คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 280 : 10 สัตว์ที่อยู่บนโลกมานานที่สุด (ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน)


     อัพเดท 7 ก.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,491 Overall : 294,777
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 590 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 280 : 10 สัตว์ที่อยู่บนโลกมานานที่สุด (ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3242 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


***ตัวเลขที่กล่าวมานี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้เพราะในโลกนี้ยังมีอะไรที่เราไม่รู้อีกมาก   การค้นพบครั้งต่อไปอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่กว่านี้ก็ได้***

 

 

คำว่า “living fossil” หรือ “ฟอซซิลที่ยังมีชีวิต” นั้นคือกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายๆกับฟอซซิลและไม่มีญาติใกล้เคียงอื่นๆ    พวกมันได้เอาชีวิตรอดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่มาได้และมีความหลากหลายทางอนุกรมวิธานต่ำ   ฟอซซิลที่ยังมีชีวิตนั้นไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างลักษณะเหมือนกับบรรพบุรุษเด๊ะๆ   โดยพวกมันอาจจะวิวัฒนาการมาจนมีลักษณะบางอย่างที่ดีกว่าบรรพบุรุษ - http://en.wikipedia.org/wiki/Living_fossil

ปล. ฉลามไม่ได้อยู่ในนี้เพราะไอ้ตัวที่เหมือนในปัจจุบันน่ะเพิ่งจะเกิดมาเมื่อ ~100 ล้านปีก่อน


10) ปลาสเตอเจี้ยน

~200 ล้านปีก่อน 

ปลาสเตอเจี้ยนนั้นคือกลุ่มปลาจำนวน 26 สปีชีส์ในวงศ์ Acipenseridae    พวกมันคือหนึ่งในวงศ์ปลากระดูกแข็งที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลังเหลืออยู่   ปลาสเตอเจี้ยนอาศัยอยู่ในแม่น้ำ, ลำธารและชายฝั่งยูเรเชียและอเมริกาเหนือ   พวกมันมีลักษณะเด่นตรงที่ร่างกายยาวๆตั้งแต่ 2-3.5 เมตรหรือมากกว่า, จมูกแบนๆ,  ครีบหางบยยาวๆ, หนวด 4 เส้นและการเป็นสัตว์ที่หากินตามพื้นน้ำ   ฟอซซิลของกลุ่มปลาสเตอเจี้ยนและปลาไม้พายนั้นเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 200 ล้านปีมาแล้วในช่วงปลายยุคไทรแอสสิกซึ่งทำให้พวกมันเป็นปลาครีบกระดูกที่เก่าแก่ที่สุด   หลังจากเวลานั้น    ปลาสเตอเจี้ยนและปลาไม้พายนั้นก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางสัณฐานวิทยาที่น้อยมากซึ่งบ่งบอกว่าพวกวิวัฒนาการช้ามากๆ   ซึ่งหลักฐานก็คือเจ้าปลาเหล่านี้มีอายุยืนยาวถึง 100 ปี, สามารถทนต่อสภาพน้ำต่างๆ (ในเรื่องของอุณหภูมิและความเค็ม) ได้, มีขนาดใหญ่ซึ่งทำให้แทบจะไม่มีนักล่า, และล่าเหยื่อหลากหลาย   ถึงแม้ว่าจะเป็นปลากระดูกแข็ง   ปลาสเตอเจี้ยนนั้นก็มีร่างกายที่ประกอบไปด้วยกระดูกอ่อนซะเป็นส่วนมาก   พวกมันไม่มี vertebral centra (กระดูกสันหลังชิ้นที่ใหญ่ที่สุด), และมี scutes (เกล็ดแข็งๆเหมือนเกล็ดจระเข้และเต่า) ปกคลุมแทนที่จะเป็นเกล็ดแบบปลา   ปลาสเตอเจี้ยนส่วนใหญ่นั้นใกล้สูญพันธุ์ด้วยสาเหตุมาจากการโดนล่าเอาไข่ซึ่งจะถูกนำไปแปรรูปเป็นคาร์เวียร์

http://en.wikipedia.org/wiki/Sturgeon#Evolution








9) ทอทาร่า

~ 220 ล้านปีก่อน
 
                 ทอทาร่าคือกลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน 2 สปีชีส์ (Sphenodon punctatus และ Sphenodon guntheri) ที่สามารถพบได้ในนิว ซีแลนด์เท่านั้น   ถึงแม้ว่าเจ้านี้จะมีหน้าตาเหมือนกิ้งก่า   แต่พวกมันก็แตกต่างออกไป   ทอทาร่าคือสมาชิกที่ยังหลงเหลืออยู่ในอันดับ Rhynchocephalia (แปลว่า “หัวเป็นจะงอย” ซึ่งหมายถึงขากรรไกรบนแหลมๆ) ซึ่งกำเนิดขึ้นมาเมื่อ ~220 ล้านปีก่อนในมหายุคมีโซโซอิก (ช่วงเวลาที่กลุ่มกิ้งก่าและงูเริ่มจะวิวัฒนาการแยกออกจากกัน)   พวกมันมีรูปร่างเหมือนกับ Hylonomus ซึ่งก็คือสัตว์เลื้อยคลานที่เก่าแก่ที่สุดที่นักวิทยาศาสตร์รู้จัก   ญาติในปัจจุบันที่ใกล้เคียงกับทอทาร่ามากที่สุดนั้นคือกิ้งก่าและงู   ซึ่งนี้ก็คือเหตุผลที่ทำให้ พวกมันเป็นที่สนใจในการศึกษาวิวัฒนาการของกิ้งก่าและงู    หรือแม้แต่นก   พวกมันมีลักษณะเด่นมากมายที่แตกต่างออกไปจากสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ    ยกตัวอย่างเช่น “ดวงตาที่ 3” บนหัวซึ่งประกอบไปด้วยเรติน่าและเส้นประสาท   ดวงตาเล็กๆนี้ไม่ได้ใช้ในการมองเห็น (นักวิทยาศาสตร์ได้สันนิษฐานว่าใช้เพื่อตั้งนาฬิกาชีวิต)   ทอทาร่ามีสมองและการเคลื่อนไหวคล้ายๆกับสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและมีหัวใจรูปร่างโบราณมากกว่าสัตว์เลื้อยคลานไหนๆ   พวกมันมีฟันบน 2 แถวและฟันล่าง 1 แถวซึ่งไม่พบในสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ   ทอทาร่านั้นสามารถปรับตัวให้เข้ากับอากาศเย็นๆของนิว ซีแลนด์ได้   ซึ่งนี้ก็คือการอัพเกรดของมันจากรุ่นบรรพบุรุษที่อาศัยอยู่ในอากาศอุ่นๆ

                คำว่า “ทอทาร่า” นั้นมาจากภาษาเมารีแปลว่า “ยอดบนหลัง” ซึ่งหมายถึงหนามแหลมๆกลางหลังและหาง   ส่วนสกุลของพวกมัน Sphenodon แปลว่า “ฟันลิ่ม”   ถึงแม้ว่าเจ้านี้จะรอดจากการสูญพันธุ์มาได้เป็นร้อยล้านปี   พวกมันก็กำลังลดจำนวนลงเรื่อยๆในปัจจุบันด้วยสาเหตุมาจากถิ่นที่อยู่ที่ถูกทำลายและนักล่าต่างถิ่นที่ถูกเอามาปล่อย   ทอทาร่านั้นเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฏหมายของนิว ซีแลนด์ตั้งแต่ปี 1985 (2528)

http://en.wikipedia.org/wiki/Tuatara

http://www.sandiegozoo.org/animalbytes/t-tuatara.html







8) กุ้งลูกอ๊อด

~250 ล้านปีก่อน

                 กุ้งลูกอ๊อดคือกลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในวงศ์ Triopsidae ที่แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางสัณฐานวิทยาตั้งแต่ยุคไทรแอสสิกเมื่อ 250 ล้านปีที่แล้วซึ่งทำให้พวกมันเป็นสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (เจ้านี้อาจจะไม่ได้เกิดมาก่อนตัวต่อๆไป   แต่พวกมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยตั้งแต่นั้น)   สิ่งที่กุ้งลูกอ๊อดแตกต่างออกไปจากบรรพบุรุษก็คือพวกมันไม่กรองกินตามน่านน้ำเปิดและไม่หากินตามพื้นน่ำขุ่นๆซึ่งทำให้พวกมันไม่สามารถพับกระดองได้และไม่มีกล้ามเนื้อด้านในต้นขา (adductor muscle)

                กุ้งลูกอ๊อดมีกระดองกว้างแบนๆที่ครอบคลุมไปถึงหัวซึ่งทำให้มองดูแล้วเหมือนลูกอ๊อด (หรือไม่ก็แมงดาทะเลขนาดจิ๋ว) และมีดวงตาประกอบ (compound eye) 1 คู่บวกกับดวงตา “ที่ 3” เรียกว่า larval nauplius eye (“Triops” แปลว่า “3 ตา”)   พวกมันมีร่างกายยาวแบ่งส่วนและมีขาแบนๆหลายคู่    ร่างกายของเจ้านี้ยาว 2-10 ซม.  กุ้งลูกอ๊อดนั้นเป็นสัตว์กินทั้งพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามบ่อน้ำและทะเลสาบตื้นๆ  

http://www.arkive.org/tadpole-shrimp/triops-cancriformis/

http://en.wikipedia.org/wiki/Notostraca#Evolution_and_fossil_record







7) ซีลาแคนท์

~400 ล้านปีก่อน
 
               ซีลาแคนท์เป็นปลาในชั้นย่อย Actinistia ซึ่งก็คือกลุ่มปลาครีบยาวที่ใกล้เคียงกับปลาลังและปลาสูญพันธุ์อื่นๆ  ในปัจจุบัน   พวกมันประกอบไปด้วย 2 สปีชีส์ได้แก่ Latimeria chalumnae และ Latimeria menadoensis   ก่อนการค้นพบตัวเป็นๆแถวๆชายฝั่งแอฟริกาใต้ปี 1938 (2481)   นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าซีลาแคนท์นั้นได้สูญพันธุ์ไปพร้อมๆกับไดโนเสาร์เมื่อราวๆ 65 ล้านปีที่แล้วในช่วงปลายยุคครีเตเชียส   ซึ่งช่วงเวลานี้คือตอนที่ฟอซซิลของพวกมันหายไป   ซีลาแคนท์นั้นได้เริ่มวิวัฒนาการมาตั้งแต่ 400 ล้านปีก่อนจนกลายเป็นตัวที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน   การวิวัฒนาการแยกออกจากกันระหว่างซีลาแคนท์, ปลาลัง, และสัตว์มีกระดูกสันหลัง 4 รยางค์นั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 390 ล้านปีก่อน   ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพวกมันคือตัวเชื่อมต่อของการวิวัฒนาการจากปลาไปเป็นสัตว์บก 4 รยางค์ (อย่างกบ) ในปัจจุบัน    เจ้านี้มีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากปลาอื่นๆ   เช่น   ครีบหาง 3 ครีบหรือ trilobite fin, เกล็ดแข็งๆที่มีในปลาที่สูญพันธุ์ไปแล้วเท่านั้น, และหัวใจที่มีรูปร่างเหมือนกับท่อตรงๆซึ่งแตกต่างออกไปจากปลาในปัจจุบัน    พวกมันเป็นปลาขนาดใหญ่ที่ยาวถึง 1.8 เมตรและมีดวงตาใหญ่เพื่อช่วยในการมองเห็นท่ามกลางทะเลลึกอันมืดมิด

                คำว่า “ซีลาแคนท์” นั้นมาจากภาษาละตินยุคใหม่ “ซีลาแคนทัส” ที่แปลว่า “สันหลังกลวง” ซึ่งหมายถึงกระดูกครีบหาง กลวงๆที่ถูกพบในฟอซซิลตัวอย่างแรกเมื่อปี 1839 (2382) โดยลูอิส อกัสซิส   นอกจากการเป็นฟอซซิลที่ยังมีชีวิตซึ่งสมควรแก่การศึกษาแล้ว   ซีลาแคนท์ก็ไม่ได้เป็นที่สนใจในด้านอื่นๆ   โดยเนื้อของพวกมันนั้นเต็มไปด้วยไขมัน, ยูเรีย, ขี้ผึ้งและสารประกอบอื่นที่ย่อยได้ยากซึ่งทำให้เนื้อมีรสชาติเหมือนแป้งและอาจจะทำให้ผู้บริโภคท้องเสียได้   แต่อย่างไรก็ตาม   ซีลาแคนท์นั้นก็ยังโดนคุกคามโดยการลากอวนน้ำลึกอยู่ดี

http://en.wikipedia.org/wiki/Coelacanth

http://animals.nationalgeographic.com/animals/fish/coelacanth/









6) แมงดาทะเล/ ปูเกือกม้า

~445 ล้านปีก่อน
 
                ถ้าใครเคยกินไข่แมงดาก็คงจะรู้ว่าเจ้านี้หน้าตายังไง (แต่ไข่แมงดาไทยนั้นมีพิษชื่อเททโทรโดท๊อกซินอยู่   ซึ่งคนเขียนก็เคยได้ยินว่าเขาห้ามไม่ให้กินไข่แมงดากันแล้ว)   แมงดาทะเลนั้นคือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในวงศ์ Limulidae ซึ่งมีรูปร่างที่แทบจะไม่ต่างออกไปจากบรรพบุรุษเมื่อ ~450 ล้านปีก่อนในช่วงยุคออร์โดวิเชี่ยนซักเท่าไหร่เลย (200 ล้านปีก่อนไดโนเสาร์จะเกิดซะอีก)   พวกมันคืออาร์โธพ็อดที่อาศัยอยู่ตามพื้นทรายของมหาสมุทรตื้นๆและจะขึ้นบกมาเพื่อผสมพันธุ์เท่านั้น   เจ้านี้อาจจะดูเหมือนปูและกุ้ง   แต่พวกมันเป็นญาติใกล้ชิดกับพวกแมงมุมมากกว่า   แมงดาทะเลนั้นมีเกราะปกป้องร่างการที่ดูแล้วเหมือนไทรโลไบท์ที่ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว   เมื่อมองจากข้างใต้   เจ้านี้ก็จะดูเหมือนแมงมุมยักษ์หุ้มเกราะไม่มีผิด   โดยพวกมันมีขา 5 คู่และหางยาวๆที่ใช้ในการกลับตัวเมื่อหงายท้อง (ถ้าเจ้านี้ไม่มีหาง   มันก็จะโดนฆ่าง่ายขึ้น)  

                ในปัจจุบัน   แมงดาทะเลประกอบไปด้วยสมาชิก 4 สปีชีส์ได้แก่ Carcinoscorpius rotundicauda (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้), Limulus polyphemus (ชายฝั่งแถบมหาสมุทรแอตแลนติก), Tachypleus gigas (เอเชียใต้และตะวันออกเฉียงใต้), และ Tachypleus tridentatus (แถบชายฝั่งของเอเชียตะวันออก)

http://en.wikipedia.org/wiki/Horseshoe_crab







5) นอติลุส

~500 ล้านปีก่อน
 
               นอติลุสนั้นคือเซฟาโลพ็อด (สัตว์จำพวกหมึก) ที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นกลุ่มเดียวที่มีกระดองซึ่งสามารถพบได้ในน่านน้ำอินโด-แปซิฟิก   พวกมันอยู่ในวงศ์ Nautilidae ซึ่งในปัจจุบันกระกอบไปด้วยสมาชิก 6 สปีชีส์   นอติลุสนั้นมีกระดองเรียบๆม้วนเข้าด้านในซึ่งพวกมันก็สามารถหดเข้า-ออกจากกระดองได้และมีเหงือกหลายคู่ เหมือนมอลลัสก์ (สัตว์จำพวกหอย) โบราณที่เป็นสัตว์ต้นตระกูลของเซฟาโลพ็อด   พวกมันมีหนวดจำนวนมากถึง 90 เส้นแต่ไม่มีปุ่มดูด   สมองของนอติลุสนั้นไม่ได้ซับซ้อนเหมือนสมองหมึกยักษ์และหมึกสายซึ่งหมายความว่าพวกมันไม่มีความฉลาดเท่าๆกับญาติรุ่นหลัง   นอติลุสนั้นอาศัยอยู่ในความลึกถึง 800 เมตร   พวกมันเป็นญาติใกล้เคียงกับเซฟาโลพ็อดที่เคยอาศัยอยู่บนโลกเมื่อ 500 ล้านปีที่แล้ว   ซึ่งหลักฐานทางฟอซซิลก็แสดงให้เห็นว่าเจ้านี้ไม่ได้วิวัฒนาการมากมายหลังจากนั้น  

                การวิวัฒนาการของนอติลุสนั้นเริ่มขึ้นในช่วงมหายุคพาลีโอโซอิกเมื่อ ~505-408 ล้านปีที่แล้ว   ในตอนนั้น   พวกมันคือสัตว์ขนาดใหญ่กลุ่มเดียวที่แข็งแกร่งพอที่จะว่ายน้ำเหนือพื้นทะเลได้ (ฉลามยังตัวกระจิ๋วเดียวและปลากระดูกแข็งก็ยังไม่สามารถลอยตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ) ซึ่งทำให้เจ้านี้กลายเป็นฉลามขาวในยุคนั้นที่จะกินอะไรก็ตามที่ผ่านมา

http://en.wikipedia.org/wiki/Nautilus

http://www.thecephalopodpage.org/evolution.php








4) แมงกะพรุนหวี

~525 ล้านปีก่อน

               แมงกะพรุนหวีคือไฟลัมของสัตว์ทะเลที่เรียกว่า Ctenophora (มาจากภาษากรีกแปลว่า “ประกอบไปด้วยหวี”) ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกจำนวน 100-150+ สปีชีส์  สัตว์เหล่านี้มี “หวี” หรือกลุ่มซิเลียที่ใช้ในการว่ายน้ำ 8 แถว   ซึ่งพวกมันก็คือสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ว่ายน้ำโดยใช้ซิเลีย   แต่อย่างไรก็ตาม   แมงกะพรุนหวียาวแค่ไม่กี่มม.-1.5 เมตรเท่านั้น   สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ในแมงกะพรุนหวีนั้นก็คือคอลโลบลาสท์   ซึ่งก็คือเซลล์ชนิดหนึ่งที่ใช้ในการจับเหยื่อโดยการพ่นของเหลวเหมือนกาวใส่

                เพราะความที่แมงกะพรุนหวีมีร่างกายที่ประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อที่เหมือนเจลลี่เป็นส่วนมาก  ฟอซซิลของพวกมันจึงพบได้ยากมาก   แต่อย่างไรก็ตาม   หลักฐานทางฟอซซิลที่มีอยู่นั้นแสดงให้เห็นว่าแมงกะพรุนหวีได้เริ่มวิวัฒนาการขึ้นเมื่อ ~525 ล้านปีก่อนในช่วงต้นยุคแคมเบรียน   โดยบรรพบุรุษในยุคนั้นไม่มีหนวดแต่มีแถวหวีมากกว่า

http://en.wikipedia.org/wiki/Ctenophora






3) แมงกะพรุน

~550 ล้านปีก่อน
 
                แมงกะพรุนนั้นคือไฟลัมของสัตว์ที่เรียกว่า Cnidaria (แมงกะพรุน, ไฮดร้า, ปะการังและดอกไม้ทะเล, แมงกะพรุนกล่อง, และพาราไซส์) ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกมากกว่า 10,000 สปีชีส์   พวกมันส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทะเลและมีซินิโดไซท์   ซึ่งก็คือเซลล์ชนิดหนึ่งที่ใช้ในการจับเหยื่อ   ช่วงงชีวิตของแมงกะพรุนนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วงได้แก่โปลิปที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้และเมดูซ่าที่ล่องลอยไปในน้ำ (ที่เราเห็นๆกันอยู่น่ะ)

                ถึงแม้ว่าร่างกายของแมงกะพรุนจะกลายเป็นฟอซซิลได้ยากเพราะประกอบไปด้วยน้ำเป็นส่วนมาก (97%) ฟอซซิลของแมงกะพรุนนั้นก็ได้ถูกพบในหินจากดูชานเทา ประเทศจีนอายุ 580 ล้านปี (ช่วงยุคพรีแคมเบรียน)   พวกมันคือสัตว์กลุ่มแรกที่ได้วิวัฒนาการกล้ามเนื้อขึ้นมาเพื่อว่ายน้ำ   นอกจากนั้น    แมงกะพรุนก็ได้วิวัฒนาการมาเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเนื้อเยื่อซึ่งทำให้พวกมันมีร่างกายที่ใหญ่ขึ้นและเต็มไปด้วยเจลาตินปริมาณมาก   เพราะเหตุนี้   แมงกะพรุนจึงได้กลายเป็นนักล่าที่มีประสิทธิภาพ

http://en.wikipedia.org/wiki/Cnidaria#Evolutionary_history

http://fox.rwu.edu/jellies/evolution.html
http://www.sciencedaily.com/releases/2011/09/110915140849.htm







2) ฟองน้ำ

~580 ล้านปีก่อน

                ฟองน้ำนั้นคือกลุ่มสัตว์หลายเซลล์ในไฟลัม Porifera  (แปลว่า “ประกอบไปด้วยรู”   ซึ่งหมายถึงร่างกายที่เต็มไปด้วยช่องเปิดเพื่อห้ำผ่านเข้า-ออกร่างการ) ที่ประกอบไปด้วยสมาชิกถึง 8,000 สปีชีส์หรือมากกว่า   พวกมันเป็นสัตว์ที่เรียกได้ว่าเก่าแก่และมีร่างกายง่ายๆไม่ซับซ้อนที่สุด   โดยฟองน้ำนั้นไม่มีทั้งระบบประสาทหรือระบบเดินเลือด    พวกมันต้องเกาะติดอยู่กับที่และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้   ฟองน้ำมีชีวิตอยู่โดยการปล่อยให้น้ำผ่านเข้า-ออกจากร่างกายเพื่อดึงเอาอาหารและอ๊อกซิเจนออกมาและเพื่อชะล้างของเสียออกไป   ผนังร่างกายของฟองน้ำนั้นปกคลุมไปด้วยโคอาโนไซท์   ซึ่งก็คือเซลล์ที่มีรูปร่างเหมือนแส้ที่ไม่พบในสัตว์อื่นๆ   โคอาโนไซท์   นั้นช่วยในเรื่องของระบบหายใจและระบบย่อยอาหารและสามารถเปลี่ยนเป็นสเปริ์มได้เมื่อต้องการ (โคอาโนไซท์   ไม่มีระบบสืบพันธุ์)   เพราะโคอาโนไซท์นั้นมีลักษณะเหมือนสีงมีชีวิตเซลล์เดียวชื่อโคอาโนแฟลกเจลเลทที่เป็นญาติใกล้เคียงกับสัตว์มากที่สุด   นักวิทยาศาสตร์จึงได้สันนิษฐานว่าฟองน้ำนั้นได้วิวัฒนาการมาจากโคอาโนแฟลกเจลเลท   และสัตว์ที่ตามมานั้นก็ได้วิวัฒนาการมาจากเจ้าตัวหน้าตาคล้ายๆฟองน้ำอีกที


                ฟอซซิลแรกๆที่สมบูรณ์ของฟองน้ำนั้นถูกพบในหินจากดูชานเทา ประเทศจีนอายุ 580 ล้านปี (ช่วงยุคพรีแคมเบรียน)   แต่อย่างไรก็ตาม   ฟอซซิลที่ไม่สมบูรณ์ของพวกมันได้ถูกพบในช่วงเวลาที่เก่าแก่กว่านั้นอีก   เช่น   ฟอซซิลอายุ 713 ล้านปีจากประเทศโอมาน   การศึกษาพันธุกรรมของฟอซซิลในยุคนั้นๆแสดงให้เห็นว่าสัตว์หน้าตาคล้ายๆฟองน้ำคือสัตว์ตัวแรกที่เกิดมาและสัตว์อื่นๆที่ตามมาที่หลังนั้นได้วิวัฒนาการมาจากจุดเริ่มต้นนั้น  

http://en.wikipedia.org/wiki/Sponge#Evolutionary_history

http://www.ebiomedia.com/prod/BOsponges.html







1) ไซยาโนแบคทีเรีย

~2.8 พันล้านปีก่อน 
 
                ไซยาโนแบคทีเรียหรือตะไคร่น้ำสีเขียวฟ้านั้นคือไฟลัมของแบคทีเรียที่สามารถสังเคราะห์แสงได้  พวกมันถูกสันนิษฐานว่าคือสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่เกิดขึ้นมาบนโลก   ไซยาโนแบคทีเรียคือสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่สามารถอาศัยในช่วงที่บรรยากาศของโลกเต็มไปด้วยซัลเฟท, มีเทนและคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ได้   ซึ่งพวกมันก็ได้เปลี่ยนสารประกอบเหล่านี้เป็นอ๊อกซิเจนและทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตเกิดขึ้นมา  ทฤษฎีแห่งเอ็นโดซิมไบโอซิสนั้นกล่าวว่าการที่ไซยาโนแบคทีเรียโดนสิ่งมีชีวิตอื่นๆกินเข้าไปซึ่งทำให้เจ้านี้ไปอาศัยอยู่ในร่างกายผู้งาบนั้นคือต้นกำเนิดของคลอโรพลาสท์ในพืชและตะไคร่น้ำหลายเซลล์ทั้งหลาย    คำว่า “ไซยาโนแบคทีเรีย” นั้นมาจากภาษากรีกแปลว่า “สีฟ้า”

ฟอซซิลของไซยาโนแบคทีเรียนั้นถูกพบเมื่อ 2.8 พันล้านปีก่อน (หรือเก่ากว่านั้นถึง 3.5 พันล้านปีก่อน)   เราสามารถพูดได้ว่าไซยาโนแบคทีเรียในปัจจุบันนั้นเหมือนกับเจ้าตัวเมื่อพันล้านปีก่อนไม่ผิดเพี้ยน   พวกมันได้เอาชีวิตรอดจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่มาทุกครั้ง   แม้แต่การสูญพันธุ์แห่งยุคเพอร์เมียนที่ได้คร่าสิ่งมีวิตไปเป็นจำนวนถึง 90%   เราสามารถพูดได้ว่าไซยาโนแบคทีเรียตัวกระจิ๊ดริ๊ดนั้นคือผู้เริ่มต้นชีวิตที่ได้วิวัฒนาการอย่างยาวนานจนเป็นเราๆในปัจจุบัน            

http://en.wikipedia.org/wiki/Cyanobacteria




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 280 : 10 สัตว์ที่อยู่บนโลกมานานที่สุด (ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3242 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 436
อันดับ1 2.8พันล้านปีก่อน !! o[]o
Name : TTTT_TTTT < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TTTT_TTTT [ IP : 223.205.121.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กรกฎาคม 2555 / 10:21

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android