คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 257 : 10 สิ่งมีชีวิตรูปร่างแปลกแห่งปี 2011


     อัพเดท 8 มิ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,205 Overall : 294,491
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 257 : 10 สิ่งมีชีวิตรูปร่างแปลกแห่งปี 2011 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 702 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


10) แมงกะพรุน “สีชมพูจอมร้ายกาจ” 
เจ้าแมงกะพรุนที่เต็มไปด้วยหนวดพิษซึ่งถูกพบครั้งแรงเมื่อปี 2000 (2543) ในอ่าวเม็กซิโกนี้ถูกขนานามว่าเจ้า “สีชมพูจอมร้ายกาจ”   มันเป็นแมงกะพรุนในสกุล Drymonema ที่กินแมงกะพรุนพระจันทร์ (Moon jellyfish – แมงกะพรุนมีพิษชนิดหนึ่ง) ตัวโตเต็มวัยเป็นอาหาร   เมื่อเจ้านี้เจอแมงกะพรุนพระจันทร์   มันกจะแผ่หนวดออกรอบๆตัวเหยื่อแล้วจึงดึงเข้ามาหาตัว   เจ้าสีชมพูจอมร้ายกาจโตเต็มวัยที่ยาวเกือบ 1 เมตรนี้ย่อยอาหารส่วนมากโดยใช้ “ปากที่มือ” ซึ่งล่องลอยอยู่ข้างๆหนวดทั้งหลาย   ปากที่มือนี้หลั่งน้ำย่อยที่เจ้าแมงกะพรุนใช้ในการย่อยเหยื่อออกมา   เซลล์พิษในหนวดของเจ้าสีชมพูจอมร้ายกาจนั้นร้ายแรงพอที่มนุษย์จะรู้สึกเจ็บปวดได้   ยิ่งเราสัมผัสกับหนวดพิษมากเท่าไหร่   ความเจ็บปวดก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น   ซึ่งเจ้านี้ก็มีหนวดพิษเป็นร้อยๆเส้น   ในบางครั้ง   นักวิทยาศาสตร์ก็จะเห็นเจ้าแมงกระพรุนชมพูนี้พร้อมกับเหยื่อถึง 34 ตัวที่โดยหนวดพันอยู่

http://news.nationalgeographic.com/news/2011/01/pictures/110124-pink-meanie-jellyfish-drymonema-science-new-species/#/pink-meanie-jellyfish-new-species-shallow_31431_600x450.jpg








9) หนอนทะเล “ริมฝีปาก” ใหญ่
 
                 เจ้าหนอนลูกโอ๊ก (acorn worm – หนอนในชั้น Enteropneusta) ทะเลลึกสปีชีส์ใหม่ที่มีชื่อว่า “enteropneust” นี้มีสีฟุชเชียสดใส   มันเป็นสัตว์ไม่มีกระดูก, สมองหรือลูกตา (แต่ถึงกระนั้น   เจ้านี้ก็ยังใกล้ชิดกับมนุษย์มากกว่าหนอนตัวอื่นๆซะอีก) ที่ถูกค้นพบใกล้ๆสันภูเขาใต้น้ำแห่งมหาสมุทรแอตแลนติก (Mid-Atlantic Ridge) ที่ความลึก 2,700 เมตร   เจ้าสัตว์สีสันสวยงามนี้มี “ริมฝีปาก” ที่ยาวเกือบจะเท่าร่างกายตัวเองซึ่งช่วยในการจับเหยื่อในพื้นที่ๆไม่ค่อยมีอาหาร   โดยริมฝีปากที่ปกคลุมไปด้วยขนเล็กๆของเจ้านี้จะช่วยในการเก็บชิ้นอาหารขึ้นมาจากพื้นทะเลและส่งผ่านเข้าไปในปาก   หนอนทะเลริมฝีปากใหญ่นี้จะเคลื่อนไหวไปมาเพื่อหาอาการตามพื้นผิวของตะกอนในทะเล (ชั้นที่มีสารอาหารมากที่สุดที่เพิ่งจมลงสู่พื้นทะเล)   ซึ่งร่างกายที่เหมือนเจลาตินนั้นก็ช่วยให้มันลอยขึ้นไปได้สูงจากพื้นทะเล 20 เมตรและเคลื่อนไหวไปในท้องทะเลได้   โดยเจ้านี้จะคายตะกอนและทรายออกจากลำไส้ (ของที่ใช้เป็นตุ้มถ่วง) แล้วจึงสร้างบอลลูนจากเมือกขึ้นมาเพื่อลอยขึ้นจากพื้นทะเล   เมื่อเจ้านี้ลอยอยู่   มันก็จะหดร่างกายในวิธีเฉพาะที่ทำให้สามารถลอยอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด   เมื่อเจ้าหนอนต้องการจะกลับลงพื้นทะเล   มันก็จะปล่อยบอลลูนเมือกนั้นไปและยืดร่างกายอีกครั้ง

หนอนลูกโอ๊กนั้นคือฟอซซิลที่ยังมีชีวิต   และพวกมันก็อาจจะเป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างการวิวัฒนาการของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังไปเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังตัวแรกของโลกก็ได้   หนอนลูกโอ๊กที่นักวิทยาศาสตร์ไม่ค่อยรู้จักมากมายนี้อยู่ในไฟลัมสิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงกับ chordates (สัตว์มีกระดูกสันหลัง) มากที่สุด   ซึ่งการศึกษาเจ้านี้ก็อาจจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าสัตว์มีกระดูกสันหลังตัวแรกของโลกนั้นมีหน้าตาอย่างไร

http://news.nationalgeographic.com/news/2011/11/pictures/111121-deep-sea-worms-new-species-oceans-science-animals/








8) หนอนปีศาจ
 
“หนอนปีศาจ” นี้ถูกพบใต้พื้นดินของเหมืองทองในแอฟริกาใต้ที่ความลึกถึง 3.6 กม.ซึ่งทำให้มันเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ๆลึกที่สุดในโลกที่เคยถูกค้นพบ   เจ้านีมาโทด้าสปีชีส์ใหม่นี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Halicephalobus mephisto ซึ่งชื่อนี้ถูกตั้งตามปีศาจ Mephistopheles ในตำนานเฟ้าส์เตี่ยนของเยอรมันนี    ก่อนการค้นพบเจ้านี้   นีมาโทด้าที่นักวิทยาศาสตร์รู้จักนั้นไม่มีตัวไหนอาศัยอยู่ในพื้นดินที่ลึกไปกว่าหลักสิบเมตรเลยเพราะสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในที่ลึกขนาดนั้นได้มีแต่จุลชีพเท่านั้น   ซึ่งจุลชีพเหล่านี้ก็คืออาหารของเจ้าหนอนยาว 0.5 มม.นั่นเอง (มันอาจจะดูเล็ก   แต่หนอนปีศาจนั้นใหญ่กว่าแบคทีเรียที่มันกินเป็นล้านๆเท่า   ซึ่งก็เหมือนกับการที่วาฬกินแพลงค์ตอนนั่นแหละ)   หนอนปีศาจนั้นได้อยู่ในพื้นดินลึกเว่อร์มาเป็นพันๆปีแล้วซึ่งพวกมันนั้นได้วิวัฒนาการมาเพื่อมีชีวิตรอดในที่ๆมีแรงดันและความร้อนสูงมาก (เหมือนอย่างในนรก)   การค้นพบหนอนปีศาจนั้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพใต้เท้าของเราและเป็นแรงบันดาลให้นักวิทยาศาสตร์ค้นหาสิ่งมีชีวิตอื่นๆในที่ๆแทบจะอาศัยอยู่ไม่ได้บนโลกและที่อื่นๆ

http://news.nationalgeographic.com/news/2011/06/110601-deepest-worm-earth-devil-science-animals-life/








7) กบบินแวมไพร์  
 
ป่าแห่งภูเขาของเวียดนามนั้นคือบ้านสำหรับ “แวมไพร์” พันธุ์ใหม่   ซึ่งก็คือเจ้าต้นไม้กบ “บิน” ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Rhacophorus vampyrus นั่นเอง   เจ้ากบยาว 5 ซม.นี้ถูกค้นพบในปี 2008 (2551)   มันสามารถพบได้ในป่าหมอกทางเวียดนามใต้เท่านั้น   เจ้านี้ใช้นิ้วติดพังพืดในการร่อนจากต้นไม้หนึ่งไปยังอีกต้น  กบต้นไม้บินแวมไพร์นั้นจะวางไข่ในแอ่งน้ำในลำต้นของต้นไม้ซึ่งเป็นการป้องกันลูกๆจากนักล่าที่อาศัยในบึงและแม่น้ำข้างล่าง    เจ้ากบเหล่านี้ได้รับชื่อ “แวมไพร์” มาจากเขี้ยวที่ลูกอ๊อดมี   ในขณะที่ลูกอ๊อดกบส่วนใหญ่มีส่วนปากรูปร่างเหมือนจะงอยปากนก   ลูกอ๊อดของกบต้นไม้บินแวมไพร์นั้นมีตะขอสีดำแข็งๆ 1 คู่งอกออกมาจากกระพุ้งแก้ม   ซึ่งนี่ก็คือลูกอ๊อดสปชีส์แรกที่มีสิ่งที่รูปร่างเหมือนเขี้ยวนี้   นักวิทยาศาสตร์นั้นยังไม่แน่ใจว่าเขี้ยวในลูกอ๊อดกบต้นไม้บินแวมไพร์มีไว้เพื่ออะไร   แต่กบต้นไม้ที่วางไข่ในแอ่งน้ำในลำต้นของต้นไม้นั้นมักจะหาอาหารมาให้ลูกโดยการวางไข่ที่ไม่ได้รับการผสมเป็นอาหารแทน   ซึ่งเขี้ยวที่เจ้าลูกอ๊อดมีนั้นอาจจะถูกใช้ในการเฉือนไข่ออก

http://news.nationalgeographic.com/news/2010/11/110107-new-species-vampire-flying-frog-tadpoles-fangs-science-animals/






6) ทากทะเลแพนเค้ก
 
ทากทะเลนี้คือหนึ่งในสิ่งมีชิวิตจำนวน 100 สปีชีส์ที่เพิ่งถูกค้นพบระหว่างการสำรวจประเทศฟิลิปปินส์   เจ้า nudibranch นี่มีรูปร่างเหมือนแพนเค้กสีสันสดใสน่ากิน   ถึงเจ้านี่จะยังไม่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์   มันก็สังเกตุได้ง่าย




5) เห็ดราควบคุมจิตใจ
 
                 ก้านรูปส้อมที่โผล่ออกมาจากหัวมด “ซอมบี้” ในป่าฝนด้านแอตแลนติกของบราซิลนี้คือเห็ดราสปีชีส์ใหม่ชื่อ Ophiocordyceps camponoti-balzani   มันเป็นหนึ่งในเห็ดราทั้ง 4 สปีชีส์ที่สามารถ “ควบคุมจิตใจ” ของมดได้   เจ้าเห็ดรานี้สามารถทำให้มดติดเชื้อและเข้าควบคุมสมอง   แล้วหลังจากนั้น   เจ้ามดก็จะถูกฆ่าเมื่อเดินไปที่พื้นที่เหมาะๆสำหรับการเติบโตและปล่อยสปอร์ของเห็ดรานั้น    โดยเจ้าเห็ดราจะสั่งให้ซอมบี้มด (ที่กำลังตาย) เกาะติดกับใบไม้ (โดยการกัดอย่างแรง) หรือที่ๆมั่นคงอื่นๆเพื่อสร้าง “ที่เลี้ยงดู”    ซึ่งการกัดของมดซอมบี้นั้นแข็งแรงพอที่จะทำให้ร่างกายไร้วิญญาณห้อยอยู่อย่างนั้นได้เป็นเวลานาน   เห็ดราควบคุมจิตใจทั้ง 4 สปีชีส์นั้นมีวิธีแพร่กระจายการติดเชื้อแตกต่างกันไปหลังจากที่จัดการเจ้ามดได้แล้ว   โดยบางสปีชีส์นั้นจะสร้าง “หมุดติดเชื้อ” ที่จะโผล่ออกมาจากร่างกายของเหยื่อและปล่อยเชื้อไปยังมดที่เดินผ่านมา   ส่วนบางสปีชีส์ก็จะสร้างสปอร์ระเบิดขึ้นมาบนร่างกายของมดติดเชื้อซึ่งสปอร์นี้จะไปสัมผัสกับมดที่เดินผ่านมาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่และจะถูกเปลี่ยนเป็นซอมบี้ในภายภาคหน้า   ยกตัวอย่างเช่น   เห็ดราชื่อ O. camponoti-rufipedis    หลังจากที่มดตาย   เห็ดรานี้ก็จะแพร่กระจายไปทั่วร่างกายเจ้ามดและดูดสารอาหารในนั้นก่อนที่จะเริ่มโผล่ออกมาสู่โลกว้าง    มันจะเจาะทะลุหัวของมดซอมบี้ออกมาหลังจากที่เจ้ามดตาย 2 วันซึ่งเราสามารถสังเกตได้จากปุยขาวๆและก้านตรงๆ

มดนั้นไม่ใช่เหยื่อชนิดเดียวของเห็ดราควบคุมจิตใจ   เหยื่ออื่นๆของการควบคุมจิตใจนี้ได้แก่   แมลงวันและจิ้งหรีด   และสัตว์อย่างต่อนั้นก็จะโดนเห็ดราสปีชีส์ Cordyceps จัดการ   แต่อย่างไรก็ตาม   เหยื่ออื่นๆของเจ้าเห็ดราควบคุมจิตใจนั้นอาจจะสังเกตได้ไม่ง่ายเท่ากับมด   การเข้าควบคุมจิตใจของเห็ดราเหล่านี้อาจจะดูไม่สวย   แต่การกระทำนี้นี้ก็มีบทบาทสำคัญต่อธรรมชาติมากทีเดียว

http://news.nationalgeographic.com/news/2011/03/pictures/110303-zombie-ants-fungus-new-species-fungi-bugs-science-brazil/








4) ค้างคาว “ปีศาจ”
 
เจ้าค้างคาวสปีชีส์ใหม่นี้มีชื่อว่า “ค้างคาวเบเอลเซบับ (ชื่อของปีศาจที่เป็นตัวแทนแห่งความตะกละ)”   มันมีสีขนเหมือนปีศาจโดยการมีหัวสีดำและขนสีดำเข้มซึ่งตัดกับขนหน้าท้องสีขาวๆ   ถึงแม้ว่าเจ้าค้างคาวนี้จะมีชื่อที่ไม่ไพเราะนัก   มันก็เป็นสัตว์ขี้อายที่มักจะหลีกเลี่ยงการพบเจอกับมนุษย์   เจ้าค้างคาวนี้อาศัยอยู่ในป่าฝนห่างไกลในประเทศเวียดนาม   มันอาจจะขี้อายแต่ก็จะกลายเป็นสัตว์ดุร้ายได้เหมือนกันเมื่อโดนจับ   แต่อย่างไรก็ตาม   เจ้านี้มักเลือกที่จะ “หนี” ก่อนแล้วจึงจะสู้เมื่อไม่มีทางเลือก








3) แมงมุมเผือก
 
                  เจ้าแมงมุมกับดักที่เพิ่งถูกค้นพบนี้ไม่ได้เป็นสัตว์เผือกแท้เพราะมันยังมีเม็ดสีอยู่   โดยร่างกายของเจ้านี้มีสีน้ำตาลเหมือนแมงมุมกับดักอื่นๆ   แต่อย่างไรก็ตาม   เจ้าแมงมุมกว้าง 3 ซม.นี้จะโดนเรียกว่า “แมงมุมเผือก” ไปจนกว่านักวิทยาศาสตร์จะแน่ใจว่ามันเป็นสปีชีส์ใหม่   เจ้าแมงมุมกับดักนี้ถูกชาวบ้านในเมืองเล็กๆทางออสเตรเลียตะวันตกพบใกล้ๆบ้าน   ซึ่งเขาก็จับมันใส่โหลและส่งไปให้พิพิธภัณฑ์   เจ้าแมงมุมนี้คือแมงมุมหายาก   ซึ่งมันก็เป็นตัวอย่างเดียวที่นักวิทยาศาสตร์มี

แมงมุมกับดักนั้นได้ชื่อมาจากการที่มันใช้ดิน, พืชต่างๆและไยแมงมุมเพื่อสร้างประตูกับดักหน้ารังและกลบไว้ด้วยไย   ซึ่งเจ้าแมงมุมก็จะกระโจนออกมาเมื่อรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนจากไยที่เหยื่อที่ผ่านมากสร้างขึ้น   โดยเหยื่อของแมงมุมนี้ได้แก่   แมลง, สัตว์กระดองแข็งอื่นๆและสัตว์มีกระดูกสันหลังตัวเล็กๆ   แมงมุมกับดักนั้นผสมพันธุ์ในรังด้วย   ซึ่งตัวผู้นั้นจะต้องยกตัวเมียขึ้นเพราะอวัยวะสืบพันธุ์ของตัวเมียนั้นอยู่ข้างใต้ลำตัว  

แมงมุมนั้นคือกลุ่มสัตว์ที่เต็มไปด้วยสมาชิกมากมายซึ่งคนทั้งเกลียดและกลัวกัน   แต่ในความจริงแล้ว   พวกมันมีบทบาทสำคัญในการควบคุมจำนวนประชากรแมลง

http://news.nationalgeographic.com/news/2011/11/111108-new-spider-albino-australia-trapdoor-burrows-animals/








2) กิ้งก่าคามิลเลี่ยนสีสดใส
 
                  เจ้ากิ้งก่าคามิลเลี่ยน Furcifer timoni นี้มีร่างกายสีสันสดใสเหมือนกับถูกตกแต่งไปด้วยหินสีๆ   มันถูกค้นพบในเกาะมาดากัสการ์แห่งแอฟริกา   การค้นพบเจ้านี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก   เพราะป่าฝนทางเหนือของการที่มันอาศัยอยู่นั้นถูกตั้งสำรวจอย่างหนักเพื่อค้นหาสัตว์เลื้อยคลาน   ซึ่งนับตั้งแต่ปี 1999 (2542) การสำรวจได้พบกิ้งก่าคามิลเลี่ยนจำนวน 11 สปีชีส์เท่านั้น  

ระหว่างปี 1999-2010 (2542-2553) สัตว์จำนวน 615 สปีชส์ได้ถูกค้นพบบนเกาะที่ใหญ่เป็นที่ 4 ของโลกนี้   ซึ่งหลายสปีชีส์นั้นไม่มีการอนุรักษ์อย่างเป็นทางการเพราะความใหม่ต่อนักวิทยาศาสตร์   แต่อย่างไรก็ตาม   พวกมันทั้งหมดกำลังตกอยู่ในอันตรายต่อการสูญพันธุ์ที่มีสาเหตุมาจากการทำลายป่า   ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์บางคนกลัวว่า   บางสปีชีส์บนเกาะมาดากัสการ์นั้นอาจจะสูญพันธุ์ไปก่อนที่จะถูกค้นพบซะอีก








1) ฉลามไซคลอป
 
เจ้าฉลามไซคลอปหายากที่ถูกค้นพบในเม็กซิโกนี้มีความยาว 56 ซม.และมีลูกตาเดียวอยู่ตรงกลางหัว (เหมือนไซคลอป   สัตว์ประหลาดในตำนานกรีก)   การมีลูกตาอยู่ตรงกลางหัวนี้ถูกเรียกว่า cyclopia ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในสัตว์บางชนิด   รวมไปถึงมนุษย์   ซึ่งผู้ (หรือสัตว์) ที่มีอาการนี้ไม่สามารถมีชีวิตรอดนอกมดลูกของแม่ได้

อ่านต่อ -  [Famous Dude] ฉลามไซคลอป เจ้าตาเดียวสุดแปลก

 

ที่มา - http://news.nationalgeographic.com/news/2011/11/photogalleries/111128-top-ten-weird-new-species-2011/#/one-eyed-cyclops-shark-pup-holding-face_41775_600x450.jpg




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 257 : 10 สิ่งมีชีวิตรูปร่างแปลกแห่งปี 2011 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 702 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 560
แปลกมากจริงๆ แต่ละตัว
Name : MEME [ IP : 101.108.253.144 ]

วันที่: 4 พฤษภาคม 2556 / 23:27

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android