OS/SF คลังฟิค Exo Xiumin by Angekiez (Yaoi)

ตอนที่ 8 : SF : Night (밤) Sehun x Xiumin - Part V (End)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    22 ก.ค. 61

 

Title: Night () Part V (End)

Pairing: Shixun x Xiumin (Sehun x Xiumin)





 


I will promise…

 

ท่ามกลางโถงปราสาทหลังใหญ่โตอันมีเพียงแสงเทียนหลายสิบดวงที่ถูกจุดไปตามแนวผนังที่ให้ความสว่างในราตรีกาล ในที่แห่งนี้ปรากฏร่างของบุรุษและสตรีที่แต่งตัวด้วยอาภรณ์หรูหราไปจนเครื่องประดับราคาแพงที่สะท้อนกับแสงเทียนบ่งบอกให้รู้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีชนชั้นสูงศักดิ์เพียงใด สิ่งเดียวที่ดูจะผิดแผกแปลกแยกไปจากที่แห่งนี้คงมีเพียงเด็กน้อยเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลผู้มีดวงตากลมโตดั่งกวางป่าแสนสวย ดวงตาทั้งคู่ไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมา เขาเพียงมองตรงไปเบื้องหน้าอันเป็นภาพของมารดาที่คุกเข่าก้มหน้าร้องไห้เท่านั้น

ได้โปรด อย่างน้อยก็ไว้ชีวิตเด็กคนนี้....ไว้ชีวิตลู่หานด้วย

เจ้าคิดว่าพวกเราจะยอมให้มีสิ่งมีชีวิตน่ารังเกียจแบบมันมีชีวิตอยู่เหรอ!” เสียงตวาดของคนที่ยืนตรงหน้าของหญิงสาวเอ่ยขึ้น สุ่มเสียงอันมีพลังทำให้หลายคนต้องสะดุ้ง แต่เด็กน้อยยังคงนิ่งเหมือนเดิม

น่ารังเกียจเหรอ....

เด็กน้อยคิดในใจ เขาไม่เข้าใจว่าการที่เขาเกิดมาทำไมถึงต้องน่ารังเกียจมากเพียงนี้ เท่าที่จำความได้มารดาของเขาไม่เคยร้องไห้หนักเช่นนี้แม้จะมีบ้างก็เพียงแต่เป็นความเหนื่อยล้าจากการหนีอะไรบางอย่างทำให้เขาไม่ค่อยได้อยู่ที่เดิมๆได้นานนัก

หากเจ้าไม่ใช่น้องสาวของข้า เจ้าได้ตายไปนานแล้วเสียงทรงพลังนั้นว่าอย่างโมโหแต่ก็แฝงไปด้วยผิดหวัง เด็กน้อยมองไปยังชายผู้นั้น ผู้มีศักดิ์เป็นลุงของเขา ดวงตากลมที่ไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่ควรเป็นมองเห็นเด็กหนุ่มอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างซ้ายและขวาของลุงของเขา ดูจากรูปร่างที่สูงกว่าเขานั้นทำให้รู้ว่าคงอายุมากกว่าตนแน่นอนและไม่รู้ว่าทำไมลู่หานอดสนใจทั้งสองนี้ไม่ได้ทั้งทีเขาควรดูอาการของมารดามากกว่า

คนหนึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาค่อนไปทางหวานเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้านั้นจ้องมองภาพมารดาของเขากำลังร้องไห้หากแต่ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมาก

อีกคนมีดวงตาสีเลือดที่ดูน่าขนลุก ใบหน้านั่นนิ่งไม่ต่างจากอีกคนและเหมือนว่าเจ้าตัวจะรู้ตัวว่ามีใครกำลังลอบมองเมื่อดวงตาน่ากลัวนั้นตวัดมองมาที่ลู่หาน

ข้าควรทำเช่นไรกับเจ้าดี

ฆ่ามันซะ มันไม่สมควรมีชีวิตต่อไป เสียงคนรอบข้างที่ยืนอยู่ในโถงแห่งนี้เอ่ยออกมาตามมาด้วยเสียงอีกหลายเสียงที่เห็นด้วย

ไม่นะ ได้โปรดท่านพี่ ข้าจะไม่หนีอีกแล้ว เพียงแค่ไว้ชีวิตลู่หานหญิงสาวถลาเข้าไปกอดขาบุคคลที่เป็นพี่ชายอย่างวิงวอน นางไม่อยากเสียลูกชายเพียงคนเดียวของนางไปแม้ว่าลูกของนางจะถูกตราหน้าว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิด

แต่หากข้าไม่ทำอะไรเลย คนอื่นก็จะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

ข้ายอมทุกอย่าง เพียงแค่ท่านไว้ชีวิตลู่หาน มารดาของเขายังวิงวอน

ถ้าเช่นนั้นก็ต้องชีวิตแลกชีวิต เป็นการแลกเปลี่ยนที่สมราคา บุรุษทรงอำนาจกลางโถงปราสาทเอ่ยอย่างเย็นชา ดวงตานั่นจับจ้องมาที่ลู่หาน แต่เด็กน้อยก็จ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัวส่วนคนเป็นมารดาวิ่งถลาไปกอดบุตรของตัวเองทันทีเมื่อคิดว่าพี่ชายของตนต้องการชีวิตของเด็กคนนี้

ท่านพี่ได้โปรดเอาชีวิตข้าไป

ไม่หรอกน้องข้า อย่างไรเจ้าก็มีเชื้อสายอันสูงส่งของตระกูลเรา ข้าไม่ยอมให้เลือดของเจ้าต้องนองปราสาทในค่ำคืนนี้

แต่ข้าไม่ยอมเสียลู่หานไปเด็ดขาด สิ้นเสียงเอ่ยของนาง บุคคลเป็นพี่ชานก็ดีดนิ้วดังเป็นการออกคำสั่ง ไม่นานทั้งโถงห้องก็ได้ยินเสียงโซ่ที่ถูกลากมาตามพื้นเรียกให้คนทั้งหมดต้องหันไปดูไม่เว้นแต่ลู่หาน ดวงตากลมนั่นเบิกโพลงเมื่อพบว่าภาพตรงหน้าคือชายร่างสูงกำยำในสภาพเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นจนเห็นแผงอกกว้าง ร่องรอยการถูกทรมานเต็มไปทั่วร่างจนแทบไม่มีแรงเดินดีงนั้นจึงต้องมีคนสองคนพยุงหามเข้ามา ผมยาวสีทองปกปิดใบหน้าของชายผู้นี้ แต่นั้นไม่ทำให้คนที่เจอหน้ากันมาทั้งชีวิตจะลืมได้

บิดาของเขาเอง

ชีวิตไอ้หมาป่านี้แลกกับชีวิตลูกของเจ้า

ท่านพี่ ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!”

ข้าทำได้มากกว่านี้น้องข้า ในเมื่อเจ้าทำผิดกฎไปสมสู่กับไอ้หมาป่าน่ารังเกียจจนให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตไม่สมประกอบแบบไอ้เด็กนี้ขึ้นมา การที่พวกเจ้าทั้งสามยังมีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้ถือว่าข้าปรานีมากแล้ว สิ้นคำเอ่ยนั้นลู่หานเห็นมารดาของเขาสะอื้นตัวโยน เสียงแหลมกรีดร้องอย่างทรมานเมื่อไม่สามารถเลือกได้ว่าจะเลือกให้ใครมีชีวิตต่อไป

ระหว่างคนรักกับลูกชายของนาง

เลือกมา

ข้า.... นางทำได้แต่มองลูกชายและคนรักสลับไปมาจนเวลาผ่านไปหลายนาที หกาแต่ท้ายที่สุดเมื่อตัดสินใจได้แล้ง ริมฝีปากเรียวกัดเม้มจนแทบจะห้อเลือด ทุกอย่างเป็นเพราะนางเลือกที่จะมีรักต้องห้ามของระหว่างสองเผ่าพันธุ์ เพราะความรักของคนทั้งคู่ก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์หาใช่ตัวประหลาดน่ารังเกียจ สำหรับคนเป็นแม่อย่างไรลูกก็คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ได้รับและอีกอย่างเด็กคนนี้ยังไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่ควรเป็น

ดังนั้นคำตอบมันก็คงไม่ยาก....

ข้าเลือก....ลู่หาน นางตอบก่อนจะก้มลงไปร้องไห้กับมือตัวเองอย่างหนัก ลู่หานหันไปมองบิดาตนเองที่ยังคงนั่งคุกเข่านิ่งจนไม่รู้ว่ารู้สึกเช่นไร

ดี เช่นนั้นข้าขอรับชีวิตคนที่ทำให้ตระกูลของข้าแปดเปื้อน อี้ฝาน เจ้าจงปลิดชีวิตไอ้หมาป่านั่นซะ ชายผู้น่าเกรงขามหันมาสั่งลูกชายคนโตที่ยืนอยู่ข้างกายตลอดเวลา เด็กหนุ่มพยักหน้ารับคำสั่งจากบิดาก่อนจะเดินไปยังเบื้องหน้าชายหนุ่มผู้มีสายเลือดของหมาป่า

เจ้ามีอะไรจะพูดก่อนจากไปหรือไม่ อี้ฝานเอ่ยถามแต่ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาเป็นอันเข้าใจว่าคงไม่มีสิ่งใดจะพูดอีกแล้ว

เด็กหนุ่มใช้ฝ่ามือใหญ่ยืนไปตรงหน้าจนเห็นเป็นเล็บยาวสีเงินแหลมคมสะท้อนกับแสงเทียนที่สีนวล ไม่ทันที่ลู่หานได้กระพริบตามันก็ทะลุเข้าไปในแผ่นอกข้างซ้าย ตำแหน่งของหัวใจที่เคยเต้นอยู่เมื่อครู่ซึ่งบัดนี้มันหยุดแล้ว

ลู่หานมองภาพตรงหน้านิ่งผิดกับมารดาของเขาที่ร้องได้ปานขาดใจ เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าความตายเป็นเช่นไรและน่ากลัวเพียงใด เมื่อเห็นร่างของบิตาทรุดลงไปกองกับพื้นเด็กน้อยก็วิ่งไปหาเมื่อเห็นว่าอี้ฝานเดินห่างมาจากบิดาของเขาออกมาแล้ว

ท่านพ่อ.... ลู่หานเอ่ยเรียกเป็นปกติ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมาเช่นเคย

ท่านแม่ ทำไมท่านพ่อไม่ตอบข้าละยิ่งถามมารดาของเขาก็ยิ่งร้องไห้นักกว่าเดิม ภาพตรงหน้าช่างเป็นภาพอันน่าอดสูจนหลายๆคนต้องเบือนหน้าหนี้

พ่อของเจ้าตายแล้ว มองไม่ออกเหรอเจ้าโง่ เป็นเสียงที่ไม่คุ้นเคยตอบกลับมา ลู่หานหันไปมองพบว่าเป็นชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีแดงที่ยังคงยืนอยู่ข้างลุงของเขานั่นเอง

ตายคืออะไร” เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความสงสัย

มันคือการที่เจ้าจะไม่ได้เจอ ไม่ได้ยินเสียง และก็ไม่อาจอยู่ด้วยกันกับคนๆนั้นอีกต่อไป

.


..


...


แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มส่องไปทั่วผืนฟ้า เสียงเหล่านกน้อยใหญ่ต่างร้องขับขานราวเป็นนาฬิกาเตือนบอกว่ายามรัตติกาลกำลังจะมาเยี่ยมเยียน เด็กหนุ่มจ้าของดวงตามกลมดั่งกวางป่าในตอนนี้ได้เติบโตกว่าคราแรกที่ได้เหยียบปราสาทแห่งนี้กำลังทอดมองไปอย่างไร้จุดหมาย เขาชอบแสงอาทิตย์มากกว่าแสงจันทร์เพราะมันทำให้เขารู้สึกว่าตนเองอยู่เหนือกว่าใครๆที่อาศัยอยู่ที่แห่งนี้

เขาต่างหากที่เป็นสิ่งมีชีวิตอันสมบูรณ์แบบเพราะทานทนต่อแสงอาทิตย์ได้ หาได้อ่อนแอเหมือนพวกผีดูดเลือดนั้นด้วยสายเลือดของบิดาผู้เป็นหมาป่า และยิ่งเขาได้ดื่มเลือดร่างกายก็ยิ่งแข็งแกร่งด้วยสายเลือดของมารดา

เช่นนั้นแล้วลู่หานไม่เคยเข้าใจว่าทำไมทุกคนต้องปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงชนชั้นต่ำ แม้ว่ามารดาของเขาจะมียศสูงศักดิ์ แต่เพราะมีรักต้องห้ามข้ามสายพันธุ์ทำให้ทุกคนรังเกียจ แม้ลุงของเขาจะยังใจดีไว้ชีวิตไว้แต่นั่นก็แลกมาด้วยชีวิตของบิดา

คำว่าน่ารังเกียจที่ได้ยินมาตลอดหลายปีนั่นราวกับเป็นเพื่อนข้างกายเขา ลู่หานไม่เคยตอบโต้คำนี้สักครั้งหากแต่ในใจลึกๆนั่นรู้สึกชิงชังเสียเหลือเกิน และทั้งๆที่เขาเองก็มีสายเลือดอันสูงส่งแต่ก็มิได้ถูกปฏิบัติเช่นเดียวกับอี้ฝานและซื่อชุน

หลายครั้งที่คนเหล่านี้ชอบเอาอี้ฝานและซื่อชุนมาเปรียบเทียบกัน

แต่ลู่หานไม่เคยอยู่ในตัวเลือกนั้นเลย....

 

ท่านแม่ ลู่หานเอ่ยเรียกเมื่อมารดาของเขาตื่นจากนิทราในยามที่แสงอาทิตย์อยู่บนท้องฟ้า ลู่หานพยุงร่างของนางให้นั่งตรงด้วยเพราะสุขภาพของนางไม่ดีขึ้นเท่าใด

ลู่หาน เฝ้าแม่อยู่ตลอดเลยเหรอ

ครับเด็กหนุ่มพยักหน้า เหตุผลเดียวที่ลู่หานยังคงอยู่ที่นี่คือมารดาของเขา นับตั้งแต่คนรักของนางตายจากไปด้วยเพราะการตัดสินใจของนางเองก็ตรอมใจหนักจนสุดท้ายร่างกายเริ่มทรุดโทรม การที่สิ่งมีชีวิตเช่นนี้ไม่ได้ดื่มเลือดเลยตลอดหลายปีเป็นการทำลายร่างกายตนเอง ลู่หานจึงเลือกที่จะดูแลนางเพราะในโลกใบนี้คงไม่มีใครอีกแล้วที่ยังรักและหวังดีต่อเขาเช่นมารดา

แม่ขอโทษนะที่ทำให้ลูกต้องลำบากเช่นนี้มือเรียวหากแต่แห้งกร้านลูบไปที่ใบหน้าของบุตรชายอย่างใคร่รัก อดคิดไม่ได้ว่าดวงตากลมสวยของลูกชายนั่นควรจะส่องประกายแห่งความสุขมากกว่าความทุกข์เช่นนี้

บางทีถ้าหากนางจากไป ลู่หานจะเป็นอิสระ

 

ในที่สุดความปรารถนาของนางก็เป็นจริงเพราะหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ความตาย ก็มาพานางจากไปอย่างไม่หวนกลับ ลู่หานมองร่างที่หลับใหลอย่างสงบด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาเสียใจมากเมื่อรู้ว่าความตายพรากชีวิตมารดาผู้ซึ่งเป็นคนเดียวในโลกใบนี้ที่รักเขาและเขาเองก็รักเช่นกัน

แต่อีกใจก็รู้สึกยินดีที่โซ่ตรวนที่ทำให้เขาต้องอยู่ที่แห่งนี้ได้ขาดสะบั้นลง บัดนี้เขาไม่มีเหตุผลต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป   ไม่ต้องทนฟังคำดูถูกต่างๆมากมายจากเหล่าผีดูดเลือดที่แสนหยิ่งยโส

เหนืออื่นใด ลู่หานคิดว่าเขาไม่ควรจะถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียวเพียงเพราะเขาเกิดมาแตกต่าง

ที่น่ารังเกียจมันคือพวกแกต่างหาก ลู่หานเอ่ยหลังจากหันหลังให้ร่างอันสงบนิ่งของมารดา

หลังจากนั้นก็ไม่มีผีดูดเลือดตนไหนได้พบลู่หานอีกเลย

กระทั่ง...

 

.

.

.

หมอนี่แหละที่เป็นคนฆ่าอี้ฝาน

ความเงียบก่อตัวขึ้นหลังจากประโยคอันน่าตกใจจากลู่หาน ทั้งซื่อชุนและซิ่วหมินต่างยืนมองหน้ากันแต่มิอาจเอ่ยคำใดออกมา ทั้งสองไม่รู้ว่าทำไมลู่หานถึงรู้ว่าอี้ฝานตายได้อย่างไรแต่คำพูดนั้นมันไม่ใช่การพูดเพียงล้อเล่นอย่างแน่นอน เสียงหัวเราะเบาๆจากลู่หานเรียกสติให้ทั้งสองต้องละสายตาออกแล้วหันไปมองผู้บุกรุกแทน

ฮ่าๆๆ ตกใจละสิซิ่วหมินที่หมอนี่ฆ่าพี่ชายตัวเองน่ะ

ไม่...ไม่จริงใช่ไหมซิ่วหมินถามเสียงสั่นเพราะนี้มันเป็นเรื่องเกินกว่าเขาจะรับได้

จริงสิ เพราะข้าเห็นกับตา

ลู่หาน!!”ซื่อชุนตวาดลั่นด้วยความโกรธที่ถูกกล่าวหา ร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่พูดจาให้ร้ายหมายจะทำร้ายให้หยุดพูดเรื่องไร้สาระนี้เสียที

เจ้าจำอะไรไม่ได้เลยสินะ อ่า...พวกเจ้ามียาที่ลบความทรงจำได้อยู่นี่นา ลู่หานว่าแล้วพลางใช้นิ้วแตะที่ปลายคางราวกับใช้ความคิด แต่ซื่อชุนรู้สึกว่ามันเป็นการแสร้งทำให้เขาโมโหมากกว่าเดิม

ข้าไม่มีทางฆ่าอี้ฝาน

แต่เจ้าทำไปแล้วซื่อชุน วินาทีที่เล็บแหลมคมของเจ้าเสียบไปกลางหัวใจหมอนั่นยังติดตาข้าอยู่เลย ลู่หานเล่าละเอียดเสียจนซิ่วหมินต้องเอามือปิดหูเพราะไม่อยากจะรับรู้สิ่งใดอีก หยาดน้ำใสเอ่อล้นออกมาจากดวงตากลมทั้งสอง ความเสียใจ ความผิดหวังความโกรธทั้งหมดทั้งมวลก่อตัวอยู่ในอกจนแทบบ้า เขาไม่อยากเชื่อสิ่งที่ลู่หานเล่ามาแต่มีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหกกัน

ยิ่งตอนหมอนั่นทำหน้าตกใจแล้วด้วยนะ...

พอที!!” ซิ่วหมินไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไป ร่างเล็กทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เขาไม่อยากนึกภาพอี้ฝานที่แสนใจดีคนนั้นในภาพที่ชวนสลดใจ

ซื่อชุนหันไปมองซิ่วหมินด้วยความเจ็บปวดไม่ เขาไม่โกรธหรอกหากซิ่วหมินจะเข้าใจว่าตนเป็นคนฆ่าอี้ฝานตามคำเล่าของลู่หาน ตอนนี้เขารู้สึกโกรธตัวเองเสียมากกว่าที่จำอะไรไม่ได้เลย เขาเชื่อว่าตนเองไมได้ทำเช่นนั้นแต่ลู่หานก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องมาโกหกเรื่องนี้

 

หากทุกอย่างเป็นเรื่องจริงทำไมเขาถึงจำอะไรไม่ได้

 

เขาลงมือฆ่าอี้ฝานจริงๆอย่างนั้นหรือ

 

เพราะอะไร

 

ทำไมถึงทำแบบนั้น

 

อี้ฝานน่ะเหรอ...

 

อั่ก!” ยิ่งคิดมากเท่าใดซื่อชุนก็ยิ่งรู้สึกว่ามีแรงบีบให้ศีรษะของเขาต้องปวดหนัก ซื่อชุนพลันนึกถึงยาที่ลู่หานเอ่ยถึงเมื่อครู่ หรือนี่จะเป็นผลของยาที่ทำให้เขาลืมอะไรบางอย่างไปและเมื่อมีสิ่งใดมากระตุ้นเลยมีผลข้างเคียงเช่นนี้ มือใหญ่ทั้งสองกุมไปที่ขมับด้วยความเจ็บปวด หัวใจเต้นแรงราวกับระเบิดออกมาได้

 

อี้ฝานตายแล้ว

 

เสียงของมารดาลอยเข้ามาในห้วงคิด หากเขาฆ่าอี้ฝานจริงและเขาลืมมันไป มารดาของเขาต้องมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน

 

ลูกไม่สบายเลยล้มหมดสติลงไปตอนกำลังเดินในปราสาท แม่เป็นคนพาลูกมานอนพักผ่อนเอง

 

นั่นคงไม่ใช่ความจริง มารดาของเขาต้องรู้ว่าเขาได้ฆ่าอี้ฝานไปแล้วต้องการช่วยปกปิดความผิดให้ เพราะหากบิดาของเขารู้นั่นหมายถึงชีวิตของเขาเองก็ต้องชดใช้เพราะการเข่นฆ่ากันในตระกูลเป็นสิ่งต้องห้าม

 

ชีวิตแลกชีวิต กฎอันเท่าเทียม

 

น่าสมเพชเสียจริง ลู่หานเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของซื่อชุน ดวงตากลมนั่นส่องประกายระริกด้วยความสนุก เขาชอบเหลือเกินที่ได้เห็นคนสูงศักดิ์ที่ใครๆต่างชื่นชมกำลังทรุดอยู่แทบปลายเท้าเขา ซื่อชุนในตอนนี้แทบไม่มีทางต่อกรเขาได้เลย

อ๊าก!!” กรงเล็บแหลมตะปบลงไปที่ใบหน้าของซื่อชุนอย่างรวดเร็วและตามมาด้วยที่ลำตัวในช่วงที่ซื่อชุนไม่ได้ระวังตัวเพราะผลของยาลบความจำ หยดเลือดสีแดงจากบาดแผลสาดกระเซ็นทั่วพื้นห้อง ลู่หานแสยะยิ้มก่อนจะเลียเลือดที่ติดที่เล็บอย่างเอร็ดอร่อย

ข้าคือสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์ เลือดของหมาป่าและผีดูดเลือดทำให้ข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้า พูดจบก็เตะร่างของซื่อชุนให้พ้นทาง สายตานั้นจ้องไปยังอีกร่างที่แม้จะนิ่งไปแต่ใบหน้าหวานนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา

บางทีข้าควรจะลองชิมเลือดเจ้าดูบ้างลู่หานยื่นมีไปแตะข้างแก้มขาว เขาไม่รู้หรอกว่าซิ่วหมินมีความสำคัญอย่างไรต่อซื่อชุนหรือแม้กระทั่งอี้ฝานจนมาอาศัยอยู่ที่ปราสาทแห่งนี้ หากแต่ถ้าเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับสองคนนี้แล้วเขาจะแย่งมันมาให้หมด

อ...อย่าแตะต้อง...ซิ่วหมิน แม้จะยังเจ็บอยู่แต่ซื่อชุนก็พยายามใช้แรงที่เหลือพยุงร่างตนเองให้ลุกขึ้น เขาไม่ยอมหากซิ่วหมินต้องเป็นอะไรไป

ฮ่าๆๆ เจ้าควรเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะซื่อชุนพูดจบเขาก็รวบร่างของซิ่วหมินเข้ามาในอ้อมกอด

ปล่อยซิ่วหมินซะ!!!” ซื่อชุนไม่รอช้าพุ่งร่างตัวเองออกไปหาลู่หานทันทีแม้ร่างกายจะเจ็บแค่ไหน แต่จู่ๆเสียงของใครบางคนที่เสมือนติดอยู่ในความทรงจำของเขาก็ดังมาในห้วงคิดแทน

 

'อย่าได้โทษตัวเองเลยนะ ซื่อชุน...'

 

น้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยทำให้หยุดนื่งเป็นโอกาสให้คู่ต่อสู้เข้าทำร้าย  อ๊ากกกกกกกกกก!!!” ซื่อชุนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดเมื่อลู่หานใช้กรงเล็บแหลมแทงลงไปที่หัวไหล่ของเขา 

เสียงนั่นเรียกสติของซิ่วหมินให้คืนกลับมา เขามองเห็นร่างของซื่อชุนถูกซัดอัดเข้ากับโต๊ะขนาดใหญ่ที่อยู่กลางห้องหลังจากโดนแทงเข้าไปเป็นแผลใหญ่

ท่าน...ท่านซื่อชุน เจ้าของเรือนผมสีเงินเอ่ยเรียกเสียงสั่นเครือก่อนจะวิ่งไปหาร่างที่นอนกองกับพื้น ซิ่วหมินรู้สึกเกลียดตัวเองเหลือเกินในตอนนี้นั่นเพราะเขาจัดการกับความรู้สึกตัวเองไม่ได้ว่าควรเกลียดแค้นหรือเป็นห่วงที่เห็นซื่อชุนในสภาพเช่นนี้

ซิ่ว...หมิน ซื่อชุนขานตอบเพื่อให้รู้ว่าเขายังคงพอมีสติ ในตอนนี้แม้ร่างกายจะเจ็บแต่ก็ยังปรากฏรอยยิ้มออกมา ความรู้สึกของเขาในตอนนี้คือความดีใจที่อีกคนยังคงเป็นห่วงกันอยู่ แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถพิสูจน์ตนเรื่องอี้ฝานได้ก็ตามที

คงเพราะเขาได้ทลายกำแพงน้ำแข็งนั่นไปหมดแล้ว ดังนั้นหัวใจดวงน้อยนั่นถึงได้เพรียกหาเขา

ขอบคุณที่ห่วงกัน...

 

เฮ้ยๆ ข้าไม่อยากดูบทรักหวานซึ้งตอนนี้หรอกนะ ลู่หานเอ่ยขัดด้วยความรำคาญ ยิ่งมองเห็นมือทั้งสองจับกันไว้แน่นยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ เขาต้องการเห็นซื่อชุนหมดสภาพให้มากกว่านี้

ซื่อชุนใช้ดวงตาสีแดงตวัดมองลู่หานที่ทำสีหน้าไม่พอใจอยู่อย่างนั้น เขาไม่เคยเห็นลู่หานในมุมแบบนี้เพราะตลอดเวลาที่เคยใช้ชีวิตในปราสาทหลังนั้นเขารู้สึกลู่หานนั่นค่อนข้างปิดกั้นความรู้สึกและพูดน้อยเกินไปด้วยซ้ำ แต่ก็เพราะแบบนั้นทำให้เป็นคนที่คาดเดาอะไรได้ยากนัก บางทีการที่หมอนี่คอยไล่ตามฆ่าเขาเองก็คงจะเป็นสิ่งวางแผนเอาไว้นานเสียแล้วก็เป็นได้หากแต่ไม่มีใครระแคะระคาย

 

วางแผนอย่างนั้นหรือ...

หมอนั่นบอกว่าเห็นตอนที่ข้าฆ่าอี้ฝาน

แล้วทำไมหมอนั่นถึงไปอยู่ที่นั่นได้ และมีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องฆ่าอี้ฝาน

 

ถ้าสิ่งที่เขาคิดไม่ผิด.....ซื่อชุนที่ฆ่าอี้ฝานได้


ต้องเป็นซื่อชุนที่ไม่ใช่ซื่อชุนแล้ว

 

ลู่หาน ก่อนที่เจ้าจะตายอย่างน้อยจงตอบข้าถึงเหตุการณ์วันนั้น

ฮ่าๆๆๆๆ ก่อนที่ข้าจะตายเหรอ นั่นควรเป็นเจ้ามากกว่าซื่อชุนลู่หานระเบิดหัวเราะลั่น ยิ่งมองสภาพของตนเองเทียบกับอีกคนก็ยิ่งหัวเราะหนัก ด้วยเพราะสภาพของเทั้งคู่แล้วคนที่ควรตายไม่น่าจะเป็นเขาอย่างแน่นอน

ข้าไม่มีทางแพ้พวกขี้ขลาดอย่างเจ้าหรอก!” ซื่อชุนลุกขึ้นยืนแม้เลือดยังไหลหยดลงมา ดวงตาสีแดงจ้องมองไปที่ลู่หานอย่างแข็งกร้าว

ข้าน่ะเหรอคือคนขี้ขลาด

เพราะเจ้าใช้ข้าเป็นเครื่องมือฆ่าอี้ฝานเยี่ยงพวกขี้ขลาดอย่างไรละ สิ้นคำของซื่อชุนนั้นใบหน้าของลู่หานนั้นปราศจากรอยยิ้มทันที ตอนนี้เป็นซื่อชุนที่ยิ้มออกมาแทนเพราะอาการที่เกิดขึ้นมันแปลว่าข้อสันนิษฐานของเขาถูกต้อง

ซื่อชุน อี้ฝาน หรือกระทั่งคนอื่นๆไม่ได้รับรู้เลยว่าตลอดระยะเวลาที่ได้อาศัยที่ปราสาทหลังนั้นลู่หานไม่ใช่เป็นเด็กที่คอยโดนดูถูกดูแคลนไปวันๆ ในจิตใจของเด็กน้อยได้บ่มเพาะความเกลียดชังทีละเล็กละน้อยจนมันก่อตัวจและยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน แต่เพราะลู่หานก็ไม่ได้แสดงอะไรออกมาเพื่อหวังให้ทุกคนตายใจอีกทั้งข้อดีของเขาคือความช่างสังเกต เขารู้นิสัยและพฤติกรรมของหลายๆคนในปราสาท

โดยเฉพาะอี้ฝานและซื่อชุน บุตรชายคนโตและคนรองของตระกูลอู๋

ลู่หานเฝ้ารอคอยมาตลอด วันที่จะฆ่าอี้ฝานเพื่อล้างแค้นแทนพ่อของเขา

และหลังจากนั้นจะเป็นคราวของซื่อชุนและทุกๆคนที่เกี่ยวข้อง

 

.

 

..

 

...

 

เสียงโหยหวนของสัตว์ป่าดังระงมยามที่มันถูกควักหัวใจออกมาทั้งเป็น เล็บแหลมคมสีเงินถูกย้อมให้เป็นสีแดงยามที่ชักมือออกมาจากร่างของพวกมัน และถึงแม้เสียงของมันจะดังมากเพียงใดดวงตาสีฟ้าก็หาได้มองไปที่เหยื่อของตนไม่หากแต่มองเลยไปยังหนทางข้างหน้าต่างหาก นัยน์ตานั้นสะท้อนแสงจากเปลวไฟโหมสูงกระหน่ำที่มีไปทั่วพื้นที่เพราะที่แห่งนี้มีการต่อสู้เกิดขึ้นมาในระยะเวลาหนึ่งแล้ว

อี้ฝาน เสียงของสตรีเอ่ยเรียกเป็นผลให้เจ้าของชื่อต้องหันไปก่อนจะส่งยิ้มให้เพียงบางๆ

ซื่อชุนต้องอยู่ที่นี่แน่นอน ไม่ต้องห่วงหรอกท่านน้าอี้ฝานเอ่ยบอกเพราะรู้ดีว่าสตรีตรงหน้ากำลังกังวลใจเรื่องใดอยู่ ซื่อชุนไม่เคยหายตัวไปทำภารกิจนานหลายเดือนเช่นนี้ และด้วยความเป็นห่วงบุตรชายของตนทำให้นางต้องมาขอร้องอี้ฝานให้ช่วยตามหา แม้จริงๆแล้วเขากับท่านน้าคนนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่สนิทใจกันเท่าใดนัก

ข้าขอบคุณเจ้าจริงๆ

ไม่เป็นไร แต่ข้าอยากให้ท่านน้าอยู่รอที่ปราสาทมากกว่ามาที่นี้ มันอันตรายเกินไปอี้ฝานบอกด้วยความเป็นห่วง แม้นางจะไม่ใช่แม่แท้ๆแต่เขาก็นับถืออยู่เช่นกัน การให้สตรีสูงศักดิ์ของตระกูลต้องลงมาพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพวกหมาป่าแบบนี้มันอันตรายเกินไป แม้ฝั่งของเขาเองก็ยกกำลังพลมาไม่น้อยหลังจากที่ได้พยายามค้นหาอยู่หลายอาทิตย์จนได้เบาะแสว่ามีพวกหมาป่าจำนวนมากซ่องสุมอยู่พื้นที่แถบนี้ และนั่นเองทำให้อี้ฝานคาดว่าซื่อชุนอาจจะถูกพวกหมาป่าจับตัวไว้

ข้าเป็นห่วงซื่อชุน ข้าอดทนรอไม่ไหว

เช่นนั้นท่านน้าโปรดอย่างห่างจากข้า เมื่อห้ามไม่เป็นผลก็มีแต่ต้องให้มาด้วยกันคงจะเป็นทางดีที่สุด อี้ฝานรู้ว่านางเองก็มีฝีมือไม่น้อยแต่ก็ไม่ควรประมาท หากเป็นไปได้เขาจะขอจัดการหมาป่าทุกตัวเองดีกว่าให้มือของท่านน้าต้องเปื้อนเลือด

อี้ฝานเดินมุ่งไปทางข้างหน้า กองไฟสูงที่กำลังเผาไหม้กระโจมผ้าที่คาดว่าเป็นที่พักของพวกหมาป่านั้น เชื้อเพลิงชั้นดีเช่นนี้ยิ่งทำให้เหล่ากองไฟสูงลามไปทั่วได้โดยง่าย อี้ฝานอดคิดไม่ได้ว่าทำไมพวกหมาป่าถึงได้มาอยู่รวมกันเช่นนี้ทั้งๆที่พวกมันเองก็ซ่อนตัวเก่งไม่แพ้ผีดูดเลือด

...เสมือนจงใจให้พวกเขามาหาเจออย่างไรอย่างนั้น

เงาสีดำที่วูบไหวผ่านไปทำให้ดวงตาสีฟ้าต้องหันไปมองตามมันทันที เขาเห็นเงาวูบไหวลักษณะคล้ายจะเป็นส่วนชายของผ้าคลุม นั่นทำให้อี้ฝานต้องวิ่งตามไปทันทีเมื่อคิดว่าน่าจะเป็นคนที่ตนกำลังตามหา

หยุดนะ อี้ฝานเอื้อมมือไปจับหัวไหล่ก่อนจะดึงให้ร่างนั้นหันหน้ามา

โอ๊ะ! จับได้แล้ว เมื่อเห็นใบหน้านั่นอี้ฝานถึงกับหน้าถอดสี ร่างที่เขาจับอยู่นี่ไม่ใช่ซื่อชุนแต่ก็ไม่ใช่คนที่เขาปรารถนาจะเจอเช่นกันในเวลานี้ รอยยิ้มหวานที่ไม่แพ้ใบหน้านั้นไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

ลู่หาน!!”

ดีใจจังที่ท่านอี้ฝานผู้เก่งกาจยังจำข้าได้ด้วย

เจ้ามาทำอะไรที่นี่ อี้ฝานยังคงบีบไหล่เล็กนั่นแน่น เขาหวังว่าลู่หานจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับที่แห่งนี้

ที่นี่? ก็ที่นี่มันบ้านข้า จะให้ข้าไปที่ไหนกันละ สิ่งที่อี้ฝานคิดไว้ไม่เป็นจริง ลู่หานยิ้มอย่างเหนือกว่าแม้ตอนนี้จะถูกจับเอาไว้แน่นก็ตามที ดวงตากลมโตที่ดูไม่ยี่หระต่ออะไรเลยทำให้อี้ฝานเดาทางไม่ออก

เจ้ามาทำอะไรในที่ของหมาป่า

ท่านอาจจะลืมไป ครึ่งหนึ่งของข้าคือหมาป่า กล่าวจบลู่หานก็เงื้อมือขึ้นหวังใช้กรงเล็กเช่นหมาป่าตะปบลงไปที่ร่างของอี้ฝาน แต่นั่นก็ไม่เร็วไปกว่าอี้ฝานที่ผละตัวออกทัน ดวงตาคมมองเห็นว่าครึ่งหมาป่านั่นกำลังยิ้มให้อย่างคนที่กำลังสนุกสนานกับอะไรบางอย่าง

ฉีก!

 

อี้ฝานทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกับเสียงหวีดร้องของท่านน้า ความเจ็บแปลบที่กลางหลังแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องกัดฟันแน่น เขาไม่รู้ว่ามีอะไรที่มาโจมตีทางข้างหลังเขาอาจจะเป็นหมาป่าลูกสมุนของลู่หาน

ซื่อชุน!!”เสียงของหญิงผู้มีศักดิ์เป็นน้าร้องดังขึ้นจนอี้ฝานต้องรีบยันกายลุกขึ้นยืนเพื่อมองให้แน่ใจว่านามที่ท่านน้าเรียกหานั้นคือคนตรงหน้า

เจ้า...และสิ่งที่อี้ฝานเห็นคือซื่อชุน ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างเพราะไม่คาดคิดว่าน้องชายต่างสายเลือดจะทำร้ายกัน

ฮ่าๆๆ ขอแนะนำให้รู้จักลูกสมุนที่รักของข้า

เจ้าทำอะไรกับซื่อชุน!!!” อี้ฝานตวาด แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบก็ต้องกระโดดหลบซื่อชุนที่ตอนนี้พุ่งเข้าหาหมายจะเอาชีวิตให้ได้

ซื่อชุนหยุดนะ!!” เสียงของมารดาทำให้ซื่อชุนหยุดชะงักไปเพียงชั่วครู่ก่อนจะหันมามองนาง ดวงตาสีแดงที่ไร้สิ่งใดสะท้อนในดวงตาได้เปลี่ยนเป้าหมายจากอี้ฝานแล้ว

เจ้าจะฆ่านางไม่ได้ ซื่อชุน!!” อี้ฝานเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อขวางมิให้น้องชายต่างมารดาทำอะไรนาง

เลือด.....ข้าต้องการเลือด!”เสียงนั้นพูดออกมาด้วยท่าทางคลุ้มคลั่งจนอี้ฝานต้องสงสัย ที่จริงแล้วสิ่งมีชีวิตแบบพวกเขาแม้ดื่มเลือดเป็นอาหารแต่เขาไม่เคยเห็นซื่อชุนโหยหาหรือกระหายเลือดจนคุมตนเองไมได้เช่นนี้

ฆ่าพวกมันซะแล้วข้าจะให้เลือดแก่เจ้า ซื่อชุน!!” ลู่หานเอ่ยคำสั่งยิ่งทำให้ซื่อชุนคลุ้มคลั่งกว่าเดิม ร่างสูงวิ่งพุ่งไปหาอี้ฝานที่ยังคงยืนบังร่างของท่านน้าเอาไว้มิเป็นอันตราย อี้ฝานใช้เวลาอันน้อยนิดเพื่อคิดหาทางหยุดซื่อชุนให้ได้

ซื่อชุนหยุด!” สุดท้ายอี้ฝานไม่สามารถคิดวิธีใดไปได้ดีกว่าการเรียกเพื่อให้ได้สติน้องชายกลับมา และแน่นอนว่ามันนไร้ผลเมื่อซื่อชุนยังคงพยายามเอาชีวิตเขาให้ได้ และด้วยฝีมือของซื่อชุนที่ยังเหมือนเดิมหรืออาจจะมากกว่าเดิมเพราะคลุ้มคลั่งเช่นนี้ทำให้มันไม่ง่ายเลยที่เขาจะเอาแต่หนีอย่างเดียว

รีบๆฆ่ามันซะทีสิ ข้าจะได้ให้รางวัลเจ้าลู่หานบ่นด้วยความเบื่อที่เห็นซื่อชุนยังทำอะไรไม่ได้และอี้ฝานก็ยังคงหนีอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆเพราะไม่อยากทำร้ายน้องชาย

แกเอาเลือดให้ลูกชายข้าดื่มเหรอ ไอ้ครึ่งหมาป่าเสียงของหญิงเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้ถามด้วยความโกรธแค้นเมื่อเห็นสภาพลูกชายของตนเอง ตอนนี้นางมั่นใจว่าสิ่งที่นางคิดไว้ไม่น่าจะผิดไปแน่นอน

 

เพราะเลือดของหมาป่าเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผีดูดเลือด เพราะมันเสมือนยาพิษร้าย

ในร่างของลู่หานเอง ครึ่งหนึ่งก็มียาพิษร้ายไหลเวียนในร่างเช่นกัน

 

ฮ่าๆๆ ฉลาดดีนี่นา ข้าแค่จับตัวมันมาแล้วลงทุนให้เลือดมันติดต่อกันเป็นเวลานานๆมันก็กลายมาเป็นตุ๊กตาที่ทำตามแต่คำสั่งข้าได้แล้ว ลู่หานว่าพร้อมหัวเราะอย่างสะใจที่ตนเองสามารถควบคุมซื่อชุนได้ ใครจะคิดว่าท่านชายผู้สูงศักดิ์นั้นจะเป็นทาสรับใช้ของเขาไปแบบนี้

"ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่" นางหายตัวไปในชั่วพริบตาแล้วปรากฏตรงด้านหลังของลู่หานหมายจะปลิดชีวิตในคราเดียว แต่อีกคนก็เร็วพอที่จะหลบมันทัน

เจ้าต้องการอะไรกันแน่ลู่หาน อี้ฝานถามแม้จะยังหลบหลีกการโจมตีของซื่อชุนอยู่ ปลายตามองเห็นท่านน้าของเขากำลังเข้าต่อสู้กับอีกคนอย่างดุเดือด

โศกนาฏกรรมไงละ” ลู่หานตอบพลางปัดมือที่กำลังจะทะลวงร่างของเขาออก

นั่นคือสิ่งที่เจ้าต้องการตลอดในรอบร้อยกว่าปีอย่างนั้นสินะ” นางถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ใครจะคิดว่าเด็กน้อยที่เหมือนไม่มีพิษภัยใดๆในวันนั้นกลับการเป็นศัตรูที่น่ากลัวในวันนี้

แม้ต้องใช้เวลาอีกหลายร้อยปี หากฆ่าพวกเจ้าได้ข้าก็จะรอลู่หานตอบกลับด้วยความแค้น เขามีชีวิตอยู่เพื่อล้างแค้นให้แก่บิดาและมารดาและเขาก็วางแผนนี้มานานมาก เป็นเวลาหลายปีกว่าพวกหมาป่าจะยอมรับเขาเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ได้เฉกเช่นบิดา เรียกได้ว่าลู่หานเองก็เกือบตายมาหลายหน เพราะสิ่งมีชีวิตครึ่งๆกลางๆไม่เป็นที่ยอมรับไม่ว่าทีใดก็ตามที

แต่ด้วยแรงแค้นที่มีมากทำให้พิสูจน์ตนเองได้ว่าแข็งแกร่ง ท้ายที่สุดลู่หานก็กลายเป็นคนที่หัวหน้าเผ่าพันธุ์หมาป่ายอมรับและให้กองกำลังหมาป่าจำนวนหนึ่งอยู่ในครอบครอง ลู่หานรู้ว่าพวกผีดูดเลือดมีภารกิจที่ต้องคอยสำรวจและทำลายล้างพวกหมาป่าอยู่โดยมีตระกูลอู๋เป็นผู้นำ ดังนั้นเขาจึงลอบสังเกตเป้าหมายแรกของเขาอย่างเงียบๆ 

นั่นก็คือซื่อชุน...

หากเขาต้องการล้างแค้น ซื่อชุนคือตัวเลือกที่ดีที่จะช่วยให้แผนการของเขาได้ลุล่วง แม้ใจจริงเขาคิดว่าหากได้อี้ฝานมาอีกคนแผนของเขาจะสำเร็จไวขึ้น

แต่เขาคงทนมองหน้าไอ้คนที่ฆ่่าบิดาของเขาไว้ไม่ไหวหรอก

เจ้าไม่ห่วงไปหรออี้ฝาน หลังจากฆ่าพวกเจ้าจนหมดแล้วข้าจะให้ซื่อชุนจากไปอย่างไม่ทรมาน

เจ้า!!” อี้ฝานกัดฟันกรอด เขาไม่รู้ว่าซื่อชุนได้รับเลือดของลู่หานไปมากแค่ไหนและก็ไม่รู้ว่านซื่อชุนจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ แต่หากลู่หานมีแผนหวังใช้ซื่อชุนเป็นเครื่องมือแล้วละก็ การฆ่าลู่หานคือหนทางเดียวที่ดีที่สุดในตอนนี้

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว อี้ฝานจึงใช้ดาบยาวแหลมสีดำทมิฬที่พกไว้ข้างเอวตลอดเวลาอออกมาเป็นสัญญาณว่าต่อจากนี้เขาเอาจริงแล้ว ลู่หานออกคำส่ังให้ซื่อชุนเข้าโจมตีทันทีเมื่อเห็นว่าอี้ฝานคงจะไม่หนีแบบเมื่อครู่อีกต่อไป ทันทีทีร่างของคนคลุ้มคลั่งเข้ามาปลายดาวยาวก็แทงสวนไปที่ไหลด้านขวาลึกพอประมาณเพื่อให้ได้รับบาดเจ็บแต่มิได้หมายเอาชีวิต อี้ฝานต้องการแค่ให้อีกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราวเท่านั้น

"ต่อไปก็ตาเจ้า" อี้ฝานเปลี่ยนทิศทางทันทีเมื่อคิดว่าสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของน้องชายต่างมารดาลงได้ อี้ฝานรู้ดีว่าเขาในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าซื่อชุนที่ไม่ได้สติหรือความนึกคิดใดๆ ยิ่งไปกว่านั้นเขามั่นใจว่าตนเองสามารถล้มลู่หานลงได้ 

เมื่อความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม อี้ฝานควัดปลายดาบสีดำทมิฬให้หันไปยังร่างของครึ่งหมาป่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วขีดสุดของตนเอง เขาเห็นลู่หานเบิกตากว้างเมื่อกำลังถูกแทงลงไปที่กลางอกแต่ชั่วเสี้ยววิมันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม

สายลมที่พัดเบาๆจากด้านหลังทำให้อี้ฝานรู้ได้ว่าตนกำลังทำผิดพลาดไป...

เคร้ง!

กรี๊ด!!!!!!!”

เสียงดาบร่วงหล่นตามมาด้วยเสียงหวีดร้องลั่นด้วยความตกใจเพราะภาพเบื้องหน้าของตนคือภาพของลูกชายเพียงคนเดียวใช้มือข้างซ้ายแทงทะลุไปยังตำแหน่งของหัวใจผู้เป็นพี่ชาย ในขณะที่ลู่หานนั่งคุดคู้กุมแผลที่ท้องอันเกิดมากจากการถูกแทงที่ถูกเปลี่ยนทิศทางไปเพราะเจ้าของดาบถูกทำร้ายเสียก่อน 

ซื่อ...ชุน อี้ฝานทรุดฮวบลงไป เขาไม่คิดว่าซื่อชุนจะฟื้นตัวจากแผลที่เขาแทงลงไปได้เร็วหรือที่จริงแล้วเพราะความคลุ้มคลั่งนั่นทำให้น้องชายของเขาไม่รู้ถึงความเจ็บปวดทางการถูกแทงมากกว่า

เลือด... ซื่อชุนใช้ลิ้นเลียไปที่ฝ่ามือของตนเอง เลือดของอี้ฝานนั่นช่างหอมหวานไม่แพ้กับเลือดของลู่หาน การกระทำนั่นอยู่ในสายตาของอี้ฝานแม้สติกำลังจะหายไป ดวงตาของเขาพร่าเลือนจนแทบมองไม่เห็นอะไรแต่ภาพที่อยู่ในหัวของเขาตอนนี้คือเด็กน้อยกับหิมะ

สัมผัสเย็นเยียบที่หลังมือของเขา สัมผัสของหิมะที่เขาคุ้นเคยอันเป็นสัญญาณแห่งฤดูหนาวที่มาเยือน น่าแปลกเหลือเกินทั้งทีก่อนหน้านี้ทั่วพื้นที่มีแต่กองเพลิงโหมกระหน่ำ ตอนนี้มันกำลังถูกแทนที่ด้วยหิมะ


อี้ฝานรู้สึกผิดที่ไม่อาจรักษาสัญญาได้....และซิ่วหมินคงจะร้องไห้หนักน่าดูถ้ารู้เข้า...

แต่หากการเสียสละของเขาสามารถทำให้น้องชายของเขามองเขาว่าสมกับเป็นพี่ชายที่ปกป้องน้องชายได้แล้ว...


อย่าได้โทษตัวเองเลยนะซื่อชุน…” อี้ฝานใช้แรงเฮือกสุดท้ายของตนเองดึงร่างของซื่อชุนลงมาและปล่อยให้คมเขี้ยวนั่นฝังไปที่ลำคอของตน

อย่างน้อยหากเลือดของเขาจะช่วยดับความคลุ้มคลั่งได้ละก็...


หลังจากนั้นซื่อชุนก็หมดสติไปพร้อมกับอี้ฝานที่หมดลมหายใจ ส่วนลู่หานพยุงร่างอันอ่อนแอของตนเองหนีไปเพราะไม่อยู่ในสภาพที่สู้ได้เพราะแม้อี้ฝานจะตายไปแล้วแต่ยังมีภรรยาอีกคนของผู้นำตระกูลอู๋ที่ฝีมือไม่ใช่กระจอกแน่นอน เมื่อลู่หานหายลับไปแล้วนางวิ่งมากอดลูกชายเอาไว้แน่นพร้อมกับร่างของอี้ฝาน

ก่อนจะตัดสินใจว่าเรื่องนี้จะมีนางเท่านั้นที่รับรู้


.

..

...

 

ซิ่วหมินฟังเรื่องราวจากปากของลู่หานทั้งน้ำตา มือเล็กยกมือขึ้นป้องปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นในขณะที่ซื่อชุนที่แม้จะรู้ว่าเรื่องราวไม่ต่างจากที่ตนคาดการณ์ไว้แต่ก็ความโกรธแค้นในใจนั้นมากจนต้องทุบไปที่ผนังห้องจนมันแตกร้าว

เจ้ามันสารเลวลู่หาน

คนที่ฆ่าพี่ตัวเองก็เลวไม่ต่างหรอกลู่หานสวนกลับก่อนที่ทั้งสองจะพุ่งเข้าหาเพื่อโจมตีอีกฝ่ายให้ถึงแก่ชีวิตตามความต้องการ 

ซิ่วหมินปาดน้ำตาออกเพราะตอนนี้ต้องให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ตรงหน้าเสียก่อน แต่เท่าที่ประเมินดูแล้วแม้เขาจะไม่ถนัดในเรื่องการต่อสู้แต่ด้วยบาดแผลฉกรรจ์ของซื่อชุนที่เกิดจากลู่หานนั้นก็ทำให้เสียเปรียบอยู่

อยากช่วย...


 

ในขณะเดียวกันตรงด้านหน้าทางเข้าของปราสาทหลังเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าใหญ่บัดนี้ได้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลายสิบชีวิต หลายคนถือคบไฟในมือเพื่อทำให้สถานที่แห่งนี้มีสว่างจนมองเห็นไปทั่วบริเวณ เสียงอื้ออึ้งของเหล่าคนทั้งหลายที่ต่างพาวิพากษ์วิจารณ์สถานที่เบื้องหน้านี้ด้วยความประหลาดใจว่ามันถูกซ่อนจากสายตาของพวกเขาได้มาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไรกัน มีเพียงเฉินเท่านั้นที่ไม่ได้สนใจคำพูดเหล่านั้นเลย

เขาไม่ได้ต้องการให้ใครหาที่นี่พบเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะลู่หาน อิ้ชิงและเทายืนกรานไม่ให้เขามาด้วยเพราะไม่อยากให้ขวางการกำจัดผีดูดเลือดหรือเรียกได้ว่ามาเกะกะนั่นเอง เพราะทั้งสามมั่นใจมากว่าจะฆ่าซื่อชุนได้แบบนั้นทำให้เฉินยอมบอกทางแต่โดยดีซึ่งที่จริงแล้วเป็นเพราะลู่หานขู่เขาด้วยเป็นเหตุผลหลักที่เขายอมบอกทางมาสถานที่แห่งนี้

เขายอมรับว่าดวงตาสีทองของลู่หานนั่นสวย แต่มันก็น่าขนลุก

ท้ายที่สุดแล้วเขากลัวซิ่วหมินจะไม่ปลอดภัยเพราะเขาเพิ่งตระหนักได้ว่าไม่ควรไว้ใจสามคนนั้นมากเกินไป อีกอย่างหากเกิดการต่อสู้ขึ้นมาแล้วผู้มีพระคุณของเขาที่ยังอยู่ในปราสาทแห่งนี้อาจจะถูกลูกหลงจนเป็นอันตรายได้ ถึงแม้เขาจะได้กำชับอี้ชิงที่ดูไว้ใจได่้ที่สุดแล้วก็ตามที

พวกท่านรอข้างนอกก่อน เฉินหันไปบอกเหล่ากลุ่มคนที่เขาพามาด้วย เขาตั้งใจจะมาพาซิ่วหมินออกไปจากที่แห่งนี้ ส่วนพวกที่เหลือเขาไม่สนใจนัก การพาคนจำนวนมากมาด้วยเพื่อที่จะช่วยกันหาทางหนีทีไล่ได้ทันท่วงทีหกาต้องปะทะกับซื่อชุนซึ่งนั่นจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาขอเจอ ต้องขอบคุณความโกรธแค้นต่อผีดูดเลือดของคนในหมู่บ้านทำให้พวกเขาเหล่านี้ยอมมาช่วยด้วยกัน

ระวังตัวละไอ้หนุ่ม หากมีอะไรรีบส่งสัญญาณมา

เฉินเดินเข้ามาในปราสาทและพบว่ามีร่องรอยการต่อสู้อย่างหนักเพราะข้าวของกระจัดกระจายไม่มีชิ้นดี คราบเลือดที่เต็มไปทั่วพื้นทำให้เขาใจไม่ดี ได้แต่ภาวนาต่อพระเจ้าว่านั่นจะไม่ใช่เลือดของซิ่วหมิน

อึ่ก!” เสียงที่เปล่งออกมาแสดงถึงความเจ็บปวดเรียกให้เฉินหันไปมอง ดวงตาของเขามองเห็นอี้ชิงที่นอนหายใจรวยริน ใกล้ๆกันมีร่างของหมาป่าตัวหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่จนไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นหรือตาย

อี้ชิง!”

เฉินเหรอ อี้ชิงหันมามองในสภาพที่ย่ำแย่จนเฉินต้องรีบพยุงตัวให้ค่อยๆยกตัวขึ้นมา

ฝีมือหมอนั่นเหรอ

ใช่อี้ชิงเอ่ยพร้อมจับร่างของหมาป่าที่นอนข้างกันให้มาอยู่ในอ้อมแขนราวกับต้องการเรียกสติของมันไม่ให้ขาดหายไป

ท่านซิ่วหมินละเฉินเอ่ยถามอย่างร้อนรน เขากลัวว่าซิ่วหมินจะอยู่ในสภาพนี้เช่นกัน

สักที่ในที่แห่งนี้กับซื่อชุน...และลู่หาน เฉินรู้สึกร้อนใจกว่าเดิมเพราะอย่างน้อยซื่อชุนแม้จะอันตรายก็จริงแต่ลู่หานเนั่นเขาเดาใจไม่ออกเลยว่าจะทำอะไรให้เป็นอันตรายแก่ซิ่วหมินหรือไม่ เขามองอี้ชิงอย่างขอโทษที่ไม่อาจะช่วยอะไรได้ตอนนี้ก่อนจะรีบวิ่งไปเพื่อตามหาซิ่วหมิน

"อ๋อ เฉิน ข้าอยากบอกอะไรเจ้าอย่างนึง"เสียงของอี้ชิงทำให้เฉินหยุดฝีเท้าเอาไว้และหันมาฟัง

"เรื่องอะไร"

"สาเหตุการตายของคนในหมู่บ้านไม่ใช่ฝีมือของซื่อชุนหรอกนะ มันเป็นแผนของลู่หานที่ล่อให้ซื่อชุนปรากฏตัว"

"แล้วเป็นฝีมือใคร" เฉินอดสงสัยไม่ได้ นอกจากซื่อชุนแล้วจะมีใครที่ดูดเลือดเป็นอาหาร

"ลู่หาน" เมื่ออี้ชิงกล่าวจบเฉินถึงกับหน้าถอดสี

อย่างน้อยอย่าได้เป็นอะไรเลย

 


"อ๊าก!!" ซื่อชุนถูกซัดอัดเข้ากำแพงอย่างแรงจนกระอักเลือดออกมา แม้ปากจะเอ่ยว่าเอาชนะได้แต่ตอนนี้หัวสมองของซื่อชุนกลับว่างเปล่า ไปหมดแล้ว แม้อาการปวดหัวที่พอจะทุเลาไปบ้างแต่ไหนจะบาดแผลอีก เขาเองก็อดจะยอมรับไม่ได้ว่าลู่หานนั่นเก่งกาจระดับเดียวกับอี้ฝานเลยด้วยซ่ำ ไม่แปลกที่ตอนนั้นสามารถจับตัวเขาไปได้จนกลายเป็นหุ่นเชิดเช่นนั้น ซื่อชุนสบถอออกมาเบาๆเมื่อรู้สึกว่าตอนนี้เขาแทบจะไม่เหลือแรงยืนแล้ว

ท่านซื่อชุนซิ่วหมินรีบวิ่งมาดูในขณะที่มือเล็กพยายามพยุงร่างของซื่อชุนให้ลุกขึ้น ดวงตาสีแดงมองอาการความเป็นห่วงนี่ทั้งรอยยิ้มบางๆ

เจ้าไม่โกรธไม่เกลียดข้าหรือซิ่วหมิน

อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลยซิ่วหมินบอกทั้งน้ำตา เขายอมรับว่าโกรธแต่พอรู้ความจริงแล้วเขากลับสงสารซื่อชุนมากกว่า เขารู้ว่าซื่อชุนเองก็ทรมานใจเรื่องของอี้ฝานไม่น้อยไปกว่าเขาเลย

เจ้าต้องเกลียดมันสิซิ่วหมิน มันเป็นคนฆ่าคนรักของเจ้าไม่ใช่เหรอ” ลู่หานพยายามจี้ใจดำนั่นหวังจะเห็นซิ่วหมินโกรธเกลียดเหมือนกับที่เขาเคียดแค้นพวกผีดูดเลือดน่่ารังเกียจพวกนี้

หยุดเสียที!” ซิ่วหมินตวาดลั่น หากจะให้เขาเกลียดแล้วเขาคงจะเกลียดลู่หานที่สุด เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมลู่หานถึงต้องใช้ซื่อชุนเป็นเครื่องมือในการฆ่าอี้ฝาน ก่อนหน้านี้ทั้งสามคนเคยมีปัญหาอะไรกันก็ตามแต่เขาไม่ปราถนาจะรับรู้เลย

ซิ่วหมิน เจ้าหนีไปซะ ซื่อชุนเอ่ยอย่างลำบาก ตอนนี้เขาไม่มีแม้พลังจะปกป้องซิ่วหมินได้อีกแล้วและถึงแม้ซิ่วหมินจะมีพลังแต่คงไม่สามารถต่อกรลู่หานได้แน่อนเมื่อมองดูจากใบหน้าที่อิดโรยนั่นแล้ว

ผมไม่ไป ไหนท่านบอกว่าเราจะหนีไปด้วยกันไง ซิ่วหมินบีบมือซื่อชุนไว้แน่น เขารู้ดีว่าตอนนี้ซื่อชุนไม่เหลือพลังเอาไว้สู้แล้วและโอกาสที่เขาทั้งสองจะรอดแทบจะไม่มีเลย แต่เขาทำไม่ได้หากต้องทิ้งซื่อชุนไว้เผชิญกับความตายเพียงลำพัง

เหมือนกับอี้ฝาน...

เจ้าทำไมดื้อจังนะ มันน่าทำโทษเสียจริง ซื่อชุนพูดเช่นนั้นแต่ซิ่วหมินแทบร้องไห้ แม้จะเป็นประโยคหยอกล้อแต่ทำไมมันให้ความรู้สึกเหมือนการจากลา พอพูดจบซื่อชุนกระอักออกมาเป็นเลือดจำนวนมาก คิ้วเข้มขมวดด้วยเพราะคิดไม่ตกต้องทำเช่นไรพลันดวงตากลมมองไปที่เลือดพวกนั้นก่อนจะคิดได้

เลือด....

เอาละพวกเจ้าสั่งลากันแล้วใช่ไหม ทีนี้ก็ช่วยตายๆไปหน่อยละกัน ลู่หานแสยะยิ้มเหี้ยมแล้วเดินมาหาทั้งสองร่าง เขาหมายจะควักหัวใจทั้งสองออกมาในเวลาอันสั้น แม้เขาก็ต้องการกลับมาควบคุมซื่อชุนเพื่อสานต่อแผนการณ์ตัวเอง แต่ตอนอี้ฝานแสดงให้เห็นแล้วว่าการควบคุมผีดูดเลือดมันไม่ง่ายเท่าใดนักหากเจอคู่ต่อสู้ที่เท่าเทียมหรือเก่งกว่า เผลอๆอาจจะกลับมาทำร้ายตัวเองได้

ดังนั้นกำจัดทิ้งไปเลยน่าจะดีกว่า

ท่านซื่อชุน ได้โปรดดูดเลือดของผมนะครับ ในเวลาเดียวกันซิ่วหมินก็เดิมพันกับสิ่งที่คิดเอาไว้ เขาจำที่อี้ฝานเคยบอกเอาไว้ว่าหากผีดูดเลือดได้ดื่มเลือดจะมีพละกำลังและช่วยรักษาร่างกายได้ เขาหวังว่าว่าเลือดของเขาจะให้ผลแบบนั้น มือเล็กทั้งสองประคองใบหน้าของซื่อชุนเอาไว้ก่อนจะดึงคอเสื้อของตนให้เปิดกว้างจนเห็นลำคอขาว

ซิ่วหมิน... ซื่อชุนยังยังไม่ฝังคมเขี้ยวไป เขารู้ว่าเพราะมันคงไม่ทันการณ์ มือทั้งสองพยายามจะดันร่างของซิ่วหมินให้ไปพ้นทางของลู่หานเพราะเขาไม่ปราถนาให้ร่างเล็กตรงหน้านี้ต้องตาย

ตายซะ!!”และเป็นเวลาเดียวกันที่ลู่หานเงื้อมือที่มีกรงเล็บแหลมหวังแทงทะลุร่างทั้งคู่

แผ่นหลังเล็กรู้สึกถึงความเปียกชุ่มของเลือดจนทำให้เสื้อผ้าสีอ่อนเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงและบางส่วนก็กระเซ็นไปที่เส้นผมสีเงินจนกลายเป็นสีแดงฉาน เสียงหยดเลือดไหลลงสู่พื้นห้องที่เงียบสงบทำให้ซิ่วหมินต้องขยับกายจากซื่อชุนที่ใช้้ไหล่ของเขาซบศีรษะอยู่หันไปมองข้างหลังของตนเองเพราะความรู้สึกชุ่มโชกที่หลังนั่นมันไม่ใช่เลือดของเขา

ภาพที่เขาเห็นทำเขาแทบลืมหายใจ

เฉิน!!!!!” ซิ่วหมินหวีดร้องลั่นเมื่อเห็นว่ามือของลู่หานเสียบเข้าทะลุร่างของเฉินแทนที่จะเป็นเขากับซื่อชุน

ไม่....ไม่เป็นไร...แล้ว.... เฉินเอ่ยพร้อมยิ้มให้ผู้มีพระคุณของตนเมื่อบรรลุสิ่งที่ตนเองต้องการมาโดยตลอด


หากชีวิตนี้ได้รับมาจากท่านแล้ว

ข้าขอคืนให้แก่ท่านและจะไม่รู้สึกเสียใจเลย


ตอน...นี้...ละ” ดวงตาของเฉินส่งสัญญาณให้ซิ่วหมินรับรู้ถึงโอกาสเพียงครั้งเดียวที่มีในตอนนี้

“ใช้..น้ำ...แข็ง... ซิ่วหมินส่ายหัวให้เมื่อรู้ถึงความต้องการของเฉิน

เร็ว...สิ เฉินเอ่ยพร้อมดึงมือของลู่หานที่ยังคาที่ร่างของเขาเอาไว้แน่น ซิ่วหมินหลับตาแน่นเมื่อตัดสินใจทำอย่างที่เฉินต้องการ นี่เป็นเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น... มิอเล็กจรดไปที่อกของเฉินที่มีมือของลู่หานอยู่ตรงตำแหน่งนั้นด้วย ความเย็นแผ่ซ่านก่อนจะปรากฏเป็นน้ำแข็งที่ห่อหุ้มมือของลู่ห่านจนไม่อาจขยับได้

"ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไอ้มนุษย์หน้าโง่!!!" ลู่หานตวาดลั่นเมื่อไม่อาจขยับมือได้ทำให้ร่างของเขาถูกติดตรึงอยู่กับที่

"ขอโทษนะเฉิน"

ฉึก!

อะไร...ลู่หานก้มลงมองที่อกซ้ายของตนเองก่อนที่ความเย็นจะแผ่เข้าปกคลุมทั่วร่างกาย ดวงตาที่โตอยู่แล้วเบิกกว้างขึ้นเมื่อรู้ว่าต้นเหตุแห่งความเย็นมันมากจากแท่งน้ำแข็งที่เสียบร่างของเขาอยู่ตอนนีี้ มองเห็นร่างของเฉินที่ถูกเสียบไปพร้อมเขาด้วยเช่นกันและเมื่อมองต่อออกไปก็พบว่าไอ้แท่งน้ำแข็งนี่มากจาก...

แกมันปีศาจ!!!”

คุณก็เหมือนกันซิ่วหมินบอกทั้งน้ำตาก่อนจะใช้พลังที่รวบรวมจากเฮือกสุดท้ายของตัวเองกดแท่งน้ำแข็งลงไปให้ลึกมากกว่าเดิม

การเสียสละของเฉินจะต้องไม่สูญเปล่า...

"ขอบคุณนะ ที่ดูแลเราจนวินาทีสุดท้าย"ซิ่วหมินบอกทั้งน้ำตา


ภายนอกปราสาทยังคงมีเสียงเซ็งแซ่ของผู้คนที่ต่างถกเถียงกันเป็นการใหญ่ หลังจากเฉินได้เข้าไปข้างในเป็นเวลานานแล้วยังไม่มีสัญญาณใดๆส่งมาจนสุดท้ายพวกเขาตัดสินใจส่งตัวแทนเข้าไปกลุ่มนึงแล้วพบว่ามีร่องรอบการต่อสู้และคราบเลือดเต็มไปหมด

มันต้องเป็นไอ้พวกผีดูดเลือดแน่ๆ

เราต้องเผามันทิ้งซะ ก่อนที่มันจะไปทำร้ายพวกเราอีก

แต่เฉินยังอยู่ในนั้น

เสียงโต้เถียงนั่นเป็นแบบนี้มาซักครู่แล้วเพราะต่างคนต่างคิดไม่ตกว่าควรทำอย่างไร การเผาปราสาทนี้ทิ้งเป็นสิ่งที่เสียงส่วนมากต้องการ แต่กระนั้นก็ยังมีบางคนที่ห่วงเฉินเช่นกัน

บางทีเจ้านายของมันอาจจะเป็นผีดูดเลือดก็ได้

บ้าเหรอ แล้วเฉินจะเรียกเรามาทำไม

ก็อาจจะเรียกมาเป็นเหยื่อให้เจ้านายมันดูดเลือดอย่างไรละ

สุดท้ายทุกคนก็นิ่งเงียบแล้วหันมามองหน้ากันเมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงการอยู่ตรงนี้ก็คงไม่ปลอดภัย และก็ควรจะทำลายที่แห่งนี้ไปพร้อมๆกันด้วยในตอนที่ยังมีโอกาส

ในรถเกวียนที่บรรทุกคนหลายชีวิตมายังพอมีถังน้ำมันติดมาด้วยเพื่อเอาไว้จุดไฟเพราะเหล่าชาวบ้านไม่รู้ว่าจะต้องเดินทางนานแค่ไหนและกลัวจะไม่มีคบเพลิงเอาไว้นำทาง บัดนี้มันถูกชายฉกรรจ์หลายคนนำมาราดไว้รอบปราสาทและด้านในบางส่วนตามเปริมาณที่มีอยู่ และด้วยปราสาทแห่งนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากตามความต้องการของเจ้าของของมัน ดังนั้นเพียงไม่นานที่คบไฟถูกโยนใส่ไปที่น้ำมัน เพลิงไฟก็โหมกระหน่ำไปทั่วบริเวณโดยใช้เวลาไม่นาน ปราสาทที่เคยถูกปกคลุมด้วยสีขาวของหิมะบัดนี้มันถูกย้อมด้วยสีส้มของเปลวไฟ


นี่เป็นธรรมชาติของมนุษย์

ที่มักจะกลัวในสิ่งที่ต่างออกไปจากตนเอง...


ซิ่วหมินนอนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนเช่นนี้เป็นเวลาครู่หนึ่งแล้ว หลังจากที่ตนได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายเพื่อปลิดชีวิตลู่หานไป ตอนนี้ร่างกายของเขาแทบจะไม่มีแรงใดๆนอกจากหายใจเท่านั้น เพราะความโล่งใจที่ลู่หานได้แน่นิ่งไปแล้วทำให้เขาคิดว่าไม่มีอะไรต้องห่วงแต่ไม่นานนักซิ่วหมินก็รู้สึกถึงควันไฟที่พัดเข้ามาในห้องตามมาด้วยความร้อนที่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณอย่างผิดสังเกต เสียงของการเผาไหม้และกลิ่นของมันทำให้ดวงตากลมต้องรีบมองไปที่ร่างของซื่อชุนที่กำลังหายใจรวยรินเพราะพิษบาดแผล

ท่าน...ซื่อชุน ร่างเล็กพยายามตะเกียกตะกายไปหาด้วยความเป็นห่วง หากคิดไม่ผิดที่แห่งนี้คงถูกวางเพลิง

ไฟไหม้สินะซื่อชุนเอ่ยทันทีที่มือเล็กคว้ามือของเขาเอาไว้ ออกแรงบีบที่เป็นสัญญาณว่ายังไม่ตายทำให้ซิ่วหมินยิ้มออกมาได้บ้าง

น่าจะใช่ครับ

ขอโทษนะ” ซื่อชุนบอกพร้อมบีบมือเล็กนั่นแน่นขึ้นไปอีก เพราะเขาเป็นต้นเหตุทำให้เจ้าของมือเล็กนี่ต้องเจอเรื่องราวเลวร้าย

หากอี้ฝานเป็นคนมอบทุกสิ่งให้แก่ซิ่วหมิน

เขาก็คงเป็นคนที่ทำลายมัน...แม้กระทั่งชีวิตของอี้ฝาน

ขอโทษผมเรื่องอะไรครับ

ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องอี้ฝาน เรื่องลู่หาน...แค่กๆ ซื่อชุนสำลักเลือดออกมาอีกระลอกเพราะฝืนร่างกายมากเกินไป เมื่อเห็นแบบนี้แล้วซิ่วหมินไม่รอช้าพยายามยันร่างของตนให้ลุกขึ้นนั่งแล้วพยุงร่างของซื่อชุนมาด้วยเพราะหากปล่อยไว้เช่นนี้ซื่อชุนได้ตายแน่นอน

ดูดเลือดผมไปเถอะครับ

"ข้าไม่สมควรได้รับมันหรอก" เขาปฏิเสธ

"แต่ท่านซื่อชุนกำลังจะตายนะครับ!"

"นั่นก็สมแล้วกับคนเช่นข้า" ซื่อชุนเอ่ยอย่างถอดใจ คนบาปเช่นเขาควรจะต้องชดใช้กรรมที่ฆ่าพี่ชายด้วยชีวิตสินะ

"ไม่! ผมไม่ยอมให้ท่านตาย" ซิ่วหมินส่ายหัวแล้วซบใบหน้าลงที่อกกว้างนั้น

"เจ้าเป็นใครกันที่จะมาสั่งข้าได้" คนถูกซบยิ้มออกมาเล็กน้อยแม้ในยามอันตรายมาถึงตัวเช่นนี้แต่ซิ่วหมินก็ยังทำตัวได้น่าเอ็นดูจนอยากกอดเหลือเกิน หากไม่ติดว่าบาดแผลมันหนักหนาเช่นนี้

"ผมเป็นคนที่รักท่านซื่อชุน แค่เหตุผลนี้เพียงพอที่จะขอร้องให้มีชีวิตอยู่ได้หรือยังครับ" ดวงตากลมจ้องไปที่ดวงตาสีแดงเพื่อยืนยันในคำพูดนั้นของตนเอง ซื่อชุนยิ้มให้กับคำตอบนั้น แม้เขาจะคิดว่าความตายมันไม่ได้น่ากลัวเท่าใดนัก แต่ถ้าหากความตายมันทำให้เขาไม่ได้เห็นคนตรงหน้านี้อีกแล้ว

มันคงน่ากลัวสำหรับเขาจริงๆ

เจ้าคิดดีแล้วเหรอ บางทีมันอาจจะต้องใช้เลือดทั้งร่ากายของเข้าก็ได้นะ ซื่อชุนถาม

“ผมคิดดีแล้ว” ซิ่วหมินยืนยันก่อนจะโน้มคอของซื่อชุนลงมาจรดที่ลำคอของตนเอง เขาไม่รู้หรอกว่าซื่อชุนต้องใช้เลือดขนาดไหนในการรักษาแผลขนาดนี้ได้ แต่ถ้าหากมันเป็นทางที่ทำให้ซื่อชุนไม่เป็นอะไรแล้วละก็เขาปราถนาที่จะทำมัน

อ่า....ตอนนี้เราเข้าใจความรู้สึกของเจ้าแล้วเฉิน 

อย่างน้อยหากคนเราได้ตายเพื่อคนที่ตัวเองรักแล้วละก็...


.


..


...

 


Promise me...


สายลมเย็นพัดพาให้กิ่งไม้สูงจำนวนมากเสียดสีกันจนเกิดเสียงราวกับเป็นดนตรีขับกล่อมเพื่อรับวันใหม่ อากาศในวันนี้ไม่หนาวเย็นเช่นทุกวันอาจจะเป็นเพราะแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาหรือจะเป็นเพราะพายุเพลิงที่เพิ่งสงบไปไม่นานนี่หรือเพราะหิมะที่เคยถูกบันดาลมาด้วยพลังพิเศษของใครบางคนวันนี้ไม่ได้ถูกสร้างออกมาเช่นทุกวัน เหตุผลจะอะไรก็แล้วแต่ตัวซื่อชุนเองก็ไม่อาจแน่ใจได้ เพราะตอนนี้เขาทำได้เพียงอาศัยร่มไม้ใหญ่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากปราสาทที่ตอนนี้เป็นเพียงซากปรักหักพังไปเสียแล้วบดบังร่างของตนให้พ้นจากแสงอาทิตย์ พละกำลังที่ยังไม่คืนมาเต็มที่ทำให้เขาไม่สามารถหายตัวไปที่ไกลๆได้อย่างที่เคยทำตามปกติ

เสียงลมหายใจเข้าออกของคนที่ยังอยู่ในนิทรารมย์เรียกรอยยิ้มบางๆจากเขาขึ้นมา แม้ตอนนี้ร่างกายของเขายังเหนื่อยล้ามากจากการที่พาคนที่กำลังนอนหลับสบายบนตักเขาออกมาจากกองเพลิง และแม้เขาจะได้ดูดเลือดไปแต่ก็ไม่ใช่ปริมาณที่ทำให้เขากลับมาแข็งแรงตามเดิมได้ในเวลาอันสั้น เพราะเขารู้ดีว่าการทำเช่นนั้นอาจจะทำให้ซิ่วหมินถึงตายได้ซึ่งเขาไม่ยอมเให้เป็นเช่นนั้น

ดังนั้นตอนนี้ขออยู่แบบนี้ไปก่อนแล้วกันนะ

ซื่อชุนก้มลงไปประทับริมฝีปากนุ่มนั่นด้วยความรู้สึกมากมาย ทั้งขอบคุณ ทั้งขอโทษ ทั้งดีใจ เสียใจและทั้งแสดงความเป็นเจ้าของ ในตอนนี้เพียงแค่มีซิ่วหมินเขารู้สึกว่าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว

อืม.... เสียงร้องเบาประท้วงเมื่อถูกรบกวนการนอน ดวงตากลมโตค่อยเปิดออกพร้อมกับที่รับรู้ถึงสายลมเบาๆปะทะที่ใบหน้า อากาศที่ชวนให้นอนต่อเช่นนี้ทำให้ซิ่วหมินแทบอยากจะนอนต่อถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ซื่อชุนกำลังมองหน้าเขาอยู่

ตื่นแล้วเหรอ

ที่นี่...?” ซิ่วหมินถามเมื่อรู้สึกว่าตัวเองอยู่ใต้ร่มไม้เพราะมองเห็นกิ่งไม้และใบไม้พัดไปมา

แถวๆปราสาทนั่นละ ข้ามีแรงพามาได้แค่นี้ ซื่อชุนตอบ

ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ซิ่วหมินรีบยันตัวขึ้นมาเพื่อดูอาการ แต่ฝ่ามือใหญ่ก็กดร่างเล็กเอาไว้ให้นอนลงไปตามเดิม

ขออยู่แบบนี้ก่อนเถอะนะซื่อชุนบอกแล้วส่งยิ้มบางให้ คนถูกสั่งจึงทำตามโดยดีแม้สีหน้าของซื่อชุนจะยังไม่สู้ดีนักแต่ก็ดึกว่าเมื่อคืนตอนสู้กับลู่หานอยู่มากโข

ที่จริงถ้าดูดเลือดผมไปจนหมดอาจจะดีขึ้นกว่านี้นะครับ” ซิ่วหมินบอกเพราะเห็นบาดแผลตามที่ต่างๆของร่างกายยังไม่สมานตัวได้ดีนัก ยิ่งตรงช่วงไหล่ที่ยังคงมีเลือดไหลซึมออกมา

ข้าไม่ได้ต้องการดีขึ้นเพื่อที่จะไม่มีเจ้าอยู่ข้างกายหรอกนะซิ่วหมินซื่อชุนบอกพลางบีบจมูกคนบนตักเสียหนึ่งทีโทษฐานพูดในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ มือเล็กยกขึ้นลูบจมูกตัวเองปอยก่อนจะมองหน้าคนทำโทษ

อ่ะ!” นอกจากบีบจมูกแล้วยังถูกขโมยริมฝีปากไปเสียด้วย จนซิ่วหมินคิดว่าหลังจากนี้ควรจะคิดอะไรก่อนพูดไม่เช่นนั้นปากเขาคงช้ำแน่นอน

เรื่องอี้ฝาน...

ไม่พูดแล้วครับซิ่วหมินยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากนั่นทันทีเพื่อไม่ให้พูดต่อ

เจ้าทนไม่ได้หรือ

ท่านซื่อชุนต่างหากที่ทนไม่ได้ ซิ่วหมินเอ่ยตอบ เขายังคงรู้สึกเสียใจเรื่องของอี้ฝาน แต่เรื่องที่เกิดมันเป็นเพราะลู่หานเป็นต้นเหตุไม่ใช่ความตั้งใจของซื่อชุน เพียงแค่ซื่อชุนรับรู้เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นตราบาปในใจมากพอแล้วดังนั้นพวกเขาควรจบเรื่องของอี้ฝานเอาไว้

เขาคิดว่าอี้ฝานเองก็คงปราถนาเช่นนี้

"ตอนนี้ผมก็เป็นคนที่ไม่มีที่อยู่แล้วสินะ"ซิ่วหมินหลับตาลง ปราสาทของอี้ฝานมีความทรงจำมากมายสำหรับซิ่วหมิน เรียกได้ว่าซิ่วหมินเสมือนได้เกิดใหม่เพราะอี้ฝานช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เขาได้รับความกรุณาจากอี้ฝานหลายอย่าง ทั้งการเรียนรู้ต่างๆแม้ตัวเขาจะไม่เคยออกจากปราสาทแห่งนี้ นอกจากนี้ปรสาทแห่งนี้ยังทำให้เขาได้รู้จักกับเฉิน คนที่เขาได้ช่วยเอาไว้และดูแลเขาจนวาระสุดท้าย

และเป็นที่ที่เขาได้เจอคนที่หัวใจปราถนา

"ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องเสียมันไป" ซื่อชุนบอกเสียงเศร้า เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงได้เกิดเพลิงไหม้ปราสาทได้ แต่เขาก็ไม่อยากคิดหาคำตอบในเมื่อมันคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วในตอนนี้

ท่านซื่อชุน

หืม

ท่านยังอยาก....อยากให้ผมไปกับท่านอยู่หรือไม่ซิ่วหมินเอ่ยถามถึงสัญญาที่เคยได้รับก่อนจะเจอเรื่องลู่หาน แม้ซื่อชุนไม่ได้บอกยกเลิกมันแต่เขาต้องการถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

ซื่อชุนก้มมองร่างที่นอนบนตักเขาที่กำลังส่งดวงตากลมโตมาถามกันจนอดไม่ได้ที่จะขอแกล้งเสียหน่อย มือทั้งสองข้างยกให้ร่างเล็กลุกขึ้นเพื่อให้คนนอนอยู่เปลี่ยนมาเป็นนั่งคร่อมตักเขาเสียแทน ตอนนี้ระยะห่างจากใบหน้าทั้งสองแทบจะเรียกได้ว่าไม่มี สัมผัสเบาๆที่จมูกเมื่อชนกันทำเอาซิ่วหมินต้องหลบตาหนีเพราะรู้สึกอาย

ถามข้าแล้วหลบตาข้าทำไม

ก็แบบนี้มันน่าอายนี่ครับ ซิ่วหมินบอกหน้าแดง

แบบนี้ต้องลงโทษหน่อยดีไหมว่าจบก็ลากปลายลิ้นลงไปที่ลำคอขาว ที่จริงเมื่อคืนตอนที่ดูดเลือดเพราะกำลังอยู่ในหน้าสิ่วหน้าขวานอยู่เจซื่อชุนเลยไม่ได้ดื่มด่ำความหวานจากเลือดของซิ่วหมินอย่างที่เคยตั้งใจเอาไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้นถ้าตอนนี้จะทำตามใจตัวเองก็คงดีไม่น้อย

ซิ่วหมินทำหน้าเหยเกเมื่อคมเขี้ยวกดลงไปที่ลำคอที่แม้จะไม้ลึกมากแต่ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากรอยแผลก่อนจะถูกเลียไปหมดด้วยลิ้นยาว มือเล็กขยุ้มไปที่ไหล่กว่างของซื่อชุนด้วยความรู้สึกที่ทำให้หัวใจเต้นหวิว มันไม่ใช่ความเจ็บปวดแต่มั่นค่อนไปทางความสุขเสียด้วยซ้ำ

อืม...หวานจริงๆด้วย ซื่อชุนละออกมาเพราะถ้ามากกว่านี้เขาอาจจะคุมตัวเองไว้ไม้ไหว ก็ในเเมื่อคนตรงหน้าเล่นทั้งน่ารักน่ากินขนาดนี้


ไอ้รสเลือดก็ส่วนหนึ่ง

แต่ไอ้ท่าทางอันตรายแบบนี้ไหนจะหน้าหวานๆที่ขึ้นสีแบบนั้นแล้วยังจะมาจับไหล่เขาเป็นที่ยึดแบบนี้

คาดว่าซิ่วหมินอาจจะไม่รอดในอีกความหมายเสียแน่ๆ


แล้วตอบได้หรือยังครับซิ่วหมินถามโดยที่ใบหน้าซบไปที่แผ่นอกกว้าง เสียงหอบหายใจเล็กน้อยทำเอาซื่อชุนต้องยิ้มออกมา

หากความปรารถนาของเจ้าคือการอยู่ข้างกายข้าแล้ว” 

ซื่อชุนกระชับอ้อมกอดแน่นแล้วกระซิบลงข้างใบหู


“ข้าสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเช่นกัน

 

เจ้าหิมะสีขาวแสนสวยของข้า

 


---------------------------------------------------------------NIGHT END-------------------------------------------------------------

 

Extra


ท่าน....ท่านพี่ เสียงหวานดังแว่วมาจากไกลๆในขณะที่รอบกายมีแต่ความมืดมิด ซิ่วหมินหยุดนิ่งอยู่กับที่เพื่อค้นหาว่าเสียงนั่นมาจากทิศทางใด

ใครกัน

ท่านพี่ ท่านได้ยินข้าหรือไม่ เสียงนั่นใกล้เข้ามาจนซิ่วหมินต้องพยายามเพ่งมอง มือขาวนวลถูกยื่นมาหาเขาท่ามกลางความมืด

“คุณคือใคร

ข้าเอง สิ้นเสียงมือนั่นก็จับเข้าที่มือของเขาพร้อมกับที่ความมืดได้หายไปและกลายเป็นแสงสว่างมาแทนที่ มันสว่างมากพอจนมองเห็นร่างของอีกคนที่กำลังจับมือของเขา

ช่วยข้าด้วย ท่านพี่

คุณคือ!!!”


ร่างเล็กเจ้าของเรือนผมสีเงินสะดุ้งตื่นขึ้นพลางหอบหายใจตัวโยนเป็นผลให้ร่างสูงที่นอนข้างกันต้องลุกขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วง

ซิ่วหมินเจ้าเป็นอะไร

ผมฝันเห็น...

เจ้าฝันเห็นสิ่งใด ทำไมต้องตกใจเช่นนี้ ซื่อชุนดึงร่างที่กำลังสั่นผวาเข้ามากอด นี่นับเป็นเวลาเดือนกว่าแล้วที่ทั้งสองเดินทางมาด้วยกันโดยจุดหมายปลายทางคือปราสาทหลักอันเป็นที่อยู่ของบิดามารดาของตนเอง เพื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นและแนะนำซิ่วหมินในฐานะคนรัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอาการแบบนี้เลยจนซื่อชุนอดเป็นห่วงไม่ได้

น้องชายฝาแฝดของผมเอง เขาต้องการความช่วยเหลือ

 

The day has come…. 

 


Talk : ก่อนอื่นกราบขออภัยที่มาอัพช้านะคะ ติดภารกิจแล้วก็งานเยอะมากช่วงนี้พอกลับถึงห้องแทบสลบจ้า ขอโทษคนที่รอด้วยนะคะ (มีใครรอไหม 5555)

ในที่ซื่อชุนก็ได้ดูดเลือดสมใจนะคร่า (จุดพลุฉลอง) รอมานานได้ดูดตอนจบเนี่ยแหละนะ 5555 เป็นความตั้งใจของไรท์ตั้งแต่คิดพล็อตเรื่องนี้เลย

จริงๆตอนนี้เรียกว่าเป็นตอนของอาลู่ดีไหม ชีวิตรันทดนัก จริงๆนี่ไม่เกลียดอาลู่นะ เหตุผลของลู่มันก็น่าแก้แค้นอยู่ ส่วนพี่เฉินนี่ไรท์ชอบมาก สุดท้ายแล้วถ้าไม่ได้เฉินแล้วไซร้ซื่อชุนและซิ่วหมินไม่รอดแน่นอน

ตอน Extra ไรท์แอบปูทางไปหาอีกคู่ซึ่งแน่นอนว่านายเอกของเราคือพี่หมินแน่นอนส่วนพระเอกของเราก็คือ น้องไคของไรท์เองจ้า(?) ไม่รู้จะมีคนอ่านไหม แต่ไรท์ชิปทั้ง ฮุนหมินและไคหมิน ถ้าใครไม่ชอบก็ข้ามไปนะจ้า ใครชอบก็ติดตามอ่านกันด้วยนะคะ

แวะมาอ่านแล้วก็ขอคอมเม้นซักนิดให้ไรท์ได้ชื่นใจเอามาเป็นกำลังใจในการแต่งฟิคต่อไปด้วยนะคะ (ก้มกราบ)

 

See U ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #46 happinessnitta (@happinessnitta) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 01:01
    ฮือออออ
    ไรต์โหดมากกก ลู่หานนี่ร้ายสุดๆเลย
    พี่เฉินของน้องก็ตาย แงๆ

    แต่สุดท้ายก็ได้อยู่ด้วยกันสักที
    ส่วนไคหมินนั้น บอกเลยว่าชอบค่ะ 55555
    พี่หมินชิปกับใครก็ดีค่ะ
    #46
    2
    • #46-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 8)
      31 กรกฎาคม 2561 / 19:12
      พี่เฉินนี่พระเอกสำหรับไรท์มาก แบบไม่ได้พี่แกไม่มีซื่อชุนกับซิ่วหมินแน่นอน
      เฉินแค่หวังดีกับซิ่วหมิน เพราะว่าตัวเองไม่ได้เป็นพวกมีพลังพิเศษดังนั้นเฉินก็ใช้วิธีที่ทำให้ซิ่วหมินไม่อันตรายได้ดีที่สุดแล้ว รักพี่เฉินนนน ฮือออ

      พี่หมินกินกับอะไรก็อร่อยเนาะ อิอิ
      #46-1
  2. #39 kazu323 (@kazu323) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 12:37
    เพิ่งได้อ่าน สนุกมาก พล็อตดีภาษาก็ดี เล่าเรื่องกระชับ สงสารอี้ฝาน เฉิน แล้วก็สงสารลู่หานด้วยนะ เป็นใครเจอแบบนี้คงแค้นเหมือนกัน แต่ซิ่วหมินกับซื่อชุนก็น่าร้ากกก เค้าได้กันจริงๆแล้วชิมิคะ รออ่านของแฝดกับพี่ไคจ้า
    #39
    1
    • #39-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 8)
      31 กรกฎาคม 2561 / 19:05
      ขอบคุณมากๆค่ะ ฮือออออ ดีใจจังมีคนชอบฟิคไรท์ด้วย
      ไรท์แต่งไปก็สงสารลู่หานเหมือนกันคะ สงสารอี้ฝานกะเฉินด้วย

      ปล เค้าได้กันยังน้า อิอิ
      แฝดกับพี่ไคกำลังจะตามมา รอแปปนึงนะจ้า ^^
      #39-1
  3. #37 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 01:58
    ฝันถึงแฝดนึกว่าจะท้อง:)ชอบหมดทุกคนที่คู่กับมินซอกยกเว้นเฉินหมิน5555 ถึงเฉินจะช่วยให้รอด แต่ที่เกือบตายก็เพราะเฉินนะกงกรรมกงเกวียนหายกัน พ่อแม่ซื้อซุนรับมินซอกได้มั้ยน้า อบมาก สู้ๆ
    #37
    1
    • #37-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 8)
      22 กรกฎาคม 2561 / 18:24
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่ะ
      รอติดตามอ่านไคหมินด้วยนะคะ

      พี่เฉินน่าสงสารที่สุดในเรื่องแล้วมั้ง 55555
      #37-1
  4. #36 DagaMaka (@DagaMaka) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 23:55
    ไคหมินก็ชอบบบบแล้วซิ่วหมินจะไปช่วยน้องชายหรือป่าวน้าาาาเอาพี่เขยอย่างเซฮุนไปช่วยด้วยก็ดีอิ_อิ#ไคหมิน😍😍
    #36
    2
    • #36-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 8)
      22 กรกฎาคม 2561 / 18:22
      เย้! ดีใจมีคนชอบไคหมินด้วย ไรท์ชอบฟิลน้องเล็กพี่ใหญ่เลยชิปทั้งฮุนหมิน ไคหมิน >.<
      มาติดตามกันเนาะว่าซิ่วหมินจะพาพี่เขยไปช่วยยังไง

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ
      #36-1