KOOKMIN | 2 0 6 M I L E S (END) | Spin-off 2318 miles VMIN |

ตอนที่ 15 : 2 0 6 M I L E S | Chapter13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 686 ครั้ง
    9 ต.ค. 61




2 0 6 M I L E S

Chapter_13

 

 

จีมินถอนหายใจออกมาเบาๆ ปล่อยความคิดในหัวให้ลอยหายไป ก่อนจะหันกลับไปสนใจเพื่อนร่วมงานที่กำลังพูดไปเรื่อยอยู่ข้างๆ ยกแก้วเหล้าที่ชงไว้ขึ้นมาดื่ม เขายอมรับว่าคิดมาก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเก็บไปคิดจนทำลายความรู้สึกตัวเอง


โทรศัพท์ที่เคยนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าส่งเสียงดังขึ้น เรียกความสนใจจากเจ้าของมันที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ จีมินเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าก่อนจะล้วงหาโทรศัพท์ที่จำได้ว่าโยนทิ้งไว้ในนั้น เบอร์ที่โทรเข้ามาทำเอาแปลกใจไม่น้อยเมื่อเทียบกับเวลาตอนนี้แล้ว


หันไปบอกเพื่อนร่วมงานที่กำลังทำสงครามย่อมๆกับหัวหน้าอยู่ก่อนจะเดินออกไปหาที่เงียบๆเพื่อคุยโทรศัพท์ เดินออกมาจนถึงมุมสูบบุหรี่ที่คิดว่าน่าจะเงียบพอจึงกดรับสายที่บันทึกไว้ว่า บ้าน


“สวัสดีครับ”


“คุณจีมิน คุณจีมินคะ”


น้ำเสียงร้อนลนของแม่บ้านสักคนทำให้จีมินต้องขมวดคิ้ว เพราะปกติแล้วเวลานี้คนที่บ้านน่าจะเข้านอนกันหมดแล้ว


“ค่อยๆพูดครับ ผมฟังอยู่”


“คุณผู้หญิงท่านเป็นลมค่ะ คุณท่านเป็นลมตกบันไดค่ะ”


“อะไรนะ! เขากระชากเสียงถามเพราะความตกใจ


“คุณผู้หญิงท่านเป็นลมตกบันไดค่ะ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ดิฉันโทรหาคุณโฮซอกไม่ติดค่ะเลยตัดสินใจหาคุณจีมิน”


“แล้วคุณแม่เป็นยังไงบ้างครับ”


“คุณหมอบอกว่าปลอดภัยแล้วค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลยค่ะ”


“ตั้งแต่ตอนไหนครับ”


“ช่วงสองทุ่มค่ะ”


“แล้วทำไมเพิ่งโทรมาครับ”


พยายามใจเย็นก่อนจะเอ่ยถามออกไป ความเงียบจากปลายสายทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด เพราะความเป็นห่วงที่กำลังเพิ่มขึ้น แม้จะได้ยินแล้วว่าคุณนายพัคปลอดภัยดีและอยู่ในความดูแลของคุณหมอ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็ห้ามไม่ให้รู้สึกห่วงไม่ได้


“คือ...”


เสียงอึกอักเหมือนกับว่าไม่อยากพูดทำให้จีมินต้องพรูลมหายใจออกมาเพื่อระบายความหงุดหงิดของตัวเอง ก้มลงมองนาฬิกาที่ตอนนี้เป็นเวลาเกือบๆห้าทุ่ม


“เอาเถอะครับ ผมจะรีบกลับ”


“ค่ะ”


มือเล็กกดวางสายทันที่จบบทสนทนา หมุนตัวกลับก่อนจะก้าวเท้าไวๆไปที่โต๊ะที่มีทั้งหัวหน้ากับกระเป๋าของเขาวางอยู่ เอ่ยขอลางานกับหัวหน้าที่ตอนนี้เหมือนจะเริ่มคุยไม่รู้เรื่อง ดีที่เพื่อนร่วมงานยังพอคุยรู้เรื่องแล้วบอกว่าจะช่วยบอกกับหัวหน้าให้ในวันพรุ่งนี้


มือเล็กยกขึ้นมากดโทรศัพท์เพื่อโทรหาจองกุก ทว่ารอจนสายตัดไปก็ไม่มีคนรับ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจะกดโทรออกอีกครั้ง ทำซ้ำๆจนหมดความอดทน เขาโทรหาจองกุกห้าครั้งในเวลาแบบนี้ และอีกฝ่ายก็ไม่รับสาย


ประโยคที่จองกุกเคยเอ่ยเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วลอยอยู่ในหัว


ถ้ามีอะไรให้เดินมาหาไม่ก็โทรมานะครับ


ไหนบอกว่าถ้ามีอะไรให้โทรหาไง...


ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะของซอกจิน ดูเหมือนว่าคนที่นั่งอยู่โต๊ะนี้ยังมีสภาพดีอยู่ ต่างจากรอบๆที่เริ่มจะเมามายกันแล้ว จีมินเดินตรงเข้าไปหายุนกิที่นั่งอยู่ตรงมุมของโซฟา


“พี่ยุนกิครับ”


เอ่ยเรียกคนที่นั่งจิบเหล้าอยู่เงียบๆ ดูเหมือนว่าการมาของเขาจะทำให้คนทั้งโต๊ะที่กำลังนั่งคุยกันอยู่หยุดชะงักไปชั่วครู่ อยากจะเอ่ยอะไรออกไปสักอย่างให้บรรยากาศดีขึ้น แต่ทว่าอารมณ์ของเขาตอนนี้มันดิ่งลงเกือบจะถึงก้นเหวแล้วน่ะสิ


“ช่วยโทรหาคุณจองกุกให้หน่อยได้ไหมครับ”


“ทำไมไม่โทรเองล่ะ”


“เขาไม่รับโทรศัพท์ผมครับ”


“อ่า...”


คนตัวขาวพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาจองกุกตามคำขอของจีมิน ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ต่างจากเดิมคือจองกุกไม่รับสาย จีมินพยายามจะยิ้มให้ยุนกิในตอนที่อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา


“ฝากบอกเขาทีนะครับว่าผมมีธุระด่วนต้องไปทำ”


“.....”


“แล้วก็นี่ คีย์การ์ดห้อง ฝากให้เขาด้วยนะครับ” จีมินยื่นคีย์การ์ดที่จองกุกฝากไว้กับเขาไปให้ยุนกิ


“อือ”


“ถ้าคืนนี้เขากลับห้องนะครับ”


จีมินยิ้มออกมาในตอนที่พูด และมันเป็นรอยยิ้มที่แค่มองดูก็รู้ว่าไม่มีความสุขเจือปนอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย ซอกจินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพยายามจะชวนคุย แต่ดูเหมือนว่าจะช้าจนเกินไป เพราะจีมินหันไปพูดบางอย่างก่อนที่จะเอ่ยลา


“ผมขอลางานสักวันสองวันนะครับ”


สิ่งที่จีมินเอ่ยออกไปดูเหมือนประโยคบอกเล่าเสียมากกว่า ซอกจินทำได้แค่พยักหน้ารับรู้แล้วไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปเพราะกลัวว่าจะทำให้จีมินอารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิม


เพราะเพียงแค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าน้องคงรู้ว่าจองกุกหายออกไปกับใครบางคน


“แล้วจะไปไหน”


“ผมจะกลับโซลครับ คุณแม่ท่านเป็นลมตกบันได ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลครับ” จีมินเอ่ยตอบคำถามของยุนกิ บอกรายละเอียดทั้งหมดให้อีกฝ่ายรับรู้เพราะคิดว่ายุนกิคงไม่หยุดถามแน่ถ้ายังไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด


“แล้วจะกลับยังไง”


“ขึ้นเครื่องครับ”


“เดี๋ยวไปส่ง”


“ไม่เป็นไรครับ ผมไปเองได้”


“มันดึกแล้ว จะไปส่ง”


“ไม่ต้องหรอกครับ ผมขับรถไปเองได้ รบกวนคุณช่วยบอกเขาให้ด้วยนะครับ”


สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอายุนกิชะงักคำพูดที่กำลังจะเอ่ยออกไป สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่จีมินต้องการ แม้จะเป็นห่วงอยู่ลึกๆแต่เขาคิดว่าการปล่อยให้จีมินได้ในสิ่งที่ต้องการอาจจะเป็นอะไรที่ดีกว่า


“ขอตัวนะครับ”


จีมินเอ่ยก่อนจะก้าวออกมาจากตรงนั้น ช่วงเวลาที่เขากับยุนกิคุยกันคนที่นั่งอยู่รอบๆก็เงียบไปด้วย เขาไม่รู้หรอกว่าเป็นเพราะอะไร ไม่อยากจะสนใจแล้วด้วย ขาเรียวก้าวยาวๆเพื่อเดินกลับโรงแรม เพราะเขามาพร้อมจองกุก รถที่นั่งมาก็เลยเป็นรถของจองกุกไปด้วย ทางเดียวที่เขาจะกลับไปที่เอารถที่จอดทิ้งไว้ที่โรงแรมได้เร็วที่สุดคือการวิ่ง


จีมินตัดสินใจจะวิ่งโดยไม่สนใจสภาพอากาศที่หนาวจนอยากจะนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่ม ลมที่พัดผ่านทำให้รู้สึกอยากกอดตัวเองเอาไว้เพื่อคลายหนาว


ในหัวคิดว่ามันเป็นการกระทำที่งี่เง่าสุดๆ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นตอนนี้เขาก็คิดหาหนทางที่ดีกว่านี้ไม่ออก สมองมันตื้อไปหมดเหมือนกับถูกอะไรแข็งๆกระแทกจนทำให้เบลอ


ในที่สุดเขาก็วิ่งมาถึงลานจอดรถของโรงแรม รถเก๋งคันเล็กที่จอดอยู่เป็นรถที่เขาเช่าไว้อำนวยความสะดวกตอนอยู่ที่ปูซาน จีมินใช้เวลาเกือบสิบห้านาทีในการขับรถไปสนามบิน ระหว่างขับรถก็กดโทรออกหาเพื่อนสนิท คิมแทฮยองเพิ่งเดินทางมาถึงปูซานเมื่อตอนบ่าย และดูเหมือนว่าจะต้องบินกลับโซลคืนนี้พอดี เขาขอให้เพื่อนช่วยหาไฟล์บินที่เร็วที่สุดให้


และคิมแทฮยองก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง จีมินได้ตั๋วเครื่องบินมา เป็นไฟท์เดียวกับที่แทฮยองต้องขึ้นบิน จีมินอยากวิ่งเข้าไปกอดเพื่อนให้แน่น แต่ก็กลัวว่าเครื่องแบบของแทฮยองจะยับ เพราะเขาเคยได้ยินว่าอาชีพของแทฮยองจะต้องดูดีอยู่ตลอดเวลา แถมอีกฝ่ายยังชอบบ่นเรื่องนี้ให้เขาฟังอยู่บ่อยๆ


“ขอบคุณมากนะ”


เอ่ยขอบคุณเพื่อนที่อุตสาห์เป็นธุระให้ จีมินก้มหน้าลงในตอนที่มือใหญ่ๆของเพื่อนลูบบนหัวเขาเบาๆก่อนที่อีกฝ่ายจะขอตัวไปทำงาน


จีมินมองตามหลังเพื่อนที่กำลังจะเดินหายไป หลับตาลงก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาเดินไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จเพราะไม่มี สัมภาระที่ต้องโหลดขึ้นเครื่อง เสร็จแล้วก็เดินเขาไปที่เกทเพื่อรอเวลาขึ้นเครื่อง



 

 

“เฮ้อ...”


ยุนกิถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อก้มลงดูนาฬิกาบนข้อมือ มองหน้าคนที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งเจ้านายกำลังเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับมา เวลาครึ่งชั่วโมงที่จองกุกหายไปมันมากพอที่จะทำให้อะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนแปลงไป


ยุนกิมองหน้าคนที่ทิ้งตัวลงนั่งด้วยความเหนื่อยหน่าย ไม่รู้ว่าใครเป็นคนคาบข่าวไปบอกผู้หญิงคนนั้นว่าจอนจองกุกอยู่ที่นี่ มันก็เลยเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอย่างที่เห็น ผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนเก่าของจองกุก คบกันตั้งแต่ช่วงเรียนมหาลัย จนกระทั่งฝ่ายหญิงสมัครเข้าทำงานในบริษัทที่อยู่ในเครือตระกูลจอน แน่นอนว่าคนโปรไฟล์ดีแถมทำงานเก่งแล้วยังพ่วงตำแหน่งแฟนลูกชายท่านประธานถูกรับเข้าทำงานทันที


แต่ใครจะไปรู้ว่าเพียงแค่สองเดือนที่จองกุกเดินทางไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ ผู้หญิงคนนี้จะเอาเอกสารฝากครรภ์มายื่นตรงหน้าท่านประธานแล้วบอกว่าตัวเองท้องกับลูกชายท่าน ประธานจอนกับคุณนายจอนดีใจแทบตายที่จะได้อุ้มหลานแม้ว่าทั้งคู่จะยังไม่ได้แต่งงานกัน


ทว่ากลับเป็นจอนจองกุกที่ทำให้ความหวังนั้นพังลงไป จองกุกเดินทางกลับมาที่เกาหลีทันทีที่ได้ข่าว สิ่งแรกที่ทำหลังจากเท้าเหยียบบนผืนแผ่นดินเกาหลีคือการโทรหายุนกิ เอกสารการเงินพร้อมกับภาพถ่ายหลายใบถูกวางลงบนโต๊ะรับแขกในห้องทำงานของท่านประธาน ต่อหน้าท่านประธานและผู้หญิงคนนั้น


เอกสารฝากครรภ์ที่ระบุว่าตั้งท้องได้เจ็ดสัปดาห์แล้วถูกวางคู่กันกับเอกสารทั้งหมด จองกุกหัวเราะในลำคอเพราะสมเพชในตัวผู้หญิงคนนั้น คบกันมาเกือบสามปีและหักหลังเขาได้อย่างร้ายกาจ


ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ท้องกับจองกุก ระยะเวลาที่อีกฝ่ายตั้งท้องกลายเป็นหลักฐานชั้นเยี่ยมที่มัดตัวผู้ต้องหา จองกุกไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับเธอตั้งแต่ช่วงหนึ่งเดือนก่อนจะไปเรียนต่อ และนั่นกินเวลาเกือบสามเดือน เด็กในท้องของผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางที่จะเป็นลูกของจองกุก


มิหนำซ้ำตัวเลขที่ถูกดัดแปลงในเอกสารการเงินยังทำให้ผู้หญิงคนนั้นตกที่นั่งลำบาก เธอโกงเงินบริษัทและดัดแปลงตัวเลข แม้จะเป็นเงินไม่มากนักแต่ก็ถือเป็นการกระทำผิด จองกุกรู้เรื่องนี้ตั้งแต่วันที่เขาตัดสินใจจะไปเรียนต่อ ภาพที่แฟนตัวเองยืนจูบกับหัวหน้าฝ่ายการเงินยังติดตา


เขาลองใจผู้หญิงคนนั้นด้วยการชวนเธอไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วยกัน และแน่นอนว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำปฏิเสธ เขาแค่นหัวเราะกับตัวเองแล้วเริ่มหาหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องเงินที่โดนโกงไปโดยหัวหน้าฝ่ายการเงินและพนักงานที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของเขา


จองกุกไม่ได้ส่งเธอเข้าห้องขัง แต่จัดการทำเรื่องไล่ออกแล้วส่งแบล็คลิสต์รายชื่อไปให้บริษัททั่วประเทศ รวมทั้งหัวหน้าฝ่ายที่เป็นชู้กับอดีตคนรักของเขาด้วย


เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตอนนั้นทำให้ผู้หญิงคนนั้นกลายเป็นคนตกงานและโดนทิ้งให้อยู่ตัวคนเดียวพร้อมกับลูกในท้อง เพราะพ่อตัวจริงของเด็กไม่ยอมรับแล้วบินหนีไปอยู่ต่างประเทศ และสุดท้ายแล้วเด็กที่อยู่ในท้องก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก


“เฮ้อ...”


อดที่จะถอนหายใจออกมาอีกรอบไม่ได้เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต ยุนกิยื่นของที่จีมินฝากไว้ไปให้จองกุก อีกฝ่ายรับไปด้วยสีหน้างงงวยจนยุนกิคิดว่าเขาขี้เกียจที่จะอธิบายหรือบอกข้อความที่เด็กคนนั้นฝากไว้


“ทำไมคีย์การ์ดห้องจีมินถึงอยู่กับมึง” ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรออกไป คำถามจากคนหัวร้อนก็ดังขึ้นมาซะก่อน


“จีมินฝากไว้”


“ทำไมต้องฝาก”


“ไปถามเองสิ” ยุนกิเอ่ยออกไปแค่นั้น แม้จะได้รับสีหน้าไม่พอใจจากเพื่อนแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ เขาไม่ได้จะปิดบังอะไร แต่อยากให้จองกุกได้รับรู้บ้างว่าความรู้สึกที่เด็กคนนั้นได้รับมันเป็นยังไง สับสน กระวนกระวาย เป็นห่วง หรือว่าไม่พอใจกันล่ะ


ยุนกินั่งมองภาพนั้นนิ่งๆ เพื่อนในกลุ่มเองก็ไม่มีใครเปิดปากพูดอะไรออกไป ทุกคนกำลังเฝ้ามองคนที่ลุกออกจากโต๊ะแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะของพนักงานที่จีมินเคยนั่งอยู่ เขาได้ยินเสียงโวยวายของใครสักคนดังขึ้นก่อนที่จองกุกจะเดินกลับมา


“ยุนกิ”


“ว่า”


“น้องอยู่ไหน”


จองกุกเดินกลับมาที่โต๊ะ เอ่ยถามคนที่น่าจะรู้เรื่องทุกอย่างดีที่สุด อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาจ้องตากับเขา ถ้าไม่ได้คิดไปเองจองกุกมั่นใจว่าในแววตาของเพื่อนตอนนี้กำลังแสดงความไม่พอใจออกมาอยู่ไม่น้อย


“ไม่รู้”


จองกุกควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเพราะไม่ได้รับคำตอบจากยุนกิ บนหน้าจอปรากฏสายที่ไม่ได้รับห้าสายจากจีมินและสองสายจากยุนกิ เขาเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนที่กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม เขากวดสายตาไปรอบโต๊ะ ต้องมีสักคนที่รู้เรื่องแต่กลับไม่มีใครเลยที่จะยอมบอกเขา แม้แต่ซอกจินเองก็เหมือนกัน


จองกุกตัดสินใจกดโทรออกหาจีมิน รู้สึกกังวลไม่น้อยที่อีกฝ่ายหายไป ความรู้สึกกระวนกระวายเพราะเป็นห่วงตีตื้นขึ้นมาในอก เขาพรูลมหายใจออกมาเบาๆในระหว่างที่รอให้จีมินรับสาย สัญญาณรอสายที่เขารู้สึกว่ามันยาวนานกว่าทุกครั้งเพราะความกังวลที่เกิดขึ้น


“สวัสดีครับ” เสียงตอบรับจากปลายสายทำให้เขายิ้มออก จองกุกเดินออกไปนอกร้านเพราะข้างในเสียงดังเกินกว่าที่จะคุยโทรศัพท์


“จีมิน”


“ครับ”


“อยู่ไหนครับ” เอ่ยถามออกไปเมื่อเสียงจากในร้านเริ่มเบาลง


“ผมอยู่สนามบินครับ” จองกุกขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินคำตอบ เขารู้มากจากเพื่อนร่วมงานของจีมินว่าคนตัวเล็กขอลางานกับหัวหน้าแล้วก็เดินหายออกไปเท่านั้น


“หนูไปทำอะไรที่สนามบิน”


“ผมจะกลับโซลครับ” น้ำเสียงราบเรียบที่ดังมาจากอีกด้านของโทรศัพท์ทำให้จองกุกต้องเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเพราะความเคยตัว เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ๆตอนนี้จีมินคงจะอารมณ์ไม่ดีนัก


“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”


“ครับ ที่บ้านมีเรื่องนิดหน่อย”


“จีมิน”


“ครับ”


“เดี๋ยวพี่ไปหา”


“ไม่ต้องหรอกครับ”


จองกุกถอนหายใจออกมาแรงๆ พยายามข่มอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองไว้ เพราะนำเสียงเรียบๆนั่นกับคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมาทำให้คนที่พยายามจะทำใจให้เย็นเริ่มหัวร้อนขึ้นมา


“ทำไม”


“เดี๋ยวจะขึ้นเครื่องแล้วครับ ถึงคุณมาก็คงไม่ได้เจอ เพราะงั้นอย่าเสียเวลาเลยครับ”


“มีอะไร ทำไมถึงต้องรีบขนาดนั้น”


“พี่ยุนกิไม่ได้บอกเหรอครับ”


“ไม่”


“คุณโกรธเหรอครับ”


จองกุกชะงักไปทันทีหลังจากที่ได้ยินคำถาม เพิ่งจะรู้ว่าว่าเผลอทำเสียงแข็งใส่อีกฝ่าย เขายกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าตัวเองอยู่ขึ้นก่อนจะเอ่ยกลับไป


“เปล่าครับ”


“งั้นเหรอครับ”


“...” จองกุกเงียบไป จริงๆแล้วเขากำลังไม่พอใจอยู่ลึกๆ แต่เพราะไม่อยากทะเลาะกับจีมินเลยเลือกที่จะตอบออกไปแบบนั้น


“ต้องไปแล้วครับ” ปลายสายเอ่ยออกมาเหมือนกับว่าต้องการจะตัดบทสนทนาให้จบเพียงแค่นี้ และนั่นทำให้ความพยายามที่จะใจเย็นของจองกุกพังลง


“ตกลงหนูจะไม่บอกจริงๆใช่ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปกระด้างเสียจนคนฟังรู้สึกใจเสีย


“เขาเรียกขึ้นเครื่องแล้วครับ ไว้คุยกะ...”


“หนูจะเล่นสงครามประสาทกับพี่ใช่ไหม” เอ่ยถามออกไปทั้งๆที่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบ จะบอกว่าโกรธก็คงใช่ เขาพยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแล้ว พยายามแล้วแต่มันก็พังลงไม่เป็นท่าเพราะอีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด


“ไม่ทะเลาะได้ไหมครับ”


“เราจะไม่ทะเลาะกันถ้าหนูยอมพูดตั้งแต่แรก”


“แสดงว่าตอนนี้เราทะเลาะกันอยู่เหรอครับ”


“...” จองกุกเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม เขายังไม่อยากพูดอกไปเพราะกลัวว่าคำพูดที่เอ่ยออกไปจะเป็นการทำร้ายคนที่อยู่ปลายสาย


“คุณจองกุก”


“ไปสิ เขาเรียกแล้วไม่ใช่เหรอ” สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายตัดบททั้งๆที่เมื่อครู่เป็นคนยื้อเวลาเอาไว้เอง


“ไม่ทะเลาะกันได้ไหมครับ ...ขอโทษ”


จองกุกกำมือแน่นตอนที่ได้ยินคำขอของอีกฝ่าย เขาเองก็ไม่ได้อยากทะเลาะ แต่เพราะมันเลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้วเลยยากที่จะทำให้อารมณ์กลับไปคงที่เหมือนเดิม


“หนูทำให้มันเป็นแบบนี้เองไม่ใช่เหรอ” สุดท้ายก็เลือกที่จะเอ่ยออกไปแบบนั้น โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดที่เอ่ยออกไปมันทำร้ายคนฟังได้มากขนาดไหน


“ไม่ใช่ ไม่ได้อยากทะเลาะ...คุณแม่ผมอยู่ที่โรงพยาบาล ผมต้องกลับไปหาท่าน”


“แล้วทำไมถึงไม่พูดออกมาตั้งแต่แรก”


“ผมแค่ไม่อยากพูด ไม่อยากคิดอะไรแล้ว...” เสียงสะอื้นเบาๆที่ลอดออกมาทำเอาหัวใจคนฟังวูบโหวง จองกุกเลียริมฝีปากก่อนจะขมฟันแน่น เขาแค่อยากรู้แต่ไม่รู้ว่าความอยากรู้ของตัวเองจะทำร้ายอีกคน อารมณ์ที่เคยร้อนเหมือนไฟ ความหงุดหงิดที่เคยมีทั้งหมดเลือนหายไปแล้วแทนที่ด้วยความเป็นห่วง


“จีมิน...” เอ่ยเรียกคนที่อยู่อีกด้านด้วยความกังวล


"ตอนนั้นคุณบอกว่าถ้ามีอะไรให้โทรหา ผมโทรไปตั้งกี่สายคุณก็ไม่รับ เดินไปหาคุณก็ไม่อยู่... แล้วจะให้ผมทำยังไง"


“.....”


คำพูดของจีมินทำให้เขาพูดไม่ออก รู้สึกเหมือนน้ำท่วมปากจนไม่สามารถที่จะเอ่ยอะไรออกไปได้แม้แต่คำขอโทษ มีเพียงความรู้สึกผิดที่กำลังเกิดขึ้นในใจ มันเป็นความผิดของเขา ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะเขาทั้งนั้น... เขาต่างหากที่ควรจะเอ่ยคำขอโทษออกไป


ควรจะเป็นเขาต่างหากที่สมควรจะโดนจีมินโกรธ ...แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นน้องก็ยังเอ่ยคำขอโทษออกมาเพียงเพราะไม่อยากให้เราทะเลาะกัน


“ผมพยายามไม่คิดอะไร แต่ก็ทำไม่ได้ ...ผมจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ตอนที่เห็นคุณเดินออกไปกับผู้หญิงคนนั้น ตอนที่คุณไม่รับโทรศัพท์”


“ขอโทษครับ พี่ขอโทษ”


“ไม่ทะเลาะกันได้ไหม .....ไม่อยากทะเลาะกับคุณ ไม่อยากให้คุณเบื่อ”


“ไม่ทะเลาะกันครับ พี่ขอโทษ” จองกุกสาวเท้ายาวๆไปที่ยังที่จอดรถ ทั้งๆที่เขาควรจะคิดได้ว่าควรจะไปหาจีมินตั้งแต่ที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายอยู่ที่สนามบิน ทั้งๆที่มันควรจะเป็นแบบนั้นแต่เขากลับให้อารมณ์มาบดบังจนทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้


“ไม่ร้องไห้นะครับ พี่ไม่เบื่อหนู ไม่เบื่อเลย ต่อให้ทะเลาะกันกี่รอบก็ไม่เบื่อ”


จองกุกกำพวงมาลัยแน่นตอนที่ได้ยินเสียงประกาศแว่วมาตามสาย เท้าเหยียบคันเร่งจนความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือคนที่กำลังร้องไห้อยู่ที่สนามบิน


“จีมินครับ ตอบพี่หน่อย”


“ต้องไปแล้วครับ...” เสียงอู้อี้ที่ตอบกลับมาทำให้คนฟังใจชื้นได้บ้าง เพราะอย่างน้อยเขาก็มั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายหยุดร้องไห้ไปแล้ว


“ขอโทษที่อารมณ์เสียใส่หนูนะครับ”


“คุณขับรถอยู่หรือเปล่าครับ”


“ครับ”


“คุณอย่าขับรถเร็วนะครับ”


“พี่อยากเจอหนู”


“เดี๋ยวก็กลับมาแล้วครับ”


จองกุกผ่อนคันเร่งลงหลังจากที่ได้ยินคำพูดของจีมิน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นจุดหมายของเขาก็ยังคงเป็นสนามบินอยู่ดี ถึงจะไปไม่ทันแต่เขาก็อยากจะไป แม้จะรู้ว่าคงไม่ได้เจอแต่ก็ยังยืนยันว่าจะไป


“เข้าใจแล้วครับ”


“ขับรถดีๆนะครับ”


“ถึงโซลแล้วโทรหาพี่ด้วยนะครับ”


“ครับ”


“เดินทางปลอดภัยครับ”


“คุณก็เหมือนกัน”


“ส่วนเรื่องผู้หญิงคนนั้น ไว้พี่จะอธิบายให้ฟังนะครับ หนูไม่ต้องคิดมากเพราะมันไม่มีอะไรจริงๆ ถ้าหนูอยากรู้อะไรขอแค่ถามพี่ เข้าใจไหมครับ”


“ครับ ต้องไปจริงๆแล้ว ไว้เจอคุยกันนะครับ”


สายถูกตัดไปแล้ว จองกุกมองโทรศัพท์ที่หน้าจอมีภาพผู้ชายตัวเล็กกำลังเดินเล่นอยู่บนชายหาด มันเป็นรูปที่เขาถ่ายไว้ตอนที่พาจีมินไปดูพระอาทิตย์ตก บนในหน้าปรากฏรอยยิ้มบางๆแม้ในใจจะกังวลอยู่ไม่น้อย


แต่เพราะคิดว่าเหตุการณ์วันนี้มันสอนอะไรหลายๆอย่างให้กับเขา ก็เลยเลือกที่จะเปิดใจยอมรับแทนที่จะไปกังวลกับมัน


อย่างน้อยเขาก็ได้เรียนรู้ว่าควรจะใจเย็นให้มากกว่านี้ และมันทำให้เขาได้รู้ว่าควรจะรักษาหัวใจของตัวเองไว้ให้ดี


หัวใจที่ตอนนี้มีใครอีกคนกำลังก้าวเข้ามายืดพื้นที่ไปมากกว่าครึ่ง







Fiction by hohopes.
Twitter : @Hohope_JH94 
Hashtag : #206mileskm


ขอคอมเม้นเป็นกำลังใจให้เราโหน่ยยย ถึง 100 เม้นจะมาอัพตอนต่อไปให้เลย / ไหนม่า ไหนคะดราม่า ฮ่าๆๆ // ตรงนี้หลายๆคนอาจจะไม่เข้าใจ แต่เราอยากอธิบายคาแรคเตอร์ของตัวละครหน่อยค่ะ น้องจีมินเป็นเด็กชอบคิดมาก คือเป็นคนขี้กังวล เพราะงั้นถึงน้องจะงอนขนาดไหนแต่สิ่งที่น้องกลัวที่สุดคือการโดนทิ้งค่ะ ส่วนพี่เขาเราบอกไปหลายรอบแล้วว่าจริงๆเป็นคนใจร้อน แต่อีกด้านคือเป็นคนมีเหตุผล และสิ่งที่มีมากที่สุดคือพี่เขาแพ้น้องค่ะ แพ้แบบราบคาบเลย ต่อกรอะไรไม่ได้ ถึงจะหงุดหงิดขนาดไหนก็ยอมลงให้ได้ เราอยากเขียนปัญหาที่เกิดจากอารมณ์แต่ไม่อยากให้มันยืดเยื้อ ให้มันจบลงได้ถ้าเปิดใจคุยกันตรงๆ ซึ่งน้องจีมินจะเป็นคนประเภทที่ไม่กล้าพูด ไม่อยากพูด ถ้าพี่เขาไม่ต้อนจนจนมุมจริงๆก็คงไม่บอก และนั้นจะทำให้ปัญหามันคาราคาซังต่อไป เพราะแบบนั้นเราเลยเขียนให้มันออกมาในรูปแบบนี้ และจากที่ทุกคนได้อ่านกัน มันยังมีจุดที่ยังไม่ได้แก้คือเรื่องของแฟนเก่าจองกุกค่ะ เขาจะปรับความเข้าใจจุดนี้กันยังไงก็มารอดูกันเนอะ

ขอคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ หรือจะเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ก็ได้ค่ะ(แท็กในทวิตคือเงียบเหงามากเด้อ) กำลังใจดี อะไรๆมันก็จะดีตามเนอะ ขอบคุณมากค่ะ 


วันนี้เอาโปสการ์ดมาให้ดูค่ะ 
(อาจจะมีปรับเปลี่ยนสีของดอกไม้บนโปสการ์ดค่ะ)




//





[PRE - ORDER] 
เปิดพรีฟิค KOOKMIN | 206 MILES

ระยะเวลาการเปิดพรีตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561

ลิ้งค์รายละเอียด >>  https://goo.gl/forms/XwzpLB7yEUGLLoTS2 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 686 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,553 ความคิดเห็น

  1. #2548 Pleng_JM (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 19:51
    น่ารักจัง
    #2,548
    0
  2. #2537 sofar28 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 14:08
    เรื่องแฟเก่า นี่ไม่make sense คะ แอบไปมีชู้กับหัวหน้าแผนกทั้งที่เป็นแฟนลูกชาย เจ้าของบริษัท ทั้งหล่อ ทั้งรวย ดีไปหมดทุกอย่าง แล้วยังมีไปโกงเงินบริษัทอีก แถมตอนไปบอกพ่อแม่ผู้ชายว่าท้อง เขายังดีใจที่จะได้อุ้มหลานอีก คืออ่านแล้วมันขัดในความรู้สึกคะ ช่วงแรกเนื้อเรื่องสนุกมาก ชอบมากคะ..ขอโทษที่ต้องบอกตรงๆแบบนี้นะคะ
    #2,537
    4
    • #2537-1 hohope(จากตอนที่ 15)
      1 พฤษภาคม 2563 / 14:20
      ไม่เป็นไรเลยค่ะ ยินดีมากๆเลยค่ะที่แสดงความคิดเห็นเข้ามา มันแสดงให้เลยว่าเราเองก็ยังละเลยหลายๆจุดทำให้เนื้อเรื่องมันออกมาไม่สมเหตุสมผล เราจะนำข้อผิดพลาดไปปรับปรุงและแก้ไขต่อไปนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
      #2537-1
    • #2537-3 hohope(จากตอนที่ 15)
      1 พฤษภาคม 2563 / 14:45
      ขอบคุณมากค่ะ มีข้อติชมหรือเสนอแนะยังไงคุยกันได้ตลอดเลยนะคะ
      #2537-3
  3. #2529 charmryc (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 21:32
    น้องแบบใจเย็นมากเลยยย
    #2,529
    0
  4. #2438 JaylerU2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 00:40
    แง่งน้อง
    #2,438
    0
  5. #2388 PaphawarinSaetae (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 23:45
    ชอบจัง
    #2,388
    0
  6. #2377 iamthesunne (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 00:43
    ตอนนี้ดีมากๆเลยค่ะ อบอุ่นในใจมากๆ
    #2,377
    0
  7. #2370 cacalcium (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:32
    งือออ อย่าทำน้องงง
    #2,370
    0
  8. #2346 PangSopitaSopila (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:56
    สนุกมากค่ะๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #2,346
    0
  9. #2311 IIuvia92 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 10:32
    ทำน้องร้องไห้แล้วววว น้องกลับมาจากโซลเมื่อไหร่ต้องรีบไถ่โทษเลยนะ
    #2,311
    0
  10. #2283 jaeminnoona (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 06:20
    นิสัยไม่ดี ไม่รักษาคำพูดแล้วมาเสียงแข็งใส่น้องอีก
    #2,283
    0
  11. #2269 km092 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 16:50
    ชอบที่พี่ยุนกิไม่บอกสมมมม คุณจองกุกทำน้องร้องไห้ นิสัยไม่ดีๆ
    #2,269
    0
  12. #2260 MornMolar (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 09:44
    คนพี่ไม่รักษาคำพูดแล้วยังทำเสียงแข็งใส่น้องอีก ถนอมน้องหน่อย น้องบอบบางนะ
    #2,260
    0
  13. #1968 boa1013 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 10:48
    ตัวเองผิดป่ะยังมีหน้าเสียงดังใส่น้องอีกหรอนิสัยไม่ดี
    #1,968
    0
  14. #1961 ผลไม้แห้งเปลือกแข็ง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 14:35

    ใจดีกับนุ้งหน่อยย
    #1,961
    0
  15. #1959 boooooooooooooo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 14:32
    อ่านซ้ำไปซ้ำมา
    #1,959
    0
  16. #1930 yokty (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 18:18
    มันหน่วงๆแต่รู้สึกดี
    #1,930
    0
  17. #1887 BDshadow (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 00:18
    อ่านตอนนี้อยู่ดีๆ ก็หน่วง งือออ
    #1,887
    0
  18. #1886 noonuykookkik (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 22:18

    ยัยหนูลูกโกรธพี่เค้าไม่ลงสินะ แต่ก็รู้แหละว่าลึกๆน้องก็เสียใจเหมือนกัน????????????????

    #1,886
    0
  19. #1885 peachim (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 21:30
    อยากจะโกรธกุกนานกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้TT
    #1,885
    0
  20. #1884 Mampbah (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 21:17
    หูยยยยยย ตอนนี้ดีมากๆเลย ไม่ใช่ทะเลาะกันแล้วดี แต่ว่าสนุกและมีรสชาติมากกกกค่ะ น้องร้องไห้ น้องเสียใจ น้องขอโทษ ทั้งที่ตัวเองแทบไม่ผิดอะไรเลยด้วย คนหัวร้อนก็ต้องนึกถึงน้องให้มากกว่านี้นะคะ เป็นเรานะ จองตั๋วไปโซลง้อน้องแล้วเหอะ ต่อให้สองวันกลับมา เราก็จะไม่ทนเหอะ จะตามไปง้อ ไปเคลียร์กับน้องเลย ยิ่งน้องร้องไห้เพราะเราเป็นผิด เราก็จะยิ่งอยากตามไปง้อ ไปกอดปลอบ ไปโอ๋ให้น้องหายเสียใจ เราพูดขนาดนี้แล้ว ถ้าคุณเจเคยังไปสนามบินเพื่อดูเครื่องบินขึ้นเฉยๆ เราก็ไม่มีไรจะพรูดแล้วข่ะ หูยยยย เด็กดีไม่แจ้งเตือนเลยอ่า ไม่รู้ว่าอัพเพิ่มจริงๆนะคะ สนุกมว๊ากกกกกกกกกก คิดถึงเรื่องนี้จริงๆ อยากได้เล่มแล้วอ่ะค่ะ กรี๊ดดดดดด แทบรอไม่ไหวแล้วค่าาา แงงงงงง อยากได้เล่มนี้หิ้วไปอ่านไหนต่อไหนจังเลย จะรอตอนต่อไปนะคะ มาต่อเร็วๆนะค้าาาาาา
    #1,884
    0
  21. #1883 Jm1013 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 21:13
    รักนะคะ จุบุจุบุ ไรท์สู้ๆ✌✌
    #1,883
    0
  22. #1882 shakirachp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 20:55
    ทำไมกัน ทำไมเราถึงชอบเรื่องนี้มากขนาดนี้
    #1,882
    0
  23. #1881 คิๆๆๆ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 20:05

    น้องคือดีมากกกกก ส่วนคนพี่ต้องสำนึกผิดด้วยน่าาา ว่าน้องทำไม

    #1,881
    0
  24. #1880 chimmchimm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 19:57
    ละมุนเกินไปล้าววววว
    #1,880
    0
  25. #1878 raiwawa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 18:38
    ไม่อยากให้ทะเลาะ ไม่อยากให้น้องเครียด
    #1,878
    0