต้องส่งเสียงเรียกอยู่หลายครั้ง


“จีมิน ชื่อพัคจีมิน”


“ไม่ต้องไล่...ไม่ต้องไล่เขาไปไหนทั้งนั้น” มือหนาถูกยกขึ้นมาลูบบนใบหน้า ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นมาบางๆก่อนจะเอ่ยบอกกับปลายสาย


“คนนี้เหรอ” คำถามที่ดังลอดออกมาทำเอาคนฟังต้องยกยิ้ม เขาไม่รู้หรอกว่าซอกจินไปเล่าอะไรให้ยุนกิฟังบ้าง แต่ก็คงจะมากพอที่จะทำให้คุณเลขาที่นั่งประจำอยู่หน้าห้องรู้ในความเป็นไปของเขา


“อือ คนนี้แหละ”


“งั้นอีกนานไหมกว่าจะกลับ”


“น่าจะสักครึ่งชั่วโมง” จองกุกยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป งานเลี้ยงนี่จะว่าน่าเบื่อก็คงใช่ เพราะส่วนมากผู้บริหารที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่ตรงนั้นก็อายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้า จะให้เขาที่อายุห่างกันเป็นรอบคุยเล่นด้วยก็คงจะไม่ใช่เรื่อง


“รีบกลับหน่อยก็ดี”


“ทำไม” จองกุกชะงักกับคำพูดและน้ำเสียงของเพื่อนที่ส่งผ่านมาทางโทรศัพท์ ยุนกิเป็นคนที่เอางานมาก่อนเรื่องส่วนตัวเสมอ น้อยครั้งที่อีกฝ่ายจะบอกให้เขาทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง และในเวลาแบบนี้ถ้าไม่มีเรื่องที่เป็นกังวลอีกฝ่ายจะไม่บอกให้เขาทิ้งงานเลี้ยงที่ต้องสวมหน้ากากแบบนี้ไปแน่


“สำคัญใช่ไหม”


“หมายถึงจีมิน?”


“ใช่”


“ก็พอสมควร”


“งั้นรีบหน่อยก็ดี สภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่” รอยยิ้มที่เคยมีเลือนหายไปในเวลาต่อมา จองกุกกำโทรศัพท์แน่นหลังจากที่ได้ยินคำพูดของยุนกิ


“ยังไง”


“เหมือนตุ๊กตามั้ง ตุ๊กตากระเบื้องที่กำลังจะแตกสลาย”


จองกุกขบกรามแน่น เขารู้ดีว่าเด็กคนนั้นดูเปราะบางแค่ไหน ถึงจะดูเปราะบางแต่ก็เข้มแข็ง และถึงจะดูน่าปกป้องแค่ไหนพัคจีมินก็ไม่ใช่คนที่จะแตกสลายได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นคำพูดของยุนกินั้นเปรียบเสมือนตัวจุดฉนวนในใจเขา ฉนวนระเบิดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่มันสะสมมาเรื่อยๆตั้งแต่วันนั้น


“ซอกจินอยู่ไหม”


“อยู่”


“กูฝากเขาไว้กับพวกมึงได้ใช่ไหม แค่ครึ่งชั่วโมงยุนกิ ...ขอแค่ครึ่งชั่วโมง”


“ได้ จะดูแลให้”


“ขอบคุณ”


 

ซอกจินนั่งพิจารณาสภาพร่างกายของคนที่เขาเพิ่งจะทำแผลให้จนเสร็จไปเมื่อครู่ พัคจีมินเป็นผู้ชายตัวเล็กแต่ก็ไม่ได้เตี้ยอะไรมากมาย ถ้าให้เทียบก็คงจะสูงพอๆกับยุนกิ แค่ไหล่แคบกว่า ตัวเล็กกว่า มือเล็กกว่า แม้แต่เท้าที่เขาเพิ่งจะบังคับให้อีกฝ่ายถอดรองเท้าออกตอนที่ทำแผลนั่นก็ด้วย เรียกได้ว่ามีแค่ส่วนสูงที่ใกล้เคียงกัน นอกนั่นก็ไม่มีอะไรที่พอจะเทียบกันได้เลย


และแผลที่อยู่บนตัวจีมินแน่นอนว่าเขารู้ว่ามันเกิดจากการโดนทำร้ายร่างกาย รอยช้ำตามตัวและรอยนิ้วมือจางๆที่อยู่บนลำคอขาวๆ ไหนจะเท้าเล็กๆนั่นก็ถลอกปอกเปิกไปหมดนั่นอีก ไม่รู้ว่าโดนอะไรมาบ้าง แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ


ซอกจินนั่งมองอีกฝ่ายเงียบๆเพราะรู้ว่าตอนนี้จีมินยังไม่พร้อมที่จะพูดกับใครทั้งนั้น ถึงจะคันปากอยากถามความเป็นมาแค่ไหนก็ตามแต่ก็เลือกที่จะไม่พูดออกไป ครั้นจะให้เล่าเรื่องตลกๆให้ฟังก็กลัวว่าจะพาลทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิมไปอีก


ให้ตายเถอะ...บรรยากาศแบบนี้มันโคตรน่าอึดอัดเลย แถมคุณเลขาตัวขาวยังปล่อยเขาไว้กับพัคจีมินแค่สองคนอีก ซอกจินขยับตัวหยุกหยิกก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์เพื่อหาเครื่องดื่มให้ตัวเองและแขกคนสำคัญของจอนจองกุก


ซอกจินวางแก้วน้ำลงตรงหน้าของจีมินก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ยกนาฬิกาขึ้นมาดูเพราะเห็นว่าเวลาล่วงเลยไปจนเกือบจะยี่สิบนาทีแล้ว ก่อนจะหันไปมองที่ข้อเท้าของจีมินที่มีถุงน้ำแข็งวางอยู่ เพราะรู้ว่าจีมินข้อเท้าแพลงเขาเลยใช้ให้ยุนกิไปหาถุงน้ำแข็งมาให้ คุณเลขาก็ทำงานเร็ว ไปหาของที่ต้องการมาให้แล้วก็หายออกไปอีกรอบ


“คุยกันหน่อยไหม” ซอกจินเอ่ยทำลายความเงียบที่ปกคลุมมาเกือบสิบนาที หลังจากแนะนำตัวและทำแผลให้อีกฝ่ายเสร็จก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก


“พี่ชื่อซอกจิน เมื่อก่อนเป็นหมอ ตอนนี้ตกงานอยู่ แต่อีกเดี๋ยวจะเป็นผู้บริหารล่ะ” คนตกงานว่ายิ้มๆ เลือกที่จะเล่าเรื่องราวในชีวิตของตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง เขาอยากให้จีมินเห็นว่าสิ่งที่เขาพูดไปมันเป็นเพียงเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตและกำลังจะผ่านไป


“ชื่อจีมินครับ เป็นมัณฑนากร แล้วก็...ขาแพลงเพราะวิ่งตกบันไดครับ” จีมินเอ่ยออกมาเสียงเบา และเลือกที่จะพูดถึงเรื่องที่ขาแพลงเพราะเห็นว่าก่อนหน้านั้นซอกจินมองมาที่ข้อเท้าของเขา


“งั้นคนซุ่มซ่ามก็ต้องประคบเย็นเหมือนที่หมอทำให้เรื่อยๆนะครับ วันนึงก็ทำสักสองสามครั้ง ครั้งละประมาณ 20-30 นาที เข้าใจไหมครับ” ซอกจินเลือกที่จะแนะนำวิธีการรักษามากกว่าที่จะถามว่าอีกฝ่ายไปทำอะไรมาถึงได้ตกบันไดจนขาแพลง

“เข้าใจครับ”


“น่ารักมาก แล้วก็...หมอมีอะไรจะเตือนไว้อย่าง”


“ครับ...” จีมินเงยหน้าขึ้นมามองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ซอกจินยังยิ้มอยู่ แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นสื่อว่ามีเรื่องที่ต้องการจะเตือนเขาจริงๆ


“จองกุกน่ะ ดูเหมือนจะเป็นคนใจเย็น แต่จริงๆแล้วเป็นคนใจร้อนพอตัวนะ อย่าตกใจล่ะถ้าเจอมันโมโหใส่ เพราะว่ามันมาเห็นเราในสภาพแบบนี้คงใจเย็นอยู่ไม่ไหวหรอก” ซอกจินเอ่ยออกมาก่อนจะเดินไปดูข้อเท้าที่กำลังประคบน้ำแข็งของจีมิน “หมอจะไม่ถามหรอกนะว่าได้แผลพวกนี้มาได้ยังไง แต่จองกุกถามแน่ และถ้าเป็นไปได้ก็อย่าโกหก แต่ถ้าไม่อยากตอบหมอมีวิธีหลีกเลี่ยงมาแนะนำ”


อดีตคุณหมอว่าก่อนจะนั่งลงตรงหน้าคนป่วย จองกุกไม่ใช่คนใจร้อนเป็นไฟ แต่ก็ไม่ใช่คนใจเย็นเป็นน้ำ การที่เขาแนะนำวิธีเอาตัวรอดให้จีมินถือเป็นเรื่องที่ควรทำเพราะสำหรับเขาคนที่เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ร้ายๆมาไม่ควรจะโดนกดดันจากคนรอบข้าง


ถ้าจีมินไม่อยากพูด ก็ต้องไม่บังคับ


“จองกุกน่ะแพ้น้ำตา แต่ไม่ได้เป็นกับทุกคนหรอกนะ ถ้าเป็นคนอื่นมันก็แค่น้ำตา จะร้องไห้ให้น้ำหมดตัวมันก็จะบอกว่าไม่ใช่เรื่องของมัน แต่สำหรับคนที่สำคัญ แค่หยดเดียวก็ไม่อยากจะเห็น ถ้าโดนกดดันมากๆก็ร้องไห้ใส่มันไปเลย” จริงๆแล้วซอกจินไม่ได้อยากแนะนำวิธีนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็เลือกที่จะทำเพราะเขาอยากรู้ว่าพัคจีมินสำหรับจอนจองกุกนั้นจะสำคัญได้มากแค่ไหน ถึงจะเสี่ยงเพราะถ้าจองกุกไม่ใจอ่อนขึ้นมา อีกคนก็คงคิดว่าตัวเองไม่สำคัญพอ


แต่เขามั่นใจ...มั่นใจว่าพัคจีมินสำคัญพอ


ก๊อก ก๊อก


ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยคำแนะนำที่เหลือออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน ซอกจินหยัดตัวลุกขึ้นยืนในตอนที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น เป็นยุนกิที่เดินเข้ามาก่อนจะเรียกให้อดีตคุณหมอตามออกไปด้วย


“ขอคุยด้วยหน่อย” ยุนกิพูดแค่นั้นก่อนจะเดินกลับออกไป ปล่อยให้ซอกจินคุยอะไรกับจีมินอีกหน่อย เพราะซอกจินเองก็รู้ดีว่าภายในคืนนี้เขาคงไม่ได้กลับเขามาในห้องนี้อีก


“งั้นก็...ไว้เจอกันใหม่นะ” ซอกจินลูบผมคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเบาๆ ก่อนจะเดินตามยุนกิออกไป


เขาเป็นคนบอกยุนกิไว้เองว่าถ้าจองกุกกลับมาถึงแล้วให้มาเรียก ซอกจินเดินไปรอคนที่กำลังเดินทางมาที่หน้าลิฟท์ เขาต้องคุยกับจองกุกให้รู้เรื่องก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าไปหาจีมิน รู้ว่าคงทำอะไรไม่ได้มากในสถานการณ์แบบนี้ แต่เขาก็อยากจะเตือนไว้ในฐานะเพื่อน


รอไม่นานนักลิฟท์โดยสารก็พาคนที่เขาต้องการที่จะเจอมาถึงปลายทาง ดูเหมือนจองกุกจะแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเขายืนอยู่ตรงนี้


“คุยกันหน่อย”


คุยที่หมายถึงคุยจริงๆ ทั้งคู่ใช้เวลาคุยกันอยู่เกือบสามนาทีก่อนที่ซอกจินจะขอตัวกลับห้อง ทว่ายังไม่วายพูดทิ้งท้ายไว้อีกรอบก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไป


“ใจเย็นนะจองกุก แล้วก็อย่าลืมที่บอกไปด้วย”


“อือ จะพยายาม”


ก็หมายความตามนั้น จะพยายามใจเย็นอย่างที่ซอกจินบอก แต่ก็รับปากไม่ได้ว่าจะพยายามไปได้มากแค่ไหน


เพราะความอดทนมันมีขีดจำกัด และตอนนี้มันก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดที่ว่าเข้ามาทุกทีแล้ว


จองกุกก้าวเดินตรงไปที่ประตูห้อง พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปเปิดประตูโดยที่ไม่ได้ส่งสัญญาณบอกให้คนข้างในรู้ตัว ภาพแรกที่เห็นคือผู้ชายตัวเล็กที่ทำให้เขาคิดถึงจนแทบบ้ากำลังนั่งเอาถุงน้ำแข็งประคบข้อเท้าของตัวเองอยู่


มือหนาผลักบานประตูให้ปิดลงโดยที่ไม่ได้หันไปมอง สายตาของจองกุกยังคงจับจ้องไปยังคนที่นั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่ามีคนเข้ามาในห้องเพราะเสียงประตูที่ปิดลงไปเมื่อครู่


จีมินละสายตาจากข้อเท้าแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนที่เปิดประตูห้องเข้ามา คนตัวเล็กชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ซอกจินหรือคุณเลขาตัวขาวอย่างมินยุนกิ หากแต่เป็นเจ้าของห้องที่เขาเข้ามายืมเป็นที่พักพิงในเวลานี้


ไม่ทีคำทักทายใดๆ ทั้งคู่ทำแค่เพียงสบตากัน ราวกับว่าไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำพูดใดๆออกมาก็เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ


จองกุกเดินเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่บนโซฟา สวมกอดอีกคนเบาๆ มันผิดคาด ผิดไปหมด จากที่คิดว่าคงยากที่จะทำใจให้เย็นลงได้ ภาพที่เขาเห็นตอนนี้นั้นไม่ได้เกินจริงไปจากคำบอกเล่าของยุนกิ รอยแผลบนตัวเผยให้เห็นชัดเต็มสองตา


ทว่าเขากลับทำได้เพียงแค่กอดอีกฝ่ายเอาไว้ในเวลาแบบนี้ แรงรัดจาดเสื้อที่สวมอยู่ทำให้รู้ว่ามือเล็กๆนั่นกำลังกำชายเสื้อของเขาเอาไว้แน่น


อารมณ์ฉุนเฉียวยังคงมีอยู่ แต่ก็เลือกที่จะกดมันเอาไว้ เสียงสะอื้นแผ่วเบาหลุดมาให้ได้ยิน จองกุกทำเพียงแค่ยกมือขึ้นลูบหัวคนตัวเล็กก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น


“ไม่เป็นไรแล้วครับ”


เขากระซิบเบาๆ พร่ำบอกกับคนในอ้อมแขนไปแบบนั้น ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปเจอเรื่องอะไรมา แต่ซอกจินก็ย้ำนักย้ำหนาว่าถ้าน้องไม่อยากเล่าก็ห้ามกดดัน เพราะฉะนั้นตอนนี้เขาจะทำเพียงแค่นี้ ไว้รออีกฝ่ายพร้อมเมื่อไหร่ค่อยเอ่ยถามออกไปก็คงไม่สาย


จองกุกผละออกจากคนตัวเล็ก มือหนาถูกยกขึ้นมาเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าหวาน เขาจ้องมองรอยต่างๆที่อยู่บนตัวของจีมินแล้วก็ได้แต่ข่มอารมณ์ไม่ให้เผลอหงุดหงิดใส่อีกฝ่าย


“เจ็บมากไหมครับ”


จีมินพยักหน้าขึ้นลงเบาๆหลังจากที่ได้ฟังคำถาม สัมผัสอุ่นๆจากมือของจองกุกที่กำลังลูบบนรอยนิ้วมือจางๆที่ประทับอยู่บนลำคอทำให้เขาอยากร้องไห้ อาจจะเพราะว่ามันอบอุ่นมากจนเกินไป มากจนทำน้ำตามันไหลออกมาทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้


มากเกินไปหรือเปล่านะ กับความรู้สึกที่ว่ายังไงซะก็ไม่เป็นไรถ้ายังมีคนๆนี้อยู่ข้างๆ


จีมินยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอกันอีกครั้งในสภาพแบบนี้ มันไม่โอเค ไม่โอเคเลยจริงๆ... แค่ครั้งแรกที่เจอกันเขาก็คงดูแย่ในสายตาของอีกฝ่ายมากพออยู่แล้ว เจอกันครั้งที่สองยังมาให้เห็นด้วยสภาพแบบนี้อีก


ช่างเป็นการพบเจอที่น่าละอายเสียจริง


“คิดอะไรอยู่”


เสียงทุ้มดังขึ้นขัดจังหวะความคิดในหัว จีมินส่ายหัวน้อยๆก่อนจะส่งยิ้มบางให้กับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า


“รู้ตัวไหมว่าเวลาคิดมากจะชอบกัดปากตัวเอง” จองกุกเอ่ยขึ้น มือหนาเลื่อนขึ้นไปประคองใบหน้าของอีกคนก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยบนริมฝีปากอิ่มเบาๆ


“ขอโทษนะครับ”


“ขอโทษเรื่องอะไรครับ”


จองกุกเอ่ยถามกับคนที่พูดขอโทษแล้วเอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาคุยกันดีๆ แต่เพราะตัวเขานั่งอยู่บนพื้นที่ต่ำกว่าระดับของโซฟาเลยทำให้มองเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจน


“หลายๆเรื่องครับ ทั้งเรื่องวันนั้น แล้วก็เรื่องที่มารบกวนวันนี้ด้วย”


“ไม่ได้รบกวนอะไรครับ แต่ถ้าจะมีเรื่องที่ทำให้โกรธ ก็คงเป็นเรื่องแผลบนตัวเรากับเรื่องที่วันนั้นแอบหนีกลับไปก่อนแถมยังไม่ยอมทิ้งช่องทางการติดต่อไว้ให้อีก”


“ขอโทษครับ”


“จีมินครับ” จองกุกเรียกคนที่เอาแต่เอ่ยคำขอโทษแล้วยังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ทั้งน่าเอ็นดูและน่าหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน เขาชอบที่จะเห็นท่าทางแบบนั้น แต่ไม่ชอบรอยแผลที่อยู่บนตัวของจีมิน


“พี่คิดถึง”


เอ่ยออกไปทั้งๆที่ยังไม่มั่นใจในความรู้สึกลึกๆของตัวเองสักเท่าไหร่ เขารู้เพียงแค่ว่าสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจมาตลอดหลายอาทิตย์คือสิ่งนี้ มันคือความโหยหา จนสุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นความคิดถึง


เขาไม่รู้ว่าถูกใจอีกฝ่ายมากแค่ไหน มันอาจจะมากถึงขั้นที่จะเรียกว่าชอบได้ แต่สิ่งเดียวที่เขามั่นใจในตอนนี้คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านมา


คิดถึง...คิดถึงมากจริงๆ






Fiction by hohopes.
Twitter : @Hohope_JH94 
Hashtag : #206mileskm


สวัสดีค่ะทุกคนนน 
พี่เขามาแล้วค่ะคุณณณ พี่เขามาแล้วว โอ้ยยยยยย นี่คนหรือเตาอบคะ คือเกินเบอร์ไมโครเวฟไปโขเลยค่ะคุณพี่ ละมุนละไมเหลือเกินนนน อ่ะ นี่ไงที่คนอ่านอยากได้ ฮ่าๆๆ นี่แอบสปอยให้ว่าพี่เขาไม่เก้วกาดกับน้องไม่ได้ว่าพี่เขาจะไม่ทำกับคนอื่นนะคะ วะฮ่าๆๆๆ มารอดูกันค่ะว่าใครจะเป็นที่รองรับอารมณ์พี่เขา ขอยาดวงวารไว้ล่วงหน้าเลยก็แล้วกันนะคะ

ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ 

ขอคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ คนละเม้นสองเม้น หรือจะเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ก็ได้ค่ะ กำลังใจดี อะไรๆมันก็จะดีตามเนอะ ไว้เจอกันครึ่งหลังนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.205K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,553 ความคิดเห็น

  1. #2549 Meeeew (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 11:52

    สงสารจีมินอาาา ขอบคุณจองกุกจริงๆ ที่ใจเย็นแล้วไม่คาดเค้นอะไร

    #2,549
    0
  2. #2544 병아리 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 05:53
    โอ้ยยยย พ่อพระอาทิตย์ อบอุ่นอะไรเบอร์นี้
    #2,544
    0
  3. #2536 sofar28 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 01:14
    ชอบเรื่องนี้มากที่สุดเลยคะ..
    #2,536
    0
  4. #2503 Nattgaporn_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 13:06
    อ่อนโยน ชุ่มหัวใจฉันมากกกกก //ปาดน้ำตาแปปป
    #2,503
    0
  5. #2499 YamaLuffyijikO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 18:21
    หลงน้องมากดูออกกกก
    #2,499
    0
  6. #2462 Jim_Parker (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 21:33
    พี่คะะ อยู่ดูแลน้องตลอดไปเลยได้มั้ยคะะ
    #2,462
    0
  7. #2456 EntOo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 09:20
    เขินมาก จองกุกคนอ่อนโยน
    #2,456
    0
  8. #2449 Snowrainbow_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 00:09
    พี่คิดถึง คำเดียว ยวบเลยค่ะ พ่อคนอบอุ่น งื้ออ
    #2,449
    0
  9. #2430 Omelordkung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 12:36

    ไมโครเวฟ=จองกุก อบอุ่นเหลือเลย

    #2,430
    0
  10. #2386 PaphawarinSaetae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 22:01
    เขินเขินมากมากๆๆๆๆฮืออ
    #2,386
    0
  11. #2374 mmsays (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:51
    เขินนนนน T T น้องจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นไหม แงงง
    #2,374
    0
  12. #2369 cacalcium (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:55
    เขินนนนนนนนนนน
    #2,369
    0
  13. #2303 IIuvia92 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 04:35
    พี่คิดถึง ก้มาาาาาาาา เขินอ่ะ..
    ฝากดูแลน้องด้วยนะจองกุก
    #2,303
    0
  14. #2281 jaeminnoona (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 05:05
    จะร้องไห้ ฮือ
    #2,281
    0
  15. #2248 km092 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 16:21
    พี่จองกุกกกกก อยากด้ายยยย
    #2,248
    0
  16. #2224 Phiphiprimpan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 23:49
    แงงงง ละมุดมากๆเลยค่ะ ฮือ พี่กุกอบอุ่น
    #2,224
    0
  17. #2214 Thirananmm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 15:50
    พี่คิดถึงงงง คำนี้คือรีดเดอร์อย่างเราได้ตายไปอย่างสงบ
    #2,214
    0
  18. #1821 짐른 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 15:33
    ภาษาดีมากกกกกก
    #1,821
    0
  19. #1792 kminday13 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 08:12
    จองกุกพยายามใจเย็นเพื่อจีมินㅜㅜ
    #1,792
    0
  20. #1641 Kulyada08 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 17:38
    ขนาดนี้แล้วววว เตาผิงเถอะคะ อบอุ่นเวอร์ๆ
    #1,641
    0
  21. #1497 Serin71228 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 01:17

    เอิ้วววววว อบอุ่นจัง อบอุ่นเว่อออ
    #1,497
    0
  22. #1485 เมียยุนกิ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 14:46
    ฟินทากๆ
    #1,485
    0
  23. #1375 followingtvxq (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 12:13
    พี่คิดถึง โอ้ยยยย เขินตัวแตกกกก
    #1,375
    0
  24. #1315 MornMolar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 00:58
    แค่คำว่าคิดถึงที่เอ่ยออกมา เหมือนเวลาหยุดชั่วขณะเลย ทำไมเราเขินแทนน้องเนี่ย
    #1,315
    0
  25. #1099 TO_Y (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 06:57
    น้องจีมน่าสงสารมากๆเเล้วคุณจอนก็อบอุ่นมากค่ะอุเเงงงงงงง ;-;;; เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะคะ ผลงานคุณน่าติดตามจริงๆ;-;
    #1,099
    0