5 ชั่วโมงก่อนเธอตาย

โดย Jitnz

อดีตแห่งความเจ็บปวดของจินที่ไม่อาจลบเลือน แต่เมื่อเขามีโอกาสได้ไปอยู่ในอดีตอีกครั้งเขาจะทำอย่างไร

ยอดวิวรวม

19

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


19

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 ก.พ. 65 / 21:51 น.

รีวิวจากนักอ่าน

Empty Review

นิยายเรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว

มาเป็นคนแรกที่เขียนนิยายให้กับนิยายเรื่องนี้กัน

คะแนนรีวิวจากนักอ่าน

0.0
จาก 5


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ก.พ. 65 / 21:51


สวัสดีครับผมชื่อจิน เด็กมัธยมปลายธรรมดาคนหนึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนลาดพร้าววิทยาคม โรงเรียนดีเด่น การศึกษาล้ำเลิศ รู้วินัย รู้คุณธรรม สังคมดี จากปากต่อปากของบรรดาผู้ใหญ่และผู้ปกครอง ฟังดูเหมือนโรงเรียนมัธยมปกติใช่มั้ยล่ะครับแต่ชีวิตมัธยมในโรงเรียนนี้ของผมมันไม่ปกติ เพราะอะไรเดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง

4 ตุลาคม 2564                                                                                                                                          

          วันนี้เป็นวันเปิดเทอมแล้วหลังจากจบม.4ผมตื่นเต้นมากไม่ได้เจอเพื่อนตั้งนานหลังจากปิดเทอมไปตั้งหลายเดือน ผมตื่นเช้าแปรงฟันอาบน้ำกินข้าวไข่เจียวที่เเม่ทำ

          “วันนี้เปิดเทอมเเล้วตั้งใจเรียนด้วยนะ” เเม่ผมบอก

          “โอเคร​ไม่ต้องเป็นห่วงครับ” ผมตอบกลับ

หลังจากกินข้าวอะไรเสจผมก็ไปโรงเรียน พอถึงโรงเรียนผมก็หาที่นั่งรอเพลงขึ้นเพื่อเข้าแถว

          “อ้าวว! ไอจิน โห ไม่ได้เจอมึงตั้งนานกูอยู่บ้านเหงาจัดเลย” แจ๊คเดินเข้ามาทักอย่างไม่ทันตั้งตัว

          “เอ่า! กูกำลังตามหามึงอยู่เลย กูกำลังทำใจเหงาเลยนึกว่ามึงจะมาสายซะแล้ว” ผมตอบกลับ

          แจ๊คเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผมตั้งแต่สมัยม.ต้นไปไหนไปด้วยกันอยู่ห้องเดียวกันมาตลอด สักพักเสียงเพลงมาร์ชโรงเรียนดังขึ้นเพื่อให้นักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติระหว่างเข้าแถวผมก็เห็น “หลิน” หนึ่งในเพื่อนสนิทผู้หญิงคนเดียวของผมที่ผมแอบชอบมานานแล้วแต่ผมรู้สึกว่าเป็นเพื่อนกันก็มีความสุขดี จริงๆผมแค่ไม่มีโอกาสได้บอก

          นี่กูเห็นมึงชอบหลินมานานละ ทำไมไม่บอกหลิ่นสักทีวะ ระวังจะไม่มีโอกาสได้บอกนะเว่ย” แจ๊คเตือนผม ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน

          “เออ กูรู้แล้ว” “เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลาหน่อยย” ผมตอบกลับ

          แต่…..ใครจะไปรู้ว่าโอกาสบอกมันสายไปแล้วเพราะวันนี้เป็นวันที่หลินตายจากอุบัติเหตุโดนรถชน

          ข่าวจากทีวีรายงานว่ามีนักเรียนหญิงโดนรถชนเสียชีวิตคาที่ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ว่าเกิดประมาณช่วง5โมงเย็นส่วนคนที่ขับรถชนแล้วหนีตอนนี้ตำรวจกำลังสืบส่วนตามคนที่ขับรถอยู่  หลังจากผมได้ยินผมช็อคมากหน้าผมซีด รางกายผมรู้สึกหมดแรง การที่ผมเสียคนที่สำคัญและเป็นคนที่ผมชอบมาตลอดทำให้ผมเสียใจมาก

11​ ตุลาคม​ 2564

          ผ่านไป 1 สัปดาห์หลังจากวันเกิดอุบัติเหตุก็ยังไม่มีมีความคืบหน้าจากตำรวจข่าวก็เงียบหายไปผมเริ่มรู้สึกแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมคดีนี้ถึงยืด จนมาวันนึงผมไปโรงเรียนตามปกติความรู้สึกของผมบรรยากาศของโรงเรียนทั้งหมดเปลี่ยนไปตั้งแต่หลินจากไป คนที่เสียใจไม่แพ้กันคือพ่อแม่และเพื่อนของหลิน ทุกคนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น พอมาถึงช่วงเวลาพักเที่ยงผมนั่งกินข้าวกับแจ๊คและเพื่อนๆ

          แจ๊คพูดขึ้นมาขณะกินข้าว “ช่วงนี้มึงโอเครขึ้นบ้างปะเนี่ย ตั้งแต่วันนั้นมึงก็ไม่ได้เล่นบาสและก็กลับกับพวกกู ทุกครั้งพอกินข้าวเสร็จมึงก็ขึ้นไปนั่งคนเดียวบนห้องไม่คุยกับคนอื่นเลย”

          “มึงพูดมาขนาดนี้แล้วมึงคิดว่ากูโอเครมั้ยล่ะ กูขอบคุณนะเว่ยที่มึงเป็นห่วง แต่เรื่องนี้กูรับไม่ได้จริงๆ ตำรวจก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย กูอยากย้อนเวลากลับไปช่วยหลินว่ะ” ผมตอบด้วยความอึดอัดทั้งหมดในใจ

          “ย้อนเวลาอะไรของมึง มึงหยุดเพ้อแล้วทำใจสักทีเหอะ ยอมรับความเป็นจริงไม่งั้นมึงก็จมอยู่กับอดีตแบบนี้ตลอด” แจ๊คขึ้นเสียง

          “มึงไม่ใช่กูมึงจะรู้อะไร” ผมสวนกลับ

          “เฮ้ย! มึงพูดงี้ได้ไงวะ เออกูอาจจะไม่รู้เรื่องของมึงกูรู้แต่ว่ามึงต้องยอมรับมันให้ได้” แจ๊คพูดด้วยความโกรธ

          “ยอมรับเหี้ยอะไร! หลินตายไปตั้งกี่วันแล้ว มึงดูดิตอนนี้หาตัวคนชนได้ยัง? ตำรวจประเทศนี้แม่ง” ผมขึ้นเสียงใส่แจ๊ค

          “ไอสัส ต่อให้มึงเจอตัวคนชนละมันจะฟื้นคืนชีพหลินให้มึงมั้ยล่ะ” แจ๊คขึ้นเสียงตาม

          คนในโรงอาหารเริ่มมองผมกับแจ๊คทะเลาะกันเสียงดัง ผมกลั้นน้ำตารีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า ขณะที่ผมล้างหน้าผมได้ยินเสียคนคุยกันข้างนอก

          “ละนี่มึงจะทำยังไงวะกับคดีที่มึงชนแล้วหนีเนี่ย มีใครรู้เรื่องนี้รึยัง” เสียงคนนึงพูดจากนอกห้องน้ำ

          “ไม่มีใครรู้หรอก ดีนะพ่อกูยัดเงินตำรวจไม่งั้นบริษัทพ่อกูต้องเสียชื่อเพราะกูแน่” อีกคนตอบกลับ

          “จิงอ่ออ ละพ่อมึงไม่ด่าเลยหรอวะ” ถามต่อ

          “ไม่ด่าก็เหี้ยแล้ว แม่งด่ากูยับเลยโดนยึดรถด้วยเซ็งชิบหาย” อีกคนตอบกลับ

          ผมโกรธมากหลังจากได้ยินผมกำหมัดแล้วรีบวิ่งออกไปตามเสียงแต่พอผมวิ่งออกไปไอ2คนนั้นมันก็หายไปแล้ว ตัวผมทั้งตัวสั้นพร้อมกับความโกรธที่หลินต้องตายแบบไม่เป็นธรรม ใช่สิคนรวยมันทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่ดียกเว้นยอมรับผิด อะไรๆก็แก้ปัญหาด้วยเงิน ผมรับไม่ได้เลยวิ่งหนีออกจากโรงเรียน​ ขณะที่ผมวิ่งออกไปนอกโรงเรียน​ ทันที่ก็มีรถขับมาชนผมสิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้คือตัวผมนอนอยู่บนพื้นกับภาพท้องฟ้าที่ฝนใกล้จะตก ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีผมอยู่ที่ห้องนอนของผมบรรยากาศ​รอบตัวผมคุ้นๆเหมือนมันพึ่งผ่านมาไม่่กี่วันนี่เองหรือว่าจะเป็นเเค่เดจาวู​ ผมเปิดปฏิทินในโทรศัพท์​ดูปรากฏว่าเป็นวันที่​ 4 ตุลาคม​ 2564​ เวลา​ 5:30​น. เเต่วันนี้เป็นวันที่​ 11​ เเล้วไม่ใช่หรอผมจำได้ว่าผมโดนรถชนเเต่รางกายผมไม่เป็นอะไรเลยเเผลก็ไม่มี​เเต่ก็ช่างมันเถอะไม่เป็นไรก็ดีเเล้วผมอาจเเค่สลบไปเเล้วก็พ่อเเม่ผมมารับผมที่ห้องพยาบาลโรงเรียน

           “จินน! ตื่นได้เเล้วเดี๋ยวไปโรงเรียนสาย”เสียงเเม่ผมตะโกนมาจากชั้นล่างของบ้าน

           “ครับ!” ผมตะโกนกลับ

            ผมลงไปเเปรงฟันอาบน้ำกินข้าวไข่เจียวที่เเม่ทำ​ ผมรูีสึกเเปลกใจมากบรรยากาศทุกอย่างรวมถึงข้าวไข่เจียวที่เเม่ทำเหมือนวันที่​ 4 ที่ผ่านมาเป๊ะเลย

           สักพักเเม่พูดขึ้นมา“วันนี้เปิดเทอมเเล้วตั้งใจเรียนด้วยนะ”

           “ไม่ใช่เปิดเทอมไปเเล้วหรอครับ?” ผมถามกลับด้วยความสงสัย

           “4​ ตุลา​ วันนี้พึ่งเปิดเทอมเองนะ​ นี่ไปจำสลับกับฝันปะเนี่ย” เเม่ตอบกลับพร้อมหัวเราะ

           “นั่นสิครับ​” ผมยิ้มเเล้วตอบไป

           มันชักจะเเปลกๆเเล้วสิวันที่​ 4 ตุลา​ มันผ่านไปเเล้วหนิหรือว่าผมจะย้อนเวลามา บ้าบอผมคงเพ้อไปเองใครเขาจะย้อนเวลาได้​ ปฏิทินในโทรศัพท์​ของผมกับเเต่คงเพี้ยนเเหละมั้ง​ หลังจากนั้นผมก็ไปโรงเรียนพอถึงโรงเรียนผมก็นั่งรอเพลงขึ้นเพื่อเข้าเเถวเคารพธงชาติ

          “อ้าวว! ไอจิน โห ไม่ได้เจอมึงตั้งนานกูอยู่บ้านเหงาจัดเลย” แจ๊คเดินเข้ามาทักอย่างไม่ทันตั้งตัว

          “แจ๊ค? วันนี้เปิดเทอมหรอวะ” ผมถามด้วยความสับสน

          “ใช่ดิ มึงดูงงๆนะ เป็นไรวะ” แจ๊คถาม

          “เปล่าๆ” ผมตอบกลับ

          ตอนนี้ผมรู้สึกตกใจและก็สับสนมากทุกๆบรรยากาศทุกคำพูดของแจ๊คเหมือนวันนั้นเป๊ะหรือนี่ผมย้อนเวลาจริงๆแต่ถ้ามันจริงแปลว่าหลินยังไม่ตายสิ สักพักเสียงเพลงมาร์ชโรงเรียนดังขึ้นเพื่อให้นักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติระหว่างเข้าแถวผมก็เห็น “หลิน”จากที่ผมตกใจธรรมดาตอนผมโครตตกใจเลย นี่ต้องเป็นฝันแน่ๆผมตบหน้าตัวเองแรงๆไปหนึ่งที

          “นี่มึงจะตบหน้าตัวเองทำไม” แจ๊คกระซิบถามขณะเข้าแถว

          “ห้ะ...อ่อ...พอดียุงมันเยอะๆ” ผมตอบกลับ

          เชี่ยย..ผมไม่ได้ดูผิดใช่มั้ยหรือที่ผมเห็นมันคือวิญญาณของหลิน ผมยืนนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น

          นี่กูเห็นมึงชอบหลินมานานละ ทำไมไม่บอกหลิ่นสักทีวะ ระวังจะไม่มีโอกาสได้บอกนะเว่ย” แจ๊คเตือนผม ด้วยความเป็นห่วงผมเหมือนที่เคยถามมาก่อน

          “ครั้งนี้กูจะไม่เสียโอกาศ” ผมพูดเสร็จแล้วเดินขึ้นห้อง

          “เสียโอกาศอะไรวะ” เสียงแจ๊คบ่น

          พอผมเดินขึ้นมาถึงหน้าห้องเรียนสักพักผมได้ยินเสียงผู้หญิง

           “จิน! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เสียงอันสดใสของหลินทักผม

           “หลิน? หลินจริงๆใช่มั้ย” ผมเผลอหลุดพูดไป

           “ใช่​ เราหลินเอง​เเกลืมเราเเล้วหรอ” หลินตอบกลับพร้อมกับขำผม

           “เราคิดถึงเเกจัง” ผมยิ้มพร้อมน้ำตาคลอเเล้วพูดไป

           “อะไรเนี่ยเเค่ไม่เจอหน้าไม่กี่วันเองทำอย่างกับจะไม่ได้เจอเราซะเเล้ว” หลินบอกผม

            ก็ใช่สิในโลกปัจจุบันของผมหลินไม่อ​ยู่เเล้ว​ พอคิดแล้วก็เริ่มเครียด

          “จิน! รีบเข้าห้องเร็วครูมาแล้ว” เสียงหลินเรียกผมดังมาจากในห้อง

          ระหว่างเรียนผมนั่งคิดไปเรี่อยเปื่อยจนมาภึงตอนพักเที่ยงผมก็นึกขึ้นได้ว่านี่ผมย้อนเวลามาวันเดียวกับวันที่เก็ดอุบัติเหตุหนิ! แปลว่าการย้อนเวลาของผมในครั้งนี้ผมมีโอกาสช่วยชีวิตหลินได้ แต่ว่าผมจะรู้ได้ยังไงว่าอุบัติเหตุจะเกิดตอนไหน เท่าที่จำได้จากรายงานข่าวในทีวีเขาบอกว่าเกิดช่วงประ5โมงเย็น นับจากเวลาตอนนี้คือเที่ยงตรงพอดีผมมีเวลาช่วยหลิน5ชั่วโมงก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ ผมต้องช่วยชีวิตหลินโดยการหาวิธีทำยังไงก็ได้ไม่ให้หลินกลับบ้านในเส้นทางที่เกิดเหตุ​ ผมไม่ทันได้นั่งคิดวางเเผนครูก็ไล่ให้ผมไปเข้าเรียน

           “หมดเวลาพักเที่ยงเเล้วนั่งทำไรตรงนี้? ไปเข้าห้องเรียนไป” ครูปกครองเดินมาบอกผม

            “ครับๆ”

            หลังจากเลิดเรียนเวลาประมาณ​บ่าย3 ผมพึ่งนึกได้ว่าวันนี้เลิกเรียนเร็ว​ เเย่เเล้ว! ผมเหลือเวลาอีกเเค่2ชั่วโมงทำไงดีผมต้องหารีบไปหาหลินก่อนหลินจะออกจากโรงเรียน​ ผมวิ่งขึ้นห้องเรียนเจอเพื่อนทำเวรอยู่

           “มีใครเห็นหลินปะ?” ผมถามเพื่อนที่ทำเวรอยู่

           “หลินอ๋อ​ เห็นเดินไปหาของกินที่โรงอาหารนะ” เพื่อนตอบ

            หลังจากผมวิ่งมาถึงโรงอาหารผมก็เดินตามหาหลิน​ หาไปหามาเเต่ก็หาไม่เจอสักที​ สักพัก

            “อ้าวจิน​ ตามหาใครอยู่หรอ” หลินถามผมจากด้านหลัง

            “ห้ะ.. อ่ออ..เปล่าๆ” ผมตอบ

            “โอเครรงั้นเราไปก่อนนะบ๊ายบาย” หลินพูดพร้อมกำลังจะเดินออกไป

            “เดี๋ยว! หลิน” ผมรีบเรียกหลินก่อนหลินจะเดินออกไป

            “ห้ะ... ว่าาา” หลินทำสีหน้าสงสัย

            “ป... ไปกินข้าวด้วยกันมั้ย” ผมชวนหลินเเบบไม่มั่นใจ

            “ได้สิ​ ไปตอนนี้เลยปะล่ะ” หลินตอบ

        ตั้งเเต่ที่ผมชอบหลินจนถึงตอนนี้ก็เป็นปีเเล้วผมไม่เคยกล้าชวนหลินไปกินข้าวเลยเเค่มองหน้าผมก็เขินเเล้ว​ พอรู้ว่าหลินจะต้องตายผมกล้าทำทุกอย่างขึ้นมาทันทีเพื่อช่วยหลินให้ได้เเปลกดีนะคนมักจะยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อรู้ว่าคนสำคัญ​จะไม่อยู่เเล้วเเต่ตอนที่อยู่ด้วยกันดันไม่ทำอะไรเลย

            “ทำไมหน้าดูเครียดๆอ่ะ? เห็นตั้งเเต่ตอนเช้าเเล้ว” อยู่ๆหลินก็ถามผมขึ้นมา

            “หืม? เปล่านะหน้าเราดูเครียดขนาดนั้นเลยหรอ5555”ผมเเกล้งยิ้มเเล้วตอบไป

            “ใช่สิ​ เหมือนเเกมีอะไรกลุ่มใจเเต่ไม่ยอมบอกเลย” สีหน้าของหลินเเสดงถึงความเป็นห่วง

            “อื้มเราไม่เป็นไรหรอก” ผมดีใจที่เห็นหลินเป็นห่วงผม

            “โอเคร​ร​ เเล้วเราไปกินข้าวอะไรกันดีอ่ะ” หลินถาม

            “อะไรก็ได้หลินเลือกเลย” ผมตอบ

            “อย่าตอบเเบบนั้นดิ​ เเกก็เลือกเลยเรากินได้ทุกอย่าง” หลินทำหน้าหงุดหงิด

            “อาหารตามสั่งหลังโรงเรียนมั้ย” ผมเสนอขึ้นมา

            “ไม่เอาอ่ะ​ ไป​กินหมูกระทะกัน” หลินยิ้มเเล้วทำหน้ากวนๆ

            “เอ้า​ ไหนบอกกินอะไรก็ได้ไง” ผมถามด้วยความงง

            “ก็ใช่เเต่เราไม่อยากกินตามสั่ง55555” หลินตอบผมเเล้วขำ

             “อะๆๆหมูกระทะก็หมูกระทะ” ผมตอบไป

             การที่ผมได้กินข้าวกับหลินครั้งนี้ผมมีความสุขมาก​ ผมไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน​ เเต่ผมดันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการที่ผมย้อนเวลาครั้งนี้อาจจะเป็นเเค่ความฝันก็ได้​ หรือตอนนี้ผมตายไปเเล้วนะ?​ เขาว่ากันว่าเวลาคนเราก่อนตายมักจะฝันถึงสิ่งที่เป็นปมในใจเเล้วได้คลี่คลายออกเพื่อเป็นการตายอย่างสงบ

             “เเกคิดยังไงอยู่ๆมาชวนเรากินข้าวเนี่ย” อยู่หลินก็ถามผม

            “ไม่รู้สิคงเป็นเพราะเรารู้จักกันเป็นปีเเต่เราไม่เคยชวนเเกกินข้าวเลยมั้ง” ผมตอบ

             “เราดีใจนะที่ได้เกินข้าวกับเเกอ่ะ” หลินบอกผมพร้อมกับยิ้ม

             “วันนี้เเกดูเหมือนเป็นคนใหม่เลยเเกดูสดใสกล้าคิดกล้าทำจากที่เคยเป็นคนเก็บตัวเงียบๆเราไม่เคยเห็นเเก่ในมุมนี้เลย “หลิน” หลินยังไม่ทันพูดจบผมพูดเเทรกขึ้นมา

            “ว่าา?” ผมทำหน้าสงสัย

            “เราชอบเเกอ่ะ” ผมมองหน้าหลินเเล้วพูดไปตรงๆ

           “…” หลินทำหน้าอึ้ง

            “ถึงเเกจะไม่ชอบเราก็ไม่เป็นไรเเต่เราชอบเเกตั้งเเต่ครั้งเเรกที่ได้รู้จัก​ที่ผ่านมาทั้งหมดเราไม่กล้าพอที่จะบอกเเกเเต่วันนี้เราตัดสินใจบอกชอบเเกก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้บอกอีก” ผมได้บอกสิ่งที่อยากพูดมาตลอด​ ผมเคยพลาดไปครั้งนึงเเต่ครั้งนี้ผมจะไม่ยอมให้พลาดอีก

            “เชี่ยย​ เเกเปลี่ยนไปจริงๆด้วย”

            “เราก็ชอบเเกเหมือนกันน​ ที่ผ่านมาเราก็ชอบเเก​ เเต่เเกดูเงียบๆเข้าถึงยากไม่ค่อยคุยกับเรา​ เราเลยไม่กล้าบอกเเก” หลินพูดขึ้นมา

            “จริงปะเนี่ยที่ผ่านมาเเกก็ชอบเรามาตลอดอ่ออ” ผมยิ้มเเทบจะร้องไห้ออกมา

            “ใช่สิ​ เเกจะร้องไห้ทำไมมทำอย่างกับจะไม่ได้เจอเราอีกเเล้ว” หลินถามผม

            “เปล่าๆเราเเค่ดีใจอ่ะ” ผมยิ้มเเล้วตอบหลิน

            “ถึงขนาดร้องไห้เลยอ๋อ​ เอ็นดูอ่ะ55555”

            “เเต่วันนี้เเกเปลี่ยนไปจริงๆนะเเต่ก่อนดูหน้ากลัวมาก​ อยากให้เเกเป็นเเบบนี้ตลอดไปอ่ะมันดีต่อตัวเเกนะจะมีได้คนกล้าเขาถึงตัวเเกมากขึ้นดีกว่าเป็นคนเก็บตัวนะ” หลินเเนะนำผม

            “อึ้มมเดี๋ยวเราจะปรับตัวนะ” ผมตอบด้วยความเต็มใจ

            เเต่เดี๋ยวนะผมลืมดูเวลาเลยตอนนี้กี่โมงเเล้ว​ 5โมงครึ่ง! นี่ผมทำสำเร็จแล้วหรอวะ? มันเลย5โมงแล้วหนิผมพาหลินมากินข้าวเพื่อเลี่ยงอุบัติเหตุ เชี่ยย! นี่กูย้อนเวลามาช่วยหลินได้จริงๆด้วย ความรู้สึกของผมตอนนี้เหมือนได้คลี่คลายปมในใจ ผมได้ทั้งช่วยชีวิตหลินแล้วก็บอกชอบหลิน

          “กินเสร็จแล้วกับกันเถอะ” หลินพูดขึ้นมาแล้วยิ้ม

           “ป่ะ กลับกัน ปกติกลับทางไหนอ่ะเดี๋ยวเราเดินไปส่ง” ผมถามหลิน

          “อ๋อพอดีบ้านเราอยู่ใกล้เดี๋ยวข้ามทางมาลายแล้วเดินไปอีกหน่อยก็ถึงแล้ว” หลินตอบ

          “โอเครเดี๋ยวเราเดินไปส่งนะ” ผมตอบ

          แต่ขณะที่ผมข้ามทางม้าลายเดินไปคุยไปกับหลิน ผมกับหลินไม่ทันได้มองรถอยู่ๆมีรถคันนึงวิ่งมากำลังจะมาชนผมกับหลิน ผมตั้งสติทันแล้วรีบผลักตัวหลินออกไปไม่ให้โดนรถชน

          ตู้มมมม! ผมล้มลงนอนลงกับพื้นเห็นท้องฟ้าที่ฝนกำลังจะตกเหมือนกับภาพสุดท้ายก่อนที่ผมได้ย้อนมา

.

.

.

          ผมรู้สึกตัวแล้วค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้งตัวผมอยู่บนเตียงสีขาว แสงไฟสีขาวสว่างส่องมาที่ม่านตาผม

          “จิน! ตื่นแล้วหรอลูก?” เสียงแม่ผม

          “ที่นี่ที่ไหนครับ?” ผมถาม

          “โรงพยายาลไงลูก ตอนลูกจำอะไรได้บ้าง?” แม่ผมถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

          “วันนี้วันที่เท่าไหร่ครับ?” ผมถามต่อ

          “วันที่11ไง ลูกลืมหมดแล้วหรอเดี๋ยวแม่ไปตามหมอมานะ” แม่ผมพูดเสร็จแล้วรีบเดินออกไป

          สรุปทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นแค่ความฝันสินะ ไม่แปลกหรอกจะมีคนย้อนเวลาเองได้ที่ไหนกัน ผมยิ้มพร้อมกับร้องไห้ไปพร้อมกันมันทั้งดีใจที่เหมือนกับได้เคลียปมในใจแล้วก็เสียใจที่มันเป็นแค่ความฝัน บางทีสิ่งแจ๊คพูดมันอาจจะถูกก็ได้นะตัวผมเองควรจะทำใจยอมรับมัน ชีวิตจริงไม่สามารถแก้ไขอะไรอดีตได้เลย ผมร้องไห้เป็นเด็กเลยความรู้สึกของผมตอนนี้คือโครตปลดปล่อย ผมคงต้องใช้เวลาทำใจไปอีกนานเลยแหละ

          หลังจากที่ผมพักฟื้นจนร่างกายพร้อม ผมไปโรงเรียนผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากะจะโทรหาแจ๊ค เฮ้ออตั้งแต่ทะเลาะกับมันวันนั้นไม่รู้ตอนนี้จะหายโกรธรึยัง.....ตู๊ด......ตู๊ด......ไม่รับว่ะสงสัยเล่นบาสอยู่ เข้าห้องเรียนนั่งเล่นก่อนละกัน ทันทีที่ผมกำลังจะเดินขึ้นห้อง

          “จิน! หายดีตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย ทำไมไม่ตอบไลน์อ่ะ” เสียงผู้หญิงเรียกผม

          “หลิน?”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

×