KOOKMIN | 2 0 6 M I L E S (END) | Spin-off 2318 miles VMIN |

ตอนที่ 18 : 2 0 6 M I L E S | Chapter15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 637 ครั้ง
    16 ต.ค. 61



[PRE - ORDER] 
เปิดพรีฟิค KOOKMIN | 206 MILES

ระยะเวลาการเปิดพรีตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561

ลิ้งค์รายละเอียด >>  https://goo.gl/forms/XwzpLB7yEUGLLoTS2 








2 0 6 M I L E S

Chapter_15

 

โฮซอกใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงในการนั่งคุยกับคุณหมอ ยกนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือขึ้นมาดู เพราะใกล้เวลาที่เขาจะต้องไปส่งจีมินที่สนามบินแล้วก็เลยต้องขอตัวกลับก่อน


“ผมต้องไปแล้ว ขอบคุณมากนะหมอ”


“หมอไปส่งไหมครับ”


“หมอไม่มีงานมีการทำบ้างหรือไงเนี่ย ...ผมกลับเองได้ ไม่ได้เป็นไรขนาดนั้น”


“ขอกุญแจรถได้ไหมครับ”


“หมออย่าพูดไม่รู้เรื่องดิ ผมกลับเองได้” โฮซอกถอนหายใจออกมาแรงๆ ถึงจะได้ระบายไปเยอะแล้ว แต่เพราะมันอาจจะมากเกินไป ตอนนี้อารมณ์เขาก็เลยไม่คงที่สักเท่าไหร่ เพราะแบบนั้นถึงได้รู้สึกหงุดหงิดที่อีกคนไม่ยอมฟังในสิ่งที่เขาพูด


“หมอยอมเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องก็ได้ครับ แต่หมอเป็นห่วง ...เพราะงั้นขอกุญแจรถให้หมอได้ไหมครับ”


สุดท้ายแล้วโฮซอกก็แพ้ให้คนๆนี้ทุกครั้ง เขาส่งกุญแจรถให้กับคนที่แบมือรออยู่ ไม่รู้ว่าเพราะน้ำเสียงหรือสายตาของคุณหมอที่ทำให้เขาตัดสินใจแบบนั้น


“ผมไม่เคยเอาชนะหมอได้เลยสักครั้ง”


“ทำไมต้องมีแพ้หรือชนะด้วยล่ะครับ เรื่องนี้มีแค่เรา มีแค่หมอกับคุณ”


“ไม่รู้สิ แต่รู้สึกแพ้อ่ะ”


“งั้นถ้าคุณอยากชนะ หมอยอมแพ้ให้ก็ได้ครับ”


“ตามใจมากเกินไปแล้ว”


“ถ้ามันเป็นความสุขของคุณ ก็ไม่มีเหตุผลที่หมอจะต้องไม่ตามใจไม่ใช่เหรอครับ”


“เกินไปแล้วอ่ะหมอ มากกว่านี้ผมคงเป็นโรคหัวใจแน่ๆ”


“ถ้าเป็นเดี๋ยวหมอรักษาให้เองครับ”


“พอๆ เลิกหยอดได้แล้วหมอ ถ้าจะขับรถให้ก็เดินไปเลย”


โฮกเลือกที่จะตัดบทเพราะรู้ว่าถ้าไม่ทำแบบนี้คุณหมอก็คงไม่หยุดสักที และที่สำคัญที่สุดคือมันไม่ดีเลย... ไม่ดีต่อใจเขาเลย เพราะมันเต้นแรงจนจะบ้าอยู่แล้ว


โฮซอกกับคุณหมอใช้เวลาในการเดินทางเกือบสี่สิบห้านาทีเพื่อมารับจีมินไปส่งที่สนามบิน จีมินไม่ได้เอ่ยถามอะไรเกี่ยวกับคนที่รับหน้าที่เป็นสารถีในครั้งนี้ ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องดี เพราะโฮซอกเองก็ไม่รู้จะอธิบายออกมายังไงเหมือนกันถ้าโดนน้องถาม


“ไปถึงแล้วโทรหาพี่ด้วยนะ”


“ครับ”


จีมินพยักหน้าเบาๆให้โฮซอกก่อนจะหันไปขอบคุณคุณหมอที่ขับรถมาส่งแล้วตัวเดินออกมา ความจริงแล้วเขาลางานมาสองวัน แต่เพราะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็เลยเลือกที่จะเดินทางกลับก่อนกำหนด จีมินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หลังจากที่เดินเข้ามาด้านในแล้ว หยิบโทรศัพท์ที่แบตหมดไปแล้วขึ้นมาดู อยากจะโทรหาคนที่อยู่ปูซานแต่ก็ทำไม่ได้


สุดท้ายก็ต้องเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วนั่งรอเวลา อีกสองชั่วโมงก็คงได้เจอเพราะงั้นเขาจะอดทนแล้วผ่านมันไปให้ได้ ถึงแม้ในใจจะอยากได้ยินเสียงคนๆนั้นมากมายขนาดไหนก็ตาม


แต่ถ้าได้เจอหน้ากันมันก็คงจะดีกว่าอยู่แล้ว


พยายามคิดเรื่องที่ทำให้ตัวเองสบายใจจนกระทั่งได้ยินเสียงประกาศเรียก โซลกับปูซานห่างกันประมาณ 206 ไมล์ ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณสี่ถึงห้าชั่วโมง รถไปฟ้าความเร็วสูงสามชั่วโมง และเครื่องบินประมาณหนึ่งชั่วโมง จีมินใช้เวลาไม่นานนักในการเดินทางจากโซลถึงปูซานแล้วขับรถที่จอดทิ้งไว้ที่สนามบินกลับไปที่โรงแรม


เวลาเกือบๆสามทุ่มทำให้คนที่ยังไม่ได้ทานอะไรนอกจากน้ำเปล่าเริ่มหิว จีมินแวะซื้ออาหารและเครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อก่อนจะเดินขึ้นห้อง มือเล็กหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาก่อนจะปลดล็อกประตูแล้วเดินเข้าไปในห้อง ถอดรองเท้าไว้ที่เดิมที่เคยถอด วางกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วมองไปรอบๆห้อง


จองกุกไม่อยู่... อดที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆเพราะความผิดหวังไม่ได้ คนตัวเล็กเปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำมาดื่ม ตั้งใจว่าจะอาบน้ำก่อนแล้วค่อยออกมากินข้าว จีมินวางขวดน้ำลงแล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้ที่จะใช้เปลี่ยนหลังจากอาบน้ำ ทว่าสิ่งที่เห็นทำให้สมองเขามึนเบลอไปชั่วขณะ จีมินผละจากตู้เสื้อผ้าก่อนจะกวาดสางไปรอบห้อง กระเป่าเดินทางใบเล็กของจองกุกไม่อยู่แล้ว เสื้อผ้าในตู้ก็ด้วย


มือเล็กค่อยๆปิดประตูตู้เสื้อผ้าทั้งๆที่ยังไม่ได้หยิบอะไรออกมา เดินถอยหลังมาจนชนกับขอบเตียงแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเตียง


หายไปไหน...


ตามกำหนดการแล้วจองกุกต้องกลับพรุ่งนี้ไม่ใช่หรือไง


...แล้วทำไมถึงได้เป็นแบบนี้


ทำไมถึงได้หายไป...


จีมินเลือกที่จะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง หลับตาลงแล้วปล่อยให้ความคิดในหัวที่มีแต่เรื่องนั้นเรื่องนี้เต็มไปหมดได้ระเบิดตัวเอง เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหมดแรงและทำได้แค่นอนโง่ๆอยู่บนเตียงแล้วปล่อยให้น้ำตาค่อยๆไหลออกมา


รู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นคนชอบคิดมาก


รู้ตัวดีว่าเขาไม่ได้เข้มแข็งเหมือนโฮซอก


เพราะรู้แบบนั้น เขาถึงทำอะไรไม่ได้แล้วปล่อยให้ทุกอย่างค่อยๆผ่านไป


เพราะเขาไม่มีความกล้ามากพอ


เพราะแบบนั้น...




 

 

“ยังติดต่อน้องไม่ได้เหรอ”


ยุนกิเอ่ยถามคนที่เพิ่งโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเมื่อครู่ เขากับจองกุกต้องบินกลับโซลก่อนกำหนดเพราะงานทางนี้มีปัญหา ทำให้ต้องรีบกลับมาจัดการการที่ทุกอย่างจะพังไปมากกว่านี้ วิศวกรคุมงานถูกไล่ออกเพราะสะเพร่าในการทำงานทำให้พนักงานก่อสร้างบางส่วนได้รับอันตราย


จองกุกจัดการค่ารักษาพยาบาลให้กับคนงานทั้งหมดแล้วกลับไปเคลียร์ในส่วนที่เหลือ กว่าทุกอย่างจะเสร็จก็ใช้เวลาเกือบทั้งวัน จองกุกคุยกับวิศวคุมงานคนใหม่ที่เขาคิดว่าไว้ใจได้ก่อนจะกลับเข้ามาที่บริษัท โทรศัพท์เครื่องบางถูกยกขึ้นมาโทรหาใครบางคน


ทว่าสิ่งที่ได้กลับมามีเพียงเสียงตอบรับอัตโนมัติ เขาโทรหาจีมินไม่ติด ตั้งใจไว้ว่าเคลียร์งานทางนี้เสร็จแล้วจะไปหาน้อง แต่เพราะเขาไม่รู้ว่าโรงพยาบาลที่คุณแม่ของอีกฝ่ายพักรักษาตัวอยู่คือที่ไหน แถมยังติดต่อไม่ได้แบบนี้อีก แล้วแบบนี้เขาจะทำยังไงได้ล่ะ


“ไม่ลองโทรหาพี่ชายน้องดูล่ะ”


จองกุกหันกลับไปมองคนที่เพิ่งจะเสนอทางออกให้เขา เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่เพิ่งจะโยนทิ้งไปขึ้นมาอีกครั้ง กดโทรออกหาหมายเลขที่เขาเคยบันทึกไว้ รอไม่นานก็ได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสาย ทว่าประโยคที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากจะได้ยินนัก


“ว่าจะโทรไปหาคุณพอดี จีมินอยู่กับคุณหรือเปล่า ผมติดต่อน้องไม่ได้”


จองกุกถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน หลังจากที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายเขาก็ยิ่งไม่สบายใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยขาดการติดต่อกับจีมินนานเกินยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าโทรหาไม่ติดหรือโทรไปแล้วไม่รับ ถ้าว่างน้องจะโทรกลับมา ไม่ใช่หายไปดื้อๆแบบนี้


“ผมจะโทรมาถามคุณเรื่องนี้เหมือนกัน” จองกุกได้ยินเสียงถอนหายใจดังมาจากปลายสาย ดูท่าแล้วสถานการณ์ทางนั้นก็คงจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ “อยู่ที่โรงพยาบาลหรือเปล่า”


“จีมินกลับปูซานไปตั้งแต่เมื่อวาน”


“ห๊ะ! แต่น้องลางานมาสองวัน...”


“มีเรื่องนิดหน่อย...คุณว่างไหม ผมคิดว่ามีเรื่องที่ต้องคุยกับคุณ”


“ผมมีประชุมตอนบ่าย คงเสร็จประมาณบ่ายสามโมง”


“โอเค สี่โมงเจอกันที่โรงพยาบาล...ห้อง...”


“ได้”


จองกุกกดวางสายแล้วเดินเข้าไปหาคนเป็นเลขาที่กำลังนั่งจัดตารางงานให้เขาพร้อมกับเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ บอกได้เลยว่าตอนนี้เขาเครียดยิ่งกว่าเดิมอีก การที่ติดต่อจีมินไม่ได้แถมยังเพิ่งจะมีเรื่องให้ทะเลาะกันไปทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงเด็กคนนั้นไม่น้อย


“หลังจากนี้ไม่มีงานด่วนอะไรแล้วใช่ไหม”


“อือ”


“โอเค ฝากที่เหลือด้วย แล้วก็ขอโทษด้วยที่วันนี้กูรบกวนมึงหลายเรื่องมาก”


“ไม่เป็นไร”


“กูขอไปโทรหาจินก่อน เดี๋ยวตามไปห้องประชุม”


จองกุกมองเพื่อนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งเลขาที่กำลังจะเดินออกจากห้องไป ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายหาเพื่อนอีกคนที่ตอนนี้ทำงานอยู่ที่ปูซาน


“เดี๋ยวยุนกิ...” ยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูพร้อมกับเอ่ยเรียกคนที่กำลังจะเปิดประตูห้องทำงานไปด้วย “ช่วยจองตั๋วเครื่องบินไปปูซานคืนนี้ให้ที”


“ได้”


“ขอบคุณ”


จองกุกมองตามหลังคนที่เดินออกจากห้องไปก่อนจะกลับมาสนใจโทรศัพท์ที่ตอนนี้กำลังรอให้ปลายสายกดรับ เขาพรูลมหายใจออกมาเบาๆระหว่างที่เสียงสัญญาณรอสายที่ดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งในที่สุดก็มีเสียงตอบรับกลับมา


“ว่าไงจ๊ะ”


“ว่างไหม” จองกุกชินแล้วกับการรับโทรศัพท์ในแบบของซอกจิน ถ้าเป็นปกติเขาอาจจะด่าอีกฝ่ายเล่นๆในสมกับความกวนตีนแบบเด็กๆของซอกจิน แต่ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือคนที่หายไปซ้ำยังติดต่อไม่ได้นั่นต่างหาก


“ก็ไม่ได้ยุ่งอะไร”


“ช่วยไปดูที่ห้องให้หน่อย”


“ห้องอะไร”


“จีมิน ช่วยไปหาน้องให้หน่อย”


“ทะเลาะกันเหรอ”


“ไม่รู้ว่ะ” จองกุกถอนหายใจหลังจากที่ได้ยินคำถามของซอกจิน เขาเองก็ไม่มั่นใจนักว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้จะเรียกว่าทะเลาะกันได้ไหม ถึงครั้งล่าสุดที่คุยกันจะไม่ได้มีอะไรผิดปกติ แต่ปัญหาที่มีก่อนหน้าก็ยังไม่ได้เคลียร์ ตอนนี้เขาเลยไม่รู้ว่าที่เป็นอยู่คือทะเลาะกันหรือว่าอะไร


“โอเค เดี๋ยวไปดูให้”


“ขอบคุณ”


“เลี้ยงเหล้ากูด้วย”


“ได้” จองกุกได้ยินปลายสายหัวเราะออกมาเบาๆ คงเพราะเขาไม่ลังเลที่จะตอบรับคำขอของอีกฝ่าย ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าจะผิดคาดไม่น้อยสำหรับซอกจิน


“เค แล้วเรื่องทางนั้นเป็นไงบ้าง”


“ยุ่งยากนิดหน่อย แต่ตอนนี้เรียบร้อยแล้ว”


“ก็ยังดีที่จบเรื่องได้เร็ว” อย่างที่ซอกจินว่า ดีหน่อยที่เรื่องจบเร็วกว่าที่คิด คงเป็นโชคดีของเขาที่มีเพื่อนเป็นเจ้าของโรงพยาบาลและมีรุ่นน้องเป็นวิศวกรทุกอย่างก็เลยผ่านไปได้ด้วยดีโดยใช้เวลาเพียงแค่วันเดียว


เพราะถ้าทุกอย่างมันยุ่งยากมากกว่านี้เขาคงไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องที่เป็นอยู่ตอนนี้ยังไง ถ้าถึงตอนนั้นจริงๆเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกจะเป็นงานหรือว่าเด็กคนนั้น


“อือ... จิน...ถ้าเจอน้อง กูฝากด้วยนะ”


“มีเรื่องอะไรที่กูควรรู้ไหม”


“ไม่รู้เหมือนกันว่ะ นอกจากเรื่องวันนั้นแล้วเหมือนตอนกลับมาที่โซลก็น่าจะมีเรื่องไม่สบายใจ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร”


“โอเค ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวดูแลให้”


“ขอบคุณมาก ต้องไปประชุมแล้ว ไว้คุยกัน”


“เค ถ้ายังไงจะติดต่อไป”


จองกุกกดวางสายก่อนจะเดินออกจากห้อง แม้ในหัวเขาจะมีเรื่องของจีมินเกินกว่าครึ่งแต่งานตรงหน้าก็ต้องจัดการ เพราะถ้าทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่นั่นหมายความว่าเขาจะมีเวลาอยู่กับจีมินมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าการประชุมที่กำลังจะเกินขึ้นมันจะน่าเบื่อและวุ่นวายขนาดไหน เขาก็ต้องจัดการมันให้เรียบร้อย


เพื่อที่จะได้ไปเจอกันคนๆนั้นสักที

 


 

ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูดังขึ้น ปลุกให้คนที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงให้ตื่นขึ้น จีมินหันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่ตรงผนังห้อง เข็มสั้นของนาฬิกาชี้ไปที่เลขหนึ่ง ส่วนเข็มยาวชี้ไปที่เลขสี่ ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงยี่สิบนาทีแล้ว มือเล็กพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น อาจจะเพราะเมื่อคืนเขาปวดหัวมากก็เลยกินยาเข้าไปสองเม็ด จนทำให้หลับยาวมาถึงตอนบ่ายแบบนี้


เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้คนที่แม้จะสะลืมสะลืออยู่ก็ต้องพาตัวเองลุกขึ้นเพื่อไปดูว่าคนที่มาเคาะห้องเป็นใคร และมีธุระอะไร ทว่ายังไม่ทันจะเดินไปถึง ประตูห้องก็ถูกเปิดออก จีมินตกใจจนเผลอก้าวถอยหลัง ทว่าคนที่โผล่เข้ามาทำให้ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก


“อ้าว โทษที พี่นึกว่าเราไม่อยู่เลยลองเปิดประตูเข้ามาดู”


“สวัสดีครับพี่จิน”


“ไม่สบายเหรอเรา ตาบวมๆนะ”


“ปวดหัวนิดหน่อยครับ”


“กินยาหรือยัง” ซอกจินถามออกไปเพราะดูๆแล้วจีมินน่าจะเพิ่งตื่น ข้าวก็น่าจะยังไม่ได้กิน แต่ยาอาจจะกินไปแล้วตั้งแต่ก่อนนอน เขาเดินตามหลังคนตัวเล็กเข้าไปในห้อง เจอกองดอกไม้แห้งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าเป็นของจอนจองกุกแน่ๆ


“กินไปแล้วครับ แล้วก็...ขอโทษนะครับที่ออกไปรับด้วยสภาพแบบนี้” จีมินก้มมองตัวเองที่ยังอยู่ในชุดของเมื่อวาน


“ไม่เป็นไรๆ พี่ต่างหากที่มากวน”


“พี่จินมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่ามีงานด่วน”


“เปล่าหรอก จริงๆแล้วพี่มาเพราะมีคนขอให้มาน่ะ” ซอกจินจ้องมองปฏิกิริยาของอีกคน ในตอนที่เขาเอ่ยออกไปว่ามาที่นี่เพราะมีคนขอให้มา ซึ่งมันแปลความหมายที่ต้องการจะสื่อได้อย่างเดียวว่า เขามาที่นี่เพราะจอนจองกุกขอให้มานั่นแหละ “หายปวดหัวบ้างหรือยัง”


“ดีขึ้นมากแล้วครับ”


“ดีแล้ว พี่จะได้บอกมันว่าไม่มีอะไรต้องห่วง”


“.....”


“ไม่มีอะไรจะถามพี่บ้างเหรอ” ซอกจินเอ่ยถามออกไปพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ รู้สึกเอ็นดูคนที่ก้มหน้างุดพร้อมกับกัดปากตัวเองไปด้วย ท่าทางลังเลนั่นแม้จะดูน่าสงสารแต่ก็ดูน่าแกล้งไม่น้อย เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมจองกุกถึงได้ตกหลุมที่จีมินไม่ได้ตั้งใจจะขุดเอาไว้


“ไปล้างหน้าล้างตาก่อนไป เดี๋ยวพี่จะพาไปหาอะไรอร่อยๆกิน” ซอกจินลูบหัวคนที่อายุน้อยกว่าเบาๆ ไม่รู้หรอกว่าน้องเครียดเรื่องอะไรบ้าง แต่อาจจะเพราะความเป็นหมอในตัวมันสั่งให้เขาดูแลคนๆนี้ให้ดีที่สุด


ไม่ใช่เพราะเป็นคนสำคัญของจองกุก แต่สำหรับเขาแล้วจีมินเป็นเหมือนน้องและคนไข้ที่แบกเรื่องราวทุกข์ใจไว้มากมายจนเขาอยากจะแบ่งเบามันสักนิดก็ยังดี


“วันนี้จะพาไปกินของอร่อยให้รอบปูซานเลย”

 

 


จองกุกเดินทางมาที่โรงพยาบาลหลังจากที่ประชุมเสร็จ เขายกนาฬิกาขึ้นมาดูและพบว่ายังไม่ถึงเวลานัดเลยตัดสินใจที่จะเดินไปเยี่ยมคนงานก่อนสร้างที่ถูกส่งมารักษาตัวอยู่ที่นี่ก่อน เขาใช้เวลาพูดคุยกับหัวหน้าคนงานอยู่เกือบสิบนาทีก่อนจะขอตัวกลับออกมา


จองกุกยืนเคาะหน้าจอโทรศัพท์ระหว่างที่รอให้ลิฟต์โดยสารเคลื่อนตัวไปยังจุดหมาย เขาได้รับข้อความจากซอกจินว่าตอนนี้เจอจีมินแล้ว และไอ้คนว่างงานนั่นก็กำลังพาคนตัวเล็กของเขาตระเวนกินของอร่อยรอบๆปูซาน ซอกจินบอกว่าเขาติดต่อกับจีมินไม่ได้เพราะแบตโทรศัพท์น้องหมดและไม่ได้ชาร์จ


และที่สำคัญไอ้เพื่อนบ้านั่นมันไม่ยอมให้เขาคุยกับจีมิน อ้างว่าอยากให้น้องเที่ยวแบบสบายใจแล้วก็ปิดโทรศัพท์หนีเขาไปเลย แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็รู้ว่าตัวเองสามารถติดต่อกับซอกจินได้ตลอดเวลาหากมีเรื่องด่วนอะไร เพราะคนอย่างคิมซอกจินไม่เคยพกโทรศัพท์แค่เครื่องเดียว


แต่ที่มันเลือกที่จะปิดเครื่องก็คงเพราะแค่อยากกวนประสาทเขา หรือไม่ก็อาจจะอยากให้จีมินได้เที่ยวอย่างสบายใจอย่างที่บอกไว้


แต่อย่างน้อยการที่ซอกจินให้เวลากับจีมินแบบนั้นมันก็ทำให้เขาเบาใจไปได้ส่วนหนึ่ง เพราะในชีวิตเขาคนที่จัดการกับอารมณ์และความรู้สึกได้ดีที่สุดก็คือคิมซอกจิน เพราะแบบนั้นถึงไม่มีอะไรต้องห่วง


จองกุกเงยหน้าขึ้นมองตัวเลขที่กำลังขยับไปเรื่อยๆ ตัดสินใจกดโทรศัพท์เพื่อโทรหาคนที่นัดเขามาที่นี่ ขยับเข้าไปข้างในเมื่อเห็นว่าลิฟต์หยุดที่สี่ชั้นก่อนหน้าที่จะถึงชั้นที่เขาต้องการ ทว่าคนที่เดินเข้ามาทำให้ต้องขมวดคิ้วน้อยๆ


“มาทำไรอีกวะ” เสียงทุ้มของคนที่อยู่ในชุดกาวน์สีขาวเอ่ยทักออกมา จองกุกยักไหล่เบาๆให้ก่อนจะเอ่ยตอบออกไป


“มีนัด”


“อ่อ ชั้นเดียวกันด้วย”


“หวังว่าจะเป็นคนละห้องที่มึงกำลังจะไป” จองกุกเอ่ยออกไปขำๆ หันไปมองหน้าเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยที่เพิ่งจะเจอกันไปเมื่อเช้า ยังไม่ทันจะได้คุยอะไรมากกว่านั้นเสียงจากอีกฟากของโทรศัพท์ก็เรียกความสนใจจากจองกุกไปซะก่อน


“ผมมาถึงแล้ว” จองกุกกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ ได้รับคำตอบมาว่าให้เข้าไปที่ห้องได้เลย เขากดวางสายแล้วหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ


“ห้องไหน” อีกฝ่ายเอ่ยตามออกมาทั้งๆที่ไม่ได้หันมามอง จองกุกยกยิ้มมุมปากกับนิสัยเสียๆของคุณหมอที่แสนจะใจดีของคนไข้ แต่สำหรับเขาที่เป็นเพื่อนกันมามากกว่าสิบปีนั้นบอกได้เลยว่าภาพลักษณ์ที่เห็นมันก็แค่เปลือกนอกของผู้บริหารก็เท่านั้น


1301


“ตลกดี”


“บอกกูสิว่าคนละห้อง”


จองกุกเอ่ยถามออกไปในขณะที่ลิฟต์เคลื่อนที่มาถึงชั้นที่เป็นจุดหมายของเขาพอดี ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอของเพื่อนที่นานๆจะได้เจอกันที


“เสียใจด้วยที่ต้องบอกว่าห้องเดียวกัน”


“นัมจุน”


“ว่า” คนที่เดินนำขานรับก่อนจะหน้าหันกลับมาเพราะน้ำเสียงจริงจังของเพื่อน สองมือล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์รอให้จองกุกพูดสิ่งที่ต้องการออกมา


“ตรวจคนไข้หรือญาติคนไข้วะ”


“ญาติ”


“คนนี้ไม่เล่นได้ไหมวะ”


“ก็ไม่ได้เล่น”


“จริงจัง”


“มาก”


“งั้นก็ดี” ท่าทางโล่งอกโล่งใจทำเอาคุณหมอสงสัยไม่น้อย ไม่รู้ว่าคนที่เขากับจองกุกพูดถึงจะเป็นคนเดียวกันไหม แต่ก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นไปได้สูง เพราะเขาก็เห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาญาติคนเดียวที่มาเยี่ยมคุณพัคก็คือโฮซอก


“แล้วมึงล่ะ มีธุระกับใคร”


“จองโฮซอก”


“มีธุระอะไรกับคนของกู” คุณหมออดที่จะชักสีหน้าใส่เพื่อนไม่ได้ เขากับจองกุกจะว่าสนิทก็สนิท จะว่าไม่สนิทก็ไม่เชิง อาจจะเพราะหลังจากเรียนจบไปไม่ค่อยจะได้เจอกันเท่าไหร่ เขาก็เลยสนิทกับซอกจินมากกว่าอีกฝ่ายอยู่มากโข แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ที่เขาสนใจคือจองกุกมีธุระอะไรกับโฮซอกต่างหาก


“เปล่า กูมีธุระกับน้องชายเขาต่างหาก”


“จีมิน?”


“มึงรู้จัก?”


“เปล่า แค่โฮซอกเคยพูดถึง แล้วสรุปยังไง”


“ก็...” จองกุกชะงักไปเพราะไม่รู้จะตอบคำถามของนัมจุนยังไง ระหว่างเขากับจีมินมันไม่มีสถานะเพราะเขาไม่เคยสนใจ ที่ผ่านมาคิดแค่ว่าแค่ได้อยู่ด้วยกันมันก็ดีมากพอแล้ว เขาไม่เคยขออีกฝ่ายเป็นแฟน และจีมินเองก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้


สุดท้ายแล้วก็ทำได้แค่ถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยคำตอบที่น่าจะตรงที่สุดให้กับคนที่รอฟังอยู่


“สถานะแบบ complicated มั้ง... มันซับซ้อนว่ะ อธิบายไม่ถูก”


และเขาก็ควรจะทำให้มันถูกต้องได้แล้ว...


“ระวังเถอะ”


“เออ รู้”


“เอาล่ะ พร้อมจะเจอพ่อตามึงหรือยัง”


“ห๊ะ...คนที่อยู่ในห้องไม่ใช่คุณแม่เขาเหรอวะ” จองกุกร้องออกมาเพราะความตกใจ ตอนที่โฮซอกบอกให้มาเจอกันที่โรงพยาบาลเขาก็นึกว่าต้องเจอคือคุณแม่ของจีมินที่ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล ไม่ใช่คุณพ่ออย่างที่นัมจุนเอ่ยออกมาเมื่อครู่


“หึ...”


จองกุกใจแป้วไม่น้อยเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นพ่อบุญธรรมของจีมิน เขาไม่ได้กลัวแต่เพราะรู้ว่าจีมินรักคนๆนี้มาก ถ้าหากเขาทำอะไรผิดพลาดไปคนที่จะซวยแบบเต็มๆก็คือตัวเขานี่แหละ ถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากฉะกับคุณพัคหรอกนะ


ทว่าสิ่งที่จองกุกคิดออกจะผิดคาดไปสักหน่อยเมื่อได้คุยกับคุณพัค อีกฝ่ายไม่ได้น่ากลัวและดูเป็นคนมีเหตุผลมากกว่าที่คิด แต่สิ่งที่ทำให้จองกุกหัวร้อนคือเรื่องที่เขาคิดว่าจบไปตั้งแต่วันนั้นแล้วแต่จริงๆกลับไม่จบต่างหาก เขาใช้เวลาคุยเรื่องนี้กับโฮซอกและคุณพัคอยู่ร่วมสองชั่วโมง โดยมีผู้บริหารโรงพยาบาลอย่างคิมนัมจุนนั่งฟังด้วย จองกุกไม่รู้หรอกว่านัมจุนทำอะไรไว้บ้าง แต่ดูท่าทางแล้วคงสนิทสนมกับคุณพัคมากพอสมควร


คงกะจะเข้าทางผู้ใหญ่สินะ


จองกุกเดินออกมาจากห้องพักของคนป่วยหลังจากที่คุยธุระทั้งหมดเรียบร้อย เขาถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อนึกถึงเรื่องที่โฮซอกเล่าให้ฟัง ถึงจะน่าเบื่อหน่ายแต่ก็เป็นเขาเองที่เอ่ยปากออกไปว่าจะเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดให้เอง อาจจะเพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับจีมินเขาเลยไม่ลังเลที่จะพูดออกไป แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยุ่งยากที่ต้องเสียเวลาจัดการก็ตาม


จองกุกใช้เวลาเกือบสี่สิบนาทีในการเดินทางจากโรงพยาบาลมาที่สนามบิน ก้มมองนาฬิกาบนข้อมือแล้วพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบๆจะสองทุ่มแล้ว เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วตัดสินใจที่จะโทรไปหาอีกคนที่ตอนนี้ซอกจินน่าจะพากลับไปส่งที่ห้องเรียบร้อยแล้ว


อดที่จะพ่นลมหายใจออกมาไม่ได้ เพราะความตื่นเต้นทำให้เขารู้สึกประหม่าไปหมด ราวกับคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง จองกุกไม่รู้ว่าเขาจะโทรหาจีมินติดไหม หรือถ้าโทรติดแล้วอีกฝ่ายจะรับสายเขาไหม แต่ก็ตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดู


จองกุกยกมือขึ้นมาลูบหน้าเบาๆก่อนจะกดโทรออก ใจชื้นขึ้นมาหน่อยตอนที่ได้ยินเสียงสัญญาณรอสายดังขึ้น สุดท้ายความกังวลทั้งหมดก็หายไปเมื่อได้ยินเสียงหวานๆของอีกคน


“สวัสดีครับ”


“หนู ทำอะไรอยู่ครับ”


“คิดถึงคุณ” จองกุกก้มหน้าลงก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฏออกมา ไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้จากปากของคนขี้อาย


“มากไหมครับ”


“มากครับ”


“พี่ก็คิดถึงหนู” เอ่ยออกไปพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง จองกุกรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนั่งยิ้มกว้างอยู่กลางสนามบินเหมือนคนบ้า แต่เพราะเขามีความสุขมากจริงๆถึงได้ยิ้มออกมาแบบนั้น


“มาหาได้ไหมครับ ผมอยากเจอคุณ” ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนที่แม้จะได้ยินบ่อยๆแต่ก็ทำให้หัวใจเขาอ่อนยวบลงได้ทุกครั้งที่ได้ยิน


“ได้ครับ”


“รีบๆมานะครับ”


“หนูเป็นอะไรหรือเปล่า”


รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเริ่มเลือนหาย ใจเขาวูบโหวงในตอนที่รอคำตอบของอีกฝ่าย ถึงน้ำเสียงที่ส่งมา แม้จะฟังดูออดอ้อนและน่ารักมากขนาดไหน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่าเสียงของจีมินสั่นเกินกว่าปกติ


“ผมอยากกอดคุณ”


“พี่จะไปหา”


“รีบมา”


“ครับ”


“รีบๆมานะ...”


“พี่ให้จินไปอยู่เป็นเพื่อนไหม” จองกุกเอ่ยถามออกไปเพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูไม่โอเคสักเท่าไหร่ เขาเป็นห่วงแต่ดูเหมือนว่านอกจากเขาแล้วอีกฝ่ายคงไม่อยากจะเจอคนอื่นสักเท่าไหร่


“ไม่เอา ผมอยากเจอคุณ”


“ครับ พี่จะรีบไป” จองกุกก้มมองนาฬิกาบนข้อมืออีกเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าเครื่องจะออก เขาได้แต่กระวนกระวายในใจเพราะความเป็นห่วง


“รีบมา” ยิ่งอีกฝ่ายเอ่ยคำเดิมซ้ำๆใจเขาก็ยิ่งเจ็บ อยากจะกอดเอาไว้แน่นๆแต่ก็ทำไม่ได้ เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องดังเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ จองกุกรู้แค่ว่าตอนนี้ในหัวเขามีแต่เสียงสั่นๆที่พยายามจะกลั้นสะอื้นไม่ให้เขาได้ยินก็เท่านั้น


“จีมิน พี่มีอะไรจะบอก”


“ไม่เอา...ไม่อยากฟัง คุณมาหาสิ มาหา” เสียงสะอื้นที่ดังขึ้นทำเอาใจคนฟังเจ็บไปหมด จองกุกไม่รู้ว่าตอนนี้จีมินกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เขาคิดว่ารอต่อไปไม่ได้แล้ว


“พี่รักหนู...” เขารอไม่ได้ รู้แค่ว่าไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว ทั้งๆที่เคยคิดว่าอยากพูดในตอนที่ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว แต่ตอนนี้เขาทำแบบนั้นไม่ได้


ปล่อยให้อีกฝ่ายทนอยู่กับความไม่ชัดเจนแบบนั้นไม่ได้แล้ว

 

 




Fiction by hohopes.
Twitter : @Hohope_JH94 
Hashtag : #206mileskm



ฟิคตอนที่ 1 โดนแบนค่ะทุกคน ฮือออ ชอกช้ำเหลือเกินนน ขอกำลังใจให้อิช้อยแบบหนักหน่วงหน่อยเจ้าคะคุณท่านทั้งหลาย 
ก็นั่นแหละค่าาา พี่เขาบอกรักน้องไปแล้วค่ะ กรี๊ดดดด อีกสามตอนก็จะจบแล้วนะคะ แอบสปอยให้ว่าตอนหน้ามีเลิฟซีนนะคะ อยากอ่านเร็วๆก็เอาเม้นมาเซ่นเราซะดีๆ วะฮ่าาาา / ยังไม่หายช้ำเรื่องฟิคโดนแบน ฮือออ

สุดท้ายนี้ขอฝากฟิคเรื่องใหม่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของคนอ่านทุกท่านด้วยนะคะ



สวัสดีค่ะทุกคนนนน

วันนี้เรามีเรื่องจะมาแจ้งค่ะ 
นั่นก็คืออออ เราเพิ่งจะเปิดฟิคเรื่องใหม่ไปค่ะ ยังไงฝากติดตามกันด้วยนะคะ



(คลิ๊กตรงชื่อเรื่องได้เลยค่ะ)

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโอเมก้าเวิร์สค่ะ ออกแนวโรงเรียนหรืออะไรเทือกๆนั้น
ลองกดเข้าไปอ่านดูได้ค่ะ

ตัวอย่าง

OBSCURE คือ สถานศึกษาที่ดีที่สุดของเกาหลี การศึกษา บุคลากร สิ่งอำนวยความสะดวก ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ถูกจัดอันดับให้เป็นที่หนึ่ง ตั้งแต่อดีตกาลจวบจนกระทั่งเวลานี้มีนักเรียนที่จบการศึกษาเพียง 38% เท่านั้นจากนักเรียนทั้งหมด 
OBSCURE รับทุกชนชั้นเข้าศึกษา ไม่ว่าจะเป็นอัลฟ่า เบต้า หรือแม้กระทั่งโอเมก้า ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นหรือฐานะ หากแต่ต้องผ่านด่านการสอบที่จัดขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้งเข้ามาให้ได้ ค่าใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์ทางสถานศึกษาจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด แต่นั่นก็ต่อเมื่อผลการเรียนของคุณถึงเกณฑ์ที่ทางสถานศึกษากำหนดไว้
OBSCURE ไม่มีกฎ เพียงแค่ทำผลการเรียนให้ดีและเอาตัวรอดให้ได้ แต่ทว่าในความไม่มีกฎเกณฑ์ก็ยังต้องมีกฎตายตัวที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัด ภายใต้การความคุมดูแลของสภาและผู้คุมกฎ

4 ขั้วอำนาจใหญ่ภายในสถานศึกษาแห่งนี้คือ
สภา
ผู้คุมกฎ
ประธานหอ
และ ผู้ถูกเลือกของ OBSCURE 

มี 2 คู่เหมือนเดิมคือ กุกมินกับม่อนโฮป ค่ะ จะเริ่มลงหลังจากที่ลง 206 MILES จบแล้วค่ะ
แวะเข้าไปอ่านกันได้นะคะ 
ถ้าชอบก็อย่าลืมกดติดตามไว้ด้วยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 637 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,553 ความคิดเห็น

  1. #2531 charmryc (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 22:09
    พี่รักหนู🥺🥺
    #2,531
    0
  2. #2480 Jim_Parker (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 19:03
    พัฒนาขึ้นอีกขั้นแบ้วว ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆแล้วครับบ เย่ๆๆๆๆๆๆ
    #2,480
    0
  3. #2313 IIuvia92 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 01:13
    ตายกับคำว่าพี่รักหนู เนี่ยแหละ
    #2,313
    0
  4. #2284 jaeminnoona (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 06:31
    พี่รักหนู ตายๆๆๆ
    #2,284
    0
  5. #2270 km092 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 19:51

    ดีอ่าาาาาาาา
    #2,270
    0
  6. #2263 MornMolar (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 10:28
    พูดออกมาแล้ว ดีใจอะ ... รีบๆกลับไปหาน้องนะ ไปกอดน้องให้แน่นๆ ยัยหนูของเราใจร้าวไปหมดแล้ว
    #2,263
    0
  7. #2200 Snoop (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 11:38
    โอ้ยน้องง อยากให้เจอกันเร็วๆจังเลย
    #2,200
    0
  8. #2180 rxbttc0de (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 23:08

    อยากให้กุกเปิดวาร์ปไปหาน้องเร็วๆเลย เครื่องบินคงไม่เร็วพอ 555 ฮื่ออ น้อนน
    #2,180
    0
  9. #2173 Ploysin_02 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:05

    เขินจัง><

    #2,173
    0
  10. #2139 au-rungsima (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 20:54
    น้องงงงเปนไรอ่า ในที่สุดจองกุกก็บอกรักน้อง สถานที่ไม่น่าโรแมนติกแต่อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นเขินเลยอ่ะคะ
    จะตามไปอ่านตอนต่อไปนะคะ
    #2,139
    0
  11. #2086 secret (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 08:19
    สงสารน้องจะร้องตาม พี่รีบไปหาน้องและกอดน้องแน่นๆเลยนะTT
    #2,086
    0
  12. #2085 new_1993 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 07:17
    จองกุกรีบๆเลยๆๆๆ
    #2,085
    0
  13. #2084 Uraiwan96 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 06:45
    ไรท์สู้สู้นะคะ ตอนนี้พี่เค้่บอกรักน้องแล้ว แต่น้องจีมินดูอ้อนพี่เค้าแปลกๆ ย้ำแต่ว่าให้พี่เค้ารีบมาหาๆ
    #2,084
    0
  14. #2083 sinenp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 01:58
    ไปหาน้องเร็วววว
    #2,083
    0
  15. #2082 Jimme (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 00:26

    รีบไปหาน้องเลย ติดปีกบินไปเลยพี่จองกุกก ;-;

    #2,082
    0
  16. #2081 kae_fei (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 23:43
    จะร้องแล้วน่ะ!!!! รีบไปหาจีมินเลย กอดน้องๆๆ
    #2,081
    0
  17. #2080 jmjk0614961433 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 23:19

    เหมือนจะร้องไห้แล้วสงสารมิน

    #2,080
    0
  18. #2079 whalien52z (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 23:19

    หมอก็ดูเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ยย เคยเห็นแค่มุมที่จีบโฮซอก ไม่คิดว่าจะมีมุมนี้ด้วย / พี่เขาบอกรักน้องงง โอ้ยยย รีบๆกลับไปหาน้องนะคะคุณ ไรท์สู้ๆนะคะทจะรออ่านตอนต่อไปค่ะ
    #2,079
    0
  19. #2078 MookPunyawi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:52
    คุยกันดีๆนะะะะ
    #2,078
    0
  20. #2077 DMDMdmdm (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:42
    ฮืออออออ
    #2,077
    0
  21. #2076 TJK5613 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:36
    ร้องไห้เลยเด้อ
    #2,076
    0
  22. #2075 xxxjaojoi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:25
    น้ำตาซึมสงสารน้อง
    #2,075
    0
  23. #2074 Nov52Hz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:19

    ใจบ๊างงงงงงงงงงง
    #2,074
    0
  24. #2073 Mampbah (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:18

    คืนนี้อ่านฟิคเรื่องนี้ด้วยความระทึกมากกกเลยนะคะ เพราะใจจดจ่อรอวันที่คุณไรท์จะมาอัพตอนไหน แต่พอวันนี้แอพเด้ง ก็ไม่กล้ากดเข้ามาอ่ะ เพราะกลัวจบตอนเร็วค่ะ ถถถถถถถ อ่านทุกบรรทัดด้วยความตั้งใจและไม่พลาดทุกตัวอักษรเลยนะคะ อยากซึมซับบรรยากาศให้ได้มากที่สุด คือกลัวว่าตอนนี้คุณเจเคกับน้องจะไม่ได้เจอกัน มันจะทำให้เราค้างคามากๆเลย แต่ถึงตอนนี้ไม่เจอกันแต่อย่างน้องได้คุยกันบ้างแล้ว เราก็ใจชื้นนนขึ้นหน่อยค่ะ คุณไรท์ไม่ตัดจบโหดแบบค้างคา ตอนนี้เราดีใจมากกกกเลยค่ะ

    หวังว่าเรื่องที่คุณเจเคไปคุยกับคุณพัค เราหวังว่าจะรีบมีข้อสรุปเร็วๆนี้ และมันจะทำให้น้องจีมหลุดบ่วงพ้นเวรกรรมจากผู้หญิงใจร้ายพวกนั้นซักที เหอะๆ คุณเจเครีบจัดการปัญหาด้วยนะคะ

    โง้ยยยยย น้องจีมอ่ะ หนูลูกกกก ทำไมถึงได้น่าแกล้งแบบนี้น้าาาา อยากจะแกล้งให้ร้องไห้แล้วส่งคุณเจเคไปไปลอบหนักๆ ทุกคำพูดที่หนูพูดออกมา มันทำให้เรายิ้มกว้างงงงงงง ผมคิดถึงคุณ มาหาได้ไหม ผมอยากเจอคุณ ผมอยากกอดคุณ คุณรีบมาหาผมนะ โว้ยยยยยยยยยยยย ใครทนคำพูดเหล่านี้จากน้องจีมได้ควรไปบวช! คุณเจเคคะ น้องสะอื้นขนาดนี้ รีบไปหาน้องเร็ววววววว 1 ชั่วโมงบินของคุณอาจทำให้ใครคนนึงกำลังจะขาดใจเพราะทนคิดถึงคุณไม่ไหวแล้วก็ได้นะ คุณบอกรักน้องไปแล้ว รู้ไหมว่าเราดีใจมากแค่ไหน มันเหมือนฟูๆในอก เพราะคุณเจเคบอกรักน้องจีมอ่ะ เหมือนความไม่ชัดเจนมันก็คลี่คลายออกนึดนึง แต่ตอนนี้น้องจีมกำลังสะอื้นอยู่ที่ห้องคนเดียวเพราะกำลังคิดถึงคุณ เพราะงั้นรีบไปหาน้องน้าาาา รีบไปกอดปลอบน้องให้อยู่ในอ้อมอกคุณเจเคน้าาาาาาา เราอยากเห็นน้องจีมยิ้มแบบเขินอายบ้างแล้ว อยากเห็นน้องหน้าแดงๆเพราะอาย ไม่ใช่หน้าแดงเพราะร้องไห้หนัก อยากเห็นน้องจีมออดอ้อนคุณเจเคแบบหวานๆ หรือว่าคุณเจเคจะเอาอกเอาใจน้องให้เยอะๆไปเลยก็ได้น้าาา เราไม่ว่าหรอกกกกก มันทำให้เราโคตรจะมีความสุขเลยยยยย

    จะรอตอนหน้านะคะ ขอบคุณที่ลงตอนนี้ให้อ่านค่ะ

    #2,073
    0
  25. #2072 JeonJK_SAI (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:05

    สู้ๆนะคะไรท์ เรื่องนี้สนุกมากๆ และจะตามต่อไปเรื่องต่อๆไปอีก
    #2,072
    0