KOOKMIN | GOLDEN CLOSET [END]

ตอนที่ 15 : Chapter14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 249 ครั้ง
    7 ส.ค. 61

GOLDEN CLOSET

Chapter14

 

 

“หน้าเราเหมือนเด็กขายขนาดนั้นเลยหรือไง” คนโดนหาว่าเป็นเด็กขายเดินบ่นมาตามทาง ไม่เข้าใจว่าทำไมหลายๆคนถึงได้คิดแบบนั้น แต่คิดมากไปก็ปวดหัวเปล่าๆก็เลยได้แต่ปลงตกแล้วบ่นกับตัวเองไปเรื่อย

“เมื่อก่อนเด็กมันเยอะ” เสียงที่ลอยแว่วมาจากคนข้างๆทำให้ต้องหันไปมอง จีมินเดินกลับมาที่รถพร้อมกับจงชินก่อนเพราะจองกุกต้องจัดการเรื่องของที่เพิ่งซื้อมา คนตัวเล็กขมวดคิ้วกับคำบอกเล่าของคนที่จะว่าเป็นเพื่อนกับจองกุกก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นศัตรูกันก็ไม่เชิง

“อย่ามายัดข้อมูลผิดๆเข้าให้เราน่า”

“ไม่เชื่อก็ตามใจ” จงชินว่าพร้อมกับไหวไหล่ด้วยท่าทีไม่สนใจ โยนกุญแจรถในมือเล่นรอคนที่ยังจัดการธุระไม่เสร็จ

“ไม่ได้ไม่เชื่อสักหน่อย...” จริงๆแล้วก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าที่ผ่านมาจองกุกมีคนเข้าหาเยอะตามเรื่องตามราวของคนหน้าตาดีที่มีตำแหน่งพ่วงท้าย เขาก็แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคนพวกนั้นถึงเข้าใจว่าเข้าเป็นเด็กขายแทนที่จะคิดว่าเป็นรู้จักของจองกุก “เราแค่ไม่เข้าใจเฉยๆ”

“เรื่องเด็กขาย?”

“อือ”

“คนแปลกหน้าแถมไม่มีใครรู้จัก อยู่ดีๆก็เข้ามาสนิทกับมัน ไม่เห็นจะแปลกอะไรที่คนจะคิด พอมีคนคิดมันก็พูดกันปากต่อปากไปเรื่อย ไม่มีใครสนหรอกว่าจริงไม่จริง” จงชินมองคนที่ยืนทำหน้าเบื่ออยู่ข้างๆ พัคจีมินเป็นคนที่ก้าวข้ามเส้นที่จองกุกเคยขีดไว้ จองกุกเป็นคนสุภาพแถมใจดี แต่ก็ไม่เคยดูแลใครออกนอกหน้าแบบนี้ ไม่เคยให้ความสำคัญกับใครมากเกินกว่าคำว่าคนรู้จัก ความสัมพันธ์ทางกายก็ครั้งเดียวจบเพราะไม่อยากมีปัญหา เขารู้ดี ...เพราะนิสัยมันก็เหมือนกับเขา

“เฮ้อ ปากคนเรานี่ก็นะ...แต่ก็ช่างเถอะ ขี้เกียจคิดแล้ว” จีมินตัดเรื่องด้วยการไม่คิดอะไร มองดูคนที่กำลังเดินกลับออกมาหลังจัดการธุระเสร็จ

“พามันกลับไปนอนเถอะ เรื่องงานเดี๋ยวจัดการเอง” จงชินเอ่ยขึ้นหลังจากมองดูสภาพเพื่อนร่วมคณะที่ดูเหมือนคนอดหลับอดนอน เห็นแล้วก็นึกสงสาร แต่ใครใช้ให้มันเป็นคนกลางของทุกสิ่งทุกอย่างล่ะ จงชินยืนมองคนที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆก่อนจะหันไปบอกลาคนข้างๆ “ไว้เจอกัน”

“อือ ขอบคุณมาก”

จงชินเดินหายไปที่รถพร้อมๆกับเด็กตัวโตท่าทางเหมือนคนอารมณ์ไม่ค่อยดีที่เดินเข้ามา จีมินยื่นน้ำผลไม้กระป๋องที่เพิ่งกดออกมาจากตู้ให้คนที่เพิ่งเดินมาถึง

“คุยอะไรกับมัน” มือหนายื่นไปรับน้ำผลไม้ที่คนตัวเล็กส่งมาให้ก่อนจะเอ่ยถาม

“คุยเรื่องจองกุกนั่นแหละ ไปๆ ขึ้นรถเลย จะได้กลับไปนอนพัก” จีมินเดินอ้อมไปด้านหลังก่อนจะดันหลังจองกุกให้เดินไปขึ้นรถ ถ้าขืนยังปล่อยให้ถามต่อวันนี้ก็คงไม่ได้พักผ่อนกันพอดี

“ยังนอนไม่ได้ เดี๋ยวไปจัดการเรื่องงานที่มหาลัยต่อ”

“ไม่ต้องๆ จงชินบอกจัดการให้ จองกุกต้องกลับไปนอน เนี่ย...ใต้ตาก็คล้ำ ยืนก็จะไม่ไหวแล้ว” จีมินจัดการยัดเด็กตัวโตเข้าไปในรถก่อนจะวิ่งไปประจำตำแหน่งคนขับ จองกุกไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอะไร ทำแค่หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาคนที่บอกจะช่วยจัดการงานที่เหลือให้

จีมินหันไปมองคนที่เหมือนจะนั่งหลับคอพับคออ่อนอยู่ข้างๆ หลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จก็เหมือนเจ้าตัวจะหมดแรงจนเผลอหลับไป จีมินยกมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นไปลูบหัวเจ้าเด็กตัวโตเบาๆก่อนจะละสายตากลับไปมองถนนตามเดิม ใช้เวลาไม่นานนักจีมินก็พาคนที่ต้องการพักผ่อนกลับมาถึงคอนโด มือเล็กเอื้อมไปแตะแขนคนที่หลับอยู่เบาๆก่อนจะส่งเสียงเรียก

“จองกุกตื่นได้แล้วนะ เดี๋ยวขึ้นไปนอนต่อบนห้อง”

“อือ...จะนอนห้องจีมิน” คนโดนปลุกเอ่ยออกมาคล้ายจะอ้อนให้อีกคนเห็นใจ จริงๆแล้วตอนนั่งอยู่ในรถเขาหลับไม่ค่อยสนิทนัก เพียงแค่หลับตาเพราะต้องการพักสายตาก็เท่านั้น

“โอเค ห้องเราก็ห้องเรา” ไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้ว จะนอนห้องเขาหรือห้องจองกุกยังไงก็ได้ทั้งนั้น ไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่างจากเดิมเพราะถึงจะนอนห้องจองกุกเจ้าเด็กตัวโตก็ลากเขาไปด้วยอยู่ดี

“จะอาบน้ำก่อนไหม หรือจะนอนเลย” จีมินเอ่ยถามหลังจากที่เดินเข้ามาในห้อง จองกุกดูง่วงมากจนเหมือนจะหลับได้ตลอดเวลา แต่เขารู้ดีว่าถ้าไม่ได้อาบน้ำก่อนจองกุกก็คงนอนไม่หลับเพราะไม่สบายตัว

“ขออาบน้ำก่อนครับ มีเรื่องจะคุยกับจีมินด้วย”

“หือ เรื่องอะไรเหรอ”

“เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จแล้วค่อยคุยครับ” จีมินพยักหน้ารับแล้วปล่อยให้อีกคนเดินเข้าห้องน้ำไป ไม่รู้จองกุกมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขาถึงได้เอ่ยออกมาแบบนั้น แต่อีกเดี๋ยวจองกุกก็คงจะบอกเอง เพราะงั้นสิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือการหาเสื้อผ้าให้เด็กตัวโตเปลี่ยนหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ

ชุดนอนสีดำของจองกุกถูกหยิบออกมาจากตู้เสื้อผ้า ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมชุดนอนของจองกุกถึงได้อยู่ในตู้เสื้อผ้าของจีมิน เพราะเด็กคนก็ไปๆมาๆแบบนี้ตลอดนั่นแหละ และไม่ใช่แค่ชุดนอนเท่านั้น ของใช้ส่วนตัวอื่นๆก็วางอยู่ในห้องเต็มไปหมด จะว่าแปลกก็คงใช่ แต่ถ้าเปิดประตูเข้าห้องจองกุกไปก็คงเห็นของใช้ของจีมินว่างอยู่เต็มไปหมดเหมือนกันนั่นแหละ

ใช้เวลาไม่นานนักจองกุกก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เจ้าเด็กตัวโตเดินเข้าไปหาจีมินที่นั่งดูทีวีอยู่ตรงโซฟากลางห้องพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กที่โปะอยู่บนหัวก่อนจะนั่งลงบนพื้นพรมตรงหน้าโซฟา

“เดินมานั่งแบบนี้จะใช้แรงงานเราหรือไง” จีมินเอ่ยถามแล้วดึงผ้าขนหนูออกจากหัวเปียกๆของจองกุกก่อนจะจัดการเช็ดผมให้แม้อีกคนจะไม่ได้เอ่ยขอ

ถึงจะบ่นแต่ก็ทำให้ตลอดนั่นแหละนะ...

“แล้วสรุปมีอะไรจะคุยกับเรา”

“วันนี้ไปรับคุณจางกี่โมงครับ” จองกุกเอ่ยถามก่อนจะก้มหัวลงให้จีมินเช็ดผมได้ถนัดยิ่งขึ้น คนที่พูดถึงเป็นอดีตเลขาของคุณแม่จีมิน ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะบินกลับมาที่เกาหลีเพราะจีมินร้องขอให้จัดการเรื่องบางอย่างให้

“ตอนเย็นๆ คุณเลขาบอกว่าถ้าถึงแล้วจะโทรหา ไม่ต้องไปนั่งรอ”

“เดี๋ยวไปด้วย”

“ไม่ต้องหรอก เราไปคนเดียวได้ จองกุกนอนพักอยู่ที่ห้องนี่แหละ” จีมินเอ่ยปฏิเสธ เขาอยากให้จองกุกนอนพักมากกว่า ไปรับคุณเลขาที่สนามบินไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับเขาอยู่แล้ว

“เอางั้นก็ได้ครับ” จองกุกเองก็ไม่อยากเซ้าซี้ ในเมื่อจีมินอยากให้เขาพักเขาก็

จะพัก อีกอย่างร่างกายตอนนี้ก็คงทำอะไรมากไม่ได้ นอนพักอยู่ที่ห้องคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขา

“ตัดสินใจได้แล้วเหรอครับ เรื่องนั้นน่ะ” จองกุกเอ่ยถามถึงจุดประสงค์หลักในการเดินทางมาที่เกาหลีของจีมิน แม้ที่ผ่านมาดูเหมือนจีมินจะไม่ค่อยคิดมากกับเรื่องนี้ แต่จริงๆแล้วเขารู้ว่าจีมินแอบเก็บเรื่องนี้ไปคิดอยู่ไม่มากก็น้อย 

“อืม ก็ว่าจะบอก...ถึงจะไม่รู้ว่าผลที่ตามมาจะดีหรือไม่ดีก็เถอะ” จีมินเอ่ยออกมาเบาๆ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะบอกเรื่องนั้นให้กับอีกคนที่สมควรจะรับรู้มัน

ถ้าทุกอย่างออกมาดีเขาคงมีความสุขมากแน่ๆ แต่ถ้าไม่เขาก็ต้องทำใจยอมรับมันให้ได้ เพราะถ้าให้เลือกอยู่แบบนี้ต่อไปเขาคงทำไม่ได้ เหมือนจะมีความสุขทั้งที่จริงๆแล้วภายในใจไม่ได้เป็นแบบนั้น ...เขาเลือกที่จะเสี่ยง แม้ว่าจะกลัวผลลัพธ์ที่ตามมาก็ตาม

“จีมิน”

“หืม?”

“ผมอยู่ตรงนี้” ประโยคสั้นๆจากเด็กตัวโตที่ทำให้คนกำลังคิดมากยิ้มออกมาได้ จีมินหยิบผ้าขนหนูออกจากหัวจองกุกก่อนจะโน้มตัวลงไปกอดคออีกคนเอาไว้ เขารู้ว่าจองกุกต้องการจะบอกอะไร รู้ว่าประโยคสั้นๆนั้นมีความหมายแค่ไหน

“เรารู้...”

รู้ว่าต่อให้คนเกือบทั้งโลกหันหลังให้กับเขา แต่คนๆนี้จะยังอยู่ข้างๆเขาเสมอ

 

_____GOLDEN CLOSET_____

 

ร้านกาแฟยามบ่ายเต็มไปด้วยผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย เจ้าของร้านที่วิ่งวุ่นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อลูกค้าคนสุดท้ายเพิ่งจะเดินออกจากร้านไป มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่วางทิ้งไว้ตลอดทั้งวันขึ้นมาเช็คดู

ขอกาแฟเข้มๆสักแก้วได้ไหมครับคุณจอง

ข้อความสั้นๆที่ส่งมาจากคนเดิมๆทำให้บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มออกมาบางๆ โฮซอกจัดการชงกาแฟที่อีกคนขอมาพร้อมกับทำแซนวิชง่ายๆใส่กล่องเล็กๆไว้เป็นของว่างเผื่อคนที่ขอกาแฟจะยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง

“เด็กๆ พี่ฝากร้านด้วยนะ” โฮซอกเอ่ยกับพนักงานในร้านเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก่อนจะรีบเดินออกจากร้านเพราะไม่อยากโดนแซวเรื่องเดิมซ้ำๆ

ตอนนี้เป้าหมายของโฮซอกคืออาคารขนาดกลางที่อยู่ใกล้ๆกับร้านกาแฟ พนักหลายคนที่รู้จักหน้าค่าตาเอ่ยทักทายทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามา คนส่งกาแฟเดินไปตามทางเรื่อยๆจนถึงหน้าลิฟท์โดยสารที่มีผู้คนยืนรออยู่แน่นขนัด ทั้งๆที่เลี่ยงผู้คนโดยการใช้ลิฟท์อีกตัวที่ยังว่างอยู่ก็ได้แต่ก็ไม่ทำเพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจ ลิฟท์สำหรับผู้บริหารที่แม้แต่ท่านประธานก็ไม่ค่อยใช้ยกเว้นว่าจะรีบหรืออยู่ในช่วงที่อารมณ์ไม่ดีสุดๆ

โฮซอกยืนมองพนักงานหลายคนที่ก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ในมือตัวเองหลังจากที่ยืนรออยู่เกือบห้านาที แอบได้ยินผู้คนซุบซิบนินทาเกี่ยวกับเรื่องท่านประธานกับเลขาคนใหม่อยู่เนืองๆ โฮซอกเดินตามพนักงานที่เหลือเข้าไปในลิฟท์เป็นคนสุดท้าย มือเรียวเอื้อมไปกดที่เลขแปด เสียงซุบซิบหยุดลงเมื่อเห็นว่าชั้นที่เขาต้องการจะไปเป็นชั้นของผู้บริหาร พนักงานของที่นี่หลายคนที่รู้จักกับเขา แต่ส่วนมากจะเป็นคนที่ทำงานมานานมากแล้ว เพราะฉะนั้นพนักงานส่วนใหญ่จะรู้แค่ว่าเขาเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ข้างๆตึกของบริษัท เพราะถ้ารู้ก็คงไม่เอ่ยนินทาเจ้านายให้เขาได้ยิน รอไม่นานนักลิฟท์โดยสารที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนก็พาเขามาถึงชั้นที่ต้องการ

ขาเรียวพาเจ้าของร่างก้าวไปตามทางเดิน จุดหมายคือห้องของท่านประธานที่ตั้งอยู่ตรงมุมสุดของชั้น ระหว่างทางมีพนักงานหลายคนที่เอ่ยทักทาย เพราะถ้าให้เทียบกันแล้วพนักงานส่วนมากที่ทำงานอยู่ในชั้นนี้รู้จักกับเขาเกือบทุกคน ไม่เหมือนชั้นอื่นๆที่แทบจะนับคนได้หรืออาจจะไม่มีเลย

“ช่วยแจ้งประธานคิมให้หน่อยได้ไหมครับ บอกเขาว่าผมเอากาแฟมาส่ง” โฮซอกเอ่ยกับเลขาสาวที่นั่งประจำอยู่หน้าห้องทำงานของนัมจุน คนที่ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะเอ่ยถามออกไป

“ได้นัด...อ่าว คุณโฮซอกเองเหรอคะ”

“สวัสดีครับคุณยูจอง” โฮซอกเอ่ยทักคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า คนที่หลายๆคนเหมือนจะเข้าใจว่าเป็นเลขาคนใหม่ของท่านประธานแต่ที่จริงแล้วเป็นเลขาคนเก่าที่เคยทำหน้าที่ในช่วงที่นัมจุนยังเป็นแค่รองประธาน ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือคนที่เคยเป็นเลขาของนัมจุนก่อนที่จะเปลี่ยนไปทำงานตำแหน่งอื่นแล้วยกหน้าที่ที่ว่าให้กับมินยุนกิ

“สวัสดีค่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

“เพราะคุณยูจองไม่ยอมลงไปซื้อกาแฟที่ร้านน่ะสิครับ แล้วนี่ยุนกิไม่อยู่เหรอครับ” โฮซอกเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม ถามหาคนที่ปกติจะนั่งทำหน้าเบื่ออยู่ตรงนี้

“เห็นว่าไปจัดการธุระให้ท่านประธานหลายวันค่ะ”

“คุณยูจองก็เลยต้องมานั่งทำงานหัวหมุนแทนสินะครับ” เลขาสาวหัวเราะออกมาหลังจากที่ฟังคำถาม เป็นอย่างที่โฮซอกว่า เพราะยุนกิไม่อยู่เธอก็เลยต้องมานั่งทำงานที่เหลือแทน แล้วไหนจะงานของตัวเองที่ต้องทำไปด้วย คำว่าหัวหมุนอาจจะน้อยไป

“ตอนนี้ท่านประธานติดคุยงานด่วนกับลูกค้า เชิญคุณโฮซอกนั่งรอด้านในก่อนนะคะ" เลขาชั่วคราวเดินไปเปิดประตูห้องทำงานของท่านประธานให้แขกคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าไปนั่งรอในช่วงที่เจ้าของห้องไม่อยู่

“ขอบคุณมากครับ” โฮซอกเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน วางถุงผ้าที่ใส่แซนวิชและกาแฟลงบนโต๊ะรับแขกตรงมุมห้องแล้วเดินไปดูโต๊ะทำงานของท่านประธานที่ไม่ค่อยมีระเบียบสักเท่าไหร่ จัดการเก็บเอกสารบนโต๊ะให้เหมือนที่เคยทำมาตลอด แบ่งหมวดหมู่ให้ง่ายต่อการทำงาน เขาทำแบบนี้มาตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่าน ไม่ใช่ว่าชอบจุ้นจ้านกับของๆนัมจุน แต่เพราะอีกคนชอบอ้อนให้ทำอยู่ตลอดจนติดเป็นนิสัย

เอกสารบนโต๊ะถูกเก็บไปทีละนิดละหน่อยจนเกือบหมด โฮซอกหยิบซองเอกสารแปลกตาที่วางปะปนอยู่กับแฟ้มเอกสารขึ้นมาดู ด้านในซองไม่ได้มีเอกสารอะไรใส่ไว้เหมือนกับว่าเอกสารที่ว่าถูกหยิบออกมาอ่านแล้วแต่เจ้าของไม่ได้เก็บมันกลับเข้าที่เดิม คนส่งกาแฟจัดเอกสารที่ไม่ต้องใช้แบบเร่งด่วนเสร็จก็หันมาจัดการกับเอกสารที่เหลือ ปกติแล้วก็คงเป็นงานของเลขา แต่เลขาที่ทำสองตำแหน่งซ้อนกันแบบคุณยูจองคงเหนื่อยน่าดูกับเอกสารพวกนี้ เพราะเอกสารเกือบทั้งหมดต้องผ่านตาท่านประธานก่อน เขาไม่สงสัยเลยว่าทำไมนัมจุนถึงได้สายตาสั้นขนาดนั้น ถ้ามองเอกสารที่วางรวมๆกันอยู่บนโต๊ะแล้วนั้นเขาคิดว่ามันเกินจำนวนที่เรียกว่าปกติไปมากโข

โฮซอกส่ายหน้าให้กับจำนวนแฟ้มที่วางซ้อนๆกันอยู่บนโต๊ะทำงาน นัมจุนต้องอ่านทั้งหมดนี่ภายในเวลาสี่วัน ไม่อยากจะคิดเลยว่าอีกคนจะเหนื่อยขนาดไหน ต้องกินกาแฟกี่แก้วต่อวันถึงจะเอาอยู่ มือเรียวหยิบกระดาษสองสามแผ่นที่ไม่ได้อยู่ในแฟ้มขึ้นมาดู คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันพอๆกับความสงสัยและความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นี่มันเรื่องอะไรกัน...

แกร๊ก!

ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรประตูห้องทำงานที่เคยปิดสนิทก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของเจ้าของห้อง โฮซอกเงยหน้ามองคนที่เปิดประตูเข้ามา กระดาษสามแผ่นถูกยกขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าตื่นตระหนกของท่านประธาน

“ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุณกันนะครับคุณคิม...”

 

 

Fiction by hohope
Twitter : @Hohope_JH94
Hashtag : #gcfkm
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 249 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,540 ความคิดเห็น

  1. #1529 Darlene PP (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 07:33
    หื้มมมม
    #1,529
    0
  2. #1492 ไรม์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 00:02

    ดีๆเด้อ

    #1,492
    0
  3. #1397 thebrownbear (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 22:43
    ดีที่จีมินก็ไม่ได้คิดมากอะไรเนาะ ถึงจุดๆนี้ก็ไว้ใจกันสุดแล้วแหละ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็อยู่ข้างๆกันไปนานๆเบยน้าาา เอกสารเรื่องอะไรกัน แง้ เกี่ยวกับน้องจีมินด้วยมั้ยยย
    #1,397
    0
  4. #1376 Thirananmm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 15:35
    ว้อทเเฮปเพ่นนนน
    #1,376
    0
  5. #1340 acptx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 17:08
    หือออ เกิดอเไรขึ้น อะไรๆๆๆ
    #1,340
    0
  6. #842 Aummmmmmyyyy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 15:32
    อยากอ่านแล้ววว
    #842
    0
  7. #841 CypherKPark (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 15:06
    เพื่อนพูดแบบนี้ น้องกุกต้องแก้ข่าวให้พี่เขานะลูกกกก
    #841
    0
  8. #840 LukenamSt (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 14:50
    สปอยอันล่างคู่กุกมินมั้ยน้อออ มีแววดราม่า
    #840
    0
  9. #839 Paployz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 14:31
    สปอยเรียกเม้นท์มากกกก อยากอ่านเลยอ่ะๆๆๆๆ จองกุกปกป้องจีมินเน้ออ
    #839
    0
  10. #838 kiPRko (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 14:26
    ต้องขายอีกหรอคะ คุณหนูพัคน่ะเค้ารวยมากค่าาา
    #838
    0