คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 78 : [Spicies Focus] ค้างคาวกิตติ สุดยอดจะจิ๋ว


     อัพเดท 14 มิ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,240 Overall : 294,526
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 78 : [Spicies Focus] ค้างคาวกิตติ สุดยอดจะจิ๋ว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1555 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


   
ค้างคาวกิตติ
, ค้างคาวคุณกิตติ หรือ ค้างคาวหน้าหมู (Kitti's Hog-nosed Bat, bumblebee bat)  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Craseonycteris thonglongyai ค้างคาวกิตติเป็นค้างคาวเป็นค้างคาวเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในวงศ์ Craseonycteridae และสกุล Craseonycteris มันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ค้างคาวกิตติมีสีน้ำตาลปนแดงหรือเทา, มีจมูกคล้ายจมูกหมู, ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เฉลี่ยกลุ่มละ 100 ตัว ค้างคาวกิตติเป็นสัตว์ที่จัดอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งสามารถพบได้ในถ้ำหินปูนริมแม่น้ำในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทางตะวันตกของไทยและตะวันออกเฉียงใต้ของพม่าเท่านั้น สภาวะของค้างคาวคุณกิตติในประเทศพม่าไม่เป็นที่แน่ชัดและประชากรที่พบในประเทศไทยก็พบว่าจำกัดอยู่ในเพียงจังหวัดเดียว ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรีแถบลุ่มน้ำของแม่น้ำแควน้อยเเละในอุทยานแห่งชาติไทรโยคซึ่งพบมันได้มากที่สุด จากการสำรวจถ้ำในเขตจังหวัดกาญจนบุรีพบค้างคาวกิตติในถ้ำจำนวน 35เเห่ง ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในถ้ำเขตอำเภอไทรโยคมากถึง 23เเห่ง ค้างคาวกิตติที่เหลือพบในเขตอำเภอทองผาภูมิ, ท่าม่วงและอำเภอเมือง ประชากรของค้างค้าวกิตินอกเหนือจากในอุทยานแล้วอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการถูกคุกคาม สาเหตุหลักเกิดจากการคุกคามจากมนุษย์และการลดลงของถิ่นที่อยู่อาศัย ในปี พ.ศ. 2544 มีการพบค้างคาวกิตติในประเทศพม่าถึง 9 แห่งด้วยกัน คือในแถบเทือกเขาหินปูนบริเวณแม่น้ำสาละวิน, แม่น้ำอัตทะรัน (Ataran)และแม่น้ำคเยง (Gyaing) ของรัฐกะเหรี่ยงและรัฐมอญ ค้างคาวกิตติที่พบในประเทศไทยและประเทศพม่ามีรูปร่างลักษณะภายนอกเหมือนกันแต่แตกต่างกันในเรื่องของการใช้คลื่นเสียงในการนำทางหรือกำหนดทิศทาง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่รู้สาเหตุว่าทำไมประชากรของทั้งสองประเทศจึงมีการวิวัฒนาการแยกจากกันไป
 

ค้างคาวคุณกิตติอาศัยในถ้ำตามผาหินปูนไกลจากปากถ้ำ ในแต่ละถ้ำย่อยจะมีประชากรประมาณ 10-15 ตัว ซึ่งรวมกันเป็นกลุ่มที่มีสมาชิกประมาณ 100-500ตัว ค้างคาวกิตติเกาะผนังสูงหรือเพดานถ้ำแยกจากตัวอื่นๆนอน ค้างคาวกิตติอพยพย้ายถ้ำระหว่างฤดูกาลด้วยเช่นกัน ค้างคาวกิตติออกหากินเป็นช่วงสั้นๆในตอนเย็นและเช้ามืด ซึ่งมันจะออกหากินไม่ไกลจากถ้ำที่พักอาศัย ค้างคาวกิตติออกหากินในช่วงสั้นๆประมาณ 30 นาทีในตอนค่ำและ 20 นาทีในรุ่งเช้า ซึ่งทำให้พวกมันง่ายต่อการโดนรบกวนจากฝนหรืออากาศเย็น ค้างคาวกิตติจะออกหาอาหารในบริเวณไร่มันสำปะหลังและนุ่น หรือบริเวณเรือนยอดกอไผ่ และต้นสักในระยะไม่เกิน 1 กม.จากถ้ำที่อาศัย ในกระเพาะของตัวอย่างค้างคาวตัวอย่างที่จับได้ประกอบไปด้วยแมงมุมและแมลงผสมกับสิ่งที่คาดว่าเป็นใบไม้ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเหยื่อที่มันจับได้ระหว่างบิน อาหารหลักของค้าวคาวกิตตินั้นประกอบไปด้วยแมลงวัน, แตนและแมลงในอันดับโซคอพเทอรา (psocoptera) คู่แข่งในป่าของค้างคาวกิตตินั้นได้เเก่หนูผีจิ๋ว (shrew) โดยเฉพาะหนูผีอีทรุสคัน (Etruscan shrew) ซึ่งมีน้ำหนัก 1.2-2.7 กรัม แต่มีความยาว 36-53 มม.จากหัวถึงหาง รูปร่างลักษณะของค้างคาวกิตติตราได้ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติไทรโยคมีเเละโลโก้ประจำสโมสรฟุตบอล เมืองกาญจน์ เอฟซี ซึ่งเป็นสโมสรประจำจังหวัดกาญจนบุรี  
   

ค้างคาวกิตติมีลำตัวยาวประมาณ 29-33 มม. เเละหนักประมาณ 2 กรัม เพราะขนาดเล็กจิ๋วนี่เอง มันถึงได้ชื่อ "bumblebee bat (ค้างคาวผึ้ง)" ค้างคาวคุณกิตติมีจมูกใหญ่เป็นพิเศษคล้ายของหมู รูจมูกของมันตั้งตรงเเละแคบ ค้างคาวกิตติมีหูใหญ่เมื่อเทียบกับส่วนหัวเเต่มีตาขนาดเล็ก ร่างกายของค้างคาวกิตติส่วนมากถูกปกคลุมด้วยขนอ่อน มันมีฟันเหมือนกับค้างคาวกินแมลงทั่วไปเเละมีฟันตัดขนาดใหญ่ด้านบน ค้างคาวกิตติมีสีน้ำตาลแดงหรือเทาที่หลังเเละด้านท้องสีมีจะอ่อนกว่า มันมีปีกมีขนาดใหญ่เเละสีเข้ม ซึ่งปลายปีกนั้นยาวเพื่อช่วยในการร่อน ปีกของค้างคาวกิตติกว้างประมาณ 160 มม. ค้างคาวกิตติไม่มีหางถึงแม้จะมีกระดูกสันหางถึง 2 ชิ้น เเละมันยังไม่มีกระดูกหางหรือเดือยที่ช่วยควบคุมการบิน เเต่มันมีแผ่นหนังขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างขาหลังทั้งสอง (uropatagium) ซึ่งอาจมีไว้ช่วยในการบินจับแมลง ในฤดูแล้งของทุกปี (ประมาณเดือนเมษายน) ค้างคาวกิตติจะตกลูกครั้งละ 1 ตัว เเละลูกจะอาศัยเกาะอกแม่จนกระทั่งสามารถหากินได้ด้วยตัวเอง เเต่ในช่วงหากิน แม่ค้างคาวจะทิ้งลูกไว้ในถ้ำ
 

ค้าวคาวกิตติถูกค้นพบครั้งแรกปี พ.ศ. 2516 โดยกิตติ ทองลงยา นักสัตววิทยาของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งมันถูกพบบริเวณถ้ำไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ในระหว่างทำการเก็บตัวอย่างค้างคาวในโครงการการสำรวจสัตว์ย้ายแหล่งทางพยาธิวิทยา กิตติ ทองลงยาพบค้างคาวที่มีขนาดเล็กมากซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน จึงได้ส่งตัวอย่างค้างคาวให้กับจอห์น เอ็ดวาร์ด ฮิลล์ (John Edward Hill) แห่งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ประเทศอังกฤษ เพื่อตรวจพิสูจน์และพบว่าค้างคาวชนิดนี้มีลักษณะหลายอย่างเป็นแบบฉบับของตนเอง สามารถที่จะตั้งเป็นสกุลและวงศ์ใหม่ได้ หลังจากที่กิตติ ทองลงยาเสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 เอ็ดวาร์ด ฮิลล์ได้จำแนกและตีพิมพ์ถึงค้างคาวชนิดนี้ และตั้งชื่อว่า Craseonycteris thonglongyai เพื่อเป็นเกียรติแก่กิตติ ทองลงยา ผู้ค้นพบค้างคาวชนิดนี้เป็นคนแรก หลังจากมีการค้นพบในช่วงปี พ.ศ. 2513 ถิ่นอาศัยของค้าวคาวโดนรบกวนจากนักท่องเที่ยวและนักสะสมรวมถึงผู้ที่นำค้างคาวไปขายเป็นของที่ระลึก อย่างไรก็ตาม การคุมคามเหล่านี้ยังไม่มีผลกระทบมากนักเพราะค้างคาวส่วนมากอยู่ในพื้นที่เข้าถึงยาก มีเพียงแค่สองสามถ้ำเท่านั้นที่โดนรบกวน เเละการคุกคามนั้นยังรวมถึงการยึดถ้ำเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระอีกด้วย ปัจจุบันผลกระทบที่ส่งผลมากและระยะยาวที่สุดต่อประชากรค้างคาวในประเทศไทยคือการเผาป่า ซึ่งเกิดขึ้นทุกๆปี โดยเฉพาะในช่วงผสมพันธุ์ของค้างคาว แต่อย่างไรก็ตามการคุมคามต่อประชากรค้างคาวในประเทศพม่านั้นก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดนัก ในปี พ.ศ. 2550 ค้างคาวคุณกิตติเป็นหนึ่งในสิบโครงการของสปีชีส์ที่ถูกคุกคามอย่างรุนแรง โดยโครงการสัตว์ที่มีวิวัฒนาการโดดเด่นและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ทั่วโลก (EDGE) เเละจากการพิจารณาในปี พ.ศ. 2551 ค้างคาวกิตติจัดอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์โดยสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) จากการลดลงของประชากร ในประเทศไทย ค้างคาวคุณกิตติจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ปัจจุบัน จากฐานข้อมูลชนิดพันธุ์ที่ถูกคุมคามในประเทศไทย ค้างคาวกิตติอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR)



ที่มา -
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 78 : [Spicies Focus] ค้างคาวกิตติ สุดยอดจะจิ๋ว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1555 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android