one shot one picec[ALL X LUFFY]

ตอนที่ 1 : [one shot]Brook X Luffy แสงสว่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 420
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    6 มิ.ย. 63

Brook X Luffy [แสงสว่าง]

 

 

โย่โฮโฮ่....

 

 

บรู๊คยืนมองรอยยิ้มเจิดจ้าที่ถูกส่งมาจากกัปตันอย่างเคย โครงกระดูกตัวสูงสวมเสื้อผู้ดีกำลังแย้มยิ้ม ถึงแม้จะไม่มีใครเห็นมันเลยก็ตาม บรู๊คกำลังจมจ่อมอยู่กับความรู้สึกที่มันกำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆภายในตัวของเขาเองเงียบๆ

 

 

เขารู้ดี....คุณลูฟี่คือกัปตันของตัวเอง

 

 

แต่ถึงกระนั้น ความรู้สึกของคนรันก็ห้ามกันไม่ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะตายจนไม่เหลือความเป็นคนแล้วก็ตาม! โย่โฮโฮ่......แต่ว่าหัวใจที่มันเคยสลายหายไปนั้น มันกำลังเต้นระรัวอยู่ในอกข้างซ้าย ลูฟี่วิ่งมาหาโครงกระดูกก่อนที่จะกระโดดกอดอย่างรัวเร็วแล้วหัวเราะก่อนที่เจ้าตัวแสบจะเอ่ยปากขอเพลงอย่างที่เคย

 

 

“ได้สิครับ โย่โฮโฮ่”บรู๊คตอบรับไป ไม่ว่าเรื่องอะไรที่คนคนนี้ต้องการหรืออยากที่จะครอบครองมัน บรู๊คจะไม่ลังเลเลยที่จะไปเสาะหาหรือค้นคว้ามาให้เขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเขาก็สามารถทำให้กัปตันได้แน่นนอน เขาจะไม่ลังเลเรื่องอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตหรืออะไรก็ตาม บรู๊คสามารถสละให้เขาได้

 

 

เพราะลูฟี่คือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของบรู๊ค

 

 

ในช่วงเวลาที่บรู๊คกำลังดำดิ่งลงสู่ความมืดมิด วันหนึ่งก็มีเรือแปลกหน้าที่นำพาผู้คนเขามาอีกครั้ง และเป็นอีกครั้งเช่นกันที่บรู๊คคิดว่าเขาจะต้องได้ยินเสียงกรี๊ดร้องของผู้คนเหล่านั้นเมือพวกเขาจ้องมองมายังโครงกระดูกตัวสูงอย่างบรู๊ค แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นตัวเขาเองก็ยอมรับว่ารู้สึกดีไม่น้อยกับกานที่ได้เห็นหน้าผู้คนที่ยังมีชีวิต มีเนื้อหนังอยู่ เพราะนั้นทำให้บรู๊คคิดถึงช่วงชีวิตก่อนที่จะคืนชีพกลับมาอีกครั้ง

 

 

เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าเรือลำนั้นจะนำพาแสงสว่างและความหวังมาให้เขาด้วย

 

 

เรือหัวสิงโตเคลื่อนเข้ามาใกล้เรือของบรู๊คมากขึ้นเรื่อยๆ เขาฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะยกมือจัดเสื้อให้เป็นระเบียบงามชวนมองและคว้าถ้วยชาติดมือไปด้วย บรู๊คย้ายตัวเองไปรอที่กราปเรืออย่างเงียบเชียบพลางจ้องมองเรืออีกลำที่กำลังแล่นเข้ามาหา

 

 

“โย่โฮโฮ่ หัวเรือน่ารักจังเลยนะครับ คงจะเป็นสิงโตสินะ งั้นขอผมเรียกว่าไลอ้อนจังนะครับ โย่โฮโฮ่”บรู๊คยืนคุยคนเดียวอย่างเคยพลางฮัมเพลงที่เคยร้องอย่างเหล้าบิงส์ และในที่สุดเขาก็ได้เห็นโฉมหน้าของคนที่โดยสารเรือลำนั้นมา เป็นกลุ่มคนที่ดูร่าเริงและมีชีวิตชีวามากที่สุดเท่าที่โครงกระดูกอย่างบรู๊คเคยพบเจอมาเลยทีเดียว คนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นกัปตันของกลุ่มก็คงจะเป็นเด็กผู้ชายที่ห้อยหมวกฟางไว้ที่หลังคนนั้น

 

 

เขาดูเป็นคนที่ร่าเริงมากที่สุดในกลุ่ม รอยยิ้มของเขาช่างสว่างและเจิดจ้ามาก และเมื่อเขาได้สังเกตเห็นสิ่งแปลกประหลาดบนเรือโทรมๆตาก็เปล่งแววประกายออกมาทันที ช่างเป็นคนที่แปลกซะจริงๆ บรู๊คคิด และต่อมาพวกเขาสามคนขึ้นมาที่เรือลำนี้จริงๆ

 

 

บรู๊คดีใจจริงๆที่ได้เห้นผู้คนแบบเป็นๆได้นานถึงเพียงนี่เรารีบทักทายออกไปทันที”โย่โฮโฮ่ ยินดีที่ได้รู้จังครับ เมื่อครู่ต้องขอโทษด้วย ทั้งๆที่ได้สบตากันแล้วแต่กระผมก็ยังไม่ได้ทักทายกลับไป”

 

 

กี่สิบปีแล้วนะที่เขาไม่ได้เจอมนุษย์ตัวเป็นๆแบบนี้?

 

 

“ว้าวโครงกระดูกพูดได้แถมยังไว้ทรงผมแอฟโฟร่อีก!”เด็กชายคนนั้นพูด บรู๊คหัวเราะนิดหน่อยให้กับคำพูดของเขาและก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไรออกไปอีก เด็กชายคนนั้นก็เอ่ยตัดหน้าเสียก่อน

 

 

“นายน่ะจงมาเป็นพวกของฉันซะดีๆ!”

 

 

“อ๋อ ได้สิครับ”บรู๊คเอ่ยตอบรับออกมาอย่างลืมตัว การถูกชวนไปเป็นพวกพ้องเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อราวกับปาฏิหาริย์ ในตอนนั้นเขาไม่ได้ละสายตาออกจากคนตรงหน้าเลยสักนิด เด็กชายตัวเล็ก ผมดำยุ่ง ดวงตากลมโต รอยยิ้ม และท่าทางดื้อซนแต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตนั้น ถ้าเขาได้กลายไปเป็นพวกพ้องของคนคนนี้ล่ะก็....

 

 

แต่ทว่าความเป็นจริงมันก็ช่างโหดร้าย ด้วยเหตุที่ว่าเงาของบรู๊คถูกโมเรียขโมยเอาไปแล้ว ทำให้เขาไม่สามารถออกไปเผชิญกับแสงแดดได้อีกเป็นครั้งที่สอง จนกว่าตัวเขาจะได้เงากลับมา เขาก็ไม่อยากที่จะกลายเป็นตัวถ่วงของเด็กผู้ชายที่มุ่งมั่นขนาดนี้ได้ ถึงแม้จะเจ็บปวดหัวใจแค่ไหนยามที่ต้องเอ่ยลาและเอ่ยเตือนในเวลาเดียวกัน แต่บรู๊คก็คิดว่าทางนี้คือทางที่ดีที่สุด

 

 

แต่หลังจากนั้น เด็กชายก็สามารถทำให้เรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นมาได้ เงาของบรู๊คถูกเรียกกลับคืนมาแล้ว พร้อมกับรอยยิ้มที่ถูกส่งมาให้ เขาสามารถเผชิญกับแสงแดดอีกครั้งได้แล้ว บรู๊ครู้สึกดีใจมาก ทีนี้เขาก็จะสามารถร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับอีกคนได้แล้วใช่หรือไม่?

 

 

และถึงแม้หลังจากนั้นพวกเขาจะโดนคนผู้หนึ่งจู่โจมก็ตาม แต่นั้นก็ทำให้เขาได้เห็นว่าลูกเรือของคนคนนั่นทุกคนต่างก็รักเด็กชายมาก มากถึงขั้นที่ว่ายอมตายแทนกันได้ และในวินาทีนั้นเช่นเดียวกันที่บรู๊คก็ตัดสินใจกับตัวเองแล้วว่าเขาจะต้องขึ้นเรือของลูฟี่ให้ได้

 

 

งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นอย่างครื้นเครง บรู๊คนั่งบรรเลงบนเปียโนตัวใหญ่ ความทรงจำเมื่อหลายสิบปีก่อนพรั่งพรูออกมา บรู๊คยิ้ม บรู๊คดีใจที่ตัวเขายังไม่ได้ตาม การมีชีวิตอยู่จนมาถึงตอนนี้นี่มันเป็นเรื่องที่ดีไปเลยใช่ไหม? เขาถามกับตัวเองแบบนั้น และตัวเขาก็ตอบกลับไปว่าใช่ เป็นปาฏิหาริย์ที่น่ายินดีมากจริงๆที่ได้มาพบกับลูฟี่

 

 

เป็นความสุขครั้งแรกในรอบห้าสิบปี และเป็นแสงสว่างครั้งแรกที่สามารถส่องถึงเขาเช่นเดียวกัน

 

 

ดีจริงๆที่การพบกันของเราทั้งครู่ในครั้งแรกเป็นการที่คุณยิ้มให้กับผม ดีใจจริงๆที่คุณไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวผมเหมือนกับคนอื่นๆ.....ผมดีใจมากเลยล่ะครับ ตอนที่คุณชวนผมขึ้นเรือของคุณด้วย

 

 

พอบรู๊คพูดถึงห่วงสุดท้ายในใจของเขาอย่างเจ้าปลาวาฬน้อย ลาบูน อีกคนที่นอนพาดตัวอยู่บนเปียโนเบื้องหน้าโครงกระดูกก็หัวเราะตอบกลับมาว่าลาบูนสบายดีและยังรอคอยพวกเขาตลอดห้าสิบปีที่ผ่านมา บรู๊คที่ได้ยินคำพูดนั้นก็ราวกับความทุกข์ในใจทั้งหมดได้อันตธานหายไปกับแสงสว่าง โครงกระดูกที่ใครๆก็ต่างไม่คาดคิดว่าจะมีน้ำตาออกมาก็ได้ร้องไห้ออกมาอย่างนัก บรู๊คยกมือปิดหน้าของตัวเองแล้วร่ำไห้ด้วยความดีใจ

 

 

“ยังงั้นรึลาบูน เจ้ายังรอพวกเราอยู่ตลอดห้าสิบปีเลยสินะ เขายังสบายดีสินะ!”

 

 

“อื้อ!ชิชิชิ”

 

 

“คุณลูฟี่ครับ ช่วยรับผมไปเป็นลูกเรือได้ไหมครับ”

 

 

“ได้สิ!”กัปตันเรือตอบรับอย่างรวดเร็ว บรู๊คยิ้มดีใจภายใต้ใบหน้าที่กลายเป็นโครงกระดูกไปแล้วของตน หลังจากนั้นตัวบรู๊คก็ปฏิญาณกับตนเองทันทีว่าชีวิตที่สองของเขาในครั้งนี้จะมีกัปตันเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือกัปตันหมวกฟาง มังกี้ ดี ลูฟี่ ชายผู้จะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่ และหากวันใดที่จะต้องจากลากันด้วยความตาย

 

 

บรู๊คก็ยินดีที่จะตายไปพร้อมกับเขา ปิดผนึกตัวเองด้วยท้องทะเลอันกว้างใหญ่พร้อมกับโอบกอดร่างของเขาไว้แนบกอดกาย มันคงเป็นวิธีเดียวที่เขาจะสามารถตายไปพร้อมกับกัปตันได้

 

 

ถึงจะต้องอ่อนแรงและโดดเดี่ยวภายใต้ท้องทะเลผืนนี้ก็ตาม แต่เพื่ออีกคนแล้วเรื่องแค่นั้นไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย

 

 

จะเหงาไปทำไมกันล่ะ ในเมื่ออ้อมกอดของผมก็ยังคงมีคุณอยู่ด้วย เห็นไหม? มันมีควาสุขจะตายไป เพราะงั้นช่วยมอบหน้าที่นั้นให้ตัวผมเถอะนะ กัปตัน

 

 

ช่วยมอบหน้าที่อันแสนสำคัญอย่างการปกป้องศพของคุณไว้กับผมเถอะ ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน

 

 

โย่โฮ่โฮ เพราะคุณก็คือแสงสว่างที่สำคัญที่สุดของผมนี่นะ

 

 

END.

.

 

.

 

.

 

อื้อออออ คู่นี้ดีมากเลยค่ะ เป็นความโรแมนติกที่ดีมาก(xล้าน) ด้วยความที่บรู๊คต้องอยู่คนเดียวมาตั้งห้าสิบปีอ่ะเนอะ คงจะไม่แปลกที่เขาจะมองคนที่สร้างปาฏิหารย์ให้เขาครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นแสงสว่างภายในใจ โฮ่ยยยยย ตอยที่ไรท์เจอคำพูดที่ว่าลูฟี่คือแสงสว่างของบรู๊คนี่ถึงกับกุมใจเลยค่ะ! มันดีมากกกกกก!!!!!!!!!!

แต่สำหรับเราแล้วถ้ามันต้องตีแผ่ออกมาในรูปแบบความรักก็คงจะเป็นรักข้างเดียวนั้นแหละค่ะ เป็นรักที่ความเทิดทูนและชื่นชมมากๆด้วย อย่างบรู๊คคงจะไม่อยากให้ลูฟี่ต้องมารู้สึกอะไรกับเขา ขอแค่ให้เขารู้สึกคนเดียวก็พอประมาณนี้นะ5555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

44 ความคิดเห็น

  1. #43 K_SunNY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 22:50
    น้ำตาเราปริ่มเลยอะไรท์ โอ๊ย ;^;
    ใช้ขีวิตอย่างมีความสุขนะบรู๊ค ฮือออออ สู้ๆ
    ปล.ฟิคคู่นี้หายากยันsf ขอบคุณไรท์มั่กๆ!!
    #43
    2
    • #43-1 ดอกไม้ในยามฝัน(จากตอนที่ 1)
      15 พฤศจิกายน 2563 / 00:24
      เราเข้าใจค่ะ ฮรึก! เพราะไรท์ไม่เจอนี่แหละเลยเขียนเองสะเลย อุวะฮะฮ่าาาาา!!!!!!!11
      #43-1
  2. #5 ploy-saui (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 01:14

    ฮือคือเศร้ามากที่บรูคตายไม่ได้แล้วต้องมองทุกคนตายไปทีละคน:-:
    #5
    2
  3. #2 Rui_Ii (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 10:34
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png เขินนน ชอบๆ
    #2
    1
    • #2-1 ดอกไม้ในยามฝัน(จากตอนที่ 1)
      7 มิถุนายน 2563 / 19:05
      อั้ยยยย ขุ่นโครงกระดูกเขาโรแมนติกนะค่าาาาาฮี่ๆๆๆๆ
      #2-1
  4. #1 I-Hate-Exams (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 07:44

    เเงงงงงง ชอบง่าาา
    #1
    1