คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 329 : 8 สปีชีส์หมี


     อัพเดท 31 ส.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,652 Overall : 294,938
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 329 : 8 สปีชีส์หมี , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2069 , โพส : 1 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


              หมีคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์    Ursidae   พวกมันคือสัตว์กินเนื้อ (หมีขาวนั้นคือสัตว์กินเนื้อ, ส่วนที่เหลือเป็นสัตว์กินทั้งพืชทั้งสัตว์ถึงแม้ว่าแพนด้าจะกินใบไผ่เป็นหลักก็ตาม) รูปร่างลักษณะคล้ายๆกับสุนัขโดยมีแมวน้ำเป็นญาติที่ใกล้เคียงที่สุด  ลักษณะทั่วไปของหมีนั้นคือร่างกายใหญ่, ขาอ้วนตัน, จมูกยาว, ขนหยาบ, อุ้งเท้าแบนที่ประกอบไปด้วยกรงเล็บที่ไม่สามารถเก็บกลับได้จำนวน 5 เล็บ, และหางสั้น   พวกมันเป็นสัตว์สันโดษที่ปรกติแล้วจะตื่นตัวในช่วงกลางวัน   หมีมีประสาทการดมกลิ่นที่ดีและสามารถวิ่งได้เร็วถึงแม้ว่าจะดูอุ้ยอ้ายก็ตามที   นอกจากนั้น   พวกมันก็ยังเป็นนักปีนและนักว่ายน้ำเก่งฉกาจอีกด้วย  

                ในยุคก่อนประวัติศาสตร์   หมีนั้นถูกล่าเพื่อเอาเนื้อและขน   ในปัจจุบัน   หมีแบ่งออกเป็น 8 สปีชีส์ซึ่งอาศัยอยู่กระจัดกระจายทั่วโลกยกเว้นทวีปแอนตาร์กติกา, แอฟริกาและออสเตรเลีย   พวกมันกำลังลดจำนวนลงเรื่อยๆด้วยสาเหตุมาจากการล่าเพื่อเอาส่วนต่างๆของร่างกายไปขายในตลาดมืด   การล่าหมีสปีชีส์ที่ใกล้สูญพันธุ์นั้นอาจจะผิดกฏหมายแต่ก็ยังเกิดขึ้นอยู่

***หมีแพนด้าแดงไม่ใช่หมี***

               

1) หมีขาว/หมีขั้วโลก (Ursus maritimus)

                หมีขาวนั้นคือหมีและสัตว์บกกินเนื้อ (แต่หมีขาวมักจะถูกเรียกว่าเป็นสัตว์ทะเลเพราะความที่พวกมันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในทะเล) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (ใหญ่กว่าเสือไซบีเรียน 2 เท่า)   พวกมันสามารถพบได้ในแถบขั้วโลกเหนือเท่านั้น   หมีขาวนั้นเป็นญาติใกล้ชิดกับหมีสีน้ำตาล   พวกมันได้ปรับตัวให้เข้ากับอากาศหนาว, การเดินทางข้ามหิมะ   น้ำแข็ง   และทะเลเปิด, และการล่าแมวน้ำอาหารหลักได้อย่างดี   หมีขาวโตเต็มวัยมีน้ำหนักประมาณ 350-680 กก.และมีความยาว 2.4-3 เมตรโดยตัวเมียนั้นใหญ่ครึ่งนึงของตัวผู้   พวกมันอาจจะมีอุ้งเท้ากว้างถึง 30 ซม.ที่ปกคลุมไปด้วยปุ่มนุ่มๆที่ช่วยสร้างแรงเสียดทานเมื่อเดินบนน้ำแข็ง   หมีขาวนั้นมีชั้นไขมันที่หนาได้ถึง 10 ซม.เพื่อต่อสู้กับอากาศหนาวและมีผิวหนังสีดำเพื่อเก็บความร้อน   พวกมันมีขนกลวงที่มองทะลุผ่านได้ซึ่งช่วยในการพรางตัว   เพราะการปรับตัวให้เข้ากับอากาศหนาวที่ยอดเยี่ยม   หมีขาวจะโอเวอร์ฮีทเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 10oC   เมื่อเทียบกับหมีสีน้ำตาล   หมีขาวนั้นมีร่างกาย, กระโหลก, และจมูกยาวกว่า    นอกจากนั้น   กรงเล็บของหมีขาวนั้นก็สั้นแต่อ้วนกว่า   ซึ่งนี่อาจจะเป็นตัวช่วยในการจับเหยื่อตัวใหญ่และน้ำแข็ง   หมีขาวนั้นไม่จำศีล

                หมีขาวนั้นถูกพูดถึงอย่างเป็นทางการครั้งแรกโดยคอนสแตนติน จอห์น ฟิปส์ในปี 1774 (พ.ศ. 2317)   ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของหมีขาวนั้นแปลว่า “หมีทะเล”   โดยถึงแม้ว่าพวกมันจะเกิดบนบก   ชีวิตส่วนใหญ่นั้นก็จะวนเวียนอยู่กับทะล  หมีขาวนั้นได้วิวัฒนาการแยกออกมาจากหมีอื่นๆเมื่อ 38 ล้านปีก่อนและได้วิวัฒนาการแยกออมาจากหมีสีน้ำตาลเมื่อประมาณ 4-5 ล้านปีก่อน    หมีขาวมีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” โดย IUCN   โดยสาเหตุนั้นมาจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป   โดยเมื่อโลกร้อนขึ้น   แผ่นน้ำแข็งที่อยู่ของพวกมันก็จะละลายลงและทำให้เจ้าหมีต้องว่ายน้ำเป็นระยะทางไหลเพื่อหาเหยื่อหรือหาที่ยืน   ซึ่งในบางครั้ง   หมีขาวก็ใช้พลังงานเกิดเหตุและอ่อนแรงจมน้ำตายไป   นอกจากนั้น   ภาวะโลกร้อนก็ยังทำให้แผ่นน้ำแข็งบางขึ้น (และแตกง่าย) ซึ่งเมื่อหมีขาวตัวหนึงอึ้งเดินเหยียบก็จะแตกและทำให้พวกมันไม่สามารถเข้าใกล้แมวน้ำได้   เมื่อไม่สามารถหาอาหารได้เพียงพอ   หมีขาวตัวเมียนั้นก็จะมีอัตราการแพร่พันธุ์ต่ำลงและลูกที่เกิดมาก็จะมีโอกาสรอดน้อยลงตามไป   ลูกผสมระหว่างหมีขาวและหมีสีน้ำตาลนั้นมีมาให้เห็นกันบ่อยๆเพราะอากาศที่เปลี่ยนไปซึ่งทำให้หมีขาวต้องลงใต้อย่างไม่มีทางเลือกและมาเจอกับหมีสีน้ำตาล   หมีขาวนั้นมีความสำคัญทั้งทางด้านวัฒนธรรมและทางจิตใจต่อชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในขึ้นโลกใต้เป็นพันๆปี






2) หมีสีน้ำตาล (Ursus arctos)

                 หมีสีน้ำตาลนั้นคือหมีขนาดใหญ่และสัตว์บกๆที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งสามารถพบได้ในยูเรเชียตอนเหนือและทวีปอเมริกาเหนือ   พวกมันคือหมีที่สามารถพบได้หลายพื้นที่และมีขนาดแตกต่างกันออกไปมากที่สุด   หมีสีน้ำตาลตัวโตเต็มวัยนั้นยาว 1.4-2.8 เมตร, สูง 0.7-1.5 เมตรโดยวัดจากไหล่, และหนัก 100-635 กก.   ซึ่งหมีโคดิแอ็กที่เป็นสปีชีส์ย่อยของหมีสีน้ำตาลนั้นมีขนาดใหญ่พอๆกับหมีขาว  เพราะมีน้ำหนักมาก   เจ้าหมีนี้จึงไม่สามารถปีนต้นไม้ได้   หมีสีน้ำตาลมีขนยาวหนา (โดยเฉพาะในหน้าหนาว) ซึ่งสีขนนั้นจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่   โดยพวกที่อยู่ในอินเดียมีขนสีน้ำตาลแดงปลายเงิน   พวกที่อยู่ในจีนมีขนสีน้ำตาล-เหลืองหรือขาว   และพวกที่อยู่ในอเมริกาเหนือมีขนสีน้ำตาลเข้มเกือบดำหรือน้ำตาล-เหลือง   หมีสีน้ำตาลนั้นมีกรงเล็บที่ยาว 5-8 ซม.และทู่   พวกมันมีกล้ามเนื้อไหล่ขนาดใหญ่แข็งแรงเพื่อใช้ในการขุดรากพืชและทำลายขอนไม้เพื่อหาอาหาร   หมีสีน้ำตาลจะกินอาหารเพื่อสะสมไขมันถึง 180 กก.ไว้ในหน้าหนาว    และเมื่อหน้าหนาวมาถึง   หมีสีน้ำตาลก็จะจำศีล (แต่ไม่สมบูรณ์   ซึ่งทำให้ถูกปลุกได้ง่ายมาก)   และในระหว่างจำศีล   แม่หมีนั้นก็จะให้กำเนิดลูกทั้งๆที่หลับอยู่!!!   หมีสีน้ำตาลนั้นคือหมีที่กินอาหารได้หลากหลายที่สุด   แต่อย่างไรก็ตาม   อาหารหลักๆของพวกมันก็ยังเป็นเนื้ออยู่ดี   หมีสีน้ำตาลนั้นเป็นทั้งที่หวาดกลัวและเคารพของชนเผ่าพื้นเมือง   ในตำนานหนึ่งกล่าวว่า   หมีสีดำนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยเทพด้านดี   ในขณะที่หมีกริซลี่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทพด้านร้าย

                จำนวนประชากรรวมทั้งหมดของหมีสีน้ำตาลนั้นคือ 200,000 ตัว   ซึ่งพบมากที่สุดในรัสเซีย   แต่อย่างไรก็ตาม   พวกมัน (สปีชีส์ย่อย) ก็คือสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในบางพื้นที่   เพราะจำนวนที่มากมาย   หมีสีน้ำตาลนั้นคือ 1 หมี 2 สปีชีส์ที่ไม่ใกล้สูญพันธุ์ (อีกสปีชีส์นึงคือหมีสีดำ)   ในปัจจุบัน   พวกมันแบ่งออกได้เป็น 14 สปีชีส์ย่อยได้แก่หมีสีน้ำตาลยูเรเชียน (U.a. arctos), U.a. alascensis, หมีสีน้ำตาลกัมชัทคา (U.a. beringianus) ที่มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2, หมีสีน้ำตาลไซบีเรียนตะวันออก (U.a. collaris), U.a. dalli, หมีกริซลี่ (U.a.horribilis), หมีสีน้ำตาลฮิมาลายัน (U.a isabellinus), หมีสีน้ำตาลอามูร์ (U.a. lasiotus), หมีโคดิแอ็ก (U.a.middendorffi), หมีสีน้ำเงินทิเบต (U.a pruinosus), U.a sitkensis, U.a.stikeenensis, หมีสีน้ำตาลซีเรียน (U.a syriacus), และหมีสีน้ำตาลมาร์ซิแคน (U.a. marsicanus)






3) หมีดำอเมริกา (Ursus americanus)
 
                   หมีดำอเมริกานั้นคือหมีขนาดกลางที่มีจำนวนมากที่สุดในทวีปอเมริกา (และในโลก)   ซึ่งเจ้านี่ก็สามารถพบได้ในทวีปอเมริกาเหนือเท่านั้น   พวกมันคือหมี 1 ใน 2 สปีชีส์ที่ไม่ใกล้สูญพันธุ์ด้วยจำนวน 750,000 ตัว   หมีดำอเมริกานั้นคือสัตว์กินทั้งพืชและสัตว์   พวกมันมักจะอาศัยอยู่ในป่าแต่ก็จะออกมาตามบ้านเมืองเพื่อหาอาหาร   หมีดำอเมริกานั้นมีกะโหลกหว้างและจมูกแคบ   ตัวเมียนั้นมีหน้าที่ผอมและแหลมกว่าตัวผู้   ขาหลังของหมีดำอเมริกานั้นจะยาวกว่าหมีควาย   พวกโตเต็มที่หนัก 47-250 กก., สูง 70-105 ซม.โดยวัดจากไหล่, และมีร่างกายยาว 120-200 ซม.+หางยาว 12 ซม.โดยตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้ 30%   ถึงแม้ว่าจะมีชื่อหมีดำ   เจ้าหมีเหล่านี้ก็มีขนสีแตกต่างกันไปมากมายตามสถานที่   ทั้งสีขาว (หมีสปิริต), บลอนด์, สีอบเชย, สีน้ำตาลอ่อนไปถึงน้ำตาลเข้มช๊อกโกแล๊ตหรือสีดำ   พวกที่อยู่ตามชายฝั่งรัฐอลาสก้าและบริติช โคลัมเบียนั้นจะมีขนสีกรมท่า   ส่วนพวกที่อยู่ตามเกาะต่างๆของบริติช โคลัมเบียจะมีสีครีมไปถึงขาว   หมีดำอเมริกานั้นมีสายตายอดเยี่ยม   พวกมันสามารถเรียนรู้การแยกแยะสีต่างๆได้เร็วกว่าชิมแปนซีซะอีก (เร็วพอๆกับสุนัข)   นอกจากนั้น   เจ้าหมีนี่ก็สามารถเรียนรู้การแยกแยะรูปร่างต่างๆ   เช่นวงกลม, 4 เหลี่ยม, และ3 เหลี่ยม   ได้อย่างรวดเร็ว   หมีดำอเมริกานั้นจะจำศีลอย่างสมบูรณ์ช่วงหน้าหนาว   พวกมันกินพืชและแมลงเป็นส่วนใหญ่   หมีโด่งดังหลายตัว   เช่นเท๊ดดี้ แบร์และวินนี่ เดอะ พู   ที่เรารู้จักกันนั้นได้รับแรงบันดาลใจจากหมีดำอเมริกา

                ถึงแม้ว่าหมีดำอเมริกาจะอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ   พวกมันก็ไม่ได้เป็รญาติใกล้เคียงกับหมีสีน้ำตาลหรือหมีขาว   การศึกษาทางพันธุกรรมพบว่า   หมีดำอเมริกานั้นได้วิวัฒนาการออกมาต่างหากเมื่อ 5.05 ล้านปีก่อน   พวกมันเป็นญาติใกล้เคียงกับหมีควายมากกว่าหมีอื่นๆทั้งหมด   ซึ่งเจ้านี้ก็ได้วิวัฒนาการแยกออกมาจากญาติในเอเชียเมื่อ 4.08 ล้านปีก่อน   ในปัจจุบัน   หมีดำอเมริกานั้นแบ่งออกเป็น 16 สปีชีส์ได้แก่หมีดำโอลิมปิก (U.a. altifrontalis),หมีดำนิว เม็กซิโก (U.a. amblyceps),หมีดำตะวันออก (U.a. americanus),หมีดำแคลิฟอร์เนีย (U.a. californiensis),หมีดำไฮดา ไกว/หมีดำควีน ชาร์ล็อต (U.a. carlottae),หมีซินนาม่อน (U.a. cinnamomum),หมีเกลเซียร์ (U.a. emmonsii),หมีดำเม็กซิกัน (U.a. eremicus),หมีดำฟลอริด้า (U.a. floridanus),หมีดำนิวฟาวนด์แลนด์ (U.a. hamiltoni),หมีเคอร์โมเด้/หมีสปิริต (U.a. kermodei),หมีดำหลุยส์เซียน่า (U.a. luteolus),หมีดำเม็กซิโกตะวันตก (U.a. machetes),หมีดำคีไน (U.a. perniger),หมีดำดัล (U.a. pugnax), และหมีดำเกาะแวนคูเวอร์ (U.a. vancouveri)






4) หมีควาย (Ursus thibetanus)
 
               หมีควายหรือหมีพระจันทร์นั้นคือหมีขนาดกลางที่สามารถพบได้ในพื้นที่แถบเทอกเขาฮิลามายัน, อนุทวีปอินเดีย, เกาหลี, จีนทางตะวันออกเฉียงเหนือ, รัสเซียทางตะวันออก, และเกาะฮอนชูกับชิโกกุของญี่ปุ่น   หมีควายนั้นคือหนึ่งในหมี 2 สปีชีส์ที่สามารถพบได้ในประเทศไทย (อีกสปีชีส์หนึ่งคือหมีหมา)    พวกมันมีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” โดย IUCN ด้วยสาเหตุมาจากการทำลายป่าและการล่าเอาส่วนต่างๆของร่างกายไปใช้   หมีควายนั้นได้วิวัฒนาการมาเพื่อชีวิตบนต้นไม้   ถึงแม้ว่าหมีควายจะกินพืชเป็นส่วนใหญ่   พวกมันก็อาจจะดุร้ายต่อมนุษย์มากและอาจจะเข้าโจมตีโดยไม่บอกกล่าว   หมีควายนั้นมีรูปร่างคล้ายๆหมีสีน้ำตาลและเล็กกว่าและแขน-ขาก็ผอมกว่า   พวกมันมีร่างกายส่วนบนแข็งแรงเพื่อปีนต้นไม้และขาหลังสั้นๆที่ค่อนข้างอ่อนแอ (สามารถปีนต้นไมได้แม้ว่าขาหลังจะหัก)   หมีควายจะเดิน 2 ขาซะเป็นส่วนใหญ่   อุ้งเท้าหน้าของพวกมันมีขนาดใหญ่และโค้งกว่าอุ้งเท้าของหมีดำอเมริกาซึ่งถูกใช้ในการขุดและปีนป่าย   โดยเฉลี่ยแล้ว   หมีควายนั้นมีขนาดเล็กกว่าญาติทางตะวันตกเล็กน้อย   พวกโตเต็มวัยนั้นสูง 70-100 ซม.โดยวัดจากไหล่, มีร่างกายยาว 120-195 ซม.+หางยาว 11 ซม., และหนัก 65-140 กก.   หมีควายนั้นมีขนสีขาวรูปจันทร์เสี้ยวอยู่กลางอก   ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมชื่อทางวิทยาศาสตร์ของพวกมันจึงแปลว่า “หมีพระจันทร์แห่งทิเบต”   หมีควายนั้นจะไม่จำศีลเพราะถิ่นที่อยู่ของพวกมันมีอาหารให้กินอย่างอุดมสมบูรณ์ตลอดปี

                เพราะหมีควายมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับหมีโบราณมาก   นักวิทยาศาสตร์จึงสันนิษฐานว่าพวกมันอาจจะเป็นบรรพบุรุษของหมีที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน   หมีควายนั้นได้ชื่อว่าเป็นหมีที่เริ่มต้นวิวัฒนาการเพื่อชีวิตบนต้นไม้ (หมีแห่งต้นไม้ที่ตามมาก็คือหมีหมาและหมีสล๊อธ)   ในปัจจุบัน   หมีควายนั้นแบ่งออกเป็น 7 สปีชีส์ย่อยได้แก่หมีควายฟอร์โมซัน (U.t. formosanus), U.t. gedrosianus, หมีควายญี่ปุ่น (U.t. japonicus), หมีควายฮิมาลายัน ( U.t. laniger), หมีควายอินโดจีน (U.t. mupinensis), หมีควายทิเบต (U.t. thibetanus), และหมีควายอัซซูรี่ (U.t. ussuricus) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสปีชีส์ย่อยนี้







5) หมีหมา (Ursus malayanus)

เคยเขียนข้อมูลเต็มๆเกี่ยวกับเจ้านี่ไปแล้วเลยจะเขียนข้อมูลคร่าวๆละกัน

                หมีหมาหรือหมีพระอาทิตย์นั้นคือหมีที่มีขนาดเล็กที่สุด   พวกตัวโตเต็มวัยยาวเฉลี่ย 1 เมตรและหนัก 24-66 กก.โดยตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า   หมีหมานั้นสามารถพบได้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้นรวมถึงไทย   พวกมันมีขนสีครีมขาวรูป V อยู่บนอกซึ่งมองดูแล้วเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นหรือใส่สร้อยอยู่   หมีหมามีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” โดย IUCN   ซึ่งสาเหตุนั้นมาจากการทำลายป่าและการถูกจับเอาไปเป็นสัตว์เลี้ยงหรือเอาส่วนต่างๆของร่างกายไปใช้

อ่านต่อ ---> [Species Focus] หมีหมา มินิแบร์







6) หมีสล๊อธ (melursus ursinus)

                  หมีสล๊อธคือหมีขนาดกลางนักกินแมลงที่ออกมาหากินตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่   พวกมันสามารถพบได้ในอนุทวีปอินเดีย   หมีสล๊อธนั้นแตกต่างจากหมีอื่นๆตรงที่การมีร่างกายผอมยาวและขนแผงคอหยาบๆยาว 30 ซม. พวกมันมีกรงเล็บสีขาวยาวๆรูปเคียวเพื่อใช้ในการขุดและริมฝีปากล่างยาวๆที่ได้พัฒนามาเพื่อดูดแมลง   หมีสล๊อธโตเต็มวัยนั้นมักจะมีฟันสุขภาพแย่เพราะพวกมันได้ดูดเอาดินและสิ่งสกปรกเข้าไปมากเมื่อหาแมลงกิน   หมีสล๊อธนั้นมีหางที่ยาวที่สุดในหมู่หมีด้วยความยาว 15-17.5 ซม.   พวกโตเต็มที่หนัก 55-190 กก., สูง 60-90 ซม.โดยวัดจากไหล่, และยาว 140-190 ซม.โดยตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียและมีขนตรงไหล่ปริมาณมากกว่า   หมีสล๊อธมีขนสีดำสนิทและมีขนสีขาวครีมรูป V หรือ Y อยู่บนหน้าอก (พวกในศรีลังกาจะไม่มีขนนี้)   พวกมันมักจะเดินทางกันไปเป็นคู่พร้อมกับลูกๆ   ถึงแม้ว่าเจ้านี่จะดูอุ้ยอ้าย   แต่พวกมันก็คือนักปีนชั้นยอดและสามารถวิ่งได้เร็วกว่ามนุษย์ทั่วไปซะอีก   ในหนังสือเรื่องเมาคลีลูกหมาป่าโดยรุดยาร์ด คิปลิ่ง (
The Jungle Book)   บาลูซึ่งก็คือหมีที่เป็นผู้สอนกฏของป่าให้เมาคลีนั้นที่จึงแล้วก็คือหมีสล๊อธนี่เอง

                หมีสล๊อธนั้นได้วิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษเดียวกับหมีสีน้ำตาลในช่วงยุคพลิอิสโตซีน   หมีสล๊อธมีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” โดย IUCN ด้วยสาเหตุมาจากการทำลายป่าและการโดนล่าเพื่อเป็นอาหารและส่วนต่างๆของร่างกาย   หมีสล๊อธนั้นมักจะถูกพบได้ในละครสัตว์เพราะนิสัยที่สามารถทำให้เชื่องได้   แต่อย่างไรก็ตาม   พวกในป่านั้นอาจจะเข้าทำร้ายมนุษย์ที่รุกรานอาณาเขต   ในปัจจุบัน   หมีสล๊อธแบ่งออกเป็น 2 สปีชีส์ย่อยได้แก่หมีสล๊อธศรีลังกา (M.u. inornatus) และหมีสล๊อธธรรมดา (M.u. ursinus)



7) หมีแพนด้า (Ailuropoda melanoleuca)

                     หมีแพนด้าหรือแพนด้ายักษ์นั้นมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทางตะวันตกกลางและตะวันตกเฉียงใต้ของจีน   ซึ่งพบได้มากในมณฑลเซฉวน   พวกมันคือสัตว์ที่สังเกตได้ง่ายจากหน้ากลมๆและขนสีขาว-ดำ  (ดวงตา, หู, ไหล่, และขาหลัง)   ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าหมีถึงมีขนแบบนี้   แต่พวกเขาสันนิษฐานว่าขนขาว-ดำของหมีแพนด้านั้นช่วยในการพรางตัวให้เข้ากับพื้นที่หิมะและหิน   หมีแพนด้านั้นคือนักปีนชั้นเยี่ยม   พวกโตเต็มวัยสูง 60-90 ซม.โดยวัดจากไหล่, หนัก100-115 กก., และมีหางยาว 13 ซม. (ยาวเป็นที่ 2 รองจากหมีสล๊อธ)   ซึ่งตัวผู้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย 10-20%    99% ของอาหารที่หมีแพนด้ากินนั้นคือไม้ไผ่   แต่พวกมันก็อาจจะกินสัตว์เล็กๆและพืชอื่นๆบ้าง   เพื่อจับไม้ไผ่เข้าปาก   หมีแพนด้านั้นได้วิวัฒนาการ “นิ้วโป้ง” ซึ่งก็คือปุ่มไร้เล็บมาโดยเฉพาะซึ่งทำให้พวกมันมีนิ้วรวม 6 นิ้ว   แต่อย่างไรก็ตาม   หมีแพนด้านั้นมีกระเพาะอาหารของสัตว์กินเนื้อซึ่งทำให้พวกมันได้พลังงานต่ำมากจากใบไผ่   เพื่อแก้ปัญหา   เจ้าหมีจึงต้องนั่งเคี๊ยวใบไผ่อยู่เกือบตลอดเวลาเป็นวันละ 9-14 กก.และพัฒนาการเผาพลาญพลังงานที่มีอัตราต่ำขึ้นมา   หมีแพนด้านั้นจะตื่นตัวมากในช่วงกลางคืนและจะไม่จำศีลในหน้าหนาวแต่จะอพยพขึ้นไปที่ๆมีอากาศอุ่นกว่าแทน   หมีแพนด้านั้นคือสัญลักษณ์ของ Wold Wildlife Fund (WWF)  เจ้านี่ได้โผล่มาในภาพยนตร์เรื่อง Kung Fu Panda ที่ถูกพากย์เสียงโดยแจ๊ค แบล็ก

                ชื่อวิทยาศาสตร์ของหมีแพนด้าแปลว่า “สัตว์ขาว-ดำเท้าแมว”    เจ้านี่คือหมีที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุด   ซึ่งพวกมันก็มีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN ด้วยสาเหตุมาจากการทำฟาร์ม, การทำลายป่า, และการพัฒนาพื้นที่ๆอื่นๆ   นอกจากนั้น   หมีแพนด้าก็ยังมีอัตราการแพร่พันธุ์ต่ำมากๆอีกด้วย   ในปัจจุบัน   หมีแพนด้านั้นหลงเหลืออยู่ในธรรมชาติประมาณ 2,000-3,000 ตัวเท่านั้น   พวกมันอาจจะได้ชื่อว่าเป็นหมีที่สุภาพอ่อนโยน   แต่การทำร้ายคนของเจ้านี่ก็มีให้เห็นบ้าง   ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่นั้นจะมาจากการถูกรบกวนมากกว่า   การศึกษาฟอซซิลพบว่า   หมีแพนด้านั้นมีลักษณะคล้ายๆกับทั้งหมีและแร๊คคูน   ซึ่งพวกมันก็คือฟอซซิลที่ยังมีชีวิตอยู่และญาติใกล้เคียงที่สุดนั้นก็คือหมีแว่นตาจากอเมริกาใต้   ในปัจจุบัน   หมีแพนด้าแบ่งออกเป็น 2 สปีชีส์ย่อยได้แก่หมีแพนด้าธรรมดา (A.m. melanoleuca) และหมีแพนด้าควินลิง (A.m. qinlingensis)






8) หมีแว่นตา (tremarctos ornatus)

                  หมีแว่นตาหรือหมีแอนเดรียนนั้นคือหมีสปีชีส์เดียวที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้   ซึ่งเจ้านี่ก็คือสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปบ้านเกิดถึงแม้ว่าอาหารของเจ้านี่จะเป็นเนื้อแค่ 5% ก็ตาม   พวกมันสามารถพบได้ตามเทือกเขาแอนเดรียสในประเทศเวเนซูเอล่า, โคลัมเบีย, เอกวากดอร์, เปรู, และโบลิเวีย   หมีแว่นตานั้นคือหมีขนาดกลางที่มีขนสีดำและมีขนสีขาวบนหน้าที่ดูแล้วเหมือนแว่นตา   เมื่อเทียบกับหมีอื่นๆ   เจ้านี่มีหน้ากลมกว่าและมีจมูกที่สั้นแต่กว้างกว่า   พวกมันมีกรงเล็บยาวเพื่อปีนต้นไม้   หมีแว่นตาโตเต็มวัยมีน้ำหนัก 35-200 กก., มีร่างกายยาว 120-200 ซม.+หาง 7 ซม., และสูง 60-90 ซม.โดยวัดจากไหล่ซึ่งตัวผู้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียประมาณ 1/3 เท่า   หมีแว่นตานั้นคือหมีที่อาศัยอยู่บนต้นไม้เป็นส่วนใหญ่   ซึ่งเจ้านี่ก็เอาชีวิตรอดจากมนุษย์ได้มาเป็นเวลานานก็เพราะความสามารถในการปีนต้นไม้นี่เอง   เมื่ออยู่บนต้นไม้   หมีแว่นตานั้นก็จะสร้างรังสำหรับหลบซ่อน, พักผ่อน, และเก็บอาหาร   พวกมันมีนิสัยอยากรู้อยากเห็นแต่ก็จะสำรวจด้วยความระมัดระวัง   หมีแว่นตานั้นจะดุร้ายกับผู้รุกราน   และแม่ที่กำลังมีลูกอยู่นั้นก็จะอันตรายเป็นพิเศษ   แต่อย่างไรก็ตาม   การทำร้ายคนของเจ้านี่ยังไม่มีบันทึกไว้   หมีแว่นตานั้นกินพืชมากกว่าหมีอื่นๆ

หมีแว่นตาคือหมีหน้าสั้นและหมีในวงส์ย่อย  Tremarctinae สปีชีส์สุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่    ในปัจจุบัน   เจ้าหมีนี้มีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” โดย IUCN ด้วยสาเหตุมาจากการโดนฆ่าจากชาวนาที่คิดว่าพวกมันมากินปศุสัตว์และการโดนล่าเพื่อเอาถุงน้ำดีไปใช้ในยาจีนแผนโบราณ   แต่ภัยที่อันตรายที่สุดต่อหมีแว่นตานั้นคืออุตสาหกรรมป่าไม้และการทำฟาร์มซึ่งส่งผลให้ถิ่นที่อยู่ของพวกมันลดลงเรื่อยๆ

 

ที่มา - http://en.wikipedia.org/wiki/Bear

http://www.livescience.com/15316-image-gallery-bears.html



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 329 : 8 สปีชีส์หมี , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2069 , โพส : 1 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 666
ได้ความรู้เยอะเลย

Name : varin pimda < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ varin pimda [ IP : 1.1.204.240 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:28

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android