[Fic The promise neverland] : The missing person

ตอนที่ 25 : 23. มีพระคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    22 ต.ค. 62

จงยื่นมือไปข้างหน้า



และอย่าหันหลังกลับมาอีก
























"อึก!" กัลยาที่หลับตาปี๋ค่อยๆลืมตาขึ้นมา รู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวในความเร็วคงตัว ร่างกายชักกระตุกทันทีที่เห็นว่าใครเป็นคนช่วยชีวิตของเธอไว้ นั่นมันปีศาจไม่ใช่เหรอ?? เขาช่วยเธอทำไม?


"ตามไป!!!" เสียงตะโกนดังขึ้นมาเปรียบเหมือคำสั่ง พวกมันตามเธอมาในระยะประชิดจนเสียวที่สันคอ แม้จะมีเจ้าสายพันธุ์ชั้นสูงนั้นคอยตัดความรังควานให้อยู่ สถานการณ์นี้มันแย่ขั้นสุดเลยไม่ใช่ก็เหรอ!?


ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ อาการเหนื่อยล้าและการอดอาหารทำให้เธอไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้อีก กัลยาผลอยหลับลงช้าในขณะที่หนี และเริ่มเข้าสู่ห้วงความฝัน..


อีกแล้ว ฝันเหมือนเดิมอีกแล้ว กัลยาเคยฝันแบบนี้มาก่อน เธอสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ มีเสียงประหลาดดังขึ้นในความฝัน ราวกับเหมือนมีคนเดินผ่านไปมาอยู่ข้างหลัง มันทั้งมืดเเละวังเวง


"....."


มันมืดและเงียบเหงาเช่นเคย


พอตะโกนออกไปอย่างสุดเสียง แต่กลับไม่มีอะไรเล็ดลอดออกมาจากปากเลยเเม้เเต่นิด อย่างกับว่ากล่องเสียงของเธอโดนตัดไปแล้ว


มือเรียวกอบกุมร่างกายอย่างหวาดกลัว


กัลยาเดินตรงไปข้างหน้า มันมืดสนิทเหมือนเธอตาบอด รู้สึกสูญเสียการมองเห็นไปอย่างงั้น ตอนนี้เหมือนเริ่มสูญเสียการได้ยิน หรือมันเงียบมากจนเธอไม่ได้ยินกันเเน่ นี่เธอตาบอดหรือเป็นใบ้กัน?


สองมือเล็กบีบลำคอของตนเพื่อให้เสียงเล็ดลอดออกมา


เธอพยายามสาวเท้าเดินไปข้างหน้า มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยเพราะมันมืดมาก กัลยาก้มมองมือที่สั่นครือ มันมองไม่เห็นอะไรเลย ยิ่งมองเท้าก็ยิ่งเเล้วใหญ่ เธอมองรอบๆตัวเเละกระพริบตาหลายๆที

มองไม่เห็น....นี่เธอยังมีตัวตนอยู่รึเปล่า?


".... พอกันทีฝันร้าย" กัลยาหยิกไปที่เเขนของตนเอง เธอสัมผัสได้ว่ามีเลือดไหลออกมาซิบๆ


'ได้โปรด'


'ตื่นสักที!!!'


.....ไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้น....


"......" ร่างเล็กสิ้นหวัง เธอนั่งทรุดไปกับพื้น มือเล็กปิดใบหน้าของตนไว้ น้ำตาไม่ได้ไหลออกมา กัลยาไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังขนาดนี้มาก่อน การอยู่ในความฝันก็เหมือนกับการอยู่ในโลกส่วนตัว ซึ่งการอยู่ในโลกส่วนตัวทำให้เธอสามารถย้อนคืดเรื่องที่ผ่านมาได้


อย่างแรกที่เป็นคำถามในหัวมาตลอด เธอมาที่นี่ทำไม? มาทำอะไร? และเพื่ออะไร? เด็กสาวกอดเข่าแน่นพร้อมกับซุกหัวลงไป


"หือ" เสียงหวานผ่านลำคอ กัลยาเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาสีขาวสุดกาว มันส่องสว่างในความมืดนี้ ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว "ต้องการอะไรอีกหะ!?"


"....." ไม่มีเสียงตอบรับ..


"ฉันถามว่าแกต้องการอะ--ค็อก!!"


ไม่ทันที่ได้พูดเต็มประโยคด้วยซ้ำไป เลือดสีสดก็ทะลักออกจากปากเล็กอย่างน่าสะพรึง กัลยาก้มมองตนเองตามสัญชาตญาณ ดอกไม้สีแดงสวยปักอยู่ตรงอกเธอ!!


ตอนไหนกัน!? กัลยาคิด เขาแทบไม่ได้ขยับร่างกายเลยด้วยซ้ำ!


ความเจ็บปวดเริ่มเล่นเข้ามากลางอกจนเธอทรุดลงกับพื้นที่มืดมิดนั่น เสียงไอดังออกมาเป็นระยะพร้อมกับจำนวนเลือดที่ไม่น้อยเลยที่เดียว


ดวงตาสีขาวสว่างเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ มือเรียวเล็กแม้พยายามยื่นไปหาเท่าไหนมันกยิ่งริบหรี่ทุกที



[Don't turn back]


...........



"เฮือก!!!--แค็ก!!!!" กัลยาสะดุ้งตื่นในความมืด ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นสักทีเดียว ยิ่งหายใจก็ยิ่งเจ็บตรงอก มือเล็กปิดปากของตนตามสัญชาตญาณของมนุษย์  เธอยังคงไอออกมาเรื่อยๆสัมผัสได้ถึงกลิ่นสนิมเต็มปาก เลือดสินะ?


นอกจากเลือดแล้ว มันยังมีสิ่งแปลกปลอมออกมาด้วย เธอสูดหายใจเข้า ควานหาตะเกียงแล้วเอามาใกล้เพื่อให้ได้แสงสว่าง มือเรียวกำแน่น ยื่นไปทางแสงสว่างที่มีอยู่แล้วค่อยๆแบออกมา..


"กลีบดอกไม้?" มันออกมาปนกับเลือดด้วย เธอเคยเห็นกลีบดอกพวกนี้มาก่อน ใช่แล้ว! ในความฝันไงล่ะและศพของโคนี่ด้วย แต่ทำไมมันถึงอยู่ในร่างกายของเธอล่ะ??


          กรร


เสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างหลัง กัลยาหันไปหาอย่างช้าเจ้าสายพันธุ์ชั้นสูงนั่นตามเธอมาถึงที่นี่เลยเหรอ??ขนาดตัวของมันเล็กลงหรือเปล่านะ? มันนั่งมองเธอด้วยท่าทีหงอยๆ ดูจากหางของมันไม่ไม่ยอมส่ายไปมาอ่ะนะ


สัตว์มักมีสัญชาตญาณเสมอ


กัลยาใช้มืออีกข้างที่ไม่เปื้อนเลือดมาลูบหัวหุ้มเกราะของมันพลางคิดถึงเรื่องดอกไม้สีแดงสดนั่น อืม...มันอยู่ในร่างกายของเธอ เธอไอพร้อมเลือดและกลีบดอกไม้สีแดงสด


สมองเริ่มทำการประมวลผลเต็มที่....


......


เป็นไปได้ไหมที่เธอจะมีชีวิตได้ไม่นานตามอายุขัย?


มันดูน่าใจหายแต่ก็ทำใจได้แล้วกัน ดีเสียอีกที่เธอมีอายุสั้นลงแม้จะทรมานไปหน่อยก็เถอะนะ


การลุกขึ้นช่างยากลำบาก คงเพราะเสียเลือดไปเยอะมาก โลกมันหมุนไปหมดจนสัตว์ชั้นสูงนั่นต้องเอาหัวหุ้มเกราะนั่นมาประคองเธอไว้


"ขอบคุณ" เสียงหวานพูดแผ่วเบา แม้มันจะไม่รู้ภาษาคนก็เถอะ เธอหันไปมองรอบๆ ถ้ำรึเปล่านะ? แล้วตอนนี้เธออยู่ไหนกัน?


"ลองเดินตามทางดูดีกว่าแฮะ" เธอพูดกับตัวเอง มือเรียวเปื้อนเลือดถือตะเกียงและมุ่งตรงไปข้างหน้าตามด้วยเจ้าสัตว์ชั้นสูงที่เดินคุ้มกันอยู่ข้างหลัง


"ดีใจจัง ดีใจจังเลย!!!" เสียงหวานใสคุ้นเคยมันดังมาจากข้างหน้า กัลยาเริ่มเร่งฝีเท้าอย่างช่วยไม่ได้ไปดูกลับพบ..


"เอ็มม่า?" เธอเอ่ยเสียงเบา เห็นเอ็มม่ากับเรย์กอดกันอยู่ ดีจริงที่พวกเขาปลอดภัย กัลยาถอนหายใจ แต่คงดังไปหน่อย พวกเขาหันมามองตามเสียง


"กัล..?" เรย์เรียกชื่อเธอเสียงสั่น ส่วนเอ็มม่าตอนนี้เริ่มทำหน้าจะร้องไห้ เธอลุกขึ้นมาก่อนจะวิ่งเข้ามากกอดกัลยาสักพักหนึ่งเธอก็ค่อยๆผลักออก นัยน์ตาสีเขียวอัญมณีเบิกกว้างมองไปที่ข้างหลังของกัลยา


"เอ่อ..มันไม่มำร้ายพวกเราหรอกนะ" เธอพยายามแก้ต่างให้กับสัตว์ชั้นสูง เอ็ม่าที่ได้บยินแบบนั้นก็หายใจเข้าก่อนจะยิ้มแหย


"อื้อ! เข้าใจแล้ว"



"ฉันโล่งใจที่เธอปลอดภัย" เรย์พูดก่อนเขาจะยิ้มออกมาด้วยท่าทีที่โล่งใจ กัลยาทำได้แค่พยักหน้าน้อยๆ


"เรย์...ฉัน..."


"หือ?"


เหลือเวลาไม่มากแล้ว..


"ฉันดีใจจริงๆที่นายก็รอดมาได้เหมือนกัน^^" 




Shut up




"เข้าใจล่ะ พวกเราถูกช่วยในเวลาเดียวกันแค่ต่างสถานที่" เอ็มม่าเอ่ยพลางกอดอก


บทสนทนายังคงดำเนินต่อไป พวกเขาล้วนแต่สงสัยชายสวมฮู้ดและหญิงสวมฮู้ด ว่าเป็นพวกเดียวกันหรือเปล่า ไม่แปลกที่จะสงสัย กัลยาหันไปมองข้างหลังและพยายามไล่เจ้าตัวสัตว์ชั้นสูงนี้ กว่าจะไล่ได้ก็นานเหมือนกัน


"ชู่ว์ พวกเขามาแล้ว" เรย์ร้องเตือนก่อนจะหันไปตามเสียง เสียงฝีเท้าช่างแผ่วเบา กัลยาคิดแบบนั้น ก่อนจะเริ่มเห็นแสงลางๆตรงหน้า เผยให้เห็นสาวร่างเล็กที่สวมชุดคลุมทั้งตัว


"....."


"ว้าว..ดีขึ้นแล้วสินะ!?" เจ้าของเสียงหวานพุ่งตรงมาทางกัลยา เธอสงสัยเล็กน้อยพลางว่าขอบคุณ อะไรกันคนนี้?


"ดีใจจริงที่พวกเธอฟื้นตัวแล้ว เป็นยังไงบ้าง?"


"ดีขึ้นแล้วล่ะ ขอบคุณ" เอ็มม่าพูดแทนกัลยา สาวชุดคลุมยิ้มดีใจ "ดีแล้วล่ะ แต่ร่างกายพึ่งหาย อย่าฝืนนักล่ะ แล้วเพื่อนๆของพวกเธออยู่ทางนี้นะ" เธอเอ่ยแค่นั้นก่อนจะเดินนำทาง


เส้นทางที่เดินช่างเงียบสงัด ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เรย์มองซ้ายขวาพลางคิดวิเคราะห์ มือเล็กเอื้อมมาจับมือของกัลยา เธอสะดุ้งเล็กน้อย

หน้าตาเขาดูมุ่งมั่นมาก

"เฮ้!" เสียงเรย์ดังขึ้น เรียกความสนใจได้อย่างดี หญิงสาวชุดคลุมหันมามอง เขาแสยะยิ้มน้อย


"ขอบคุณมาก" เขาเอ่ยเสียงแผ่ว "ขอบคุณที่ช่วยพวกเราให้พ้นจากอันตราย"


"แต่ผมมีคำถามสักข้อหนึ่ง" เขาว่าแบบนั้น กัลยาสัมผัสได้ว่าเขาว่าบีบมือเธอแรงมากขึ้น สีหน้าดูเคร่งเครียด เอ็มม่าทำหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด ทำไมจู่ไปบรรยากาศกดดันขนาดนี้ล่ะ?


"ทำไมถึงช่วยพวกเราล่ะ?" เหมือนเอ็มม่ารู้ใจเรย์ เธอถามเสียงสั่น


"นั่นสิ..ทำไมปีศาจถึงช่วยสินค้ามีชีวิตล่ะ??" 



"พวกคุณเป็นปีศาจสินะ?" เรย์ว่าพลางแสยะยิ้ม เขายังคงประสานมือกับกัลยาไว้ เมื่อกี้เธอได้ยินเสียงกระทบระหว่างหินและของมีคม มันดังอยู่ข้างหลังนี่เอง เอ็มม่าหน้าซีดเผือดอย่างน่ากังวล


โดนล้อมหมดแล้ว..


"ขอให้ช่วยอธิบายสักหน่อยได้ไหม? คุณปีศาจ"















คนที่ยื่นมือมาช่วย


ไม่ใช่มนุษย์?
















TBC.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #90 Casami Ranakung (@0624798278) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 06:56
    รอรอรอรอรอรอรอร
    #90
    0
  2. #79 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 21:46
    รอนะคะ
    #79
    0