วิศวกรรณโยธา - end

ตอนที่ 19 : 18 - ให้ทุกวันเป็นวันจีบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93,358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,833 ครั้ง
    25 ม.ค. 63




18

ให้ทุกวันเป็นวันจีบ

 

 

“คืนนี้ลิเวอร์พูลจะยิงกี่ลูกดีครับคุณอนณ”

 

“ไม่อยากจะพูด ยี่สิบสองต่อศูนย์เท่านั้น แม้แต่ตีไข่แตกก็คงไม่มีโอกาส”

 

“จ้าาาา แต้มขนาดนี้ลิเวอร์พูลเล่นกับเด็กเนอสเซอรี่อะเนาะ”

 

“พูดไป มึงว่าแมนยูเป็นเด็กเตรียมอนุบาลได้ไง ดูถูกกันเกินไปแล้ว...”

 

เสียงของพี่อาร์มดังมาจากมุมหนึ่งของร้าน

 

คืนนี้บังอรโภชนาค่อนข้างคึกคักเพราะเป็นการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของว่าที่บัณฑิต ดังนั้นมันจึงถูกเลือกเป็นร้านที่ใครหลายคนมักพาน้องๆ มาเลี้ยงสายรหัสเพราะมีเครื่องดื่ม อาหาร และดนตรีสด อย่างสายเทวดาก็ไม่ต่าง

 

ส่วนสายของผมกับพี่แซมมันกุดไปนานแล้ว ปีนี้ไม่มีพี่มาเลี้ยงดังนั้นแกเลยอาสาพามาแดกย้อมใจ

 

ใจป้ำขนาดไหนคิดดู มีชวนเพื่อนผมคนอื่นๆ มาแจมด้วยนะ สุดยอด

 

คืนนี้ผมกับโยธาแยกกันคนละโต๊ะ ผมอยู่กับพี่รหัสส่วนมันอยู่กับคนในสายซึ่งมากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา จะว่าไปสายนี้เค้าก็แดกกันเองหมดเพราะว่าที่บัณฑิตคบกับดาวปีสาม พี่อาร์คคบพี่อาร์ม มีแค่โยธาเท่านั้นที่ตกลงปลงใจกับคนนอกสายอย่างผม

 

นึกแล้วก็อยากปาดน้ำตา คนสองคนที่นิสัยต่างกันสุดขั้วมารักกันได้ยังไง

 

ตอนนี้ต่อให้ใครตั้งคำถามแบบนั้นผมก็มักจะตอบด้วยรอยยิ้มกลับไปทุกครั้ง รู้ดีว่าที่มันเกิดขึ้นได้ก็เพราะมีสิ่งหนึ่งที่เราเหมือนกัน

 

...นั่นคือการยอมรับในตัวตน

 

“ไอ้เหี้ยแดกๆ คืนนี้ไม่เมาไม่กลับนะเว้ย” พี่แซมเจ้ามือของกลุ่มเอ่ยพลางปรบมือเปาะแปะ หลังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ

 

“แล้วถ้าเมาใครพากลับวะพี่” ไอ้ก้องถามอย่างสงสัย

 

“สาวเชียร์เบียร์ที่ร้านมั้งสัด ถึงตอนนั้นกูจัดการเอง”

 

“แหม...จะพาไปส่งทีละคนเหรอ”

 

“ใช่แร้ว ป๋าปะ”

 

“มากครับ” เพื่อนหลายคนถลาไปบีบๆ นวดๆ พี่แกอย่างเอาใจ

 

นับจากนั้นวินาทีแห่งการซดแหลกก็มาถึง เสียงแก้วกระทบกันดังขึ้นเป็นครั้งคราว ยิ่งดึกบรรยากาศโดยรอบยิ่งเป็นใจ ไหนจะเสียงเพลงจากวงดนตรีอะคูสติกซึ่งดังคลออยู่ตอนนี้อีก บอกได้เลยว่าโรแมนติกที่สุด

 

มีบ้างที่หันไปมองโต๊ะของโยธาซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ดูเหมือนว่าฝั่งของสายรหัสเทวดาจะได้รับความสนใจจากแขกในร้านไม่หยุดหย่อน

 

“ฮอตฉิบหาย” ไอ้ก้องมองตามสายตาผม ล่าสุดมีเด็กเสิร์ฟเดินไปที่โต๊ะอีกแล้ว สังเกตว่าในมือของเขาถือโพยบางอย่างไปด้วยเลยเดาว่าคงมีลูกค้าคนอื่นๆ สนใจอยากขอคอนแท็กต์แหงๆ

 

“มึงว่าหวยจะไปออกที่ใคร” พี่แซมเอ่ยแทรกอย่างตื่นเต้น “ใครทายผิดแดกหมดแก้วดีมั้ย”

 

“ดีครับ งั้นผมใส่ไอ้โยธาแล้วกัน”

 

“โยธาด้วย”

 

“ขอตอบตามไอ้ก้อง ฟันธงว่าต้องเป็นไอ้โยธาแน่นอน”

 

นานเข้าใจเริ่มแป้ว หลังได้ยินคนในโต๊ะลงคะแนนเสียง

 

“อาร์คอาร์มแม่งชัดเจนอยู่แล้วคงไม่มีใครกล้ายุ่ง กูใส่โยธาด้วยอีกคน” เสียงพี่แซมหนักแน่น จนหน้าของผมหดเหลือสองนิ้วไปโดยปริยาย

 

“มึงล่ะหู อย่าบอกว่าหึงไอ้โยธานะ”

 

“ใครบอก ไม่ได้หึง”

 

“งั้นเลือกมา”

 

“พี่ญี่ปุ่นเป็นคำตอบสุดท้าย”

 

“ออกเสียงครบละ กูลุ้นเลยคร้าบ”

 

ทุกสายตาพากันจดจ้องไปยังโต๊ะของสายเทวดา เด็กเสิร์ฟผู้ชายหยุดยืนอยู่ตรงโต๊ะครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าคุยอะไรกันไปบ้างแต่สุดท้ายเขาก็ส่งกระดาษให้กับคนคนหนึ่งไป

 

“เหยดดดด กูทายถูก ไอ้หูหมดแก้วครับเพื่อน!

 

หวยออกที่โยธาเฉยเลย

 

ฮือ...ใจมันชอกมันช้ำ มองดูคนตัวสูงรับโพสต์อิตจากเด็กเสิร์ฟด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่เมื่อเห็นว่ามันไม่ได้ส่งอะไรกลับเลยพอเบาใจได้บ้าง ทว่างานหนักยังไม่หมดไปเพราะผมต้องชดใช้กรรมด้วยการซดเบียร์ให้หมดแก้วตามที่ได้พนันกับเดอะแก๊งไว้

 

“แดกหมด แดกหมด แดกหมด เย่~” หวั่นไหวกับพลังบิลด์มากๆ เลยจัดทีเดียวหมดแก้ว ลมนี่ตีขึ้นอกจนแทบอ้วกแต่ต้องฝืนตัวเองเอาไว้ งดแดกสักสิบนาทีเด็กเสิร์ฟคนใหม่ก็เดินไปที่โต๊ะเดิมอีกแล้ว

 

มันจะฮอตอะไรกันนักกันหนาวะเฮ้ย

 

“ให้ทายใครครับ”

 

“โยธา”

 

“กูเลือกโยธาด้วยฟันธง!” ก้องเกียรติพูดเสียงหนักแน่น ก่อนกำมือประหนึ่งเป็นไมค์ยื่นมาตรงหน้าผม “ไม่ทราบว่าคราวนี้คุณหูจะทายใครครับ”

 

“พี่เจต”

 

“ไม่ยอมทายแฟนตัวเองเลยน้า หึงก็ช่วยแสดงตัวหน่อยดิ”

 

“ไม่ได้หึงจะแสดงตัวทำไม”

 

ตอนพูดน่ะกัดฟันฉิบหาย และในที่สุดกระดาษโพสต์อิตใบใหม่ก็ถูกส่งให้กับคุณความมืดมนเป็นรอบที่สอง เสียงเฮดังลั่นโต๊ะจนคนโดยรอบพากันมองและนั่นแหละครับ...คราวนี้เบียร์ทั้งแก้วก็ไม่พ้นกู

 

“แดกหมด แดกหมด แดกหมด”

 

กระเดือกลงคอจนอยากอ่อกๆ ถ้ามีครั้งต่อไปจะไม่ทายแล้วนะเว้ย

 

“น่าสงสารที่สุดเลยน้องหู”

 

“อย่าเศร้าเสียใจไป อะไรที่เป็นของเราก็ยังเป็นของเราอยู่วันยังค่ำ” พี่รหัสตบบ่าพลางยักคิ้วให้อย่างยียวน ปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครอยากจีบโยธาแล้วครับ แม่งอยู่ที่กูเว้ย ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด

 

“วันนี้ร้านเราคึกคักมาก ขอแสดงความยินดีกับว่าที่พี่บัณฑิตทุกคนด้วยนะครับ”

 

“กรู้ววววว วิดวิ่ว~

 

นักร้องนำสุดติสต์กรอกเสียงผ่านไมโครโฟน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากคนภายในร้าน

 

“และนี่ก็ถึงเวลาของชั่วโมงพิเศษที่ทุกคนจะสามารถขอเพลงได้แล้วครับ ใครอยากฟังเพลงอะไรเขียนใส่กระดาษขอเข้ามาได้เลย”

 

“กรี๊ดดดดดด”

 

ช่วงนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โพยมหาศาลถูกส่งไปยังหน้าเวที แน่นอนว่านักร้องไม่สามารถร้องทุกเพลงได้อยู่แล้ว เขาเลยเลือกเพลงอยู่นาน

 

“ผมชอบเพลงนี้มากเลย”

 

โพสต์อิตสีชมพูถูกหยิบขึ้นมาอ่าน

 

“มีคนขอเพลงนี้ให้น้องคนน่ารักโต๊ะยี่สิบสี่ ประโยคนั้นเรียกสายตาของคนทั้งร้านให้มองมายังเราโดยมิได้นัดหมาย พวกผมนั่งทำตาล่อกแล่ก เพราะหมายเลขที่อีกฝ่ายระบุนั้นมันคือโต๊ะของผมและผองเพื่อนเอง

 

ไอ้พี่แซมจัดเสื้อผ้าหน้าผมใหญ่ กลัวสาวไม่ประทับใจ ส่วนไอ้ที่เหลือนั่งยิ้มแห้งโชว์แง่งเหงือกกันยกกลุ่ม

 

“ในนี้มีวงเล็บมาด้วยว่าเป็นน้องเสื้อฟ้า”

 

เชี่ยยยยย

 

กูเอง...

 

เขาใส่ขาวดำมาทั้งโต๊ะ มีผมที่โดดออกมาเพียงคนเดียว ใครวะ ใครส่งเพลงให้กู

 

“งานเข้าแบบนี้กูไม่เกี่ยวนะเว้ย” หนีเอาตัวรอดคนแรกก็คุณรองประธานรุ่นปีสองนี่แหละ รักกูเหลือเกิน

 

“บางทีไอ้โยธาอาจส่งให้ก็ได้นะ”

 

“อย่างมันอะนะ ไม่มีทาง”

 

คนในโต๊ะเริ่มเถียงกัน ส่วนผมเริ่มหนาวสันหลังยะเยือก

 

“งั้นเราไปฟังกันดีกว่าครับกับเพลง Falling In Love ของ Cigarettes After Sex

 

เสียงหวีดร้องดังสลับกับการปรบมือ เรียวนิ้วของนักร้องกรีดลงบนสายกีตาร์เกิดเป็นจังหวะสุดไพเราะของบทเพลง ความสนุกสนานในคราแรกจึงเปลี่ยนเป็นความโรแมนติกในฉับพลัน

 

แต่ที่ไม่โรแมนติกคือสายตาของไอ้โยธาที่มองมา รู้เลยว่ามันไม่ได้เป็นคนขอเพลงนี้

 

 

When I hold you close to me

I could always see a house by the ocean

Last night I could hear the waves

As I heard you say, “All that I want is to be yours”

 

Falling in love

 

 

“หูยยยยยยยยย” จังหวะนั้นมีแต่คนหลุดอุทานออกมา

 

มันหวานมาก หวานจนน้ำตาลเรียกพี่ มีแต่ผมเนี่ยแหละที่ทำหน้าไม่ถูกนอกจากกลืนน้ำลายลงคออึกแล้วอึกเล่า ช่วยพี่ด้วยครับน้อง พี่กำลังใกล้ตายเต็มที

 

แฟนพี่มองตาขวางใส่ไม่หยุดเลย แง้

 

 

Falling in love

Deeper than I’ve felt it before

With you, baby

I feel I’m falling in love with all my heart

 

 

นักร้องก็เหมือนกลั่นแกล้ง ร้องวนซ้ำแต่ท่อนฮุกสองสามรอบ

 

ฉิบหาย พยายามดับความประหม่าของตัวเองจนต้องเอามือแคะกางเกงจนกว่าเพลงจะจบ

 

“ขอบคุณมากคร้าบ”

 

เสียงปรบมือดังก้องไปทั้งร้าน ทุกสายตาโฟกัสไปยังคนกลางเวทีเพียงหนึ่งเดียว ก่อนเด็กเสิร์ฟคนหนึ่งจะเดินตรงดิ่งไปหาพร้อมกับส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ เดาว่าลูกค้าก็คงขอเพลงอีกนั่นแหละ

 

“อ่า อันนี้ไม่ได้ขอเพลงนะครับ”

 

แต่ผิดคาดว่ะ...

 

“ผมได้รับข้อความเพิ่มเติมส่งถึงคนที่ขอเพลง Falling In Love เมื่อครู่ครับ”

 

เขาชะงักคล้ายกำลังกวาดตาอ่านข้อความอีกรอบก่อนกรอกเสียงลงบนไมค์ ส่วนคนฟังก็ลุ้นยิ่งกว่ารางวัลสลากกินแบ่งออกอากาศ

 

“ขอบคุณที่ขอเพลงให้ แต่น้องเสื้อฟ้ามีแฟนแล้วนะครับ”

 

“...”

 

“จากแฟนน้องซึ่งนั่งอยู่ตรงโต๊ะสิบเจ็ด”

 

พรึ่บ!

 

โฟกัสสายตาจากหน้าเวทีตอนนี้พากันเปลี่ยนมามองผมอีกรอบ

 

บอกได้คำเดียวว่าอยากให้ธรณีสูบลงดินให้แม่งรู้แล้วรู้รอด จะถามหาความช่วยเหลือจากใครกันในเมื่อจังหวะที่ผมได้สบตากับคนตัวสูงซึ่งนั่งห่างออกไป

 

ก็เห็นเพียงใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

งานรับปริญญาจะมีขึ้นในอีกสามวัน แต่ตอนนี้ซุ้มต่างๆ ที่จัดเตรียมเพื่อให้พี่บัณฑิตได้ถ่ายรูปยังไม่เสร็จ

 

ย้ากกกกกก

 

ปีหนึ่งวิ่งหัวหมุนแทบไม่ได้พัก แต่ละภาคได้รับมอบหมายให้ครีเอตซุ้มได้เต็มที่แต่มีเงื่อนไขว่าต้องอยู่ในธีม เที่ยวต่างประเทศเท่านั้น ภาคเคมีเลยจัดหนักจัดเต็มอยากทำบรรยากาศให้เหมือนซานฟรานซิสโก ภาคไฟฟ้าไปเกาหลี วัสดุจัดธีมฮาวายทะเลแสนงาม

 

ส่วนภาคโยธาไม่น้อยหน้าทำต้นซากุระให้เข้ากับความเป็นญี่ปุ่นเต็มที่ ผิดแค่ว่าซุ้มมึงดันมาอยู่ตรงข้ามกูเนี่ย จัดกันไปตีกันมา หลังๆ มีแอบมุบมิบอุปกรณ์กันด้วย

 

“เฮ้ยภาคโยธาช่วยมีอารยะกันหน่อย คัตเตอร์ถ้าจะยืมต้องบอกไม่ใช่จิ๊กไปเลย”

 

ไอ้เซปประธานภาคผมยืนท้าวเอวบ่นฉอดๆ ฟากตรงข้ามเลยสวนกลับทันที

 

“ฝั่งมึงก็เอาดอกซากุระกูไปเหมือนกัน”

 

“ใครเอาไป มันปลิวมาตกเอง”

 

“ตกพ่องไกลขนาดนั้น”

 

“งั้นเอาคืนไปเลย แต่จะข้ามมาขอวีซ่ายังเหอะ”

 

“ฟาย กูคนญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่า”

 

“ถุย!

 

สมกับความยิ่งใหญ่ของวิศวะ เถียงกันมีสาระมากมึง ที่งานไม่เสร็จอย่าสงสัยแม่งเอาเวลาไปเถียงกันอยู่ไง

 

ส่วนผมขอลอยตัวเหนือปัญหาขึ้นนั่งร้านพร้อมติดตั้งป้ายที่เพิ่งลงสีจนแห้งอย่างเงียบเชียบ รู้ตัวอีกทีก็สังเกตเห็นใครบางคนมาหยุดยืนรอตรงฐานบันไดอยู่ก่อนแล้ว

 

“อ้าว บินมาซานฟรานตั้งแต่เมื่อไหร่อะ” โยธานี่เอง เห็นหน้าแล้วมันอยากกวนตีนใส่ตลอด

 

“สักพักละ”

 

“แล้วมาทำไม เขากำลังตีกันอยู่เห็นมั้ย”

 

“หวงเด็ก” ว่าแล้วก็ยื่นมือมาจับฐานบันไดให้พลางเงยหน้ามองผมโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ แบบนี้มันวังเวงนะโหวย

 

“ใจคอไม่คิดจะไปช่วยเพื่อนหน่อยเหรอ”

 

“เป็นช่วงพักเลยอยากมาช่วยมึงแทน”

 

“ตรงนี้ไม่มีอะไรอะ” แค่ยึดลวดเข้ากับโครงไม้เฉยๆ

 

“อย่าขึ้นไปสูงเกิน”

 

“ครับผม” แต่มัดไปมัดมามันไม่ถนัดมือเลยหันไปถามความเห็นคนด้านล่างแทน “ขึ้นไปอีกขั้นนึงได้ปะ”

 

“ได้ แต่ต้องระวัง”

 

ผมขยับเท้าขึ้นไปอีกหนึ่งก้าว แต่มันก็ยังไม่พอเลยเนียนไปอีกสเต็ป เท่านั้นแหละเสียงทุ้มต่ำแม่งแหวกอากาศเข้ามาในหูทันที

 

“บีเกิลดูเท้าตัวเองด้วย”

 

“คร้าบ”

 

ป้ายไดคัทถูกติดจนเสร็จเรียบร้อย ผมเกาะขอบบันไดค่อยๆ ปีนลงมายังไม่ทันถึงข้างล่างคนตัวสูงก็ยืนอ้าแขนรอรับอยู่ก่อนแล้ว ผมมองซ้ายมองขวาทำตัวไม่ถูก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นของอีกฝ่ายเลยไม่อยากขัด

 

ยื่นสองมือไปข้างหน้าโอบรัดต้นคอแกร่งไว้ เขาอุ้มผมลงมาจนตัวลอยหวือก่อนปล่อยให้สองเท้าสัมผัสกับพื้นในที่สุด

 

“ดื้อ”

 

“ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอยู่นะเว้ย” ดื้อตรงไหนเนี่ย ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

 

“เขาตีกันโบ้มๆ หวานสุดของคณะก็มีแต่มืดมนกับสดใสแหละว้า”

 

“มึงอย่าพูดไป เดี๋ยวแม่งเกทับกูอีก” ว่าแล้วเชียวต้องไม่พ้นสายตาของเพื่อน เลยเนียนทำกลบเกลื่อนด้วยการหยิบแปรงทาสีขึ้นมาแล้วอาสาช่วยทำงานส่วนอื่น ฟากของโยธาเดินหน้ามึนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเช่นกัน

 

เราทำซุ้มลากยาวจากเช้าจรดค่ำ ดึกหน่อยก็หนีกลับไม่ได้เพราะต้องทำกล่องรับบริจาคต่อ

 

ดีที่พี่ปีสองมีข้าวกล่องจากร้านอร่อย เครื่องดื่ม และขนมให้กินอีกเพียบแม้ช่วงหลังจะเอียนขนมปี๊บจนกินไม่แล้วไหวก็ตาม เลยไม่ค่อยมีใครอยากงอแงนั่งทำไปเรื่อยๆ อยู่ตรงลานกิจกรรม

 

“ตัดทบกันแบบนั้นมันจะขาดได้ยังไง” ไม่รู้โยธาหอบสังขารมาหาตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนหน้ายังเห็นหัวหมุนกับการยกของตรงโน้นทีตรงนี้ทีอยู่เลย

 

“กลัวไม่เสร็จ” กายสูงค่อยๆ ทิ้งตัวนั่งขัดสมาธิใกล้ๆ ตั้งท่าดึงกรรไกรออกจากมือทว่าผมไวกว่าตรงที่ไม่ปล่อยให้เขาแย่งไปได้ ทำงานตัวเองมาก็หนักอยู่แล้วยังจะมาแย่งหน้าที่คนอื่นอีก

 

“โห แล้วเอาอะไรมาเยอะแยะอะ” ผมเบนสายตาไปยังถุงกระดาษซึ่งบรรจุของกินไว้เต็มไปหมด

 

“เทคของบัดดี้”

 

“โคตรป๋า ลงบัญชีไว้เดี๋ยวเทคคืน”

 

“จะได้คืนเมื่อไหร่เถอะ” บ่นเก่งจังเลยพ่อ “ส่วนนี่แบบสอบถาม รุ่นพี่ฝากมา”

 

“สอบถามอะไร”

 

“เกี่ยวกับกิจกรรมช่วงนี้แหละ”

 

“รุ่นพี่ให้มาหรือมึงทำเอง” โยธานิ่งไป ผมเลยกลั้นขำแทบไม่อยู่ “ถ้าทำเองก็บอกเถอะ มีพิรุธ”

 

“ไม่ได้ทำเอง ของรุ่นพี่จริงๆ” แน่ะ มีปฏิเสธด้วยวุ้ย

 

“โอเคๆ จะเชื่อแล้วกัน” ปากบอกนะแต่ใจคิดตรงข้ามไปเลย

 

“แล้วนี่ก้องไปไหน” มีเนียนเปลี่ยนเรื่องหันไปคุยประเด็นของก้องเพื่อนรัก แบบนี้ยิ่งน่าสงสัยแสดงว่าแบบสอบถามนี่ต้องเอาไปใช้ประโยชน์ที่เอ็กซ์คลูซีฟไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

“โน่น นั่งติดกาวแปะกระดาษอยู่กับหญิง ทิ้งเพื่อนทิ้งฝูง” โยธาหันไปมาตามสายตาก่อนจะเห็นคนที่ถามหานั่งดี๊ด๊าอยู่กับปิงคนที่มันชอบ ดวงตางี้เป็นประกายวาววับ ลืมสิ้นแล้วว่ามีกูอยู่ตรงนี้

 

“ดูผู้หญิงเขาก็มีใจนะ” หลังจากได้ยินเสียงทุ้มเปรยขึ้นผมรีบถามกลับทันที

 

“รู้ได้ไงอะ”

 

“แค่มองตาก็รู้แล้ว”

 

“เชี่ย บิ๊กเซอร์ไพรส์ว่ะ”

 

“ก่อนจะไปตื่นเต้นกับเพื่อนช่วยกลับมาดูตัวเองก่อน อยากกินอะไรมั้ย”

 

“มีอะไรบ้างอะ”

 

“ขนม”

 

“รู้แล้วจ้า” ที่ถามคืออยากให้แจกแจงโหวย ไม่ใช่นี่น้ำ นี่ขนม แล้วจัดมาซะเต็มถุงขนาดนี้ผมก็เลือกไม่ถูกหรอกว่าจะกินอะไรดี เพราะทุกอย่างนั้น...ล้วนถูกคัดสรรโดยคุณโยธาซึ่งรู้ใจผมสุดๆ รับประกันได้เลยว่าผมคงต้องกินทุกอย่างติดแค่ว่าจะกินอย่างไหนก่อนเท่านั้นเอง

 

“กินเครปก่อนมั้ย”

 

“มีด้วยเหรอ เอาๆ” ผมตอบอย่างกระตือรือร้น ตั้งใจวางกรรไกรแล้วมุ่งมั่นกับการกินอย่างเต็มที่ ไม่คิดว่าจะถูกเสียงทุ้มแทรกขัดจังหวะซะก่อน

 

“ทำงานต่อไปเถอะ เดี๋ยวป้อน”

 

“ดีจังค้าบ” งานเสร็จไวจะได้รีบกลับห้องไปนอนอืดตาย

 

โยธาดึงขนมออกมาจากถุง เห็นสภาพเครปเหี่ยวๆ แล้วพี่เหนื่อยใจ อดีตมันคงเคยกรอบกรุบน่ารับประทาน ทว่าเมื่อเวลาผันผ่านก็ตามสภาพเพราะคงผ่านอะไรมามากมายก่อนจะถึงปากผม

 

“ไส้อะไรอะ” ถามทั้งที่ปากกัดเข้าไปแล้วครึ่งคำ

 

“กล้วยหอมกับนูเทลล่า”

 

“อร่อย” เคี้ยวไปเอ่ยชมไปไม่ขาดปาก “จริงๆ ไอ้ความเหี่ยวมันก็ใช้ได้เหมือนกันนะ”

 

“มันดีหรือไม่ดีเนี่ย”

 

“ดีดิ” มือหนายื่นของกินมาให้ ผมกัดไปอีกคำ “โฮ~ เนื้อกล้วยเต็มๆ คำ”

 

“กินก่อนแล้วค่อยพูดก็ได้ ไม่มีใครแย่ง”

 

“ไม่พูดๆ น้ำตาจะไหล ร้านไหนเนี่ยวันหลังจะไปซื้ออีก”

 

“ดื้อ” ดุกูนะแต่เสือกเอื้อมมือมาเช็ดคราบช็อกโกแลตที่ปากให้ เนี่ย โยธามันต้องถูกผีนิสัยละมุนเข้าสิงอยู่แน่เลย ใจดียิ่งกว่าใครในโลกนี้

 

“น้ำหน่อย ขอน้ำหน่อย”

 

“มีน้ำเปล่ากับโคล่า”

 

“โคล่าเท่านั้น~” แป๊บๆ กระป๋องน้ำอัดลมก็ถูกเปิด พร้อมเสียบหลอดจ่อให้ถึงปาก กระดาษแทบไม่ได้ตัดแล้วเพราะกำลังมุ่งมั่นกับการกินอยู่ “ดูแลดีอะ แฟนใครวะเนี่ย”

 

“ถ้าไม่ดูแลเดี๋ยวมึงก็งอแงอีก”

 

“โห่ ไม่ใช่เด็กๆ แล้วจะมางอแงได้ไง” แค่เวลาอยู่ด้วยกันแล้วสบายใจอย่างน่าประหลาดเท่านั้น “แล้วป้อนกูเนี่ยหิวมั้ย”

 

“ไม่” ปากปฏิเสธแต่เดาว่าคงไม่ค่อยได้กินอะไรหรอก ช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังพลุ้ยข้าวกล่องใส่ปาก คุณความมืดมนยังทำหน้าที่เป็นทีมแบกหามอยู่เลย ตอนผมแอบไปส่งน้ำกับขนมให้ไอ้เพื่อนเวรก็แย่งไปแดกแก้แค้นที่ผมชอบไปจิ๊กขนมพวกมันกินจนหมด

 

เวลาล่วงเลยมาถึงตรงนี้กระเพาะคงเริ่มร้องโครกครากแล้วมั้ง

 

“กูตัดกระดาษล็อตนี้เสร็จแล้วอะ เดี๋ยวขอพักก่อน”

 

“อือ” ดื่มน้ำจนคล่องคอแล้วจึงวางกรรไกรลงหันมารื้อของกินต่อ

 

“มึงต้องกินอะไรรองท้องบ้างเดี๋ยวไม่สบาย ไม่ทราบคุณโยธาอยากกินอะไรเป็นพิเศษครับ”

 

“น้ำเปล่า”

 

“คงอิ่มหรอก”

 

โยธาไม่ค่อยชอบของหวานมาก แต่ของกินที่มันซื้อมาล้วนมีแต่ของหวานๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบ ดูท่าแล้วในนี้คงไม่มีอะไรอร่อยสำหรับมันเลยลุกเดินไปขอข้าวกล่องจากกองสวัสดิการมาให้ใหม่

 

“กินเยอะๆ นะ กูขอไข่ดาวให้มึงเพิ่มด้วยแหล่ะ”

 

“ไปขอยังไงถึงได้มา”

 

“พอดีใช้เสน่ห์เฉพาะตัวเข้าสู้อะครับ” ปกติมักโดนลูบหัว โดนดีดหน้าผากเป็นประจำ คราวนี้มีการพัฒนาเปลี่ยนมาโยกหัวจนหน้าสั่นแทน เขินก็บอกสัด

 

ระหว่างรอคุณมืดมนนั่งจ้วงข้าวกล่อง ผมหยิบกระดาษแบบสอบถามขึ้นมาอีกครั้ง กวาดตามองดูข้อมูลโดยคร่าวเพื่อกรอก ด้านบนจั่วหัวเรื่องความพึงพอใจ ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมตลอดปีของเด็กปีหนึ่ง

 

ให้เดานะ นี่คงต้องการถามหาความประทับใจของผมกับมันตลอดหนึ่งปีแน่ๆ

 

ตารางให้เช็กคะแนนผมอ่านโดยคร่าว พูดถึงเรื่องคณะทั้งหมดเลยประเมินตามจริง เข้าใจว่าโยธาคงคิดมาแล้วเพื่อไม่ให้ผมสงสัย

 

ส่วนด้านล่างนี่สิที่น่าสนใจ เพราะถามถึงความประทับใจจากหลายๆ กิจกรรม

 

 

1. งานจับสายรหัส

2. กิจกรรมรับน้อง

3. กิจกรรมจับบัดดี้

4. งานวิศวะสัมพันธ์

 

 

ส่วนข้อสุดท้ายของแบบสอบถามเป็นข้อเสนอแนะ เยอะแยะขนาดนี้คงต้องขอเวลาเขียนนิดนึง

 

ผมนอนคว่ำหน้าแนบลงกับพื้นบรรจงเขียนแต่ละบรรทัดอย่างตั้งใจ ส่วนโยธานั่งกินข้าวอยู่เงียบๆ ก่อนเราจะกลับมาตัดกระดาษเพื่อตกแต่งกล่องรับบริจาคต่อ

 

แบบสอบถามถูกเก็บไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ แต่คิดว่าอีกไม่นานโยธาคงได้อ่านทุกความรู้สึกของผมทั้งหมด

 

00.25 น.

 

ชีวิตปีหนึ่งเริ่มเหี่ยวแห้งเป็นผีโหยเพราะงานยังรุมเร้าจนหนีกลับไม่ได้ ใครง่วงก็หลับคามันตรงนี้แหละ ผมเองก็คือหนึ่งในผู้ง่วงงุนนั้น

 

“น้องๆ คะพี่ได้รับแบบสอบถามทั้งหมดแล้วนะคะ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือกรอกกันมาทุกคน”

 

เฮือก!

 

เสียงประกาศผ่านไมค์ผลักให้ผมกระเด้งตัวขึ้นมาจากพื้น มองดูต้นเสียงสลับกับใบหน้าหล่อเหลาของคนเคียงข้างไม่กะพริบ เดี๋ยวก่อนนนนน

 

“แบบสอบถามที่ว่าเป็นของคณะจริงเหรอวะ” ผมถามทั้งตาเหลือกโปนซึ่งทำให้คนตรงหน้างุนงงไม่น้อย

 

“อืม ทำไมอะ”

 

“กูนึกว่ามึงแอบทำมาให้กูเขียนเอง”

 

“เปล่า”

 

“เหี้ยแล้ววววววว พี่เขาจะไม่อ่านใช่มั้ยวะ ไปขอคืนได้ปะ”

 

“ไม่ได้เขียนชื่อคงจะหายากหน่อย”

 

“ไม่เป็นไรกูหาได้” รวบรวมแรงลุกขึ้นยืนเตรียมวิ่งไปด้านหลังห้องกิจกรรมซึ่งมีโต๊ะของปีสองและทีมสโมสรนิสิตอยู่ ทว่าทุกฝีก้าวที่กำลังมุ่งหน้าไปก็เป็นอันชะงักค้างเมื่อได้ยินเสียงประกาศผ่านไมโครโฟน

 

“พวกพี่อ่านความคิดเห็นคร่าวๆ แล้วอยากขอบคุณจริงๆ ที่น้องๆ ประทับใจ แต่มีของคนหนึ่งที่ไม่ได้เขียนความรู้สึกเกี่ยวกับคณะสักเท่าไหร่เพราะเจ้าตัวเขียนให้กับโยธา ถ้ายังไงแล้วน้องโยธาอย่าลืมออกมารับที่พี่ได้เลยนะคะ”

 

กูไม่ได้ชื่อโยธาแต่สองเท้ากลับเปลี่ยนวิถีวิ่งแจ้นไปรับแบบสอบถามหน้าเวทีอย่างเร็วรี่ เพื่อนแม่งนั่งขำยกใหญ่เหมือนไม่ต้องสืบให้เหนื่อยก็รู้ตัวคนเขียนเรียบร้อย

 

“พี่อ่านความคิดเห็นนี้ไปแค่คนเดียวใช่มั้ยครับ” รับกระดาษมาก็รีบถามอย่างไวว่อง

 

“อ๋อเปล่าค่ะ”

 

“...”

 

“ปีสองกับปีสามน่าจะเห็นกันหมดแล้ว”

 

แง้~

 

จับหน่อยพี่จะล้ม

 

“ขอบคุณมากครับ” ไม่รู้ว่าโยธาโผล่มาตั้งแต่ตอนไหน แต่มันได้ฉกเอากระดาษเจ้าปัญหาจากมือของผมไปไว้ในครอบครองเรียบร้อยแล้ว

 

“เฮ้ย อันนี้กูเขียนนะ”

 

“มึงไม่ได้เขียนชื่อไว้ แต่พี่บอกว่ามันมีชื่อกูอยู่ก็ต้องเป็นของกู” ใบหน้าหล่อเหลาก้มมองกระดาษในมือ กวาดตาอ่านลายมือบรรจงด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

 

“ก่อนหน้านั้นยังไม่ได้อ่านเหรอ”

 

“ยัง เพื่อนเก็บแบบสอบถามไปก่อน”

 

ผมเฝ้าสังเกตสีหน้าและการแสดงออกของคนตัวสูงอย่างคาดหวัง เพราะทุกบรรทัดที่เขียนเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในวันนั้น วันแรกที่ค่อยๆ ทำความรู้จักกระทั่งกลายมาเป็นเราจนทุกวันนี้

 

 

งานจับสายรหัส

วันนั้นเป็นวันแรกที่ได้กินข้าวกับพี่แซมเลยมีโอกาสได้รู้จักกับสายรหัสเทวดาที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ กูมองเห็นมึงได้ชัดเจน พี่แซมบอกว่าแค่มองตาก็รู้แล้วว่ามึงน่ะน่าจะร้ายไม่เบา ตอนนั้นกูไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามึงเป็นคนยังไง แต่ตอนนี้...

พอได้รู้จักจริงๆ อืม...โยธามันร้ายอย่างที่พี่ว่าจริงๆ ว่ะ

 

 

กิจกรรมรับน้อง

ประทับใจสุดคือตอนที่มึงเล่นละคร แอคติ้งห่วยแตกกับสีหน้านิ่งๆ มันทำให้เพื่อนตลก แถมตอนที่ไม่มีบทยังทำโน่นทำนี่ไม่หยุด ทั้งเสิร์ฟน้ำ ขนพร็อพ รู้มั้ยตอนนั้นน่ะภาพของมึงในหัวของทุกคนมันเปลี่ยนไปเลยนะเว้ย

และกูก็เป็นหนึ่งในนั้น

ป.ล. โคตรชอบประโยคแนะนำตัว นี่ไม่ใช่ไฟฟ้าของมึงที่สุดเลย

 

 

กิจกรรมจับบัดดี้

คุณ 248 หมายเลขที่ไม่ใช่ของตัวเองก็ยังพยายามไปหามาจนได้ การเป็นบัดดี้ของมึงนี่โคตรดีเลยนะ ได้กินของอร่อย ได้ดูหนังที่อยากดู ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ

ส่วนกูก็รู้จักใส่ใจและอยากดูแลใครสักคนมากขึ้น อยากใส่ใจว่ามึงชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ต้องซื้อของเทคแบบไหน โจทย์ยากมากเลย แต่โคตรมีความสุขเลยว่ะ

 

 

งานวิศวะสัมพันธ์

ดอกกุหลาบ

เนคไทปักตัวเลขวันเกิดของกู

กับคำขอเป็นแฟนที่โคตรทำให้ใจเต้น

ขอบคุณที่วันนั้นมาขอนะเว้ย แต่ถึงมึงไม่ขอคบกูก็จะเป็นฝ่ายขอมึงอยู่ดี

 

 

ข้อเสนอแนะ

ช่วยหึงให้น้อยลงหน่อย ขอแค่นี้เลย ก็รู้อยู่แล้วว่ากูไม่เคยมองใครนอกจากมึง

 

 

 

โยธาละสายตาจากกระดาษในมือ ผมเลยเดาว่ามันคงอ่านข้อความในกระดาษจนจบหมดแล้ว และเจ้าตัวคงจะประทับใจไม่น้อยเพราะดูได้จากสีหน้าแดงซ่านที่ตอนนี้เริ่มลามไปจนถึงใบหูของคนตัวสูง

 

“บอกรักกันเสร็จก็กลับเข้าที่ได้แล้วโว้ย อิจฉา!

 

ผมสะดุ้งกับเสียงตะโกนของใครคนหนึ่ง เท่านั้นแหละที่เพิ่งได้สติกลับมาสังเกตบรรยากาศโดยรอบอีกครั้ง

 

“อะ...โอเค กลับแล้ว”

 

เอ่ยบอกเสียงอุบอิบก่อนจูงมือหนากลับไปนั่งที่เดิมท่ามกลางสายตาของเพื่อนทั้งชั้นปี...

 

ระหว่างผมกับโยธา ไม่รู้ตอนนี้ใครหน้าแดงมากกว่ากัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนงานซ้อมรับปริญญาหนึ่งวัน

 

ในที่สุดซุ้มเราก็เสร็จเรียบร้อยตามกำหนด เลยแวะไปฉลองกับเดอะแก๊งที่บังอรฯ ต่อนิดหน่อย กว่าจะกลับถึงห้องเวลาก็ปาไปห้าทุ่มกว่าแล้ว โยธาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย มันสวมกางเกงน้องกระต่ายสีชมพูนั่งเหยียดขา เอนหลังพิงหมอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง

 

ช่วงหลังมานี้ไม่ค่อยชอบใส่เสื้อ มันบอกเวลาเกิดอารมณ์หื่นกามเมื่อไหร่จะได้ไม่เสียเวลาถอดเยอะ

 

คนแบบนี้มันใจเหี้ยมหาญจริงๆ

 

ส่วนผมทักทายเจ้าตัวแป๊บนึงก็คว้าผ้าเช็ดตัวตรงไปอาบน้ำ ไม่อยากยอมรับเลยว่าไอ้ชุดนอนลายไดโนเสาร์ที่เกลียดนักเกลียดหนาจะกลายเป็นชุดที่ผมหยิบมาใส่บ่อยสุด แง้

 

อาบน้ำและทำธุระส่วนตัวเสร็จจึงค่อยคลานขึ้นเตียง จดจ้องการกระทำของคนตัวสูงเงียบๆ และสิ่งหนึ่งที่ผมมักหยุดสายตาไว้ตรงนั้นเสมอก็คือรอยสักแห่งเดียวบนร่างกายของเขา

 

จำได้ว่ามันคือวันและเดือนที่พ่อแม่ของโยธาเลิกรากัน นั่นยิ่งทำให้ผมเศร้าทุกครั้งเวลาที่นึกถึง

 

“มองอะไรบีเกิล”

 

“เปล่า”

 

“โกหกไม่เนียนเลย”

 

“ก็แบบ...” คงต้องพูดแหละ “มึงเคยมีความคิดอยากลบรอยสักมั้ย”

 

“หืม?”

 

“มึงสักเพราะต้องการย้ำให้ตัวเองรู้ไม่ใช่เหรอว่าอย่าเชื่อเรื่องความรัก แต่ตอนนี้มึงก็มีความรักแล้วนั่นหมายความว่าความคิดของมึงก็ต้องเปลี่ยนไปแล้วอะดิ” ไม่แน่ใจว่าเรียบเรียงประโยคยืดยาวนี้ได้ถูกมั้ย แต่คิดว่าโยธาคงเข้าใจในสิ่งที่ต้องการสื่อบ้างแหละ

 

ต่างคนต่างเงียบ คนตัวสูงไม่ได้ตอบในทันทีแต่เว้นระยะไว้ ซึ่งผมก็ไม่ได้รีบเร่งอยากฟังคำตอบขนาดนั้น

 

“กูไม่คิดจะลบมันออก ใช่...ความคิดกูเปลี่ยนไป แต่การทิ้งไอ้รอยนี่ไว้มันก็ช่วยเตือนว่าถึงเขาจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ครั้งนึงก็ยังเคยอยู่”

 

“เศร้าอะ”

 

“ไม่ต้องเศร้า เกิดมาหน้าเหมือนหมาแม่งเศร้าสุดแล้ว”

 

“เวร” หลอกด่ากันอยู่ได้ “ถามหน่อย มึงอยากมีความสุขกว่านี้มั้ย”

 

ดวงตาคู่คมจดจ้องไม่กะพริบ

 

“สักหน้ากูติดไว้ดิ จะได้ย้ำเตือนว่ามีเรื่องเศร้าที่สุดอยู่บนโลกนี้ด้วย”

 

ฟังจบมันถึงกับหลุดขำ

 

“สำหรับมึงอะไม่ต้องเป็นหรอกรอยสัก แค่อยู่ในชีวิตจริงแม่งก็คุ้มค่าที่กูมีชีวิตอยู่แล้ว”

 

“โคตรเว่อร์” ผมฟุบหน้าลงกับหมอน ค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้พร้อมทำหน้าอ้อนบาทา “โยธา...”

 

“ทำหน้าอ้อนแบบนี้ทำไมไอ้เด็กดื้อ”

 

“เพื่อปลอบใจในความเศร้าของมึง” เอ่ยเรียกร้องความสนใจก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะหันมามอง “กูมีรางวัลให้แหละ”

 

“ให้อะไร”

 

“...”

 

“ไม่บอกก็ไม่รู้อะ”

 

“จูบ”

 

“แค่นั้นเหรอ”

 

“พรุ่งนี้คณะไม่มีกิจกรรมหนัก”

 

“แล้ว?”

 

โยธามันตั้งใจแกล้งกันชัดๆ แต่ผมก็ต้องข่มความอายหลุบตามองต่ำ เอ่ยบอกด้วยเสียงผะแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน

 

“กูอนุญาตให้มึงเอ็นดูได้”

 

“เอ็นดูยังไง”

 

“เฮ้ยโตๆ กันแล้วไม่ต้องอธิบายก็ได้มั้ง”

 

“โอเค”

 

“มึงอยากทำปะล่ะ” ไม่อยากเอาแต่ใจคนเดียวเลยต้องถามความเห็นกันก่อน

 

“ไม่เคยมีความคิดไม่อยากทำสักครั้ง” โห คำตอบคือเอารางวัลเทพเจ้าแห่งสงครามบนเตียงไปได้เลย “แต่ต้องบอกเงื่อนไขให้ชัดก่อนว่าอยากให้เอ็นดูแค่ไหน”

 

“ก็...อ่อนโยนนิดนึง”

 

“นิดนึงไม่เรียกอ่อนโยนนะ ทำแรงนะ”

 

“ก็นั่นแหละ อ่อนโยนนิดนึง”

 

หมายถึงสามารถรุนแรงได้ถ้าอยู่ในขอบเขตอะนะ

 

เราเริ่มต้นด้วยการจูบ เล้าโลม จากนั้นจึงปล่อยให้พายุโหมกระหน่ำพัดผ่านอย่างที่มันควรเป็น และทุกครั้งหลังจากที่เรามีความสุขกันแล้ว โยธาจะปิดไฟภายในห้องก่อนกลับมารวบตัวผมเข้าไปในอ้อมกอดกระทั่งจมสู่นิทราไปด้วยกัน

 

นี่เป็นอีกหนึ่งคืนหลังทดลองปิดไฟนอน ช่วงแรกผมยังคงฝันร้ายแต่ไม่แน่ใจว่าอาการเหล่านั้นหายไปตั้งแต่ตอนไหน เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะผมได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างที่อยู่ในห้องเก็บของออกจนหมดแล้ว

 

ไม่มีฝันดี ไม่เผชิญกับฝันร้าย เฉกเช่นคืนนี้ที่ผม...

 

ไม่ฝันอะไรอีกเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ปีหนึ่ง พี่บัณฑิตมาแล้ว”

 

สัญญาณจากพี่ปีสองบ่งบอกถึงความโกลาหล หน้าที่ของทุกคนเหมือนกันหมดคือต้องบูมให้รุ่นพี่สลับกับถือกล่องรับบริจาคไปด้วย เงินที่ได้จากพี่บัณฑิตจะกลายเป็นเงินกองกลางของปีหนึ่งที่เราจะหยิบมาใช้เมื่อมีกิจกรรมในครั้งต่อไป

 

ปีนี้สายรหัสผมไม่มีพี่บัณฑิตเลยไม่รู้จะซื้อของให้ใคร สุดท้ายจึงเลือกให้กับพี่เจตสายของโยธาแทนเพราะเขาใจดีพาผมไปเลี้ยงอยู่บ่อยๆ

 

“เอากล่องรับบริจาคไปลูก โกๆ”

 

“กรี๊ดดดดดดด”

 

เสียงหวีดร้องของกลุ่มเพื่อนผู้หญิงทำให้บรรยากาศคึกคักทันตา พี่บัณฑิตทยอยเดินกลับมายังคณะผลักให้ปีหนึ่งทุกคนวิ่งหน้าตื่นเข้าหาไม่ต่างจากซอมบี้ไล่งับมนุษย์

 

หลายคนล้อมพี่เป็นวงกลม เราต้องบูมคณะ ร้องเพลงเชียร์ ทำทุกอย่างตามที่พี่ขอเพื่อให้ได้เงินมา

 

กล่องรับบริจาคจะถูกเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ ส่วนผมตอนนี้รับหน้าที่สายเอ็นเตอร์เทน ใครขออะไรจัดให้หมดไม่ว่าจะร้อง เต้น เล่นตลก พี่ใจดีหน่อยก็ให้ตั้งแต่ยี่สิบบาทจนถึงหนึ่งร้อย พีคสุดคือให้กล่องหนึ่งเป็นพัน

 

แต่ไอ้ใจร้ายสุดๆ มันก็มี อย่างบางคนให้กูร้องเพลงคณะจนเสียงแหบแห้งงี้ยังหย่อนเงินใส่กล่องให้ ตั้งบาทเดียว

 

ชอกช้ำใจได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกเรียกไปอีก

 

“พี่ขอคำขวัญคณะครับ” ผมยืนล้อมวงกับเพื่อนห้าคน ต่างคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

 

“คะ...คณะเรามีคำขวัญด้วยเหรอครับ” หลุดถามออกไปก่อนพี่บัณฑิตจะตบกบาลตัวเองฉาดใหญ่

 

“ไม่รู้กันเหรอ”

 

“เปลี่ยนเป็นคำขวัญประจำจังหวัดแทนได้มั้ยครับ” ผมต่อรอง แต่พี่แกเหมือนจะทรุดตัวเตรียมร้องไห้อยู่รอมร่อ

 

“ไม่ต้องแล้ว ร้องเพลงคณะแล้วกัน”

 

“เย่~ สาม...สี่...”

 

ถ้าเหนือการควบคุมจริงๆ ก็ใช้ความหน้าด้านเข้าสู้นี่แหละ พี่เขาใจดีอยู่แล้ว อย่างอันนี้ไม่รู้ว่าคำขวัญคณะคืออะไรก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการร้องเพลงแทน ได้เงินจากพี่มาตั้งหนึ่งร้อย ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่ยอมแพ้

 

“สายรหัสเทวดา กูยอมใจฉิบหาย”

 

เสียงของคนข้างๆ ดึงความสนใจ

 

ผมรับหน้าที่ถือกล่องบริจาคต่อ มองดูกลุ่มคนที่กำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ถึงเห็นว่าเป็นพี่เจตกับคนในสาย ทั้งพี่ญี่ปุ่น พี่อาร์ค พี่อาร์ม และอีกคนก็คือโยธาน้องสุดของสายนั่นเอง

 

ตากล้องหลายคนรุมใหญ่ ผมไม่รู้ว่ามีคนที่เขาจ้างกี่คน และคนที่เหลือมาจากสายไหนหรือฝ่ายกองกิจการคณะอะไร รู้อยู่อย่างเดียวคือแม่งฮอตมากกกกกก

 

“โหดสัด”

 

“เชี่ย โผล่มาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย” ไอ้ก้องส่ายหัวไปมา มองตรงไปยังกลุ่มคนซึ่งยืนห่างจากเราค่อนข้างมาก “มึงเห็นข้างๆ นั่นมั้ย เป็นดาวมหาลัยคู่ขวัญของพี่เจต”

 

ผมมองตามนิ้วของเพื่อนสนิทก่อนหยุดสายตาไว้ที่ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอไม่ได้มาคนเดียวแต่ยังพ่วงกลุ่มเพื่อนที่คล้องสายสะพายเดือนปีพี่เจตมากันพร้อมหน้า คิดว่าคงกะรวมตัวกันจนครบทุกคณะเลยมั้ง

 

“เห็นแล้ว สวยฉิบหาย”

 

“กูได้ข่าวมาว่าเมื่อก่อนแทบจะตีกับพี่ญี่ปุ่น สงครามมันๆ เลยมึง”

 

“ขนาดนั้น?”

 

“ตอนนี้เขาคงไม่อะไรกันแล้วล่ะ” ก็จริง เวลาผ่านมาตั้งนานคนคงมูฟออนกันหมด ความสนใจทุกอย่างเลยไม่ได้อยู่ในประเด็นที่ไอ้ก้องอยากคุย แต่โฟกัสสายตาไม่รักดีของผมมันดันไปสนใจคนตัวสูงอีกคนมากกว่า

 

...โยธา

 

โดนรุมเละ งานรับปริญญาคืองานของช่างภาพและคนทั่วไป เด็กจากต่างคณะก็แวะเวียนมาที่วิศวะไม่ขาดช่วง แต่ไม่คิดว่าจะมากมายขนาดนี้ ยิ่งโยธากับไฟฟ้าชอบถูกพี่บัณฑิตเรียกอยู่บ่อยๆ เดาว่ากล่องรับบริจาคของมันสองคนคงมีเงินเยอะไม่เบา

 

“สายรหัสเทวดารวมตัวมึงไม่ไปอยู่กับเขาด้วยล่ะ” นานเหมือนกันกว่าไอ้ก้องจะเอ่ยถาม

 

“กูไม่ได้อยู่สายเดียวกับเขาจะไปทำไม”

 

“อ้าว สายนั้นเขาคบกันเองหมด มึงในฐานะที่รักก็ต้องไปด้วยสิ”

 

“ตลก”

 

“ไม่หึงโยธาเหรอ มีแต่คนรุมมัน”

 

“หึงทำไม เขาแค่ขอถ่ายรูป” ถึงจะมีคนเดินเข้ามาขอถ่ายเรื่อยๆ ก็เถอะ

 

“จริงดิ”

 

“จริง ถ้าใครมาขอถ่ายกูก็ให้หมดนะ ไม่คิดอะไรด้วย”

 

“เหรออออ”

 

“ยุกูไม่ขึ้นหรอกเพื่อนยาก ไป! บูมพี่บัณฑิตกันต่อ” ถึงเวลาต้องหาตังค์เข้าคณะดังนั้นจะมัวแต่ยืนอู้ไม่ได้ เพราะที่ไหนมีบัณฑิตที่นั่นมักมีเงิน

 

ซุ้มของคณะในธีมต่างประเทศเป็นจุดที่ใครหลายคนชอบถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก ผมเลยดักทางเลือกยืนขวางแม่งตรงนี้แหละ แต่ไม่คิดว่าพี่เจตแกจะเดินมาถ่ายรูปด้วยไง

 

พอมาก็ไม่ได้ฉายเดี่ยว เพราะยังพ่วงแก๊งเพื่อนของเขามาด้วยอีกกลุ่มใหญ่ พ่อแม่งี้มึนหัวจนแทบจะเป็นลมหนีไปนั่งตากแอร์เย็นๆ กันหมด

 

“ถ่ายรูปสายรหัสเทวดาหน่อยมั้ย” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม ในมือถือดอกไม้ช่อโตเอาไว้ส่วนที่เหลือแฟนแกแบกหมด นับถือใจพี่ญี่ปุ่นจริงๆ เธอแม่งโคตรน่ารักเลย

 

“ยืนเรียงตามชั้นปีมั้ย”

 

“ตามคู่เถอะ น่ารักดี” ตากล้องเสนอ

 

ผมถอยไปข้างหลังหลายก้าวเพราะรู้สึกว่าถ้าสายนี้มาเมื่อไหร่ ทุกพื้นที่จะถูกเบียดโดยคนมากมายทันที แค่ลอบมองอยู่ห่างๆ ก็ดีแล้ว ซึ่งมันก็จริง

 

“งั้นเจตกับญี่ปุ่นอยู่ตรงกลาง ซ้ายสุดอาร์คอาร์ม ส่วนโยธา...”

 

พี่ตากล้องจัดแจงยังไม่ทันจบ ร่างสูงของโยธาก็สาวเท้าเดินหน้ามึนออกมาด้านนอกวง ตรงดิ่งมาหาผมที่ยืนเหวอแดกอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

 

“จะ...จะทำอะไร”

 

มันไม่ตอบนอกจากรั้งข้อมือให้เดินตามไปอย่างเงียบๆ พอถึงจุดที่ทุกคนกำลังเตรียมถ่ายรูปคนตัวสูงก็หันไปบอกกับพี่ตากล้องและคนในสาย

 

“แฟนผมครับ”

 

ได้ยินเท่านั้นแหละกูแทบล้มทั้งยืน แถมคนที่อยู่รอบๆ ยังได้ยินหมดไง

 

“แง้ กูไม่ได้อยู่สายมึง”

 

“น้องกรรณถ่ายรูปกันเถอะ~” ทว่าพี่อาร์มกลับเอ่ยเสียงสดใส “แฟนน้องรหัสผมเองครับ”

 

“...”

 

“อ้อ ถ้ามาครบองค์ก็ถ่ายรูปกันได้แล้ว”

 

“สาม สอง...”

 

แชะ!

 

และนั่นก็เป็นรูปของสายรหัสเทวดาที่ทุกคนยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงหู

 

มีเพียงผมเท่านั้นที่ยืนตาเหลือกอยู่คนเดียว

 

 

 

คนอวดแฟนนนนน ใครไม่เหม็นให้มันรู้ไป

ตอนแรกก็มืดมนอยู่หรอก แต่ตอนนี้คุณเขาน่าจะถูกคุณความสดใสครอบงำ

ใครเป็นเพื่อนในคณะก็ต้องทำใจนิดนึง พี่เขาขี้อวดไปหน่อย

#วิศวกรรณโยธา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.833K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,843 ความคิดเห็น

  1. #13751 pkpk30 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 15:22
    น่าร้าก
    #13,751
    0
  2. #13651 pang_97s (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 20:42
    มันเป็นน่ารักไปหมดเลยเว้ยย><
    #13,651
    0
  3. #13631 Liracu (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 18:34
    แลงไปอี้กกก
    #13,631
    0
  4. #13580 pilin/พิ'ลิน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 17:59
    แฟนโผมมมมมม โอ้ยคนตายแปล๊บ
    #13,580
    0
  5. #13549 แสงประกาย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 08:35
    มีความสานวัตร..ไทน์ชัดๆ
    #13,549
    0
  6. #13523 คนเด๋อด๋า (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 21:05
    น้องงง5555 อย่าเพิ่งตาเหลือกกก
    #13,523
    0
  7. #13461 Wasukan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 21:56

    โยธาไม่ควรมีคนเดียว

    #ทำให้คิดถึงสารวัตรไทน์เรยย😢

    #13,461
    0
  8. #13455 tonkaopoly (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 03:13

    เขินนนนนน
    #13,455
    0
  9. #13453 pummayy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 20:55

    อยากมีโยธาเป็นของตัวเองงงงง...
    #13,453
    0
  10. #13298 Apoptosis (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 04:34
    55555555 ค่ตน่ารักกกกกกกก ติดแฟนแบบบบแงงงง น่ารักมากกกกก
    #13,298
    0
  11. #13287 CN_nene (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 02:08
    ชอบที่จูงมือกรรณมาถ่ายรูป ;-; แฟนผมเองครับ แง ทับใจๆๆๆ
    #13,287
    0
  12. #13222 kabpa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 18:30
    ชอบความเด๋อของบีเกิล
    #13,222
    0
  13. #13208 lin_minew (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 15:40
    โยธาน่ารักอ่ะ
    #13,208
    0
  14. #13141 benzsu best (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 23:44
    อยากเป็นบีเกิลเฉยเลย บอกเป็นหมาก็ไม่โกดแล้ว
    #13,141
    0
  15. #13071 Llmuz Mp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 09:51
    แฟนผมครับ พะนะะะ
    #13,071
    0
  16. #13027 panpinkey (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 08:50
    ง้าาาา ฟินอ่าาา
    #13,027
    0
  17. #13006 Kayasit128 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 07:40
    เขินโยธาโหมดอ่อนโยนนนน
    #13,006
    0
  18. #12990 kimurakung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 00:09
    เขิลลลลล
    #12,990
    0
  19. #12943 kaim123456 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 16:54
    อวดแฟนเก่งเหมือนกันนะโยธาอ่าาา
    #12,943
    0
  20. #12869 it's pink (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 14:28
    กรรณเค้าท๊อปฟอร์มตลอดเลยอ่ะ5555555555555555555555555555555
    #12,869
    0
  21. #12789 pradnna (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 15:39

    ฮือออออ เขินนน หูร้อนเลยค่าาา ชอบการดูแลกันตอนปีนบันได แง้

    #12,789
    0
  22. #12733 IiIingg (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 08:29

    น่าร้ากกกกกกกก
    #12,733
    0
  23. #12700 KadeKade150762 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 22:42

    เหยย ใจฟูแทนยัยบีเกิลเลย ทำให้เขินบ่อยนะเดี๋ยวนี้!
    #12,700
    0
  24. #12660 Stampzzz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 02:58
    น่ารักมากกกก ความอวดแฟนไม่เคยน้อยหน้าใคร
    #12,660
    0
  25. #12602 Kieeeee41 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 02:48
    น่ารักที่สุดอยากมีโยธาเป็นของตัวเองนี่ไม่เคยพูดเล่น5555555
    #12,602
    0