KOOKMIN | GOLDEN CLOSET [END]

ตอนที่ 13 : Chapter12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 311 ครั้ง
    7 ส.ค. 61


GOLDEN CLOSET

Chapter12

 

 

จองกุกนั่งอยู่ตรงข้ามกับนัมจุน มองดูอีกฝ่ายเก็บเอกสารเข้ากระเป๋า ตอนนี้เขากำลังนั่งรอจีมินที่กำลังเก็บร้านอยู่กับโฮซอกและพนักงานคนอื่นๆอีกสองคน ผู้ชายคนนี้เองก็คงจะนั่งรอโฮซอกไม่ต่างกัน ตั้งแต่ที่จีมินบอกเรื่องนั้นเขาก็คอยมองคนๆนี้มาตลอด เคยเจอแบบผ่านๆอยู่หลายครั้งตอนที่มารับจีมิน แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ได้นั่งอยู่ด้วยกันแบบนี้ และทั้งๆที่บรรยากาศรายกาแฟดูสบายๆ แต่หากเขากลับรู้สึกอึดอัด

“ถ้ารักก็ดูแลเขาดีๆ” ประโยคสั้นๆที่จองกุกเข้าใจว่าอีกฝ่ายจะสื่อถึงอะไรดังขึ้นมาตอนที่มือหนายัดเอกสารชุดสุดท้ายเข้ากระเป๋า นัมจุนเงยหน้าขึ้นมามองคนอายุน้อยกว่าที่นั่งจ้องเขามาสักพักแล้ว

“เมื่อวานเด็กคนนั้นท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทะเลาะกับนายใช่ไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นมา จองกุกนั่งตัวเกร็งมองคนที่แผ่แรงกดดันออกมาจากตัว พอจะมองออกว่านัมจุนคงไม่ค่อยจะพอใจเขาสักเท่าไหร่

“ครับ” คนโดนถามจำใจต้องเอ่ยตอบกลับไปเพราะความกดดันที่ส่งผ่านมาทางสายตากับน้ำเสียง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้คุยกับคิมนัมจุน และต้องยอมรับว่าผู้ชายคนนี้น่ากลัวและอาจจะมากกว่าคิมแทฮยองเสียด้วยซ้ำ

“ใครเป็นคนผิด”

“ผม...” เสียงถอนหายใจเบาๆดังออกมาในตอนที่จองกุกเอ่ยตอบกลับไป ความกดดันเลือนหายไปเมื่อนัมจุนละสายตาจากไป ท่าทางดูเป็นมิตรกว่าตอนที่เริ่มคุยกันทำให้คนที่นั่งตัวเกร็งเริ่มผ่อนคลายขึ้นมาได้บ้าง

“ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวนะ แต่ถ้ารักก็ดูแลเขาดีๆ อย่าทำผิดซ้ำๆซากๆ เขาอาจจะทนได้แต่ใช่ว่าข้างในจะไม่เจ็บ ถ้ามันสะสมมากๆเข้าสักวันเขาอาจจะหายไปแบบที่นายไม่ทันได้ตั้งตัวเลยก็ได้”

“คุณ...”

“ที่พูดเพราะไม่อยากให้นายเป็นเหมือนฉัน อย่าเดินมาซ้ำรอยฉัน เพราะถ้าถึงวันนั้นขึ้นมา... จีมินอาจจะไม่ได้ใจดีเหมือนโฮซอก” คนพูดนึกถึงเรื่องเก่าๆที่เคยทำไว้ โชคดีแค่ไหนที่เขายังมีโอกาสให้ได้แก้ตัว ดีแค่ไหนแล้วที่โฮซอกยังให้โอกาสเขาอีกครั้ง และมันคงจะเป็นครั้งสุดท้าย

โอกาสครั้งสุดท้ายที่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันสูญเปล่าไปเด็ดขาด

“เข้าใจแล้วครับ” จองกุกรับคำโดยที่ไม่ได้เอ่ยถามอะไรกลับไป เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่อยากพูดถึงเรื่องราวเก่าๆสักเท่าไหร่ ประจวบเหมาะกับที่โฮซอกและจีมินเดินเข้ามาพอดี

“อืม ไปเถอะ ดูแลเขาดีๆล่ะ” นัมจุนเอ่ยปากไล่เมื่อเห็นว่าคุณเจ้าของร้านเดินเข้ามาพร้อมกับพนักงานตัวน้อย มือหนาหยิบกระเป๋าก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหาโฮซอกก่อนจะเอื้อมมือไปดึงแขนอีกคนให้เดินตาม ปล่อยให้จีมินต้องเผชิญหน้ากับจองกุกตามลำพัง

จองกุกผุดตัวลุกขึ้นหลังจากที่นัมจุนลุกไปแล้ว จังหวะพอดีกับจีมินเดินมาถึง ขายาวก้าวไปยืนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยถามออกไป คำถามที่ไม่ได้เอ่ยออกมาในช่วงระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา

“กลับกันเลยไหมครับ” มือหนายื่นออกไปตรงหน้าและหวังว่าจีมินจะเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร จองกุกยืนมองคนที่ก้มหน้ามองมือเขาอยู่ รออยู่เพียงอึดใจเดียวก็ได้คำตอบกลับมา

“อือ...กลับบ้านกัน” คำตอบที่ทำให้คนถามต้องยิ้มกว้าง มือเล็กของจีมินยื่นไปจับมือของอีกคนไว้ พวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันอีก จองกุกพาจีมินเดินออกจากร้านก่อนจะเดินไปที่รถแล้วกลับไปยังสถานที่ที่เขาเรียกมันว่าบ้าน ถึงจะเป็นแค่ห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ได้กว้างขวางอะไร แต่เพราะมีคนข้างๆอยู่ด้วย ห้องสี่เหลี่ยมที่ว่าเลยเปลี่ยนสถานะกลายเป็น ‘บ้าน’ ไปในที่สุด

รถยนต์คันเก่งแล่นไปตามท้องถนนยามค่ำคืน ผ่านถนนหลายสาย ผ่านผู้คนที่กำลังเดินกันขวักไขว่ จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ลานจอดรถของคอนโด จีมินเปิดประตูรถก่อนจะเดินลงมาพร้อมๆกับจองกุก ทั้งคู่เลือกที่จะเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์ มือทั้งสองข้างประสานกันไว้แน่นเหมือนกับกลัวว่าอีกคนจะหลุดหายไปหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเผลอปล่อยมือ ค่อยๆเดินไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจว่าเวลาจะเสียเวลาไปมากแค่ไหน

จองกุกเลือกที่จะเดินจูงมือจีมินไปที่ห้องเขาแทนที่จะเป็นห้องของจีมินเหมือนที่ผ่านมา วันนี้เขาจะเล่าทุกอย่างให้จีมินฟัง และนั่นหมายความว่าจีมินจำเป็นต้องรู้จักชีวิตอีกด้านหนึ่งของเขา มือหนาแตะคีย์การ์ดเข้ากับตัวล็อคก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินจูงมือจีมินเข้ามาในห้องก่อนจะเดินตรงไปที่โซฟา

จองกุกวางกุญแจรถกับคีย์การ์ดไว้ที่โต๊ะที่ตั้งอยู่ตรงหน้า หันไปมองคนที่เดินตามมาโดยที่ไม่ได้เอ่ยปากพูดหรือถามอะไรออกมา เขาปล่อยมือออกจากมือของจีมินก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อหยิบของบางอย่าง ปล่อยให้จีมินเดินไปนั่งรอที่โซฟา ไม่นานนักคนที่หายเข้าไปในห้องนอนก็กลับออกมาพร้อมกับของในมือ จองกุกวางมันไว้บนโต๊ะแล้วนั่งลงข้างๆจีมิน

“มานั่งตรงนี้ได้ไหมครับ” จองกุกเอ่ยขึ้นก่อนจะตบมือลงที่หน้าขาตัวเองแปะๆจนจีมินได้แต่สงสัยว่าทำไม คนโดนขอให้ไปนั่งตักเลิกคิ้วน้อยๆก่อนจะเอ่ยกลับไป

“ไม่เอาหรอก เราตัวหนัก นั่งตรงนี้แหละดีแล้ว” เอ่ยปฏิเสธไปเพราะไม่อยากให้อีกคนทรมานตัวเอง ตัวเขาก็ใช่จะเบาเหมือนผู้หญิงตัวเล็กๆ ถึงจะตัวเล็กกว่าจองกุกแต่เขาก็เป็นผู้ชาย ถ้านั่งไปนานๆเข้าขาคงได้ชาแน่ๆ แต่ถึงจะเอ่ยปฏิเสธไปแต่พอได้ฟังประโยคถัดมาก็ต้องเผลอใจอ่อน

“อยากกอดครับ”

“ถ้าขาชาขึ้นมาอย่ามาโทษเราก็แล้วกัน” ถึงจะบ่นยังไงสุดท้ายก็ยอมลุกไปนั่งบนตักของอีกคนอยู่ดี จองกุกตวัดแขนโอบรอบเอวของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตัก ค่อยๆกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นตามความคิดถึง

“หยิบมันขึ้นมาให้หน่อยได้ไหมครับ” คนที่แขนกับมือไม่ว่างเพราะกอดจีมินไม่ยอมปล่อยเอ่ยปากขอ กล่องเหล็กแบนๆที่วางอยู่บนโต๊ะถูกหยิบขึ้นมาโดยฝีมือของจีมิน “เปิดดูสิครับ”

มือเล็กค่อยๆแกะฝากล่องออกก่อนจะเอาซ้อนไว้ด้านใต้กล่อง ข้างในมีรูปภาพอยู่หลายใบ และเหมือนจะเป็นภาพสมัยเรียนไฮสคูลของจองกุก จีมินหยิบมันขึ้นมาดูทีละใบโดยที่ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมา จนกระทั่งเจอภาพที่ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาภายในใจ เป็นภาพวันจบการศึกษาที่ดูไม่ได้แปลกอะไรแต่คนที่อยู่ในภาพนั่นต่างหากที่ทำให้เกิดความสงสัย ผู้หญิงหนึ่งคนที่ยืนอยู่ตรงกลางและขนาบข้างด้วยผู้ชายอีกสองคน ใบหน้ายิ้มแย้มบ่งบอกถึงความสุขในช่วงเวลานั้นได้เป็นอย่างดี

“นั่นจงชิน ส่วนอีกคน...ชื่อยุนจี มินยุนจี เธอเป็นน้องสาวของพี่ยุนกิ”

“อือ หน้าตาเหมือนกันมากเลย ตอนที่เห็นเราแอบตกใจด้วย” จีมินเอ่ยออกมายิ้มๆ ยอมรับว่าตกใจที่เห็นว่าคนในรูปหน้าตาเหมือนกับมินยุนกิอย่างกับถอดแบบกันมา

“ผมเคยคบกับเธอ...” ความเงียบเข้าปกคลุมหลังจากที่จองกุกเอ่ยประโยคนั้นออกมา จีมินไม่ได้ถามอะไรออกไปและรอให้จองกุกเป็นคนเล่า เขาจะไม่ถามอะไรทั้งนั้นเพราะอยากให้จองกุกเป็นคนพูดมันออกมาเอง

“วันจบการศึกษา ตอนเย็นวันนั้นยุนจีบอกว่าชอบผม เธอขอคบแล้วผมก็ตอบตกลง พวกเราคบกันตั้งแต่วันนั้น ...ยุนจีเป็นผู้หญิงที่ดี เป็นแฟนที่ดีมากๆ แต่ถึงจะดีขนาดไหนผมก็ไม่เคยรักเธอ... แม้แต่คำว่าชอบก็ไม่เคย แค่ตามดูแลแล้วก็เอาใจใส่ในฐานะแฟน มันเป็นแบบนั้นมาตลอด...”

จีมินกำมือเข้าหากันแน่นตอนที่ได้ยินคำบอกเล่า ในใจเกิดคำถามมากมายแต่ก็เลือกที่จะเก็บเงียบไว้แล้วปล่อยให้จองกุกเล่าต่อ

“พวกเราเข้าเรียนที่มหาลัยเดียวกัน ยุนจีเลือกเรียนนิเทศส่วนผมเลือกเข้าคณะศิลปกรรม ตารางเรียนของพวกเราไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่ แต่วันที่สอบปลายภาคเสร็จผมสัญญาว่าจะพายุนจีกลับบ้านที่แดกู วันนั้นผมมีสอบตอนเช้า ส่วนยุนจีมีสอบตอนบ่าย ...ก่อนหน้านั้นสองสามวันมีพี่ที่คณะเข้ามาขอให้ช่วยถ่ายรูปกิจกรรมโปรโมทมหาลัยให้ วันงานคือช่วงบ่ายของวันสุดท้ายของการสอบ ผมตัดสินใจรับเพราะคิดว่าอย่างยังไงซะช่วงนั้นก็ไม่มีอะไรทำระหว่างนั่งรอยุนจี”

“ช่างภาพของวันนั้นมีทั้งหมดสามคน เป็นพี่ปีสามหนึ่งคนแล้วก็เด็กปีหนึ่งอีกสองคน ผมทำงานเสร็จตามเวลาที่วางไว้ แต่ช่างภาพอีกคนแคนเซิลงานกะทันทัน ทางมหาลัยก็เลยขอให้ถ่ายส่วนที่เหลือให้ รู้ใช่ไหม...วันนั้นผมสัญญากับยุนจีไว้ว่าจะพาเธอกลับบ้าน...”

“.....”

“ผมผิดสัญญา แล้วปล่อยให้ยุนจีขับรถกลับแดกูคนเดียว...” ความเปียกชื้นที่หัวไหล่ทำให้จีมินรู้ว่าเจ้าเด็กตัวโตที่ทำตัวเข้มแข็งมาตลอดกำลังร้องไห้

“พอแล้ว... เราเข้าใจแล้ว” คนตัวเล็กโอบกอดคนที่กำลังร้องไห้ไว้ เท่าที่จองกุกเล่ามาเขาก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้บ้าง แต่หากคนที่กำลังร้องไห้กลับส่ายหัวน้อยๆแล้วเลือกที่จะเล่าต่อ

“วันนั้นยุนจีเกิดอุบัติเหตุ อาการสาหัสจนต้องอยู่ในห้องไอซียูตลอด ...พี่ยุนกิบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดผม มันเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่ผมรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่นั้น...ถ้าวันนั้นผมไม่ผิดสัญญาเรื่องแบบนี้มันก็คงไม่เกิดขึ้น ถ้าผมไม่ปล่อยให้ยุนจีขับรถกลับบ้านคนเดียวเธอก็คงไม่ต้องเป็นแบบนั้น”

“ตลอดหลายวันผมพร่ำบอกกับตัวเองว่าถ้าเธอฟื้นขึ้นมาผมจะดูแลเธอให้ดีกว่านี้ ตอนนั้นมันเหมือนปาฏิหาริย์ที่ยุนจีฟื้นขึ้นมา ผมสัญญากับเธอว่าจะไม่รักใครอีก...ขอแค่ให้เธอกลับมา แต่สุดท้ายคำขอร้องนั้นก็หลุดลอยหายไป ...บางทีเธออาจจะรู้ว่าไม่ว่ายังไงผมก็ไม่มีทางรักเธอ อาจจะเพราะแบบนั้นเธอก็เลยเลือกที่จะไม่ฟังคำขอร้องกับคำสัญญาที่มีแต่คำโกหกแบบนั้น”

“...ยุนจีตื่นขึ้นมาฟังคำโกหกของผมแล้วก็จากไปและผมรู้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่แก้ไขอะไรไม่ได้ รู้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ...แต่ในใจเองก็รู้ดีว่าเพราะอะไรที่ทำให้มันเป็นแบบนั้น ผมได้รักเธอ ไม่เคยรักเลยสักนิด”

“...มันผิดตั้งแต่ที่ผมคิดว่าถ้าคบกับเธอไปเรื่อยๆสักวันเธออาจจะก้าวเข้ามาแทนที่คนที่อยู่ในใจผมได้บ้าง ...สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือผมตัดสินใจยอมคบกับเธอเพียงเพราะอยากจะลืมใครอีกคน”

“จองกุก...”

“ผมเห็นยุนจีเป็นตัวแทนของจีมิน... มันเป็นเรื่องที่ต่อให้เวลาผ่านไปนานก็แค่ไหนก็ลบความรู้สึกผิดออกจากใจไม่ได้”

“.....”

“ผมทำร้ายเธอ ทำแบบนั้นมาตลอด แม้แต่วันสุดท้ายที่เธอยังมีชีวิตอยู่ ผมเอาแต่พูดโกหก คำสัญญาที่มีแต่คำโกหก ผมรักษาอะไรไว้ไม่ได้สักอย่าง” คนที่โดนความรู้สึกผิดกลืนกินจิตใจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

“รักษาไว้ไม่ได้สักอย่าง ทั้งยุนจี ...หรือแม้กระทั่งคำสัญญาที่เคยให้ไว้” แรงกอดที่รัดแน่นขึ้นเรื่อยๆทำให้จีมินรู้ว่าคนๆนี้ที่ผ่านมาแบกรับความรู้สึกผิดไว้มากขนาดไหน “ผมลืมมันไม่ได้ ลบมันออกไปไม่ได้”

“แบบนั้นแหละดีแล้ว ไม่ต้องลืม ไม่ต้องลบมันออกไป แต่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันให้ได้” คนที่นั่งฟังเงียบๆมาตลอดเอ่ยขึ้น มือเล็กยกขึ้นไปลูบผมคนที่ซบหน้าอยู่กับไหล่เบาๆ

“จีมิน...”

“เราจะไม่บอกให้จองกุกลืม ไม่ได้อยากให้ลบมันออกไป แต่อยากให้จองกุกเก็บมันไว้เป็นบทเรียน เราจะไม่พูดว่ามันไม่ใช่ความผิดจองกุก ในเมื่อจองกุกรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดลงไปบ้าง แต่ว่าชีวิตต่อจากนี้ขอให้มองไปข้างหน้าได้ไหม อย่าจมอยู่กับความรู้สึกผิดจนตัวเองไม่มีความสุข”

“.....”

“เรากลับไปแก้ไขอะไรมันไม่ได้ เพราะแบบนั้นเราขอให้จองกุกจำมันให้ขึ้นใจ รู้สึกผิดได้แต่อย่าจมปลักอยู่กับมัน ลุกขึ้นจากอดีตแล้วเดินต่อไปได้แล้วนะ” คนที่นั่งอยู่บนตักว่า คลายอ้อมกอดออกก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าให้เด็กตัวโตเบาๆ

“แต่ถ้าลุกขึ้นเองไม่ไหวก็ยื่นมือมาหาเรา เราจะดึงจองกุกขึ้นมาเอง”

มาถึงวันนี้เขาถึงได้เข้าใจว่าสิ่งที่จองกุกแบบรับไว้มันหนักหนาขนาดไหน มันไม่ใช่แค่ชีวิตของใครคนหนึ่ง แต่เป็นทั้งชีวิตและความรู้สึก สิ่งที่กัดกินจองกุกไม่ใช่แค่เรื่องราวของอุบัติเหตุในวันนั้น แต่เป็นทั้งหมดที่ผ่านมา เขาจะไม่บอกให้จองกุกพยายามลืมๆมันไป สิ่งที่เกิดขึ้นควรจะเป็นบทเรียนให้กับจองกุกว่าไม่ควรจะเอาความรู้สึกของคนอื่นมาล้อเล่น

...มันเป็นบทเรียนราคาแพง บทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิตของคนๆหนึ่ง และเป็นบทเรียนที่จองกุกจะต้องจดจำมันไปตลอด

จีมินกดจูบลงบนหน้าผากของคนที่กำลังร้องไห้ มันคือการปลอบประโลมที่ทำให้รู้สึกดียิ่งกว่าการที่บอกว่าทุกอย่างมันไม่ใช่ความผิดของจองกุก เด็กตัวโตกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ฟังประโยคต่อมาที่จีมินเอ่ยขึ้น “ถ้าไม่ไหวก็ให้หันมามองข้างตัว จองกุกจะเห็นเรายืนอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างๆและจะไม่ทิ้งไปไหน...” และสิ่งที่เขาทำได้ก็คงจะมีแค่นี้

“ขอบคุณ... ขอบคุณนะครับ”

จีมินกอดปลอบเจ้าเด็กตัวโตอยู่นาน ถึงแม้ว่าจองกุกจะหยุดร้องไห้ไปตั้งแต่เอ่ยคำขอบคุณ แต่เขาก็ยังไม่อยากปล่อยให้จองกุกต้องสู้อยู่กับสิ่งเหล่านั้นเพียงลำพัง อีกทั้งอ้อมแขนแกร่งที่กอดรัดอยู่ที่เอวก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะคลายออกง่ายๆ จีมินวางหัวตัวเองไว้บนหัวของจองกุกที่วางอยู่บนไหล่เขาอีกที ไม่ได้พูดอะไรออกไปแล้วปล่อยให้เวลาค่อยๆรักษาบาดแผลที่เพิ่งจะเปิดขึ้นมาหลังจากที่พยายามปิดไว้นาน

 “ขอโทษนะครับ” จีมินคลายอ้อมกอดที่กอดรัดเจ้าเด็กตัวโตออกตอนที่จองกุกเอ่ยคำขอโทษออกมา สองมือวางไว้ที่แก้มก่อนจะบังคับให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากัน

“ขอโทษเรื่องอะไรครับ” จีมินเอ่ยออกมายิ้มๆ เขารู้ว่าจองกุกหมายถึงอะไร แต่ก็อยากให้พูดมันออกมา

“ทุกเรื่อง...” จีมินหัวเราะออกมาเบาๆตอนที่ได้ยินคำตอบ หน้าหงอยๆของจองกุกดูน่าแกล้งขึ้นมาทั้งๆที่เพิ่งจะผ่านเรื่องราวแบบนั้นมา

“ไหนลองแยกมาเป็นเรื่องๆซิ เราจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะยกโทษให้ดีไหม” คนตัวเล็กว่า สองมือยังไม่ปล่อยจากใบหน้าของจองกุกแถมยังบังคับให้สบตาเวลาพูดอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ขอโทษที่ต้องให้รอ...”

“เรื่องนี้เราไม่ได้โกรธ” จีมินเอ่ยขึ้นหลังจากที่ได้ฟังคำขอโทษ เขาไม่ได้โกรธเพราะเป็นคนบอกกับจองกุกเองว่ารอได้ และต่อให้นานกว่านี้เขาก็จะรอ

“ขอโทษที่ไม่ชัดเจนด้วย” คนรู้สึกผิดเอ่ยขึ้น เขาจำสีหน้าของจีมินในตอนนั้นได้ดี ตอนที่เขาบอกว่าไม่มีสิทธิ์ในตัวจีมินทั้งๆที่อีกคนให้สิทธิ์กับเขามาโดยตลอด

“อันนี้ไม่ได้โกรธนะ แค่น้อยใจนิดนึง แต่ถ้าขอโทษมาเราก็จะยกโทษให้” มือเล็กเกลี่ยบนแก้มของจองกุกเบาๆตอนที่เอ่ยตอบกลับไป ยอมรับว่าเขารู้สึกไม่ค่อยดีกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อมันผ่านไปแล้วเขาก็จะไม่เก็บมันมาคิดให้ปวดใจตัวเอง

“ขอโทษที่พูดไม่ดีใส่...”

“.....” คนเอ่ยคำขอโทษใจแป้วเมื่อได้รับแค่ความเงียบกลับมา แต่ก็เข้าใจดีว่าสิ่งที่เขาพูดไปวันนั้นมันทำให้จีมินเสียความรู้สึกมากขนาดไหน

“โกรธใช่ไหมครับ”

“อือ โกรธสิ...”

“ขอโทษนะครับ...” จีมินมองคนที่ส่งสายตาออดอ้อนมาให้ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็ไม่อยากจะใจอ่อนให้กับเรื่องนี้ จองกุกควรจะได้เรียนรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่เสียไปแล้วและเอากลับคืนมาไม่ได้

“เราไม่ยกโทษให้ เพราะความรู้สึกมันเสียไปแล้ว”

“ขอโทษครับ”

“ต่อไปอย่าทำอีก อย่าคิดว่าเราให้ใจไปหมดแล้วจะทำยังไงกับมันก็ได้ สิ่งที่เสียไปแล้วมันเอากลับคืนมาไม่ได้หรอกนะ” จีมินจ้องเข้าไปในดวงตาของคนที่โอบกอดเขาไว้ไม่ยอมปล่อยมานานนับชั่วโมง เขาเห็นความเสียใจที่แสดงออกมาจากดวงตาคู่นั้นชัดเจน จองกุกเสียใจ ...แต่คงไม่มากเท่ากับเขา

“เข้าใจแล้วครับ”

“.....”

“ขอโทษนะจีมิน ขอโทษนะครับ” คนทำผิดเอาแต่พร่ำบอกขอโทษซ้ำๆจนคนฟังใจอ่อน น้ำเสียงกับสายตาที่ส่งมาทำให้คนที่พยายามใจแข็งต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ จีมินรู้แล้วว่าตอนนี้เขาแพ้ให้กับคนๆนี้อย่างหมดท่า

จอนจองกุกกำลังจะก้าวเข้ามาเป็นข้อยกเว้นของทุกอย่างในชีวิตเขา

“ต้องทำยังไงถึงจะยกโทษให้ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นมา จีมินอยากจะบอกออกไปเหลือเกินว่าแค่เป็นจอนจองกุกเขาก็พร้อมที่จะยกโทษให้กับทุกอย่างที่เผลอทำผิดพลาดไปนั่นแหละ

...แต่จะให้พูดออกไปได้ยังไงกันล่ะ ถ้ารู้เข้ามีหวังเจ้าตัวคงได้ใจแล้วต้องเอาแต่ใจกับเขามากแน่ๆ

“ไม่รู้สิ ไว้คิดออกเมื่อไหร่เราจะบอกก็แล้วกัน”

“ต้องบอกนะครับ”

“รู้แล้วๆ ปล่อยเราได้หรือยังเนี่ย ขาชาหมดแล้วมั้ง” เพราะกลัวว่าตัวเองจะทนสายตาออดอ้อนของจองกุกไม่ไหวก็เลยต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง คนตัวเล็กพยายามจะลุกออกจากตักแต่หากเจ้าของตักกลับไม่ยอมปล่อย จีมินมุ่ยหน้าใส่เจ้าเด็กตัวโตที่ไม่ยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระ

“ไม่อยากปล่อยครับ ถ้ากลัวขาชาก็เปลี่ยนมานั่งแบบนี้แทนก็ได้” จองกุกปล่อยมือที่เกาะอยู่บนเอวจีมินก่อนจะจัดการเปลี่ยนท่านั่งให้เสร็จสรรพ ท่านั่งที่ดูอันตรายต่อจีมินแต่เอื้อประโยชน์ต่อคนที่เก็บความคิดถึงไว้ในใจมาหลายวัน

“ปล่อยเลย” จีมินเอ็ดคนอายุน้อยกว่าที่อยู่ดีๆก็จับเขามานั่งคร่อมบนตักตัวเอง แถมยังกอดเอวไว้ไม่ยอมปล่อย ท่าทางดูโอเคขึ้นเมื่อเทียบกับตอนนั้น แต่ความเศร้าก็ยังคงฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น

“ไม่เอาครับ” คนหน้ามึนส่ายหน้าเบาๆ เขามีหลายเรื่องที่อยากจะถามจีมิน แล้วก็มีหลายอย่างที่อยากจะทำด้วย ความคิดถึงที่เก็บเอาไว้มาเกือบๆหนึ่งอาทิตย์ไม่ใช่แค่จูบไปวันนั้นแล้วจะหาย...

“ไปรู้จักกับพี่ยุนกิได้ยังไงครับ”

จีมินเบ้ปากใส่คนที่เปลี่ยนสถานะจากลูกกวางมาเป็นผู้ล่า คนโดนถามอยากจะร้องไห้เพราะอยู่ดีๆเจ้าเด็กคนนี้ก็เปลี่ยนจากความน่าสงสารเป็นความกดดันแบบไม่ให้เขาได้ตั้งตัว ไม่ได้กลัวอะไรนะ...แต่สายตาจองกุกตอนนี้มันไม่น่าไว้ใจอย่างแรงก็เท่านั้นเอง

“ก็คุณยุนกิเป็นเลขาพี่นัมจุน” จีมินเอ่ยตอบกลับไปก่อนจะตีมือที่ลูบวนอยู่ตรงเอว “เดี๋ยวเถอะ” แต่หากคนโดนตีไม่สะทกสะท้าน ยังคงลอยหน้าลอยตาเอ่ยคำถามออกไปโดยไม่สนใจมือเล็กๆที่พยายามแกะมือออกจากเอว

“รู้จักกันนานหรือยังครับ”

“ไม่ ...จอนจองกุก!” จีมินถลึงตาใส่เมื่อมือหนาล้วงผ่านชายเสื้อยืดเข้ามาสัมผัสกับช่วงเอว พยายามผลักออกแต่ก็สู้แรงไม่ได้เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

“ไม่นานแล้วทำไมถึงมีเบอร์ครับ” เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาราบเรียบกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาจนคนโดนต้อนรู้สึกเสียวสันหลัง จีมินขนลุกซู่เมื่อมือที่เคยวางอยู่ตรงเอวส่งแรงบีบมาเบาๆเพราะเขาไม่ยอมเอ่ยตอบคำถามสักที

“หึงหรือไง” คนตัวเล็กทำใจดีสู้เสือโดยการไม่ตอบคำถามแล้วเอ่ยถามกลับไปแทน คิดว่าจองกุกคงชะงักไปบ้างที่ได้ยินคำถามนี้ แต่หากเป็นตัวเขาเองต่างหากที่ต้องรู้สึกแบบนั้น

“ครับ หึง” คนได้ฟังมุดหน้าลงกับไหล่กว้างเพราะไม่อยากให้จองกุกเห็นหน้าแดงๆที่กำลังเป็นอยู่ “จีมินก็รู้ว่าผมเป็นคนขี้หึง”

“ไม่รู้ๆ เราไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ” เสียงโวยวายที่ลอดออกมาทำให้จองกุกต้องยิ้มขำ จีมินคงลืมไปว่ายิ่งทำแบบนี้มันก็ยิ่งอันตราย มีอย่างที่ไหนกันเอาหน้ามาซบกับไหล่เขาแล้วยังขยับไปมาจนตอนนี้จมูกรั้นๆนั่นขยับไปอยู่ที่คอแทนที่จะเป็นไหล่อย่างที่เจ้าตัวคิด

“วันนี้นอนนี่นะ”

“ไม่เราจะกลับห้องแล้ว!” คนเขินเงยหน้าขึ้นมาพูดเสียงดัง ใครจะยอมนอนกับเจ้าเด็กคนนี้กัน แค่คิดก็อันตรายแล้ว

“ไม่ให้กลับครับ” จองกุกอมยิ้มให้กับภาพที่เห็น จีมินคิดไปไกลถึงขั้นไหนเขาไม่รู้ วันนี้เขาก็แค่อยากจะนอนกอดคนตัวเล็กไว้จนหายคิดถึงก็เท่านั้น

“ไม่เอา เราจะกลับ” จีมินแกะมือจองกุกออกจากเอวตัวเองได้สำเร็จก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วพยายามวิ่งหนีกลับห้องตัวเอง ทว่าขาสั้นๆคงไม่เร็วเท่าขายาวๆของจองกุก คนที่พยายามวิ่งหนีโดนเด็กตัวโตวิ่งมาดักหน้า แถมยังยืนบังประตูทางออกไว้อีกด้วย

“ฮือออ เราอยากกลับห้อง” คนตัวเล็กทำหน้าร้องไห้หวังจะให้จองกุกใจอ่อนยอมปล่อยให้กลับห้อง แต่กลับไม่รู้เลยว่ายิ่งทำแบบนั้นมันยิ่งน่าเอ็นดูมากขึ้นไปอีก จองกุกก้าวเข้าไปกอดจีมินไว้หลวมๆก่อนจะเอ่ยขึ้น

“อยู่ด้วยกันก่อนไม่ได้เหรอคะ”

“ไม่ต้องมาพูดคะเลย”

“คิดถึง...” จองกุกกดจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่มโดยที่คนโดนกระทำไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่ได้รุกล้ำ เขาทำเพียงแค่กดจูบค้างไว้บนริมฝีปากของคนในอ้อมแขน ความคิดถึงและโหยหาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้ไม่อยากจะปล่อยให้คนๆนี้อยู่ห่างสายตาแม้แต่วินาทีเดียว ความคิดถึงที่ส่งผ่านสัมผัส ความโหยหาที่ส่งผ่านอ้อมกอด ทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นทำให้จีมินอดที่จะใจอ่อนให้กับเด็กคนนี้ไม่ได้

“ผมคิดถึงจีมิน”

แพ้แล้ว... ยอมให้จองกุกก้าวเข้ามาเป็นข้อยกเว้นของทุกอย่างในชีวิตเขาจนได้




Fiction by hohope
Twitter : @Hohope_JH94
Hashtag : #gcfkm
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 311 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,540 ความคิดเห็น

  1. #1527 Darlene PP (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 23:10
    เรื่องในอดีตเป็นแบบนี้นี่เอง ถ้าเป็นเราเราก็คงจะรู้สึกผิดมากๆโดยเฉพาะตรงที่เราไปเอาเค้ามาแทนที่ของใครสักคนนี่แหละ ต่อไปนี้ก็ต้องเดินหน้าต่อไปได้แล้วนะจองกุกอย่ามัวจมปักอยู่กับความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นในอดีตมากเกินไป ส่วนจีมินน่ารักมากเลยนะเป็นคนที่มีความคิดดีมากๆ จีมินนี่ส่วนมากแล้วจะคิดบวกอยู่ตลอดเลยนะเนี่ย
    #1,527
    0
  2. #1490 ไรม์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 00:00

    ไปต่อได้

    #1,490
    0
  3. #1459 Taeqzx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 04:03
    รู้สึกได้เลยว่าจีมินเป็นคนทัศนคติบวกอ่ะ เป็นคนที่อยากอยู่ใกล้ รวมๆคือน่ารัก❤
    #1,459
    0
  4. #1441 acptx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 07:44
    อบอุ่นอีกแล้วสววววว บ้าาาาจีงงงง เขินว้อยยยยยยยยยยยย อ่ย หน้าแดงไปหมด จองกุกคนขี้หึง!!!
    #1,441
    0
  5. #1409 PaphawarinSaetae (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 18:55
    ทำไมน่ารักกอย่างงนรี้ เขินน
    #1,409
    0
  6. #1395 thebrownbear (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 22:28
    พี่นัมจุนคืออำนาจพี่ชายแผ่มากเด้อ เขาเอ็นดูน้องเขาเนอะ ดุเยอะๆเลยค่ะพรี่!555555555555 อย่างงี้เลยนะ คือที่เป็นมาตลอดไม่ใช่เพราะยังรัก แต่รู้สึกผิดกับยุนจีมากๆจริงๆ เพราะเรื่องที่เกิดมันก็ชีวิตคนคนนึงเลยเนาะ จะมองว่าเป็นอุบัติเหตุก็ได้แหละ แต่จองกุกก็โทษตัวเองอีกไง ฮือออ แต่นั่นแหละเนอะ ไม่ต้องลืม แต่เก็บแล้วจำไว้เป็นบทเรียน แสดงว่าก็รักจีมินมาตลอดจริงๆ จากนี้ไปก็ต้องดูแลพี่จีมินเขาดีๆแล้วนะจองกุกกก แต่บางเรื่องจีมินต้องอดทนไว้จริง อย่าให้จองกุกได้ใจจจจ ไม่ได้เลยยย555555555555ยอมให้หมดแล้วสิ จองกุกก็รู้จุดอ่อนพี่เขาด้วยแหละน้อออ ละตอนสอบเรื่องพี่ยุนกินี่เอาใหญ่เลยนะ5555555555ร้ายนักกกก
    #1,395
    0
  7. #1338 acptx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 13:21
    โอ้ยยยย เขินมากกก อบอุ่นอ่ะฮือออออ จองกุกมีความลวนลามพี่ 5555555
    #1,338
    0
  8. #1325 'PIOGGIA' (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 10:38
    เขินนนนนนน
    ชอบตรงที่จีมินยอมให้จองกุกเป็นข้อยกเว้น แงแงแงแง น่ารักมากๆ
    #1,325
    0
  9. #743 whalien52z (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 08:28
    กดโอนเงิน! เพราะเราจะเอาาา เราต้องได้ 😂
    #743
    0
  10. #740 tong_1990 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 01:17
    อยากได้แบบจะแย่แล้วอ่ะ ทำไงดี 😢😢😢😢😢😢😢😢
    #740
    0