คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 284 : 5 สปีชีส์แรด


     อัพเดท 12 ก.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,568 Overall : 294,854
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 284 : 5 สปีชีส์แรด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1158 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


แรดนั้นคือสัตว์กินพืชขนาดใหญ่ที่สามารถพบได้ในแอฟริกาและเอเชีย   พวกมันมีจุดเด่นตรงที่หนังพับย่นที่ทำให้ดูเหมือนหุ้มเกราะและนอที่งอกออกมาเหนือหัว    โดยแรดขาวและแรดดำนั้นมี 2 นอ   ในระหว่างที่แรดชวา, แรดนอเดียว, และกระซู่นั้นมี 1 นอ   ขนาดของแรดนั้นแตกต่างกันออกไปตามสปีชีส์ตั้งแต่แรดขาวที่ใหญ่ที่สุดไปถึงแรดชวาที่เล็กที่สุด     เพราะขนาด, ความแข็งแรง, และความดุร้าย   แรดนั้นจึงไม่ค่อยมีศัตรูตามธรรมชาตินอกเหนือจากมนุษย์ (แต่แรดที่บาดเจ็บหรืออายุน้อยนั้นอาจจะโดนล่าโดยฝูงสิงโตหรือจระเข้)

                สถานะในธรรมชาติของแรดนั้นแตกต่างกันไปตั้งแต่ “ไม่มีความเสี่ยง” ถึง “ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก”   โดยสาเหตุหลักๆที่ทำให้พวกมันลดจำนวนลงนั้นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการล่าเพื่อเอานอเพื่อไปทำยาจีนหรือไปประดับนั่นเอง   ซึ่งนอแรดนั้นก็ไม่ได้มีประโยชน์ทางการแพทย์ซักกะติ๊ด (เพราะนอแรดทำมาจากเครินตินที่อยู่ในผมและเล็บของคน   การกินนอแรดก็เหมือนการกัดเล็บกินนั่นแหละ)

 

1) แรดดำ (Diceros bicornis)
  
                 แรดดำนั้นอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าซาวันน่าแห่งแอฟริกา   พวกมันเป็นแรด 2 นอ   โดยนอด้านหน้านั้นมีขนาดใหญ่กว่านอด้านหลังและอาจจะยาวได้ถึง 50 ซม.หรือมากกว่า (ยาวที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกคือ 1.5 เมตร)   ปรกติแล้ว   แรดดำหนัก 800-1,350 กก.และสูง 1.4-1.7 เมตรโดยวัดจากไหล่   พวกมันมีริมฝีปากยาวๆรูปร่างเหมือนตะขอที่เหมาะกับการใช้จับหญ้าและใบไม้   ซึ่งนี้ก็คือที่มาของชื่อ “แรดดำ”   โดยที่จริงแล้วแรดดำนั้นแตกต่างจากแรดขาวที่ริมฝีปากไม่มีใช่สี (ถึงแม้ว่าพวกมันจะมีร่างกายที่เข้มกว่าเพราะโคลนก็เถอะ)   เหตุผลที่เขาเรียกเจ้านี้ว่าแรดดำก็เพื่อเป็นการแยกพวกมันจากแรดขาวต่างหาก    แรดดำนั้นมีขนาดเล็กกว่าแรดขาวแต่มีหัวตั้งอยู่สูงกว่าเพราะพวกมันกินอาหารที่อยู่สูงกว่า   แรดดำนั้นวิวัฒนาการแยกออกมาจากแรดขาวเมื่อประมาณ 5 ล้านปีก่อนในยุคไพลโอซีน

                แรดดำนั้นแบ่งออกเป็น 4 สปีชีส์ย่อย (แรดดำใต้-กลาง – D.b. minor, แรดดำตะวันตกเฉียงใต้ - D.b. bicornis, แรดดำตะวันออก - D.b. michaeli, และแรดดำตะวันตก - D.b. longipes)   ซึ่งแรดดำตะวันตกนั้นได้สูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2011 (2554) และสปีชีส์ย่อยที่เหลือมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก” โดย IUCN   ในปัจจุบัน   ประชากรแรดดำนั้นหลงเหลืออยู่ประมาณ 4,240 ตัว  

http://en.wikipedia.org/wiki/Black_rhinoceros 




2) แรดขาว (Ceratotherium simum)
  
                 แรดขาวนั้นคือแรดสปีชีส์ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลกรองจากช้างทั้ง 3 สปีชีส์   พวกมันหนักประมาณ 1,800 กก.-2,700 กก.และสูงประมาณ 1.5-1.8 เมตรโดยวัดจากไหล่   แรดขาวเป็นแรด 2 นอ   โดยนอด้านหน้านั้นมีขนาดใหญ่กว่านอด้านหลังและสามารถยาวได้ถึง 90 ซม. (มากสุด 1.5 เมตร)   คำว่า “ขาว (white)” นั้นเพี้ยนจากคำภาษาแอฟริคานส์ “weit” ที่แปลว่า “กว้าง” ซึ่งหมายถึงริมฝีปากแบนๆกว้างๆรูปสี่เหลี่ยมที่ใช้ในการเล็มหญ้านั่นเอง

แรดขาวนั้นอาศัยอยู่ในแอฟริกาใต้   พวกมันประกอบไปด้วย 2 สปีชีส์ย่อย (แรดขาวใต้ – C.s. simum และแรดขาวเหนือ - C s. cottoni) ซึ่งแรดขาวใต้นั้นหลงเหลืออยู่ประมาณ 17,460 ตัวเป็นส่วนแรดขาวเหนือนั้นคาดว่าได้สูญพันธุ์จากธรรมชาติไปเล้วแต่ยังหลงเหลืออยู่เป็นส่วนน้อยในที่เลี้ยง   แต่อย่างไรก็ตาม   แรดขาวนั้นก็คือแรดที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก

http://en.wikipedia.org/wiki/White_rhinoceros




3) แรดชวา (Rhinoceros sondaicus)
  
                  แรดชวานั้นคือแรดที่หายากที่สุดและเป็นหนึ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุด   โดยประชากรในธรรมชาติของพวกมันนั้นหลงเหลืออยู่แค่ 27-44 ตัวเท่านั้น   แรดชวานั้นได้โดยล่าจนสูญพันธุ์ไปในเวียดนามและในปัจจุบัน   พวกมันสามารถพบได้ในอุทยานแห่งชาติอูจุง คูลอนในอินโดนีเซียเท่านั้น   ซึ่งเจ้านี้ก็ทั้งสันโดษและขี้อายไม่ค่อยโผล่ออกมาให้เห็นมาก   ในปัจจุบัน   แรดชวาได้รับสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก” โดย IUCN   นอของแรดชวานั้นอาจจะมีราคาสูงถึง $30,000 ต่อกก. ($1 = ~30 บาทไทย)   แรดชวานั้นคือสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

                แรดชวานั้นมีขนาดเล็กที่สุด   โดยพวกมันมีขนาดประมาณครึ่งนึงของแรดขาวด้วยน้ำหนัก 900-2,300 กก.และความสูง 1.5-1.7 เมตรโดยวัดจากไหล่   แรดชวานั้นเป็นแรดนอเดียว  ซึ่งนอในตัวผู้นั้นอาจจะยาวแค่ 26 ซม.หรือน้อยกว่า   ส่วนตัวเมียอาจจะมีนอเป็นปุ่มเล็กๆหรือไม่โผล่ขึ้นมาเลย   หลักฐานทางฟอซซิลนั้นแสดงให้เห็นว่าแรดชวาได้วิวัฒนาการแยกออกมาจากแรดนอเดียวเมื่อประมาณ 10 ล้านปีก่อน

อ่านต่อ - [Species Focus] เเรดชวา สัตว์ป่าสงวนของไทย XIV





4) แรดนอเดียว/แรดอินเดียน (Rhinoceros unicornis)
  
                 แรดนอเดียวนั้นก็มี 1 นอเหมือนชื่อ   ซึ่งนอของพวกมันนั้นปรกติแล้วยาว 20-61 ซม.   แรดนอเดียวนั้นมีขนาดร่างกายใกล้ๆกับแรดขาวด้วยน้ำหนัก 1,900-3,200 กก.และสูง 1.75-2 เมตร   พวกมันคือสัตว์บกที่ใหญ่เป็นที่ 2 ในเอเชียรองจากช้างเอเชีย    แรดนอเดียวนั้นคือสปีชีส์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในน้ำมากที่สุด   โดยในแต่ละวัน   พวกมันจะนั่งแช่อยู่ในโคลนตมและกินพืชน้ำเป็นอาหาร

แรดนอเดียวนั้นสามารถพบได้ในทุ่งหญ้าและป่าตามตีนเขาฮิมาลายันแห่งเนปาลและอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ   พวกมันมีสถานะ “เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์” โดย IUCN   โดยจำนวนประชากรของพวกมันนั้นเหลืออยู่ประมาณ 3,000 ตัว

http://en.wikipedia.org/wiki/Indian_rhinoceros




 

5) กระซุ่/แรดสุมาตรา (Dicerorhinus sumatrensis)
  
                กระซู่นั้นแตกต่างออกไปจากแรดสปีชีส์อื่นๆตรงที่ขนหยาบๆบนร่างกายและหูที่ช่วยในการอาศัยอยู่ในที่สูงๆ (ยิ่งสูงยิ่งหนาว)   ซึ่งเจ้านี่ก็คือสมาชิกที่ยังเหลือรอดสปีชีส์เดียวของสกุลแรดที่เก่าแก่ที่สุดชื่อ Dicerorhinini ที่ได้เริ่มวิวัฒนาการเมื่อ 20 ล้านปีก่อนในยุคไมโอซีน  กระซู่นั้นอยู่ในสกุลเดียวกันกับแรดมีขนที่ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว   พวกมันมี 2 นอ   โดยนอด้านหน้าที่ใหญ่กว่านั้นจะยาวประมาณ 25-79 ซม.   ส่วนนอด้านหลังนั้นยาวประมาณ 10 ซม.   กระซู่นั้นปรกติหนักประมาณ 600-950 กก.และสูง 51 ซม.โดยวัดจากไหล่

                กระซู่นั้นมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก” โดย IUCN   ในปัจจุบัน   กระซู่นั้นอาศัยอยู่ในพื้นที่คุ้มครองบนเกาะบอร์เนียวและสุมาตรา   จำนวนประชากรของพวกมันหลงเหลืออยู่แค่ 275 ตัวเท่านั้น   กระซู่นั้นคือสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
อ่านต่อ - [Species Focus] กระซู่ สัตว์ป่าสงวนของไทย XIII

 

ที่มา - http://www.ouramazingplanet.com/2817-rhino-species-images.html

http://www.ouramazingplanet.com/2812-rhinos-oapmp.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Rhinoceros



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 284 : 5 สปีชีส์แรด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1158 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android