คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 288 : 5 โรคแมวสุดอันตราย


     อัพเดท 21 ก.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,191 Overall : 294,477
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 288 : 5 โรคแมวสุดอันตราย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11159 , โพส : 2 , Rating : 93% / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


5) ลูคีเมียแมว (Feline Leukemia)
   
                ลูคีเมียแมวนั้นคือโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในแมว   โรคนี้แพร่กระจายผ่านทางปัสสาวะ, อุจจาระ, น้ำมูก, น้ำลาย, หรือน้ำนม   ซึ่งเจ้าขนปุยเหล่านี้จะติดโรคมาจากการกัด, การเลียทำความสะอาดกันและกัน, การกินอาหารและน้ำร่วมกัน (พบได้น้อย), การใช้กระบะทรายร่วมกัน (พบได้น้อย), หรือแม้แต่การอาศัยอยู่ด้วยกัน   นอกจากนั้น   แม่แมวก็สามารถส่งผ่านลูคีเมียแมวไปให้ลูกๆได้อีกด้วยโดยผ่านทางพันธุกรรมหรือเมื่อตอนเลียทำความสะอาด   ซึ่งลูกแมวและแมวที่กำลังป่วยนั้นมีโอกาสที่จะได้รับโรคสูงกว่าพวกตัวโต  

ไวรัสโรคลูคีเมียแมว (Feline Leukemia VirusFeLV) นั้นคือเรโทรไวรัสที่เป็นพวกเดียวกับไวรัสโรคเอดส์คนและเอดส์แมว   เมื่อไวรัสนี้เข้าสู่ร่างกาย (เซลล์)   พวกมันก็จะสร้างเอนไซม์ชื่อรีเวิร์ส ทรานส์คริปเทสซึ่งส่งผลให้ไวรัสสามารถก๊อปปี้พันธุกรรมของตัวเองใส่ลงไปในพันธุกรรมของเซลล์เจ้าบ้าน   ไวรัสลูคีเมียแมวนั้นสามารถอยู่รอดได้นานประมาณไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นนอกร่างกายในสภาพอากาศปรกติ

แมวจะป่วยทันทีที่ได้รับไวรัส   แต่มันจะแสดงอาการออกมาหลังจากเวลาผ่านไปชั่วระยะหนึ่ง   ซึ่งอาจจะนานเป็นอาทิตย์, เดือน, หรือเป็นปีๆ   อาการของแมวป่วยเป็นลูคีเมียแมวนั้นจะเหมือนๆกับอาการของโรคเอดส์แมวและมีหลากหลาย   รวมถึง   เบื่ออาหาร, น้ำหนักลดลงอย่างช้าๆแต่ต่อเนื่อง, ขนดูไม่ดี, ต่อมน้ำเหลืองบวม, เป็นไข้อย่างต่อเนื่อง, เหงือกและผนังบุเมือกซีด, การติดเชื้อ, ท้องเสียอย่างต่อเนื่อง, การติดเชื้อในผิวหนัง   ทางเดินหายใจส่วนบน   และไต, โรคทางตา, เป็นหมัน, ชัก, นิสัยเปลี่ยนไป, อนิเมีย (ร่างกายไม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดในปริมาณที่เพียงพอได้), (ในแมวตัวเมีย) แท้ง, ภูมิคุ้มกันลดลง, และมะเร็ง  นอกจากนั้น    อาการป่วยเรื้อรังขั้นรุนแรงก็อาจจะเป็นสัญญาณของลูคีเมียแมวได้  

ถึงแม้ว่าลูคีเมียแมวจะไม่สามารถรักษาได้   แต่โรคนี้ก็สามารถป้องกันได้โดยการให้แมวอาศัยอยู่ในบ้าน (ถ้าคุณปล่อยแมวออกนอกบ้านก็ควรจะมีการควบคุมดูแล), ลดการเข้าถึงจากแมวตัวอื่นๆ, แยกแมวที่เป็นโรคออก, ทำให้ที่ๆแมวอาศัยอยู่สะอาดอยู่เสมอ, และนำแมวไปฉีดวัคซีนป้องกัน   จากสถิติ   สัตวแพทย์นั้นแทบจะไม่เคยเจอแมวที่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นโรคนี้เลย   ถึงแม้ว่าลูคีเมียแมวจะไม่สามารถติดต่อกับมนุษย์ได้   แต่โรคที่ตามมาหลังจากที่ภูมิคุ้มกันของแมวลดลงนั้นอาจจะมีความสามารถนี้    เพราะฉะนั้น   แมวที่เป็นลูคิเมียแมวนั้นควรจะถูกแยกห่างจากผู้หญิงตั้งครรภ์, ผู้คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ, เด็กๆ, และคนแก่ๆ

http://www.vet.cornell.edu/fhc/brochures/felv.html 




4) เอดส์แมว

               ไวรัสเอดส์แมว (Feline Immunodeficiency Virus FIV) นั้นคือเลนทิไวรัส (“ไวรัสเชื่องช้า”) ที่สามารถพบได้ทั่วโลก   ไวรัสนี้ไม่ได้ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์เป็นหลักเหมือนไวรัสเอดส์คน (Human Immunodeficiency Virus HIV) แต่จะติดต่อกันผ่านทางแผลจากการกัดเป็นหลัก   ซึ่งแมวที่อาศัยนอกบ้านและแมวตัวผู้หวงถิ่นนั้นคือพวกที่มีโอกาสเป็นโรคนี้มากที่สุด   แต่อย่างไรก็ตาม   เอดส์แมวนั้นไม่สามารถติดต่อผ่านทางการใช้ชามอาหาร/น้ำร่วมกัน   แต่ถึงกระนั้น   แม่แมวที่เป็นโรคนี้ก็ยังสามารถส่งผ่านไวรัสไปยังลูกๆได้ (ถึงจะไม่พบบ่อยก็ตาม) โดยผ่านทางพันธุกรรมหรือน้ำนม   ไวรัสเอดส์แมวนั้นสามารถอยู่รอดนอกร่างกายแมวได้ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นและไม่สามารถแพร่กระจายไปยังมนุษย์ได้

                หลังจากที่ไวรัสเอดส์แมวเข้าสู่กระแสเลือด   มันสามารถอาศัยอยู่ในนั้นโดยไม่กลายเป็นโรคที่จะทำให้แมวป่วยได้เป็นเวลานาน   ในการติดเชื้อเบื้องต้น   ไวรัสนี้จะถูกส่งไปที่ต่อมน้ำเหลืองใกล้ๆ   ซึ่งพวกมันจะไปแพร่กระจายอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวชื่อ ที-ลิมโฟไซส์   หลังจากนั้น   ไวรัสก็จะแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองอื่นๆทั่วร่างกายซึ่งทำให้ต่อมน้ำเหลืองพองโตขึ้นชั่วระยะหนึ่งและมีไข้   การติดเชื้อขั้นนี้อาจจะไม่สามารถสังเกตได้ถ้าต่อมน้ำเหลืองไม่ได้โตซะเว่อร์    แมวที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมี ฝีบนลิ้น, เหงือกและปากอักเสบ, การติดเชื้อที่ผิวหนัง   กระเพาะปัสสาวะ   และทางเดินหายใจตอนบน, เป็นไข้, เบื่ออาหาร, น้ำหนักลดลงอย่างช้าๆแต่ต่อเนื่อง, ขนสุขภาพแย่, โรคผิวหนัง, ท้องเสีย, ชักกระตุก, นิสัยเปลี่ยน, อนีเมีย, โรคทางตา,  (ในแมวตัวเมีย) แท้งลูก, และมะเร็ง

                เพื่อป้องกันเอดส์แมว   เจ้าของนั้นควรจะเก็บแมวไว้ในบ้านและคอยตรวจเช็คการฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ   จากข้อมูลของ CatHealth.com   การฉีดวัคซีนโรคเอดส์แมว 3 ครั้งให้ลูกแมวอายุอย่างน้อย 8 สัปดาห์นั้นสามารถป้องกันการติดไวรัสประมาณ 60-80%   แต่อย่างไรก็ตาม   การฉีดวัคซีนนั้นไม่สามารถป้องกันโรคนี้ได้ 100%   เพราะฉะนั้น   การป้องกันไม่ให้แมวไปยุ่งเกี่ยวกับแมวติดเชื้อจึงเป็นอะไรที่สำคัญมาก

http://www.vet.cornell.edu/fhc/brochures/fiv.html





3) โรคไต/ไตวาย
  
               ไตวายที่มีสาเหตุมาจากโรคไตนั้นคือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้แมวอายุมากเสียชีวิต   สาเหตุของโรคไตนั้นมาจากอายุ, พันธุกรรม, และปัจจัยอื่นๆในสิ่งรอบๆตัว   เช่น   การกินของมีพิษเข้าไป   ไตวายในแมวนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่   ไตวายฉับพลันและไตวายเรื้อรัง   ไตวายฉับพลันนั้นก็คือการหยุดทำงานของไตอย่างฉับพลัน   ส่วนไตวายเรื้อรังนั้นมีสาเหตุมาจากการเสื่อมสภาพของการทำงานของไต

                อาการของแมวที่มีโรคไตนั้นได้แก่   การปัสสาวะมากเกินเหตุ, หิวน้ำบ่อยขึ้น, ขากรรไกรทำเสียงแกร่กๆ, อาเจียน, ร่างกายขาดน้ำ, ท้องผูก, เบื่ออาหาร, น้ำหนักลด, ฮาลิโทซิส (ภาวะมีกลิ่นปากเหมือนแอมโมเนีย), และเซื่องซึม  ถ้าแมวของคุณมีอาการใดๆเหล่านี้   คุณก็ควรจะนำมันไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาโรคไตและไตวาย   การตรวจปัสสาวะนั้นสามารถบอกได้ว่าปัสสาวะของเจ้าแมวเจือจางหรือเปล่า   ซึ่งถ้าผลออกมาเป็นบวก   นั้นก็อาจจะหมายความว่าไตของเจ้าเหมียวนั้นไม่สามารถส่งของเสียไปกับปัสสาวะได้   นอกจากนั้น   การตาวจเลือดก็คือวิธีที่ถูกใช้ในการตรวจหาปริมาณครีทินีนและ BUN (ไนโตรเจนและยูเรียในเลือด)   โดยปริมาณที่เพิ่มขึ้นของครีทินีนนั้นอาจจะเป็นสัญญาณของการทำงานของไตที่ล้มเหลว

                ถึงแม้ว่าโรคไตในแมวนั้นไม่มีทางรักษาได้   คุณก็สามารถช่วยเจ้าแมวได้โดยการให้อาหารเหมาะๆ, ให้ยาและไดอูรีซิส (การบำบัดเพื่อช่วยให้ร่างกายของแมวมีน้ำเพียงพอ)   แมวที่ได้รับการรักษาเหล่านี้จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นถึงแม้ว่ามันจะสามารถใช้งานเนื้อเยื่อไตได้แค่ 5-8% เท่านั้น




2) แพนลูโคพีเนียแมว (Feline Panleukopenia/Feline Distemper)
  
               แพนลูโคพีเนียเมียแมวหรืออารมณ์ร้ายในแมวนั้นคือโรคร้ายแรงถึงตายจากไวรัสที่ติดต่อกันได้ง่ายมาก   โดยลูกแมวอายุประมาณ 2-6 เดือนนั้นคือกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่สุด   และเมื่อพวกมันเป็นโรคแล้วก็มักจะตายถึงแม้ว่าจะได้รับการรักษาก็ตามที   แพนลูโคพีเนียแมวนั้นสามารถแพร่กระจายได้โดยผ่านทางของเหลวในร่างกาย, อุจจาระ, และหมัดที่ได้ไปดูดเลือดแมวเป็นโรคนี้   หรือแม้แต่มนุษย์ที่ไม่ได้ล้างมือ   ซึ่งโรคนี้มักจะถูกติดต่อกันโดยผ่านทางชามอาหาร/น้ำที่ติดเชื้อ, กระบะทราย, และเสื้อผ้าแมว

                ไวรัสแพนลูโคพีเนียแมว (Feline Panleukopenia virus FPV) นั้นคือพาร์โวไวรัสที่ต่อต้านยาฆ่าเชื้อและสามารถอยู่รอดนอกร่างกายแมวได้เป็นเวลานานเพื่อคอยเวลาเหมาะๆ   ไวรัสนี้จะส่งผลกระทบต่อเซลล์เลือดในทางเดินอาหาร, ไขกระดูก, และสเต็มเซลล์ในตัวอ่อนและจะเข้าทำลายระบบภูมิคุ้มกัน   เจ้าแมวนั้นอาจจะเจ็บป่วยจากท้องเสีย, อาเจียน (ทั้งปรกติและเป็นเลือด), ร่างกายขาดน้ำและสารอาหาร, และอนีเมีย     พวกมันจะมีอาการเครียด, เบื่ออาหาร, เซื่องเซา, ไข้สูง, ขนหยาบ, หลบซ่อนตัวเองเป็นวันๆ, เอาขาหลบในร่างกาย, พักคางบนพื้น, และกัดหางหรือขาหลังของตัวเอง   สัตวแพทย์นั้นสามารถตรวจหาไวรัสแพนลูโคพีเนียแมวได้จากอุจจาระและการตรวจเลือด

                การรักษาโรคแพนลูโคพีเนียแมวนั้นเป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก   เพราะโรคนี้สามารถฆ่าได้ภายในไม่กี่วันหลังจากได้รับไวรัส   เจ้าแมวนั้นจะต้องผ่านการถ่ายเลือด, ได้รับยาปฏิชีวนะและการฉีดไวตามินเพื่อต่อสู้กับโรค   จากสถิติ   แมวที่ได้รับวัคซีนป้องกันนั้นมีโอกาสในการเป็นโรคน้อยกว่าแมวที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน   เพราะฉะนั้น   คุณสามารถป้องกันไม่ให้เจ้าแมวติดโรคนี้ได้โดยการพามันไปฉีดวัคซีนและกันมันไว้ให้ห่างจากแมวที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือแมวจรจัด   การล้างมือก่อนที่จะจับแมวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดโอกาสการส่งผ่านไวรัส   แมวที่เป็นโรคแพนลูโคพีเนียแมวและเอาชีวิตรอดมาได้นั้นจะสร้างภูมิต้านทานไวรัสโรคนี้ขึ้นมา

                http://www.petmd.com/cat/conditions/infectious-parasitic/c_ct_feline_panleukopenia






1) โรคกลัวน้ำในแมว (Feline Rabies)

                (ถ้าจะเรียกว่าโรคพิษสุนัขบ้ามันก็ยังไงๆอยู่) แมวนั้นคือสัตว์เลี้ยงที่มีสถิติการเป็นโรคกลัวน้ำมากกว่าสัตว์เลี้ยงอื่นๆ   และโรคกลัวน้ำนั้นก็คือโรคในแมวที่อันตรายที่สุดเพราะเจ้าโรคนี้ไม่เพียงจะเข้าทำลายเซลล์ซึ่งทำให้แมวตาย   แต่ยังสามารถส่งต่อไปยังมนุษย์ได้อีกด้วยโดยผ่านทางการกัดหรือข่วน   นอกจากการส่งต่อจากแมวไปยังแมวอีกตัวแล้ว   เจ้าเหมียวก็ยังสามารถติดโรคกลัวน้ำมาได้จากการกัดของสัตว์ป่าหรือสุนัขที่ติดโรค (ที่จริงแล้วก็คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเกือบทุกชนิดนั่นแหละ)    โรคกลัวน้ำนั้นจะเข้าทำลายระบบประสาท

                ไวรัสโรคกลัวน้ำนั้นจะอยู่ในต่อมน้ำลายของแมวและแพร่กระจายผ่านทางน้ำลายหรือเลือด   เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย   มันก็จะแบ่งตัวในเซลล์กล้ามเนื้อแล้วจึงแพร่กระจายไปที่เส้นประสาทที่ใกล้ที่สุดแล้วจึงเดินทางไปยังสมองโดยผ่านทางของเหลวในเส้นประสาทนั้นๆ   ไวรัสโรคกลัวน้ำนั้นอาจจะใช้เวลาพัฒนาเป็นเดือน   แต่เมื่อแมวมีอาการแล้ว   ไวรัสก็จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

                โรคกลัวน้ำในแมวนั้นอาจจะออกฤทธิ์อย่างช้าๆ   ซึ่งโรคนี้สามารถฟักตัวในแมวเป็นเวลานานถึง 2-5 อาทิตย์   อาการของแมวเป็นโรคกลัวน้ำได้แก่การเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่ประสานกัน   ตามมาด้วยอาการอัมพาต, กล่องเสียงเป็นอัมพาต, ตาแดง, ร้องเหมียวเกินเหตุ, ขี้โมโหและอาจจะทำร้ายอะไรที่อยู่ใกล้ๆ, ชักกระตุก, น้ำลายฟูมปาก, กลืนน้ำลายด้วยความลำบาก, เป็นไข้, ทำตัวแปลกๆ, เครียด, หายใจเข้าลึก, กลัวน้ำ, เบื่ออาหาร,  และน้ำหนักลด   โรคกลัวน้ำในแมวนั้นไม่มีทางรักษาและส่วนมากแล้วจะส่งผลให้แมวเสียชีวิต   ซึ่งสิ่งที่คุณสามารถทำได้นั้นก็คือการฉีดยาป้องกันและเก็บเจ้าแมวไว้ในบ้านเพื่อป้องกันมันจากสัตว์ที่ติดเชื้อ

                http://www.petmd.com/cat/conditions/neurological/c_ct_rabies

 

ที่มา - http://www.care2.com/greenliving/5-most-dangerous-cat-diseases.html


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 288 : 5 โรคแมวสุดอันตราย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11159 , โพส : 2 , Rating : 93% / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 476
ไม่ทันแล้ว ไม่ได้แยกแมวป่วย ติดกันทั้งบ้านเลยย เศร้า T____T
Name : kapoo [ IP : 118.173.81.129 ]

วันที่: 11 กันยายน 2555 / 19:46
# 1 : ความคิดเห็นที่ 441
ต้องดูแลน้องเมียวที่บ้านให้ดีๆซะแล้ว //มองแมวตัวเอง
PS.  Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them.
Name : lelouch-kung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lelouch-kung [ IP : 27.130.184.238 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กรกฎาคม 2555 / 16:29

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android