the brother next door (seungwoo x you feat. x1 , victon)

ตอนที่ 2 : ข้างบ้านวันที่สอง ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    17 เม.ย. 63

ข้างบ้านวันที่สอง


-

 

“ฟอง โทรศัพท์มึงสั่นไม่หยุดเลยว่ะ”

 

เพื่อนที่นั่งโต๊ะเรียนข้างกันอย่างใจเย็น, เพื่อนสนิทผู้หญิงคนแรกและคนเดียวในชีวิตมัธยมของฉันกระซิบขึ้นมาเบาๆ ในขณะที่เรากำลังเรียนวิชาเคมีที่ขึ้นชื่อเรื่องความน่าเบื่อ ความยาก และครูโหดสุดๆ สำหรับฉัน

 

และใช่ โทรศัพท์ลูกรักตัวดีของฉันสั่นครืดๆ ไม่หยุด ดีนะที่มันอยู่บนกองหนังสือเรียนที่ยัดเอาไว้ใต้โต๊ะ ที่มันสั่นกับพื้นไม้ของโต๊ะเรียนจริงๆ คงได้ยินกันไปทั้งห้องแล้ว

 

ฉันไหลมือลงไปใต้โต๊ะแล้วกดปุ่มใดซักปุ่มข้างๆ โทรศัพท์ให้มันเลิกสั่นแล้วก็แกล้งทำเป็นสนใจเรียนต่อ

 

แต่ซักพักนึงมันก็สั่นขึ้นมาอีก

 

“ใครโทรนักหนาวะ”

 

ฉันบ่นกับตัวเองแล้วก็ไหลมือไปใต้โต๊ะเพื่อปิดการสั่นของมันอีกรอบหนึ่ง

 

แล้วมันก็สั่นมาอีกรอบในเวลาต่อมา

 

ชักจะรำคาญแล้วจริงๆ นะเว้ย

 

ฉันตัดสินใจกำโทรศัพท์ไว้ในมือ จ้องหน้าครูและรอจังหวะให้ครูหันหลังไปเขียนกระดานก่อนจะรีบหมุนตัวโยนโทรศัพท์ลงกระเป๋านักเรียนที่แขวนอยู่กับพนักพิงเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ต่อให้มันสั่นก็จะไม่รู้เรื่องเท่าไหร่แล้ว

 

“ใครโทรมา แอบซุกผู้ไว้ป่ะ”

 

ฉันส่ายหน้าปฏิเสธใจเย็นที่ทำเหมือนจะแซวทันที – ผู้บ้าผู้บออะไรกันล่ะ นอกจากไอ้ผู้ชายรวมแก๊งสองคนอย่างไอ้โยโย่กับไอ้ก้องเกียรติจะมีใครที่เป็นผู้ชายมาวนเวียนในชีวิตฉันด้วยอีกหรือไงกัน

 

อ้อ ลืมไป อิพี่ข้างบ้านที่สุดแสนจะกวนประสาทแถมรีดเสื้อฉันไหม้เมื่อเช้าด้วยอีกคนสินะ

 

#พี่ฮั่นที่อยู่ข้างบ้านอ่ะ

 

 ฉันกดปลดล็อกห้าจอโทรศัพท์ก็เห็นว่ามีมิสคอลจากเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกเอาไว้เก้าสาย

 

นอกจากจะไม่รู้ว่าเบอร์ใครแล้วยังจะโทรมาเหมือนที่บ้านไฟไหม้อีกต่างหาก

 

ฉันเขี่ยข้าวในจานเล่นระหว่างที่กำลังพยายามนึกถึงเบอร์ใครซักคนที่ขึ้นต้นด้วยเบอร์นั้นมั้ยแต่ก็ไม่มี

 

“มึงก็โทรกลับดิฟอง”

 

ใจเย็นพูดขึ้นมาพลางแย่งลูกชิ้นในก๋วยเตี๋ยวของไอ้ก้อง

 

“ใครโทรมาวะ”

 

“ไม่รู้ดิ พวกมึงรู้จักเบอร์นี้กันป่ะ”

 

ฉันหันหน้าจอโทรศัพท์ไปให้พวกมันสามคนดู แต่ทุกคนก็ส่ายหน้ากันหมด และฉันเป็นประเภทที่ถ้าไม่ได้เมมเบอร์ใครไว้ก็จะไม่รับสายหรือจะไม่โทรกลับ ซึ่งมักจะโดนแม่ด่าประจำ แต่ก็นะ ฉันไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า

 

วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วหันไปสนใจกินข้าวมื้อเที่ยงต่อ และหลังจากที่วางมือถือลงไปได้ซักพักหนึ่งมันก็สั่นและปรากฎเบอร์เดิมที่ฉันไม่ได้รับสายก่อนหน้านี้มาอีกครั้ง

 

ไอ้ก้องพยักหน้าให้ฉันรับสาย และสุดท้ายฉันก็กดสไลด์จอไปทางขวาเพื่อรับสายจนได้

 

“ฮัลโหล”

 

( ฟองดาวใข่ป่ะ? )

 

“ใช่ ใครอ่ะ”

 

พวกมันอีกสามคนก็กินข้าวไปจ้องหน้าฉันไปด้วย นี่ไม่รู้เลยนะว่าเป็นห่วงเพื่อนกลัวคุยกับคนไม่รู้จักหรือเพราะอยากเสือกกันแน่

 

( คนที่หล่อๆ หน่อยอ่ะ )

 

อ่ะ กูว่ากวนตีนแบบนี้มันมีอยู่คนเดียว

 

“พี่ฮั่น”

 

( เฮ้ย รู้ได้ไงเนี่ย แสดงว่าพี่หล่อจริงๆ สินะ )

 

ไอ้ใจเย็นพึมพำถามว่าพี่ฮั่นเป็นใครวะ และก็เป็นโยที่ตอบไปว่าคนที่เป็นนักร้องเดอะสตาร์ไง

 

สมควรที่จะได้โบกกบาลจริงๆ นั่นแหละ

 

“พี่เอาเบอร์หนูมาจากไหน เราไม่เคยแลกเบอร์กันนะ”

 

( แม่หนูไงคะ )

 

โอ๊ย ฉันล่ะเกลียดจริงๆ เวลาที่พี่ฮั่นมันทำเสียงอ่อนเสียงหวานแล้วพูดคะขาเนี่ย


            “แล้วพี่มีอะไร โทรรัวทำไมนักหนา ไม่รู้หรือไงหนูเรียนอยู่”

 

ฉันวางช้อนในมือแล้วเปลี่ยนเป็นกำหมดไปเท้าเอวไว้แทน รู้ตัวว่ากำลังทำคิ้วขมวดอยู่แน่ๆ และถึงแม้ว่าไอ้คนปลายสายมันจะไม่ได้เห็นท่าทางของฉันในตอนนี้แต่ก็ทำไปก่อนเป็นอินเนอร์

 

( รู้ แต่จะโทร มันเรื่องใหญ่มาก )

 

“เรื่องอะไรล่ะคะ”

 

( เที่ยงแล้วพี่ควรจะกินข้าวกับอะไรดี )

 

“...”

 

คือขอโทษนะคะ แต่คุณพี่ข้างบ้านโทรมาหาหนูเกือบสิบสายเพื่อการถามว่าเที่ยงนี้กินข้าวกับอะไรเนี่ยน่ะเหรอคะ

 

อิพี่ฮั่น หนูถามจริง

 

( เร็วน้องฟาวดอง ช่วยคิดหน่อย ตอนนี้ที่มอมีร้านตามสั่ง ราดหน้า ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ มีข้าวแกงกะ-- )

 

“อยากกินอะไรก็กิน”

 

( ก็พี่อยากกินทุกอย่างพี่เลือกไม่ได้ พี่เลยโทรมาถามหนูไง )

 

แล้วมันใช่ธุระอะไรของกูมั้ยเนี่ย!

 

ฉันถอนหายใจแรงๆ ใส่โทรศัพท์จนพวกมันอีกสามคนต้องหันมามองง มือที่กำหมัดเท้าเอวอยู่ยกขึ้นมากำแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูด แล้วถอนหายใจอีกรอบหนึ่ง

 

“เพื่อนพี่ไม่คบเหรอต้องโทรมาถามหนูอ่ะ”

 

( ก็พี่อยากถามหนูไม่ได้เหรอคะ )

 

ไปถามแม่พี่นู้นไป๊!

 

( เอางี้ หนูกินไรอยู่ )

 

“ข้าวมันไก่”

 

( ที่นี่ไม่มีอ่ะ อย่างอื่นได้มั้ย )

 

โว้ย!

 

มันใช่ธุระอะไรของไอ้ฟองดาวคนนี้มั้ยวะเนี่ย!

 

( หรือพี่จะกินก๋วยเตี๋ยวไก่ดีวะ มันก็คล้ายๆ กับของหนูแหละเนอะ )

 

อื้อ คล้ายก็คล้าย กินๆ มันเข้าไปเถอะนะ

 

( ไม่เอาดีกว่า เบื่อแล้วอ่ะ มีอย่างอื่นมั้ย )

 

อิ-พี่-ฮั่น

 

นี่มันใช่ธุระอะไรของฉันมั้ยที่จะต้องมาเลือกเมนูอาหารมื้อเที่ยงให้ไอ้พี่ชายข้างบ้านที่ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นแถมยังมากวนประสาทด้วยการรีดเสื้อนักเรียนให้ฟรีแถมรอยไหม้เนี่ย

 

“คือพี่จะกินอะไรก็เรื่องพี่มั้ย หนูเกี่ยวเหรอ”

( ถ้าพี่อยากให้เกี่ยว หนูก็ต้องเกี่ยวค่ะ )

 

ขอประทานโทษนะคะ แต่พี่มึงเอาแต่ใจตัวเองมากค่ะ

 

ฉันถอนหายใจรอบที่ล้านจนไอ้ใจเย็น ไอ้ก้อง ไอ้โยแทบจะเลิกกินข้าวแล้วหันมาจ้องหน้าฉันคุยโทรศัพท์อย่างเดียวแล้วแทน

 

( เร็วๆ น้องฟาวดอง ช่วยคิดหน่อยพี่กินไรดี พี่คิดไม่ออกจริงๆ นะเนี่ย )

 

“ราดหน้าหมี่กรอบ”

 

( เบื่อแล้ว พี่กินบ่อยมากเลยนะ เมื่อวานก็กิน )

 

“กะเพราไก่”

 

( พี่ไม่ชอบใบกะเพรา )

 

“สุกี้น้ำ”

 

( มันดูเฮลตี้ไปป่ะวะ )

 

“อิพี่ฮั่น ถ้าเลือกให้แล้วไม่กินก็ไม่ต้องโทรมาถามตั้งแต่แรกนะ เสียเวลาโว้ย!

 

ตะโกนด่าพี่มันไปซักทีก่อนจะจิ้มปุ่มแดงกดวางสายแล้วคว่ำหน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะอย่างแรงโดยไม่กลัวว่าหน้าจอมันจะร้าวรานหรือไม่ – ตอนนี้มันไม่มีอะไรน่าหงุดหงิดไปมากกว่าพี่ฮั่นอีกแล้ว

 

“พี่ฮั่นคือใครวะฟอง”

 

เป็นไอ้ก้องที่เอ่ยปากถาม ฉันถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะตอบ

 

“พี่ข้างบ้านที่น่ารำคาญที่สุดในโลก น่ารำคาญยิ่งกว่านกพิราบในโรงอาหาร น่ารำคาญยิ่งกว่าสี่จีโหลดไม่ขึ้น น่ารำคาญยิ่งกว่าลุงคนนั้นที่อยู่ในทำเนี—“

 

“เฮ้ย กูว่าไม่ดีมั้งเพื่อน”

 

ขอบคุณใจเย็นที่เบรกเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นเราอาจจะไม่ได้อ่านตอนจบของฟิคเรื่องนี้

 

“ใช่คนที่มาส่งมึงเมื่อเช้าป่ะวะ”

 

“เออ พี่มันนั่นแหละ”

 

ตอบไอ้โยไปก่อนจะกินข้าวของตัวเองซักทีหลังจากที่เสียเวลาเสวนากับอิพี่ฮั่นนานสองนาน และเมื่อฉันกำลังจะอ้าปากยัดข้าวมันไก่เข้าปาก โทรศัพท์ตัวดีก็สั่นขึ้นมาพร้อมกับเบอร์ๆ เดิม

 

ฉันวางช้อนกระแทกกับจานเสียงดังอย่างอารมณ์เสียสุดๆ แม้ใจเย็นจะเอามือลูบหลังเชิงบอกให้ใจเย็นๆ แล้วก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าใครๆ คุยกับพี่ฮั่นก็ประสาทเสียและโมโหแบบฉันทุกคน – ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกดรับสาย

 

“ไม่ต้องกินอะไรแล้วค่ะพี่ กลับบ้านไปนอ--!

 

( บางทีถ้าเธอยอมใจเย็นๆ และฟังฉันซักหน่อย )

 

“พี่อินกับรักติดไซเรนหรือไง”

 

ฉันถอนหายใจจนอายุสั้นลงไปสามสิบปีแล้วแหละวันนี้

 

( ก็อินอยู่นะ พี่ว่าจะโคฟเวอร์เป็นไอซ์พาริสอยู่ น้องสนใจเป็นแพรวาให้พี่มั้ย )

 

“พี่ฮั่น”

 

( ครับ )

 

“ไปคุยกับต้นไม้นะ”

 

แล้วอิพี่มันก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนฉันต้องดึงโทรศัพท์ให้ห่างออกจากหู นอกจากจะไม่ได้มีความรู้สึกผิดที่โทรมากวนชีวิตคนอื่นแล้วยังจะมาหัวเราะใส่แบบสะใจอีก

 

หรือฉันควรจะบล็อกเบอร์พี่มันไปเลยให้มันจบๆ

 

( เฮ้ยๆๆๆๆ น้องฟาวดอง อย่าเพิ่งวาง! )

 

“อะไรอีก”

 

( ตั้งใจเรียนนะคะ ตอนเย็นเจอกันนะ )

 

พูดจบพี่มันก็ชิงตัดสายไปก่อนฉันอีกรอบนี้

 

ฉันดึงโทรศัพท์ออกจากหูแล้ววางมันลงบนโต๊ะแบบที่นุ่มนวลกว่าก่อนหน้านี้แล้วพึมพำกับจตัวเองพลางนึกถึงหน้าตากวนประสาทของไอ้พี่ข้างบ้าน

 

“เป็นบ้าหรือไง”

 

“เออมึงอ่ะ เป็นบ้าหรือไง ขมวดคิ้วแต่ปากยิ้มคืออะไรวะ”

 

ฉันรีบยกมือขึ้นจับมุมปากตัวเองทันทีหลังจากที่ไอ้ก้องพูดจบ แล้วก็สัมผัสได้ว่ามันปากฉันมันยกขึ้นสูงกว่าปกติจนต้องรีบหุบยิ้มลงอัตโนมัติทันที

 

แล้วกูจะยิ้มทำไมวะเนี่ย

 

#พี่ฮั่นที่อยู่ข้างบ้านอ่ะ

 

“เย็นนี้ไปกินข้าวกับพวกกูป่ะ”

 

พอครูเดินออกจากห้องไอ้ใจก็หันมาถามทันที เพราะปกติหลังเลิกเรียนไอ้สามตัว ใจเย็น ก้องเกียรติ และโยมันจะไปกินข้าวก่อนกลับบ้านด้วยกันทุกครั้งโดยให้เหตุผลว่ากินหลังห้าโมงมันจะอ้วน

 

ก็เป็นเหตุผลที่ฟังดูรักสุขภาพ แต่ก็รักกันไปสามคนพอนะ ฉันจะขอเสียสละกินหลังห้าโมงตลอดไปให้เอง

 

ฉันส่ายหน้าแทนการเอ่ยปากตอบ พวกมันสามคนเดินลงจากตึกไปก่อน ฉันเก็บของลงกระเป๋านักเรียนแบบไม่รีบร้อนเท่าไหร่เพราะเหลือเวลาอีกตั้งสิบนาทีกว่าจะสี่โมงครึ่งตามที่บอกกับพี่ฮั่นไป

 

จริงๆ ก็ไม่ได้อยากกลับกับพี่มันหรอกนะ แต่ถ้าไม่กลับด้วยเดี๋ยวก็เอาไปฟ้องแม่ให้ฉันโดนด่าอีก

 

สะพายกระเป๋า โบกมือลาเพื่อนคนอื่นในห้องพร้อมกับหิ้วรองเท้านักเรียนแคทช่าลงมาจากตึก มืออีกข้างก็กดโทรศัพท์ไถโซเชี่ยลเช็คข่าวว่าแฟนที่เกาหลีทำอะไรอยู่เป็นยังไงบ้างไปเรื่อยเปื่อย

 

“สังคมก้มหน้ามากค่ะน้องฟาวดอง”

 

ฉันเงยหน้าทันทีเลยล่ะพอได้ยินน้ำเสียงกวนประสาทอันแสนจะคุ้นเคย

 

พี่ฮั่นคนเดิมเพิ่มเติมคือชุดนักศึกษาที่สุดแสนจะเรียบร้อยในตอนเช้านั้นเปลี่ยนเป็นลุคผู้ชายรว้ายๆ โดยการปล่อยให้ชายเสื้อหลุดออกนอกกางเกง ปลดกระดุมออกสอง-สามเม็ดโชว์แผงอกสุดเซ็กซี่เบาๆ

 

โอ๊ย จะโชว์ไปเพื่อใครก่อน

 

“มองพี่งี้หมายความว่าไงคะ พี่หล่อกระชากใจเลยล่ะสิ”

 

อื้อ หลงตัวเองดีค่ะพี่

 

“เดินเข้ามาทำไรถึงหน้าตึกเนี่ย”

 

“อดใจไม่ไหว คิดถึงอยากเจอเร็วๆ”

 

แหวะ 


ฉันเบ้ปากพร้อมกับกลอกตามองบนอีกซักสองร้อยรอบ พี่ฮั่นหัวเราะเหมือนฝืนใจนิดหน่อย และเมื่อเห็นหน้าไอ้คนต้นเรื่องก็ทำให้คิดได้ว่าฉันมีเรื่องที่จะต้องสะสางกับพี่มัน – กระเป๋านักเรียนบนไหล่ถูกถอดออกแล้ววางมันลงกับพื้น ฉันหันหลังพร้อมกับชี้นิ้วที่ไหล่ด้านซ้าย

 

“พี่เห็นอะไรนี่มั้ย”

 

“เห็นค่ะ เล็บยาวแล้วนะเรา ระวังครูหักคะแนนนะ”

 

ขอร้องล่ะค่ะ พี่ฮั่น พี่ตาบอดเหรอ

 

ฉันถอนหายใจแล้วจิ้มนิ้วไปตรงที่เดิมที่เดียวกับที่ไอ้โย่จิ้มเมื่อเช้านี้ รอบนี้พี่ฮั่นไม่ได้พูดอะไรแต่สัมผัสหนักๆ ตรงไหล่ซ้ายของฉันทำให้ต้องเอี้ยวคอไปมองแล้วก็เห็นว่าพี่ฮั่นมันพนมมือไหว้ฉันอยู่

 

เจริญ นอกจากจะถอนหายใจลดอายุแล้ว ยังให้คนแก่กว่าไหว้อีก อายุฉันเหลือเท่าไหร่แล้วล่ะ

 

“ขอโทษค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุแบบไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

 

“แล้วทำไมพี่ไม่บอกหนูตั้งแต่เมื่อเช้า”

 

ฉันหันกลับไปเผชิญหน้า พี่ฮั่นทำหน้ารู้สึกผิดแถมยังพนมมือค้างไว้จนฉันต้องปัดมือพี่มันลงก่อนที่จะอายุสั้นไปมากกว่านี้ถึงจะรู้ว่ามันไม่เกี่ยวก็เถอะ

 

“ก็พี่กลัวหนูด่า”

 

โธ่ อิพี่ฮั่น มาบอกตอนนี้หนูคงจะฉีกยิ้มให้แล้วบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ อิสออลไรต์ คแวนชันนาโย  หรอกค่ะ

 

“แต่พี่ไปทบทวนดูแล้ว จะบอกตอนไหนพี่ก็โดนด่าอยู่ดี”

 

เออ ก็รู้นี่

 

“แล้วพี่รู้มั้ยว่าเสื้อนักเรียนของโรงเรียนนี้มันแพงนะพี่ฮั่น ตัวตั้งสองร้อยกว่าบาทอ่ะ แล้วมันซื้อที่ไหนไม่ได้นอกจากที่โรงเรียน แล้วพี่ทำเสื้อหนูไหม้ไปตัวนึงหนูก็ต้องเสียตังสองร้อยกว่าบาทซื้อใหม่เพื่อทดแทนตัวนี้อ่ะ พี่ว่ามันใช่เรื่องมั้ยคะ”

 

“ไม่ใช่ค่ะ แต่ว่าเดี๋ยวพี่ซื้อให้นะ สองตัวเลย แถมกระโปรงด้วย เข้าเซ็ตเลย”

 

ถึงจะทำหน้ารู้สึกผิดแบบหงอยๆ แถมยังส่งสายตาอ้อนวอน แต่ก็ยังจะอุตส่าห์เงยหน้ามาต่อรองแถมชูสองนิ้วประกอบคำพูดไปอีก

 

“ค่ะ มันควรจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วค่ะพี่ฮั่น”

 

“ถ้างั้นไม่โกรธพี่แล้วเนอะ”

 

พี่มันทำหน้าดีใจขึ้นมาหน่อย ถ้ามีหูป่านนี้ก็หูตั้งขึ้นมาแล้วล่ะ

 

“ยัง”

 

“อ้าว”

 

เนี่ย ละตอนนี้ก็กลับไปทำหูลู่หางตกอีกรอบนึง

 

“วันนี้อากาศร้อนๆ เนอะพี่ฮั่น”

 

ฉันพูดเปรยๆ พลางยกมือขึ้นโบกหน้าตัวเองไปมา พี่ฮั่นมองหน้าฉันด้วยสีหน้าหงอยๆ ไม่เหมือนพี่ฮั่นคนเดิมที่ชอบกวนประสาทจนนึกขำบวกกับสะใจไม่ได้

 

สมน้ำหน้า ไม่ออกเลยอ่ะดิ้

 

“ครับ ร้อนมาก แต่ท่าความร้อนแรงของพี่เลย”

 

ขอถอนคำพูดนะ ถึงจะทำหน้าหงอยอยู่แต่กวนประสาทได้อยู่ดีว่ะ

 

“อยากกินไอติมจังพี่ฮั่น”

 

“อยากไปว่ายน้ำดับร้อนด้วยมั้ยคะ”

 

“ได้เหรอ ที่ไหนอ่ะ”

 

“หน้าโรงเรียนอ่ะค่ะ สระว่ายน้ำชาโคลก็น่าลองนะ”

 

เชิญพี่ฮั่นไปว่ายทดลองเล่นสระว่ายน้ำคลองชาโคลที่เต็มไปด้วยขยะหน้าโรงเรียนก่อนเลยค่ะ เชิญ!

 

มันจะมีซักครั้งมั้ยที่พี่มันไม่กวนประสาทแล้วหันจริงๆ จังๆ กับคนอื่นบ้างเนี้ย

 

พี่ฮั่นยิ้มยิงฟันไปสองวินาทีก่อนจะกลับมาทำหน้ารู้สึกผิดเหมือนเดิม กระเป๋านักเรียนฉันที่วางแอ้งแม้งอยู่ที่พื้นตอนนี้มันถูกย้ายไปอยู่บนบ่าของพี่ฮั่นแทน

 

“พี่ฮั่น เอากระเป๋าหนูมาค่ะ”

 

“พี่สะพายให้ – ไปค่ะ ไปกินไอติมกัน เดี๋ยวพี่พาไปว่ายน้ำสระชาโคลด้วย”

 

“ไปว่ายคนเดียวเลยพี่ฮั่น เอากระเป๋าหนูคืนมาด้วย สะพายเองได้”

 

ฉันพูดไปด้วยขมวดคิ้วไปด้วย มือก็พยายามแกะกระเป๋านักเรียนออกจากไหล่พี่ฮั่นก็มือพี่มันก็ปัดออกแล้วเปลี่ยนเป็นจับไหล่ฉันทั้งสองข้างเอาไว้แล้วดันให้เดินไปข้างหน้าแทน

 

“พี่สะพายเองค่ะ กระเป๋าหนักเหมือนแบกโลกขนาดนี้ หนูสะพายไปเดี๋ยวเตี้ยกว่าเดิมนะ แค่นี้ก็สูงไม่ถึงหัวเข็มขัดพี่แล้วเนี่ย”

 

“อิพี่ฮั่น!

 

เว่อร์ เว่อร์มาก!   สูงไม่ถึงหัวเข็มขัดพี่มันบ้าอะไร นี่สูงพอดีอกพี่ต่างหากเหอะ ไม่ได้เตี้ยขนาดนั้นซักหน่อย!

 

“เอาน่า พี่สะพายให้เอง เดี๋ยวหนูปวดไหล่ไงคะ เป็นห่วง”

 

เออได้ อยากสะพายนักก็สะพายไปเลยไอ้กระเป๋านักเรียนหนักๆ นั่นน่ะ

 

อยากเป็นห่วงกันดีนักก็รับกรรมไปแทนเลย!

 

#พี่ฮั่นที่อยู่ข้างบ้านอ่ะ

100%


talk ;

ไม่รู้ว่ายังรอกันอยู่มั้ยสำหรับร้อยกว่ายอดเฟบทั้งหมด แต่คืออยากอัพค่ะ ;-;

ฟิคเรื่องนี้ไม่เน้นสาระ ไม่เน้นความฟิน ไม่เน้นอะไรเลยค่ะ เน้นมุกแป้ก เขียนคลายเครียดเฉยๆ

มาอัพดึกๆ ตลอดเพราะไวไฟแรงตอนดึกค่ะ ไม่มีใครแย่งเล่นเขานอนกันหมดแร้ว

( 16/04/2020 ; 02:05 / up 17/04/2020 ; 0:42 )


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #36 Stiles Styles (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 00:22
    น่ารักทุกประโยคแบบฉุดไม่อยู่แล้ว จะเขินก็เขินไม่ได้ขำก่อน

    55555555555555555555
    #36
    0
  2. #27 colorfull_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 07:01
    ความกวนทีนของพิฮั่นได้ใจมากค่ะ สุดยอชชชชช
    #27
    0
  3. #26 MYJACKSON. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 14:43
    โธ่พี่ฮั่นเอ้ย555555
    #26
    0
  4. #25 kwang1811mutita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 13:56
    ฮื่ออออน่ารักมากๆเลยอ่ะมีความกลัวน้องฟองด่า5555

    หูตกหูตั้งอีกโอ้ยยยย หลงจนไม่รู้จะหลงยังไงแล้วละคุ๊ณณณณณ
    #25
    0
  5. #24 happy_D (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 08:21
    แงงง ไรท์กลับมาแล้วรออ่านอยู่เสมอนะคะ/ทำไมรู้สึกหัวร้อนแทนฟองดาวยังไงไม่รู้ นี่เกือบจะเฟี้ยงโทรศัพท์แล้วนะเนี่ย55555
    #24
    0
  6. #23 XXIPkn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 02:16
    ฮื่ออออไรท์กลับมาแล้ววววว!!!!!!!!!!ดีใจมากกๆๆๆๆๆ พี่ฮั่นคือมาตารฐานความกวนติงสูงมากกวนมากจริงๆ555555
    #23
    0
  7. #22 ขุนนน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 01:59
    โอ้ยย น่ารักมาก แต่ก็กวนมาก หมั่นไส้
    #22
    0
  8. #21 _hey1099 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 01:28
    ฮื้อออออ ไฟนอลลี่ก็กลับมาแล้ววว ดีใจมากกกก กำลังง่วงๆอยู่เจอโนติเรื่องนี้อัพปุ๊ปแล้วตื่นเลยค่ะ55555555 พี่ฮั่นน่ารักมากกกกก รอนะคะ คุณไรท์อย่าเทนะ!!
    #21
    0
  9. #20 evelarpyai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 01:00

    แงงงง ไม่รู้ว่ามีคนรออยู่อีกไหมแต่นี้เป็นคนนึงที่พอแจ้งเตือนปุ๊บก็เข้ามาอ่านเลย // ส่วนในเรื่องของ ตอนนี้คือ ถ้าเป็นฟองดาวคือถ้าไม่ติดว่าหน้าตาดีนะเจอหน้ากำหมัดต่อยแล้ว
    #20
    0