OS/SF คลังฟิค Exo Xiumin by Angekiez (Yaoi)

ตอนที่ 2 : Summer Storm (Sehun x Xiumin)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    19 พ.ค. 61

 

Title: Summer Storm

Pairing: Sehun x Xiumin

 

 

You’re no longer here I realize

 

เราเลิกกันเถอะ

คำพูดเพียงสั้นๆแต่กลับกรีดลงที่หัวใจได้เจ็บราวกับเป็นมีดแหลม ริมฝีปากที่อ่อนนุ่มสั่นระริก มือเล็กกำแน่นรวบรวมเรี่ยวแรงของร่างกายเพื่อยั้งตัวเองไว้ไม่ให้ล้มลงไปเสียตอนนี้ ท่ามกลางสายฝนที่ซาดซัดโหมกระหน่ำจนแทบทนไม่ไหวแต่ไม่อาจเทียบได้กับคำพูดของคนตรงหน้าเขาได้เลยแม้แต่น้อย

ทำไม

เพราะไม่รู้จะบอกความรู้สึกที่มันจุกอกตอนนี้ได้อย่างไร ชายหนุ่มร่างเล็กกว่าได้แต่เพียงถามคำถามเดียวออกไป สาเหตุอะไรกันที่เขาต้องถูกผู้ชายที่คบกันมาหลายปีบอกเลิก เขาเพียงอยากรู้ว่าความผิดข้อให้ที่ทำให้โอเซฮุนไม่รักคิมมินซอกแล้ว

มันคงดีกว่าถ้าเราสองคนไม่ต้องเจอกันอีก

เพียงเท่านั้นคนแสนใจร้ายนั่นก็หันหลังไปพร้อมกับสายฝนที่ตกลงมาหนักกว่าเดิม สายฝนสีขาวที่อำพรางให้ร่างสูงหายไปอย่างรวดเร็ว จากที่เคยอดทนมาจนถึงเมื่อครู่กลับไม่อาจฝืนร่างกายตนเองได้อีกต่อไป ร่างเล็กทรุดลงนั่งราวกับโลกแตกสลาย ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาและน้ำฝนทำให้ไม่อาจะมองเห็นอดีตคนที่รักกันหมดใจได้อีก ไหลทั้งสองสั่นสะท้านเพราะเม็ดฝนเม็ดใหญ่ตกกระทบที่ร่างอย่างไม่ปรานีเช่นเดียวกับมีดแหลมที่โอเซฮุนเพิ่งแทงลงกลางหัวใจของคิมมินซอก

บางทีความรักมันคงมาถึงทางตันหรือเปล่า

หรือว่าเลขอาถรรพ์ 7 ปีมันจะไม่ใช่แค่เรื่องราวที่เล่าต่อๆกันมาให้สนุก

แท้จริงมันคือจุดสิ้นสุดของความรัก

.

.

.

 

1ปีต่อมา

 

เฮ้ มินซอก จะกลับหรือยัง เสียงจากเพื่อนร่วมงานและร่วมแผนกเอ่ยทักในช่วงเวลาเลิกงาน ตัวเลขมุมขวาล่างของคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปแสดงเวลาหกโมงกว่าซึ่งเป็นเวลาเลิกงานแล้ว ดวงตากลมภายใต้แว่นสายตาเงยมองคนมาทักพร้อมรอยยิ้ม

ยังเคลียร์ข้อมูลไม่เสร็จเลยอ่ะจุนมยอน น้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าเหนื่อยแล้วแต่ก็ยังฝืนทนทำงานไม่เลิก ก็รู้แหละว่าทำแบบนี้มาเป็นปีแล้วแต่ก็ยังไม่ชิน

รีบกลับเถอะฝนจะตกแล้วมั้ง ฟ้าครึ้มมาแล้ว

มินซอกได้ยินแบบนั้นก็มองไปที่หน้าต่าง จริงอย่างที่เพื่อนเขาว่าท้องฟ้าเริ่มตั้งเค้ามืดครึ้มอีกแล้วทั้งๆที่เป็นหน้าร้อน แต่เจ้าฝนก็ชอบแวะมาหาหน้าร้อนนี่อยู่เรื่อย

ข่าวว่าพายุเข้าน่ะ น่าจะเป็นอาทิตย์เลย ตกมาสองวันแล้วนี่นะ

อ่า...งั้นรีบกลับคงดีกว่าเนาะว่าแล้วก็ยืดแขนเหยียดยาวบิดขี้เกียจเป็นการเตรียมพร้อมว่าเลิกงานแล้ว จุนมยอนเห็นแล้วก็ยิ้มได้ เขารู้ว่าเพื่อนของเขาพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อให้ลืมโอเซฮุน ถึงเขาจะไม่ค่อยได้รู้จักมากนักและมินซอกก็ไม่ได้เล่าอะไรไปมากกว่าว่าเลิกกันแล้ว แต่เขาคิดว่าเซฮุนนั่นใจร้ายมากจริงๆที่ทิ้งเพื่อนเขาได้ลงคอ มินซอกน่ะเป็นที่หมายปองของใครหลายๆคนทั้งคนในออฟฟิศนี้หรือแม้แต่คนนอก เรื่องนิสัยไม่ต้องพูดถึงเป็นคนดีจนถูกเอาเปรียบเรื่อยเลยหล่ะ จริงๆถ้ามินซอกพร้อมเปิดใจรับใครใหม่เขาเองก็อยากจะเป็นหนึ่งในคนที่ยื่นใบสมัครเหมือนกันนะ

ว่าไปนั่น จุนมยอนยิ้มให้ตัวเองจนอีกคนต้องมองพลางเอามือโบกไปโบกมาตรงหน่าเรียกสติ

เรากลับแล้วนะ บายๆ

โอเค รีบซิ่งเข้าละก่อนเจอฝน

มินซอกแค่โบกมือบายๆอีกรอบเป็นอันว่าเข้าใจแล้ว พอเดินมาถึงมอเตอร์ไซด์คู่ใจก็เหลือบมองท้องฟ้าอีกครั้ง อย่างน้อยอย่าเพิ่งตกลงมาตอนนี้เลยนะ

 

เกลียดพายุฤดูร้อนนี่เหลือเกิน

มันทำให้คิดถึงสายฝนที่แยกเขาและเซฮุนออกจากกัน

 

เสียงฟ้าร้องดังสนั่นทำเอาร้านรวงหลายร้านพากันปิดอย่างรวดเร็ว การจราจรเริ่มหนาแน่นเพราะอีกไม่นานเม็ดฝนก็คงตกลงมาพากันเปียกปอก ชายหนุ่มเจ้าของความสูง 170 เซนติเมตรกว่าๆก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องการฝ่าการจราจรอันหนาแน่นนี่กลับบ้านเช่นกัน มือทั้งสองกุมคันเร่งมอเตอร์ไซด์คู่ใจพยายามบังคับไปในทิศทางที่คิดว่ามีสิ่งกีดขวางน้อยที่สุด

บ้าชะมัด ถ้าหลบฝนไม่ทันพรุ่งนี้ไปทำงานไม่ไหวแน่

ศีรษะเล็กที่ถูกปกคลุมด้วยหมวกกันน็อคสีดำสนิทเงยมองท้องฟ้า ไม่ทันได้ภาวนาต้องสิ่งมีชีวิตเบื้องบนฝนเจ้ากรรมก็ตกลงมาราวกับต้องการกลั่นแกล้ง ชายหนุ่มรีบบิดคันเร่งเขาหวังว่าจะไปถึงคอนโดตัวเองให้ไว้ที่สุด

ด้วยความเร็วที่ค่อนข้างจะเรียกว่าเร็วเฉียดนรกนั่นก็ทำให้ใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาทีมอเตอร์ไซด์คันสีดำก็มาจอดถึงลานจอดรถของคอนโด มือเล็กถอดหมวกกันน็อคออกอย่างเร่งรีบ ตอนนี้ร่างกายของเขาเปียกไปหมด มินซอกค่อนข้างหัวเสียเพราะไม่ชอบสภาพแบบนี้เลย ได้แต่รีบสาวเท้าไปให้ถึงห้องไวๆเพราะถ้าไม่รีบไม่อาบน้ำละก็ไข้หวัดได้ถามหาแน่นอน

หือ?’ 

ยังไม่ทันทีเขาจะก้าวเข้าไปประตูด้านหน้าของคอนโด ดวงตากลมก็สะดุดเห็นอะไรบางอย่างที่พิงอยู่กับเสาหน้าประตูทางเข้าคอนโด ร่างกายที่หนาวสั่นเล็กน้อยถึงกับขนลุกเกรียวด้วยความตกใจ ตั้งใจทำเป็นไม่เห็นแล้วเดินผ่านไปแต่แล้วเสียงเรียกก็ทำให้ร่างทั้งร่างนิ่งงัน

มินซอก

เสียงเรียบนิ่งเอ่ยชื่อของคนพยายามไม่สนใจทักขึ้นกระนั้นก็กระตุกหัวใจจนแทบร่วงหล่น เสียงที่เขาไม่ได้ยินมาตลอดหนึ่งปีแต่ก็ไม่มีทางลืมได้ลง มินซอกนิ่งจนเหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้ เสียงของคนใจร้ายที่บอกเลิกกันในวันฝนตกทำไมเขาถึงได้ยินขึ้นมาได้ หรือว่าเพราะเขากำลังจะไม่สบายเลยทำให้สติไม่ค่อยคงที่เลยทำให้ได้ยินเสียงที่ไม่ควรได้ยิน

มินซอก ชื่อของเขาถูกเรียกอีกครั้ง คราวนี้เหมือนตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เจ้าของชื่อตัดสินใจหันไปมองสบกับคนเรียกและนั่นทำให้รู้ว่าตัวเขายังคงปกติดีไม่ได้กำลังจะเป็นไข้ แต่มันแย่ยิ่งกว่านั้นเพราะภาพของผู้ชายร่างสูงกว่าเขาเป็นสิบเซนติเมตรในชุดเสื้อแขนยาวขายาวสีดำสนิทตัดกับผิดขาวเกือบซีดนั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าเจ้าของเสียงคือคนในความคิด

เพราะอะไรโอเซฮุนถึงได้มาอยู่ที่หน้าคอนโดของเขาในสภาพเปียกปอนแบบนั้น?

เซ...เซฮุน มาทำอะไรที่นี่มินซอกถามเสียงสั่นพลางก้าวถอยหลังหนีเมื่ออีกฝ่ายพยายามเดินเข้ามาใกล้

ผมแค่คิดถึงมินซอก เลยมาหา เมื่อคนตัวเล็กกว่าไม่ยอมเข้าใกล้เขาก็ยอมหยุดเดินเข้าหา ได้แต่ส่งรอยยิ้มให้อีกฝ่ายยืนยันความคิดถึง

กลับไปซะ เราสองคนมันจบแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าแล้วก็หันหน้าหนีเพื่อเข้าไปในคอนโด ร่างเล็กวิ่งไปที่ลิฟต์เสมือนกลัวอีกฝ่ายจะตามเข้ามา แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่เขาคิดว่าการไม่พูดคุยกับแฟนเก่าที่เลิกรากันเป็นปีแล้วนั่นจะดีที่สุด

เสียงปิดประตูห้องดังลั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าเซฮุนจะไม่มีทางเข้ามาหาเขาได้แน่นอน ร่างเล็กหอบหายใจเพราะรีบวิ่งมา มือทั้งสองประสานกันแล้วยกกุมหน้าอก เขาทรุดลงไปจนหลังพิงกับประตูห้อง เสียงหัวใจเต้นดังระรัวจนเหมือนจะหลุดออกมาได้ เวลาหนึ่งปีที่ผ่านมามินซอกไม่เคยติดต่อ ไม่เคยพยายามตามหาว่าเซฮุนไปที่ไหน ต่อให้เขาเองจะไม่ลืมแต่ก็คิดว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องทำแบบนั้นเพราะเขารู้จักเซฮุนดีว่าฝ่ายนั้นคงตัดสินใจมาดีแล้วที่บอกเลิกกัน

แม้จะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร

นายจะกลับมาทำไมใบหน้าหวานซบลงกับเข่า สุดท้ายน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างอดไม่อยู่ มินซอกไม่ปฏิเสธว่ารักเซฮุนมากแม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังคงคิดแบบนั้น เพราะในห้องเงียบเกินไปจนได้ยินเสียงฝนจากข้างนอกดังกระทบหน้าต่างกระจกเสมือนจะทะลุเข้ามาเสียให้ได้ ความดังของมันบ่งบอกว่าภายนอกฝนคงตกหนักเอามาก ภาพชายหนุ่มอดีตคนรักในสภาพเปียกปอนผ่านเข้ามาในความคิด 

ป่านนี้จะกลับไปหรือยัง หรือยังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน

มินซอกเงยหน้าขึ้นแล้วพาร่างตัวเองก้าวเดินไปยังระเบียงช้าๆ เมื่อเปิดหน้างต่างออกก็พบว่าฝนสาดเข้ามาในห้องอย่างรุนแรงซึ่งไม่ต้องคิดเลยว่าสภาพคนที่ยืนตากฝนตอนนี้ก็คงเหมือนกับจมน้ำแน่นอน

เซฮุน

มินซอกสะบัดศีรษะอย่างแรงเพื่อไล่ความคิดไม่เข้าท่าออกไป ตั้งใจจะหาอะไรกินจะไม่ได้ฟุ้งซ่าน แต่เสียงฝนก็ทำให้เขาไม่สามารถหยุดภาพของเซฮุนยืนเปียกฝนออกไปได้ สุดท้ายแล้วมือเล็กปาดน้ำตาตัวเองออกอย่างรวดเร็วพลางวิ่งไปหยิบคีย์การ์ดแล้วออกจากห้องไปอีกครั้ง

 

ตอนนี้พวกเราจะกลับไปเป็นเหมือนตอนนั้นได้อีกไหมนะ?

 

หยดน้ำไหลจากชายเสื้อลงสู่พื้นห้องเป็นระยะทางตามที่เดินเข้าห้องมา ตอนนี้ในห้องที่เคยมีเพียงเจ้าของห้องอยู่เพียงคนเดียวกับมีผู้ชายอีกคนยืนอยู่ในห้องในสภาพชุ่มโชก แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูแย่ลงไปแต่อย่างใด ฝ่ามือยาวยื่นรับผ้าขนหนูที่เจ้าของห้องหยิบมาให้ เอ่ยคำขอบคุณเบาๆ แต่เจ้าของผ้าให้ไม่ได้ยินดียินร้ายเอาเสียเลย

มินซอกไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมสุดท้ายถึงได้ยอมให้เซฮุนเข้ามา หัวใจกับสมองเริ่มทำงานไม่สอดคล้องกัน ทั้งๆที่คิดว่าปล่อยไปแบบนั้นไม่ยุ่งเกี่ยวคือดีที่สุด แต่พอตอนที่ยังพบว่าอีกคนยังรอที่เดิมนั่นหัวใจดันเต้นแรงอย่างไม่รู้เวลา ดังนั้นตอนนี้มีแต่ความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมา

เสื้อผ้าเลือกเอาในตู้เถอะ บอกเป็นมารยาทไปส่วนตัวเองก็หนีเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างตัวเพราะก็เปียกไม่แพ้กัน

ไม่นานนักมินซอกก็ออกมาจากห้องน้ำส่วนเซฮุนที่นั่งอยู่ปลายเตียงอยู่ในชุดกางเกงวอร์มและเสื้อกล้ามสีดำที่ดูจะตัวเล็กไปซักหน่อยเพราะเจ้าของเสื้อตัวเล็กกว่าเขามาก ดวงตาคมมองสบแล้วยิ้มให้อีกครั่ง มินซอกเลือกหันหน้าหนีไปที่ตู้เย็นแทน เขาให้เหตุผลตัวเองว่าแค่ไม่ต้องการให้เซฮุนเปียกฝนเลยยอมให้มาหลบฝนในห้องแค่นั้น

แค่นั้นจริงๆ

มินซอกหยิบแก้วน้ำยกขึ้นดื่มโดยไม่รู้ตัวว่าอีกคนในห้องเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจากสบู่และแชมพูอ่อนๆนั่นทำให้เซฮุนห้ามใจไม่ไหวสุดท้ายแขนยาวก็รวบร่างเล็กกว่าเข้าไว้ในอ้อมแขน มินซอกเบิกตาโพลงและรีบหันตัวกลับมาอย่างอัตโนมัติ

อย่ามาแตะต้องตัวฉันและตามมาด้วยเสียง เพล้ง!” มือเล็กขว้างแก้วน้ำใส่ด้วยความโมโห เสียงแก้วร่วงกระทบพื้นเป็นเสี่ยงๆเช่นเดียวกับหัวใจของเขา ป่านนี้แล้วเซฮุนกำลังเล่นตลกอะไร

ผมขอโทษ เซฮุนไม่โกรธ เลือดสีแดงสดไหลลงมาจากปลายคิ้ว แม้มินซอกจะตกใจกับการกระทำของตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าจะหายโกรธที่จู่ๆเซฮุนเข้ามากอดอย่างกระทันหัน มินซอกไม่พูดอะไรต่อและก้มลงเก็บเศษแก้วทำเหมือนอีกคนเป็นอากาศธาตุไปจนไม่เห็นว่าคนเจ็บตัวกำลังมองเขาด้วยสายตาเจ็บปวด

ถ้าจะนอนค้าง โซฟายังว่างอยู่ พูดไปแค่นั้นให้รับรู้ หลังจากนั้นก็ไม่มีบทสนทนากันอีกเลย สิ่งเดียวที่ไม่ทำให้ห้องนี้เงียบเกินไปก็คงจะเป็นเสียงฝนและฟ้าร้องของพายุฤดูร้อน

 

ปวดหัว....

อาการแรกที่รับรู้ทันทีหลังจากลืมตาตื่น แสงแดดที่แยงเข้ามาให้ห้องทำให้รู้เวลาว่าไม่ใช่เวลานอนพักผ่อนแต่ถึงแบบนั้นมินซอกก็ไม่สามารถยันตัวลุกขึ้นไป ท่าทางอาการแบบนี้คงจะไม่สบายไปเรียบร้อยแล้ว

มือเล็กควานหาโทรศัพท์เพื่อดูเวลา ตัวเลขดิจิตอลบอกเวลาแปดโมงแล้วทำเอาต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สงสัยวันนี้ต้องลางานอีกตามเคย คิดแบบนั้นแล้วก็ส่งข้อความไปหาจุนมยอนเพื่อบอกว่าตัวเองไม่สบายและไปทำงานไม่ไหวเพราะตากฝนเมื่อวาน

เซฮุนละ เพราะนึกถึงเรื่องเมื่อวานได้สายตาก็ละจากโทรศัพท์มองไปที่โซฟา หัวใจไหววูบเพราะไม่เห็นคนที่อยากเห็น ห้องนี้กลายเป็นเขาที่อยู่คนเดียวเหมือนเคย เขาไม่รู้ว่าเซฮุนออกไปตอนไหน อาจจะโกรธเรื่องเมื่อคืนสินะ

ไม่ไหว นอนต่อดีกว่า ยิ่งคิดมากก็ยิ่งปวดหัว มินซอกเลือกที่จะลงไปนอนตามเดิมเพราะไม่มีพลังงานจะคิดอะไรต่อได้อีก หวังว่าเซฮุนคงไม่กลับมาอีกครั้ง

[พักผ่อนเยอะๆนะ ฝนทำท่าจะตกอีกหลายวันระวังอย่าเปียกฝนอีกละ] 

ข้อความจากจุนมยอนที่ส่งมาหลังจากรู้ว่ามินซอกลาป่วย มินซอกได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความแต่ก็ไม่สามารถเปิดเปลือกตาหนักอึ้งนี่ได้แล้วเลยเลือกที่จะหลับต่อ หวังว่าหลังจากหลับแล้วร่างกายและหัวใจจะดีขึ้น

 

เสียงฟ้าร้องดังหลายครั้งทำให้ร่างเล็กที่นอนขดบนเตียงขยับตัว เวลานอนที่แสนมีค่าถูกรบกวนเพราะพายุที่เข้ามาทักทายทุกๆวัน มือควานหาโทรศัพท์อีกครั้งเพื่อดูเวลา แต่พอสายตาเริ่มปรับได้ก็ต้องตกใจ นี่เป็นเวลาเย็นมากแล้ว

หลับยาวจริงๆเลยเรา พูดติดตลกให้กับตัวเองเพราะตอนนี้รู้สึกร่างกายจะดีขึ้นแล้ว และด้วยความหิวทั้งสองขาจึงพาร่างตัวเองลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อพบว่ามีแต่ของสดที่ไม่สามารถทานได้รวดเร็วทันใจ จะให้ทำอาหารตอนนี้ก็ขี้เกียจเหลือเกิน

คงต้องไปซื้อข้างนอก มินซอกว่าพลางเอามือกุมท้องตัวเองบ่งบอกว่าหิวมาก สายตาเหลือบไปเห็นเศษแก้วในถังขยะพลางคิดถึงเรื่องเมื่อคืน หวังว่าเซฮุนคงไม่มาที่นี่อีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีแล้ว

สิ่งที่คิดกับความจริงมันจะไม่ค่อยไปด้วยกันเสมอไป เพราะทันทีเมื่อเปิดประตูห้องออกมาเพื่อออกไปซื้ออะไรกิน มินซอกก็พบกับคนที่คิดว่าไม่มาแล้วนั่งพิงผนังอยู่หน้าห้องเขาในเสื้อผ้าชุดเดียวกับเมื่อวานที่ปั่นแห้งให้ก่อนนอน

จะไปไหนเหรอมินซอก” เซฮุนเงยหน้าขึ้นมองพร้อมส่งรอยยิ้มให้ แต่ดวงตานั่นดูเหนื่อยล้าเหลือเกิน

นายมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มินซอกรู้สึกแปลกใจไม่สิตกใจมากกว่าที่เจอเซฮุนตรงนี้ ทำไมถึงมานั่งอยู่ที่หน้าห้องของเขา แล้วก่อนหน้านี้เซฮุนไปไหนมา แล้วทำไมไม่เรียกเขาหรือเขาจะหลับลึกไปจนไม่ได้ยินเสียง

ก็ตั้งแต่ที่ฝนตกนั่นละ วันนี้ก็คงต้องหลบฝนที่นี่อีกแล้วเซฮุนยังยิ้มอยู่เหมือนดิม

แล้วนี่กินอะไรหรือยัง

ยังเลย มินซอกละ

ยัง เลือกจะประหยัดคำพูดให้มากที่สุดเพราะรู้สึกตัวเองจะใจอ่อนอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้ปิดประตูห้องร่างสูงกว่าก็ฉวยโอกาสเดินเข้ามาในห้องอย่างง่ายดายแถมวิ่งไปที่ตู้เย็นอย่างว่องไว

ผมทำให้กินนะ มินซอกรอก่อน

คนถูกสั่งมองพ่อครัวที่อาสาทำอะไรให้กินอย่างงงๆ ทั้งที่จะไล่ตะเพิดไปก็ได้แท้ๆแต่มินซอกไม่ทำอย่างที่คิด ลึกๆแล้วในหัวใจของเขาไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่เคยคิด กำแพงที่เคยสร้างไว้ป้องกันหัวใจแทบจะสลายลงไปเพราะผู้ชายที่ชื่อว่าโอเซฮุน

นายยังไม่ได้ทำแผลเหรอ มือเล็กแตะไปที่แผลที่คิ้วอย่างเบาๆ ทำให้พ่อครัวอาสาที่กำลังจะหั่นผักละมือออกมาจากมีดแล้วมากอบกุมมือนิ่มแทน จรดริมฝีปากลงไปที่ปลายนิ้วคนเป็นห่วงด้วยความคิดถึง

อย่า ห้ามไปเสียอย่างนั้นแต่กลับไม่ดึงมือออกมา เซฮุนอมยิ้มเล็กน้อย

ยังไม่ได้ทำครับ รอมินซอกทำแผลให้

คนฟังไม่ได้ตอบอะไรได้แต่ดึงมือออกแล้วเดินหนีไปนั่งที่โซฟาแทน ยิ่งรู้ว่ายังรักมากแค่ไหนยิ่งต้องรีบเอาตัวออกห่างเท่านั้นเพราะเซฮุนคือคนที่รักมากและเป็นคนที่ทำร้ายเขาเช่นกัน

อาหารมื้อเย็นตกในความเงียบอีกครั้งเมื่อมินซอกไม่คิดจะชวนคุยอะไรอีก เซฮุนเองก็ไม่คิดจะกวนใจอะไรได้แต่นั่งกินกันเงียบๆโดยมีเสียงฝนยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป

 

 

ไงมินซอก หายดีแล้วเหรอ เสียงทักทายยามเช้าของจุนมยอนทำให้มินซอกละสายตาออกจากงานตรงหน้าได้ ยิ้มหวานถูกส่งให้เหมือนเคย

หายแล้วๆ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ

ทีหลังไม่สบายบอกได้นะถ้าอยากจะไปหาหมอหรืออยากกินอะไรอะ อยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ

อื้อ ขอบใจนะในใจอยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่สบายคราวนี้ไม่ได้อยู่คนเดียวละ แต่มีคนมาดูแลทำกับข้าวให้กินอยู่ แต่ก็เช่นเคยว่าพอตื่นเช้ามาก็ไม่เจอว่าอยู่ในห้อง

วันนี้ก็ระวังอย่าเปียกฝนอีกละ

ได้เลย มินซอกตอบกลับอย่างอารมณ์ดี นึกแปลกใจเหมือนกันว่าทำไม ทั้งๆที่เซฮุนกลับมาเขาควรกระวนกระวายใจเอามากๆไม่ใช่เหรอ การที่เป็นแบบนี้มันเหมือนว่าความรู้สึกของเขากำลังเอนเอียงไปทางมีความสุขมากไม่ใช่หรืออย่างไรกัน?

 

เป็นไปตามที่จุนมยอนบอกไมมีผิด พอตกเย็นเมฆฝนก็ตั้งท่าเหมือนเดิมแต่คราวนี้มินซอกจะไม่ยอมเปียกฝนอีกเป็นอันขาด ทันทีที่ได้เวลาเลิกงานก็รีบซิ่งมอเตอร์ไซด์คู่ใจกลับคอนโดทันทีข้ออ้างที่มีให้ตัวเองคือไม่อยากเปียกฝนแต่ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้วมินซอกกำลังนึกถึงคนที่กินข้าวเย็นด้วยกันเมื่อวาน

แต่พอตื่นมาก็หายไปอีกแล้ว มินซอกไม่เข้าใจว่าทำไมพอลืมตาตื่นเซฮุนก็ออกจากห้องไป มีงานหรือธุระด่วนที่ไหนที่ทำให้รีบถึงขนาดนั้น คงจะยอมแพ้ไปจริงๆแล้วสินะ

เสียงเครื่องยนต์ดับลงเมื่อเข้าจอดที่ลานจอดตามปกติเช่นทุกวัน มินซอกลอบยิ้มให้กับสายฝนที่ตกลงมาหลังจากที่เขามาถึงคอนโดนแล้ว รู้สึกเหมือนเด็กน้อยที่เอาชนะสายฝนทั้งๆที่ไม่มีใครรับรู้ด้วยซักคน แต่ก็นั่นแหละคิมมินซอกเกลียดสายฝนและครั้งนี้สายฝนก็ทำอะไรเขาไม่ได้ ขาทั้งสองพาตัวเองมายังหน้าลิฟท์เพื่อกดไปชั้นสาม

ไปด้วยสิครับ

เซฮุน?” คนตัวเล็กหันหน้ามาทางคนขอไปด้วยอย่างตกใจ ทั้งที่เมื่อครู่ตอนจอดรถก็มองดีแล้วว่าไม่เห็นเซฮุนยืนรอหน้าคอนโดเหมือนวันก่อน

ครับ? ดีใจเหรอที่เจอผม

เปล่า...แล้วนี่มาทำอะไร จะดีใจแค่ไหนแต่เขาก็ไม่ยอมใจอ่อนตอบไปง่ายๆ สถานะของเขาทั้งสองคนคือแฟนเก่าเท่านั้น

ผมขอหลบฝนหน่อย

แล้วนายมาที่นี่ได้ยังไงยิ่งฟังยิ่งสงสัย ตอนมาก็ไม่เห็น ตอนไปก็ไม่ลา หรือเขากำลังถูกแอบสะกดรอยอะไรทำนองนี้เหรอ แต่เซฮุนจะทำแบบนั้นไปทำไม

หิวหรือยังมินซอก เดี๋ยวผมทำอะไรให้กิน ไปกันเถอะเซฮุนไม่ตอบ เลือกจะจับมือมินซอกเข้าไปในลิฟต์แล้วกดไปที่ชั้นสามอย่างรู้งานเพราะจำได้ตอนที่มาหลบฝนครั้งแรก มินซอกเอ่ยปากจะถามต่อเพราะยังแคลงใจไม่หาย แต่ยังไม่ทันที่จะได้อ้าปากถาม มือใหญ่กว่ากลับจับคางเขาเชิดขึ้นและริมฝีปากนุ่มนิ่มก็ถูกทาบทับด้วยจูบของคนตัวสูงกว่า ด้วยความตกใจมือเล็กทั้งสองทุบไปที่อกกว้างอย่างแรงจนอีกฝ่ายต้องผละออกมา

เพี๊ยะ!

นายทำอะไรน่ะ มินซอกตะโกนดังลั่นพร้อมกับที่ลิฟต์หยุดลงที่ชั้นสาม ทันทีที่ประตูเปิดก็รีบพาตัวเองวิ่งไปที่ห้องโดยไม่ต้องรอให้อีกคนเดินตามไป แต่เซฮุนก็ยังเร็วพอที่จะตามมาทัน

มินซอก ผมขอโทษ

ออกไปจากห้องฉัน!”

มินซอก เซฮุนเดินเข้าไปกอดร่างเล็กที่หอบหายใจหนัก เขารู้ว่าเขาไม่ควรทำแบบนั้นลงไป แต่ความคิดถึงที่มีมากจนล้นออกมาไม่อาจห้ามใจได้จริงๆ มินซอกอาจจะไม่รู้หรอกว่าเขาก็ทรมานไม่น้อยไปกว่ากัน จับให้คนร้องไห้มาอยู่ในอ้อมกอดพลางลูบหัวปลอบใจ คงเพราะเขาตั้งใจจะปลอบใจจริงๆและไม่ได้ฉวยโอกาสแบบเมื่อครู่ร่างในอ้อมกอดจึงสงบนิ่งไม่ดิ้นหรือทุบเขาอีก

เป็นเวลานานกว่ามินซอกจะหยุดร้องไห้แล้วหลังจากนั้นมื้อเย็นของทั้งสองคนก็ดำเนินไปอย่างเงียบๆ เซฮุนเป็นคนทำอาหารให้เหมือนเดิม มินซอกตักอาหารเข้าปากไม่กี่คำสายตาก็ลอบมองคนตรงข้ามด้วยความรู้สึกสงสัย บางทีเขาควรจะถามสิ่งที่ค้างคาใจหลายๆอย่างเสียที

นายกลับมาทำไม

ผมคิดถึงมินซอกเซฮุนวางช้อนส้อมลงแล้วเอื้อมไปจับมือเล็กของมินซอก บีบเบาๆหวังจะซึมซับความอบอุ่นของฝ่ามือนิ่ม

ถ้าแบบนั้นนายบอกเลิกฉันทำไม” มินซอกโมโหใส่

นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ผมรู้สึกเสียใจจริงๆ ผมไม่ควรทำแบบนั้น” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบวกกับสีหน้าที่ดูย่ำแย่มากๆทำให้มินซอกรับรู้ว่าตลอดเวลาหนึ่งปีทีผ่านมาคนตรงหน้าของเขาก็คงทรมานไม่แพ้กัน แม้จะโกรธหรือโมโห แต่ความรักที่มีให้กันมันไม่ได้จางหายไปเสียนิด น้ำเสียงที่แข็งเมื่อครู่เลยอ่อนลงมาเมื่อถามต่อ

แล้วเหตุผลมันคืออะไร

“มันไม่สำคัญอีกแล้วละครับเพราะตอนนี้ผมกลับมาแล้ว เราควรใช้เวลาด้วยกันมากกว่านะ มินซอก เซฮุนส่งยิ้มที่เรียกได้ว่ามินซอกแพ้มันเอาเสียมากๆ จนสุดท้ายเขาคิดว่าควรพับความสงสัยต่างๆลงไปแล้วใช้เวลาด้วยกันอย่างที่เซฮุนว่าคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เขาคิดว่าการไม่รู้อะไรเลยอาจจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าเพราะมันเป็นสิ่งที่หัวใจต้องการ

ต้องการอยู่กับเซฮุน

ค่ำคืนนี้สายฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เสียงฟ้าร้องดังทั่วท้องฟ้าเหมือนร้องคำราม แต่มันไม่ได้อยู่ในความสนใจของมินซอกเลยแม้แต่น้อย เขายอมรับว่าเขาโง่และใจอ่อนมากจริงๆ ทั้งที่เซฮุนทำร้ายความรู้สึกเขามากแต่สุดท้ายไอ้ความเข้มแข็งที่เคยสร้างไว้เป็นปีนั่นก็พังทลายลงมาเพียงเพราเซฮุนกลับมาก

แต่เขาไม่สนหรอกในเมื่อตอนนี้เขาโหยหาอ้อมกอดอบอุ่นนี้มากเหลือเกิน

ผมขอโทษคำขอโทษยังคงพร่ำบอกไม่หยุดพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ลูบที่หลังเปล่าเปลือยของร่างเล็กในอ้อมกอด ความอบอุ่นกระจายแผ่ซ่านผิดกับอากาศข้างนอกเหลือเกิน

เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหม มินซอกถามพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข แต่เซฮุนยังไม่ทันได้พูดอะไรปากเล็กก็หาววออกมาด้วยความเพลีย

นอนเถอะ พรุ่งนี้ทำงานนี่นะ

นานแล้วที่ไม่มีคนบอกให้นอนหลับแบบนี้ มินซอกในตอนนี้มีความสุขยิ่งกว่าอะไร ดวงตาเล็กหลับลงอย่างว่าง่ายในขณะที่มือเล็กประสานเข้ากับมือของเซฮุนราวกับว่าร่างข้างๆจะหายไป เขาหวังว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะไม่ใช่ความฝัน....

 

เพราะมันทำให้ฉันมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

 

ไงมินซอก มีอะไรดีๆเหรอ เห็นเดินยิ้มมาตั้งแต่เข้ามาละ จุนมยอนทักพลางเข้ามากอดคอเพื่อร่วมงานอย่างเคย

แหะๆ ถ้าบอกแล้วอย่าโกรธนะ

อะไรๆ แอบไปทำอะไรมา จุนมยอนแกล้งหรี่ตาลงมองอีกฝ่ายอย่างจับผิด มินซอกเลยได้แต่เกาแก้มแก้เขิน

คือ...เราดีกับเซฮุนแล้วน่ะ เพียงแค่นั้นจุนมยอนถึงกับนิ่งไปทันที จะว่าดีใจก็ดีใจหรอกเพราะรู้เต็มอกว่าเซฮุนเป็นคนที่มินซอกรักมากแค่ไหน แต่ว่าเลิกกันเป็นปีแล้วกลับมาคืนดีกันเนี่ยนะ?

อ่า...เอ่อ ดีใจด้วยนะ

ขอบคุณที่อยู่ข้างๆเสมอนะจุนมยอน นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเลยมินซอกว่าพร้อมจับมือจุนมยอนแน่นๆเป็นการยืนยันในคำพูด เขารู้ว่าเพื่อนเขาคนนี้ไม่ต้องการให้เขาจมดิ่งกับความรู้สึกเจ็บปวดเลยพยายามมาชวนคุย พาไปเที่ยวหรือเคยขับรถไปรับไปส่งตอนที่เลิกกับเซฮุนใหม่ๆด้วยซ้ำ

แล้วนี่เซฮุนเป็นยังไงบ้างละ ย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยหรือเปล่า

น่าจะนะ ยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลย ตื่นมาก็ไม่อยู่อีกแล้ว

อีกแล้ว?”

ใช่ คือพอตื่นมาก็ไม่เคยเจอเลยอะ เลยยังไม่ได้คุยกันจริงจัง มินซอกเล่าตามปกติแต่จุนมยอนยิ่งสงสัยปนกับความเป็นห่วง เพราะเพื่อนของเขาเป็นคนประเภทมองโลกในแง่ดีเอามากๆ ไม่ใช่ว่าเซฮุนมาหลอกเพื่อนเขาแล้วเลิกอีกครั้งใช่ไหม

แต่เพราะวันนี้มีงานเข้ามาตลอดทั้งวันจุนมยอนเลยไมได้ถามอะไรเพิ่มเติมต่อ ทั้งคู่ต่างยุ่งกับการทำงานจนประเด็นที่สงสัยถูกลืมไปและพอตกเย็นมินซอกก็รีบเก็บของแล้วก็กลับบ้านไปจนจุนมยอนบอกลาแทบไม่ทันเดาได้ไม่ยากว่าคงไม่เจอเซฮุน

เย็นวันนี้อากาศดีจนคาดว่าฝนคงไม่ตก มินซอกอารมณ์ดีมากกว่าเดิมเพราะสามสี่วันมานี่ฝนตกตลอกจนผ้าที่ซักไว้แทบไม่แห้ง แถมพอขับมอเตอร์ไซด์ก็ลำบากจะออกไปไหนก็ไม่ได้ มุมปากเล็กยกยิ้มเล็กน้อยวันนี้ถ้าเซฮุนมาจะลองชวนไปกินข้าวข้างนอกด้วยกันก็คงดีไม่น้อย

แต่แล้วเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะที่หน้าคอนโด หน้าลิฟต์หรือหน้าห้องก็ไม่มีวี่แววของเซฮุนเลย เมื่อวานก็มีความสุขเสียจนลืมถามเบอร์ตืดต่อเอาไว้เพราะตั้งแต่เลิกกันก็ลบข้อมูลของอีกฝ่ายทิ้งจนเกลี้ยงและไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนเบอร์ไปหรือยัง มินซอกปิดประตูห้องแม้ก่อนปิดจะพยายามมองซ้ายมองขวาหาคนที่อยากเจออีกซักรอบแต่ก็ไม่เจอ...วันนี้ไม่วายเขาคงต้องกินข้าวคนเดียว

 

ก็อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นกลางดึกร่างเล็กในชุดนอนยังขดตัวอยู่ในผ้าห่ม คิดว่าคงหูแว่วไปแต่เสียงเคาะประตูก็ยังดังไม่หยุดเลยต้องลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างช่วยไม่ได้ แว่วเสียงฝนที่หน้าต่างก็ได้แต่ถอนหายใจปลง ฝนตกอีกแล้วเมื่อไหร่ผ้าที่ซักไว้จะแห้งกัน มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูเวลา ตัวเลขแสดงเวลาตีสามกว่าแล้ว

ขาทั้งสองพามาที่ประตูห้อง ลอบมองตาแมวที่บานประตูว่าเป็นใครมาเคาะประตูกัน แต่พอเห็นว่าเป็นใครจากที่ง่วงจนตาแทบปิดกลายเป็นตาสว่างแทบจะทันที...เซฮุนยืนอยู่หน้าห้อง

นายทำไมมาดึกขนาดนี้มินซอกถามทันทีที่เปิดประตูให้ แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบอะไรก็รู้สึกถึงแรงดึงเบาๆจนร่างของตัวเองจมไปอยู่ที่แผ่นอกกว้าง เซฮุนกอดเขาเสียแน่นจนเริ่มอึดอัด

ย๊า! ปล่อยได้แล้วน่า

คิดถึง เซฮุนบอกพร้อมกลั้นขำที่เจ้าตัวเล็กตรงหน้าเขาทำหน้ามุ่ยใส่

แล้วนี่กินอะไรหรือยัง

ไม่หิวครับ มินซอกนอนแล้วใช่ไหม

ใช่สิ เช้าต้องไปทำงาน

ลางานได้ไหม ผมอยากอยู่กับมินซอกนานๆ ไม่ว่าเปล่า ยังเอาหัวมาซบที่ไหล่เล็กเหมือนต้องการอ้อน มินซอกได้แต่ถอนหายใจ ไอ้ความขี้อ้อนเนี่ยไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ

แล้วพรุ่งนี้เราจะทำอะไรละมินซอกถามตาใส

แค่อยู่ด้วยกันที่นี่แหละ ชดเชยเวลาที่ผมไม่ได้อยู่ด้วย

มินซอกได้แต่เอียงคอสงสัย ปกติเซฮุนเป็นคนชอบเที่ยวมากถ้ามีเวลาว่างก็จะขับรถพาเขาไปที่นั่นที่นี่บ่อยๆ น่าแปลกที่ทำไมคราวนี้เซฮุนกลายเป็นคนที่ชอบอยู่ติดบ้านเสียอย่างนั้น แต่ไม่ทันได้จะถามอะไรต่อเขาก็ถูกอุ้มด้วยท่าเจ้าหญิงพามานอนที่เตียงนุ่มและตามมาด้วยจูบเบาๆที่ริมฝืปากเป็นการบอกราตรีสวัสดิ์...ขอให้หลับฝันดี

 

 

[ไม่สบายอีกแล้วเหรอมินซอก]

[ขอโทษนะจุนมยอน วันจันทร์จะซื้อขนมไปฝาก ช่วยส่งเมลให้พี่ยุนโฮแทนหน่อยนะ

มือเล็กบรรจงพิมพ์ข้อความทั้งขอโทษและฝากงานพร้อมกันให้เพื่อนรักอย่างจุนมยอน ตลอดการทำงานเขาไม่เคยป่วยการเมืองแบบนี้เลย แต่เพราะเจอลูกอ้อนของเซฮุนที่ไม่เจอกันเป็นปีเข้าไปก็เลยต้องโกหกออกไป

[ได้ ดีแล้วล่ะ นี่ฝนก็ยังไม่หยุดตก นายออกมาก็พาลจะร่างกายแย่กว่าเดิม]

[ขอบคุณนะที่เป็นห่วง เซฮุนทำข้าวต้มให้กินเดี๋ยวกินยาด้วยคงดีขึ้น]

ส่งข้อความหาใครครับเซฮุนที่ได้ยินเสียงเตือนดังไม่หยุดจากมือถือของมินซอกก็ลืมตาตื่นมาถาม เอาคางเกยไหล่เล็กเพื่ออ่านข้อความนั่นด้วยคน

จุนมยอนน่ะ พอดีมีงานด่วนเลยฝากให้ช่วยหน่อย

อ๋อ...จุนมยอนเป็นคนดีนะว่าจบก็จรดริมฝีปากไปที่ไหล่ที่เกยเมื่อสักครู่ มินซอกแกล้งขยับหนีเลยถูกร่างสูงกว่าจับรวบกอดให้หนีไปไหนไม่ได้ เสียงหัวเราะคิกคักดังสดใสไม่เข้ากับสายฝนที่ตกลงมาเหมือนฟ้าร้องไห้เอาเสียเลย

สรุปเราจะไม่ไปไหนจริงๆเหรอเซฮุนดิ้นไปด้วยถามไปด้วย เซฮุนเลยจัดการเจ้าปากช่างถามด้วยจูบเสียเลย

ฝนตกแบบนี้อยู่ในห้องดีที่สุดแล้วครับพอผละหน้าออกมาก็ตอบคำถามคนช่างถามให้สบายใจเสียหน่อย มินซอกมองหน้าคนตอบพร้อมยกมือจับแก้มทั้งสองข้างของเซฮุนแล้วลูบไปมาเบาๆ

รู้ไหมฉันรู้สึกเหมือนฝันไปเลยที่มีเซฮุนอยู่ตรงนี้

ผมก็เหมือนกันครับ ผมขอโทษนะที่ทำให้มินซอกเสียใจ

สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายกันแล้วนะมินซอกยกนิ้วก้อยขึ้นมาเป็นการทำสัญญา

ผมคงไม่มีวันทำร้ายมินซอกได้อีกแล้วหล่ะครับ เซฮุนไม่ได้เกี่ยวก้อยตอบ แต่มินซอกไม่ได้สนใจ แค่คำพูดนั่นกับอ้อมกอดนี่มันทำให้เขามั่นใจเหลือเกินว่ามันจะไม่มีวันนั้นแล้วจริงๆ เซฮุนดึงร่างในอ้อมกอดให้ลงมานอนที่เตียงนุ่มเหมือนเดิม แขนยาววางแทนที่หมอนเพื่อให้มินซอกหนุนแทน

รู้ไหมว่าฉันเคยเกลียดฝนเอามากๆมินซอกบอกความในใจออกไป หัวเล็กๆที่หนุนแขนเซฮุนขยับตะแคงไปมองเจ้าของแขน

ทำไมละ

เพราะนายบอกเลิกฉันในวันฝนตก

แล้วตอนนี้ละ

ไม่เกลียดแล้ว เพราะฝนทำให้ฉันได้มาเจอนายอีกครั้ง” ไม่รู้เพราะคำพูดที่น่ารักหรืออากัปกิริยาที่น่ารักกว่าของมินซอกกันแน่ จนเซฮุนอดไม่ได้ที่จะจับเจ้าคนน่ารักมาจูบซ้ำๆจนเรียกเสียงหัวเราะคิกคักออกมาได้ไม่ยาก

วันนี้มื้อกลางวันของเซฮุนและมินซอกเป็นอาหารง่ายๆอย่างข้าวผัดที่เอาของในตู้เย็นมาผัดรวมๆกันด้วยฝีมือของพ่อครัวเซฮุน มินซอกที่ปกติเข้าคร้วอยู่แล้วแต่เพราะถูกขอร้องแกมบังคับให้มานั่งรอที่หน้าโซฟาแทน ก็เลยต้องทำตามอย่างช่วยไม่ได้ มือเล็กกดรีโมททีวีเลื่อนหาช่องไปเรื่อยๆ

[พยากรณ์อากาศ….ช่วงนี้ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องสาเหตุมาจากพายุแต่จะตกไปจนถึงคืนวันนี้แล้วพายุก็จะอ่อนกำลังลงไปแล้วครับ]

เพล้ง!

เป็นอะไรหรือเปล่าเซฮุนมินซอกรีบวิ่งไปดูทันทีที่ได้ยินเสียงแก้วแตก แต่ถูกห้ามไม่ให้เข้ามาใกล้เพราะกลัวจะเหยียบเศษแก้ว

เดี๋ยวผมจัดการเอง มินซอกไปนั่งรอข้างนอกเถอะ

นายโอเคใชไหม มินซอกถามเพราะเห็นสีหน้าของเซฮุนไม่ดีเลย ใบหน้าที่ดูขาวซีดนั่นขาวซีดหนักลงไปอีก แต่เพราะสายตาห้ามปรามไม่ให้เขาเข้าไปยุ่งก็เลยต้องเดินคอตกไปนั่งที๋โซฟาตามเดิม

สุดท้ายมื้อกลางวันก็ผ่านไปได้ด้วยดี กิจกรรมต่อไปที่เซฮุนเสนอคือดูหนังด้วยกัน มินซอกเลยให้สิทธิ์คนอยากดูหนังเลือกแผ่นเอาตามใจชอบ หลังจากนั้นทั้งสองคนนั่งตัวติดกันที่หน้าโซฟาเพื่อดูหนังแม้ตอนหลังๆจะเป็นเขาไปนั่งตักเซฮุนไปแล้วก็ตาม

ดวงตาทั้งสองคู่จดจ้องไปที่ทีวีด้วยกัน ในตอนแรกๆก็ยังตื่นเต้นดี แต่เวลาผ่านไปซักพักคนตัวเล็กกว่าก็อ้าปากหาว หนังตาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆตามตำราหนังท้องตึงหนังตาหย่อน จนสุดท้ายก็เข้าสู่ห้วงนิทราไป

เสียงตัวละครจากหนังยังคงพูดคุยอย่างต่อเนื่องแต่สายตาของเซฮุนไมได้สนใจต่อภาพที่ฉายในจอทีวีแล้ว เพราะดวงตาของเขามีแต่ภาพของคนที่นอนหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขาลอบยิ้มออกมา มินซอกของเขาช่างน่ารักเสียเหลือเกิน

หลังจากจัดการหาผ้ามาห่มให้คนตัวเล็กแล้ว เซฮุนก็เลือกเดินไปที่หน้าต่างมองเออกไปเบื้องหน้ามีเพียงภาพของตึกแถวเรียงกันแต่สายตาของเขาเสมือนมองออกไปไกลจนหาที่สิ้นสุดไม่ได้ นิ้วยาวจรดลงไปที่หน้าต่างกระจกที่ถูกเกาะด้วยหยดน้ำจากสายฝน ตอนนี้สายฝนเบาลงไปกว่าเมื่อตอนที่เขามาเคาะประตูห้องมินซอกมาก คิดแบบนั้นแล้วก็หลับตาลงพร้อมหยดน้ำตาที่ไหลลงมาพร้อมกับเม็ดฝนที่หน้าต่าง

 ท่ามกลางเม็ดฝนที่ตกลงมาพร้อมกับน้ำตาของผมเอง

จะรีบทำอะไรก็ทำซะ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสแล้ว เสียงในหัวดังขึ้น เซฮุนได้แต่สะบัดหัวไล่เสียงนั่นออกไป หันไปมองร่างที่หลับสนิทนั่นยิ่งปวดใจ เขาอยากให้เวลามันหยุดอยู่แค่ตอนนี้เหลือเกิน

เซฮุนอ่า.... เพราะเสียงจากหนังดังเกินไปเมื่อมาถึงฉากแอ็คชั่นที่มีเสียงประกอบฉากค่อนข้างดัง มินซอกเลยตื่นขึ้นมาและรู้สึกตัวว่าเซฮุนไม่ได้นั่งอยู่ข้างๆกันเหมือนเมื่อกี้จึงเรียกหา

ครับผม เจ้าของชื่อรีบเดิมมาหาอย่างไว จับมือเล็กที่พยายามยื่นมาหาเขา มินซอกยิ้มแล้วกอดเต็มสองแขน ไม่แน่ใจแล้วว่าระหว่างเขาหรือเซฮุนใครกันที่ขี้อ้อนกว่า

ขอโทษนะที่หลับไป ดูต่อไหม

ไม่แล้วครับ ผมอยากคุยกับมินซอกมากกว่า เซฮุนหยิบรีโมทเพื่อปิดทีวีลง ตอนนี้เขาอยากได้ยินเสียงคนที่กอดเขาอยู่มากที่สุด

จะคุยอะไรละ หรือจะเล่าเรื่องว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาเราทำอะไรอยู่ไหม” คนกอดถามด้วยเสียงอู้อี้ มินซอกกลายเป็นแมวน้อยขี้อ้อนไปเสียแล้ว

มินซอกทำอะไรบ้างละเซฮุนถามพลางลูบหัวไหล่มนไปมาเบาๆในขณะที่อีกคนยังไม่ละอ้อมกอดออก

ก็หลายอย่างนะ อย่างแรกคือไม่ติดต่อนาย ลบเบอร์ ลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับนายเพราะกลัวจะทำใจไม่ได้ อืม...แล้วก็ทำงานหนักมากเลยจนจุนมยอนต้องมาดูแลบ่อยๆ

อ่า...จุนมยอนเป็นคนดีจริงๆแหละ มินซอกโชคดีนะที่มีเพื่อนแบบนี้ เซฮุนรู้สึกขอบคุณจากใจจริงๆแม้จุนมยอนจะไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่หวังว่าความรู้สึกขอบคุณนี่จะสื่อไปถึงได้สักวัน

แล้วเซฮุนละ ทำอะไรมาบ้าง ยังทำงานอยู่ที่เดิมไหม เพราะฉันไม่ได้แวะไปแถวนั้นอีกเลยหลังจากเราเลิกกัน

ผมไม่ทำงานที่นั่นแล้วครับ

แล้วเซฮุนทำอะไรมาเหรอตลอดเวลาที่ผ่านมามินซอกเงยหน้าถามเพราะเซฮุนดันร่างของเขาออกเล็กน้อยเพื่อให้ได้สบตากันตรงๆ มือใหญ่จับไหล่คนตัวเล็กแน่น สายตาที่มองสบมาจริงจังจนมินซอกนั่งตัวเกร็ง

ผมน่ะ ได้แต่คิดถึงมินซอกมาตลอด

ฮ่าๆๆ นายล้อเล่นมากไปละ” พอได้ยินแบบนั้นจากที่เกร็งก็กลายเป็นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ถึงจะรักมากแต่เจอประโยคชวนหวานเลี่ยนนี่ก็อดตลกไม่ได้จริงๆ

ผมไมได้ล้อเล่นนะ ผมขอโทษที่ทำร้ายมินซอกในวันนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจให้เราจบกันเลย แต่ตอนนั้นผมเครียดอะไรหลายๆอย่างทำให้ผมตัดสินใจผิดพลาด และที่ผมกลับมาผมต้องการให้มินซอกให้อภัยเซฮุนพูดด้วยเสียงเครียด ดวงตาคมนั้นดูปวดร้าวจนมินซอกปรับอารมณ์ตามไม่ทัน รู้สึกผิดเล็กน้อยที่หัวเราะออกไปเสียขนาดนั้น

ยกโทษให้ผมได้ไหม เซฮุนถามทั้งน้ำตา มินซอกจกใจเอามาที่เห็นคนตรงหน้าร้องไห้จึงโผเข้าไปซุกแผ่นอกกว้างของเซฮุนทันที ไม่ช้าทั้งสองต่างร้องไห้ออกมา ความรู้สึกของหนึ่งปีมันถูกบรรยายออกมาเป็นน้ำตาเฉกเช่นเดียวกับพายุที่ทำให้เกิดฝนตกลงมา

มินซอกรักเซฮุนนะ เพราะฉะนั้นมินซอกยกโทษให้อยู่แล้วเสียงเล็กตอบอู้อี้เพราะทั้งร้องไห้ทั้งยังไม่เงยหน้าออกมาก แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้เซฮุนรู้สึกสุขใจอย่างที่สุดแล้ว

ขอบคุณ...ขอบคุณมากจริงๆเขาขอบคุณจากใจของผู้ชายคนนึงที่จะมอบให้คนที่รักได้ ทั้งๆที่เขาเคยทำร้ายจนเจ็บปวดเสียขนาดนั้น แต่ก็ยังได้รับการอภัย สิ่งเดียวที่มอบให้ได้คือคำขอบคุณและความรักที่จะมีให้ตลอดไป

แม้ว่าร่างกายของเขาจะไม่อยู่แล้วก็ตาม...ความรู้สึกนี้จะยังคงอยู่ตลอดไป

 

ในห้องที่เงียบสนิทมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ทำงาน เสียงเปาะแปะของฝนก็เริ่มหยุดลง บนเตียงนุ่มมีเพียงมินซอกเท่านั้นที่หลับใหลอย่างไม่รู้เรื่องราวใดๆ ในขณะที่ข้างเตียงมีเซฮุนที่กำลังยืนมองอยู่ ดวงตาของเขาดูปวดร้าวเสียเหลือเกิน แต่กระนั้นก็ฝืนยิ้มออกมาให้คนที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่อย่างนั้น...เพราะมันเป็นการจากลาครั้งสุดท้ายแล้ว

ขอบคุณนะมินซอกที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังรักผมเหมือนเดิม ต่อให้ผมทำร้ายคุณมากแค่ไหน

ฝ่ามือใหญ่ยื่นออกไปหมายจะสัมผัสที่แก้มนิ่ม อยากจะซึมซับความอุ่นจากร่างของคนรักอีกซักครั้งก่อนที่จะจากไป แต่สุดท้ายความต้องการนั่นก็ไม่เป็นผล เพราะร่างที่กำลังเลือนรางทำได้เพียงแค่ผ่านทะลุไปร่างกายของมินซอกไป....ใช่แล้ว เวลาของเขาหมดลงแล้ว

ตามที่สัญญาไว้ พอพายุหมดลงก็ถึงเวลาที่คุณต้องไปแล้ว เสียงก้องในหัวทำหน้าที่บอกในสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงเท่านั้นเซฮุนทรุดลงข้างเตียงแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนักโดยไม่กลัวที่มินซอกจะตื่น เพราะว่าต่อไปนี้มินซอกจะไม่ได้ยินเสียงของเขาอีกแล้ว ไม่สามารถสัมผัสเขาได้เหมือนที่เคยเป็นมา และจะไม่มีวันเจอกันอีกตลอดไป

เพราะเขาได้ตายไปแล้วนั่นเอง...

คุณได้ไถ่โทษบาปในใจตัวเองอย่างที่ต้องการแล้ว ไม่มีอะไรที่ติดค้างที่โลกนี้อีก เสียงนั่นเอ่ยเตือนอีกครั้ง เซฮุนรับรู้แต่ก็ยังไม่สามารถทำใจได้

ความจริงอีกข้อที่เขาไม่ได้บอกมินซอกคือ เขาได้ตายไปเป็นเวลาเกือบครึ่งปีแล้วและมินซอกเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เพราะไม่ได้ติดต่อกันอีก ตลอดระยะเวลาหลังจากที่เขาตาย เพราะความห่วงหาความคิดถึงทำให้ที่ผ่านมาเขาวนเวียนอยู่รอบๆมินซอกแต่เพราะไม่มีร่างกายแล้วอีกฝ่ายจึงไม่เคยเห็นเขาเลย เมื่อถึงคราวครบกำหนดเวลาที่เขาต้องจากโลกนี้ไปเพื่อไปภพภูมิหน้าใครซักคนคงสงสารเลยสงเคราะห์ดวงวิญญาณที่น่าสงสารเช่นเขาได้จัดการบาปของตัวเองที่ต้องการได้ไถ่บาปจากคนที่เขารักที่สุด

ตอนนี้ไม่ใช่แค่มินซอกที่เกลียดฝน เขาเองก็เกลียดไม่แพ้กัน

ผมขอโทษ ต่อไปนี้ดูแลตัวเองให้ดีนะครับ มินซอกของเซฮุน ในค่ำคืนที่เงียบสงบเพราะพายุได้จากไปแล้ว มีเพียงแสงไฟหลายๆดวงที่สส่งแสงสว่างอันน้อยนอดของมันท่ามกลาางท้องฟ้าสีดำสนิท แสงเหล่านั้นสาดมาที่หน้าต่างพอทำมองเห็นเม็ดฝนที่เกาะอยู่ที่บานกระจกใสกำลังร่วงลงมาเป็นเม็ดสุดท้ายพร้อมกับร่างของเซฮุนที่เลือนรางและจางหายไป

คงมีเพียงหยดน้ำตาที่ร่วงลงสู่พื้นเท่านั้นที่เป็นเครื่องยืนยันว่าครั้งนึงเขาเคยอยู่ที่แห่งนี้

 

เหมือนว่าพายุกำลังจะผ่านไป เมื่อฉันลืมตาขึ้นมา

 

เสียงนกส่งเสียงพูดคุยอย่างแข่งขันในตอนเช้าเป็นสัญญาณว่าอากาศแจ่มใส เสียงเจื้อยแจ้วของนกนั่นปลุกคนในผ้าห่มให้ตื่นขึ้นมา มือเล็กควานหาร่างข้างๆเมื่อเริ่มจำได้เมื่อคืนเขาหลับไปก่อนอีกตามเคย แต่เพราะควานหาเท่าใดก็ไม่เจอเลยต้องฝืนตัวลุกขึ้นมาดูให้แน่ใจ

เซฮุน?” ดวงตากลมมองไปพบเพียงแค่ว่างเปล่า เซฮุนหายไปอีกแล้ว

แต่ทำไมคราวนี้น้ำตาเขาถึงไหลออกมาแค่คิดคำว่า 'หายไป' แต่เซฮุนก็แค่หายไปโดยไม่บอกเหมือนทุกทีไม่ใช่หรือไงกัน แล้วเพราะอะไรที่หัวใจมันถึงเจ็บปวด ความรู้สึกอะไรบางอย่างบอกว่าเขาจะไม่มีทางได้เจอเซฮุนอีกแล้ว

เสียงเตือนจากโทรศัพท์ดึงสติให้เขาหลุดจากห้วงคิด หน้าจอโทรศัพท์มีแสงไฟกระพริบ ในใจภาวนาะให้เป็นเซฮุนที่ติดต่อมา แต่พอกดเข้าไปก็เห็นเป็นข้อความจากจุนมยอนนั่นเอง

[มินซอก ตื่นยัง] 

[ตื่นแล้ว มีอะไรเหรอ วันนี้วันหยุดนี่นา]

[โทรคุยดีกว่านะ

เห็นข้อความแบบนั้นมินซอกรีบปาดน้ำตาเพราะไม่อยากให้จุนมยอนเป็นห่วงว่าร้องไห้ทำไม บางทีอีกไม่นานหรือเย็นนี้เซฮุนคงกลับมา

มินซอกกดรับโทรศัพท์ ปลายสายส่งเสียงจริงจังผิดปกติจนอดหวั่นใจไม่ได้ แต่พอได้ยินเพียงแค่ประโยคถัดมาโทรศัพท์ในมือเขาก็ร่วงลงตกไปกับพื้นจนหน้าจอแตกละเอียดเข่นเดียวกับหัวใจของเขา

ไม่จริง

มินซอก ฟังอยู่หรือเปล่า เรื่องนี้ฉันยืนยันได้เพราะไปถามจากเพื่อนร่วมงานของเซฮุนมาแล้ว

มินซอกไม่มีแรงกระทั่งก้มลงไปเก็บโทรศัพท์ เสียงของจุนมยอนยังคงเอ่ยเล่าเรื่องที่เขายังอยากให้มันเป็นแค่เรื่องโกหก...ใช่มันเป็นเรื่องโกหกก็เซฮุนมาหาเขา กอดเขา จูบเขา ทำทุกๆอย่างเหมือนเมื่อก่อน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จุนมยอนเล่ามาเป็นเรื่องโกหก

เรื่องที่เซฮุนตายไปนานแล้ว

ร่างเล็กสะอื้นร้องไห้จนตัวโยน ต่อให้เขาจะปฏิเสธว่ามันไม่จริงแต่เขาก็รู้จักเพื่อนของเขาดีว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหกเลย ถ้าอย่างนั้นเซฮุนมาหาเขาเพราะต้องการให้เขาอภัยให้อย่างนั้นหรือ และเพราะสายฝนทำให้เซฮุนมาปรากฏต่อหน้าเขา หัวสมองเริ่มลำดับเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เข้าใจก่อนหน้านี้จนตอนนี้เขาเข้าใจมันทั้งหมดแล้ว....

.

.

.

.

มินซอกนั่งเหม่อเสมือนไม่มีตัวตน ข้างๆของเขาคือจุนมยอนและตรงหน้าเขาคือเพื่อนร่วมงานของเซฮุน ไม่สิ อดีตเพื่อนร่วมงานเพราะเซฮุนไม่อยู่แล้ว ทั้งสองยังคงถามไถ่ที่มาที่ไปเรื่องราวของเซฮุนกันอยู่ในขณะที่ตัวเขาไม่ได้ใส่ใจฟังเลยแม้แต่น้อย

"มินซอกๆ" เพระาโดนสะกิดเรียกเจ้าของชื่อถึงหันกลับไปมองคนสะกิดด้วยดวงตาที่อิดโรย ตั้งแต่รู้เรื่องนั่นเขาแทบจะไม่สามารถข่มตาลงได้เลย จากที่ไม่ชอบให้ฝนตกตอนนี้เขาได้แต่ภาวนาให้ฝนันซาดซัดลงมากหนักๆเพื่อที่เขาอาจจะได้เจอเซฮุนที่ยืนรอเขาอยู่เช่นเดิม

"เซฮุนคงเครียดหลายๆอย่าง พวกเราเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน สุดท้ายเซฮุนก็จากพวกเราไป" คำพูดของเพื่อนเซฮุนที่จุนมยอนบอกว่าชื่อชานยอลนั้นยังคงเล่าเรื่องราวต่างๆไม่หยุด มินซอกแม้จะไม่ได้ตั้งใจฟังแต่น้ำตาก็ไหลลงมาไม่ขาดสาย

เป็นเวลากว่าชั่วโมงที่คนทั้งสามต่างพูดคุยถึงคนที่จากไป เรื่องราวต่างๆไล่เรียงต่อกันจนเข้าใจได้ทั้งหมด ทั้งจุนมยอนและชานยอลต่างสงสารเซฮุน แต่ก็คิดเหมือนกันว่าที่น่าสงสารกว่าคือคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปนี่ไม่ใช่หรือ หลังจากเรียกพนักงานเก็บเงินค่าอาหารบนโต๊ะแล้วสุดท้ายทั้งสามก็ล่ำลากันเมื่อใกล้เวลาเย็นเข้าไปทุกที

"กลับเลยไหมมินซอก" จุนมยอนถามอย่างเป็นห่วง อาการตอนนี้เหมือนหรืออาจจะมากกว่าตอนที่เลิกกับเซฮุนแรกๆจนจุนมยอนอดห่วงไม่ได้ ไม่รู้อีกนานแค่ไหนกว่ามินซอกจะเข้มแข็งได้อีกครั้ง

ไม่มีคำตอบใดๆจนต้องหันมามอง มินซอกเหม่อมองท้องฟ้าที่ทอแสงสีส้มเป็นสัญญาณว่าพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน

 หากสามารถขออะไรกับพระเจ้าได้ สิ่งเดียวทีมินซอกอย่างจะขอตอนนี้คงมีเพียงข้อเดียว....

ถ้าหากสายฝนทำให้เซฮุนมาพบเขาอีกครั้ง ได้โปรดเถอะ…ได้โปรดทำให้มันตกลงมาราวกับพายุคลั่งอีกครั้งได้ไหม

Bring me back to the summer storms with you and I

 

[END]


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


HunMin Sexiu เรื่องที่สองมาแล้วจ้า ไม่รู้จะชอบกันไหม 

แรงบันดาลใจมาจากเพลง Summer Storm ของ Jessica ค่ะ

ตอนแรกตั้งใจจะแต่งให้ Happy เหมือนกัน Summer Rain แต่ไปๆมาๆกลายเป็นแบบนี้เฉย ขอโทษด้วยค่า (ก้มหัวๆ)

อากาศช่วงนี้ก็เหมาะกับฟิคเรื่องนี้พอดี ฝนเดี๋ยวตกเดี๋ยวมาแล้วก็ร้อนเหมือนเดิม ฮ่าๆๆ


เรื่องหน้าจะขอแต่งแนวสดใสอย่างที่ถนัดค่ะ จะพยายามรีบมาอีพให้นะคะ

ขอบคุณทุก Comment เลยนะคะ เป็นกำลังใจให้แต่งต่อไปแม้คนอ่านจะน้อยก็ตามที่ ฮืออออออ T_T


เจอกันเรื่องหน้าค่ะ ^^

อยากอ่านแนวไหนคอมเม้นมาได้นะคะ หากมีไอเดียจะแต่งออกมาให้ได้อ่านกันจ้าๅ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #84 PandaPhung (@agisen4869) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 22:05
    งื้ออออ เราก็คิดว่ามันอาจจะดราม่า แต่รอให้จบแบบแฮปปี้ แต่จบแบบนี้ก็หน่วงดีค่ะ คิดซะว่าแต่ละฝ่ายได้เคลียร์ทุกอย่าง ไม่ติดค้างกันละ จะได้เดินหน้าไปกันต่อ
    #84
    0
  2. #48 kim_lumin (@kim_lumin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 01:31
    จะร้องไห้อยู่แล้ว ปวดใจ ไม่เอาแบบนี้แล้วนะไรท์
    #48
    1
    • #48-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 2)
      3 สิงหาคม 2561 / 19:29
      โอ๋เอ๋ ไม่ร้องน้าาา อ่าน Hot summer ย้อมใจแทนน้า อิอิ
      #48-1
  3. #41 happinessnitta (@happinessnitta) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 23:50
    แงงงง เศร้าอ่าา
    #41
    1
    • #41-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 2)
      31 กรกฎาคม 2561 / 19:07
      โอ๋ๆๆ กอดๆ
      #41-1
  4. #26 pongarin11 (@pongarin11) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 22:23
    น้ำตาไหลเลย แง
    #26
    1
    • #26-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 2)
      30 มิถุนายน 2561 / 00:29
      โอ๋ๆ ไม่ร้องนะจ้า >.<
      #26-1
  5. #15 KhimSF7 (@khimgray) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 22:21
    โอ้ยยยยย เจ็บปวด เซฮุนอ่าาาาาา สงสารมินซอก ฮือๆๆๆ
    #15
    1
    • #15-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 2)
      13 มิถุนายน 2561 / 10:52
      ไรท์ใจร้ายเนาะ 5555
      #15-1
  6. #13 winchani (@flyfulldodo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 02:04
    หน่วงมากเลยอ่ะ สงสารทั้งคู่เลย TT
    #13
    1
    • #13-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 2)
      13 มิถุนายน 2561 / 10:51
      ไรท์ใจร้ายเนาะ 5555
      #13-1
  7. #7 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 02:49
    ง่ะ สุดท้ายเราก็ไม่รู้เหตุผลของการเลิกราและตายเพราะอะไร
    #7
    1
    • #7-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 2)
      7 มิถุนายน 2561 / 18:40
      ขอบคุณสำหรับ Comment ค่ะ ^^
      ตั้งใจจะให้เป็นปริศนาแบบนี้แล้วแต่จะตีความได้เลยจ้า อิอิ
      #7-1
  8. #5 kaow7 (@kaow7) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 00:30
    ฮือออออออออ น้องงง T T
    #5
    1
    • #5-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 2)
      7 มิถุนายน 2561 / 18:39
      ขอบคุณสำหรับ Comment ค่ะ ^^
      โอ๋เอ๋ ไม่ร้องน้าาาา
      #5-1
  9. #4 มินซอกกี้ (@bambammieee_exo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 17:48
    หน่วง TT
    #4
    1
    • #4-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 2)
      7 มิถุนายน 2561 / 18:39
      ขอบคุณสำหรับ Comment ค่ะ ^^
      อิอิ เรื่องนี้จะหน่วงๆหน่อย
      #4-1