MSN (#mเอสn) - end

ตอนที่ 2 : 01 :: เวลคัมแบ็คทูเอ็มเอสเอ็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,575 ครั้ง
    29 ธ.ค. 60



ตอนที่ 1

เวลคัมแบ็คทูเอ็มเอสเอ็น

 

“ไม่มีใครเคยบอกว่ารักแล้วจะไม่เสียใจ”

รักที่เธอเคยมี - A little bliss

 

            ‘A little bliss แม่งเท่สัดๆ หนึ่งวันล้านวิว

          ‘พี่แต่งได้ไง โคตรโดน

          ‘ตอนเศร้าฟังเพลงนี้ยิ่งหนักเข้าไปอีก

          ‘รักพี่ชยิน แต่งเพลงเจ็บๆ มาอีกนะพี่

          ‘เจ็บจนไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้ยังไง

          ‘ชีวิตพี่ชยินแกผ่านอะไรมาวะ ถึงแต่เพลงได้เจ็บขนาดนี้

 

            ผ่านเหี้ยอะไร

            กูแค่นอนอยู่ห้องเฉยๆ จำได้แม่นว่าตอนแต่งเพลงนี้เงินกำลังหมดพอดี ถ้าไม่แต่งก็คงไม่มีแดก นี่คนฟังแม่งจะรู้บ้างมั้ยเนี่ยว่านักแต่งเพลงอย่างผมไม่ได้สัมผัสความรักกับเขามานานเท่าไหร่แล้ว

            ทำได้ก็แค่หัวเราะขื่นๆ แล้วปลอบใจตัวเองทุกวันว่าอยู่คนเดียวก็ไม่เห็นตาย ความรักไม่ได้ทำให้คนคนหนึ่งอยู่รอดหรอก เงินต่างหากที่สำคัญ

            ผมหยิบมือถือจอแตกที่ไม่ได้เปลี่ยนมาหลายเดือนขึ้นมา กดไปที่แอพลิเคชั่นอีเมลที่มักเปิดเข้าไปดูประจำทุกสองชั่วโมงแม้จะมีแจ้งเตือนอัตโนมัติอยู่แล้ว สัดเอ๊ย! ทำไมช่วงนี้ไม่มีงานจ้างให้แต่งเพลงเลยวะ

            ผมเหลือบมองไปในครัว บนเคาน์เตอร์มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกสองแพ็ค ถ้าช่วงนี้แดกทุกวันก็น่าจะพอประทังชีวิตไปได้ แต่ทางที่ดีผมก็ควรมีงานเข้ามาบ้าง...

            ผมชื่อชยิน เป็นนักแต่งเพลงฟรีแลนซ์ รับจ้างแต่งเพลงทั่วราชอาณาจักร

            นี่คือข้อมูลโดยคร่าวที่เขียนเอาไว้ในไบโอแฟนเพจสำหรับติดต่องาน และก็ยังมีข้อมูลอีกบางส่วนที่เพิ่มเข้ามาตามกาลเวลา

            ผลงานที่ผ่านมาคือเพลง สุขใจของวง Pomelo ที่ตอนนี้มียอดคนดูเกินสิบล้านวิวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน เพลง Friday knight ของวง Metropolis ที่ขึ้นไปติดชาร์ตอันดับหนึ่งในแคทเรดิโอประจำสัปดาห์ และอีกหลายๆ เพลงที่คนฟังคงคุ้นหูกันดี

          เพราะมันดังไปทั่วประเทศ แถมใครๆ ต่างก็ตั้งฉายาให้ว่าเป็นนักแต่งเพลงอัจฉริยะ หลังเรียนจบมาสองปีผมก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในวงการนี้ จนกระทั่ง...

            อายุ 25 ปีชง!

            ไอ้สัด ชงเข้มไปมั้ย งานถึงไม่เข้ามาสองเดือนแล้วเนี่ย

            ค่าคอนโดใจกลางเมืองก็ต้องผ่อน ค่าโทรศัพท์รายเดือน ค่ากิน ไหนจะมีค่าซื้อแผ่นเพลงแบบถูกลิขสิทธิ์ที่ต้องซัพพอร์ทอีก ดีที่ไม่มีรถยนต์เพราะอาศัยใช้รถไฟฟ้าในการเดินทาง ไม่อย่างนั้นคงได้กัดก้อนเกลือกินแทนมาม่าแน่ๆ

            ผมไม่เคยคิดว่าปีชงบ้าบอนี่จะมีอิทธิพลกับชีวิตของตัวเองมากนัก จนกระทั่งเพื่อนมหาลัยคนหนึ่งทักท้วงขึ้น เราเจอกันที่สยามเมื่อสามเดือนก่อน มันเป็นหนุ่มออฟฟิศเต็มตัว วันๆ ทำหน้าที่เป็นเบ๊ชาวบ้านเขาเลยโทษโชคชะตาไปทั่ว ไม่พอมันยังหันมาบอกอีกว่า ไม่นานผมก็คงโดนความซวยเข้าครอบงำชีวิตเหมือนกับมัน

            นั่นเป็นเพื่อนคนล่าสุดที่ผมเจอ ตอนนี้แม่งอยากกลับไปเจอมันอีกรอบแล้วขอร้องสุดกำลัง ช่วยถอนคำพูดมึงด้วยเพราะตอนนี้ชีวิตกูเหี้ยอย่างที่มึงบอกไว้จริงๆ

            ก๊อกๆๆ

            เสียงเคาะประตูห้องทำลายความฟุ้งซ่านที่อยู่ในหัวของผม นึกสงสัยแกมแปลกใจเหมือนกันที่เวลาสี่ทุ่มกว่าแล้วยังมีใครหน้าไหนแวะเวียนมาที่ห้องอยู่อีก

            เสียงเคาะประตูระรอกที่สองดังทิ้งช่วงไม่ห่างนัก ผมเลยจำต้องพาสังขารตัวเองเดินไปเปิดประตู สิ่งแรกที่คิดในหัวว่าจะทำเลยก็คือการด่ากราดไอ้บ้านี่ให้หายหงุดหงิด แต่ทันทีที่ได้เผชิญหน้ากับคนด้านนอก ความรู้สึกไม่พอใจก็พลันสลายเปลี่ยนเป็นตกใจแทน

            “ไอ้เหี้ย!

            “กูควรตัดเพื่อนกับมึงดีมั้ยเนี่ย”

            “ไหนมึงบอกจะมาพรุ่งนี้”

            “มึงจำเวลาไทยกับเมกาสลับกันป่ะเนี่ย”

            “เออว่ะ” เพื่อนผิวขาวถือวิสาสะเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้อง ในมือลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ตามมาอย่างทุลักทุเล พอหาโซฟานั่งได้ที่แล้วก็ทิ้งตัวลงอย่างหมดสภาพ

            ไอ้นี่ชื่อเบิร์ดครับ เป็นเพื่อนสนิทสมัยมัธยมฯ แต่หลังจากเรียนจบก็ได้เจอกันแค่ปีละครั้งหรือบางทีก็สองปีครั้งเพราะมันตัดสินใจไปเรียนต่อมหาลัยในอเมริกา ตอนนี้คิดว่าคงเรียนจบและมีงานการดีๆ ทำเรียบร้อยแล้ว

            “โทษทีเว้ย” ผมคงไม่สามารถแก้ตัวได้ ไอ้เบิร์ดมันบอกผมล่วงหน้านานแล้วว่าจะกลับกรุงเทพฯ แต่ผมก็ดันลืมเรื่องวันเวลาซะสนิท

            “งานยุ่งนักเหรอมึง”

            “เออยุ่ง แต่ไม่ใช่เรื่องงานนะ เรื่องนอน” คือกูว่างมากเว้ย ว่างจนไม่รู้จะทำอะไรนอกจากนอน

            “ก่อนจะมาเจอมึงกูไปเจอเพื่อนร่วมห้องเรามา แม่งบอกตอนนี้มึงเป็นนักแต่งเพลงที่โคตรจะดัง ทำไมถึงว่างงานได้วะ” บางทีคนภายนอกก็รู้แค่ความดัง แต่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นยังไง

            “ไม่รู้ดิ ทั้งที่แต่งเพลงให้ศิลปินมาตั้งเยอะ ที่สำคัญก็เสือกดังทุกเพลงแต่ทำไมช่วงนี้ถึงไม่มีใครป้อนงานเลย หรือเพราะมันเป็นปีชงของกูกันแน่วะ”

            “ชงเหี้ยไร โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงอยู่ละมึงยังเชื่อเรื่องพวกนี้อีกเหรอ”

            “เบื่ออเมริกันชนอย่างมึงว่ะ”

            “เบื่อพวกงมงายเหมือนมึงด้วย”

            “เสือก”

            “นี่พูดเหรอ กูนึกว่าเห่า” กูเกลียดมึง...

            ตั้งแต่สมัยเรียน กลุ่มผมจะมีกันอยู่ห้าคน หนึ่งในซูปเปอร์เนิร์ดของกลุ่มก็คือไอ้เบิร์ดเนี่ยแหละ มันเรียนเก่งมาก ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์นี่วิชาถนัดมันเลย แถมยังเป็นเซียนเกมส์ตัวยงตั้งแต่เด็กๆ ด้วย เพื่อนในห้องเลยช่วยกันตั้งฉายาให้มันใหม่ว่า...เมพเบิร์ด เพื่อเป็นการยกย่องความฉลาดเทียบเท่าไอสไตน์ของมัน

            “หน้าตามึงก็ดีนะชยิน ทำไมไม่ไปเป็นนักร้องวะ” เอ่ยถามมาไม่พอ มันยังกวาดตาของมันมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วย

            “ไม่ใช่งานถนัดกู เป็นนักดนตรีกับแต่งเพลงแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว”

            “แฟนคลับมึงโคตรจะเยอะ กูว่าลองเปลี่ยนทางอาจจะรุ่งแบบฉุดไม่อยู่ก็ได้นะ”

            “ไปเอาคำว่าแฟนคลับมาจากไหน คนฟังเพลงเขาก็ชมไปงั้นแหละ ถามจริงมีใครบ้างที่เคยเห็นหน้าตากู”

            “มึงไม่ออกสื่อเลยเหรอวะ”

            “กูทำงานเบื้องหลังทำไมต้องออกไปเจอสื่อห่าไรด้วย ว่าแต่มึงเหอะชีวิตเป็นไงบ้าง” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน เพื่อเมพเบิร์ดจะได้ไม่หาประเด็นถามจี้ผมอีก ใจจริงคือกลัวครับ...กลัวถามไปถามมาจะแทงใจดำตัวเองเข้า

            “ก็โอเค ทำงานบริษัทไอทีในแอลเอ เงินเดือนก็พอใช้ได้ คุณภาพชีวิตก็ถือว่าดีโคตรๆ”

            “เห็นว่ามึงมีแฟนแล้ว”

            “อืม เป็นคนเวียดนาม”

            “ไหนบอกชอบแบบผมบลอนด์ ตาสีฟ้า”

            “ชอบ แต่เขาไม่เอาจบมะ”

            “เคๆ”

            ผมพยักหน้าเข้าใจ แล้วเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อหาน้ำดื่มหรือของกินเล่นมาให้คนที่เพิ่งมาถึง ส่วนไอ้เมพเบิร์ดก็จัดการรื้อค้นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของมันอย่างขะมักเขม้น เดาว่าคงหอบของฝากมาให้เพื่อนอีกหลายคนเพราะไม่ได้กลับไทยนานนับปี

            อีกอย่าง เจ้าตัวก็กะตั้งหลักปักฐานอยู่ต่างแดนด้วย คงคิดว่าอีกนานกว่าจะกลับมาเจอกันอีก

            “อ่ะของฝาก” ผมวางแก้วน้ำองุ่นแดงไว้ตรงโต๊ะชุดโซฟา ก่อนเพื่อนรักจะยื่นถุงกระดาษสีขาวขุ่นมาให้ พอเปิดออกมาก็พบว่ามันคือกระเป๋าสตางค์ยี่ห้อ Coach สีดำใบหนึ่ง

            “ขอบใจเว้ย น่าจะแพงอยู่นะเนี่ย”

            “ได้มาจากเอาท์เลต เห็นถูกดีเลยซื้อกลับมาฝาก”

            “บางทีมึงไม่ต้องบอกกูทั้งหมดก็ได้ไอ้เหี้ย”

            “เออว่าจะถาม มึงยังไม่แต่งเมียอีกเหรอวะ” นั่นไง เรื่องจี้ใจดำที่พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด

            “เสือก”

            “นี่กูซีเรียสนะเนี่ย”

            “ยังไม่มี”

            “ยี่สิบห้าแล้วนะเว้ยชยิน ไม่คิดอยากแต่งงานกับเขาบ้างเหรอวะ”

            “อยู่แต่ห้องอย่างกูคงได้เจอผู้หญิงดีๆ สักคนหรอก” พูดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดครับ แต่มันเป็นมาสามปีแล้วหลังเรียนจบมหาลัย

            ช่วงเรียนผมก็เคยมีแฟน รักแล้วเลิกกันเหมือนอีกหลายๆ คู่ มันดีที่ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่เรียนอยู่เราได้เจอคนแปลกหน้ามากมาย แต่หลังเรียนจบโลกทั้งใบของผมก็เหลือเพียงห้องเล็กๆ ในคอนโดที่ผ่อนไม่หมด

            อาชีพนักแต่งเพลงมันต้องไปเจอคนเยอะๆ ด้วยเหรอวะ เวลาทำงานก็ดีลกันผ่านเมล หัวตันคิดไม่ออกหน่อยก็ไปนั่งร้านกาแฟร้านเดิม มีแวะร้านเหล้าบ้างประปราย เพื่อนก็ไม่ค่อยได้เจอ งานส่วนใหญ่แปดสิบเปอร์เซ็นต์บอกเลยว่าอยู่ที่ห้อง อย่างนี้จะให้หาเมียจากที่ไหนไม่ทราบ!

            แม่บ้านคอนโดกูเหรอ

            “มึงไม่เหงาบ้างเหรอ” โอ้โห เหมือนมีดที่มองไม่เห็นแทงใจผมอีกหลายแผล

            “มีใครบ้างอยู่คนเดียวแล้วไม่เหงา”

            “แล้วแต่งเพลงรักได้ไงวะ ทั้งที่มึงไม่มีความรัก”

            “กูเก่งไง”

            “แต่ไม่มีงาน”

            “ปีชงกูสัด”

            “เอางี้ ที่กูมาแวะหามึงเนี่ยไม่ได้มีแค่ของฝากเป็นกระเป๋าโคชอย่างเดียวหรอก กูมีนี่ด้วย” เมพเบิร์ดยื่นกล่องใส่แผ่นซีดีกล่องหนึ่งมาให้ ซึ่งผมก็รับมาดูแบบงงๆ

            “หนังโป๊เหรอ กูดูประจำละช่วยแก้เหงาได้นิดหน่อย”

            “ไอ้สัดไม่ใช่ นี่เป็นโปรแกรมทดลอง ใช้ได้แค่เดือนเดียว มันจะดึงคอนแท็กเก่าสมัยที่มึงเคยเล่น MSN ขึ้นมาเพื่อที่มึงจะได้กลับไปออนเอ็มได้อีกครั้ง”

            “เอ็มเอสเอ็น แก่ไปมั้ยวะ”

            “ยิ่งเก่ายิ่งคลาสสิกเว้ย”

            เท่าที่ติดตามข่าวสารมา MSN หรือชื่อเต็มคือ Microsoft network มีขึ้นในปี 1999 และก็ปิดตัวลงในปี 2013 เพราะมีโปรแกรมแชตมากมายที่คนใช้เยอะๆ อย่างเฟซบุ๊กหรือไลน์เกิดขึ้น

            แต่ตอนนี้ซูปเปอร์เนิร์ดของกลุ่มอย่างไอ้เบิร์ดกำลังเอาโปรแกรมที่ยกเลิกใช้ไปแล้วกลับมาทำใหม่เนี่ยนะ!

            “ทำมาทำไมวะเสียเวลาว่ะ โหลดจากเน็ตมาก็ได้ มีเกลื่อนเลย”

            “นั่นมันเซิร์ฟเวอร์เถื่อนเว้ย”

            “ของมึงก็เถื่อนป่ะวะ”

            “มึงอย่า นี่เป็นการศึกษางานของกู”

            “ครับๆ”

            “ขืนโหลดแบบนั้นมาคอมมึงเจ๊งแน่ สปายแวร์เยอะฉิบหาย”

            “ของมึงไม่มีเหรอ”

            “แน่นอนดิวะ แต่ทำมาให้ใช้แค่เดือนเดียว หมดอายุก็หยุดเล่น”

            “แล้วมันจะไม่เป็นการแฮ็กความเป็นส่วนตัวของ Microsoft เหรอวะ”

            “จุ๊ๆ ไม่เอาอย่าพูด”

            อเมริกันชนจริงๆ

            “สรุปของมึงแม่งก็โปรแกรมเถื่อนเหอะ”

            “ลองสร้างเป็นต้นแบบเฉยๆ เดี๋ยวกูติดต่อซัคเคอร์เบิร์กเอง”

            “นั่นมันเฟซบุ๊ก เกี่ยวไรกับเอ็มเอสเอ็น”

            “ฉลาดจัง”

            “แดกข้าว ไม่ได้แดกขี้นี่หว่า” ผมพูดประชดประชัน ซึ่งไอ้เพื่อนตัวดีก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรนอกจากยักไหล่ใส่ จ้า มึงมันคนฉลาดล้ำโลก เหนือปฐพีไม่มีใครสู้มึงได้ ถุย “แล้วใช้ไง”

            “ก็ลงโปรแกรมติดตั้งในแผ่นก่อน จากนั้นก็ออนไลน์เหมือน MSN ธรรมดาเลย จุดเด่นที่กูสร้างขึ้นคือมันจะดึงอีเมลและข้อความที่มึงเคยคุยกับคนในอดีตขึ้นมา แล้วมึงก็จะกลับไปคุยกับเค้าได้อีกครั้ง”

            “อาฮะ”

            “แต่มีข้อจำกัดอยู่อย่าง คนที่จะเล่นกับมึงได้ต้องใช้โปรแกรมนี้เท่านั้น”

            “แล้วมึงแม่งแจกใครไปบ้างวะ ถึงพันคนป่ะ”

            “ก็อปปี้แผ่นมาแค่ห้าสิบ แจกเพื่อนสมัยมัธยมเราเนี่ยแหละ แต่โปรแกรมนี้บอกเลยว่าห้ามเผยแพร่ มึงก็รู้ถ้าหลุดไปกูซวย”

            “โอ้โหเยอะจังเลย”

            “เอาน่า ชีวิตที่ผ่านมาสมัยเล่นเอ็มก็มีแค่เพื่อนมัธยมเท่านั้นป่ะวะ คิดไรมาก” เมพเบิร์ดตบบ่าปลอบใจ

            ผมพลิกแผ่นซีดีสะท้อนแสงในมือไปมา ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะทิ้งไว้ตรงไหนให้เพื่อนไม่รู้สึกเสียใจหลังจากกลับมาที่ไทยอีกดี แต่อีกใจหนึ่งก็เริ่มอยากลองเล่นอยู่เหมือนกัน

            ในเมื่อมันข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่ในมือผมได้ แถมชีวิตของนักแต่งเพลงไส้แห้งก็กำลังว่างได้ที่ เห็นทีคืนนี้ผมอาจจะลองทำอะไรที่ไร้สาระนอกจากการนอนหายใจทิ้งไปวันๆ ดูบ้าง

            “เออๆ เดี๋ยวลองเล่นดู”

            “ได้ผลยังไงบอกกูด้วย เพราะกูต้องเอาข้อเสียไปปรับปรุงโปรแกรมอยู่”

            “มึงยังจะปรับปรุงอีกเหรอวะ นี่แม่งเรื่องแฮ็กข้อมูลเลยนะเว้ย ถ้าเขารู้มึงโดนฟ้องอ่วมแน่”

            “กูไม่ได้จะปรับปรุงเพื่อใช้กับเอ็ม แต่เอาไปต่อยอดทำโปรแกรมของตัวเองต่างหาก กูถึงย้ำมึงไงว่าอย่าให้แผ่นหลุดไปที่อื่น”

            “ไอ้หัวหมอ”

            “ผมไม่ใช่หมอครับ ผมเป็นไอทีแมน”

            “ฆวย”

            “ตอนนี้สี่นิ้วครึ่ง ทำยังไงให้ขนาดเพิ่มวะ”

            “เฮ้ออออออออออออ”

            ความคิดถึงที่มีต่อซูปเปอร์เนิร์ดพูดยังไงก็ไม่มีทางจบ แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา หลังจากคุยได้กันสักพักมันก็ขอตัวกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ทิ้งไว้เพียงกระเป๋าโคชเอาท์เลตกับโปรแกรมเถื่อนของมันไว้ดูต่างหน้า

            ด้วยความที่มีเวลาว่างจนไม่รู้จะทำอะไร ผมจึงเดินไปที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ สอดแผ่นซีดีเพื่อติดตั้งโปรแกรมเข้าไปแล้วก็รอ จนกระทั่งเสียงแห่งความคุ้นเคยได้กลับมาอีกครั้ง...

            ติ๊ง~

            Welcome back to Windows live messenger.

            สวัสดีเอ็มเอสเอ็น สวัสดีอดีตที่เคยผ่านมา

            ตะลึงสุดก็รูปโพรไลฟ์ที่เคยตั้งเนี่ยแหละ สมัยมัธยมฯ กางเกงดำ ไว้ผมสกินเฮดที่คิดว่าเท่ที่สุดในตอนนั้น เหอะ! ถ้าย้อนกลับไปได้กูขอเปลี่ยนทรงผมเป็นอันดับแรก

            คนที่ผมเคยคุยด้วยมีค่อนข้างเยอะ แต่ทุกชื่อนั้นอยู่ในสถานะออฟไลน์ทั้งหมด ด้วยความที่ไม่รู้จะแชตกับใครเลยกดเข้าไปอ่านข้อความเก่าๆ เพื่อย้อนกลับไปในช่วงมัธยมฯ แสนหวานอีกครั้ง

            ตอนที่ได้คุยกับเพื่อนสนิท

            ตอนที่กำลังจีบสาวหลังจากการแอดอีเมลเข้าไปคุยได้ไม่นาน

            ตอนที่ส่งไฟล์สำหรับงานเผาซึ่งต้องส่งอาจารย์ในวันรุ่งขึ้น

            หรือแม้กระทั่ง...ตอนที่ถูกใครสักคนหนึ่งในความทรงจำ...บอกเลิก

 

            Chayin says…             กลับมาได้ไหม กลับมารักกัน กลับมาหาฉันคนที่รักเธอหมดใจ~

        MOMAY says…   ขอโทษ

            Chayin says…             เราแค่อยากรู้ว่าเราผิดอะไร

        MOMAY says…   ชยินไม่ผิดหรอก เราผิดเอง

            Chayin says…             เพราะมันเหรอ

        MOMAY says…   ไม่เกี่ยวหรอก

            Chayin says…             ไอ้เดือนดาวองก์นั่นใช่มั้ย

 

            ผมขมวดคิ้วมุ่น เดือนดาวองก์?

            นานสัด

            นี่ผมห่างจากการประกวดพวกนี้หรือบรรยากาศสมัยกวดวิชามานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย ที่สำคัญคือจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยจะเป็นจะตายตอนถูกผู้หญิงทิ้งถึงขนาดพิมพ์เนื้อเพลงแชตไปหาเธอ

 

        ♥ MOMAY says…   เรารักชยิน แต่คงไม่เหมือนเดิมแล้ว เรา...เลิกกันเถอะนะ

            Chayin says…             ()

           

            ดราม่าเหี้ยๆ

            ถึงวันนี้ โมเมคนที่เคยเป็นแฟนของผมจะเป็นยังไงบ้างวะ เราไม่ได้ติดต่อกันเลยหลังเรียนจบ แต่ก็นั่นแหละ เวลามันผ่านมานานกว่าเจ็ดปีแล้ว หลายๆ อย่างก็คงเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

            แต่นี่ไม่ใช่ช่วงหาคำคมปรัชญาเพื่อคุยกับตัวเองนะเว้ย เอาล่ะ ของเมพเบิร์ดล่ะเป็นไง เมื่อก่อนกูคุยอะไรกับมึงบ้างวะ

 

            Chayin says…             เมพ กูขอลอกการบ้านหน่อย ส่งมาให้ที

            SUPERBIRD Say… เออแป๊บ

          Chayin says…             มึงมีเบอร์แนนห้องสิบสองมั้ย

          SUPERBIRD Say… เอาไปทำไม

          Chayin says…             ชอบ อยากจีบ

            SUPERBIRD Say… เพิ่งเลิกกับแฟน เอาอีกแล้วเหรอมึง

          Chayin says…          อยากตัดใจว่ะ

         

            “เชี่ย!

            ผมเผลอสบถออกมาโดยไม่รู้ตัว หลังจากเห็นยูสเซอร์ของใครคนหนึ่งออนไลน์ขึ้นมาพอดี และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ผมก็รีบกดเข้าไปในช่องสนทนาทันที

            เราไม่เคยคุยกันเลยแม้แต่ประโยคเดียว ดูได้จากช่องสนทนาที่ว่างเปล่า ไม่รู้ว่าตัวเองแอดยูสเซอร์นี้ไปตอนไหนและเพื่ออะไร ไม่รู้แม้กระทั่งว่า...ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของ

            รู้แค่ว่าชื่ออีเมลแม่งโคตรเชยเลยว่ะ Mr.galaxy676@xxxmail.com

            แถมรูปโพรไฟล์กาแล็กซี่นี่ก็ไม่คุ้นตาด้วย เดาว่าอาจจะเป็นเนิร์ดวิทยาศาสตร์สักคนหนึ่งในรุ่นของผม ด้วยไม่อยากคาดเดาเกี่ยวกับบุคคลนิรนามคนนี้มากนัก ผมจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายทักไปก่อน

 

            Chayin says…          นี่ใคร

 

            รอไม่นานเสียงแจ้งเตือน ตือดือดึ๊งก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏของข้อความสั้นๆ

 

            0 8 3 2 / 6 7 6 Say… แล้วนี่ใคร

          Chayin says…             ชยิน

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… ชยินไหน

            Chayin says…          อ้าว เรียนที่ XX ใช่มั้ย

            0 8 3 2 / 6 7 6 Say… เปล่า จบอีกโรงเรียนนึง

            Chayin says…          แล้วเรารู้จักกันเหรอ

            0 8 3 2 / 6 7 6 Say… นั่นสิ แล้วเรารู้จักกันเหรอ

            Chayin says…             ชื่อไร

            0 8 3 2 / 6 7 6 Say… ไม่ชอบบอกชื่อกับคนแปลกหน้าว่ะ

 

            กวนตีนละพ่อ สำนวนแบบนี้ผู้ชายชัวร์ สรุปแม่งเป็นใครกันวะเนี่ย

            เรียนคนละโรงเรียน แต่มีคอนแท็กในเอ็มเอสเอ็นเก่าของผม จำได้ว่าสมัย ม.ปลายผมก็ติดต่อพวกต่างโรงเรียนบ้างตอนเรียนกวดวิชาเตรียมสอบเข้ามหาลัย หรือว่า...

            จะเป็นเพื่อนไอ้เบิร์ด เนื่องจากความเนิร์ดด้านเกมส์และความฉลาดเป็นกรด ทำให้มันค่อนข้างกว้างขวางในกลุ่มเด็กวัยเดียวกัน การสานสัมพันธ์ต่างโรงเรียนก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่

 

            Chayin says…             รู้จักเบิร์ดมั้ย

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say…             เบิร์ด ธงชัยเหรอ

          Chayin says…             ไม่ใช่! เบิร์ดเจ้าของแผ่นโปรแกรมที่มึงเอามาอ่ะ

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… นี่ได้มาจากเพื่อนอีกทีนึง ไม่รู้ว่าเจ้าของเป็นใคร

 

            เมพเบิร์ดครับมึงซวยแน่! โปรแกรมหลุดไปไกลแล้วเพื่อนเอ๋ย...

 

          Chayin says…             ห้ามเอาโปรแกรมไปเผยแพร่ที่ไหน เดี๋ยวเพื่อนกูซวย

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… ก็คงไม่ได้เจอใครอยู่แล้ว

            Chayin says…             โอเค ขอดูหน้าหน่อย

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… ดูไปทำไม จะจีบเหรอ

          Chayin says…             กูเป็นผู้ชายไอ้สัด

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… เราเป็นผู้หญิงค่ะ

          Chayin says…          อ้าว

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… เชื่อเหรอ

          Chayin says…          สรุปเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

 

            ไม่มีการตอบกลับจากปลายทาง ผมจึงเอนตัวพิงพนักเก้าอี้แล้วพยายามประมวลผลความทรงจำที่ผ่านมาอย่างสุดความสามารถ ครั้งหนึ่งผมเคยได้รับอีเมลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่หลังจากแอดเฟรนด์เข้าไปแล้วกลับไม่พิมพ์ข้อความใดๆ เพื่อพูดคุยกับใครคนนั้นเลย

            เฮ้ย! ปกติผมไม่แอดใครมั่วๆ เพื่อสุดท้ายจะเก็บเมลไว้ดูต่างหน้าอย่างเดียวหรอกนะ

            เสียงแจ้งเตือนขาดหายไปนานแล้ว เดาว่าอีกฝ่ายก็คงครุ่นคิดอยู่เหมือนกันว่าไอ้ ชยินคนแปลกหน้านี่มันเป็นใคร ทั้งที่เดาว่าเจ้าตัวคงเห็นรูปโพรไฟล์เดิมที่ผมตั้งเอาไว้อยู่แล้ว มันก็ยังตอบกลับมาราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

            ผมอดสงสัยกับตัวเองไม่ได้ ในเมื่อตารางชีวิตแม่งว่างขนาดนี้ผมก็ควรหาคำตอบด้วยตัวเอง ดังนั้นเลยพิมพ์ข้อความส่งไปอีก

 

          Chayin says…          งั้นว่างมั้ย

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… ฮะ

          Chayin says…          ว่างมั้ย

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… นัดเยเหรอ

          Chayin says…          มึงดูเจริญพันธุ์เนาะไอ้สัด ไม่ใช่โว้ยยยยยย

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… มึงก็ดูเจริญพันธุ์เหมือนกันค่ะ

          Chayin says…          สรุปเป็นผู้หญิงใช่มั้ย

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… เป็นผู้ชายค่ะ

 

            มือที่แตะบนแป้นคีย์บอร์ดสั่นหงัก เป็นความรู้สึกไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เข้าใจ รู้แค่ว่ากูโกรธมาก! ไอ้ 0832/676 นี่มันเป็นใครกันแน่วะถึงได้คุยลามปามกันขนาดนี้ เจอกันสักครั้งก็ยังไม่เคย

            แล้วเลขนี่คือเหี้ยไร เบอร์โทรศัพท์เหรอ

            ผมพยายามหาคำด่ามากมายที่ยุ่งเหยิงอยู่ในหัว คิดแต่ว่าจะตอบกลับมันยังไงก็ได้ให้แม่งรู้สึกเจ็บเหมือนโดนตบกระดูกดั้งหัก

            ผมไม่รู้ว่ามันเป็นใคร ชื่ออะไร หน้าตาเป็นแบบไหน ชาติตระกูลสูงส่งหรือต่ำเตี้ยเรี่ยดินยังไง ผมรู้แค่ว่ามันเป็นเพื่อนของเพื่อนไอ้เบิร์ดเท่านั้น ซึ่งเหตุผลเพียงข้อเดียวนี้ก็ทำให้ผมอยากรู้เรื่องราวของอีกฝ่ายเพิ่มขึ้นไปเป็นเท่าตัว เอาง่ายๆ คืออยากเสือก

            ถ้ารู้ว่ามันเป็นใครจะได้จบแล้วแยกย้าย ไม่งั้นคงค้างคาตายห่า

           

            Chayin says…          ตกลงชื่อไร

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… ทำไมต้องบอก

          Chayin says…          งั้นกูแนะนำตัวก่อนแล้วกัน กูชื่อชยิน จบศิลปกรรม

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… เบื่อว่ะ

          Chayin says…          ทำไม

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… จบสินกำเหมือนกัน

            Chayin says…          มึงจบที่ไหน กูจบมอ A

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… B

          Chayin says…          อ๋อ มหาลัยอันดับสองรองจากกูนี่เอง

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… แต่ถ้าเรื่องสินกำมอกูอันดับหนึ่งนะ

 

          เหยดเข้ มึงจะไฝว้กูชะ?

            ถามว่าคนอยากไอ้ชยินจะยอมมั้ย ไม่ครับ ครั้งหนึ่งกูเคยแพ้แต่ครั้งนี้ต้องไม่ใช่!

 

          Chayin says…          รู้สึกว่ามอกูจะเรียนยากกว่า หลักสูตรนี่เข้มข้นสัด

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… กูจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

          Chayin says…          อุต๊ะ เหมือนกันเลย แต่กูอันดับหนึ่งเหรียญทอง

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… เรียนเก่งจังพ่อคุณ

          Chayin says…          ไม่ใช่แค่เรียนนะ ความสามารถอีกเพียบ

                                      เคยฟังเพลงรักที่เธอเคยมีของ A little bliss มั้ย

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… ไม่อ่ะ

 

          จบเห่...กูกะจะอวดสักหน่อย ทำไมผมต้องมาเสียเวลากับการคุยไร้สาระกับคนอย่างมันด้วยวะ รู้จักกันเหรอก็ไม่ แต่แปลกที่ผมไม่สามารถหยุดตัวเองไม่ให้พิมพ์ตอบโต้ไปได้เลย

            บางทีผมอาจจะห่างหายจากการเล่นอะไรแบบนี้นานเกินไป ชีวิตประจำวันที่มีแค่การนอนรองานเลยกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อไปโดยปริยาย

            ส่วนเรื่องเกทับขอให้บอกพี่ พี่ถนัดฉิบหายครับ

 

          Chayin says…          จะบอกว่ากูเป็นคนแต่งเอง ไปฟังซะ

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… อ่า

          Chayin says…          เพลงเชียร์คณะบางเพลงกูก็เคยแต่ง พอดีเคยเป็นหลีดน่ะ

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… คณะมึงเขาคัดปลาดุกมาเป็นหลีดด้วยเหรอ แปลกดี

          Chayin says…          olo

 

          พอถูกทักท้วงผมก็รีบกดเปลี่ยนรูปโพรไฟล์ในอดีตอย่างเร็วรี่ และรูปที่กำลังโชว์อยู่นี้ก็เป็นหน้าปัจจุบันซึ่งดูดีที่สุดในแกลอรี่แล้ว บอกเลยว่าหล่อวัวตายควายล้ม

 

          Chayin says…          สโลแกนกูสมัยเรียนคือ เก่ง หล่อ รวย ฟวยใหญ่ ใจศิลปิน

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… จ้ะ แกร่งจ้ะ

          Chayin says…          กวนตีน

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… กูกวนตีนแล้วคุยด้วยทำไม

          Chayin says…          ก็แค่ไม่มีอะไรทำ

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… เหงา?

 

            เหมือนคำคำนี้เสียดลึกเข้ามาในอก ปักคาอยู่อย่างนั้นไม่หายไปไหน คำว่าเหงาแม่งร้ายแรงกับใจกูมากครับ ถึงแม้ครั้งหนึ่งจะเคยบอกกับตัวเองมาตลอดว่ายอมรับได้แล้ว แต่มันก็มีบางทีที่ความเหงาก็ทำร้ายให้เราเจ็บ

            มีคนเคยบอกว่ามีรักเท่ากับมีทุกข์ กูนี่ไม่มีใครมาให้รักเลยยังทุกข์ได้

            แต่มีเหรอที่ผมจะยอมรับความจริง

 

            Chayin says…           คนอย่างชยินไม่เคยรู้จักคำว่าเหงา

 

            ตัดภาพไปที่กูโทรหาเพื่อนตอนตีสองซิ

            ชีวิตอย่างกับคลับวายเดย์ของพี่ฉ้อยกับพี่ออด

            ผมอยู่คนเดียวมานานเท่าไหร่วะ บางครั้งก็อยากระบายให้ใครสักคนฟัง อยากให้เขาเข้าใจถึงสิ่งที่ผมเป็น แต่กลับไม่มีใครว่างมานั่งฟังเรื่องไร้สาระแบบนี้ ดังนั้นเวลาที่มีใครสะกิดปมตรงนี้ขึ้น ใจผมก็ถึงกับเอียงกะเทเร่ หลอกตัวเองว่ายังโอเคอยู่เสมอ

           

            Chayin says…          อย่างเวลากินข้าวคนเดียว ก็ไม่ต้องเสียเวลาเหมือนกินกันหลายๆ คน

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… แต่กินหลายคนจะรู้สึกว่ากับข้าวแม่งอร่อยกว่า

          Chayin says…          กูว่าข้อดีของการอยู่คนเดียวมีเยอะกว่านะ อย่างไปเที่ยวคนเดียวก็สนุกได้

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… แต่จะไม่มีใครอยู่แชร์ประสบการณ์ในตอนนั้น

          Chayin says…          ไม่สำคัญป่ะวะ ขนาดกูแต่งเพลงยังแต่งคนเดียวได้เลย

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… แต่พอมันเป็นเพลงสุดท้ายก็ต้องมีคนฟังอยู่ดี

          Chayin says…          คอนเสิร์ตกูก็ไปคนเดียวมาแล้ว

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… สนุกมั้ยตอนที่เต้นอยู่กลางคู่รักหลายๆ คู่

          Chayin says…          เฉยๆ กูเคยปั่นเรือเป็ดท่ามกลางคู่รักออกจะบ่อย

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… เหรอ เช่าเรือเป็ดราคาเท่าไหร่

          Chayin says…          ครึ่งชั่วโมง 30 บาท

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… แล้วเช่าคนนั่งข้างๆ นี่คิดราคายังไงอ่ะ

 

            ผมสตั๊นไปหลายวิ นั่งทวนข้อความล่าสุดซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งเพราะกลัวว่าตัวเองจะตาฝาด

 

          Chayin says…          กูจะรู้เหรอ

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… เหงาเมื่อไหร่ชวนไปปั่นได้ คิดราคานั่งข้างไม่แพง

          Chayin says…          มึงแม่งตลกละ

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… เหงาก็บอกว่าเหงาดิ ข้อความที่พิมพ์มานี่กูไม่รู้เลย

          Chayin says…          สัด

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… เก่งว่ะ

          Chayin says…          อะไร

          0 8 3 2 / 6 7 6 Say… มึงอ่ะเก่ง

                                      เพราะมึงเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่ดึงกูให้ออกจากเว็บโป๊ได้

                                                พรุ่งนี้มาคุยกันอีกนะ พอดีวันนี้ง่วงแล้วค่ะ

                                                (ΘεΘ;)

           

            จากนั้นมันก็ออฟไลน์ไป โดยที่ผมไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ใดๆ เลย...

            โว้ยยยยยยยยไอ้เชี่ย โว้ยยยยยยยย มึงเป็นใครวะ กวนตีนจบแล้วจะหายไปง่ายๆ แบบนี้เหรอสัด

            เสี้ยววินาทีนั้นผมแทบจะทุ่มคอมลงกับพื้นเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ มาพอมานึกขึ้นได้ว่ากูไม่มีเงินเลยสงบสติอารมณ์ได้ในฉับพลัน แล้วหันไปคว้าโทรศัพท์มือถือต่อสายหาใครบางคนทันที

            รอไม่นาน เสียงงัวเงียของปลายสายก็ตอบกลับมา

            “ไอ้เบิร์ด ไอ้ 0832/676 มันเป็นใคร”

            [แม่มึงเหรอ]

            “ฮะ”

            [โทรมาหาแม่มึงเหรอคนจะหลับจะนอน ไอ้เวร!]

            ผมรู้ซึ้งแล้ว นอกจากตอนเหงาที่เพื่อนไม่อยู่ด้วยแล้ว ตอนกูฟุ้งซ่านเพื่อนก็ไม่เห็นหัวเหมือนอย่างเลย จะร้อง...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.575K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,704 ความคิดเห็น

  1. #3647 rattanalak44 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 12:26
    ใครอ่ะ คุยกันเป็นตุเป็นตะ
    #3,647
    0
  2. #3637 syn1/9 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 02:58
    โคตรปั่น5555555555555
    #3,637
    0
  3. #3621 May Ling Pcm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 01:22
    กวนตีนดีพี่ชอบ 5555
    #3,621
    0
  4. #3620 โจรสลัดขี้ชิป (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 18:52
    อยู่บ้านเหงาๆมาอ่านเรื่องนี้ช่วยได้มากเลยค่ะ
    #3,620
    0
  5. #3596 เซ็ตโชมารู (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 08:31

    ดว่าจะมาอ่านต่อ555 ความเหงาไม่น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกชยิน ผมเองก็อยู่คนเดียวแทบจะตัดขาดกับโลกภายนอกอยู่แล้วทำอะไรทุกอย่างตัวคนเดียวแต่ที่ร้ายที่สุดคงจะเป็นการที่ผมรำคาญคนรอบข้างมากขึ้นเรื่อยๆในทุกๆวันผมเริ่มที่จะพูดน้อยลงและอยู่กับตัวผมเองมากขึ้นอย่างนี้เรียกว่าเหงาหรือเปล่าคับ

    Take care คับ

    #3,596
    0
  6. #3589 Nokoreng (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 21:57
    โอ้ยขำจนพ่อกับแม่ตกใจ555
    #3,589
    0
  7. #3581 &#Mr.chu:) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 22:23
    ตลกโคตรๆเลย ขำไม่ไหวแล้ว55
    #3,581
    0
  8. #3532 เด็กดื้อ เด็กดื้อ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 20:36

    ทั้งสงสารทั้งขำ

    #3,532
    0
  9. #3524 Nam_127 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 23:54
    ขำจนตดอะ555555555
    #3,524
    0
  10. #3495 MATINEEMAY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 21:06
    ขำไม่ไหวแล้ววว555
    #3,495
    0
  11. #3493 Fattii_P (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 20:46
    คิดถึงเรยยยยย

    โมเม้นตอนนั้นนนนน แทบไม่หลับไม่นอน

    ขอบคุณนะคะไร้ท์
    #3,493
    0
  12. #3489 benzsu best (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 11:25
    โห จุกมากกกกก

    แต่มันตลกมากเหมือนกัน ฮือออ คิดถึงตอนนั้น55555
    #3,489
    0
  13. #3482 Aofarinya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 23:15

    อ่านแล้วก็ต้องวนกลับมาอ่านอีกชอบมากๆ

    #3,482
    0
  14. #3454 khowpodd (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 23:58
    เฮ้ย คือมันดีอ่ะ
    #3,454
    0
  15. #3450 kitti1997 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 15:17
    อ่านได้เเค่2ตอนรับรู้เลยว่าต้องดีมากเเน่555
    #3,450
    0
  16. #3433 Masxy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 17:31
    ตลกดีอ่ะ ขำดี คลายเครียดในช่วง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ได้อย่างดีเลย
    #3,433
    0
  17. #3420 Deuxnxay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 15:55
    แอ๊ยยยย คิดถึงตอนออน มันดีอะ สนุก
    #3,420
    0
  18. #3404 Stampzzz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 15:48
    โง้ยยยยยน่ารักอ่าาาาาาา
    #3,404
    0
  19. #3287 aemly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:01

    โโอ้ยขำ555

    #3,287
    0
  20. #3267 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:36
    เขินตอนแชทกันอะะ
    #3,267
    0
  21. #3266 Sasynthia (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:53
    เป็นนิยายที่น่ารักมากแป
    #3,266
    0
  22. #3245 MCVL (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 23:20
    555555
    #3,245
    0
  23. #3235 loocbomb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 21:19

    ความเหงา

    #3,235
    0
  24. #3215 ThkTheks (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 23:31
    แต่ละประโยคของนาย 0832/676 ก็คือแทงใจดำมาก เป็นหงอยตามชยินเลย 😂
    #3,215
    0
  25. #3202 12311232123312 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 21:03
    แงงงงงง
    #3,202
    0