คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 289 : 18/19 สปีชีส์เพนกวิน


     อัพเดท 22 ก.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,506 Overall : 294,792
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 590 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 289 : 18/19 สปีชีส์เพนกวิน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2122 , โพส : 0 , Rating : 100% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


              เพนกวินนั้นคือกลุ่มนกในวงศ์ Spheniscidae ที่ไม่สามารถบินได้ที่อาศัยอยู่ในซีกโลกใต้   โดยฉพาะในแอนตาร์ติกา   พวกมันได้ปรับตัวมาอย่างดีเพื่อชีวิตในน้ำ   ซึ่งเจ้านกน่ากอดนี้ใช้ชีวิตครึ่งนึงในน้ำและอีกครึ่งบกบก   เพนกวินส่วนใหญ่นั้นมีใต้ท้องสีขาว   หลังสีดำเพื่อช่วยในการพรางตัว (เมื่อมองจากข้างบน   ท้องขาวๆนั้นก็จะกลมกลืนไปกับท้องฟ้า   เมื่อมองจากข้างล่าง   หลังดำๆนั้นก็จะกลมกลืนไปกับความลึกของมหาสมุทร), มีปีกเป็นครีบ, มีร่างกายเพรียวลมเพื่อลดแรงต้าน, มีขาพังพืดเพื่อเพิ่มแรงผลักในการว่ายน้ำ, และมีลิ้นที่ประกอบไปด้วยหนามชี้เข้าข้างในเพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อหลุดไปได้   พวกมันมีขนาดที่แตกต่างกันไปตั้งแต่เจ้าเพนกวินจักรพรรดิยักษ์ที่สูงถึง 1.2 เมตรไปถึงเจ้าเพนกวินลิ๊ตเติ้ล บลูที่สูงแค่ 40 ซม.   เจ้านกเหล่านี้มีขนาดที่แตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ   โดยพวกตัวใหญ่นั้นจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ๆมีอากาศหนาวเย็น   ส่วนพวกตัวเล็กจะอาศัยในพื้นที่อบอุ่นขึ้นมาหน่อย   เพนกวินส่วนใหญ่กินคริล, ปลา, หมึก, และสัตว์ทะเลอื่นๆเป็นอาหาร   ซึ่งพวกมันจะกระโดดลงน้ำไปจับเอง

               เพนกวินนั้นแบ่งออกเป็น 18-19 สปีชีส์   ซึ่ง 11 สปีชีส์ในนี้เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์หรือใกล้สูญพันธุ์ด้วยสาเหตุมาจากการลดลงของพื้นที่บ้านเกิดและอาหารที่ส่งผลมาจากมนุษย์และอากาศที่เปลี่ยนไป   


1) เพนกวินจักรพรรดิ (Aptenodytes forsteri)

                เพนกวินจักรพรรดิและเพนกวินราชานั้นอยู่ในสกุล Aptenodytes (จากภาษากรีกโบราณ a/α แปลว่า “ไม่มี” และ pteno-/πτηνο- แปลว่า “ขน” หรือ “ปีก” และ dytes/δυτης แปลว่า “นักดำน้ำ”)   พวกมันเป็นที่รู้จักกันในชื่อเพนกวินใหญ่   จากการศึกษาทางดีเอ็นเอพบว่าสกุล Aptenodytes นั้นคือบรรพบุรุษของเพนกวินทั้งหมดที่ได้วิวัฒนาการมาเมื่อ 40 ล้านปีก่อน   ซึ่งหมายความว่านก (เพนกวิน) ในสกุลนี้ได้วิวัฒนาการแยกออกจากสัตว์อื่นๆและลูกๆหลานๆนั้นก็ได้วิวัฒนาการต่อๆมาจนเป็นเพนกวินหลายสปีชีส์ในทุกวันนี้  

เพนกวินจักรพรรดินั้นคือเพนกวินที่มีสูงและหนักที่สุดในโลก   พวกมันสูง 1.1-1.3 เมตรและหนัก 22-45 กก.โดยตัวผู้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย   เพนกวินจักรพรรดินั้นสามารถดำน้ำได้นานถึง 18 นาทีและลึกถึง 535 เมตรเพื่อหาอาหาร   ซึ่งการปรับตัวที่ช่วยให้พวกมันมีความสามารถนี้ก็คือฮีโมโกลบินรูปร่างแปลกๆที่ช่วยในการทำงานในสภาพที่มีอ๊อกซิเจนต่ำ, กระดูกแข็งๆที่ช่วยลดการบาดเจ็บจากแรงกดดัน, และความสามารถในการลดอัตราการเผาพลาญพลังงานและหยุดการทำงานของอวัยวะที่ไม่จำเป็น    

ถ้าคุณเคยดูภาพยนตร์สารคดีเรื่อง March of the Penguins แล้วก็คงจะรู้ว่าเจ้าเพนกวินเหล่านี้ใช้ชีวิตอย่างไร (พวกมันก็ดังมาจากภาพยนตร์เรื่องนี้แหละ)    เพนกวินจักรพรรดินั้นคือนกที่แพร่พันธุ์บนสถานที่ๆหนาวเย็นมากกว่านกไหนๆบนโลก   พวกมันผสมพันธุ์และให้กำเนิดลูกบนแผ่นน้ำแข็งแห่งแอนตาร์ติกาซึ่งอาจจะมีอุณหภูมิต่ำถึง -40oC และมีลมแรง 114 กม.ต่อชม.   เจ้านกอ้วนเหล่านี้จะเดินทางในฤดูหนาวฝ่าพายุน้ำแข็งเป็นระยะทางไกล 50-120 กม.เพื่อไปยังพื้นที่ผสมพันธุ์   หลังจากที่ตัวเมียออกไข่จำนวน 1 ฟองเสร็จ   พวกมันก็จะจากไปหาอาหารเติมพลังโดยทิ้งให้เหล่าตัวผู้กกไข่ตลอดฤดูหนาวที่อาจจะยาวนานถึง 115 วันโดยไม่มีอะไรตกถึงท้อง   ซึ่งในระหว่างเวลานี้   เหล่าคุณพ่อก็จะมารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันความอบอุ่นให้แก่กันและกัน  เวลาที่ตัวแม่กลับมานั้นจะอยู่ราวๆช่วงเดียวกับเวลาที่ไข่ฟักเป็นตัว   ซึ่งตัวแม่นั้นก็จะให้อาหารลูกและตัวผู้ก็จะไปหาอาหารนานเป็นเวลาเกือบเดือนก่อนที่จะกลับมา   หลังจากนี้   ทั้งพ่อและแม่นั้นก็จะผลัดกันเลี้ยงดูลูกโดยตัวหนึ่งไปหาอาหารในขณะที่อีกตัวอยู่กกลูก





2) เพนกวินราชา (Aptenodytes patagonicus)
 

                 เพนกวินราชานั้นมีสีคล้ายๆกับเพนกวินจักรพรรดิแต่มีขนาดเล็กกว่า   พวกมันคือเพนกวินที่มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ของโลกรองจากเพนกวินจักรพรรดิ   เจ้านี้สูงประมาณ 90 ซม.และหนัก 11-16 กก.โดยตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย   เพนกวินราชานั้นคือนักอาหารระยะไกลที่อาจจะเดินทาง (ดำน้ำ) เป็นระยะทางถึง 100 เมตรเพื่ออาหาร   แต่อย่างไรก็ตาม   การศึกษาในปัจจุบันพบว่า   ระยะทางการหาอาหารของเจ้านกเหล่านี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัวซึ่งอาจจะยาวถึง 300 เมตร  ความเร็วในการว่ายน้ำของเพนกเหล่านี้อยู่ที่ 6.5-10 กม.ต่อชม.   เพนกวินราชานั้นได้ปรับตัวให้เข้ากับอากาศหนาวๆได้อย่างดี   โดยพวกมันมีขน 4 ชั้นเพื่อเก็บความอุ่น   ซึ่งขนชั้นนอกสุดนั้นถูกปกคลุมด้วยน้ำมันและสามารถกันน้ำได้ส่วนขนชั้นในนั้นเป็นขนอ่อนที่เก็บความร้อนได้ดี   เพนกวินราชานั้นสามารถดื่มน้ำเค็มได้เพราะพวกมันมีต่อมซุปปร้าออร์บิทอลที่มีหน้าที่ในการกรองน้ำเค็มส่วนเกินออกจากกระแสเลือดโดยผ่านทางเส้นเลือดที่ตั้งอยู่บนลูกตา  เกลือส่วนเกินในร่างกายนั้นจะถูกขับออกมาจากรูจมูกในรูปของน้ำเกลือเข้มข้ม

เพนกวินราชานั้นแบ่งออกเป็น 2 สปีชีส์ย่อยได้แก่ A. p. patagonicus ที่แพร่พันธุ์บนเกาะเซ้าธ์จอร์เจียและหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้   และ A. p. halli ที่แพร่พันธุ์บนหมู่เกาะคาร์กูเล็น, หมู่เกาะโครเซ็ท, หมู่เกาะปริ้น เอ็ดเวิร์ด, หมู่เกาะเฮิร์ด, และเกาะเม็กควารี่





 

3) เพนกวินอเดลี (Pygoscelis adeliae)
 
                                    เพนกวินอเดลี, เพนกวินชินสแตรพ, และเพนกวินเก็นโตนั้นต่างก็อยู่ในสกุล Pygoscelis (แปลว่า “ขาสั้น”) พวกมันรู้จักกันในชื่อ “เพนกวินหางแปรง”   การศึกษาดีเอ็นเอและไมโตคอนเดรียแสดงให้เห็นว่า   สกุล Pygoscelis ได้วิวัฒนาการแยกออกมาจากเพนกวินสกุลอื่นๆเมื่อประมาณ 38 ล้านปีที่แล้ว

                   เพนกวินอเดลีนั้นคือแพนกวินที่พบได้ทั่วไปตามชายฝั่งทวีปแอนตาร์ติกา   พวกมัน (และเพนกวินจักรพรรดิ) อาศัยอยู่ทางใต้มากกว่าเพนกวินอื่นๆ   ชื่อของเพนกวินอเดลีนั้นถูกตั้งตามชื่อภรรยาของนักสำรวจชาวฝรั่งเศสจูลส์ ดูมอนท์ เดอร์วิลล์   พวกมันคือเพนกวินขนาดกลางที่สูง 46-75 ซม.และหนัก 3.6-6 กก.   สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้านี้ก็คือวงแหวนสีขาวรอบๆดวงตา   เพนกวินอเดลีนั้นมีหางยาวกว่าเพนกวินอื่นๆเล็กน้อย   พวกมันมีฤดูผสมพันธุ์ในเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงที่อุ่นที่สุดในแอนตาร์กติกา (ประมาณ -2oC)   ซึ่งเจ้านี้จะมาทำรังรวมกันบนพื้นที่ๆไม่มีน้ำแข็ง   เพนกวินอเดลีนั้นได้วิวัฒนาการแยกออกมาจากสมาชิกอื่นๆในสกุลเมื่อประมาณ 19 ล้านปีที่แล้ว





4) เพนกวินชินสแตรพ (Pygoscelis antarctica)
 

                เพนกวินชินสแตรพนั้นสามารถพบได้บนเกาะเซ้าธ์จอร์เจียและหมู่เกาะเซ้าธ์แซนด์วิช, หมู่เกาะเซ้าธ์โอ๊กนี่, หมู่เกาะเซ้าธ์เชทแลนด์, เกาะบูเว็ท, และหมู่เกาะเซ้าธ์แบลลานี่   พวกมันได้ชื่อมาจากลายแคบๆสีดำที่วางพาดใต้คางซึ่งทำให้มองดูแล้วเหมือนว่ากำลังสวมหมวกอยู่ (ชินสแตรพแปลว่าสายคาดหมวก)   เพนกวินชินสแตรพนั้นสูง 68 ซม.และหนัก 3-6 กก.โดยตัวผู้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย   พวกมันได้ชื่อว่าเป็นเพนกวินที่ดุร้ายที่สุด

                เพนกวินชินสแตรพนั้นอาจจะต้องว่ายน้ำไกลถึง 80 กม.จากชายฝั่งเพื่อหาอาหาร   ซึ่งพวกมันก็สามารถว่ายน้ำในน้ำแย็งเฉียบได้ด้วยความช่วยเหลือจากขนที่ขึ้นหนาแน่นซึ่งทำหน้าที่กันน้ำและชั้นไขมันหนาๆที่ทำหน้าที่เก็บความร้อน   นอกจากนี้   เส้นเลือดมากมายในครีบและขาของเจ้านี่ก็ได้วิวัฒนาการมาเพื่อกักเก็บความร้อน





5) เพนกวินเก็นโต (Pygoscelis papua)
 

              เจ้าเพนกวินเก็นโตหางยาวนั้นคือตัวแสดงหลักในภาพยนตร์เรื่อง Mr. Popper’s Penguins   พวกมันมีลักษณะเด่นตรงลายสีขาวกว้างๆที่พาดกลางหัวเหมือนหมวกผู้หญิงในยุคเก่าและจะงอยปากสีส้มแจ้ด   เจ้านี้มีหางที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดในหมู่เพนกวิน   เพนกวินเก็นโตนั้นสูง 51-90 ซม.และหนัก 4.5-8.5 กก.ซึ่งพวกมันคือเพนกวินที่มีขนาดใหญ่เป็นที่ 3 รองจากเจ้าเพนกวิน 2 ตัวแรก   เพนกวินเก็นโตนั้นคือเพนกวินที่สามารถว่ายน้ำได้เร็วที่สุด   โดยความเร็วของพวกมันนั้นอยู่ที่ 36 กม.ต่อชม.    เพนกวินเก็นโตนั้นทำรังบนพื้นที่ๆปราศจากน้ำแข็ง (ไม่เหมือนในภาพยนตร์) บนหมู่เกาะฟอล์คแลนด์, เกาะเซ้าธ์จอร์เจีย, หมู่เกาะคาร์กูเล็น, และคาบสมุทรแอนตาร์กติก   เหล่าตัวผู้นั้นจะสร้างรังขึ้นมาจากหินเป็นวงกลม   ซึ่งพวกมันจะปกป้องหินเหล่านี้อย่างดุร้าย   ตัวเมียนั้นจะเลือกตัวผู้โดยวัดเอาจากหินทำรังเหล่านั้น

                จากการศึกษาทางดีเอ็นเอและไมโตคอนเดรียพบว่าเพนกวินเก็นโตนั้นได้วิวัฒนาการแยกออกมาจากสมาชิกอื่นๆในสกุลเมื่อประมาณ 14 ล้านปีมาแล้ว   พวกมันแบ่งออกเป็น 2 สปีชีส์ย่อยได้แก่ P. p. papua และ P. p. ellsworthii' ที่มีขนาดเล็กกว่า

 



 

6) เพนกวินตาเหลือง (Megadyptes antipodes)
 

               เพนกวินตาเหลืองหรือเพนกวินฮ๊อยโฮนั้นคือสมาชิกสปีชีส์เดียวในสกุล Megadyptes (แปลว่า “นักดำน้ำขนาดใหญ่”) ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในนิว ซีแลนด์   พวกมันเป็นเพนกวินขนาดกลางที่สูงประมาณ 60-80 ซม.และหนักประมาณ 3-8 กก.โดยตัวผู้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย   เจ้านี้มีหัวสีเหลืองอ่อนและลูกตาที่มีม่านตาสีเหลืองอ่อนกว่า   พวกมันมีลายสีเหลืองพาดจากลูกตาไปยังหลังหัว  เพนกวินตาเหลืองนั้นคือนักกินปลาที่จะเดินทาง 17 กม.จากรังเพื่อไปหาอาหารและอาจจะใช้เวลา 2-3 วันทะเล   พวกมันสามารถดำน้ำได้ลึก 34 เมตร    เพนกวินตาเหลืองนั้นทำรังแยกออกไปจากเพื่อนตัวอื่นๆ   ซึ่งพฤติกรรมนี้แตกต่างออกไปจากเพนกวินสปีชีส์อื่นที่ทำรังอยู่ร่วมกัน

                การศึกษาทางดีเอ็นเอพบว่าเพนกวินตาเหลืองเป็นญาติใกล้ชิดกับเพนกวินสกุล Eudyptes (เพนกวินหงอน) มากกว่าเพนกวินสกุลอื่นๆ   ซึ่งเจ้านี้ได้วิวัฒนาการแยกออกมาจากสกุล Eudyptes เมื่อประมาณ 15 ล้านปีก่อน   เพนกวินตาเหลืองนั้นอาจจะเป็นสปีชีส์ที่เก่าแก่ที่สุด   ในปัจจุบัน   เพนกวินตาเหลืองนั้นมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   โดยจำนวนประชากรนั้นหลงเหลืออยู่ประมาณ 4,000 ตัวซึ่งทำให้เจ้านี่เป็นเพนกวินที่หายากที่สุดในโลก   สาเหตุของการลดจำนวนลงของเพนกวินตาเหลืองนั้นมาจากการสูญเสียที่อยู่และนักล่าที่ถูกนำเข้ามา

 




7) เพนกวินฟยอร์ดแลนด์ (Eudyptes pachyrynchus)
 

                เพนกวินฟยอร์ดแลนด์, เพนกวินสแนร์, เพนกวินหงอนตั้ง, เพนกวินร๊อคฮ๊อปเปอร์, เพนกวินรอยัล, และเพนกวินเม็กกะโรนีต่างก็อยู่ในสกุล Eudyptes (แปลว่า “นักว่ายน้ำ”) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เพนกวินหงอน”   พวกมันมีเอกลักษณ์ตรงที่หงอนสีเหลืองๆบนหัวและดวงตากับจะงอยปากสีแดง   เพนกวินเหล่านี้สามารถพบได้บนเกาะกึ่งแอนตาร์กติกทั้งหลาย (ส่วนมากบนนิว ซีแลนด์)   พวกมันจะวางไข่ 2 ฟอง   ซึ่งฟองหนึ่งจะมีขนาดเล็กกว่าอีกฟอง   และจะเลี้ยงลูกแค่ตัวเดียว   หลักฐานทางดีเอ็นเอและไมโตคอนเครียแสดงให้เห็นว่าเพนกวินหงอนและเพนกวินตาเหลืองญาติที่ใกล้เคียงที่สุดนั้นได้วิวัฒนาการแยกออกจากกันเมื่อราวๆ 15 ล้านปีก่อนในกลางยุคไมโอซีน

เพนกวินฟยอร์ดแลนด์หรือทาวากิ (ภาษาเมารี) นั้นคือเพนกวินหงอนจากนิว ซีแลนด์   พวกมันเป็นเพนกวินขนาดกลางที่สูงประมาณ 60 ซม.และหนัก 2-6 กก.   เจ้านี้มีลายสีขาว 3-6 ลายบนใบหน้า

เพนกวินฟยอร์ดแลนด์นั้นมีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   โดยจำนวนประชากรนั้นหลงเหลืออยู่ประมาณ 5,000-6,000 ตัว   ซึ่งสาเหตุของการลดจำนวนลงนั้นมาจากนักล่าที่ถูกนำเข้ามาอย่างสุนัข, แมว, เออร์มิน, และหนู






8) เพนกวินสแนร์ (Eudyptes robustus)
 
                เพนกวินสแนร์นั้นคือเพนกวินจากนิว ซีแลนด์ที่แพร่พันธุ์อยู่บนหมู่เกาะสแนร์   พวกมันคือแพนกวินขนาดกลางที่สูง 50-70 ซม.และหนัก 2.5-4 กก.    เพนกวินสแนร์สามารถว่ายน้ำได้เร็ว 24 กม.ต่อชม.

                เพนกวินสแนร์นั้นมีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   โดยจำนวนประชากรนั้นหลงเหลืออยู่ประมาณ 5,000 ตัว   ซึ่งสาเหตุของการลดจำนวนลงนั้นมาจากนักล่าที่ถูกนำเข้ามา, การจับปลาเกินปริมาณรอบๆเกาะ, อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของน้ำโดยมีสาเหตุมาจากภาวะโลกร้อน, และมลพิษ






9) เพนกวินหงอนตั้ง (Eudyptes sclateri)    
 

               เพนกวินหงอนตั้งนั้นคือเพนกวินจากนิว ซีแลนด์ที่แพร่พันธุ์อยู่บนหมู่เกาะแอนตี้โพดส์และหมู่เกาะเบ๊าตี้   พวกมันคือเพนกวินขนาดค่อนข้างเล็กที่สูง 50-70 ซม.และหนัก 2.5-6 กก.โดยตัวผู้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย   นักวิทยาศาสตร์มีข้อมูลเกี่ยวกับเพนกวินหงอนตั้งที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อทศวรรษที่แล้วน้อยมาก

                เพนกวินหงอนตั้งนั้นมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   โดยจำนวนประชากรนั้นหลงเหลืออยู่ประมาณ 154,000 ตัว   ซึ่งสาเหตุของการลดจำนวนลงนั้นมาจากโรคร้าย, ปริมาณเหยื่อที่ลดลงและการเปลี่ยนแปลงของอากาศ   จำนวนประชากรของเจ้าเพนกวินนี้ลดลงเกือบ 70% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา





10-11?) เพนกวินร๊อคฮ๊อปเปอร์(Eudyptes chrysocome)

                การแบ่งสปีชีส์ของเพนกวินร๊อคฮ๊อปเปอร์นั้นเป็นอะไรที่ชวนให้งงมาก   โดยพวกมันอาจจะแบ่งออกเป็น 2 สปีชีส์ได้แก่พวกทางเหนือ (E.c. moseleyi) และพวกทางใต้   ซึ่งทั้ง 2 นี้มีพันธุกรรมที่แตกต่างกัน    นอกจากนั้น   พวกทางใต้ก็อาจจะแบ่งออกได้อีกเป็น 2 สปีชีส์ย่อยได้แก่พวกทางตะวันออก (E. c. filholi) และพวกทางตะวันตก (E. c. chrysocome)   เพนกวินร๊อคฮ๊อปเปอร์นั้นคือเพนกวินหงอนที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด   โดยพวกมันได้โผล่มาในภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Surf’s Up และ Happy Feet (เลิฟเลซ)

เพนกวินร๊อคฮ๊อปเปอร์เหนือนั้นแพร่พันธุ์อยู่บนเกาะกึ่งแอนตาร์กติกทั้งหลายของมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก   พวกมันมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   โดยจำนวนประชากรนั้นได้ลดลงถึง 90% หลังจากช่วงปี 1950s (2493+)   ซึ่งสาเหตุของการลดจำนวนลงนั้นมาจากสภาพอาหาศที่เปลี่ยนไป, การประมงเกินปริมาณ, มลพิษจากการท่องเที่ยวและการประมง, การล่าไข่, น้ำมันรั่ว, หนูบ้านที่ถูกนำเข้ามา, และการแข่งขันกับแมวน้ำขนและการประมง

เพนกวินร๊อคฮ๊อปเปอร์ใต้คือเพนกวินหงอนที่มีขนาดเล็กที่สุด   โดยพวกมันสูง 45-58 ซม.และหนัก 2-3.4 กก.   เจ้านกเหล่านี้แพร่พันธุ์อยู่ตามปลายใต้สุดของอเมริกาใต้   เพนกวินร๊อคฮ๊อปเปอร์ใต้มีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   โดยจำนวนประชากรนั้นหลงเหลืออยู่ประมาณ  2  ล้านตัว   ซึ่งพวกมันได้ลดลง 1 ใน 3 ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา






12) เพนกวินรอยัล (Eudyptes schlegeli)
 

                เพนกวินรอยัลนั้นมีสามารถพบได้บนเกาะกึ่งแอนตาร์กติกทั้งหลายและบนเกาะแม็คควารี่กับเกาะรอบๆ   ในบางครั้ง   เจ้าเพนกวินเหล่านี้ถูกจัดให้เป็นสปีชีส์ย่อยของเพนกวินเม็กกะโรนีเพราะรูกร่างลักษณะที่เหมือนกันมากแต่พวกมันมีหน้าและคางขาวแทน   เพนกวินรอยัลนั้นสูง 65-76 ซม.และหรัก 3-8 กก.   พวกมันแพร่พันธุ์อยู่บนเกาะแม็คควารี่เท่านั้น

เพนกวินรอยัลมีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   ในอดีต   พวกมันเคยถูกล่าเพื่อเอาน้ำมันจนกระทั่งปี 1870-1919 (2413-2462) ที่รัฐบาลแทสมาเนียเริ่มออกใบอนุญาตในการล่า   เพนกวิน 1 ตัวนั้นสามารถให้น้ำมันปริมาณครึ่งลิตร  






13) เพนกวินเม็กกะโรนี (Eudyptes chrysolophus)
 
               เพนกวินเม็กกะโรนีนั้นสามารถพบได้ในคาบสมุทรแอนตาร์กติก   พวกมันเป็นญาติใกล้ชิดกับเพนกวินรอยัล   เพนกวินเม็กกะโรนีนั้นสูง 70 ซม.และหนัก 5.5 กก.โดยตัวผู้นั้นมีขนาดและจะงอยปากใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย   เจ้าเพนกวินเหล่านี้กินสัตว์ทะเลเป็นปริมาณที่มากกว่าเพนกวินอื่นๆ   หลักฐานทางดีเอ็นเอและไมโตคอนเดรียแสดงให้เห็นว่าเพนกวินเม็กกะโรนีได้วิวัฒนาการแยกออกมาจากเพนกวินรอยัลเมื่อประมาณ 1.5 ล้านปีก่อน

                เพนกวินเม็กกะโรนีนั้นมีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   โดยจำนวนประชากรของพวกมันนั้นหลงเหลืออยู่ประมาณ 18 ล้านตัวซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเพนกวินที่หนาแน่นและใหญ่ที่สุด   แต่อย่างไรก็ตาม   เพนกวินเม็กกะโรนีได้ลดจำนวนลงย่างเรื่อยๆตังแต่ปี 1970s (2513+)   สาเหตุของการลดจำนวนลงนั้นมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป, การประมงเกินปริมาณและมลพิษจากน้ำมันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง




 

14) เพนกวินมาจัลเลนิก (Spheniscus magellanicus)
 

               เพนกวินมาจัลเลนิก, เพนกวินฮัมโบลด์, เพนกวินแอฟริกัน, และเพนกวินกาลาปากอสนั้นต่างก็อยู่ในสกุล Spheniscus (แปลว่า “รูปลิ่ม”) ที่รู้จักกันในนาม “เพนกวินลาย”   ซึ่งสมาชิกทุกๆตัวในสกุลนี้มีรูปร่างลักษณะคล้ายๆกัน   ในบางครั้งเพนกวินเหล่านี้ก็ได้ชื่อว่า “เพนกวินแจ๊ค-แอส” เพราะเสียงร้องพวกมันฟังดูคล้ายๆกับเสียงของลา   เพนกวินในสุกลนี้มีลายสีดำพาดตรงอกและมีจุดดำๆบนท้อง   ซึ่งเพนกวินแต่ละตัวมีจุดที่ไม่เหมือนกันเหมือนอย่างลายนิ้วมือคน   ปื้นเล็กๆไร้ขนตรงลูกตาของเจ้านี้อาจจะเป็นสีชมพูหรือขาว   เพนกวินในสกุลนี้อาศัยอยู่ในพื้นที่อบอุ่น

                เพนกวินมาจัลเลนิกนั้นมีถิ่นกำเนิดอยู่ในช่องแคบมาเจลลัน (ตามชื่อ) ในทวีปอเมริกาใต้และจะไปแพร่พันธุ์ตามชายฝั่งของประเทศอาร์เจนติน่า, ชิลีและเกาะฟอล์คแลนด์   พวกมันคือเพนกวินในสกุลที่มีจำนวนมากที่สุด   เพนกวินมาจัลเลนิกเป็นเพนกวินขนาดกลางที่สูง 61-76 ซม.ลัหนัก 2.7-6.5 กก.โดยตัวผู้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย   เมื่อหาอาหาร   เจ้าเพนกวินเหล่านี้จะไปด้วยกันเป็นฝูง   พวกมันจะมีคู่ตัวเดียวเป็นเวลานานหลายปี   ซึ่งตัวเมียนั้นจะตามหาตัวผู้ที่กำลังทำรังอยู่จนเจอได้โดยเสียงเรียก





15) เพนกวินฮัมโบลด์ (Spheniscus humboldti)
 

                เพนกวินฮัมโบลด์หรือเพนกวินเพอรูเวี่ยนนั้นคือเพนกวินอเมริกาใต้ที่แพร่พันธุ์อยู่ตามชายฝั่งประเทศเปรูและชิลี   พวกมันถูกตั้งชื่อตามกระแสน้ำเย็นฮัมโบลด์ (ถูกตั้งชื่อตามอเล็กซานเดอร์ วอน ฮัมโบลด์อีกต่อ) ที่เป็นถิ่นว่ายน้ำหลัก   เพนกวินฮัมโบลด์คือเพนกวินขนาดกลางที่สูง 56-70 ซม.และหนัก 3.6-5.9 กก.  

                เพนกวินฮัมโบลด์นั้นมีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” โดย IUCN   พวกมันนั้นได้รับผลกระทบการลบอย่างมหาศาลจากเอล นินโย่ที่จะไปเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำและลดจำนวนเหยื่อลง





16) เพนกวินกาลาปากอส (Spheniscus mendiculus)
 

                เพนกวินกาลาปากอสนั้นอาศัยอยู่ทางเหนือสุดในหมู่เพนกวินทั้งหมด (และเป็นเพนกวินสปีชีส์เดียวที่อาศัยอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร)   พวกมันสามารถพบได้ตามหมู่เกาะกาลาปากอสเท่านั้น   เพนกวินกาลาปากอสนั้นสูง 49 ซม.และหนัก 2.5 กก.ซึ่งขนาดเท่านี้ทำให้พวกมันเป็นเพนกวินที่เล็กที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากเพนกวินลิตเติ้ลบลูและเพนกวินครีบขาว   เพราะขนาดเล็กจิ๋ว   เจ้าเพนกวินกาลาปากอสนั้นจึงต้องระวังปู, งู, นกฮูก, และเหยี่ยวเมื่ออยู่บนพื้นดิน   และฉลาม, แมวน้ำขน, และสิงโตทะเลเมื่ออยู่ในน้ำ

                เพนกวินกาลาปากอสได้รับสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   โดยจำนวนประชากรของพวกมันนั้นเหลืออยู่ประมาณ 1,500 ตัวเท่านั้น   นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเพนกวินกาลาปากอสนั้นมีโอกาส 30% ที่อาจจะสูญพันธุ์ไปในศตวรรษนี้   พวกมันได้รับผลกระทบทางลบจากการสูญเสียที่อยู่, จำนวนมนุษย์และนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น, การประมงที่มักจะจับพวกมันติดไปด้วยและไปทำลายรัง, และการนำนักล่าอย่างแมวเข้ามา





17) เพนกวินแอฟริกัน (Spheniscus demersus)
 

                เพนกวินแอฟริกันหรือเพนกวินเท้าดำนั้นอาศัยอยู่ในน่านน้ำของแอฟริกาใต้   พวกมันสูง 68-70 ซม.และหนัก 2-5 กก.   เพนกวินนี้มีความแตกต่างระหว่างเพศเพียงเล็กน้อย   โดยตัวผู้นั้นจะมีขนาดร่างกายและจะงอยแกที่ใหญ่กว่าตัวเมีย   เพนกวินแอฟริกันนั้นมีจะงอยปากที่แหลมกว่าเพนกวินฮัมโบลด์   พวกมันจะมีคู่ตัวเดียวตลอดชีวิต

                เพนกวินแอฟริกันได้รับสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” จาก IUCN   โดยจำนวนประชากรของพวกมันนั้นเหลืออยู่ประมาณ 55,00 ตัว (จาก 200,000 ตัวในปี 2000 (2543))   ถ้าประชากรของเพนกวินแอฟริกันลดลงเรื่อยๆอย่างนี้   พวกมันก็อาจจะสูญพันธุ์ไปภายใน 15 ปี   สาเหตุของการลดจำนวนของเจ้าเพนกวินเหล่านี้ได้แก่การประมงที่ได้บังคับให้พวกมันออกไปหาอาหารไกลขึ้นและทำให้เหยื่อที่ชอบลดน้อยลง,  ภาวะโลกร้อนที่มีส่วนในการลดจำนวนเหยื่อ, การล่าไข่ที่เกิดขึ้นในกลางปลายศตวรรษที่ 20, และน้ำมันรั่ว

 




18) เพนกวินลิตเติ้ลบลู (Eudyptula minor)       
 

                เพนกวินลิตเติ้ลบลูและเพนกวินครีบขาวนั้นคือสมาชิกในสกุล Eudyptula (แปลว่า “นักดำน้ำตัวกระจิ๋วเก่งฉกาจ”) ที่รู้จักกันในชื่อเพนกวินจิ๋ว    หลักฐานทางดีเอ็นเอแสดงให้เห็นว่าสกุล Eudyptula และ Spheniscus ได้วิวัฒนาการแยกออกจากกันเมื่อ 25 ล้านปีก่อน   ส่วนบรรพบุรุษของเพนกวินลิตเติ้ลบลูและเพนกวินครีบขาวนั้นได้เริ่มวิวัฒนาการขึ้นเมื่อ 2.7 ล้านปีก่อน

เพนกวินลิตเติ้ลบลูนั้นคือเพนกวินขนาดเล็กที่สุด   โดยพวกมันสูง 30-33 ซม.และหนักประมาณ 1.5 กก.   เจ้านี่สามารถพบได้ตามชายฝั่งของออสเตรเลียทางใต้และนิว ซีแลนด์   พวกมันมีขนสีฟ้าๆและใต้ท้องเป็นสีค่อนข้างเทา   เพนกวินลิตเติ้ลบลูนั้นจะใช้เวลาทั้งวันในการว่ายน้ำในทะเลเปิด   ซึ่งพวกมันจะไซร้ขนเพื่อทำให้กันน้ำได้อยู่เสมอ   โดยเจ้านี่จะถูกน้ำมันที่ออกมาจากต่อมพิเศษที่ตั้งอยู่บนหางไปกับขนทุกๆเส้น  

อ่านต่อ [Species Focus] ลิ๊ตเติ้ลเพนกวิน นกนักว่ายน้ำตัวกระจิ๋ว





18.5/19?) เพนกวินครีบขาว (Eudyptula albosignata)
 

                 เพนกวินครีบขาวนั้นคือเพนกวินตัวกระจิ๋วที่สูง 30 ซม.และหนัก 1.5 กก.   พวกมันได้ชื่อนี้มาจากปื้นสีขาวๆบนครีบที่เป็นเอกลักษณ์   เพนกวินครีบขาวทำรังอยู่ตามคาบสมุทรแบงส์และเกาะโมทูเนาแห่งประเทศนิว ซีแลนด์   พวกมันเป็นสัตว์หากินกลางคืนซึ่งแตกต่างออกไปจากเพนกวินอื่นๆ

                เพนกวินครีบขาวนั้นถูกนักอนุกรมวิธานส่วนใหญ่และ IUCN จัดให้เป็นสปีชีส์ย่อยหรือพวกที่มีสีแตกต่างออกไปของเพนกวินลิตเติ้ลบลู   แต่อย่างไรก็ตาม   การศึกษาดีเอ็นเอในปี 2002 (2546) แสดงให้เห็นว่าเจ้านี่คือสปีชีส์แยกออกมาต่างหาก   เพนกวินครีบขาวนั้นมีสถานะ “ใกลสูญพันธุ์” โดยมาตราการคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของสหรัฐอเมริกา

 

ที่มา - http://www.ouramazingplanet.com/333-flightless-birds-all-18-penguin-species.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Penguin


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 289 : 18/19 สปีชีส์เพนกวิน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2122 , โพส : 0 , Rating : 100% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android