KOOKMIN | GOLDEN CLOSET [END]

ตอนที่ 8 : Chapter7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,021
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 286 ครั้ง
    12 ก.ค. 61


GOLDEN CLOSET

Chapter7

 

 

6 years ago

Los Angeles

ปึ้ก!

เสียงกระทบกันของผ่ามือกับแผ่นหลังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในเวลาเช้าตรู่ สวนสาธารณะกลางเมืองที่ปกติจะเต็มไปด้วยผู้คนในเวลานี้กลับว่างเปล่าจนดูแปลกตา ดวงตาคมตวัดขึ้นมองเจ้าของมือที่เพิ่งจะใช้กระเป๋าเป้ที่ถืออยู่ฟาดเข้าที่แผ่นหลังของเขาเป็นรอบที่สอง

“อะไรวะ ต่างบ้านต่างเมืองแค่นี้ทำเป็นนั่งเหม่อ”

“.....”

“มึงเป็นใบ้กะทันหันเหรอวะน้อง”

“เสียงดัง” รบกวนการนั่งสูดอากาสบริสุทธ์ตอนเช้าๆหมด จองกุกเอ่ยกับคนที่นัดเวลาและสถานที่ไว้แต่กลับมาสายซะเอง

“ขอโทษได้ไหมล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น บรรยากาศรอบๆเริ่มมีผู้คนเดินสวนกันบ้างประปราย แสงอาทิตย์ที่เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาทำให้ความเงียบเหงาเมื่อสิบ

นาทีที่แล้วเริ่มเลือนหายและไม่นานก็ถูกกลบด้วยความคึกคักจากผู้คนที่ผ่านไปมา

“มึงสายนะพี่”

“เออ โทษที” คนตัวสูงทิ้งตัวลงบนพื้นที่ว่างข้างๆที่ยังเหลืออยู่ เหลือบมองคนข้างๆที่อายุน้อยกว่าด้วยความสงสัย ไอ้เด็กนี่ไม่ควรจะมาถึงสถานที่นัดก่อนเขาทั้งๆที่มันเพิ่งจะมาเหยียบที่นี่เป็นครั้งแรก

“เหตุผลล่ะ”

“กูไปรับเพื่อนมา อีกอย่างใครจะคิดว่ามึงจะมาถึงเร็วขนาดนี้วะ สารภาพมาซะว่ามึงเรียกแท็กซี่มาใช่ไหม”

“เดินมา กูฉลาดไงพี่ แผนที่ก็มีป้ายบอกทางก็มีทำไมจะมาไม่ถูกวะ”

“จ๊ะ...”

“แล้วเพื่อนอ่ะ”

“เดี๋ยวก็มา แล้วมึงอ่ะเป็นไง” คนตัวโตฟุบหน้าลงกับกระเป๋าเป้แล้วหันไปมองคนที่นั่งจิ้มโทรศัพท์อยู่ข้างๆ สีหน้าเบื่อหน่ายแสดงออกมาชัดเจนจนคนโดนมองนึกหมั่นไส้

“ก็ดี มึงเบื่อขนาดนั้นเลยเหรอวะพี่” จองกุกเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าก่อนจะหันไปมองรอบๆแล้วมาหยุดที่ผู้ชายผิวสีน้ำผึ้งที่นั่งทำหน้าเบื่อหน่ายกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้

“เปล่า กูแค่ง่วง” ว่าแล้วก็หลับตาลงเพื่อใช้เวลาช่วงที่เหลือพักสายตาก่อนที่วันนี้ทั้งวันจะไม่มีเวลาได้พัก แต่ยังไม่ถึงนาทีเสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นก็ทำให้คนกึ่งหลับกึ่งตื่นต้องสะดุ้ง

“แทแท”

“อยู่นี่...” คนง่วงยกแขนขึ้นพร้อมกับส่งเสียงออกไปทั้งๆที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นจากกระเป๋า จองกุกมองคนข้างๆที่ยังไม่ยอมลุกขึ้นนั่งดีๆ ก่อนจะหันไปมองคนที่กำลังเดินเข้ามา ผู้ชายตัวเล็กหน้าตาน่ารักกับผมสีบลอนด์แล้วก็ถุงเบอร์เกอร์ในมือ

“แทแท?”

“ชื่อกูเองแหละ เป็นไงน่ารักอ่ะดิ” แทฮยองเอ่ยตอบเด็กข้างๆที่ทำหน้างงอยู่ ชื่อน่ารักๆที่โดนเรียกออกมาคงจะไม่คุ้นหูเจ้าเด็กคนนี้สักเท่าไหร่

“ไม่ได้เข้ากับมึงเลยพี่”

“จิ๊ช่างเหอะ นั่นเพื่อนกู มึงจะหยาบกับใครก็ได้แต่ไม่ใช่คนนี้”

“ทำไม มึงหวงเหรอพี่”

“ไม่ แต่ถ้ามึงพูดหยาบกับคนที่พูดเพราะมันจะเป็นไงวะ กูนี่ประสบการณ์ตรงขอแนะนำว่าให้มึงพูดแบบปกติก็พอ ไม่ต้องเพราะพริ้งแต่อย่าหยาบอ่ะเข้าใจไหม กูว่ากูเริ่มพูดไม่รู้เรื่องล่ะ เออ นั่นแหละ แค่อย่าหยาบก็พอ” แทฮยองเงยหน้าขึ้นจากกระเป้าพร้อมกับพูดให้เด็กที่นั่งอยู่ข้างๆฟังไปด้วย แต่พอพูดไปพูดมาก็เริ่มรู้สึกงงๆในตัวเองจนต้องตัดจบทั้งๆที่ยังงงๆอยู่แบบนั้น

“กูจะพยายามเข้าใจนะพี่”

“ดี” นิ้วโป้งถูกยกขึ้นมาให้คนตรงหน้าพร้อมกับคำชมสั้นๆ จองกุกหันไปมองคนที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆด้วยความแปลกใจ เห็นไกลๆว่าน่ารักแล้ว พอมาเห็นใกล้ๆแบบนี้ก็ยิ่งน่ารักมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก

“มึงล่อลวงเขามาใช่ไหมพี่” คนโฉดอย่างคิมแทฮยองจะมีเพื่อนน่ารักขนาดนี้ได้ยังไงกัน!

“ตลกแดกเหรอมึง” คนผิวแทนตวัดสายตามองเด็กกวนส้นที่นั่งยิ้มเผล่อยู่ข้างๆ อยากจะตบหัวมันสักทีแต่ก็กลัวจะโดนเพื่อนด่าว่าทำร้ายร่างกายเด็ก เออ...ถึงจะเด็กกว่าแค่อายุก็เถอะ ขนาดตัวมันนี่จะเท่าเขาอยู่ล่ะ

“แล้วกูต้องพูดเพราะๆกับมึงด้วยเหรอวะพี่”

“ไม่อ่ะ พูดปกตินี่แหละ”

“เอ้า...อะไรวะแม่ง”

คำพูดของเด็กตัวโตขาดตอนเมื่อแทฮยองลุกจากม้านั่งแล้วดึงตัวเขาให้ลุกขึ้นด้วย พอดีกับที่คนๆนั้นเดินมาถึง จองกุกจ้องมองคนตรงหน้าก่อนจะได้รอยยิ้ม

กว้างกลับมา

“มึง นี่พัคจีมินเพื่อนกูเอง”

นั่นเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอกัน รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่เพื่อเป็นการทักทาย มือเล็กๆที่ยื่นออกมาถูกกอบกุมด้วยมือที่ใหญ่กว่า

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ จอนจองกุก”

 

_____GOLDEN CLOSET_____

 

ปึ้ก!

เสียงที่ดังขึ้นทำให้คนที่กำลังหลับอยู่ต้องลืมตาตื่นขึ้นมา ภาพแรกของเช้าวันนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยน่าอภิรมย์สักเท่าไหร่เมื่อเห็นว่าคิมแทฮยองยืนทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ที่ปลายเตียง

“ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำ วันนี้มึงต้องไปส่งกูนะน้อง” แทฮยองเอ่ยกับคนที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง จองกุกหลับตาลงก่อนจะยกหมอนอีกใบขึ้นมาปิดหน้า แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาทำให้รู้ว่าตอนนี้คงจะสายมากแล้วแน่ๆ

“กลับเองดิ จะนอนต่อ”

เด็กตัวโตไม่ยอมลุกเพราะเมื่อวานหมดแรงไปกับการเที่ยวรอบเมือง ไม่รู้ว่าไปมากี่ที่ จำไม่ได้ว่าไปที่ไหนมาบ้าง พอหมดวันแทฮยองกับจีมินก็พาเขามาส่งที่ห้อง จีมินกลับบ้านและทิ้งแทฮยองไว้ในห้องสี่เหลี่ยมกับเขาสองคน

“มึงจะลุกดีๆหรือต้องให้กูถีบ”

“มึงไม่อ่อนโยนอ่ะพี่ นี่น้องนะ” คนโดนปลุกสลัดผ้าห่มออกจากตัวก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำทั้งๆที่ตายังปิดอยู่ เสียงน้ำที่ดังตามมาทำให้แทฮยองรู้ว่าอีกกำลังอาบน้ำอยู่ เขาเดินออกจากห้องนอนมาเก็บของใส่กระเป๋ารอเวลาที่เพื่อนตัวเล็กจะมารับ

พาสปอร์ตเล่มเล็กถูกโยนใส่กระเป๋าพร้อมกับจองกุกที่เดินออกมาจากห้องน้ำ แทฮยองหันไปมองเด็กที่รู้จักกันตั้งแต่จำความได้เพราะเรียนที่เดียวกันมาตลอด จองกุกเป็นคนปูซาน ส่วนเขาเป็นคนแดกู เป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนที่โซลกันทั้งคู่ ก็เลยสนิทกันมาตั้งแต่ตอนนั้น

“อยู่คนเดียวก็ดูแลตัวเองดีๆนะมึงอ่ะ มีปัญหาอะไรก็โทรหากู”

“อือ”

“เออ ครบปีแล้วก็รีบกลับ”

“มึงรีบไปไหนอ่ะพี่ นี่เพิ่งวันที่สามเองไหม” จองกุกเดินไปหยิบกระป๋องโค้กจากตู้เย็นแล้วโยนให้คนที่นั่งอยู่บนโซฟา ข้าวกล่องสำเร็จรูปถูกจับยัดเข้าไมโครเวฟก่อนจะเดินมาหยิบโค้กอีกกระป๋องให้ตัวเอง

“หรือมึงอยากอยู่นานๆ”

“ไม่อ่ะ แล้วนี่เพื่อนจะมารับตอนไหนวะ” มือเรียวหยิบข้าวกล่องออกจากไมโครเวฟก่อนจะเดินมาหาแทฮยองที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ ข้าวกล่องสำเร็จรูปจากมินิมาร์ทเป็นอาหารประทังชีวิตของเด็กหนุ่มอายุ 16 ที่ต้องมาอาศัยอยู่ต่างเมือง

“อีกครึ่งชั่วโมง”

“แล้วทำไมมึงไปเองไม่ได้อ่ะพี่ ต้องให้เพื่อนไปส่ง”

“กูไปเองได้ แต่จีมินจะไปส่งไง” แทฮยองวางโทรศัพท์ที่เพิ่งจะคุยกับจีมินเสร็จแล้วเอื้อมมือไปหยิบข้าวกล่องที่จองกุกวางไว้บนโต๊ะมากิน

“เขาดูติดมึงนะ”

“ใคร จีมินเหรอ”

“อือ”

“ติดแหละ เจอกันตั้งแต่เด็กๆแถมเมื่อก่อนรายนั้นไม่ค่อยมีเพื่อนด้วย ไม่เหมือนตอนนี้อ่ะ มึงคอยดูนะ หนึ่งวันในโรงเรียนของมึงจะได้ยินชื่อจีมินไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง ตั้งแต่พวกเด็กเกรด 9 ไล่ไปถึงเกรด 12 นู้นล่ะ”

“ทำไม เขาเป็นคนดังของโรงเรียน?” จองกุกเอ่ยถามพร้อมกับตักข้าวเข้าปากไปด้วย ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้ต้องทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกัน

“ไม่เชิงอ่ะ เรียกว่าเป็นจุดสนใจดีกว่า” แทฮยองยักไหล่ เขาเคยเข้าไปที่โรงเรียนของจีมินอยู่ไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งก็ดูเหมือนว่าจะได้ยินชื่อของเพื่อนตัวเล็กจากปากคนอื่นเยอะพอสมควร

“ทำไมอ่ะ”

“เห็นจีมินครั้งแรกมึงรู้สึกยังไง” แทฮยองวางช้อนลงแล้วเอามือเท้าคางรอคำตอบจากจองกุก

“ก็...ดูน่ารักดี” จองกุกตอบ ในหัวก็นึกภาพตอนที่เจอกันครั้งแรกไปด้วย แค่เห็นไกลๆก็คิดว่าน่ารัก ยิ่งเห็นใกล้ๆก็ยิ่งน่ารัก แต่พอได้รู้จักจริงๆถึงได้รู้ว่าเป็นคนน่ารักทั้งรูปร่างหน้าตาทั้งนิสัยใจคอ

“นั่นไง แล้วมึงคิดดู ผู้ชายหน้าตาน่ารักๆ ตัวเล็กๆ เสียงหวานๆ ในโรงเรียนที่เด็กผู้ชายส่วนมากสูงไม่ต่ำกว่า 178 แบบนี้”

“อ่อ...”

“แล้วคนส่วนมากที่พูดถึงจีมินแม่งก็มีแต่ผู้ชายด้วยไง”

“ข้อนี้ถึงมึงไม่บอกกูก็พอจะรู้อ่ะพี่” ก็หน้าตาน่ารักขนาดนั้น จะแปลกอะไรถ้าจะโดนผู้ชายเข้าหามากกว่าผู้หญิง ตัวเล็กๆหน้าหวานๆนี่ดึงดูดผู้ชายได้ดีเลยล่ะ

“แล้วกูจะนินทาเพื่อนตัวเองให้มึงฟังทำไมวะเนี่ย” แทฮยองใช้มือเสยผมตัวเองเบาๆแล้วสะบัดหัวไปมา ท่าท่างเหมือนคนที่งงกับชีวิตทำเอาจองกุกนึกขำ

“ความรู้ไงพี่ รู้ไว้กูจะได้ทำตัวถูก”

“เออ ช่างเหอะ มึงเก็บของเลย เดี๋ยวลงไปรอจีมินข้างล่าง”

สองหนุ่มเก็บของที่จำเป็นต้องใช้เสร็จแล้วลงมารอจีมินที่ด้านล่างของตึก ไม่นานนักรถยนต์คันสีดำก็แล่นเข้ามาจอดตรงหน้า แทฮยองเปิดประตูฝั่งคนขับให้จีมินลงจากรถก่อนที่ตัวเองจะเข้าไปนั่งประจำที่แทน สถานที่ที่ต้องไปวันนี้คือสนามบินเพราะต้องไปส่งแทฮยองกลับเกาหลี จองกุกมองคนที่เดินมาเปิดประตูรถด้านหลังด้วยความงงงวย

“หวัดดีจองกุก เข้าไปเร็ว วันนี้แทฮยองจะรับอาสาเป็นคนขับรถให้เราแหละ” จีมินผลักเจ้าเด็กที่ยืนทำหน้างงอยู่เข้าไปในรถก่อนจะตัวเองจะก้าวขึ้นรถตาม ประตูถูกปิดก่อนที่รถจะเคลื่อนที่ออกจากจุดเดิมที่เคยจอด

“นี่เพื่อนนะจีมิน ไม่ใช่คนขับรถ” แทฮยองเอ่ยกับเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอมยิ้มอยู่เบาะหลัง ท่าทางสนุกไปกับสิ่งรอบตัวทำเอาคนโดนทิ้งให้ขับรถคนเดียวโกรธไม่ลง

“ถ้ายอมเป็นคนขับรถ แทฮยองจะเป็นคนขับรถที่หล่อที่สุดในโลกเลยนะ”

“น่าภูมิใจมาก คนขับรถที่หล่อที่สุดในโลก” แทฮยองเออออไปคนที่นั่งกอดประเป๋าเป้ของเขาอยู่ รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าทำให้ใบหน้าคนตัวเล็กดูน่ามองมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก

“แล้วจองกุกเป็นไงบ้าง”

“ครับ?”

“เป็นไงบ้าง” จีมินย้ำคำถามให้กับเด็กที่นั่งอยู่ข้างๆ จองกุกนั่งเกร็งจนบางครั้งเขาก็คิดอยากจะแกล้ง ตอนคุยกับแทฮยองก็ดูปกติดี แต่พอคุยกับเขากลับดูเกร็งจนไม่เป็นธรรมชาติ

“ก็ดี...มั้งครับ”

“เดี๋ยวไปส่งแทฮยองเสร็จเราจะพาไปเที่ยว”

“ครับ” จีมินมองดูเด็กตัวโตด้วยความแปลกใจ ดูเหมือนจะอึดอัดแต่ก็ไม่ ทั้งๆที่เลือกที่จะปฏิเสธได้แต่ก็ไม่ทำ ดูเป็นคนที่มีหลายอารมณ์ในตัว เป็นเด็กหัวศิลป์สินะ...

จีมินละความสนใจจากจองกุกเมื่อรู้ว่าตอนนี้กำลังเข้าสู่เขตสนามบิน คนตัวเล็กหันไปคุยกับแทฮยองแล้วปล่อยให้จองกุกนั่งจมกับความคิดตัวเองต่อไป จองกุกนั่งฟังเสียงพูดคุยของจีมินกับแทฮยองที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ จนกระทั่งถึงลานจอดรถในสนามบิน

“เดินทางปลอดภัยนะ” แทฮยองยิ้มรับคำอวยพรจากเพื่อนตัวเล็ก มือหนายกขึ้นมาลูบผมจีมินเบาๆเหมือนอย่างที่เคยทำ

“ดูแลตัวเองดีๆ ...มึงก็ด้วย” แทฮยองเอ่ยกับคนตัวเล็กก่อนจะหันไปพูดกับเด็กที่ยืนลอยหน้าลอยตาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ข้างๆจีมิน จองกุกพยักหน้ารับคำโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

“ถึงแล้วโทรมานะ”

“ครับ” แทฮยองดึงเพื่อนเข้าไปกอดก่อนจะกดจูบลงที่ขมับ ท่าทางอาลัยอาวรณ์จนจองกุกรู้สึกหมั่นไส้ ...ถ้าโดนแบบนั้นบ้างเขาต้องเป็นบ้าแน่ๆ แค่คิดก็ทำเอาขนลุกซู่

“เดี๋ยวมึงก็ตกเครื่องหรอกพี่” จองกุกยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู เวลาล่วงเลยจนเกือบจะถึงเวลาขึ้นเครื่อง ถ้าไม่ไปตอนนี้เขาบอกได้เลยว่าตกเครื่องแน่ๆ

“เออ กูไปล่ะ ไปนะจีมิน” แทฮยองคลายอ้อมกอดออกก่อนจะเอ่ยคำลากับทั้งสองคนแล้วเดินหายเข้าไปด้านใน จีมินยืนมองเพื่อนจนลับตาก่อนจะหันกลับมามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ป่ะ ไปกัน” มือเล็กคว้าเข้าที่ข้อมือของอีกคน จองกุกสะดุ้งก่อนที่จะต้องตกใจมากกว่าเดิมเพราะแรงดึงจากข้อมือทำให้ต้องเขาต้องวิ่งตาม ...ใช่ พัคจีมินกำลังพาเขาวิ่งในสนามบินที่มีคนเดินสวนกันไปมาเต็มไปหมด

“ไปไหน”

“ทะเลไง”

“ดะ..เดี๋ยวสิ” คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่ออีกคนหันมายิ้มให้ จองกุกได้แต่เงียบแล้ววิ่งตามแรงดึงของจีมินไปจนสุดทาง

ร่างสูงสมส่วนของเด็กอายุสิบหกถูกจับยัดเข้าไปในรถยนต์คนเดิมที่เคยนั่งมาโดยไม่มีโอกาสได้คัดค้าน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่โดนดึงลงจากรถอีกรอบ ถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมา หาดทรายที่ค่อยๆปรากฏเด่นชัดขั้นมาในสายตา จองกุกมองไปรอบๆด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่ที่ไม่เข้าใจมากที่สุดก็คือ

จีมินพาเขามาที่นี่ทำไม...

“เราชอบทะเลน่ะ” ประโยคบอกเล่าถูกเอ่ยออกมาในตอนที่สองเท้าหยุดอยู่บนชายหาด ผืนทะเลสีครามที่ดูกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา จีมินปล่อยข้อมือของคนที่ยืนอยู่ข้างๆออกก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนหาดทราย

“ทำไมถึงพามานี่ที่ล่ะ” จองกุกนั่งลงข้างๆจีมิน สายลมที่พัดผ่านทำให้อากาศช่วงบ่ายแก่ๆเย็นสบาย ความผ่อนคลายแทรกเข้ามาแทนที่ความอึดอัดในช่วงที่ผ่านมาจนหมดสิ้น

“สำหรับเราเวลาที่อยากจะทำความรู้จักกับใครสักคน การบอกในสิ่งที่ตัวเองเป็นหรือสิ่งที่ตัวเองชอบเป็นเรื่องสำคัญนะ ในชีวิตเราไม่ได้รู้จักคนพร่ำเพรื่อ...เราหมายถึงคนที่อยากจะสนิทด้วยจริงๆน่ะ เพราะแบบนั้นถึงได้พามาที่นี่ จองกุกเข้าใจสิ่งที่เราพยายามจะบอกไหม”

ที่พูดมานั่นกำลังบอกว่าตัวเองอยากสนิทกับเขางั้นเหรอ... จองกุกมองคนข้างๆที่นั่งยิ้มมองทะเลอยู่ สายตาที่แสดงออกมาทำให้รู้ว่าคนๆนี้คงจะชอบทะเลมากแน่ๆเหมือนอย่างที่เจ้าตัวบอก

“อือ เข้าใจ” จองกุกได้รับรอยยิ้มกว้างจากคำตอบที่เขาเพิ่งจะเอ่ยออกไปเมื่อครู่ จีมินละสนใจจากท้องทะเลแล้วหันหน้ามาคุยกับเขาแบบจริงจังกว่าที่เคยเป็น

“แล้วจองกุกล่ะ มีอะไรที่ชอบมากๆบ้างไหม”

...ถ้าเขาบอกไปว่าตอนนี้สิ่งที่เขาชอบมากๆคือรอยยิ้มของจีมินมันจะดูแปลกเกินไปไหมนะ

“นมกล้วย...ล่ะมั้ง” เพราะงั้นเลือกที่จะไม่พูดออกไปคงจะดีกว่า

“นมกล้วยเหรอ ใช่ที่ขวดกลมๆป้อมๆนั่นไหมนะ แทฮยองเคยเอามาให้เรากินด้วยนะ” คนตัวเล็กว่าพลางนึกถึงบรรดาของกินที่แทฮยองเคยขนจากเกาหลีมาให้ในช่วงที่พวกเขายังเด็กๆ

“อือ ...นี่”

“หือ ว่าไง” คนที่ก้มหน้าพยายามวาดรูปขวดนมกล้วยบนพื้นทรายเงยหน้าขึ้นเพราะเพราะเสียงเรียก จีมินมองคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจ

ตั้งแต่เมื่อวานจองกุกยังไม่เคยเป็นคนเริ่มบทสนทนากับเขาเลยสักครั้ง

“ทำไมถึงแทนตัวเองว่าเราล่ะ”                         

“อืม...จะว่ายังไงดีล่ะ เพราะมันให้ความรู้สึกเป็นกันเองมากกว่าคำว่าผมกับคุณล่ะมั้ง ก็ใช้มาตั้งแต่เด็กแล้วนี่เนอะ จะมาเปลี่ยนตอนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ทันแล้วล่ะ มันติดปากไปแล้ว”

“จีมิน เรียกแบบนี้ได้ไหม” เพราะไม่มีความรู้สึกว่าอยากจะเรียกพี่ ไม่ใช่ว่าไม่เคารพ แต่เพราะอะไรตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้เหมือนกัน คนโดนถามกระพริบตาปริบๆ สมองเหมือนจะสั่งการไม่ทันเมื่อโดนอีกคนถามมาแบบนั้น เขาไม่ได้มีปัญหากับการเรียกแบบนั้นหรอก

“อือ ได้สิ” แต่พอเป็นเด็กคนนี้แล้วกลับรู้สึกแปลกๆ ...ทำไมถึงได้รู้สึกดีกันล่ะ “เราเรียกจองกุกว่าจองกุก ส่วนจองกุกก็เรียกเราว่าจีมิน แบบนี้ก็ดูโอเคนะ”

รอยยิ้มสดใสกับแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าเป็นภาพที่ติดอยู่ในความทรงจำของจองกุกมาตลอด

เขาชอบรอยยิ้มของคนๆนี้มากจริงๆ...

“กลับกันเลยไหม” จีมินหันมาถามเด็กตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปพร้อมกับแสงสว่างที่เลือนหายไป บรรยากาศตอนเย็นของชายหาดเต็มไปด้วยผู้คนที่มารอชมพระอาทิตย์ตกก่อนจะทยอยแยกย้ายกันไป

“ครับ” จองกุกส่งยิ้มให้กับคนตรงหน้าที่บนใบหน้ามีรอยยิ้มประดับอยู่แทบจะตลอดเวลา มือเรียวคว้ามือของอีกคนไว้ก่อนจะออกเดินไปตามทาง

จีมินก้มลงมองมือของตัวเองที่โดนกุมอยู่ แปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่กำลังทำ มันน่าแปลกเพราะคนๆนั้นเพิ่งจะเจอกันได้แค่สองวัน ความคิดที่ตีรวนในหัวหายไปเมื่ออีกคนส่งยิ้มมาให้ เพียงแค่รอยยิ้ม...เด็กตรงหน้าทำให้เขาสบายใจได้ขนาดนี้ได้ยังไงกัน

จีมินละทิ้งความคิดในหัวแล้วเลือกที่จะก้าวเดินไปพร้อมกับคนข้างๆ

แค่เขาสบายใจ จองกุกสบายใจ ก็ไม่เห็นจะต้องไปคิดมากอะไร

 

 _____GOLDEN CLOSET_____

  

“เจค รับ!” เสียงเรียกดังขึ้นก่อนที่วัตถุบางอย่างจะลอยตามมา จองกุกเอื้อมมือไปคว้าสิ่งที่เพื่อนร่วมชั้นโยนมาให้เมื่อครู่ ขวดนมกล้วยหน้าตากลมๆที่โผล่มาทุกวันทำเอาเพื่อนๆคนที่เหลือในห้องต้องส่ายหน้า บางคนก็ทำหน้าบึ้งด้วยความอิจฉา

ก็จะอะไรซะอีกล่ะ ...นมกล้วยที่มาจากพี่จีมินเกรดสิบสองที่น่ารักๆคนนั้นไง

“จีมินล่ะ”

“ไม่รู้ดิ พี่เขาเอามาฝากแล้วก็เดินหายไปกับใครสักคน” เด็กส่งของตอบคำถามเพื่อนร่วมชั้นด้วยท่าทางเบื่อหน่าย เขาเองก็อยากจะได้อะไรแบบนี้บ้าง

“อือ ขอบใจนิค”

จองกุกเอ่ยขอบคุณเพื่อนที่รับหน้าที่เอาของมาให้ เขาก้มหน้าลงมองนาฬิกาบนข้อมือตัวเอง ยังเหลือเวลาอีกยี่สิบกว่านาทีและปกติแล้วจีมินจะเป็นคนเอามาให้เองแท้ๆ แต่วันนี้ดันฝากคนอื่นเอามาให้ซะงั้น

“เดี๋ยวกลับมา” ร่างสูงที่โตขึ้นตามวัยหันไปบอกเพื่อนก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับนมกล้วยในมือ จองกุกเดินไปหาจีมินที่ตึกเรียนของอีกคน แต่ทว่าเพื่อนร่วมห้องของอีกฝ่ายบอกว่าจีมินเดินออกไปกับเด็กเกรดสิบเอ็ดสักคนที่เขาเองก็ไม่รู้จัก

ตลอดระยะเวลาเกือบสิบเดือนที่ผ่านมามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนก็ได้ยินชื่อจีมินเต็มไปหมด แม้แต่เพื่อนในห้องเขาก็ยังพากันพูดถึง พออาทิตย์ต่อมาเขาเดินมาโรงเรียนพร้อมกับจีมินข่าวลือแปลกๆก็เริ่มถูกแพร่กระจายออกไป จนสุดท้ายก็ดูเหมือนว่าทุกๆคนจะเข้าใจว่าเขากับจีมินเป็นพี่น้องกัน เว้นก็แต่เพื่อนร่วมชั้นของพวกเขานี่แหละ

ร่างสูงของเด็กอายุสิบหกย่างสิบเจ็ดยืนพิงผนังห้องเรียนรอคนที่ออกไปคุยธุระ จองกุกยกนมกล้วยขึ้นมาดื่มพลางมองออกไปนอกระเบียง ใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ที่คอยให้ร่มเงามีคนสองคนกำลังยืนคุยกันอยู่

พัคจีมินกับใครสักคน

ก็เห็นแหละ รู้ด้วยว่ากำลังคุยอะไรกันอยู่ แต่ไม่อยากเข้าไปขัดคอ มือหนาโยนขวดนมกล้วยที่เพิ่งจะดื่มหมดลงถังขยะเป็นจังหวะพอดีกับที่จีมินมองมา จองกุกส่งยิ้มให้อีกคนพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงว่าไม่ต้องรีบ ...เขาชินแล้วกันสถานการณ์แบบนี้

“แฮ่ก...รอนานไหม” ร่างเล็กวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าจองกุก ท่าทางเหนื่อยอ่อนบ่งบอกได้ดีว่าอีกคนรีบมากแค่ไหนในการวิ่งจากข้างล่างขึ้นมาบนชั้นสามของอาคาร จองกุกดึงมือคนที่หอบแฮ่กอยู่ให้เดินตาม จริงๆจะคุยตรงนี้เลยก็ได้ แต่เขาแค่ไม่อยากทนกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนบางกลุ่มก็เท่านั้น

“รอบนี้อะไรครับ”

“นี่...” กระดาษแผ่นเล็กๆถูกยื่นมาตรงหน้า จองกุกยื่นมือไปหยิบขึ้นมาอ่านก่อนจะยิ้มออกมา มือหนาส่งกระดาษแผ่นที่ว่าคืนให้จีมินที่ยืนมองอยู่

“ตอนแรกที่พี่แทฮยองบอกก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้นะครับ”

“อะไรอ่ะ แทฮยองนินทาอะไรเรา”

“เปล่าครับ กลับไปเรียนได้แล้วครับ จะถึงเวลาแล้ว” จองกุกส่ายหน้าปฏิเสธ ขืนบอกไปคิมแทฮยองคงโดนจีมินเฉ่งยกใหญ่แน่ๆเพราะบังอาจมานินทาเจ้าตัวให้คนอื่นฟัง

“มาแค่นี้เหรอ เรานึกว่ามีธุระซะอีก”

“เปล่าครับ มาเพราะอยากเห็นหน้าเฉยๆ” มือหนายกขึ้นมาลูบหัวคนอายุมากกว่าเบาๆก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไป จีมินยืนเม้มปากแน่น ใจเต้นแรงไม่ต่างจากตอนที่วิ่งขึ้นมา

ฮึ่ย...เด็กนิสัยไม่ดี!

  

 _____GOLDEN CLOSET_____

 

รถตู้คันใหญ่เคลื่อนเข้ามาจอดที่บ้านพักตากอากาศที่กลุ่มนักเรียนที่เพิ่งจะผ่านการสอบไปหมาดๆเช่าไว้ กลุ่มคนเกือบสิบชีวิตกับกระเป๋าเป้ประจำตัวอีกคนละใบเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะทิ้งตัวลงบนพื้นกับโซฟาที่ตั้งอยู่กลางบ้าน ระยะทางจากสนามบินมาที่บ้านพักไม่ได้ไกลมากนักแต่สิ่งที่ทำให้เด็กพวกนี้เหนื่อยคงจะเป็นการสอบที่เพิ่งจะผ่านพ้นไปต่างหาก

“วีมันจะมาแน่ๆใช่ไหมจีมิน” เสียงทุ้มจากคนที่นอนแผ่อยู่กลางพื้นบ้านเอ่ยถามถึงเพื่อนของเพื่อนที่ค่อนข้างจะสนิทกันพอสมควร แจ็คคือชื่อของเด็กหนุ่มชาวอเมริกันที่นอนกางแขนกางขาแบบที่ไม่กลัวว่าจะโดนเพื่อนที่เดินไปมาเหยียบ

“อือ มาสิ”

“งั้นจะแบ่งห้องกันยังไงล่ะเนี่ย”

แจ็คพยุงตัวเองขึ้นจากพื้นก่อนจะนั่งจ้องหน้าเด็กเกรดสิบสามคนที่ติดสอยห้อยท้ายมาด้วย คนแรกก็แฟนเขานี่แหละ ส่วนอีกสองคนก็...น้องของจีมินกับไอ้เด็กนิคที่สนิทกับคนอื่นไปทั่ว

“จะนอนกับจีมิน” เด็กเกรดสิบเอ่ยขึ้น

“งั้นวีมันจะไปนอนไหนอ่ะ” จองกุกยักไหล่ให้กับคำถาม เขาไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าไอ้พี่บ้านั่นจะไปนอนที่ไหน หรือบางทีคนแบบคิมแทฮยองคงจะไม่กลับมานอนที่บ้านด้วยซ้ำ หิ้วสาวเข้าโรงแรมเป็นเรื่องถนัดของคุณเขาล่ะ

“งั้นเดี๋ยวแทฮยองมาค่อยมาคุยอีกทีนะ วันนี้ใครอยากนอนไหนก็ตามสบายเลย”

“งั้นผมก็นอนกับพี่จีมินได้อ่ะดิ” หัวทุยๆของเด็กทะเล้นถูกตบคว่ำด้วยฝีมือของเพื่อนรุ่นเดียวกัน นิคกุมหัวตัวเองพลางร้องโอดโอยอย่างน่าสงสาร ต่างจากคนทำที่ยังลอยหน้าลอยตาอยู่อย่างไม่รู้สึกผิด

“ลามปามนะมึง”

“กูขอโทษ ฮือออ” คนเจ็บทำหน้าทำตาให้น่าสงสารหวังว่าเพื่อนจะเห็นใจยอมยกโทษให้ จองกุกมองนิคแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือหนาคว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองกับของจีมินขึ้นมาถือไว้ก่อนจะฉุดแขนคนที่นั่งอยู่บนโซฟาให้ลุกขึ้นตามมาด้วย

ห้องที่มีเตียงนอนขนาดห้าฟุตปรากฏอยู่ตรงหน้า จองกุกวางกระเป๋าลงบนเตียงก่อนจะเดินไปเปิดผ้าม่าน ด้านนอกมีระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวทะเลที่จีมินชอบ

“จองกุก เราลงไปช่วยอลิซทำอาหารก่อนนะ” จีมินที่เก็บเสื้อผ้าใส่ตู้เรียบร้อยแล้วเดินมาบอกกับคนที่ยืนชมวิวอยู่ที่ระเบียง จองกุกพยักหน้าน้อยๆก่อนจะตอบกลับไป

“ครับ”

อาหารค่ำมื้อนี้ผ่านไปด้วยความวุ่นวายจากเด็กผู้ชายเกือบสิบคนที่เอาแต่แย่งของกินกันไปมาจนโดนอลิซหญิงสาวหนึ่งเดียวภายในกลุ่มดุเอา เกมต่างๆถูกสรรหามาเล่นฆ่าเวลาเพื่อรอสมาชิกระดับเอสอย่างคิมแทฮยองที่กำลังบินดิ่งจากเกาหลีมาเพื่อร่วมกระบวนการ

“นั่นอะไรน่ะอเล็กซ์” อลิซเอ่ยถามน้องชายที่ถือถุงอะไรสักอย่างเข้ามาด้วยหลังจากที่หายออกจากบ้านไปนานสองนาน เด็กผู้ชายที่หน้าหล่อเกินอายุวางถุงที่ว่าลงกลางวง ขวดเหล้าหลากสีถูกหยิบออกจากถุงแล้วตั้งไว้ด้านหน้าพร้อมกับแก้วอีกเก้าใบ

เสียงแปะมือกันของอเล็กซ์กับแจ็คดังขึ้นก่อนที่เหล้าขวดแรกจะถูกเปิดแล้วคนที่เปิดก็จัดการเทเหล้าใส่แก้วแจกจ่ายให้กับคนอื่นที่นั่งอยู่

“เฮ้ พวกเรายังดื่มกันไม่ได้นะแจ็ค” จีมินร้องท้วงคนที่สาดเหล้าสีใสเข้าปากไปเมื่อครู่ คนตัวเล็กเบ้ปากเพราะห้ามเพื่อนเอาไว้ไม่ทัน

“เอาน่า นิดเดียวเองจีมิน”

“แต่ว่า...”

“หยวนๆหน่อยจีมิน นี่ครั้งสุดท้ายแล้วนะ” แจ็คเอ่ยขึ้น มือใหญ่ยื่นแก้วเหล้าไปตรงหน้าคนตัวเล็กที่ทำหน้ามุ่ยอยู่ “หลังจากนี้อาจจะไม่ได้เจอกันแล้วนะ”

มือเล็กยื่นไปรับแก้วเหล้าจากมือเพื่อนที่ส่งมาให้ เพราะพวกเขาถือว่าวันนี้เป็นวันจบการศึกษา การที่มารวมกลุ่มกันแบบนี้ก็เพราะอยากจะมีความทรงจำร่วมกันก่อนที่แต่ละคนจะแยกไปทำตามความฝันของตัวเอง

“เอางั้นก็ได้ แต่คืนนี้ห้ามออกไปไหนนะ ถ้าเมาแล้วก็เข้านอน โอเคไหม” คนตัวเล็กเอ่ยกำชับกับทุกคน เพื่อนๆที่นั่งล้อมวงอยู่พยักหน้าให้เป็นสัญญาณว่าเข้าใจและตกลงกับสิ่งที่จีมินพูด

เหล้าสีใสถูกสาดลงลำคอ รสชาติไม่ได้เรื่องกับความแสบคอที่ตามมาทำให้คนตัวเล็กต้องเบ้หน้า แก้วเปล่าถูกวางทิ้งไว้บนพื้นพร้อมๆกับเกมที่เริ่มขึ้น ‘ไพ่พระราชา’ เป็นเกมยอดฮิตในวงเหล้าที่หลายๆคนคงจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว การเล่นหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้เล่นว่าต้องการแบบไหน

ไพ่ทั้งเก้าใบถูกแจกจ่ายไปรอบวง ทุกคนยกไพ่ที่ตัวเองได้ขึ้นมาแตะที่หน้าผาก สายตาสอดส่องดูตัวเลขบนไพ่ของคนอื่นไปด้วย ทุกคนเม้มปากแน่นเมื่อเห็นว่า KING อยู่ในมือของเด็กแสบอย่างนิคที่พร้อมจะแกล้งทุกคนที่มันอยากจะแกล้ง

“ว่าไง มีใครจะเปลี่ยนไหม” แจ็คเอ่ยถามและทุกคนพร้อมใจกันส่ายหน้ายกเว้นคนที่ได้แต้มน้อยที่สุดอย่างอลิซ หญิงสาวหันไปขอความช่วยเหลือจากน้องชายที่นั่งอยู่ข้างๆแต่เจ้าน้องชายตัวแสบกลับลอยหน้าลอยตาไม่ยอมช่วย

“พี่อลิซแต้มน้อยสุดเนอะ” รอยยิ้มน่าขนลุกของเด็กแสบสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนที่กำลังจะโดนลงโทษ แบบนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าสั่งลงโทษก่อนเปิดไพ่ซะอีก

“อืม...ระหว่างผมกับพี่แจ็ค เลือกเลยฮะว่าอยากทำกับใคร”

“ทำอะไร”

“เลือกก่อนฮะ”

“นิค...” เสียงเรียบๆที่ออกจากปากคุณคนกลางของกลุ่มทำให้เด็กแสบยอมลามือ นิคยกมือยอมแพ้ให้กับอเล็กซ์ที่ส่งสายตาดุๆมาให้

“โอเคๆ เลือกมาเลยฮะว่าอยากหอมแก้มใคร แต่บอกไว้ก่อนว่าแก้มผมน่าจะนุ่มกว่าแก้มพี่แจ็คสิบเท่า” อลิซถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องทำอะไรแผลงๆ แค่หอมแก้มถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้สำหรับเธออยู่แล้ว ใบหน้าของเจ้าเด็กแสบถูกดึงไปก่อนที่อลิซจะกดจมูกลงมาที่แก้ม คนโดนหอมยิ้มหน้าบานให้กับความสำเร็จเพราะรู้อยู่แล้วว่าอลิซคงไม่เลือกคนที่มีแฟนแล้วอย่างแจ็คแน่ๆ เห็นไหม...แจ็คพอตมาลงที่เขาเห็นๆ

“เลิกทำหน้าเคลิ้มแล้วแจกไพ่ได้แล้ว” เจมส์ที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆกระทุ้งศอกใส่คนที่ยังทำหน้าเคลิ้มไม่เลิก นิคสะดุ้งน้อยๆก่อนจะเริ่มแจกไพ่ให้กับคนอื่นๆ

คราวนี้ไพ่พระราชาอยู่ในกำมือของคนตัวเล็ก จีมินมองคนที่ถือไพ่ที่แต้มน้อยที่สุดด้วยสายตาแพรวพราวและดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัว คนที่กำลังจะโดนทำโทษยักไหล่เป็นเชิงว่าไม่ใส่ใจ ไม่ว่าคำสั่งแบบไหนเขาก็พร้อมจะรับหมด

“อเล็กซ์หมดขวด” เหล้าขวดเล็กถูกยื่นไปตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มหวานของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

“แรงนะนั่น” อเล็กซ์ว่า ถึงเขาจะคอทองแดงขนาดไหนแต่ถ้าเล่นหมดขวดในคราวเดียวก็คงน็อกได้เหมือนกัน คนโดนทำโทษถอนหายใจเบาๆเพราะไม่คิดว่าจีมินจะเล่นกันแรงขนาดนี้ เหล้าขวดเล็กถูกยกขึ้นดื่มในครั้งเดียวและคงจะเป็นโชคดีของอเล็กซ์ที่จีมินหยิบเหล้าที่ดีกรีไม่แรงมากมาให้

เกมดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ผลัดกันโดนทำโทษมาเกือบยกวง เหล้าที่เคยวางเรียงกันหลายขวดตอนนี้กลับเหลืออยู่เพียงไม่กี่ขวด จองกุกยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มพร้อมกับไพ่ที่ถูกจ่ายมาที่เขาพอดี มือหนายกไพ่ขึ้นแตะที่หน้าผากก่อนจะไล่สายตามองไพ่ของคนที่เหลือ ไพ่พระราชาอยู่ที่แจ็ค ส่วนใบที่แต้มน้อยสุดอยู่กับไอ้ตัวแสบอย่างนิค

“หึ...” เสียงหัวเราะดังขึ้นเมื่อไม่มีใครยอมช่วยไอ้คนที่แต้มน้อยสุดและกำลังจะโดนลงโทษ เหล้าหลายขวดถูกเทรวมกันในแก้วก่อนที่จะยื่นให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“พี่จะฆ่าผมหรอ...” เด็กแสบทำท่าจะร้องไห้แต่ก็ยอมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ไพ่ถูกแจกอีกครั้งด้วยฝีมือของแจ็คที่เริ่มกรึ่มๆได้ที่

ไพ่พระราชาอยู่ในมืออเล็กซ์ ส่วนใบที่แต้มน้อยที่สุดอยู่กับ...จีมิน

มุมปากของคนที่ถือไพ่พระราชาปรากฏรอยยิ้ม ได้แกล้งจีมินถือเป็นเรื่องสนุกอย่างหนึ่งในชีวิตอันน่าเบื่อของเขา ...แต่การได้แกล้งไอ้เด็กหน้านิ่งที่นั่งอยู่ข้างๆจีมินคงจะสนุกกว่าเป็นเท่าตัว อเล็กซ์นึกหมั่นไส้คนที่ยังไม่เคยโดนทำโทษเลยสักครั้ง

ดวงดีจริงๆเลยนะ...

“พี่จีมิน ...จูบผม” ประโยคคำสั่งสั้นๆที่ทำเอาคนทั้งวงต้องแอบยิ้ม จองกุกตวัดสายตาไปมองรุ่นพี่ที่แก่กว่าเขาหนึ่งปีด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

“จูบเหรอ” คนตัวเล็กเอ่ยถามก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหาคนที่มีอำนาจสั่งการในเกมนี้ ร่างเล็กนั่งลงบนตักของอเล็กซ์ก่อนจะกดจูบลงไปบนริมฝีปากของอีกฝ่าย จีมินรู้ว่ามันเป็นแค่เกมและเขาไม่จำเป็นต้องคิดมาก แต่ดูเหมือนว่าคนที่กำลังเดินมาจะไม่ได้คิดแบบนั้น

“อ๊ะ!” แรงกระชากที่แขนทำให้จีมินเผลออุทานออกมาเบาๆ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ต้องรู้สึกเวียนหัวเพราะโดนจับห้อยโตเตงอยู่ที่บ่าของเด็กตัวโต

เด็กเกรดสิบเดินฝ่าวงเหล้าโดยที่ไม่ได้สนใจว่าใครจะรู้สึกไม่พอใจไหม ขาแกร่งก้าวขึ้นบันไดไปบนชั้นสองของบ้านท่ามกลางสายตาของอีกเจ็ดชีวิต นิคหลุดขำแล้วแอบชูนิ้วโป้งในอเล็กซ์ที่นั่งยิ้มอยู่

แกล้งจีมินจะไปสนุกอะไร แกล้งเจ้าเด็กคนนี้สิ ...สนุกกว่าเห็นๆ

แกร๊ก...

เสียงเปิดประตูเรียกความสนใจจากทุกคนที่นั่งอยู่กลางบ้าน แจ็คทำหน้าตกใจก่อนจะรีบส่งสายตาให้เพื่อนทุกคนพากันรั้งคนที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาไว้

ฉิบหายสิแบบนี้ ...ใครจะไปคิดว่าพ่อมึงจะปรากฏตัวในช่วงเวลาแบบนี้วะ!


_____GOLDEN CLOSET_____

 

ปัง!

กริ๊ก...

เสียงปิดประตูดังขึ้นก่อนที่เสียงล็อกประตูจะตามมา จองกุกวางคนตัวเล็กลงบนเตียงก่อนจะตามขึ้นไปคร่อมร่างของอีกคนไว้ คนที่ยังมึนเพราะอยู่ๆก็โดนจับอุ้มพาดบ่าสะบัดหัวไปมา

“จองกุก...” คำพูดที่กำลังจะเอ่ยถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอเพราะริมฝีปากร้อนที่ประทับลงมา ลิ้นเรียวแทรกเข้ามากวาดต้อนน้ำหวานในโพรงปากอย่างไม่รู้จักเบื่อ หยอกล้อกับลิ้นของอีกคนก่อนที่จะขบเม้มเบาๆบนริมฝีปากล่าง จองกุกถอนจูบออกก่อนจะเลื่อนไปกระซิบที่ข้างหูของคนที่ยังตั้งตัวไม่ทัน

“ผมอนุญาตให้ไปจูบคนอื่นตอนไหน” เสียงทุ้มพร้อมกับลมหายใจร้อนๆที่รดรินอยู่ข้างๆใบหูทำเอาจีมินขนลุกซู่ไปหมด

“ต้องขออนุญาตด้วยเหรอ...”

“นั่นสินะครับ” เด็กตัวโตเอ่ยขึ้น กดจูบลงบนลำคอของคนใต้ร่าง เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งที่คอกว้างจนจองกุกเคยรู้สึกหงุดหงิดเวลานี้คอเสื้อล่นไปอยู่ที่หัวไหล่ของคนตัวเล็ก ลิ้นร้อนไล้เลียตั้งแต่ซอกคอขาวไปจนถึงลาดไหล่

“รู้ใช่ไหม...ว่าผมชอบพี่”

“อ๊ะ ...จองกุก” เสียงครางแผ่วเบาดังออกมาเพราะแรงกัดที่หัวโหล่ คนตัวเล็กทำอะไรไม่ได้นอนจากนอนมองอีกคนที่กำลังดูดดึงผิวเนื้อที่หัวไหล่เขาจนเป็นรอยแดง

“แล้วผมก็รู้ด้วย ว่าพี่ชอบผม” มือหนาสอดเข้าไปในเสื้อตัวบาง วนเวียนอยู่กับเอวบางจนคนโดนกระทำรู้สึกหมดแรง จีมินเม้มปากแน่นตอนที่อีกคนกดจูบลงที่ไหปลาร้าแล้วเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ

เป็นครั้งแรกที่จองกุกยอมเรียกเขาว่าพี่

และเป็นวันแรกที่เขาได้รู้ว่าตัวเองแพ้ให้คนๆนี้อย่างหมดรูป...

“อึก...” เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นเมื่อมือที่เคยสาละวนอยู่กับเอวเลื่อนต่ำลงไปด้านล่างก่อนจะล้วงเข้าไปสัมผัสกับปั้นท้ายเต่งตึง แรงเค้นจากฝ่ามือทำเอาจีมินร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เขาจูบกับคนอื่นมาก็เยอะ แต่ต้องยอมรับว่าคนที่เดินมาถึงขั้นนี้มีแค่เจ้าเด็กคนนี้คนเดียวเท่านั้น

จอนจองกุกเป็นคนแรก...

“อ๊ะ เจค...” เสียงครางผ่าเบาดังขึ้นอีกครั้งเมื่อริมฝีปากจรดลงบนเสื้อตัวบาง บนตำแหน่งที่ไม่มีใครเคยแตะต้อง จองกุกขบเม้มเบาๆบนยอดอกของคนที่นอนตัวอ่อนอยู่ใต้ร่าง แค่เสียงครางแผ่วเบาที่ดังออกมาจากริมฝีบากอิ่มนั่นทำเอาเขาแทบบ้า

พัคจีมินแม่งโคตรอันตราย!

“จีมิน คบ...”

ปัง!!

เสียงที่ดังเกินกว่าจะเป็นการเคาะประตูเรียกปกติดังขึ้นจนทำเอาคนที่นอนอยู่ด้านล่างสะดุ้ง จองกุกจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดเพราะเสียงที่ดังตามมา

“เหี้ยน้อง มึงเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ไอ้พี่เหี้ย!!

ทำไมมึงต้องมาตอนนี้ด้วยวะพี่ เด็กหนุ่มสบถอยู่ในใจก่อนจะเลื่อนตัวออกเพราะแรงผลักจากมือเล็กๆของคนที่นอนอยู่ใต้ร่าง

“แม่งเอ้ย...”

“จองกุก กูบอกให้มึงเปิดประตู!” น้ำเสียงโมโหของคนที่อยู่อีกฝั่งของประตูทำเอาคนที่เพิ่งจะถูกขัดจังหวะอารมณ์เสียตามไปด้วย

มึงคิดว่ามึงโมโหเป็นคนเดียวเหรอวะไอ้พี่เหี้ย!

ประตูถูกเปิดออกตามแรงกระชากจากมือหนาทำเอาคนที่กำลังจะทุบประตูชะงัก ตาคมสอดส่องหาเพื่อนตัวเล็กที่ไม่รู้ว่าไปถึงไหนกับไอ้น้องที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ แทฮยองเดินเข้ามาในห้องก่อนจะปิดประตูแล้วเรียกคนที่หลบอยู่ด้านหลังจองกุกให้ออกมาคุยกัน

“จีมิน เดินมานั่งนี่” แทฮยองชี้ไปบนเตียงที่คนตัวเล็กเพิ่งจะลุกออกมาเมื่อครู่ คนที่กลัวโดนโกรธเดินตัวลีบไปนั่งลงบนเตียงเตรียมพร้อมที่จะฟังคำเทศนาจากเพื่อนที่อายุเท่ากัน

“มึงด้วยเหี้ยน้อง”

x!

“มึงไม่ต้องมาสบถใส่กู ไหนบอกมาว่าถึงขั้นไหนกันแล้ว” แทฮยองชี้หน้าเด็กที่เพิ่งจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆจีมิน เขาเดินไปลากเก้าอี้ที่อยู่มุมห้องมานั่งเผชิญหน้ากับอีกสองคนที่เหลือ

“ยังไม่ถึง มึงมันเหี้ยไงพี่”

“กูเหี้ยยังไง มึงมั่นใจในความรู้สึกตัวเองแค่ไหนถึงจะมาเอากับเพื่อนกู” แทฮยองพยายามความคุมอารมณ์ไม่ให้เข้าไปซัดไอ้เด็กตรงหน้า

จีมินเป็นเพื่อนสนิทเขา ส่วนมันก็เป็นน้องคนสนิท

เขาไม่ยอมแน่ถ้าจะเล่นๆกับความรู้สึกของใครสักคน

“มึงได้บอกจีมินไหมว่าหมดเทอมนี้มึงต้องกลับเกาหลี” ประโยคคำถามที่ทำเอาบรรยากาศให้ห้องดูเงียบกว่าที่เคยเป็น จีมินหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆเหมือนการคำตอบ

“ยังไม่ได้บอก” ...ใช่ จองกุกไม่เคยบอกเรื่องนี้กับเขา

คนตัวเล็กก้มหน้างุด ความรู้สึกมากมายเกิดขึ้นภายในใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่เคยชัดเจนอยู่แล้ว แล้วมันจะแปลกอะไรล่ะ...

“แล้วยังไง จะเอากันแล้วต่างคนต่างอยู่เหรอ” จองกุกเม้มปากแน่น เขายอมรับว่ายังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น เขาไม่เคยคิดถึงปัญหาที่จะตามมาเลยด้วยซ้ำ

จีมินตามไปอยู่เกาหลีกับเขาไม่ได้ ตัวเขาเองก็อยู่ที่อเมริกากับจีมินไม่ได้

ทุกอย่างไม่ลงตัวกับความรู้สึกของพวกเขาเลยสักนิด ...พระเจ้าคงไม่อวยพรให้กับความรักของพวกเขา

หลังจากวันนั้นบรรยากาศในกลุ่มดูแปลกไปจนคนที่สร้างเรื่องทุกอย่างขึ้นมาอย่างอเล็กซ์อดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้ หลังจบทริปพักผ่อนทุกคนต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง เหมือนกับว่าช่วงสามวันที่ผ่านมานั้นเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันจริงๆ

“ถึงแล้วก็บอกเราด้วยนะ” จีมินเอ่ยกับคนที่กำลังจะกลับเกาหลี ใบหน้าหวานยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่เหมือนกับทุกครั้งที่เจอกัน

“ครับ ถึงแล้วจะโทรหา” เมื่อก่อนเขาเคยคิดรำคาญกับท่าทีอาลัยอาวรณ์ของแทฮยองที่มีต่อจีมิน แต่มาวันนี้เขาได้รู้แล้วว่าความรู้สึกที่ไม่อยากจะจากกันมันเป็นยังไง

จองกุกหันไปมองแทฮยองที่ยืนอยู่ข้างๆจีมิน ร่างสูงของคนเป็นพี่ดูพึ่งพาได้มากกว่าที่ผ่านมา สายตาที่ส่งผ่านมาบ่งบอกได้ว่าถึงจะไม่มีเขาอยู่คิมแทฮยองก็ดูแลจีมินได้ หรืออาจจะดูแลได้ดีกว่าที่เขาเคยทำ

เพราะมีปัญหาจากการย้ายโรงเรียนทำให้เขาต้องกลับเกาหลีเร็วกว่าที่คิดไว้ ต่างจากแทฮยองที่ไม่มีอะไรต้องห่วง อย่างน้อยก็ยังดีที่แทฮยองยังอยู่เป็นเพื่อนจีมินได้

 “เดินทางปลอดภัยนะ” จีมินบอกกับคนที่กำลังจะเดินเข้าไปด้านใน จองกุกส่งยิ้มกลับมาให้อย่างเคยก่อนจะเดินหายเข้าไป คนตัวเล็กกอดเอวเพื่อนไว้แน่นก่อนจะซบหน้าลงบนไหล่กว้าง เขาไม่ได้ร้องไห้ ก็แค่รู้สึกว่าต่อจากนี้ชีวิตคงจะขาดอะไรสักอย่างไปแน่ๆ...

จองกุกกลับถึงเกาหลีและต้องไปจัดการกับเอกสารย้ายโรงเรียนทันที ร่างสูงเดินก้มหน้าพยายามเปิดโทรศัพท์เครื่องบางของตัวเองจนไม่ได้มองทาง เขาถูกรถชนจนต้องนอนพักที่โรงพยาลอยู่เป็นอาทิตย์พร้อมกับโทรศัพท์ที่โดนรถเหยียบจนไม่สามารถกู้ข้อมูลอะไรได้ พยายามจะไปหาเบอร์โทรของแทฮยองก็ปรากฏว่าที่บ้านนั้นไม่มีคนอยู่เลยสักคน ครอบครัวแทฮยองไปติดต่อธุรกิจที่ต่างประเทศ

จองกุกไม่เคยรู้สึกโกรธตัวเองมากขนาดนี้มาก่อน เขาไม่มีข้อมูลไรเกี่ยวกับจีมินเลยสักอย่าง และถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป ต้องไปเรียน เจอผู้คนมากมายที่แตกต่าง เขาไม่ได้ลืมจีมิน ...ไม่เคยลืม แต่สภาพแวดล้อมบังคับให้เขาต้องปรับตัว ผู้คนมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตเขา บางคนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่บางคนก็ไม่...

ครึ่งปีหลังจากนั้นคิมแทฮยองกลับมาจากอเมริกาเพื่อสอบเข้ามาหาลัยหลังจากที่พยายามถามกับตัวเองอยู่หลายครั้งว่าตัวเขาชอบอะไรกันแน่ เขากลับมาพร้อมกับคำพูดแค่ประโยคเดียวที่จีมินฝากมาบอกกับจองกุก

 

ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันจริงๆ สักวันเราคงจะได้เจอกันอีกครั้งในสักที่บนโลกใบนี้แหละเนอะ







Fiction by hohope
Twitter : @Hohope_JH94

Hashtag : #gcfkm
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 286 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,540 ความคิดเห็น

  1. #1540 Hasanah42 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 02:39
    เศร้าจริงอะไรจริง
    #1,540
    0
  2. #1522 Darlene PP (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 01:25
    ตอนที่ต้องแยกกันไปนี่เศร้าดีนะ พอคิดไปว่าไม่ได้เจอไม่ได้ติดต่อกันมาตลอดระยะเวลาตั้ง5ปีแล้วก็รู้สึกใจหายมากๆอะ กว่าจะผ่านวันนึงที่มีตั้ง24ชม.ไปได้นี่ก็ดูท่าจะยากอยู่นะ
    #1,522
    0
  3. #1485 ไรม์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 23:52

    เจอบนโลกใบนี้

    #1,485
    0
  4. #1390 thebrownbear (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 21:42
    จีมินเป็นคนน่ารักสดใสมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนะจริงงง ฮือออ โหย ความหลังมันเป็นอย่างนี้เองนะ แงงงงงงง คือเกือบไคบกันแล้ว มีใจให้กันแท้ๆ แต่ตอนนั้นมันก็เด็กแหละ ระยะทางมันก็ไม่ได้เอื้อเนอะ แต่เศร้าจริงตอนที่ต้องแยกกัน แง ยังดีทีแทฮยองยังพอเข้าใจอยู่บ้าง ไม่งั้นคงไม่ให้จองกุกเข้าใกล้จีมินไปเลยมั้งงี้ ;-;
    #1,390
    0
  5. #1370 Thirananmm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 09:25
    แงงง เกือบได้คบกันเเล้วววว เเต่ถ้าคบกันเเล้วเราคิดว่ามันต้องมีปัญหาตามมาแน่ๆ
    #1,370
    0
  6. #1359 เมียยุนกิ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 19:44
    แงงงง โดนขัดจังหวะหมดเลย
    #1,359
    0
  7. #1333 acptx (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 07:41
    ฮืออแอ เกือบจะได้คบแล้วงะ
    #1,333
    0
  8. #1283 INCHANN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 11:16
    เข้าใจพี่วีนะ เราว่าดีแล้ว ฮืออดีใจที่จีมินมีเพื่อนที่รักมากๆแบบพี่วี ชอบสองคนนี้ตอนอยู่ด้วยกันจังเลยค่ะ น่าารัก T T ส่วนน้องกุกใครทำให้หนูหงอยนะอยากรู้มากเลยฮือ
    #1,283
    0
  9. #413 nananane2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:50
    เกาะหน้าจอ ????
    #413
    0
  10. #412 Chanarun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:01
    รอเลยค้าาาาาาาาาาาาาาา
    #412
    0
  11. #411 cdpchiic (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:37
    รู้ค่ะ พี่รู้
    #411
    0
  12. #410 Dadada72 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:59
    มาค่ะๆๆๆๆๆๆ ต่อๆๆๆ
    #410
    0
  13. #409 giftkuz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:01
    กริ้สสสสศสสสส-//-
    #409
    0
  14. #408 whalien52z (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:58
    กรี๊ดดดดดดดดด!! เตรียมคอไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ อยากจะกรี๊ดดด ตอนละอ่อนคุณจองกุกเขาแซ่บขนาดไหนกันคะ อยากจะรู้ค่ะ กรี๊ดดดด ไรท์ต้องสู้นะคะ เราจะรอที่ท่าน้ำไม่ไปไหน รั๊กกก~ ❤
    #408
    0
  15. #407 5813 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:41

    โอ้วววววววว งานนี้ต้องเตรียมกระดาษทิชชู่ไว้ซับเลือดมั้ยคะ อยากอ่านต่อแล้วค่ะ ฮือออ ไรท์รีบๆมาต่อนะคะ เราจะขาดใจแล้วววว อยากเห็นเขาได้กันค่ะ 5555555

    #407
    0
  16. #405 chixko (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:35
    งึ้ยยยยย
    #405
    0